auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เนื้อหามาจากปาฐกถาพิเศษจากการประชุมวิชาการ “การทบทวนบทบาทพยาบาล (ชุมชน) สู่การเป็นภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน” วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2551 ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพมหานคร
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# บทบาทพยาบาลในการเยียวยาสังคม* ประเวศ วะสี** พบ. หัวข้อ 'บทบาทพยาบาลกับการเยียวยาสังคม' นี้ ไม่ทราบว่าใครตั้ง แต่ก็ชอบ โดยเฉพาะชอบคำว่า เยียวยา (heal) โลกของเราป่วยจนต้องการการเยียวยา โลก หรือเรียกว่า heal the world ในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม สุขภาพ การเมือง โดย ทุกคนต้องเป็นผู้เยียวยา ทั้งเยียวยาตัวเอง และเยียวยา ซึ่งกันและกัน เพราะถือว่าทุกคนต่างก็เป็น 'เหยื่อ' หรือ victim ของการพัฒนาหมดทุกคน ถ้ามาดูในกระบวนผู้เยียวยา พยาบาลน่าจะเป็น อันดับหนึ่งของโลกในการเยียวยา เพราะพยาบาล สามารถทำได้ทุกด้านของการเยียวยา ไม่ว่าทางกาย ใจ สังคม ปัญญา จะให้ดูและรักษาก็ได้ ป้องกันก็ได้ ฟื้นฟูก็ได้ เป็นบุคลากรที่เรียกว่า พหุศักยภาพ (multi potential) มากที่สุดในกระบวนการ และถ้าพูดถึงมิติ ความเป็นมนุษย์พยาบาลย่อมมีมากกว่า เพราะแพทย์ มักถูกดึงไปในเรื่องเทคโนโลยีต่าง ๆ เสียมาก พยาบาลคือ ผู้บริบาล คำว่า ‘บริบาล’ มาจาก ‘ปริ' แปลว่ารอบ ๆ ส่วน 'บาละ’ แปลว่า รักษา รวม กันก็คือ ผู้ดูแลรักษาโดยรอบ ดังนั้น พยาบาลคือสตรี ผู้บริบาลโลก (ขอโทษพยาบาลที่เป็นผู้ชายด้วย เพราะ ส่วนใหญ่แล้วพยาบาลเป็นผู้หญิง) เมื่อคิดย้อนไป ผู้ ที่ดูแลปกป้องคุ้มครองก็คือ แม่ แล้วผู้ชาย ผู้หญิงก็มี ความต่างกันทางฮอร์โมน ผู้ชายมีฮอร์โมนเทสโทส- เตอโรน จะผลักดันให้มีความรุนแรงมีการศึกษาในทุก วัฒนธรรมพบว่า ผู้ก่อความรุนแรงมักเป็นผู้ชายอายุ 15-25 ปี เพราะฮอร์โมนเป็นตัวผลักดัน แต่ผู้หญิงมี ฮอร์โมนที่มีความเป็นแม่ มีความละเอียดอ่อน ถ้ามองไปไกลอีกสักหน่อย จะเห็นปรากฏการณ์ บางอย่าง ไม่ทราบใครดูเอเอสทีวีหรือเปล่า ถ้าดูจะ เห็นว่าผู้หญิงมีจำนวนมากกว่าผู้ชาย หรือเมื่อเร็ว ๆ นี้มีโอกาสเจอผู้หญิงเนปาลในการประชุมที่มะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เขาบอกว่าพวกเขาอิสต์ (Maoist) ที่ต่อสู้จนกระทั่งตอนนี้ได้เป็นรัฐบาลนั้น มีผู้หญิง มากกว่าผู้ชาย บทบาทผู้หญิงมีสูงขึ้นมากในโลก ปัจจุบัน เรากำลังจะมีการปฏิวัติโดยสตรี หรือ women revolution หรือเปล่า ถ้าใช่ นั่นแสดงว่ามนุษย์เผชิญ อันตรายต่าง ๆ และต้องอาศัยเพศแม่ที่เข้ามาปกป้อง จากอันตรายเหล่านั้น โลกไม่ปลอดภัยแล้วมันเลยดึง ความเป็นแม่ออกมาปกป้องคุ้มครองมนุษย์ ฉะนั้น สตรีผู้บริบาลโลก ก็จะเชื่อมโยงกับกระแสของสตรี ผู้ปฏิวัติที่กำลังเกิดขึ้น ตรงนี้เราต้องให้ความสนใจกับพยาบาลในฐานะ ผู้เยียวยาโลก ซึ่งนับเป็นรูปธรรมของความดี ความดี เป็นเรื่องสำคัญที่สุด มนุษย์ต้องอยู่กับความดี โลกที่ ยุ่งทุกวันนี้เพราะพัฒนาด้วยอำนาจ เงิน ไม่ว่าจะเก่ง อย่างไรก็ตามโลกทั้งโลกจึงวุ่นวายและวิกฤต อันที่จริง พระพุทธเจ้าก็ได้สอนไว้แล้วเรื่อง อกุศลมูล คือ โลภะ โทสะ โมหะ การพัฒนาที่เอาเงินเป็นตัวตั้ง เป็นตัว ขับเคลื่อนก็คือ โลภะ แล้วจึงนำไปสู่ โทสะ คือ ความรุนแรงต่าง ๆ ตั้งแต่โลกเอาโลภะเป็นตัวตั้ง ความรุนแรงก็เกิดตามมามากมาย โลกคงจะไปไม่ได้ ในการพัฒนาแบบปัจจุบันที่เอาเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง * ปาฐกถาพิเศษ จากการประชุมวิชาการ "การทบทวนบทบาทพยาบาล (ชุมชน) สู่การเป็นภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน" วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพมหานคร ** ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ประธานมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ Thai Journal of Nursing Council Vol. 23 No.4 October-December 2008 15 # บทบาทพยาบาลในการเยียวยาสังคม ธรรมชาติของเงินมันแปลก ใส่เลข 1 แล้ว สามารถเติม 0 ได้ไม่มีที่สิ้นสุด (infinite) มันไม่ใช่ของ จริง เป็นเพียงมายาคติ ในขณะที่โลกทั้งโลกทรัพยากร มีจำกัด (finite) ท่านหม่อมเจ้าสิทธิพรกฤดากร เคยกล่าวไว้นาน แล้วว่า "เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง" ลองดูวิกฤตเศรษฐกิจ คนมีเงินทำอะไรไม่ได้ แต่คนมี อาหารกินยังอยู่ได้ แล้วเราเป็นประเทศที่ผลิตอาหาร ได้เหลือกิน ให้โลกวิกฤตอย่างไร เราก็ไม่เป็นไร นี่คือ เศรษฐกิจของจริง แต่ตัวเงินนั้นเป็นของปลอม ถ้าเรา ไปอยู่ในของปลอมมาก เวลาของปลอมมันล้มเราก็ เจ๋งไปด้วย เราจึงทำความเข้าใจแล้วออกจากมายาคติ เรื่องเงินแล้วกลับมาสู่เศรษฐกิจที่เป็นของจริง (real economy) ควรมีการจัดให้คนจำนวนมากที่สุดสามารถ มีชีวิตอยู่โดยการผลิตอาหารได้ กระบวนการผลิตตาม ธรรมชาตินั้นมันไม่เหนื่อยด้วย คุณโจน จันได เคยพูดว่า "ชีวิตเรียบง่าย ทำให้ ยากทำไม" ถ้าเราทำเกษตรที่สอดคล้องกับธรรมชาติ มันไม่ยากเลย ต้นไม้ก็โตขึ้นเรื่อย ๆ อะไรๆ ก็เชื่อมโยง กันตามธรรมชาติ เขามีเวลาเหลือเฟื้อทำสำหรับไปทำ อย่างอื่น เช่น งานศิลปะ หรือในเรื่องเกษตรธรรมชาติ ธรรมชาติจะเลี้ยงดูเอง ป่าไม้หนาทึบก็ไม่มีใครต้อง ดูแล ไม่มีใครต้องใส่ปุ๋ย ฆ่าแมลง ทุกสิ่งจะค้ำยันกันเอง และเนื่องจากพยาบาลเป็นผู้บริบาลโลก เราจึงต้อง เข้าใจเรื่องที่มันทำให้เกิดวิกฤตขึ้นด้วย รวมทั้งเข้าใจ ว่าชีวิตอย่างไรจึงจะร่มเย็น ลองหันไปดูผู้ใหญ่ วิบูลย์ เข็มเฉลิม เมื่อก่อนปลูกมันสำปะหลังอย่างเดียว แล้ว ขาดทุน เป็นหนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้คนมีชีวิตแบบไม่มี เวลาพักผ่อน มีการฆ่ากันตายเกือบทุกคืนในชุมชน ต่อ มาพอปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรธรรมชาติก็มีกิน เหลือ กินก็ขาย หนี้ก็หลุด เงินออมก็เพิ่มขึ้น ต้นไม้ก็เยอะขึ้น เวลาก็มากขึ้น มีเวลาทำประโยชน์อื่น ๆ พยาบาลต้อง เข้าใจเรื่องทั้งหมด ไม่ใช่เข้าใจแต่เทคนิคการพยาบาล อย่างเดียว ในความเห็นส่วนตัว ถ้าดูธรรมชาติของคนไทย วัฒนธรรมไทย จะพบความอ่อนโยน ความมีน้ำใจ เหมาะกับอาชีพพยาบาลที่สุด เพราะพยาบาลคือผู้ให้ ผู้อื่น เราอาจไม่เก่งเรื่องเทคโนโลยีหนัก ๆ แต่เรื่อง การบริการ ไทยเป็นอันดับหนึ่งเพราะเรามีน้ำใจ เคย มีนายท่าของการบินไทยที่เคยอยู่ในต่างประเทศหลาย แห่งบอกว่า เครื่องบินต่างชาติ นิยมมาซ่อมที่ดอนเมือง มาก ฟังแล้วรู้สึกแปลก คนไทยจะซ่อมเครื่องบินเก่ง กว่าฝรั่งได้อย่างไร พอเจอช่างเทคนิคคนไทยก็ถาม เขา เขาอธิบายว่า เวลามีการซ่อมเครื่องบินจะมีการ ทำสัญญากันว่าซ่อมอะไรบ้าง มูลค่าเท่าไร แต่ช่างไทย เวลาซ่อมแล้วเจอจุดที่เสียและไม่ได้อยู่ในสัญญา ก็จะ ทำแถมให้ด้วย นี่เป็นตัวอย่างของการเอาน้ำใจแบบ ไทยเข้าไปบวกเทคโนโลยี แล้วจะเจอจุดแข็งของเรา การพยาบาลก็เช่นเดียวกัน คนไทยมีจิตใจอ่อนโยนมีน้ำใจสมัยสงครามโลก ญี่ปุ่นจับฝรั่งมาเป็นเชลยสร้างทางรถไฟ ชาวบ้านไทย ก็สงสารฝรั่ง เอากล้วย เอาอ้อย เอาน้ำให้ ตอนจบ สงครามเหตุการณ์กลับกัน ญี่ปุ่นตกเป็นเฉลย คนไทย ก็สงสารญี่ปุ่นอีก คือ ไม่มีอุดมการณ์ว่าต้องเป็นข้าง นั้นข้างนี้ แต่สงสารทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องดี ฉะนั้น เรื่อง การพยาบาล การเยียวยาเป็นเรื่องใหญ่มาก คนไทยจะ ทำได้ดีกว่าชาติอื่น ๆ จุดนี้เป็นจุดแข็งของเรา อีกทั้งการ เยียวยายังเป็นที่ต้องการทุกบ้าน ทุกชุมชน ที่บ้านมีเด็ก อยู่คนหนึ่งชื่อ ‘เจ้าหนู’ เขาดูแลคนแก่ เด็ก บริเวณนั้น ทั้งหมดเลย แม้แต่หมาป่วยก็ดูแล โดยที่ไม่ได้รับการ วารสารสภากาการพยาบาล ปีที่ 23 ฉบับที่ 4 ตุลาคม-ธันวาคม 2551 16 Thai Journal of Nursing Council Vol. 23 No.4 October-December 2008 17 # ประเวศ วะสี อบรมอะไรเลย ถ้าได้รับการอบรมจะดีแค่ไหน หรือ เมื่อสมัยยังเด็ก ได้เห็นน้องสาวของปู่เป็นอัมพาตอยู่ ในบ้าน ลูกหลานก็ช่วยดูแลกัน แต่สภาพการณ์ตอน นี้คนคงทำอย่างนั้นไม่ได้ ต้องออกไปประกอบอาชีพ จึงต้องมีผู้บริบาล ซึ่งไม่ถึงกับต้องจบปริญญา แต่มี ความรับผิดชอบ มีน้ำใจ มีความรู้ต่าง ๆ บ้างก็เพียงพอ ทั้งโลกต้องการคนเหล่านี้ แล้วทำให้ประเทศไทย เป็นมหาอำนาจทางการพยาบาลเอาไหม เราคงไม่ สามารถเป็นมหาอำนาจทางอาวุธยุทโธปกรณ์ได้ เรา คงไม่สามารถเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้ แล้วก็ ไม่น่าจะพยายามเป็น แต่เราต้องเป็นมหาอำนาจทาง ความดี มีน้ำใจคอยช่วยเหลือเยียวยาคน โดยมีความรู้ ประกอบด้วย รูปธรรมของมหาอำนาจทางความดีก็คือ พยาบาล เพราะพยาบาลคือผู้บริบาลสังคม อยากฝากให้ประชาคมพยาบาลลองคิดตรงนี้ซึ่ง เหล่านี้ต้องอาศัยจินตนาการเป็นที่ตั้ง อย่าเอาความรู้ หรือความจริงเป็นตัวตั้ง เพราะความรู้และความจริง มีข้อจำกัด แต่จินตนาการนั้นไม่จำกัดและจะทำให้ เราเกิดพลังที่มหาศาล จึงขอฝากจิตนาการใหม่ไว้ว่า ประเทศไทยจะเป็นมหาอำนาจทางการพยาบาล เรา สามารถพัฒนาศักยภาพและบุคลากรได้ ตรงนี้จะเป็น ขุมพลังของความดีที่เยียวยาโลก ถ้ามีแนวคิดอย่างนั้นแล้วจะมีวิธีทำอย่างไร ขอ เสนอ 2 เรื่องด้วยกัน คือ 1. เปิดศักยภาพของพยาบาลให้เต็มที่ ถ้าจะเปิด ศักยภาพต้องดูว่ามีมายาคติอะไรที่จำกัดเสรีภาพ เกิด ข้อจำกัดที่ทำให้เราไม่มีพลัง เราต้องก้าวล่วงข้อจำกัด หรือ transcending มีอยู่ 5-6 เรื่องด้วยกันที่คนคิดว่า มันดีแต่มันเป็นข้อจำกัด 2. เราต้องเปิดศักยภาพของความเป็นมนุษย์ ทุกคนมีศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นคนเท่ากันหมด และ มีศักยภาพในตัวที่จะทำเรื่องดี ๆ พร้อมกับถอนมายา คติอื่น ๆ ที่จะมาลดทอนความเป็นมนุษย์ลง มายาคติที่สำคัญมีดังนี้ 1. เราถูกสอนให้เอาความรู้นำในการทำการงาน ต่าง ๆ นี่เป็นมายาคติที่ทำให้คนไม่กล้า คนแตกแยก เป็นส่วน ๆ เพราะความรู้ก็แยกส่วน เกิดการแช่งและ ข่มกัน กลายเป็นมายาคติตามมาอีกเยอะ เราต้องเอา ‘ใจ’ นำ เพราะทุกคนมีเมล็ดพันธุ์ความดีอยู่ในหัวใจ เราต้องทำจากฐานที่เรามี ไม่ใช่ทำจากฐานที่เราไม่มี ความรู้เราอาจจะไม่มีก็ได้ หาเอาที่หลังก็ได้ สังเกตเวลา เกิดหายนภัย น้ำใจจะหลั่งไหลออกมามากมาย แปลว่า มันมีอยู่ ถ้าเราเอาใจนำทุกคนทำได้ แต่ถ้าเราเอาความ รู้นำอาจทำไม่ได้ทุกคน และผมเคยพูดไว้ว่า “พยาบาล ไทยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์” หรือ “พยาบาลไทยหัวใจ พระโพธิสัตว์” อันนี้จะเกิดพลังมากมาย พยาบาล 150,000 คน ถ้าเอาความรู้นำก็แบ่ง เป็นพยาบาลสาขาต่าง ๆ แต่ถ้าเอาใจนำพยาบาลรวม เป็นหนึ่ง เราจึงต้องเอาใจนำแล้วความรู้ตาม อย่า ไปห่วงว่าถ้าเอาใจนำแล้วความรู้จะน้อย เพราะมัน กลับตรงข้าม ความรู้จะมากขึ้น การวิจัยจะมากขึ้น นวัตกรรมจะมากขึ้น เพราะเรามีหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ มันก็สามารถดึงนวัตกรรม สร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ ได้ มากมาย ผมเคยดูงานที่โรงพยาบาลราชบุรี ซึ่งถูกชูว่า เป็นโรงพยาบาลคุณธรรม มีพยาบาลอยู่ 400 กว่าคน เกิดนวัตกรรมเยอะมาก ถ้าตรงข้าม หมอพยาบาล ไม่แคร์คนไข้ ก็ไม่เกิดการวิจัย นวัตกรรมต่าง ๆ ทำ กันไปตามเดิม และการมีใจนำจะทำให้เกิดความ กล้าหาญถ้าความรู้นำจะเกิดความกลัวกลัวเราไม่รู้กลัว # บทบาทพยาบาลในการเยียวยาสังคม คนอื่นมีความรู้มากกว่าเรา แต่ถ้าใจนำไปไหนก็ไม่กลัว เพราะหัวใจเราทำเพื่อเพื่อนมนุษย์ ความรู้หาเพิ่มเติม ทีหลังได้จึงเป็นอย่างที่ผมบอกว่า "พยาบาลไทยหัวใจ เพื่อเพื่อนมนุษย์" พวกเราอาจจะคิดคำอื่น หรือการ สื่อสารแบบอื่น ๆ ก็ได้ ต้องทำงานกับศิลปิน หรืออาจ มีศิลปินอยู่ในหมู่พยาบาล เพราะศิลปินจะช่วยให้เรา เข้าไปสู่จินตนาการได้ และสื่อสารกับคนได้จับใจ หลากหลายรูปแบบ เช่น การสื่อสารโดยนวนิยายซึ่ง เข้าถึงจิตใจผู้คนได้มากกว่าตำราวิชาการ และพยาบาล นั้นมีประสบการณ์ มีเรื่องเล่ามากมายที่น่าสนใจ 2\. เรื่องความรู้ในตัวคนกับความรู้ในตำรา ความรู้มีสองประเภทใหญ่ ๆ มีความสำคัญทั้งคู่ แต่มี ที่มาและความหมายต่าง ๆ กัน ความรู้ในตำรามาจาก ฐานทางวิทยาศาสตร์ จากการวิจัย ความรู้ในตัวคน มาจากประสบการณ์ชีวิต มาจากการทำงาน ทุกคนมี ความรู้ในตัว พ่อค้า คนขายก๋วยเตี๋ยว ช่างผสมปูน และเป็นความรู้ที่แน่นมาก มีประโยชน์มาก แม่ทุกคน มีความรู้สอนลูกได้หมด เป็นครูที่ดีที่สุดเพราะมี ความรู้ในตัว ความรู้ในตำรา น้อยคนที่รู้ ความรู้ในตัวคนทุก คนมี ถ้าเราเคารพเฉพาะความรู้ในตำรา คนน้อยคน เป็นคนมีเกียรติ ถ้าเราเคารพความรู้ในตัวคน คนทุกคน มีเกียรติเพราะมีความรู้ในตัวต่าง ๆ กันไป และการที่ ทุกคนเป็นคนมีเกียรติจะให้พลัง เป็นพลังแห่งชาติ หรือเรียกได้ว่าเป็น ‘พลังความมั่นใจแห่งชาติ’ แต่ถ้า เคารพแต่ความรู้ในตำรา จะทำให้คนขาดความมั่นใจ รวมกันเป็น ‘การขาดความมั่นใจแห่งชาติ’ การเคารพ ความรู้แต่ในตำราสังคมจะแตกแยก แม้แต่เด็กนักเรียน ก็ยังไม่อยากคุยกับพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เพราะคุยแล้ว ไม่ได้คะแนน แม้ว่าในตัวพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย จะมี ความรู้มากมายพร้อมด้วยความรัก แต่เรากลับวงการ ศึกษาของเราไว้แยกออกจากชีวิต ชีวิตก็อย่างหนึ่ง การ ศึกษาก็อย่างหนึ่ง ทั้งที่จริงแล้วการศึกษาต้องเอาชีวิต เป็นตัวตั้ง มันต้องอยู่ที่เดียวกัน ถ้ากำจัดมายาคติ นี้ได้ก็จะเปิดมุมมองใหม่ รักเพื่อนมนุษย์ เห็นคุณค่า เพื่อนมนุษย์และเห็นทุกคนเป็นคนมีเกียรติ มีศักยภาพ แล้วโลกจะเปลี่ยน ความโกรธความเกลียดจะลดลง มีความสุขมากขึ้น 3\. เรามักจะเคารพความเป็นทางการมากกว่า ความไม่เป็นทางการ ถือว่าความเป็นทางการคือความ ถูกต้อง ที่จริงแล้วความไม่เป็นทางการมีมาก่อนความ เป็นทางการ และใหญ่กว่าความเป็นทางการ ใกล้ชิด กับธรรมชาติของจริงมากกว่า แม้แต่เรื่องเศรษฐกิจไม่ เป็นทางการรวมกันแล้วยังใหญ่กว่าเศรษฐกิจในระบบ หรือที่เป็นทางการ ถ้าเราติดแต่ความเป็นทางการจะ หมดพลัง เห็นรูปแบบสำคัญมากกว่าสาระ สังคมไทย เป็นสังคมที่ติดรูปแบบมากกว่าสาระ เช่น คนไทย สร้างหอพระไตรปิฎกสวยงามมาก แต่มักจะไม่ศึกษา พระไตรปิฎกอย่างถ่องแท้ ดังนั้น เราต้องเห็นคุณค่า ความไม่เป็นทางการ บางทีเราจะทำอะไรดี ๆ แต่ไม่ กล้าเพราะยังไม่ได้ขออนุมัติ ทั้งที่การทำความดีไม่ ต้องขออนุมัติ ยังมีมายาคติอื่น ๆ อีกที่มาบดบังความเป็น มนุษย์ของเราและของคนอื่น ถ้าเราเข้าใจมันและ พยายามแหวกมายาคติออกไปถึงศักยภาพของ ความเป็นคนก็จะเกิดพลังมหาศาล ประเด็นสุดท้าย คือ เรื่องการทำงานเชิง ยุทธศาสตร์ การที่เรารัมเหลวเรื่อยมา เพราะสังคม นี้มีเครื่องมือมากมายแต่ขาดการออกแบบ คิด เปรียบเทียบกับการสร้างพระเจดีย์ ต้องสร้างจากฐาน วารสารสภากาการพยาบาล ปีที่ 23 ฉบับที่ 4 ตุลาคม-ธันวาคม 2551 Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. Thai Journal of Nursing Council Vol. 23 No.4 October-December 2008 19 # ประเวศ วะสี ให้แข็งแรงเพื่อรองรับองค์พระเจดีย์ ไม่สามารถสร้าง จากยอดได้ แต่เรามักพัฒนาจากยอดพระเจดีย์ทุกอย่าง แล้วสุดท้ายก็พังลงหมด ไม่ว่าการศึกษา เศรษฐกิจ การเมือง แล้วฐานพระเจดีย์ก็คือ ชุมชนท้องถิ่น ดังนั้น ชุมชนท้องถิ่นคือจุดยุทธศาสตร์ของการพัฒนา ถ้าเราทำชุมชนท้องถิ่นให้แข็งแรงทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม สุขภาพ แล้ว องค์พระเจดีย์ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การศึกษา การเมือง ต้องเชื่อมกับฐาน แล้วยอดพระเจดีย์ซึ่งชี้ขึ้นก็คือ การ เข้าถึงสิ่งสูงสุด เป็นมนุษย์ต้องสามารถเข้าถึงสิ่งสูงสุด ได้ ซึ่งเป็นส่วนที่แตกต่างจากสัตว์ ถ้าเข้าถึงสิ่งสูงสุด ไม่ได้มนุษย์จะขาดความสมบูรณ์ในตัวเอง เมื่อขาด ความสมบูรณ์ในตัวเองก็ต้องหาอะไรมาเติม ซึ่งแบ่ง ได้เป็น 3 ประการ คือ 1)ยาเสพติด 2)ความฟุ่มเฟือย และ 3) ความรุนแรง ดังนั้น มนุษย์จึงต้องเข้าถึงความดี ความงาม ความจริงให้ได้ และเมื่อทุกอย่างผนวกกันได้ก็จะ เป็นพระเจดีย์ที่สวยและมีประกายออกไป การที่สังคม วิกฤตเพราะละทิ้งฐานไป จึงต้องกลับมาหาฐานทั้ง ในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การเมือง แล้วจะดำเนิน ไปง่ายกว่ามาก เพราะมีทุกสิ่งอยู่ที่ฐานอยู่แล้ว ทั้งทุน ทางทรัพยากร ทุนทางสังคม ทุนทางศาสนธรรม ทุน ทางวัฒนธรรม ขาดเพียงแต่ขาดทิฏฐิ ขาดการรับรู้ ว่าจุดนี้เองคือจุดยุทธศาสตร์ที่จะสร้างความมั่นคง ยั่งยืน เรื่องสุขภาพก็เช่นเดียวกัน ต้องมองทั้งระบบ และไม่แยกส่วน ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมมันจะทำงานง่ายขึ้นมาก เหมือนรถยนต์ที่ทุกส่วนต้องมาประกอบกันทั้งหมด หากพัฒนาล้ออย่างเดียวก็วิ่งไม่ได้ พัฒนาเครื่องยนต์ อย่างเดียวก็วิ่งไม่ได้ ชุมชนท้องถิ่นจึงเป็นเรื่องของ ระบบทั้งหมด พยาบาลควรเข้าไปโดยไม่ต้องตั้งนิยาม ไก่ก่อน แต่ให้ไปดูของจริงว่าชุมชนที่ดีมีอะไร สถานี อนามัย โรงพยาบาลที่ดีมีอะไร เมื่อศึกษาให้รู้ก็นำมา สื่อสารให้มีการขยายตัว แล้วเพิ่มคุณค่าเข้าไป หากเราทำจากข้างล่างขึ้นเรื่องจะง่ายกว่าการ คิดจากส่วนบน แล้วทำเช่นนี้ก็จะมีความสนุกด้วย เนื่องจากได้เรียนรู้ได้เห็นคุณค่าของผู้คน เห็นความดี ความสวยงามเต็มแผ่นดิน โดยที่พยาบาลก็ไปร่วมกับ ขบวนการทั้งหมดนั้นเพื่อร่วมกันเยียวยาผู้อื่น เยียวยา ตัวเราเอง และรวมถึงเยียวยาโลกด้วย PQET บทบาทพยาบาลในการ เยียวยาสังคม ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2008
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• พยาบาล
• การพยาบาล
• การพยาบาลสาธารณสุข
• การพยาบาลอนามัยชุมชน
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2008
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้