hotel_class เนื้อหาคัดสรร

ดูเพิ่มเติม

auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

องค์กรชุมชนกับกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนหัวใจของการพัฒนา

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงแนวความคิดการพัฒนาแบบยั่งยืน โดยหัวใจของ่ความยั่งยืนของสังคมชนบทมี 3 ประการ คือ องค์กรชุมชน ความรู้ และกระบวนการเรียนรู้ของประชาชน พร้อมให้ข้อเสนอแนะรัฐบาลในการสนับสนุนและส่งเสริมองค์กรชุมชน และกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนอย่างยั่งยืน

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

องค์กรชุมชน กับกระบวนการเรียนรู้ฯ เมษายน ๒๕๓๔ # องค์กรชุมชน กับกระบวนการเรียนรู้ของประชาชน หัวใจของการพัฒนา จากหนังสือ; "รวมบทความวิชาการพัฒนาสังคม;;แนวความคิดและปฏิบัติ" ในวโรกาสเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เจริญพระชนมายุ ๓ รอบนักษัตร เมษายน ๒๕๓๔ การพัฒนาของประเทศต่าง ๆ จำนวนมากรวมทั้งประเทศไทยด้วยเป็นการ พัฒนาแบบไม่ยั่งยืน (unsustainable development) เพราะเน้นที่การ พัฒนาเศรษฐกิจระดับมหภาคเป็นสิ่งสำคัญ ทำให้มีการทำลายสิ่งแวดล้อม สูง ขาดการพัฒนามนุษย์ ครอบครัว และสังคม เป็นเหตุให้สังคมชนบท ล่มสลาย และเกิดปัญหาสังคมต่าง ๆ ตามมา เช่น การอพยพเข้าเมือง อาชญากรรม โสเภณี การละเมิดสิทธิเด็ก และอุบัติภัยต่าง ๆ ขณะนี้ทั่วโลกมีการพูดถึงและแสวงหาแนวความคิดเกี่ยวกับการ พัฒนาแบบยั่งยืนกันมาก นักวิชาการ นักการเมือง ตลอดจนนักพัฒนา ควรศึกษาและพัฒนาแนวความคิดการพัฒนาแบบยั่งยืน ซึ่งคงจะต้อง คำนึงถึง * ความยั่งยืนของเศรษฐกิจ * ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม * ความยั่งยืนของสังคม อย่างสอดประสานซึ่งกันและกัน โดยไม่พัฒนาเฉพาะเรื่องใดเรื่อง หนึ่ง โดยไม่คำนึงถึงอีกสองเรื่อง เช่น ๑ องค์กรชุมชน กับกระบวนการเรียนรู้ฯ เมษายน ๒๕๓๔ พัฒนาเศรษฐกิจอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม ดังที่ทำกันมา ๓๐ ปีเศษในประเทศนี้ หรือคำนึงถึงแต่สิ่งแวดล้อมโดยไม่คำนึงถึงสังคม ดังในเรื่องพระราช-บัญญัติป่าสงวน ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งเรื้อรังมาจนกระทั่งทุกวันนี้ เพราะมีประชาชนอาศัยอยู่ในเขตที่เรียกว่าป่าสงวนถึง ๑๐ ล้านคน จนถึงกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสว่า "กฎหมายบุกรุกบุคคล" หรืออย่างที่บางประเทศพยายามพัฒนาความเป็นธรรมทางสังคมโดยไม่พัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้เกิดสภาพ "ยากจนทัดเทียมกัน" อันนำไปสู่ปัญหาทางการเมืองและสังคมอีกต่อไป มนุษย์ปัจจุบันคุ้นเคยกับการพัฒนาแบบแยกส่วน เพราะเรียนมาอย่างนั้น และมีความรู้จำกัดเฉพาะเรื่อง เป็นการยากมากที่จะให้คิดอย่างเชื่อมโยงเป็นบูรณาการ แต่ก็เป็นเรื่องหนีไม่พ้นว่าในการพัฒนาแบบยั่งยืนนั้น จำเป็นต้องคิดอย่างบูรณาการ อาจเป็นความเจ็บปวดและยากเกินไปสำหรับนักวิชาการ ที่จะปรับจากการคิดแบบแยกส่วนมาเป็นคิดแบบบูรณาการ แต่ก็มีความจำเป็นเพราะ 'บูรณาการคือกุญแจของอนาคต' ถ้าทบทวนเอกสารให้มากก็จะเห็นว่าไม่ต้องเริ่มต้นที่ศูนย์ และต้องสามารถสรุปประเด็นที่เป็นหัวใจของเรื่องต่าง ๆ ให้ได้ ดังที่ Noman Uphoff แห่งมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ กล่าวว่า "ความยั่งยืนของสังคมในประเทศโลกที่สามขึ้นกับความยั่งยืนของสังคมชนบท" หากการพัฒนาทำแบบที่ทำให้สังคมชนบทล่มสลาย ย่อมนำไปสู่ความไม่ยั่งยืนของสังคมทั้งหมด และเป็นการพัฒนาแบบไม่ยั่งยืน แม้การพัฒนาชนบทจะมีหลายองค์ประกอบ แต่องค์ประกอบที่เป็นหัวใจของความยั่งยืนของสังคมชนบทมี ๓ ประการคือ ๑. องค์กรชุมชน ๒ องค์กรชุมชน กับกระบวนการเรียนรู้ฯ เมษายน ๒๕๓๔ ๒. ความรู้ ๓. กระบวนการเรียนรู้ของประชาชน ในการพัฒนาชนบทยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ อีก แต่ถ้าไม่ทำ ๓ องค์ประกอบหลักข้างบนนี้ ถึงจะพัฒนาในข้ออื่น ๆ เท่าใด การพัฒนาชนบท ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จะขอขยายความองค์ประกอบหลักดังต่อไปนี้ ๑. องค์กรชุมชน หากทหารออกรบแบบตัวใครตัวมันโดยไม่มีการจัดองค์กร จะแพ้ทุกครั้ง ในขณะที่อาชีพต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการทหาร พลเรือน หรือ ธุรกิจ ต่างมีองค์กรหรือมีสถาบันของตนเอง อันทำให้มีศักยภาพและความต่อเนื่องยั่งยืน ชาวบ้านต้องต่อสู้กับความยากจนและปัญหาที่ยากแค้นแสนสาหัสอื่น ๆ โดยปราศจากองค์กรรองรับ จึงไม่สามารถเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ได้ องค์กรชุมชน หมายถึงองค์กรที่ชาวบ้านก่อตั้งขึ้นเอง ไม่ใช่องค์กรที่ทางราชการไปจัดตั้งให้ การมีองค์กรชุมชนของชาวบ้าน ทำให้มีการบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง โดยชาวบ้าน เพื่อชาวบ้าน ทำให้สามารถพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและอื่น ๆ รวมทั้งทำให้เผชิญภาวะวิกฤติได้ดีขึ้น ดังในกรณีน้ำท่วมที่นครศรีธรรมราช บ้านคีรีวงซึ่งมีองค์กรชุมชนที่เข้มแข็ง ฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่าพิปูนและกระทุ่มซึ่งไม่มีองค์กรชุมชน การมีองค์กรชุมชนคือประชาธิปไตยในระดับ "รากหญ้า" อันเป็นประชาธิปไตยที่ใกล้ตัวชาวบ้านที่สุด หากมีการส่งเสริมให้มีองค์กรชุมชน และมีการรับรองความเป็นนิติ-บุคคลขององค์กรชุมชน ไม่เพียงแต่จะทำให้แก้ปัญหาความยากจนได้โดย ๓ องค์กรชุมชน กับกระบวนการเรียนรู้ฯ เมษายน ๒๕๓๔ รวดเร็วเท่านั้น แต่ประชาธิปไตยในระดับ "รากหญ้า" จะส่งผลกระทบ ต่อ คุณภาพของประชาธิปไตยในระดับบนด้วย ในสังคมปัจจุบันและอนาคตซึ่งมีความหลากหลาย ประชาชนได้รับ ข้อมูลข่าวสาร และมีบทบาทในด้านต่าง ๆ มากขึ้น ระบบรวมศูนย์อำนาจใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ คอม- มิวนิสต์ หรือเผด็จการทหาร ย่อมก่อให้เกิดความขัดแย้งและความรุนแรง ทั้งสิ้น ประเทศไทยยังรวมศูนย์อำนาจอยู่ที่ส่วนกลาง ในระบบเช่นนี้รัฐบาล จะบริหารได้ลำบาก และจะประสบภาวะวิกฤติเรื่อยไปทุกรัฐบาล ตราบใด ที่ยังไม่กระจายอำนาจไปสู่สถาบันท้องถิ่นอย่างทั่วถึง องค์กรชุมชนเป็นสถาบันท้องถิ่นอย่างหนึ่งซึ่งควรรีบส่งเสริมให้เกิด ขึ้น และควรมีการศึกษาเรื่องสถาบันท้องถิ่นกันให้มาก แล้วกระจายความ รู้นี้ออกไปให้กว้างขวาง รัฐบาลควรออกกฎหมายรับรองความเป็นนิติบุคคลขององค์กร ชุมชน ซึ่งทำได้ไม่ยาก เมื่อชาวบ้านรวมตัวกันเป็นองค์กรชัดเจน และมา ขอจดทะเบียน ให้ทางราชการรับขึ้นทะเบียน ไม่ว่าองค์กรนั้นจะเล็กหรือ ใหญ่ ในทำนองเดียวกับการจดทะเบียนพรรคการเมือง เมื่อองค์กรชุมชนเป็นนิติบุคคล ย่อมสามารถทำนิติกรรม และดำเนิน การอย่างต่อเนื่องได้ รัฐอาจสนับสนุนองค์กรชุมชนได้หลายอย่างด้วยกัน เช่น ให้เช่าที่ใน ราคาไร่ละ ๑๐ บาท (อย่างที่ให้บริษัทเช่า) เพื่อปลูกป่าชุมชนและทำเกษตร ผสมผสาน จะทำให้ได้ป่าคืนมาพร้อม ๆ กับชาวบ้านมีอาชีพ และ อยู่ร่วม กับป่าได้ รัฐควรให้องค์กรชุมชนยืมเงินจากกองทุนพัฒนาการเกษตร และจัด ส่วนแบ่งภาษีอากรอย่างเป็นธรรม ให้องค์กรชุมชนนำไปใช้ดำเนินกิจกรรม ของชุมชน ๔ องค์กรชุมชน กับกระบวนการเรียนรู้ฯ เมษายน ๒๕๓๔ ถ้าได้ทำตามนี้สังคมชนบทจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และมีความยั่งยืน ถ้าไม่ทำวิธีนี้คงจะกระจายรายได้ไม่สำเร็จ และพัฒนาชนบทไม่ได้ผล ## ๒. ความรู้ ความรู้ หมายถึงความรู้เกี่ยวกับชุมชนชนบท เช่น ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ พืชพันธุ์ สัตว์ในท้องถิ่น การอาชีพ วัฒนธรรม การใช้เทคโนโลยี ปัญหา และการแก้ปัญหา ขณะนี้ระบบการศึกษาทุก ๆ ระดับ ตั้งแต่ประถมศึกษาจนถึงมหา- วิทยาลัย เกือบจะไม่ได้ศึกษาให้เกิดความรู้จริงเกี่ยวกับชนบทเลย จึงไม่มี พลังในการแก้ปัญหา ### ความรู้จริงคือพลัง การท่องเที่ยวในหนังสือ โดยปราศจากการศึกษาสภาพของจริง ไม่ ทำให้เกิดความรู้จริง ความรู้เรื่องเกี่ยวกับชนบทจึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของความ ยั่งยืนของสังคมชนบท ระบบการศึกษาทั้งหมดควรจะเข้ามาสร้างความรู้จริงเกี่ยวกับชนบท ## ๓. กระบวนการเรียนรู้ของประชาชน ต้องแยกกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนออกเป็นคนละเรื่องกับ ความรู้ที่กล่าวถึงในข้อ ๒ เพราะถึงแม้จะมีความรู้เกี่ยวกับชนบท แต่ถ้า ปราศจากกระบวนการเรียนรู้ของประชาชน ก็ยังไม่เกิดการพัฒนาขึ้น เปรียบประดุจดังที่มีองค์ความรู้อยู่ในพระไตรปิฎก ถ้าพุทธบริษัทไม่ เรียนรู้ ก็ไม่บรรลุธรรม หรือมีการพัฒนา กระบวนการเรียนรู้ในที่นี้ ไม่ได้แปลว่าให้ชาวบ้านไปท่องหนังสือ หรือ ให้มีใครไปสอนความรู้สำเร็จรูป เพราะปัญหาของชาวบ้านยากเกินกว่าที่ การท่องหนังสือหรือการรับความรู้สำเร็จรูปจะแก้ปัญหาได้ ดังนั้น การท่อง หนังสือคงจะแก้ความยากจนไม่ได้ ๕ # องค์กรชุมชน กับกระบวนการเรียนรู้ฯ เมษายน ๒๕๓๔ กระบวนการเรียนรู้ต้องเป็นการศึกษาที่ทรงพลังมากกว่านั้น อันได้แก่ - การวิเคราะห์ปัญหา - การวินิจฉัยปัญหา - การวิเคราะห์ทางเลือก - การตัดสินใจทางเลือกที่ถูกต้อง มีตัวอย่างมาแล้วทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ทั้งในชนบท และในเมือง ว่าเมื่อชาวบ้านรวมตัวกันเป็นองค์กร และทำการวิเคราะห์ ปัญหา และวิเคราะห์ทางเลือก ทำให้ชาวบ้านสามารถแก้ปัญหาความยาก- จนได้โดยรวดเร็ว และทำให้สามารถปรับตัวได้อย่างต่อเนื่องต่อความ เปลี่ยนแปลงที่จะเกิดตามมา ราคา การตลาด เทคโนโลยี ล้วนเปลี่ยนแปลง แต่ถึงจะเปลี่ยนไป อย่างไร ความเปลี่ยนแปลงนั้นก็จะเป็นตัวแปรที่ถูกนำมาวิเคราะห์ ที่ทำให้ ชาวบ้านวินิจฉัยปัญหา และตัดสินใจอย่างปรับตัวไปได้เรื่อย ๆ การยึดเยียดความรู้สำเร็จรูป แม้หากจะช่วยชาวบ้านได้บ้างในระยะ แรกก็จะเป็นการชั่วคราว เพราะเมื่อสิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนไป ความรู้สำเร็จรูปจะ ใช้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะฉะนั้นกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องคือการ พัฒนา หาใช่ความรู้สำเร็จรูปตายตัวซึ่งนำไปสู่ปลายดันไม่ การมีองค์กรในข้อ ๑ และการมีองค์ความรู้ในข้อ ๒ ช่วยให้กระ- บวนการเรียนรู้ที่กล่าวถึงในข้อ ๓ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การพัฒนาชนบทเป็นเรื่องยาก จึงล้มเหลวกันมาทั่วโลก และเป็นเรื่อง ที่ไม่อาจทำสำเร็จได้ด้วยอารมณ์ แม้มีอารมณ์อยากช่วยเหลือ แต่ขาดความ เข้าใจ หรือต่อให้ยกกองทัพลงไปทั้งกองทัพ หรือยกมหาวิทยาลัยลงไปทั้ง มหาวิทยาลัย ก็แก้ปัญหาชนบทไม่สำเร็จ เพราะจะถูกความยากของปัญหา ชนบทกลืนกินไปจนเกิดสภาพจิตสลายไปตาม ๆ กัน ๖ องค์กรชุมชน กับกระบวนการเรียนรู้ฯ เมษายน ๒๕๓๔ บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพ- รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุ ครบ ๓ รอบนักษัตร เมื่อวันที่ ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๓๔ ขอให้คุณงามความดีและความรักความศรัทธาที่คนทั้งหลายมีใน พระองค์ท่าน จงก่อให้เกิดความบันดาลใจแก่ผู้เกี่ยวข้อง ให้ทำความเข้าใจ องค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาชนบท ถ้าเข้าใจแล้วการพัฒนาชนบทก็จะเป็นผลสำเร็จโดยไม่ยาก อันจะส่ง ผลให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจ จิตใจ การเมือง สังคม วัฒนธรรมและสิ่ง แวดล้อม อย่างได้สมดุล และเกิดศานติสุข **ข้อเสนอแนะ** ๑. รัฐบาลควรสั่งให้หน่วยราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ชนบท ปรับเปลี่ยนวิธีทำงานจากเดิม ไปเป็นส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิด มีองค์กรชุมชน และกระบวนการเรียนรู้ของประชาชน ให้มีการปรับวิธีการ งบประมาณให้สอดคล้องกับการทำงานใหม่ ๒. รัฐบาลควรจัดให้มีการจดทะเบียนรับรองความเป็นนิติบุคคลของ องค์กรชุมชนตามความพร้อม ให้องค์กรชุมชนเช่าที่ดินจากรัฐ ตลอดจน ให้ยืมเงินลงทุน และจัดสรรส่วนแบ่งจากภาษีอากรอย่างเป็นธรรม เพื่อไป ดำเนินกิจการของชุมชน ๓. รัฐบาลควรจัดระบบการศึกษาทุกระดับศึกษา ให้เกิดความรู้จริง ในเรื่องของชุมชนท้องถิ่น และให้โรงเรียนประถมศึกษาที่อยู่ในท้องถิ่นที่ ยากจนปรับตัวเป็นโรงเรียนชุมชน โดยทำหน้าที่ ๓ อย่างคือ (๑) ศึกษาให้เข้าใจชุมชน (๒) เป็นศูนย์ข้อมูลข่าวสารเพื่อพัฒนาชุมชน และ (๓) จัดการเรียนรู้ทุกรูปแบบเพื่อพัฒนาชุมชน ๗ องค์กรชุมชน กับกระบวนการเรียนรู้ฯ เมษายน ๒๕๓๔ ๔. รัฐบาลควรส่งเสริมและสนับสนุนให้สื่อมวลชนนำเรื่องของชนบทมาเผยแพร่ให้มาก ๕. รัฐบาลควรส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO = Non Government Organization) ให้เข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรชุมชนและกระบวนการเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งประสานงานกับทางราชการและภาคธุรกิจเอกชน ตลอดจนจัดงบประมาณอุดหนุนองค์กรพัฒนาเอกชน ๖. ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเอกชนเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนองค์กรชุมชน และกระบวนการเรียนรู้ของประชาชน ๗. ผู้นำชุมชน องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ ข้าราชการ และนักธุรกิจ ที่หวังดีต่อประเทศ ควรวรรมตัวกันศึกษาและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง สรรค์สร้างวัฒนธรรมใหม่แห่งการรวมตัวกันทำงาน เพื่อสังคม ถ้าได้ทำดังกล่าวข้างต้นบ้านเมืองจะมีความเจริญ เกิดความสงบเรียบร้อยที่แท้จริง ศานติสุขพึงมีแก่มนุษย์และสรรพสิ่งทั้งหลาย ๘ PGET องค์กรชุมชนกับกระบวนการ เรียนรู้ของประชาชนหัวใจของ การพัฒนา ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 1993

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
17% Match
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
15% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
14% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• องค์กรชุมชน

• การพัฒนาชุมชน

• การพัฒนาแบบยั่งยืน

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 1993

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้