auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (5 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

สุขภาวะทางกาย

chrome_reader_modeคำอธิบาย

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

PCET สุขภาวะทางกาย ประเวศ วะสี 1 Way (65) A 417 Jan.57 หมอชาวบ้าน ฉ.417 ม.ค.57 Artwork 4 หน้า -- คู่ วิธีแก้เซ็ง สร้างสุข ภาค ๒ ตอนที่ ๖๕ นพ.ประเวศ วะสี (เขียนเมื่อ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๖) สุขภาวะที่สมบูรณ์ ทางกาย จิต สังคม ปัญญา สุขภาวะทางกาย (๔) ๒. อาหารกับสุขภาพ (ต่อ) ในสภาวะเกินนั้น นอกจากโรคอ้วนแล้วก็ยังมีเรื่องเบาหวานกับความดันโลหิตสูง ๓ ตัวนี้เป็นเกลอกัน เบาหวานและความดันโลหิตสูงช่างมีซุกชุมเสียจริงๆ จนทุกคนต้องนึกถึงว่าตนเอง อาจจะเป็น โดยเฉพาะคนอายุ ๔๐ ปีขึ้นไป โรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงถ้าไม่ได้รับการควบคุมก็จะนำไปสู่ความเสื่อม ของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น หลอดเลือดเสื่อม หัวใจเสื่อม ไต่เสื่อม สมองเสื่อม ตาเสื่อม เป็น โรคติดเชื้อด้วย ซึ่งก่อภาระทางสุขภาพ ภาระโรค ภาระการที่ต้องดูแลรักษา ถ้าคิดเป็นมูลค่าก็เป็น การสูญเสียอย่างมหาศาล ฉะนั้น คนทุกคนควรศึกษาให้เข้าใจโรค ๒ โรคนี้และสามารถควบคุมโรคได้ด้วยตนเอง ระบบบริการสุขภาพก็ควรต้องสามารถควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในคน ทุกคนทั้งประเทศ ซึ่งถ้าทำได้จะประหยัดชีวิต ลดภาระโรค ลดภาระการต้องดูแลรักษาผู้ป่วย ลด ภาระค่าใช้จ่ายเรื่องสุขภาพลงอย่างมหาศาล และเป็นเรื่องที่ทำได้จริงๆ ที่เรียกว่าเบาหวานนั้นอันตรายไม่ได้อยู่ที่เบาหวาน แต่อยู่ที่เลือดหวาน คือเลือดมี ระดับน้ำตาลสูงเกิน เมื่อสูงเกินมันก็ล้นออกมาทางปัสสาวะ น้ำตาลในปัสสาวะมันไม่ได้ทำอันตราย อะไร ออกมาแล้วมันก็ถ่ายทิ้งไป อันตรายมันอยู่ที่มีน้ำตาลในเลือดมากเกิน ในเลือดจำเป็นต้องมีน้ำตาล เพราะน้ำตาลจำเป็นสำหรับการสร้างพลังงานของเซลล์ ต่างๆ ถ้าน้ำตาลในเลือดต่ำเกินที่เขาพูดว่า ไฮโพ ๆ มาจากคำว่า Hypoglycemia (Hypo = ต่ำ, น้อย ; glyc = น้ำตาล ; emia = ในเลือด) ซึ่งแปลว่า มีน้ำตาลในเลือดต่ำ ระดับน้ำตาลในเลือดปกติประมาณ ๑๐๐ มิลลิกรัม% ถ้าเกิน ๑๒๐ ก็ถือว่าสูง น้ำตาลในเลือดที่มีมากเกินจะไปจับกับโปรตีนทำให้เกรียมหรือแข็ง อย่างในการย่างเป็ด ถ้าต้องการให้หนังเกรียม กรอบ เขาจะทาน้ำตาล เปิดย่างหนังเกรียมกรอบอาจจะอร่อย แต่ถ้าโปรตีนในร่างกายของเราเกรียมกรอบมัน ไม่ใช่เรื่องที่อร่อยเลย เพราะโปรตีนที่น้ำตาลไปจับแล้วเกรียมกรอบแข็งกระด้างก็ทำให้เกิดความเสื่อม ในอวัยวะต่างๆ เช่น * หลอดเลือดแข็ง ทำให้ความดันสูง เบาหวานกับความดันสูงจึงไปด้วยกัน * หลอดเลือดที่หัวใจเสื่อม ทำให้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันได้ง่าย เบาหวานกับ โรคหัวใจจึงไปด้วยกัน * หลอดเลือดที่ไต่เสื่อม ทำให้เป็นโรคไตและไตวายในที่สุด เบาหวานกับไตวายจึงไป ด้วยกัน * หลอดเลือดที่สมองเสื่อม ทำให้เป็นโรคหลอดเลือดสมองอุดตันได้ง่าย * น้ำตาลยังไปจับกับเลนส์ลูกตา ทำให้ทึบแสงถือเป็นต้อกระจกก่อนวัย ฯลฯ ต่างๆ เหล่านี้ เป็นต้น โดยสรุปทำให้เกิดความเสื่อมไปทั่วร่างกาย และทำให้แก่เร็ว แต่ความเสื่อมเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นถ้าควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้ สูง ที่เรียกว่าควบคุมโรคเบาหวาน คือ ควบคุมไม่ให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง โรคเบาหวานก็ยังเป็นอยู่ เรารักษาโรคเบาหวานให้หายขาดไม่ได้ แต่เราควบคุมโรคเบาหวาน ได้ นี้เป็นที่มาของคำว่า ถึงแม้เป็นโรคก็สุขภาพดีได้ คือ โรคเบาหวานเป็นกรรมพันธุ์ มียืนในดีเอ็นเอ สุขภาพดีเกิดจากดุลยภาพ ถ้าเรา ทำให้ระดับน้ำตาลได้ดุล เราก็มีสุขภาพดี นี่เป็นประเด็นที่ถ้าเข้าใจก็จะดี คือแม้จะเป็นโรคต่างๆ ที่ รักษาไม่หาย ถ้าเราทำให้ร่างกาย จิตใจของเราได้ดุลยภาพ เราก็มีสุขภาพดี ในประชากรทุกเชื้อชาติ มากบ้างน้อยบ้าง มีคนที่มียืนเบาหวานที่ได้รับการถ่ายทอดกัน มาตามสายเลือด จากข้างพ่อบ้าง จากข้างแม่บ้าง บางคนจากทั้ง ๒ ข้างบ้างก็จะได้ยืนมาจำนวนมาก หน่อย ตามหลักทางพันธุศาสตร์ $$ \text{ยืน} + \text{สิ่งแวดล้อม} = \text{ผลลัพธ์} $$ คือ ไม่ใช่ยืนอย่างเดียวที่กำหนดผลลัพธ์ แต่มีปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมด้วย บางทีก็เขียนว่า $$ \text{Nature} + \text{Nurture} = \text{ผลลัพธ์} $$ $$ \text{Nature} = \text{ธรรมชาติ} = \text{ยืน} $$ $$ \text{Nurture} = \text{การหล่อเลี้ยง} = \text{ปัจจัยรอบข้างหรือสิ่งแวดล้อม} = \text{พฤติกรรม} $$ เช่น แม้มียืนเบาหวานถ้าไม่รุนแรงนัก แล้วไม่กินอาหารมากเกินและมีการออกกำลังมาก อาจไม่เป็นเบาหวานก็ได้ กล่าวคือ แม้มียืนเบาหวาน แต่ไม่มีพฤติกรรมส่งเสริมเบาหวาน ก็อาจไม่ เป็นเบาหวานก็ได้ 3 การไม่กินมากเกินแต่ออกกำลังให้มาก เป็นพฤติกรรมที่ทั้งป้องกันและควบคุม โรคเบาหวาน การออกกำลังกายให้มาก ทำให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น หมอสุวิทย์เล่าว่า ได้พบชายผู้หนึ่งอายุ ๗๐ ปี มาวิ่งที่กระทรวงสาธารณสุข เขาเล่าว่าเป็นเบาหวาน แม้กินยารักษา เบาหวานแล้ว ระดับน้ำตาลในเลือดก็ยังสูง หลังจากวิ่งวันละ ๑๐ กว่ากิโลเมตร น้ำตาลในเลือดลดลง ไปเหลือ ๑๐๐ คนเป็นเบาหวานถ้าออกกำลังกายมาก ๆ ยังช่วยป้องกันโรคแทรกซ้อนของเบาหวาน เช่น โรคหัวใจ การเป็นแผลเบาหวานที่บริเวณข้อเท้า การออกกำลังให้มากจึงเป็นคุณอนันต์ แต่ต้องการกำลังใจที่เข้มแข็งจึงจะทำ ที่ไม่ทำก็ เพราะขี้เกียจดีๆ นี่เอง ถ้าไม่คิดรักษาชีวิตของตัวเองก็ต้องคิดถึงคนที่เรารัก เช่น พ่อ แม่ ลูก เมีย เพื่อนฝูง คนที่ชีวิตเราอาจจะเป็นประโยชน์ต่อเขา รักษาชีวิตให้ยืนยาว เพื่อยังประโยชน์ต่อผู้อื่น ความตั้งใจจริงนี้ต้องการในช่วงแรก ๆ เท่านั้น แต่เมื่อออกกำลังเป็นประจำแล้ว มันทำให้รู้สึกสุขสบาย ก็จะเกิดการเสพติด คือมันจะทำเองแบบว่าขาดไม่ได้ ไม่ต้องการเดี่ยวเข็ญอีกต่อไป ยารักษาเบาหวาน มีทั้งยากินและยาฉีด ยาฉีดคือ อินซูลิน ยาเหล่านี้ไปทำให้เซลล์ สามารถใช้น้ำตาลได้ดีขึ้น ทำให้ระดับน้ำตาลลดลง แพทย์จะเป็นผู้จัดขนาดยาให้ระดับน้ำตาลอยู่ใน ระดับพอดีปริมาณ ๘๐-๑๒๐ มิลลิกรัม% ถ้าผู้ป่วยมีความรู้และสามารถตรวจระดับน้ำตาลในเลือดได้ และเป็นผู้คอยปรับขนาดยา ให้ระดับน้ำตาลในเลือดได้พอดีจะดีที่สุด เพราะหมอโดยมากมีธุระยุ่งมากไม่มีเวลาจะให้ความสนใจ ดูแลผู้ป่วยแบบเฉพาะบุคคลและต่อเนื่อง (Personal and continuous care) ไปตรวจที่โรงพยาบาลแต่ ละครั้งอาจเปลี่ยนหมอไปเรื่อยๆ พูดถึงตรงนี้ทำให้นึกถึง หมอประจำครอบครัว ที่คุณหมอนิทัศน์ รายยว่า ผู้ตรวจ ราชการกระทรวงสาธารณสุขไปทดลองทำที่อีสานเหนือ ท่านเรียกว่า นักสุขภาพครอบครัว (นสค.) นสค. อาจเป็นผดุงครรภ์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือพยาบาล ทุกคนได้รับมอบหมายให้ดูแล ประชากร ๑,๒๕๐ คน นสค. แต่ละคนรู้จักชาวบ้านที่ดูแลหมดทุกคน มีข้อมูลของทุกคนอยู่ใน คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ไปมาหาสู่ติดต่อกันโดยใกล้ชิด โดยใช้มอเตอร์ไซค์ไปเยี่ยมถึงบ้าน และพูดคุย กันด้วยโทรศัพท์มือถือ คุณหมอนิทัศน์ใช้คำว่า "มีหมอเสมือนญาติ" ลองนึกภาพดูว่าถ้ามีหมอเสมือนญาติจะมีความอบอุ่นแค่ไหน หมอที่รู้สารทุกข์สุขดิบของ เราเป็นอย่างดี รู้กระทั่งระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตของเราหมดทุกคน ถ้าจำเป็นต้องไป โรงพยาบาลก็แนะนำติดต่อให้หรือพาไปเลย มาเยี่ยมผู้สูงอายุถึงบ้าน ไม่จำเป็นให้ท่านต้องไปลำบาก ที่โรงพยาบาล ฯลฯ เรื่องหมอประจำครอบครัว หรือการมีหมอเสมือนญาติที่หมอนิทัศน์ทดลองทำนำร่องนี้ สามารถขยายไปได้ทั่วประเทศ แต่ก็นั่นแหละตัวอย่างอะไรดี ๆ ผู้มีอำนาจมักไม่อยากทำ แต่ประเทศไทยก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว จากเหตุการณ์เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖ ที่มวล มหาประชาชนออกมาชุมนุมคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ผ่านการลงมติของรัฐสภาไปแล้ว จน รัฐบาลและรัฐสภาต้องถอน แสดงว่าอะไรดี ๆ หรืออะไรไม่ดี ประชาชนต้องเคลื่อนไหวให้รัฐบาล ทำหรืองดเว้นการกระทำ ที่จริงก็เป็นเรื่องอธิปไตยของประชาชนนั่นเอง ซึ่งใช้เฉพาะการเลือกตั้งเท่านั้นไม่พอ แต่ ต้องมีบทบาทในการขับเคลื่อนนโยบายด้วย ๓๐ บาทรักษาทุกโรคเป็นเรื่องที่ดี แต่ยังไม่พอ ควรจะมีการพัฒนาต่อไปที่อาจเรียกว่า จาก ๓๐ บาทรักษาทุกโรค สู่บริการใกล้บ้านใกล้ใจ คนไทยทุกคนมีหมอประจำครอบครัว (ยังมีต่อ) โปรย 1 Way happy A 421 May.57 หมอชาวบ้าน ฉ.421 พ.ค.2557 Artwork 4 หน้า -- คู่ วิธีแก้เซ็งสร้างสุข ภาค ๒ นพ.ประเวศ วะสี (เขียนเมื่อ ๒๙ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๗) บนเส้นทางชีวิต ตอนที่ ๖๙ สุขภาวะที่สมบูรณ์ ทางกาย จิต สังคม ปัญญา สุขภาวะทางกาย (๘) ๖. รักษาและควบคุมโรค การเจ็บป่วยล้มตายของประชาชน ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นการเจ็บป่วยล้มตายโดยไม่ จำเป็น หรือหลีกเลี่ยงได้ ถ้าประชาชนมีความรู้และสามารถดูแลรักษาและป้องกันโรคได้ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของโรคที่พบบ่อยที่ประชาชนควรหาความรู้ดูแลรักษาป้องกันตัวเอง ๑. เป็นหวัด คัดจมูก เจ็บคอ "หวัด คัดจมูก เจ็บคอ" เป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดที่นำผู้ป่วยไปโรงพยาบาลหรือไปหาหมอที่ คลินิก คนอังกฤษเมื่อเป็นหวัด คัดจมูก เจ็บคอ จะไม่ไปพบแพทย์ เพราะเขาดูแลตนเองได้และรู้ ว่ามันหายเอง แต่คนไทยที่ป่วยด้วยโรคนี้จะไปพบแพทย์ ทำให้โรงพยาบาลแน่นไปหมด ทางการแพทย์ควรจะให้การแนะนำประชาชนในการดูแลรักษาและป้องกันโรคนี้ โดยไม่ ต้องไปพบแพทย์ แต่ถ้าแรงจูงใจของแพทย์และโรงพยาบาลอยู่ที่การมีรายได้จากรักษาคนไข้ประเภทนี้ ประชาชนก็จะไม่ได้รับคำแนะนำให้พึ่งตนเอง ขณะนี้แรงจูงใจของแพทย์ยังไม่เหมาะสมแพทย์ควรจะอยากให้ประชาชนไม่ เจ็บป่วย แต่ถ้ารายได้ของแพทย์อยู่ที่ประชาชนป่วยมาก ๆ แรงจูงใจก็จะไม่เป็นกุศล เราจึงต้องมี "ระบบ” ที่สร้างแรงจูงใจในการที่ประชาชนไม่ป่วย นี่เป็นที่มาของการปฏิรูประบบสุขภาพ ที่เรียกว่า "สร้างนำซ่อม” คือสร้างสุขภาพดี ไม่ใช่ปล่อยให้สุขภาพเสียแล้วค่อยซ่อม ถ้าสังคมเข้าใจ "ระบบ" สุขภาพก็จะช่วยให้การปฏิรูประบบสุขภาพ เพื่อประโยชน์ของ ประชาชนเกิดง่ายขึ้น วิธีป้องกันหวัด คัดจมูก เจ็บคอ มี ๓ วิธีใหญ่ ๑. รักษาความอบอุ่นของร่างกาย ไวรัสที่ทำให้เป็นหวัด เจ็บคอ นั้นชอบความเย็น ถ้า ร่างกายกระทบความหนาวเย็นจะทำให้เป็นหวัดได้ง่าย ๒. การออกกำลังกายทุกวัน จะป้องกันหวัดได้ดีมาก บางทีทั้งปีไม่เป็นเลย ๓. ล้างมือ ฟอกสบู่บ่อย ๆ เพราะเราขึ้นรถลงเรือจับโน่นจับนี่ ทำให้ติดหวัดได้ง่าย เมื่อ เข้าห้องน้ำควรถือโอกาสล้างมือฟอกสบู่ จะทำให้ "ลดการเป็นหวัด เจ็บคอ" ลง 2 ## การรักษา ๑. เมื่อเริ่มรู้สึกจะเป็นหวัดหรือเจ็บคอ ให้ใช้น้ำร้อนเท่าที่พอจะทนได้ล้างจมูก และกลั้ว คอ หลายๆ ครั้ง จะรู้สึกสบายขึ้น และบางทีการเป็นหวัด เจ็บคอ จะหายไม่ลุกลามต่อไป เพราะไวรัส ไข้หวัดมันกลัวความร้อนดังกล่าวแล้ว ๒. ใช้ยาแก้แพ้ เช่น คลอร์เฟนิรามีน (คลอเฟ้น) กินแก้คัดจมูก ยานี้ราคาถูกมาก ๓. ถ้าปวดศีรษะหรือเป็นไข้กินยาพาราเซตามอลเท่าที่จำเป็น ## ๒. ไข้หวัดใหญ่ (ฟลู หรือ อินฟลูเอ็นซา) "ไข้หวัดใหญ่” ต่างจากไข้หวัดเล็กหรือไข้หวัดธรรมดา ที่มีไข้สูงเกิดขึ้นทันทีทันใด ปวด กระดูกและกล้ามเนื้อมาก ส่วนอาการหวัดคัดจมูกมีไม่มาก ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเสริฐ กังสดาลย์ ปรมาจารย์ทางอายุรศาสตร์สอนว่า "ไข้หวัดเล็กเป็นหวัดมาก ไข้หวัดใหญ่เป็นหวัดน้อย" คือไข้หวัดธรรมดาจะมีอาการเป็นหวัดคัด จมูก มาก แต่ไข้หวัดใหญ่ไม่ค่อยมีอาการหวัดคัด จมูก แต่หนักไปทางไข้สูงปวดกระดูกกระเดี้ยวและกล้ามเนื้อ ตาแดง ไข้หวัดใหญ่จะเป็นประมาณ ๔ วันไข้ก็ลง ระหว่างนั้นการรักษาคือกินน้ำมากๆ และใช้ยา ลดไข้คือพาราเซตามอล ไข้หวัดใหญ่มี ๒ ประเภทใหญ่ ๆ คือ ประเภทที่มีประปรายตามฤดูกาล มิได้ตลอดปี มาก ในฤดูหนาว อีกประเภทหนึ่งระบาดใหญ่รุนแรงเป็นครั้งคราว มีคนเป็นสิบ ๆ หรือร้อยล้านคน ทาง การแพทย์จะกลัวชนิดหลังเพราะอาจรุนแรงและทำให้ผู้คนล้มตายมาก ในครั้งรัชกาลที่ ๖ มีระบาดใหญ่ และแรงที่เรียกว่า สแปนิส ฟลู เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถก็สิ้นพระชนม์ เพราะโรคไข้หวัดใหญ่รุนแรงใน ครั้งนั้น เดี๋ยวนี้มีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งทำมาแต่ละปีสำหรับฉีดป้องกันปีละ ๑ ครั้ง ป้องกันได้ปี เดียว เพราะเชื้อเปลี่ยนชนิดทุกปี ส่วนสำหรับไข้หวัดใหญ่ประเภทร้ายแรงนั้นกระทรวงสาธารณสุขซึ่งเฝ้า ระวังจะประกาศให้ประชาชนทราบ และแนะนำว่าควรทำอย่างไร ไข้เลือดออก ในระยะแรกจะแยกไม่ออกจากไข้หวัดใหญ่ เพราะมีอาการเหมือนกัน คือ ไข้สูงเกิดขึ้นทันทีทันใดและปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัวรุนแรง อาจมีเลือดออกหรือไม่มี ถ้าไม่มีก็ไม่ต่าง จากไข้หวัดใหญ่ ถ้ามี เช่น มีจุดแดงขึ้นใต้ผิวหนัง ควรไปโรงพยาบาล พยายามคว่ำกะโหลกกะลารอบ ๆ บ้าน อย่าให้น้ำขังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ซึ่งเป็นพาหะ พาเชื้อไวรัสซึ่งเป็นต้นเหตุของไข้เลือดออกเข้ามาสู่คน ## ๓. ปวดท้อง-ท้องเดิน อาการจุกเสียดปวดท้อง ท้องเดิน เป็นปัญหาที่พบบ่อยที่ต้องเจอทุกคนทุกบ้าน จึงควร สะสมประสบการณ์และความรู้ในการดูแลรักษาตัวเอง Extract all text from this image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. Extract all text from this image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes.

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2013

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
28% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
25% Match
คุยกับผู้อ่าน : นายแพทย์บุตร ประดิษฐวณิช (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 136 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2533)
16% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• สุขภาวะ

• อาหาร

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2013

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้