auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงความสมานฉันท์และสันติสุขจะมีได้ก็ต่อเมื่อ 1) ทุกคนมีเกียรติมีศักดิ์ศรี 2) ทุกคนมีส่วนร่วมในการปกครองตนเอง 3) สังคมมีความยุติธรรม 4) มีความกรุณา รู้จักขอโทษ รู้จักให้อภัย รวมถึงปัจจัยทั้ง 4 ได้แก่ 1) ผู้ก่อความไม่สงบต้องการยั่วยุให้เกิดจลาจลขึ้นในประเทศไทย 2) แนวคิดเรื่องภูมิคุ้มกัน 3) ความสมานฉันท์เป็นวิธีการและเป้าหมาย 4) ปัจจัยแห่งความสมานฉันท์และสันติสุข ซึ่งถ้าก่อให้เกิดขึ้น จะนำไปสู่ความสมานฉันท์และสันติสุข นอกจากนี้ยังให้แนวทางดำเนินการตามหลักการดังกล่าวข้าวต้น 10 ประการ
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# ยุทธศาสตร์สมานฉันท์และความยุติธรรม เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันเต็มพื้นที่ ## ประเวศ วะสี ความสมานฉันท์และสันติสุขจะมีได้ก็ต่อเมื่อ (๑) ทุกคนมีเกียรติมีศักดิ์ศรี (๒) ทุกคนมีส่วนร่วมในการปกครองตนเอง (๓) สังคมมีความยุติธรรม (๔) มีความกรุณา รู้จักขอโทษ รู้จักให้อภัย ๑. ผู้ก่อความไม่สงบ ต้องการยั่วยุให้เกิด จลาจลขึ้นในประเทศไทย ผู้วางแผนก่อความไม่สงบ วางแผนอย่างแยบยลลึกซึ้งที่จะ ก่อให้เกิดความเกลียดชังและสงครามระหว่างเชื้อชาติ ล่อให้ รัฐบาลหลงกลเข้าปราบปรามด้วยความรุนแรง เพื่อโหมกระแส ความเกลียดชังไปสู่โลกอิสลามทั้งโลก ถ้าสังคมไทยไม่เข้าใจไป ตกหลุมที่เขาดักล่อ จะเกิดสงครามระหว่างเชื้อชาติ ที่ก่อความสูญเสียทุกทาง และแก้ไขไม่ได้แม้ใน เวลาเป็นสิบ ๆ ปีหรือร้อยปี ดังที่เกิดขึ้นในแอฟริกาใต้ ในตะวันออกกลาง ในศรีลังกา ในพม่า เป็นต้น คนไทยทุกฝ่ายจึงควรมีความเป็นเอกภาพในความเข้าใจสถานการณ์ของความไม่สงบใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ และร่วมกันสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นให้จงได้ ๒. แนวคิดเรื่อง ภูมิคุ้มกัน ร่างกายของเราเป็นระบบที่ดีที่สุด ในร่างกายของเรามีเชื้อโรคและมีเซลล์มะเร็ง เกิดขึ้นทุกวัน แต่เราไม่เป็นโรคติดเชื้อและไม่เป็นมะเร็ง เพราะเรามีภูมิคุ้มกัน ภูมิคุ้มกันจะจำกัดหรือขจัดเชื้อโรคและเซลล์มะเร็ง แต่ถ้าภูมิคุ้มกันบกพร่อง เชื้อโรคและเซลล์มะเร็งจะลุกลาม ทำให้ป่วยและเสียชีวิต ดังในกรณีคนเป็นโรคเอดส์ สังคมก็เช่นเดียวกัน จะไปห้ามไม่ให้มีคนคิดร้ายไม่ได้ แต่ถ้าสังคมมีภูมิคุ้มกันก็ไม่เกิดเรื่องร้าย ถึงจะมีเชื้อโรคหรือเซลล์มะเร็งทางสังคม ถ้าสังคมมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เรื่องเล็กก็จะลุกลามเป็นเรื่อง ใหญ่ และตายทั้งสังคมได้ ความสมานฉันท์และความยุติธรรม คือ ภูมิคุ้มกันทางสังคม ๓. ความสมานฉันท์ เป็นทั้งวิธีการ และเป้าหมาย ในเรื่องยากๆ และสลับซับซ้อน ไม่มีใครคนใดคนหนึ่ง หรือฝ่ายใดฝ่าย หนึ่งจะแก้ปัญหาได้ ความรู้-รัก-สามัคคี หรือความร่วมมือกันระหว่างทุก ฝ่าย จะทำให้เกิดพลังสร้างสรรค์มหาศาลที่จะเอาชนะสิ่งยาก การรวมตัว ร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กร และในทุกเรื่อง จะทำให้แก้ไขปัญหาและสร้างความเจริญที่ แท้จริงได้ ความสมานฉันท์หรือการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำจึงเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหาที่ยากและ สลับซับซ้อน ๑ ในขณะเดียวกัน ความสมานฉันท์ยังเป็นเป้าหมายและผลของการพัฒนาอีกด้วย เพราะความสมานฉันท์หมายถึงความถูกต้องลงตัว ความบรรสานสอดคล้อง(harmony) ความสงบ สันติภาพ อันเป็นที่พึงปรารถนาของคนส่วนใหญ่ ฉะนั้น การที่รัฐบาลโดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ตัดสินใจใช้ยุทธศาสตร์สมานฉันท์ จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะไม่ใช่จะเหมาะกับการสร้างสันติสุขใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่ใช้ได้ทั้งประเทศที่เดียว ทั้งหมดเป็นตัวอย่างของกระบวนการนโยบายสาธารณะอย่างยิ่งยวด ## ปัจจัยแห่ง ความสมานฉันท์ ### ศักดิ์ศรี (๒) ทุกคนมีส่วนร่วมในการปกครองตนเอง (๓) สังคมมีความและสันติสุข ยุติธรรม (๔) มีความกรุณา รู้จักขอโทษ รู้จักให้อภัย ซึ่งขยายความพอสังเขปดังนี้ (๑) ทุกคนมีเกียรติและมีศักดิ์ศรี การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ก่อให้เกิดความรัก การอยากอยู่ร่วมกัน การรังเกียจเฉยฉ่นที่ดูถูกดูแคลนเพราะเชื้อชาติ ศาสนา สีผิว นำไปสู่การไม่อยากอยู่ร่วมกัน ความขัดแย้ง การอยากแยกประเทศ ความรุนแรงและสงคราม ประเทศไทยต้องการการปรับปรุงเรื่องนี้อีกมาก วิธีเรียนประวัติศาสตร์ของเราในอดีตก่อให้เกิดความเกลียดชังคนเชื้อชาติอื่น เรามักจะนึกว่าคนเชื้อชาติไทยเท่านั้นเป็นคนไทย แต่คนเชื้อชาติอื่นเป็นเจ้า เป็นลาว เป็นญวน เป็นแขก ประเทศที่มีสันติสุข เช่น สวิตเซอร์แลนด์มีการอยู่ร่วมกันระหว่างคนเชื้อชาติต่างกันไม่ว่าคนพูดภาษาเยอรมัน หรือฝรั่งเศส หรืออิตาเลียน ต่างมีความรู้สึกว่าเป็นคนสวิสสร่วมกัน หรืออย่างในอเมริกามีพลเมืองหลายเชื้อชาติมาก แต่ทุกคนเป็นคนอเมริกันหมด เราต้องนิยามความเป็นคนไทยใหม่ว่าหมายถึงคนสัญชาติไทย โดยไม่คำนึงเชื้อชาติ ศาสนาทุกคนเป็นคนไทยเหมือนกัน มีศักดิ์ศรีและมีคุณค่าแห่งความเป็นคนเหมือนกัน แล้วร่วมกันสร้างดินแดนแห่งนี้ให้เป็นดินแดนแห่งสันติสุข และความงดงาม (๒) ทุกคนมีส่วนร่วมในการปกครองตนเอง การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคน ตามที่กล่าวข้างต้น เป็นรากฐานความดีงามทั้งปวง เช่น ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม การพัฒนาอย่างมีศีลธรรม ฯลฯ มนุษย์ต้องสามารถปกครองตนเองได้จึงจะเกิดสันติสุข เช่น ครอบครัวของเราถ้าให้คนอื่นมาปกครองเห็นจะลำบาก หรือประเทศของเรา ถ้าให้คนชาติอื่นมาปกครองไม่ว่าเขาจะดีหรือเก่งเพียงใด ก็เห็นจะลำบาก เพราะไม่มีทางทำให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและความต้องการของเราได้ ไม่ต้องพูดถึงคอรัปชั่นและความฉ้อฉลของผู้มีอำนาจปกครอง ในทำนองเดียวกัน ชุมชนท้องถิ่นต่างๆ มีความหลากหลายสุดประมาณ ไม่มีทางที่การปกครองโดยรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางจะทำให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและความต้องการของชุมชนท้องถิ่นได้ ไม่ต้องพูดถึงคอรัปชั่นและความฉ้อฉลซึ่งมากับอำนาจเสมอ การปกครองรวมศูนย์อำนาจจึงนำมาซึ่งความขัดข้อง ความขัดแย้ง และความไร้ประสิทธิภาพ ๒ ไม่มีประเทศไหนเจริญได้ถ้าไม่กระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่น สหรัฐอเมริกาเป็น "สหรัฐ" มาตั้งแต่ตั้งประเทศจึงแข็งแรงโดยรวดเร็ว สวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเป็นประเทศเล็กกว่าเราก็แบ่งการปกครองเป็นหลายแคนตอน เยอรมนีแบ่งออกเป็นหลายแคว้น มาเลเซียมีหลายรัฐและมีสุลต่านและมุม มนตรีของแต่ละรัฐด้วยซ้ำ ทั้งหมดก็มีประเทศเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เราต้องออกจากมายาคติที่ว่า ประเทศไทยเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แล้วกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่นไม่ได้ คิดอย่างนั้นขัด รัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ำ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๗๘ บัญญัติว่า "รัฐต้อง กระจายอำนาจให้ท้องถิ่นพึ่งตนเองและตัดสินใจในกิจการท้องถิ่นได้เอง ............ รวมทั้งพัฒนาจังหวัดที่มี ความพร้อมให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ โดยคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนใน จังหวัดนั้น" กรุงเทพมหานครยังเลือกตั้งผู้ว่าราชการของตัวเอง ในอนาคต "เชียงใหม่มหานคร" "นครราชสีมา มหานคร" "อุบลราชธานีมหานคร" "ปัตตานีมหานคร" จะเลือกผู้ว่าราชการของตัวเองบ้างได้ไหม หรือจะเรียก กลุ่มจังหวัดว่ามณฑลแบบของเก่าก็ได้ เราต้องจำไว้อย่างหนึ่งว่า ที่ใดมีการรวมศูนย์อำนาจ ที่นั่นอยากแยกตัว ที่ใดมีการ กระจายอำนาจ ที่นั่นอยากอยู่ร่วม ขณะนี้ชุมชนหลายแห่งในประเทศไทย ทำการวิจัยเรื่องของตนเองและทำแผนแม่บท ชุมชน มีการขับเคลื่อนแผนพัฒนาที่ตัวเองทำเองอย่างสอดคล้องกับวัฒนธรรมชุมชน เกิดความอยู่เย็น เป็นสุข ตำบลไม้เรียง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ลุงยงค์แมกไซไซเป็นผู้นำ เป็นต้นแบบของการทำ แผนแม่บทชุมชน ควรสนับสนุนให้ชุมชนทุกตำบลใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้สามารถทำวิจัยเรื่อง ของตนเอง ทำแผนแม่บทชุมชน และขับเคลื่อนแผนพัฒนาชุมชนด้วยตนเอง นำไปสู่การพัฒนาอย่าง บูรณาการที่สอดคล้องกับวัฒนธรรม เกิดความสมานฉันท์และร่มเย็นเป็นสุขเต็มพื้นที่ (๓) สังคมมีความยุติธรรม ถ้าชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง และมีการปกครองตนเอง ความยุติธรรมก็ เกิดง่ายขึ้น แต่ก็ยังมีโครงสร้างบางอย่างที่ก่อให้เกิดความอยุติธรรม เกินความสามารถของชุมชนท้องถิ่นที่ จะจัดการได้ รัฐต้องตั้งเป็นวาระแห่งชาติที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เกิดความยุติธรรม เมื่อสังคมมีความ ยุติธรรม ใครๆ ก็อยากที่จะอยู่ร่วมกัน (๔) มีความกรุณารู้จักขอโทษ รู้จักให้อภัย สังคมจะมีแต่การแข่งขันต่อสู้กันแบบตาต่อตาฟัน ต่อฟันเท่านั้นไม่ได้ เพราะจะเกิดความร้าวฉานและรุนแรงและจะเก็บความเจ็บปวดเจ็บแค้นพยาบาทกันชั่ว ลูกชั่วหลานไม่ได้ เพราะจะไม่เกิดความสงบสุข ในความเป็นมนุษย์ต้องมีความกรุณา รู้จักขอโทษ รู้จักให้ อภัย จึงจะอยู่ร่วมกันด้วยความสุขได้ ในสังคมใดๆ รัฐอาจจะทำผิดพลาดและรุนแรงกับคนบางคน บางกลุ่ม บางคนเผ่า จึงมีธรรมเนียมว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งที่มีอำนาจ เช่น ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี พระสันตปาปา จะเป็นผู้กล่าวคำขอโทษในสิ่งที่ตนเองไม่ได้ทำ แต่สถาบันที่ตนดำรงตำแหน่งสืบแทนเป็นผู้ทำ เช่น คลินตัน เมื่อดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ในนามของรัฐบาล กล่าวคำขอโทษประชาชนในสิ่งที่รัฐบาลก่อน หน้านั้นทำผิดพลาดไว้ หรือพระสันตปาปา จอห์น-พอลที่ ๒ ที่เพิ่งล่วงลับไป ได้กล่าวคำขอโทษต่อองค์กร เผ่าพันธุ์ต่างๆ ที่คริสตจักรเคยทำผิดพลาดไว้ในอดีต เมื่อมีการกล่าวคำขอโทษ และมีการให้อภัย จะลบ ล้างแผลในจิตใจที่ค้างคาอยู่ให้จางหายไป แล้วกลับมาสมานฉันท์กันได้ ๓ ความรุนแรงในภาคใต้ได้ก่อให้เกิดบาดแผลทางจิตใจอย่างลึกและยากที่จะลบออกด้วยการฝังกลบหรืออธิบายด้วยเหตุผลใด ๆ รัฐบาลควรจัดพิธีอโสดิกรรมแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีควรเป็นผู้นำในนามของรัฐบาล กล่าวคำขอขมาลาโทษ หากรัฐตั้งแต่ในอดีตนปัจจุบันได้ทำการใด ๆ ที่เป็นการล่วงเกินประชาชน ทุกคนทุกฝ่ายที่ร่วมพิธีกรรมรำลึกถึงว่าตนอาจเคยล่วงเกินซึ่งและกันอย่างไรบ้าง กล่าวคำขอขมาลาโทษต่อกันและกัน และมีการกล่าวคำให้อภัยต่อกันและกัน มหาอภัยธรรมจะชำระล้างความหมักหมมทางจิตใจออกไป เพื่อให้คนไทยทั้งปวงมีความสมานฉันท์ เกิดพลังแผ่นดินในการเยียวยาโรคพยาธิทางสังคม ให้สามารถพัฒนาไปสู่สันติสุขได้ ปัจจัยทั้ง ๔ เหล่านี้ ถ้าก่อให้เกิดขึ้น จะนำไปสู่ความสมานฉันท์และสันติสุข ๕. แนวทางการ ตามหลักการดังกล่าวมาทั้งหมดข้างต้น อาจมีแนวทางการดำเนินการดำเนินการ ๑๐ ประการ (๑) เยียวยาผู้สูญเสียทุกฝ่ายอย่างทั่วถึง ฉับไว และมีน้ำใจ ปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมคุมขังในกรณีก่อความไม่สงบหากไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าประกอบอาชญากรรม พิจารณาออกกฎหมาย นิรโทษกรรมแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสมานฉันท์ เปิดเผยเอกสารสอบสวนกรณีกรีอเซะและตากใบ ตั้งคณะกรรมการอิสระติดตามผู้สูญหาย (๒) จัดทำเอกสารหลักของยุทธศาสตร์สมานฉันท์และความยุติธรรม เผยแพร่อย่างกว้างขวางให้ประชาชนและทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมให้ข้อเสนอแนะ รัฐบาลควรขอให้สื่อมวลชนของรัฐและเอกชนเผยแพร่และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในยุทธศาสตร์สมานฉันท์และความยุติธรรมอย่างกว้างขวาง (๓) ยกร่างคำสั่งนายกรัฐมนตรีเรื่องยุทธศาสตร์สมานฉันท์และความยุติธรรมเพื่อให้เป็นระเบียบวาระแห่งชาติ (๔) ซักซ้อมทำความเข้าใจกับข้าราชการที่ปฏิบัติงานหรือจะไปปฏิบัติงานใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในยุทธศาสตร์สมานฉันท์และความยุติธรรม รวมทั้งพัฒนาทักษะสันติวิธี (๕) จัดพิธีอโหสิกรรมแห่งชาติ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำทุกฝ่ายในการกล่าวคำขอขมาลาโทษ หากมีการล่วงล้ำกำกับกัน และมีการให้อภัย (๖) จัดการประชุมสมัชชาแห่งชาติ เพื่อนิยามความเป็นไทยว่าหมายถึงคนสัญชาติไทย ไม่ว่าจะมีเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ หรือศาสนาใด และจุดประกายเรื่องการเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนไทยคนอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อรวมความรู้สึกของคนไทยทั้งมวลในการสร้างดินแดนแห่งนี้ให้มีสันติสุขและความงดงาม (๗) ส่งเสริมความร่วมมือของทุกฝ่ายในพื้นที่ในการคลี่คลายปัญหา และส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายสมานฉันท์และสันติวิธีขยายตัวเต็มพื้นที่ (๘) ส่งเสริมการรวมตัวของคนในชุมชนทุกตำบล ทำการวิจัยเรื่องของตนเอง นำผลมาทำแผนแม่บทชุมชน ซึ่งเป็นแผนการพัฒนาอย่างบูรณาการอันสอดคล้องกับวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่น และขับเคลื่อนการพัฒนาไปสู่ความอยู่เย็นเป็นสุขเต็มพื้นที่ ๔ (๙) ทบทวนและเสริมสร้างให้เกิดความยุติธรรมเต็มพื้นที่ ควรเชื้อเชิญผู้พิพากษา อัยการ และ ทนายความ ทั้งหมดใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการปฏิรูป ระบบความยุติธรรม (๑๐) จัดให้มีการปรึกษาหารือกันอย่างจริงจังถึงการกระจายอำนาจการปกครองไปสู่ท้องถิ่น ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หากเป็นการสมควรส่งเสริมให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ "ปัตตานีมหานคร" ทำนองเดียวกับกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ โดยรวมปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส หรือจะเรียกเป็นมณฑลตามของเก่าก็ได้ ซึ่งจะทำให้เงื่อนไขการแบ่งแยกดินแดน ลดลงทันที ที่นำเสนอนี้ในนามส่วนตัวไม่ใช่เอกสารของคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ เพื่อให้ฝ่ายต่าง ๆ และสาธารณะใช้ประกอบการพิจารณาตามสมควร ขอให้เพื่อคนไทยร่วมกันฝ่าฟันเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ สร้างดินแดนแห่งนี้ของเราให้มีสันติสุข และความงดงาม ๕ PQET ยุทธศาสตร์สมานฉันท์และ ความยุติธรรม เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันเต็มพื้นที่ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2005
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• ยุทธศาสตร์
• กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2005
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้