auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ถอดสลักการเมืองไทย ทหารกับประชาธิปไตย

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เนื้อหาในเอกสารเป็นการปาฐกถาถึงเหตุการณ์การเมือง ที่มีการรัฐประหารเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 และวิธีการแก้ปัญหาด้วยการสร้างระบบประชาธิปไตยที่ให้สิทธิประชาชน และแนวทางการดำเนินงาน รสช. (คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ)

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# ถอดสลักการเมืองไทย ทหารกับประชาธิปไตย โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี บทความนี้นำเสนอในการอภิปรายทั่วไป จัดโดย สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๔ ณ ห้องประชุมเอ.ที. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สารบัญ ปฐมกถา ภายนอกสดใส-ภายในไม่ดี ภายนอกหม่นหมอง ความสงบเรียบร้อยภายใน กระแสใหญ่ในโลก ประชาธิปไตยต้องเป็นสัจจะ หรือการเมืองน้ำเน่าจะหวนกลับ จุดวิกฤต ความสำคัญของกองทัพที่มีศักดิ์ศรี รสช.จะถอนตัววิธีการอย่างไร ปัจฉิมกถา # ๑ ปฐมกถา เมื่อมีปัญหาหรือความขัดแย้ง มนุษย์พยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีต่างๆ เช่น ถกเถียงหาเหตุผลว่าใครผิดใครถูก เจราจาต่อรอง ประท้วง ต่อต้าน สิ่งที่ดูเหมือนจะขาดไปและทำได้ยากคือ การใช้ความรัก ความเมตตาแบบพี่น้องลูกหลาน ในสังคมมีปัญหาที่แก้ไขได้ยากเป็นอันมาก ความเกลียด ความกลัว ความเป็นปฏิปักษ์ มีส่วนทำให้การแก้ปัญหายากลำบากมากขึ้น หรือทำให้ปัญหาขยายตัว ถลำเข้าไปสู่ความเลวร้ายมากขึ้น ในครอบครัวนั้นใช่ว่าพ่อแม่ลูกจะทำอะไรถูกใจหรือถูกต้องกันไปเสียทั้งหมดแต่การดำรงความเป็นครอบครัวอยู่ได้อาศัยความรักความเมตตาแบบพี่น้องลูกหลาน สังคมเป็นครอบครัวใหญ่ ความไม่ถูกใจความไม่ถูกต้องย่อมมีมาก แต่ความรัก ความเมตตาแบบพี่น้องลูกหลานมีน้อย ในเรื่องต่อไปนี้จะเสนอวิธีแก้ปัญหาโดยพยาบาลใช้ความรัก ความเมตตาเข้ามาเป็นพื้นฐาน เหตุการณ์ทางการเมืองและการทหาร ได้ดำเนินมาถึงจุดที่ถักทองโยงใยเข้าไปสู่การเกิดความเสียหายแก่บุคคลและสถาบันที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นทุกทีอย่างไม่มีทางหลุด ประดุจชิ้นส่วนต่างๆ มาสอดสลักกันเข้าเป็นลูกระเบิดเวลาทางสังคมที่รอเวลาระเบิดและเกิดสภาวะวิกฤต บทความนี้นำเสนอวิธีถอดสลักการเมืองว่าด้วยเรื่องทหารกับประชาธิปไตย # ๒ ภายนอกสดใส-ภายในไม่ดี ก่อนการยึดอำนาจเมื่อ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ ภาพพจน์ของประเทศ ไทยต่อโลกภายนอกเป็นภาพพจน์ที่สดใส คือเป็นประเทศประชาธิปไตย มี ความเจริญก้าวหน้าทันสมัย เศรษฐกิจเติบโต ได้รับการยกย่องสรรเสริญทั่วไป แต่ภายในไม่ค่อยดี มีทุจริตคอร์รัปชั่นสูง มีการทุ่มซื้อเสียงเพื่อการเป็น ผู้แทนราษฎร มีการแย่งชิงกันเป็นรัฐมนตรี มีการใช้เงินในทางที่ไม่สมควร ในทางการเมือง จนเรียกกันว่าเป็นระบบธนาธิปไตย และมีการเรียกการเมือง แบบนี้ว่าเป็นการเมืองน้ำเน่าเป็นที่เอื้อมระอาแก่ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง และเป็น เงื่อนไขให้การยึดอำนาจเมื่อ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ สำเร็จโดยง่าย จริงอยู่การทำรัฐประหารมีสาเหตุอื่น แต่ความไม่ถูกต้องทางการเมือง เป็นเงื่อนไขสำคัญที่ทำให้เกิดรัฐประหาร ในระบอบประชาธิปไตย พรรคการเมืองจะต้องมีฐานอยู่ในประชาชน อย่างกว้างขวาง ละทำเพื่อประชาชน ประชาชนจะเป็นเกราะคุ้มกันไม่ให้มี รัฐประหาร หรือไม่มีใครคิดจะทำรัฐประหาร แต่พรรคการเมืองของเรายังเป็น กลุ่มผลประโยชน์แคบๆ ถึงเวลาเลือกตั้งก็ไปซื้อเสียงกัน โดยไม่สนใจที่จะสร้าง ความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับประชาชน จึงขาดภูมิคุ้มกันต่อการยึดอำนาจด้วย กำลังทหาร ที่พูดนี้ไม่ได้แปลว่าเราไม่มีนักการเมืองที่ดี แท้ที่จริงเรามีนักการเมืองที่ดี เพิ่มจำนวนมากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอ การสร้างการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยและ มีความถูกต้องดีงาม เป็นการป้องกันการยึดอำนาจจากทหารที่ดีที่สุด แม้ทหาร เองก็พูดเช่นนั้น # ๓ ภายนอกหม่นหมอง เมื่อเกิดรัฐประหารขึ้น ภาพพจน์ของประเทศไทยต่อโลกภายนอก เปลี่ยนไปทันที ลดฐานะไปเป็นประเทศแบบ "ซอหม่อง" ไม่ว่าคณะทหารผู้ยึด อำนาจจะพยายามประดิษฐ์คำมาเรียกตนเองว่า รสช. ผคณะรักษาความสงบ เรียบร้อยแห่งชาติ) หรืออะไร สื่อมวลชนต่างประเทศก็จะเรียกว่า Military Junta คำสองคำก็เรียกว่า Military Junta ประเทศที่ปกครองด้วย Military Junta เป็น ประเทศที่มีเกียรติภูมิต่ำ และเป็นที่รังเกียจของชาวโลกมากขึ้นทุกที เพราะ ประเทศเหล่านี้ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชน เศรษฐกิจย่ำแย่ มักนำไปสู่ การใช้กำลังรุนแรง และเกิดสงครามง่ายกว่าประเทศที่ปกครองด้วยระบอบ ประชาธิปไตย แม้กระทั่วบัดนี้ นายกรัฐมนตรีไทยไม่สามารถเดินทางไปเยือน สหรัฐอเมริกาและประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป เพราะเขารังเกียจว่าประเทศเรา ปกครองด้วยระบบเผด็จการ สหรัฐอเมริกานั้นถึงกับตราไว้เป็นกฎหมายเลยว่ารัฐบาลจะให้ความ ช่วยเหลือกับประเทศที่รัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้งไม่ได้ นี่ก็มีวุฒิสมาชิก เสนอให้รัฐบาลสหรัฐกดดันทางเศรษฐกิจแก่รัฐบาลซออหม่อง ในโลกปัจจุบันซึ่งมีความเป็นโลกสันนิวาส (globalization) หรือการติดต่อ เชื่อมโยงกันเป็นสังคมโลก ภาพพจน์และสถานภาพของประเทศต่อประชาคม โลกจะถือว่าไม่สำคัญไม่ได้ ภาพพจน์ที่ไม่ดีกระทบความรู้สึก เกียรติภูมิ และ ความสัมพันธ์ทั้งทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ จึงความจะหาทางออกจาก ภาพพจน์ประเทศเผด็จการโดยเร็ว # ๔ ความสงบเรียบร้อยภายใน เมื่อภาพพจน์ภายนอกเสียหายไปเช่นนั้น หากเราสามารถฟื้นฟูบูรณะกิจการภายในของเราให้ดีกว่าเดิมก็อาจจะพอทดแทนกันไปได้บ้าง คณะ รสช. ก็คงหวังจะให้เกิดความสงบเรียบร้อย จึงตั้งชื่อคณะของตนเช่นนั้น และคงจะหวังให้บ้านเมืองมีความสุขความเจริญ คงจะไม่มีคนไทยคนใดที่ไม่อยากเห็นประเทศของตนมีความสุขความเจริญ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จนั้นขึ้นกับเหตุปัจจัยตามหลักอิทัปปัจจยตา ความสงบเรียบร้อยคืออะไร ที่จริงคำว่า สงบเรียบร้อย มีความหมายลึกซึ้งหมายถึง ศานติ อิสรภาพ ศีลธรรม ปัญญา ความสุข หรือความถูกต้องการที่ระบบใดๆ จะดำเนินไปด้วยความสงบเรียบร้อย ส่วนประกอบต่างๆ จะต้องมีความถูกต้อง รถยนต์จะวิ่งไปได้สงบเรียบร้อย ส่วนประกอบของระบบรถยนต์จะต้องมีความถูกต้อง สังคมก็เป็นระบบที่มีองค์ประกอบต่างๆ มากมาย สังคมจะดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อย องค์ประกอบทั้งหมดจะต้องมีความถูกต้องกล่าวคือ ระบบการเมืองจะต้องมีความถูกต้อง พรรคการเมืองจะต้องมีความถูกต้อง กองทัพจะต้องมีความถูกต้อง ระบบราชการจะต้องมีความถูกต้อง สื่อมวลชนจะต้องมีความถูกต้อง ปัญญาชนจะต้องมีความถูกต้อง ประชาชนจะต้องมีความถูกต้อง ฯลฯ ถ้าปราศจากความถูกต้อง ความสงบเรียบร้อยหาเกิดขึ้นไม่ อำนาจของใครคนหนึ่งคนเดียวหรือพวกหนึ่งพวกเดียว ไม่สามารถสร้าง ความสงบเรียบร้อยขึ้นได้ ในสมัยที่พระมหากษัตริย์ทรงมีอำนาจสมบูรณ์ หากไม่ทรงมี ทศพิธราชธรรมบ้านเมืองเกิดอาเพศวุ่นวาย ทศพิธราชธรรม หมายถึง ความ ถูกต้อง ## ๕ กระแสใหญ่ในโลก ในสมัยปัจจุบันเมื่อสังคมมีความหลากหลาย ประชาชนมีการศึกษา และ มีบทบาทในเรื่องต่างๆ มากขึ้น อีกทั้งข้อมูลข่าวสารกระจายอย่างทั่วถึง สังคม ทั่วโลกได้ก้าวเข้าสู่กระแสใหญ่ของประชาธิปไตย และการกระจายอำนาจ การรวมศูนย์อำนาจไม่ว่าด้วยระบบใดๆ ย่อมก่อให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงและ ความเสื่อมสลาย ดังจะเห็นได้ว่าระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งรวมศูนย์ อำนาจอยู่ที่องค์พระมหากษัตริย์ ต้องยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนกันทั่วโลก ระบบ คอมมิวนิสต์ก็กำลังเสื่อมไป เพราะเป็นระบบที่มีการรวมศูนย์อำนาจสูง ระบบ เผด็จการทหารก็ต่างต้องยกเลิกเป็นทิวแถว เช่น ระบบปักจุงฮีในเกาหลี ระบบ มาร์คอสในฟิลิปปินส์ ระบบเผด็จการทหารในบังกลาเทศ ปากีสถาน ซิลี อาร์เจนตินา ฯลฯ ในระบอบประชาธิปไตยต้องรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และ มีการกระจายอำนาจไปสู่สถาบันท้องถิ่นโดยทั่วถึง เช่น รัฐ จังหวัด อำเภอ ตำบล และองค์กรชุมชน ประเทศที่มีการกระจายอำนาจไปทั่วถึงย่อมเกิดความสงบเรียบร้อยทาง การเมือง ประเทศสหรัฐอเมริกาได้เขียนและใช้รัฐธรรมนูญที่มีการกระจาย อำนาจมากกว่า 200 ปี รัฐธรรมนูญก็ยังใช้ได้ และประเทศมีความมั่นคงเข้มแข็ง ประเทศที่การกระจายอำนาจยังไม่ลงตัวย่อมเกิดความขัดแย้งรุนแรงและ สงคราม เช่น พม่า อินเดีย สหภาพโซเวียต ยูโกสลาเวีย ระบอบการเมืองของทุกประเทศ ไม่ช้าก็เร็ว จะต้องเคลื่อนตามกระแส ใหญ่ของโลก คือ กระแสประชาธิปไตย และการกระจายอำนาจ อะไรที่สวนกับ กระแสนี้จะไม่สามารถดำรงคงอยู่ได้นาน ความขัดแย้งปั่นป่วนจะเกิดขึ้น และ สังคมจะดิ้นรนไปสู่จุดสมดุลใหม่อันจะสงบลงด้วยการมีประชาธิปไตย และ การกระจายอำนาจ ธรรมชาติของมนุษย์ย่อมพอใจความเป็นอิสระ และไม่พอใจ ในระบบระบอบใดๆ ที่ปิดกั้นบีบคั้นเสรีภาพ นี้เป็นสัจธรรมอย่างหนึ่ง ## ๖ ### ประชาธิปไตยต้องเป็นสัจจะ ประชาธิปไตยต้องเป็นสัจจะหรือความจริง กล่าวคือ ประชาชนมีสิทธิขึ้น พื้นฐานและมีการกระจายอำนาจโดยทั่วถึง การเมืองน้ำเน่าหรือธนาธิปไตย ยัง ไม่ใช่ประชาธิปไตย ฉะนั้นจึงไม่ควรเบื่อหรือเอื้อมประชาธิปไตย แต่ควรใฝ่หา และสร้างสรรค์ประชาธิปไตย ต่อเมื่อมีประชาธิปไตยที่แท้จริงจึงจะเกิดความ สงบเรียบร้อย เจริญ และมั่นคง ประชาธิปไตยต้องมีการกระจายอำนาจไปสู่สถาบันท้องถิ่น ซึ่งรวมถึง องค์กรชุมชน หรือองค์กรประชาชนโดยทั่วถึง หากยังคงมีการรวมศูนย์อำนาจ ย่อมไม่มีรัฐบาลใดๆ สามารถบริหารจัดการให้เกิดความสงบเรียบร้อยได้ ความ ยากจนย่อมแก้ไขไม่ได้ การกระจายรายได้ไม่ใช่การพยายามกระจายเงินเฉยๆ แต่ต้องกระจายอำนาจ หากมีการกระจายอำนาจไปถึงองค์กรชุมชน ให้องค์กร ชุมชนมีบทบาทในการบริหารจัดการเรื่องของชุมชน ก็จะแก้ไขความยากจนได้ โดยรวดเร็ว และเกิดการพัฒนาแบบยั่งยืน ตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมาประชาธิปไตยล้มลุกคลุกคลาน ยังไม่มีการ กระจายอำนาจไปสู่ประชาชนตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นเหตุให้แก้ปัญหาความยากจนไม่ได้ เกิดช่องว่างใน สังคม เกิดความอืดอัดขัดข้อง และขัดแย้งด้วยประการต่างๆ สุขภาพจิตของผู้คน เสื่อมโทรมอันรวมเรียกว่าการพัฒนาที่ไม่ได้สมดุลหรือที่ไม่ยั่งยืน เมื่อไม่ยั่งยืน ก็ไม่มั่นคง การพัฒนาเศรษฐกิจจะพุ่งพรวดเป็นจรวดไปหาได้ไม่ จะถูกข้อจำกัดทาง การเมืองและทางสังคมดึงรั้งไว้ จำเป็นต้องมีพัฒนาการทางการเมือง และสังคม พร้อมกันไปด้วย ประชาธิปไตย และการกระจายอำนาจคือกุญแจไขไปสู่ความเจริญที่ แท้จริง ## ๗ หรือการเมืองน้ำเน่าจะหวลกลับ ในการยึดอำนาจเมื่อ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๔ คณะ รสช. ได้ประกาศ เจตจำนงที่จะสรรค์สร้างประชาธิปไตย มาบัดนี้ความหวังดังกล่าวดูจะปลาสไป การเมืองน้ำเน่าส่อเค้าว่าจะหวนกลับคืนมา นักการเมืองเริ่มเคลื่อนไหวเข้าสู่ขั้ว อำนาจและเงิน มีการจัดตั้งพรรคการเมืองที่แอบอิงกับอำนาจกองทัพ และใช้ เงินจำนวนมหึมากวาดต้อนนักการเมืองเข้าพรรค ซึ่งประกาศเจตจำนงที่ยะหนุน ผู้นำกองทัพเป็นนายกรัฐมนตรี ความไม่แน่ใจ ความสงสัยเคลือบแคลงว่า รสช. ต้องการจะสืบต่ออำนาจ ปกคลุมบรรยากาศทางการเมืองของไทย ความสงสัยเคลือบแคลงนี้ส่งผลกระทบบุคคลและสถาบันต่างๆ โดยรอบด้าน กล่าวคือ สงสัยว่าคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมืองจะเป็นเครื่องมือ ต้อนนักการเมืองไปเข้าพรรคที่สนับสนุน รสช. หรือทำลายนำการเมืองฝ่ายตรง ข้ามทำให้คนดีๆ อย่างพลเอกสิทธิ์ จิรโรจน์ พลอยต้องมัวหมองไปด้วย สงสัยว่าคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จะร่างตามโผหรือมีเจตนาจะร่างเพื่อ เปิดโอกาสให้ รสช. เข้ามาสวมอำนาจทางการเมือง สงสัยว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะเป็นสภาโผ ในที่สุดก็จะมีมติให้ เป็นไปในทางที่ได้ รสช. เข้ามาสวมอำนาจทางการเมือง เมื่อคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญร่างบทเฉพาะกาลให้คงมาตรา ๒๗ ไว้ ก็มีเสียงประท้วงสวดสับกันอย่างอึงมี่ ทั้งๆ ที่ รสช. ก็มีความระมัดระวังอย่างยิ่ง ที่จะไม่ใช้อำนาจตามมาตรานี้เลยในเวลาที่ผ่านมา แต่ความเคลือบแคลงว่า รสช. ต้องการจะสืบต่ออำนาจเป็นต้นเหตุให้มีปฏิกิริยารุนแรงต่อการคงมาตรา ๒๗ ไว้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ จะเห็นได้ว่าความเคลือบแคลงสงสัย รสช. จะสืบต่ออำนาจทางการเมือง เป็นต้นตอแห่งปัญหาทั้งหลายทั้งปวง และทำให้เกิดความไม่มั่นใจต่ออนาคต ของประเทศ # ๘ จุดวิกฤต ทั้งๆ ที่ รสช. เป็นคณะรัฐประหารที่ใช้อำนาจเผด็จการอ่อนที่สุด แต่ ปรากฏว่ากำลังถูกกระแสการวิพากษ์วิจารย์พุ่งเข้าใส่อย่างรุนแรงมากขึ้นวันต่อ วันซึ่งกระทบกระเทือนถึงกองทัพด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากผู้นำกองทัพเข้าไปสวมอำนาจทางการเมืองอย่างที่สงสัยกัน จะเป็นการทำลายทั้งการเมืองและกองทัพ การเมืองจะไม่มีอะไรดีขึ้น การเมืองน้ำเน่าจะหวนกลับมาแลไหลบ่าแรงมากขึ้น เพราะเป็นการเมืองที่มีฐานอยู่ในอำนาจและเงิน มิใช่มีฐานอยู่ในประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย การพัฒนาประชาธิปไตยและการพัฒนาเพื่อความร่มเย็นจะสะดุดหยุดชะงักลง และความสับสนขัดแย้งจะบังเกิดขึ้นกองทัพจะอ่อนแอและแตกแยกอย่างรุนแรง เมื่อผู้นำกองทัพเข้าไปสวมอำนาจทางการเมือง ย่อมเกิดความแตกแยกในหมู่ทหาร เพราะทหารจะถูกแบ่งแยกเป็นทหารการเมืองกับทหารอาชีพ การแต่งตั้งโยกย้ายคงจะเป็นไปตามว่าใครจะเป็นพรรคพวกและสนับสนุนผู้มีอำนาจยิ่งกว่าการแต่งตั้งจากคุณภาพและคุณงามความดีหรือความถูกต้องทางการทหาร การต่อสู้แย่งชิงอำนาจจะเกิดขึ้นดูอย่างพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งเป็นนายทหารที่ดีอย่างยากที่จะหาใครเทียบได้เมื่อเข้าไปสมอำนาจทางการเมืองจากฐานทางทหาร ยังถูกการพยายามทำรัฐประหารและถูกลอบสังหารหลายครั้ง เหตุการณ์ทำนองเดียวกันจะเกิดขึ้นอีกซึ่งจะฉุดรั้งประเทศไทยเข้าไปสู่ความเป็นประเทศป่าเถื่อน และเกิดความเสียหายอย่างหนักต่อชีวิต ทรัพย์สิน และโอกาสของการพัฒนา ผมต้องขอร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจในการใช้กังเข้าแก้ปัญหาให้จงหนัก ไม่ว่าจะเป็นรัฐประหารซ้ำหรือรัฐประหารซ้อน เพราะจะทำให้เหตุการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น ## ๙ ### ความสำคัญของกองทัพที่มีศักดิ์ศรี คำโบราณกล่าวว่า "หากต้องการทำลายใคร ให้คนนั้นมีอำนาจมากๆ" หากกองทัพเข้าไปสวมอำนาจทางการเมืองย่อมเป็นการทำลายทั้งการเมืองและ กองทัพดังกล่าวแล้ว กองทัพที่อ่อนแอ แตกแยกและไม่เป็นที่รักใคร่ศรัทธาของ ประชาชน ย่อมขาดพลังทางศีลธรรมที่จะช่วยให้การเมืองปรับไปสู่ ความถูกต้อง ในทางตรงข้ามหากกองทัพเป็นกองทัพ ไม่เข้าไปสวมอำนาจทาง การเมืองทะนุบำรุงความเข้มแข็ง มีความประหยัด มีความถูกต้องในการ ดำเนินการ กองทัพย่อมทรงไว้ซึ่งความสามัคคีและศักดิ์ศรี มีพลังทางศีลธรรม สูง โดยไม่ต้องทำอะไร กองทัพที่มีพลังทางศีลธรรมสูงจะเป็นเหตุปัจจัยให้ การเมืองปรับตัวไปสู่ความถูกต้อง และสิ่งอื่นๆ ในสังคมสามารถวิวัฒนาการ ไปสู่ความดีงามได้ เราอย่าเห็นกองทัพที่อ่อนแอและแตกแยกเป็นของดีเลย เพราะจะทำให้ เกิดสิ่งที่ไม่ดร ไม่งามได้มาก การมีกองทัพที่ดี มีศักดิ์ศรี มีความถูกต้อง มีพลัง ทางศีลธรรมสูง มีความสำคัญต่อป้านเมืองยิ่งกว่าการที่ผู้นำกองทัพเข้าไปเป็น นายกรัฐมนตรีจากฐานทางทหารแล้วทำให้ทั้งการเมืองและกองทัพเสื่อมลง # ๑๐ ## รสช. จะถอนตัวอย่างไร การที่ รสช. ตกอยู่ในสภาพเป็นเป้านิ่ง ถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นรายวันไม่ใช่ ของดีผมเชื่อว่า รสช. เองก็ตกอยู่ในสภาพอึดอัดและต้องการถอนตัว แต่จะถอน ก็ไม่กล้าด้วยเหตุ ๒ ประการ คือ หนึ่ง กลัวจะถูกกลั่นแกล้งแก้แค้น สอง กลัวว่าการเมืองน้ำเน่าจะกลับคืนมา บ้านเมืองจะไม่มีอะไรดีขึ้น ซึ่งทั้งสองประการเป็นความกลัวที่มีมูล เมื่อไม่กล้าถอนตัว และไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ก็จะอยู่ไปเรื่อยๆ อย่างเก่าหรือเลยสวมอำนาจต่อไป ก็จะถลำเข้าไปสู่เหตุการณ์เลวร้ายอย่างถอน ตัวไม่ขึ้นดังกล่าวมาข้างต้น ฉะนั้นคงจะต้องมาช่วยกันคิดว่า รสช. จะถอนตัวอย่างไร จึงจะมี หลักประกันว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ ๒ ประการ ดังกล่าวข้างต้น หลักการที่ตรงนี้ก็คือ ไม่ใช่ รสช. ถอนตัวไปเฉยๆ แต่ก่อนถอนต้องวาง กติกาประชาธิปไตยไว้ให้การเมืองดำเนินไปบนเส้นทางของความถูกต้อง ขณะนี้ รสช. มีอำนาจรัฐ แต่เฉยเมยที่จะใช้อำนาจรัฐที่ยึดมาสร้างความ ถูกต้องขึ้น อาจเพราะเกรงใจที่จะใช้อำนาจ หรือลังเลใจหรือด้วยประการใดก็ ตามปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินไปเองท่ามกลางความคลุมเครือ จนจะพากันเข้า ไปสู่จุดวิกฤต และเกิดผลลบแก่ทุก ๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อย่างที่เรียกกันว่าเป็นเกม ที่มีผลรวมเป็นลบ (negative sum game) ไม่ว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรรมการตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมือง ทั้งๆ ที่หลายคนเป็นคนดีแต่ บริบทของการเกิดขึ้นและการทำงานท่ามกลางความคลุมเครือ ทำให้ท่านเหล่านี้ พลอยต้องมาเสียเกียรติประวัติไปด้วยในเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ก็มีวิธีที่จะแก้ไขเหตุการณ์ทั้งหมดให้ทุกฝ่ายไม่เสียหน้า มีศักดิ์ศรี และบ้านเมืองสามารถพัฒนาไปด้วยความเรียบร้อย อย่างค่อนข้างจะทันทีทันใด โดยรสช. จะต้องใช้อำนาจรัฐที่ตนมีสถาปนากติกาเพื่อความถูกต้องขึ้นใน บ้านเมืองขณะนี้เป็นทั้งจุดวิกฤต และโอกาสอยู่ในเวลาเดียวกัน สุดแต่การ ตัดสินใจ ๑๑ วิธีการ ๑. รสช. ออกประกาศอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะไม่สืบต่ออำนาจทางการเมือง อย่างเด็ดขาด และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดๆ ที่จะมาสนับสนุนผู้นำกองทัพ ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตแค่นี้ ความไม่แน่ใจ ความเคลือบแคลงสงสัยจะปลาสไป บรรยากาศทางการเอง และเศรษฐกิจจะแจ่มใสขึ้นทันที และสิ่งต่างๆ จะเข้ารูปเข้ารอยจะพูดจาอะไรต่อไปผู้คนก็จะให้ความเคารพ ๒. รสช. ร่วมกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ นักวิชาการ และคนอื่นใด ปรึกษาหารือกันอย่างเปิดเผย และจริงใจที่จะวางกติกาประชาธิปไตย และการกระจายอำนาจไว้ในกฎหมาย รัฐธรรมนูญ กฎหมายเลือกตั้ง และกฎหมายอื่นใด โดยมีหลักการดังนี้ ๒.๑ รับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนทั้งมวลในอำนาจทั้งสาม คือ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ โดยผู้ใดจะละเมิดมิได้ ๒.๒ มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขโดยระบบรัฐสภาที่ได้มาจากการเลือกตั้ง และนายกรัฐมนตรี มาจากการเลือกตั้ง ๒.๓ ยกเลิกวุฒิสภา หรือมีวุฒิสมาชิกโดยการเลือกตั้งที่กำหนด คุณสมบัติของผู้รับเลือกตั้ง ๒.๔ ประชาชนแต่ละคนมีสิทธิในการเลือกผู้แทนราษฎรได้หนึ่งคน เท่ากัน ๒.๕ ออกกฎหมายให้สิทธิแก่ประชาชนในการขอดูข้อมูลในการบริหารราชการแผ่นดิน ๒.๖ ให้มีการแต่งตั้งคณะผู้ตรวจการรัฐสภาที่เป็นอิสระ และมีอำนาจ อย่างแท้จริง ๒.๗ ให้นักการเมืองแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะเป็นระยะๆ ๒.๘ ให้มีการบัญญัติโทษที่รุนแรงต่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ซื้อเสียง ๒.๙ ให้มีการกระจายอำนาจไปสู่สถาบันท้องถิ่นโดยทั่วถึง โดยให้มี การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และให้รัฐบาลท้องถิ่นมีอำนาจในการ บริหารจัดการมากที่สุดให้มีการเลือกตั้งกำนันผู้ใหญ่บ้านทุก ๔ ปี ให้ประชาชนสามารถจัดตั้งองค์กรชุมชนของตนเองและให้องค์กร ชุมชนเป็นนิติบุคคลสามารถบริหารกิจกรรมของชุมชนได้มากที่สุด รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรเหล่านี้เป็นกติกาประชาธิปไตย และการกระจายอำนาจที่จะช่วยให้เกิดการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยขึ้นโดยรวดเร็ว การทุจริตคอร์รัปชั่นทางการเมืองจะลด น้อยลง เพราะถูกตรวจสอบโดยสาธารณะ ความยากจนจะหายไป อย่างรวดเร็ว ประเทศไทยจะขึ้นบนเส้นทางของการพัฒนาไปสู่ความ เจริญ และความมั่นคงยั่งยืน ๓. คณะทหารถอนตัวจากคณะรัฐมนตรีและจากรัฐวิสาหกิจทั้งหมดกลับ เข้ากรมกอง รสช. ยุบตัวหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และตั้งหน้าผดุง ความถูกต้องของกองทัพให้เป็นศักดิ์เป็นศรีของประเทศ ๑๒ ปัจฉิมกถา เมื่อได้ทำให้ถูกต้องดังกล่าวข้างต้น ความดีงามและศักดิ์ศรีย่อมเกิดแก่ ทุกฝ่าย รสช. จะได้รับการยกย่องนับถือในประวัติศาสตร์ ว่าเป็นทหารที่สร้าง ประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อันเป็นฐานให้สังคมไทยประสบความเจริญอย่างแท้จริงกองทัพสามารถรักษาความเป็นปึกแผ่น และศักดิ์ศรี อีกทั้งมีพลังทางศีลธรรมสูงสมาชิกสภานิติบัญญัติ และกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญหลุดออกจากภาพพจน์ว่าเป็นสภาโผ กรรมาธิการโผ กลายเป็นได้รับความยกย่อง นับถือว่าได้มีส่วนช่วยสร้างกติกาของความถูกต้องขึ้นไว้ในบ้านเมือง เมื่อเป็นดังนี้แล้วผู้นำทหารไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาแก้แค้น เพราะมิใช่ทหารกลับเข้ากองทัพอย่างผู้แพ้ แต่ในฐานะวีรบุรุษที่ได้วางรากฐานของความถูกต้องไว้ให้สังคมไทย ความถูกต้องและความสนับสนุนจากประชาชนจะเป็นเกราะป้องกันภยันตรายให้ทหาร ที่เสนอมาทั้งหมดนี้อาศัยฐานทางวัฒนธรรมที่ดีของคนไทย คนชาติไทยเป็นคนมีน้ำใจ ไม่ชอบหักหาญ แตกหัก แต่นิยมการรอมชอม หากไม่ถูกทำให้เสียหน้าและทำลายศักดิ์ศรี ข้อเสนอวิธีแก้ปัญหานี้ทำด้วยความรัก ความเมตตาแบบทุกคนเป็นพี่น้องกัน จุดวิกฤตเป็นโอกาสด้วย ขณะเดียวกันที่จะแก้ปัญหายากๆ ขอให้คนไทยใช้โอกาสนี้ ร่วมกันแก้ไขแบบก้าวกระโดดให้เกิดประชาธิปไตยที่แท้จริงขึ้นในสังคมของเรา และให้โลกเห็นว่าคนไทยเป็นชาติที่มีคุณธรรมและอารยธรรมสูง สามารถพลิกเรื่องร้ายให้กลายเป็นดีได้อย่างฉับพลัน โดยอาศัยคุณลักษณะเฉพาะของคนชาติไทย ถ้าแม้ รสช. มิได้ใช้โอกาสนี้ถอดสลักถูกระเบิดเวลาทางการเมืองด้วยเหตุผลใดก็ตาม ขอท่านทั้งหลายอย่าได้รู้สึกผิดหวัง เพราะ มันเป็นเช่นนั้นเองมันเป็นเช่นนั้นเอง ตถตา ตถตา แต่ในที่สุดสังคมไทยก็ต้องดิ้นรนไปสู่การเป็นประชาธิปไตย และมีการกระจายอำนาจตามกระแสใหญ่ของโลก ประดุจธารน้ำทั้งหลายทั้งปวง ย่อมมีทะเลและมหาสมุทรเป็นที่ไป เป็นธรรมดา ยิ่งมีการเผยแพร่ให้ปวงชนได้เข้าใจความสำคัญ และแนวทางแห่งประชาธิปไตย และการกระจายอำนาจได้มากเท่าใด การเปลี่ยนแปลงไปสู่ประชาธิปไตยย่อม เป็นไปได้ด้วยสันติวิธีมากขึ้นเท่านั้น PCET ถอดสลักการเมืองไทย ทหารกับประชาธิปไตย ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 1993

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
14% Match
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
13% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
12% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• ทหาร -- กิจกรรมทางการเมือง

• ประชาธิปไตย

• ไทย -- การเมืองและการปกครอง -- 2534

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 1993

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้