auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงการปฏิรูปการเมืองควรมีการสนับสนุนความตื่นตัวของประชาชน ดังนี้ 1. ทุกจังหวัดจัดให้มีเวทีสภาร่างรัฐธรรมนูญ 2. มหาวิทยาลัยและสถาบันราชภัฏไม่ควรจัดเวทีวิชาการสาธารณะ เพราะจะทำให้สื่อมวลชนและประชาชนสับสน งานวิชาการก็ควรทำในพื้นที่วิชาการ 3. สื่อมวลชนควรนำเสนอความเคลื่อนไหวของเวทีสภาร่างรัฐธรรมนูญให้มากที่สุด 4. กระบวนการทั้งหมดใช้หลักวจีสุจริต
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
๒ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๙ # คนไทย ## ปฏิรูปการเมืองได้ ### ๑. ถ้าไม่เป็นโรคประสาทมากเกิน น่าเห็นใจคนไทยที่พากันเป็นโรคหวาดระแวงกันไปหมด ไม่มีใครเชื่อใจ ใครได้ เช่น กลัวนักการเมืองจะโกง กลัวข้าราชการจะไม่ซื่อ กลัวนักวิชาการจะ ครอบงำ กลัวสื่อมวลชนจะรับซองขาว กลัวพระจะทำมิดีมิร้าย กลัวโรงพยาบาล จะสูบเงิน กลัวนักธุรกิจจะทำร้ายสิ่งแวดล้อมและสังคม กลัวคนชั้นบนจะเอา เปรียบคนชั้นล่าง กลัวตำรวจจะคุมบ่อนและทำวิสามัญฆาตกรรม ฯลฯ แล้วเลยกลัวว่าจะปฏิรูปการเมืองไม่สำเร็จ ความกลัวเหล่านี้มีเหตุ เพราะสังคมไทยมีปัญหาหมักหมมมานานจนเป็น สังคมที่ขาดความเชื่อถือ การเป็นสังคมที่ขาดความเชื่อถือเกิดผลร้ายมโหฬารทั้งทางเศรษฐกิจ จิตใจ ๑ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง สังคม วัฒนธรรมและการเมือง ไม่ว่าคนหรือสัตว์ที่เผชิญเรื่องร้าย ๆ มาในอดีต จะเป็นโรคหวาดระแวงหรือเป็นโรคประสาทไปเลยคือกลัวและหวาดระแวงไปหมด คนที่เป็นโรคประสาทจะจู้จี้ขี้บ่นกล่าวโทษผู้อื่นติดอยู่กับอดีตกรรมจนเคลื่อน ไปในอนาคตไม่ได้ อดีตกรรมควรสอนเราให้มีสติและมีปัญญาเพื่อเคลื่อนไปในอนาคตได้ แต่ ถ้าอดีตกรรมทำให้เป็นโรคประสาทก็จะทำให้ทำร้ายตัวเอง ทำร้ายผู้อื่น และทำ ลายโอกาสที่จะเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ว่าจะมีอุปสรรคอย่างใด ๆ เราจะต้องทำให้ สำเร็จ ## ๒. อย่าเพิ่งเถียงกันว่าธรรมะของใครสูงกว่ากัน เปรียบเสมือนเราอยู่บนเรือที่กำลังวิ่งไปในมหาสมุทร มีคลื่นลมแรง มีระยะ ทางยาวไกล บนเรือมีทั้งคนดีและคนเลว เป็นพระอรหันต์ก็มี เป็นโจรก็มี แต่เรือมีรูรั่ว ถ้าคนบนเรือแทนที่จะรีบอุดรูรั่ว กลับมัวทุ่มเถียงกันว่าใครธรรมะสูงกว่าใคร หรือว่าใครจริงใจหรือไม่จริงใจ ไอ้คนโน้นเคยโกงไอ้คนนี้มาก่อน ไอ้คนนี้เคย ด่าแม่ไอ้คนโน้นเมื่อ ๒ ปีมาแล้ว ไอ้คนนั้นแนวคิดมันใช่ไม่ได้ ไอ้คนที่จะไปอุด เรือนี้มันทำเพื่อคนชั้นกลางบนเรือ ที่มันจะเอาไม้ไปอุดนี้ใช่ไม่ได้ มันควรจะ ต้องอุดด้วยเหล็ก ฯลฯ ในที่สุดเรือจม ตายหมดทั้งพระอรหันต์และโจร ภาพจำลองที่บรรยายไว้ข้างบนนี้คือสภาพของโรคประสาทและใช้การคิด แบบตายตัวถอยหลัง ไม่ได้แก้ปัญหา และเกิดอันตราย ตรงข้ามในสภาพวิกฤตใครจะเคยเป็นอย่างไรก็ช่างไปก่อนทั้งพระอรหันต์ และโจรมาช่วยกันอุดรูเรื้อรั่วเสียก่อนดีไหม มีไม้ใช้ไม้อุดไปก่อน แล้วค่อยตาม ด้วยเหล็กหรือเปลี่ยนเป็นเหล็กทีหลัง สรรพสิ่งทั้งหลายล้วนเป็นอนิจจัง ไม่คงที่ตายตัว ประสาคนที่ได้ร่วมมือกัน แก้ไขปัญหาวิกฤตมาได้ หลังจากนั้นจะรักกันมากขึ้น องคุลีมาลยังกลายเป็น ๒ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง พระอรหันต์ได้ นี้เรียกว่าการคิดแบบอนิจจัง ไม่ตายตัว เปิดโอกาสให้มีการ ขยับเขยื้อนปรับเปลี่ยนได้ ประกอบไปด้วยความเมตตา และมุ่งก้าวไปข้าง หน้าให้สำเร็จ ให้ความสำเร็จในระดับหนึ่งก่อให้เกิดความปิติ ความรัก และ กำลังใจที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จขั้นต่อๆ ไปเพิ่มขึ้นอีก เพื่อนคนไทยครับ สังคมไทยเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยากเย็นแสนเข็ญ นักในการแก้ไข ถ้าแก้ไม่ได้บ้านเมืองจะวิกฤตรุนแรง เราแต่ละคนอย่าไปเพิ่ม ความยากให้กับการแก้ปัญหา ต้องระวังระไวมีสติ คิดดี พูดดี ทำดี เพื่อช่วย กันให้บ้านเมืองสามารถขยับเขยื้อนไปในทางที่ดีขึ้นได้ ๓. วจีสุจริต-ปัจจัยแห่งความสำเร็จ การแก้ปัญหาอะไรๆ ให้สำเร็จในบ้านเมืองของเรายากเย็นแสนเข็ญยิ่ง เนื่องจากเหตุหลายอย่าง เหตุที่สำคัญอย่างหนึ่งคือวิธีพูดจากัน ไม่ว่าจะเป็น การพูดของนักการเมือง หรือข้าราชการผู้ใหญ่ หรือสื่อมวลชน หรือนักวิชาการ ลองมองดูให้ดีๆ เถิดครับ จะเห็นว่าวัฒนธรรมการพูดเป็นอุปสรรคต่อการ แก้ปัญหาของประเทศ พระพุทธองค์ทรงย้ำเรื่องวจีสุจริตหรือสัมมาวาจาเป็นอันมากในพระไตร- ปิฎกมีที่ทรงตรัสเกี่ยวกับวจีสุจริตหรือสัมมาวาจาอยู่หลายครั้ง และตรัสโดย ละเอียดพิสดารมหัศจรรย์ยิ่ง โดยสังเขปวจีสุจริตประกอบด้วยดังนี้ ๑. พูดแต่ความจริง มีที่มา มีที่อ้างอิง ๒. พูดเป็นปิยวาจา ๓. พูดถูกกาลเทศะ ๔. พูดแล้วเกิดประโยชน์ ลองพิจารณาดูเถิดว่าพระพุทธเจ้าทรงละเอียดลออขนาดไหนแล้วลองเทียบ กับความเป็นจริงในสังคมไทยดูว่าตรงกันหรือต่างกันหรือไม่ ที่เราพูด ๆ กัน ๓ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง เป็นความจริงหรือไม่ มีที่มา มีที่อ้างอิงหรือไม่ ปิยวาจายังอาจยกไว้เพราะ บ่อยๆ ครั้งเป็นผรสุวาจาหรือความหยาบคายกันทีเดียวหรือถึงขั้นโหดร้ายเป็น "รวันดาทางวิชาการ" ก็มี เรื่องถูกกาลเทศะ และพูดให้เกิดประโยชน์ก็ดูยากขึ้นไปอีก เพราะต้องมี สติระมัดระวังอีโก้ (ego) หรืออหังการ เล็งการณ์ไกล เห็นภาพรวม มีความ ยับยั้งชั่งใจ เมื่อไม่ถูกกับกาลเทศะก็ยังไม่พูด และการไม่พูดนั้นก็เป็นส่วน หนึ่งของวจีสุจริตด้วย การปฏิรูปการเมืองเป็นโครงสร้างที่มีส่วนประกอบหลายอย่างมีส่วนที่เป็น ความทุกข์หรือปัญหา มีส่วนที่เป็นปัญญาหรือวิชาการ มีส่วนที่เป็นความ เคลื่อนไหวทางสังคม (social movement) ต้องเข้าใจธรรมชาติของส่วนต่างๆ และการนำมาเชื่อมต่อกันอย่างเหมาะสม ถูกกาลเทศะ จึงจะเป็น "โครงสร้าง" แห่งการปฏิรูปการเมือง การปฏิรูปการเมืองต้องใช้วิชาการแต่ถ้านำเสนอแบบวิชาการล้วนๆปฏิรูป การเมืองไม่ได้ เพราะวิชาการเน้นที่การอธิบายละเอียดให้ครบถ้วนกระบวนความ และตั้ง คำถามว่าเป็นความจริงหรือเปล่า เพื่อแสวงหาความจริงแท้ในเวทีวิชาการ ต้อง เป็นอย่างนั้น แต่ในเวทีความเคลื่อนไหวทางสังคมเป็นอีกอย่างหนึ่ง ที่ต้องคิดยุทธ- ศาสตร์ภายใต้สถานการณ์ความเป็นจริงขณะหนึ่งๆ ซึ่งเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง ไม่เหมือนกัน มีอุปสรรคและข้อจำกัดอะไร จะเลือกนำเสนออะไร จะใช้คำหรือเรียกชื่อ ว่าอะไร จึงจะจับอารมณ์ความรู้สึกของสังคมอันจะก่อให้เกิดการเคลื่อนไหว ทางสังคม เมื่อสังคมเคลื่อนไปสู่การกระทำแล้ว จึงค่อยเพิ่มเติมสิ่งอื่นๆ เข้ามาให้ เกิดความสมบูรณ์หรือความสวยงาม ช่วยกันเพิ่มให้สวยงามไม่ใช่ไปด่าคนอื่น อยู่เรื่อย ๔ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง ถ้าเรานำเสนอแบบวิชาการให้ละเอียดครบถ้วน หรือนักวิชาการ ๑๐๐ คนพูดแตกต่างกันไป ๑๐๐ อย่าง ย่อมไม่มีพลังขับเคลื่อนทางสังคม การรู้จัก แยกว่าอันไหนเป็นเวทีวิชาการ อันไหนเป็นเวทีการเคลื่อนไหวทางสังคม เป็น เรื่องที่เข้าข่ายพูดถูกกาลเทศะ และพูดให้เกิดประโยชน์ การปฏิรูปการเมืองต้องการการทำงานทางวิชาการเป็นอันมากเพื่อค้นคว้า วิเคราะห์ลึกถึงประเด็นต่างๆ ที่ยังไม่กระจ่าง อันเป็นงานค้นคว้าทางวิชาการ จริงๆ เพื่อนำมาเสนอต่อสาธารณะ แต่ไม่ใช่การแสดงวาทะโดยปราศจากการ ค้นคว้าให้รู้จริง วจีสุจริตของทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ การปฏิรูปการเมืองเป็นผลสำเร็จ การสื่อโดยสื่อสารมวลชนเป็นประตูของความสำเร็จก่อนที่จะรายงานอะไร ออกไปถ้าได้ตั้งคำถามสักนิดว่า ที่กำลังจะสื่อออกไปนี้จะทำให้เรื่องการปฏิรูป การเมืองสำเร็จน้อยลงหรือมากขึ้นก็คงจะช่วยได้มาก ๔. ความตื่นตัวทางสังคม-ปัจจัยชี้ขาด โอกาสที่จะปฏิรูปการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่เกิดขึ้นง่ายๆ ในประวัติศาสตร์จะเกิด ขึ้นเมื่อประเทศแพ้สงคราม เช่น ในญี่ปุ่นและเยอรมนี หรือเกิดหรือทำท่าว่าจะ เกิดสงครามกลางเมือง หรือในกรณีที่มีปฏิวัติรัฐประหาร การที่ประเทศไทยเกิดกระแสสูงทางสังคมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการเมือง โดยไม่มีเหตุการณ์เหล่านั้นนับว่าเป็นลักษณะพิเศษ หรือว่าสังคมไทยจะมี อะไรเป็นพิเศษแบบที่ไม่ต้องตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่ง ขณะที่ประเทศรอบบ้าน เป็นหมด หรือไม่เป็นไปตามทฤษฎีโดมิโนที่ว่าประเทศไทยจะต้องเป็นคอมมิ วนิสต์ด้วย การรับรู้และความตื่นตัวทางสังคม คือเครื่องกำกับพฤติกรรมทั้งหลายใน สังคม พฤติกรรมของนักการเมืองเป็นอนิจจัง ขึ้นกับความตื่นตัวของสังคม ถ้าสังคมไม่ตื่นตัว นักการเมืองจะมีพฤติกรรมอย่างหนึ่ง แต่ถ้าสังคมตื่นตัว ก็จะมีพฤติกรรมอีกอย่างหนึ่ง ฉะนั้นความตื่นตัวทางสังคมคือปัจจัยชี้ขาด ๕ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง กระแสสูงของการเรียกร้องการปฏิรูปการเมืองเป็นคุณต่อบ้านเมืองยิ่งนักขอให้ช่วยกันหล่อเลี้ยงส่งเสริมกระแสสูงของประชาชนให้มากยิ่งขึ้น อยู่นาน และนำไปสู่การสร้างสรรค์ อย่าเอาปัญหาทางเทคนิคไปทำลายกระแสสูงของสังคมปัญหาทางเทคนิคแก้ไขได้ถ้ากระแสสังคมสูง ถ้ากระแสสังคมไม่มี ต่อให้พูดทางเทคนิคเลอเลิศประการใดก็ไม่เกิดผล กระแสสูงของประชาชนในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองเท่านั้น แต่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอื่นๆ ของบ้านเมืองที่ตามปกติแก้ไม่ได้ด้วย ฉะนั้นทุกฝ่ายควรส่งเสริมสนับสนุนความตื่นตัวของประชาชนทั่วประเทศ ผมมีข้อเสนอดังต่อไปนี้ (๑) ทุกจังหวัดจัดให้มีเวทีสภาร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนมากกกันเรื่องปัญหาของบ้านเมือง อนาคตของบ้านเมือง จะต้องแก้ไขอะไรกันบ้าง รัฐธรรมนูญควรมีสาระอะไร อย่าไปให้ความสำคัญเฉพาะคนที่ได้รับเลือกเป็น สสร. ๑ คน ‘คนที่ตกรอบ’ ก็มีความสำคัญไม่น้อยกว่ากัน ที่จริงไม่มีใครตกรอบ เพราะท่านเป็นประชาชน ประชาชนไม่มีการตกรอบ นี่เป็นการเคลื่อนไหวของประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทุกคนมีความสำคัญ (๒) มหาวิทยาลัยและสถาบันราชภัฏแห่งมหาวิทยาลัยไม่ควรไปจัดเวทีวิชาการสำหรับสาธารณะ เพราะจะทำให้สื่อมวลชนและประชาชนงดด้วยข้อถกเถียง งานวิชาการก็ควรทำในพื้นที่ทางวิชาการ รัฐบาลและภาคธุรกิจควรสนับสนุนทางการเงินให้มหาวิทยาลัยและสถาบันราชภัฏ รวมทั้งองค์กรต่างๆ ที่รณรงค์ประชาธิปไตยไปสนับสนุนเวทีสภาร่างรัฐธรรมนูญในทุกจังหวัด ด้วยเงื่อนไขว่าไปหนุนเวทีของประชาชน ไม่ใช่เวทีวิชาการทางสาธารณะ ๖ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง (๓) สื่อมวลชน นำเสนอความเคลื่อนไหวของเวทีสภาร่างรัฐธรรมนูญให้ มากที่สุด ทั้งทางสิ่งพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ (๔) กระบวนการทั้งหมดใช้หลักวจีสุจริตใช้ความจริง พูดจามีเหตุผลน่า ฟัง รู้ความพอดี มีเมตตา อย่ำก้าวร้าว ข่มขู่ ใช้พลัง ซึ่งจะก่อให้เกิดความ เบื่อหน่ายและการปฏิเสธ หรือแม้แต่ความรุนแรง ๕. โอกาสสุดท้ายของนักการเมือง ที่ผมจะพูดต่อไปนี้ ไม่ได้พูดเพราะเกลียดนักการเมือง ผมไม่เกลียดนักการเมืองผมสงสารและเห็นใจด้วยซ้ำ ผมไม่เคยด่านักการ เมือง แต่พูดถึงระบบการเมืองที่มันไม่ดี ผมขอทำความเข้าใจดังนี้ (๑) สภาพการเมืองไทยได้มาถึงจุดที่ว่าถ้าไม่มีการเคลื่อนไหวปฏิรูปการ เมืองเลยก็จะเข้าไปสู่วิกฤตการณ์รุนแรงนองเลือด และในการเคลื่อนไหวปฏิรูป การเมืองครั้งนี้ ถ้ามีการเบี้ยวกันก็เกิดความรุนแรงแน่ (๒) นักการเมืองควรจะตระหนักรู้ว่าสังคมไทยได้เปลี่ยนไปแล้ว กระแส การปฏิรูปการเมืองสูงมาก ด้วยกระแสสูงขนาดนี้สังคมไทยจะไม่กลับไปที่ เดิมอีกแล้ว สังคมจะเข้ามาตรวจสอบพรรคการเมืองมากขึ้น พรรคการเมืองที่ มีพฤติกรรมไม่ดีจะถูกสังคมรังเกียจมากขึ้นเรื่อย ๆ (๓) ในการเลือกตั้ง สสร. ในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๓๙ นี้ นักการเมือง ควรใช้วิจารณญาณโดยคำนึงถึงบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง ควรเลือกสมาชิกให้มีความ หลากหลายทางอาชีพความเสมอภาคทางเพศและเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม อย่าทำการปล็อกโหวตเลือกเฉพาะหมู่คณะของตัว ควรปล่อยฟรีโหวตถ้าพรรค การเมืองใดทำการปล็อกโหวตจะปิดความลับไม่มิด ขอให้นักวิชาการและสื่อมวล ๗ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง ชนจับตาดูว่าพรรคไหนทำการบล็อกโหวต และนำมาเปิดเผยให้ประชาชน ทราบ (๔) นักการเมืองควรยอมขาดทุนเพื่อชาติ นักการเมืองที่ไปลงทุนให้ได้ รับเลือกตั้งเข้ามา อย่าคิดไปถอนทุน คราวนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วในการเมือง แบบเดิม ที่ลงทุนไปแล้วย่อมขาดทุนไปเลย อย่าคิดถอนทุน อย่ากัดกัน "แย่งงาน" (ผลประโยชน์) ชาวบ้านเขาเบื่อ พยายามตั้งใจทำงานให้เต็มที่ รัฐบาลต้องประกาศความโปร่งใสให้ประชาชน สื่อมวลชน เข้ามาตรวจ สอบได้ รัฐบาลต้องรีบทำตรงนี้ ถ้าการเมืองมีความโปร่งใส ประเทศจะมีพลัง ขึ้นทันที รัฐบาลจะได้รับความศรัทธาเชื่อถืออย่างกว้างขวาง หุ้นจะขึ้น ประ- ชาชนจะมีความหวัง และร่วมมือกับรัฐบาลสูง นักการเมืองที่ทำไม่ดีไว้ ถ้ากลับตัวได้จะได้รับการอภัยจากประชาชน และมีโอกาสทางการเมืองในระบบที่ปฏิรูปแล้ว ภายใน ๒ ปีข้างหน้าจะมีการ ปฏิรูปการเมืองแน่ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของนักการเมืองแล้ว (หมายเหตุ ผมต้องขอโทษที่ต้องพูดตรงไปตรงมาอย่างนี้ นี่แหละคือประโยชน์ ของความเป็นอิสระ ถ้าผมหวังจะให้ได้รับเลือกเป็น สสร. ก็คงพูดอย่างนี้ไม่ได้ ในสังคมต้องมีคนทำหน้าที่แตกต่างกันหลายอย่าง เช่นเดียวกับความแตก ต่างของหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ บางคนในสังคมก็ต้องเป็นอิสระ ปลอดจาก การรับตำแหน่งใด ๆ เพื่อจะอยู่ในฐานะที่เตือนสติทุกฝ่ายได้) ## ๖. หาหลักการเพื่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในการยกร่างรัฐธรรมนูญควรจะมีรากฐานว่าร่างขึ้นบนปรัชญาหรือหลักการ อันใด ธีรยุทธ บุญมี ได้เสนอ "หลัก ๘ ประการ การปฏิรูปการเมือง" ไปแล้ว ผมเสนอ "หลักการเพื่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ" ซึ่งกำลังจะตีพิมพ์ในฉบับวันเกิด ของหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ ๙ มกราคม ๒๕๔๐ ทั้งที่ธีรยุทธและผมเสนอ ไม่ได้หวังว่าจะให้เป็นรูปแบบ แต่ต้องการกระตุ้นให้ช่วยกันคิดค้นว่าบ้านเมือง ๘ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง ของเรามีปัญหาอะไร มีจุดอ่อน จุดแข็งอย่างไร ในการภายภาคหน้าโลกจะเป็นอย่างไร อยากเห็นอนาคตของประเทศไทยเป็นอย่างไร ถ้าจะเป็นอย่างนั้นได้มีหลักการใหญ่ ๆ อะไรบ้างที่เราต้องทำและบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ## ๗. พยากรณ์ ผมไม่ได้เรียนมาทางการพยากรณ์แต่ถ้าจิตเราเป็นอิสระไม่มีผลประโยชน์และเห็นทั้งหมด จะพอมองเห็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ก่อนพฤษภาคม ๒๕๓๕ เป็นเวลานานพอสมควร ผมเตือนว่าบ้านเมืองกำลังจะเข้าไปสู่การนองเลือดแล้ว หลังเหตุการณ์นองเลือด ผมเตือนว่าอย่าเพิ่งยุบสภา ถ้ายุบสภาแล้วไปเลือกตั้งด้วยกติกาเดิม การเมืองจะไม่ดีขึ้น ในปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ผมเตือนว่าถ้าไม่มีการปฏิรูปการเมือง บ้านเมืองจะเข้าไปสู่ความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนนองเลือด เมื่อผมเป็นประธาน คพป. ซึ่งเสนอเรื่องการปฏิรูปการเมือง สื่อมวลชนไม่มีใครเชื่อว่าจะมีการปฏิรูปการเมืองผมบอกว่าคุณคอยดูเรื่องนี้จะเกิดขึ้นภายใน ๒-๓ ปี ในท่ามกลางกระแสสูงของการเมืองเช่นขณะนี้ ก็สามารถบอกได้ว่าถ้านักการเมืองเบี้ยวเกิดเรื่องรุนแรงแน่ และสามารถพยากรณ์ได้ว่า จะมีการปฏิรูปการเมืองและปฏิรูประบบราชการภายใน ๒ ปี หากจะเกินกว่านั้นไปบ้างก็ไม่มาก ประเทศไทยและคนไทยมีความดีหลายอย่างแต่ที่มีปัญหาหมักหมมเสื่อมเสียทางศีลธรรมอย่างมากเป็นเพราะการจัดสรรอำนาจในประเทศไทยไม่ถูกต้อง ถ้าการจัดสรรอำนาจไม่ถูกต้องต่อให้พูดเรื่องศีลธรรมเท่าไรๆ ศีลธรรมก็ไม่เกิด การปฏิรูปการเมืองและปฏิรูประบบราชการคือการจัดสรรอำนาจให้ถูกต้องเพื่อคนไทยจะได้สามารถอยู่ร่วมกันด้วยความผาสุก ๙ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง ความไม่ถูกต้องจะดำรงอยู่เป็นนิรันดรไม่ได้ สังคมจะมาถึงจุดที่ทนต่อ ไปไม่ได้ ความเปลี่ยนแปลงกำลังจะเกิดขึ้นไม่ว่าด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง อย่าไปคิดว่ามีวิธีเดียวการคิดอะไรด้วยวิธีเดียวไม่ตรงกับหลักธรรมชาติใน ระบบร่างกายไม่ว่าจะเป็นระบบสมอง หัวใจ ปอด ตับ ไต จะมีกลไกหลาย เส้นทาง (multiple pathways) เสมอ ถ้ามีเพียงเส้นทางเดียวแล้ว เส้นทาง นั้นตีบตันระบบนั้นก็ล่มสลาย แต่ถ้ามีหลายเส้นทาง เส้นทางหนึ่งตันก็ใช้เส้น ทางอื่นเพื่อให้เป็นไปต่อไปได้ ฉะนั้น ต้องเตรียมตัวไว้หลายเส้นทาง เพราะการปฏิรูปการเมืองอาจเกิด ขึ้นได้ในหลายสถานการณ์นักวิชาการบางคนหลังจากรับฟังเสียงสาธารณะแล้ว ควรยกร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายปฏิรูประบบราชการให้ดู ไม่ใช่เพื่อเอาไป ยัดเยียดให้ใคร แต่เพื่อให้ช่วยกันดูให้ถี่ถ้วน ถึงเวลาเกิดวิกฤตขึ้นจะได้หยิบ เอาสิ่งที่ช่วยกันดูไว้แล้วไปใช้ ย่อมดีกว่าที่ไปชักมาจากไหนไม่รู้ เช่น ในอดีตถ้ามีความรุนแรงขึ้นในบ้านเมืองแล้วมีการเตรียมพร้อมไว้ จะ ทำความเป็นปกติกลับคืนมาได้เร็วขึ้น แต่ไม่ใช่กลับคืนมาที่เดิม เพื่อรอการ เกิดปัญหาอีก อย่างที่แล้วมา แต่กลับคืนไปสู่ความเป็นปกติพร้อม ๆ กับมี การปฏิรูปการเมืองและปฏิรูประบบราชการด้วย ฉะนั้น จึงขอร้องให้ลดความเป็นเสื้อปืนไวทางวาจาที่จะก่นว่ากัน มีอะไรก็ รับไว้พิจารณา ด้วยความมีเมตตา ไตร่ตรองให้ลึกซึ้ง และร่วมมือกันที่จะ ประคับประคองให้เกิดการปฏิรูปการเมืองด้วยสันติวิธีให้มากที่สุด เพื่อคนไทยจะได้สามารถพัฒนาระบบการอยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรีและ มีสานติสุข ๑๐ PQET คนไทยปฏิรูปการเมืองได้ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 1996
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• การปฏิรูปการเมือง
• รัฐธรรมนูญ – ไทย
• ไทย – การเมืองและการปกครอง
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 1996
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้