auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
การจัดการ ๑7 กระฆบจนการ มนุษย์ ศัก รัดทพ ประเวศ วะสึ การจัดการความรู้: ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประเวศ วสึ การจัดการความรู้ ๑ กระ ะบวนการปลดปล่อยมนุขย์ สู่ศักยภาพ เสรีภาพ และความสุข ส๕2 น ซี ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประเวศ วะส พิมพ์ครั้งที่หนึ่ง พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เลขมาตรฐานสากลประจําหนังสือ 974-98751-9-% จัดพิมพ์โดย สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม(สคส.) ภายใต้การสนับสนุนโดย สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม( สคส.) ชั้น ๒๓ อาคาร เอส เอ็ม ทาวเวอร์ เลขที่ ธ๑6 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ ๑๐๕๐๐ โทร. ๐๒ ๒ธี๕-๐๒๒๕-๕ โทรสาร ๐๒ ๒ธี๕-๐๐๕๐ เว็บไซต์ [พ0:/ /จพา.ไสร์.01.ฝ่า 65.- ระบวนการปลดปล่อยมนุษย์ ศักยภาพ เสรีภาพ และความสุข มนุษยุมีสมอง จงเขนโครงสร้าง ที่วิจิ ตุรที่สุด านขิกรวาล สามารถเรียนรู้ ให้ บรรลุอะไรก็ได้ กวรจะมีความสูขิและ สามารถยยี่ว่วมกัน ด้วยสันติ แต่สังคมปัจจุบัน ได้0 กทยิกันเป็น โครง สูว้างอันแข็งแกร่ง ทีก ากปงิมนุษย์ไว้ ประ ดุจถูกขิปกูมิคุมขัง ในคุ กิทางสังคม ไร้ศักยภาพ ที่จะ ะออกจากไ โญหา ธนซับซ้อน ของ สัง คมสมัยใหม่ แม้มีการคนพบป ความรู้ใหม่ ๑/ “อันนําย ศจรรย์ แต่กดูเหมือนว่า ๑/ จ่งเสริม สร้างพนธชนาการ ทางสังคม ธ่กัก ข้งิมนุษ ย์ไว้ อย่งแนนหนามากขึ้น ควรที่จะทําความเข้าใจ ความทุกข ถุ จองกนลมัยไหม และกก ทางสังคมที่แงไม่เห็น ที่กักขังมนุษย์ไว้ และวว่า “การจัดการความรู้ ป: ปลดปล่อยมนุษย์ สู่ศุกยภาพ เสรภาพและ ความสุขด้อย่างไร 4# ช การจดการความรู้ : กระบวนการปลดปล่อยมนุษย์ @. ความทุกข์เชิงโครงสร้าง ของคนสมัยใหม่ ๑ โย, คุกทางสังคม ๒ ๓. ไม่ได้ผล ๑๒ (๕. การแ รพศักดิ์ศรีและคุณค่า ความเป็นค เของคนทุกคน อย่างเท่าเทียมกัน ๑๕ ๕ กุญแจอยู่ที่การเคารพ ความรู้ในตัวตน อ๑๕ าอ, การทําแผนที่ความรู้ .ในตัวคนทุกคน ๒๕ เณ เสรีภาพ และ กวามสุข ซ์ คุณธรรม ๕ ประการ ของการจัดการความรู้ ๓๑ ๕1 เสรีภาพของระบบแล: ศักยภาพบูรณาการ ของมนุษย์ทั้ง ๕มิติ ๕๑ ๕ปริมณฑลแห่งการใช้ประโยชน์ ของการจัดการความรู้ ๕๐ @๑๐. จิตสํานึกใหม่ (ล๓ 6ณีอนจก๓) การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน ๕ซ ๓ ม ความทุกข์ โค รงสร้าง ของ คนเรามีทั้งทุกข์และสุข แต่ความทุกข์หรือความบีบ. คั้นก็เป็นธรรมดาของชีวิต จนมีคํากล่าวเพื่อเดือนให้ระลึกรู้ว่า .“คนเราเกิดมามีความทุกข์เป็นธรรมดา จะล่วงความทุกข์ไป ไมใด้” ความทุกข์ของคนในสมัยค่างๆ แตกค่างค้บไป เช่น สมัยขืน. คนปําลําสัตว์ ความทุกข์ก็อาจจะเกิดจากเจอสัตว์ร้าย เช่น เสือ ใน สังคมสมัยตั้งบ้านเรือนเป็นหมู่บ้านเกษตรกรรม ความทุกข์ก็อาจจะ. .เกิดจากทําเกษตรไม่ได้ผลเพราะฝนแล้งหรือน้าท่วม เกิดข้าวยากหมาก. แพง หรือถูกเกณฑ์ไปทําสงคราบ หรือการก่อสร้างขนาดใหญ่แล้วต้อง [พลัตพรากและลัมดายจากกัน สังคมสมัยใหม่มีขนาดใหญ่และเชือมโยง สังคมสมัยโบราณ อยู่แยกกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ และสังคมที่อยู่ไกลกันไม่มีผลกระทบถึง จ7 ธิ ๑๑.ฮั ส ส3. 2.63 | 1 กัน เช่น อะไรเกิดขึ้นที่ จีน อินเดีย แอฟริกา หรือยุโรป ไม่มีผลกระทบ ต่อไทย จ 97 จรลโช- "! 2 ม 0 แต่สังคมปัจจุบันเข้ามาเชือมโยงกันหมดทั้งโลกด้วยระบบ เศรษฐกิจ ข้อมูลข่าวสาร และการเดินทาง อะไรเกิดขึนที่หนึ่งก็มีผล กระทบไปได้ทั่วโลก เช่น โรคระบาด เศรษฐกิจตกตํา ค่านิยม 9 ซึ่ 8. มม, ส่ ว ในสังคมโบราณแบบพึ่งตนเอง ใครทําอะไรก็ได้ผลจากที่ตนทํา เอง เช่น ใครขยันและไม่มีอบายมุขจะไม่ยากจน เพาะปลูกข้าวกินเอง 37 9 จ้ ซ้ + ล๑4รื่ ฟู . ปลูกผักผลไม้ เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ เป็นเศรษฐกิจพึ่งตนเอง แต่ละคนจึงได้ รับผลจากกรรม(การกระทํา) ที่ตนทําเอง จ = เด เล่อ่ 84 ย แต่ในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ที่เชื่อมโยงกันหมดทั้งโลก คน จํานวนมากได้รับผลจากทีคนอื่นทําจากที่ไกลๆ โดยเราอาจจะไม่รู้เลย เ โซ เพ จ ๑ ๆ.. จ 5๑อ้2. เช่น มีนักค้าเงินอยู่ที่นิวยอร์คคนเดียว อาจทําให้การเงินของเราพังทั้ง ประเทศ หรือประธานาธิบดีบุชตัดสินใจไปทําสงครามกับอิรักทําให้ราคา เสดว ร ะ. เว เต น้ามันแพงขึ้นทั้งโลก ทําให้คนไทยทั้งประเทศเดือดร้อน เพราะระบบ จ. 2 รื่ เลว เศรษฐกิจปัจจุบันพึงพาน่ามัน 87 จ2 ง่. 4ว. ซึ 7 9/. สังคมปัจจุบันจึงเชื่อมโยงมีขนาดใหญ่และซับซ้อนเป็นระบบ ซับซ้อน (๐๐ถาุก18% 551๐ทา) ในระบบที่ซับซ้อนเกิดการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว รุนแรง โดย ' ร ะ ๕(๑,ไ.!ไช่ 9. 5/, = อ ไม่คาดหมาย ซึ่งครั้งโบราณเป็นไม่ได้ เช่น หุ้นแตก เศรษฐกิจตกตํา จ2 97 9 ง 4จ2 ว ทันทีทันใด หรือโรคระบาด เช่น ในวันหนึ่งในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. เว 2- ๒๕๕๐ วันนั้นวันเดียวเงินไหลออกจากประเทศไทย ๕๐๐,๐๐๐ ถาน บาท และในเดือนนั้นเงินไหลออกเกือบหมดประเทศ เร ) ร.,ซช้. จ 9 ล สมัยยังค้าสําเภาหรือต้องขนเงินขึ้นหลังช้างไปจ่ายเงินเดือน 97, ส่ 9 | ง จ” เ =. 9” หลังภูเขา เรื่องอย่างนี้เป็นไปไม่ได้ แต่สมัยนี่เงินสามารถเดินทางด้วย ความเร็วของแสง คือไปตามระบบสารสนเทศทางอิเล็กทรอนิค 5 0 จ. ส ฯๆ ฉั» ข ๕ เมื่อเงินจํานวนมหีมาเคลื่อนไหวทัวโลกด้วยความเร็วของแสง เพื่อจ้องหาผลประโยชน์ โลกทั้งโลกก็ได้รับผลกระทบรุนแรง รวดเร็ว โดยไม่ได้คาดหมายได้ โรคระบาด เช่น โรคซาร์ส โรคไข้หวัดนก อาจระบาดขนาน ใหญ่ ผู้คนล้มตาย และเศรษฐกิจพัง ในสมัยโบราณโรคร้ายจากไวรัส ๑ ฒิ < "ง! | 7 อ สร ม ๕ บางชนิดอาจเกิดขึ้นในคน ๆ หนึ่ง หรือในสัตว์ตัวหนึ่งแล้วก็ตายสูญ พันธุ์ไปกับคนๆ นั้นหรือสัตว์ตัวนั้น ไม่ระบาดไปยังคนอื่น หรือสัตว์ เง ตัวอื่น «สั ฐ. ๆ ๐ 0 42 “4 จ ซะร สมัยนี้คนมีมากขึ้น อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น และเดินทางติดต่อ จ7 ซ- เมช้. 2 ซี =. 2 2 กันรวดเร็ว เชื้อไวรัสจากเอเชียอาจเดินทางไปอเมริกาภายใน ๒๕ ชั่วโมง โดยไปกับคนที่เดินทางโดยเครื่องบิน สจั ะ < " ด เจ 7 ซู| <. การเลี้ยงสัตว์ จากที่เลี้ยงบ้านละตัวสองตัว กลายเป็นฟาร์ม เณ |.,2- 57 ส «| ลั ส = ส่ะ. ขนาดใหญ่มีสัตว์เป็นล้านๆ ตัว เมื่อเป็นเช่นนี้ เมื่อมีเชือโรคทีร้ายแรง เกิดขั้นก็สามารถระบาดได้รวดเร็วและรุนแรง ไวรัสสามารถกลายพันธุ์ ได้ตลอดเวลา กลายไปกลายมาก็จะเกิดเป็นตัวที่เข้าคนได้และทําให้เกิด เร ส = ' ๑๑,ซั ร โรครุนแรง เพราะฉะนั้นการระบาดของโรคที่เรียกว่าโรคติดเชืออุบัติ ใหม่ เป็นเริ่งที่หนีไม่พันในสังคมปัจจุบัน 4 - " ทุกข์ของคนปัจจุบันทัวโลกคือความเครียด คนเราอาจยากดีมีจนไม่เหมือนกัน แต่ความเครียดนันมีทัว .ตลอดไม่ว่าจะจนหรือรวย มีอํานาจหรือไม่มีอํานาจ เผลอ ๆ พระสงฆ์ .องคเจ้าก็พลอยเครียดไปด้วย. จาทีขายดที่สุดในโอก ๓ อย่างด้วนเกี่ยวกับความเครียดทั้ง สันคือ ๓ (๓) ยารักษาแผลในกระเพาะอาหาร ความเครียดเกิดจากความบีบคัน ความบีบคั้นเกิดจากความไม่ลงตัวของความสัมพันธ์หรือความ จบกัน เช่น แผ่นเทคโหนิคใด้ดินขบกัน เกิดความบีบคั้นขึ้น แล้วระเบิด: .ออกมาเป็นภูเขาไฟระเบิด หรือแผ่นดินไหว เกิดคลื่นอักษ์สีนามิ หรือ. .ความกดอากาศขบกันเกิดเป็นพายุเธอริเคน. ความเครียดของคนในสมัยบัจจุบัน เกิดจากระบบในตวมนุนย์. (ไม่เหมาะหรือไม่สามารณเผชิญกับสภาพสังคมปัจจุบัน ซึ่งปลี่ยนแปลง วดถึวและบีบคัน. ความใหญ่และชับข้อนของสังคมปัจจุบันกดพับมนุษย์ทําใหรู้สึก วว่าตัวเองไว้ศักยภาพที่จะทําอะไร (พพุปอะ๐5). (ปรกดิมบุนย์เมือมปัญหาก็อยากที่จะช่วยเก้ใจไห้บันดขัน. แต่ปัญหาปัจจุบัน เช่น ความยากจน ความไม่เป็นธรรมทาง สังคม ยาเสพลิด ความรุนเรง การทําลายสิ่งแวดล้อบ ความตกดําทาง ศีลธรรม ประชาชนแต่ละคนไมรู้จะช่วยแก้ไขอย่างไร มีความรู้สึกหมด: หรัง (พลด๓๓๐๐) หาทางออกไม่ใด้ ความรู้สึกใร้ศักยภาพ ความรู้สึกว่าหมดหวัง ความรู้สึกว่าหา. ทางออกไม่ได้ ยิ่งเพิ่มความเครียดให้ผู้คนในสังคม อันนําไปสู่พฤติ-. รรมเบี่ยงเนต่างๆ เซ่น ยาเสพติด การฆ่าตัวตาย ความรุนแรง เราควรทําความเข้าใจสาเหตุของทุกข์เชิงโครงสร้าง ของคนสมัยใหม่ และหาทางออกจากทุกข์ให้ได้ การถูกจับกุม การถูกคุมขัง การถูกบังคับ การถูกจับ เป็นเชลย ย่อมก่อให้เกิดความทุกข์อย่างยิ่ง เพราะการถูก จํากัดพื้นที่ทั้งทางกาย ทางสังคม และทางปัญญา หรือการ (ไช้สรภาพ การไร้เสรีกาพทําให้จําคัดศักยภาพ เป็นไปได้หรือไม่ว่าสังคม ปัจจุบันได้เกิดมี “โครงสร้างที่มองไม่เห็น”ทีทําให้คนไห้สรืภาพและ. ศักยภาพ ทําให้ไม่มีความสุข เปรียบเสมือน “คุกพาง ทที่คักขังผู้คนไว้ เราลองค่อย องให้เห็นคุกทางสังคมที่จองจําคนสบัยใหม่ไว้ สัตว์ เข่น แพะ แคะ หรือวัว ต้องกินหญ้าเหมือนฯ คันทุก วัน คนสมัยแมาๆ ก็ต้องหาคินเหมือนๆ คันทุกคน (ต่อมาคนมีความสามารณฉพาะทางมาคขึ้น จึงเกิดประกอบการ งานจําเพาะอย่างต่างคัน ทําให้ต้องเอาของมาแลกกัน ซึ่งววัฒนาการบา. เป็นอาชีพค้าขาย คนบางจําพวกถูกอุปโลคน์ขึ้นเป็นผู้ปกครอง ระบบ การปกครองวิวัฒนาการจากระบบหัวหน้ากลุ่มหรือเผ่ามาเป็นระบบ คนัตริย์ ระบบการปกครองเกิดขึ้นเพราะความจําเป็นในการบริหารการ ยูร่วมคัน และการรวนดัวต่อสูศัดร เมื่อมีการปกครองกีมีผู้ปกครองหรือผู้ปีอ่านากับผู้ถกปกกรอง ปลสุไปมสังกร ติดกวานเด็ดทังดีซิงกายาคชีก ความสันพันธ์ซิงอํานาจวิวัฒนาการจากง่ายๆ เช่น ระหว่างหัว- หน้าเผ่าคับสมาชิกเผ่า ไปเป็นความสัมพันธ์เชิงอํานาจที่ขับซ้อนกว้าง ขวางขึ้น อาจแบ่งอ่านางเป็น ๓ อย่างคือ (๑0อํานพรัฐ (๒) อํานาจงิน (๓) อํานพความรู้ ค่านายรัฐ คืออ่านาจของการใช้พลกําลงบังคับให้คนอื่นทําตาม. คือมีกําลงด่ารวจและทหารอยูในมือ ค่านาดเงิน สังคมค่อนร้จักระบบเงินกับหลังมีระบบเงินแดกค่าง. กันมาก ก่อนมีระบบเงินบบุษย์แดกต่างกันได้ไม่มาก แตเมื่อระบบงิน พัฒนาวิจิตรขึ้น ควาบแตกต่างระหว่างคนก็แตกตางกันอย่างสุดๆเพราะ. งินเป็นสมมติที่สปลก (พราะสามารณิ่มขึ้นได้อย่างไม่มีทีสิ้นสุด เชน. จะเดินเลขศูนย์หลังตัวเลจไปใด้ถื่อยๆ เซ่น ๑๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐ ๐๐๐๐- มินจึงนํามาซึ่งความโลกอย่างไมมีท่ลิ้นสุด ความโลกนงด็มอ7 อํานาจรัฐและอํานาจความรู้ไปรับใช้ ความรู้ แต่แรกเกิดที่ทําไห้มนุษย์ต่างจากสัตว์นั้น เป็นความวู้ (เพื่อชีวิตและการอยู่ร่วมกัน เช่น อะไรกินได้ อะไรกินไม่ใด้ จะทํามาหากิน. อย่างไร จะอยูอย่างไร จะอย่ร่วมกันอย่างไร เกิดเป็นขนบธรรมเนียน (ประเพณีและศาสนาจ้น ความรู้เล่านี้กบชีวิตและวิดชีวิตบูรณาการอยู่ ดัวยกัน บางทีเอกว่าภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม .แค่อํานาจและเงินต้องการความรู้อึกอย่างหนึ่ง คือต้องการความรู้ไปเป็นอํานาจและเงิน ดัวอย่างที่เด่นชัดก็เช่น เมื่อวิทยาศาสตร์แรกเกิดในยุโรปได้ ถูกนําไปไช้สร้างอาวุธที่มีอํานาจอย่างที่มนนย์ไม่เคยมีมาค่อน เช่น เรือรบ 'ึนใหญ่ ปืนกล แล้วใช้อํานาจการองอันมทีมาแย่งชิงจากตนพื้นมืองจาก ทุกทวีป การแย่งซิงด้วยอํานาจไปกําหนดทิศทางการสร้างความรู้ คือพัน. นาสร้างความรูเพออํานาจ ทอดทึ้งความรู้พื่อการอร่วมกัน อํานาจ -เงิน - การวิจัยสร้างความรู้ใหม่ กลายเป็น จักรกลขนาดใหญ่ที่มีอํานาจบังคับมนุนย์ให้ต้องหมุนเร็วขึ้นๆ. หยุด ไม่ได้ .ีผูเปียบเทียบว่างหมือนสุัที่หลุดไปริ่งบนทางด่วนแล้วทา หางองไม่ด้ บันจะต้องถูกรถทรงถืวพับดาย หรือบันต้องร่งเนื่อยจน บริษัทคอมพิวเตอร์จะคิดเครืองทีคิดได้ถีวขึ้นๆ คนทั้งโลกก็ต้อง. ไปซื้อถ้าไม่ซ้อก็กลัวแข่งขันสู้คนอื่นไม่ใด้ จึงต้องทั้งเสียเงิน และเงิน. ที่เสียก็บาบีบบังคับให้ต้องทํางานเง็วขึ้นๆ (โลดที่หมุนเร็วขึ้นๆ อย่างนี้ ประสาทของมนุนย์ทนไม่ไหว แม้ งต่ประธานธนาคารแห่งหนึี่มีช่อเสงก็ยอมรับว่าพวกเขาทุกคนเครียด มาก ไม่มีเวลาจะคิดไปช่วยใคร เพราะถ้าพลาดจะลันและดาย จะเห็นได้ ว่าการพัฒนาที่เอาเงินเป็นตัวตั้งเป็นโครงสร้างใหญ่และหนักที่กดทับ. และบีบคั้นคนทั้งไลกอย่าไม่มีใครพยุดอังได้ นอกจากบั้นองค์กรด่างๆ ในสังคมล้วนมีความบึบคั้นในตัวเอง เพราะมีความสัมพันธ์ทางติ้งในทุกองค์กรทางสังคม คือ องค์กรทางการ เมือง องค์กรทางราชการ องค์กรทางการศึกษา องค์กรทางจุรกิจ และ องค์กรทางศาสนา ลงศ์ครทางผิ่ง หมายถีงองค์กรที่สันพันธ์คันด้วยอ่านาจระหว่าง คนข้างบนกับคนจข้างล่าง เน็นการใช้กฎหมาย กฎระเบียบ และการสั่ง การจากบนองล่าง โนองค์กรชนิตนี้ การเรียนร้จะมีน้อยเพราะคนมีอ่านาจก็ใช้การ ลังการ” มาคคว่าการใช้ความรู้และการเรียนรู้ และต้องการให้คนไม่มี อํานาง “ทําดาม” มากกว่าการเรียนรู ติดเอง คัดสินใจเอง (โครงสร้างฑางดิงจึงเป็นโครงสร้าที่บบตั้น ไม่ไดให้คุณค่ากับ ศักดิ์ศรีความเป็นคนของคนทุกคน คนที่อยู่ในองค์ครช่นนี้จึงในมีความสุข ไม่รักคัน ขัดแข้ง และ. มีพฤติครรมไม่สร้างสรรค์ต่างๆ เช่น เคงาน นินทาว่าร้าย ออกใบ ปลิวโจมตีกัน วิ้งเต้นเส้นสายเข้าหาเจ้านายเพื่อแสวงหาอํานาจอิทธิพล เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว มีคอร์รปชั้นสูงได้ทุกรูปสบบ. เพราะพฤติกรรมองค์กรในทางลบดังกล่าว ซึ่งรวมถึงมีการเรียน. วูนโอยด้วย องค์กรชนิตนี้จะทํางานให้สําเว็จได้ยาก ขาดความสําเร็จที่แท้ จริงในการทํางาน อันนําไปสู่พฤติกรรมไม่คีอื่นๆ ต่อไปอีก เช่น ไม่กล้า. เปิดเผยความจริง ทําอะไมเป็นความลับ อยูในที่มิด ไมโปร่งใส ทําการ โฆนณาประชาสัมพันธ์สร้างกาพพจน์ ในวัฒนธรรมอํานาจ สถาบันต่างๆ จะดูถูกขาวบ้าน ขาวบ้าน เป็นคนผ่าค้อยไม่มีเกยรดิ ไม่มีอํานาจ ไม่มีฉิน ไม่มี “ความรู้” จะทํา อะไรก็ไม่ต้องคํานึงถึงความรู้สึกนึกคิดหรือผลประโยชน์ของขาวบ้าน เพราะเหตุนี้จึงสร้างความไม่เป็นธรรมต่าง ๆ นานาขึ้น แก้ความยากจน นน ความยากจนเกิดจากความไม่เป็นธรรมทางสังคม แต่คนมี .อํานาจจะคิดว่าเป็นเพราะความผิดของคนจน ทั้งหมดเป็น “โครงสร้าง” ทางความคิดและโครงสร้างหาง. (สังคมที่บีบตั้นซึ่งค้นและค้นพั้งสังคม. ทุกคนเหมือนติดคุกทางสังคน ไม่มีเสร็กาพและศักยภาพที่ จะสร้างสรรค์ แทนที่ทุกคนจะนีเสรีกาพ มีศักดศรี บีเกียริ มีศักยภาพ รัดและเมตดากัน เรียนรู้ว่วมกันในการปฏิบัติ ซึ่งจะองให้เกิดความสุข ความสร้างสรรค์ ในสังคมบัจจุบันทีมีเป็น “โครงสร้าง” อํานาจ จึงแก้บัญหา ยากๆ ไม่ได้ ซ่น ความยากจน ความอยูติธรรมในสังคม การคําลายสิง- งวดล้อม การละเมิดสิทธิมนุมยชน ความขัดแย้งและความรุนแรงสังคม จึงไร้ศึลธรรม ระส่าระสาย และรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างหยุดอั้งไม่ใด้ อํานาจทุนอันมหีมา การเมือง ราชการ การศึกษา ธุรกิจ ศาสนา ๑@ @ @๑ ๑ @ รูปที่ ๑ โครงสร้างอันมหีมาที่กดทับมนุษย์ ทั้งโครงสร้างของทุนอันมหีมา และโครงสร้างทางดิ่ง ที่ใช้อํานาจจากบนลงล่างในทุกองค์กรทาง สังคม ๑๑ คนที่อยากทําให้ดีขึ้นก็รู้สึกไม่มีอํานาจ ไม่มีความหวัง เพราะ โครงสร้าง”ที่บีบค้นทุกคน มันใหญ่โตและหนักเหลือกําลังยกจนรู้สึก ว่าไม่สามารถจะทําอะไรได้ เราควรจะทําความเข้าใจความทุกข์เชิงโครงสร้างเข้า ใจสาเหตุ และเข้าใจทางออก อํานาม พล่กคะแจะ(บรหนธรัรร แม้ตังใจดี งต่ “โครงสร้าง” โพรพพรรระดง ทั้งคูใน ตัวผู้แยงอํานางด้วย ถึงแย่งอํานาจสําเรจก็แก้ไขบัญหาไมใด้ ในประเทศรัสเซียซึ่งมีการกดชี่ทางชนชั้นอย่างรุนแรง พวก บอลเชวิกไค่นลับอ่านาจพระเจ้าขาร์ และสถาปนาดนพึนสู่อํานาจ รัสีย ผ่านความทารุฒโหศร้ายตางๆ และแก้ปัญหาไมใต้ ที่ประเทศฟิลิปปินส์ประชาชนรวมตัวค้นขับไล่มาร์กอสออก ไป ยกคอราขอนอาดีในขึ้นมาเป็นประชานาธิบดี ประชาชนต้องการ ปฏิวัติ และอาคีในก็เป็นคนดี แต่ฟิธิปปินส์ทอังแก้บัญหาพื้นฐานทาง สังคม เช่น ความยากจน ความอยติธรรมทางสังคม คอร์รัปชั้น และการ. .ขาดประสิทธิภาพขององค์กรทางสังคมตางๆ ไม่ได้ ไม่ใด้แปลว่าความพยายามของประชาชนและของอาคีในเป็น ลิ่งไม่ดี แต่ปัญหาเชิง “โครงสร้าง” ในทางความคิดและทางสังคมนั้นยาก. และใหญ่มาก .การสถาปนาอํานายทางการเมืองใหม่ แม้ตั้งใจดีก็ไม่เป็นพลัง ดืองพอที่พะกิดการเปลื่ยนแปลงขันพื้ฐาน (บา๓เต0กานถังก) ไนเม่อสาหลุของบัญหาอยูท่ “โคมงสรัม" ทั้งใครงสร้างทาง ความคิด โครงสร้างทางองค์กร และโครงสร้างทางสังคน ต้องีว่ยน เปลงขนพ้นฐาน (มมกเอกทน6๐6) ทางความคิด ทางองค์กร และทาง สังคม โดยไม่ใช้วิธีใช้อํานายหรือความรุนแรง วิธีที่ว่าหรือกระบวนการปลดปล่อยมนุษย์ออกจาก “คุก ทางความคิดและคุกทางสังคม"ไปสู่ศักยภาพ เสรีภาพ ความสุข และความสร้างสรรค์ นั้นคืออย่างไร. ๑ การเคารพ๑7 = ศักดิศรี และ' คุณค่า ๕ เป็น" เล 70คนทุกคน .คนทุกคนมีศักดิ์ศรีและคุณค่าแห่งความเป็นคน. การดารพตักดศรีและคุณคาความเป็นตนของคนทุกคนอย่าง .เท่าเทียมกันเป็นราคฐานของความคึง จิปไดย ความเสมอภาค กราครภาพ สิทธิมนุมยชน ความเป็นธรรม ทางสังคม ในสังคมใดที่มีประชาธิปไตย ความเสมอภาค คราดรภาพ บี| การเคารพสิทธิมนุนยชน มีความเป็นธรรมทางสังคม สมาชิกจะมีความ สุขและมีการอยูร่วบคันอยางดี การอย่ว่วมคับด้วยดีหรือการยูร่วมคับ อย่างสันดีเป็นความปรารถนาและความไผ่ฝันของบนุนย์มาทุกถูคทุกสมัย การ๓ยู่ร่วมกันห้วยตีก็คือคือธรรม: การที่จะมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ความเสมอภาค กราคร กาพ การเคารพสิทธิมนุนยชน และความเป็นธรรมทางสังคม ต้องมีการ. เคารพศักดิศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคน ฉะนั้น การเการพศักดิศรีและคุณค่าควาบเป็นคนของคนทุกคน หท่าเทียมกัน จึงเป็นศึลธรรมพื้นฐานของสังคม สังคมใดที่ขาดศึลธรรมพื้นฐานนี้จะประสบความเจริญที่แท้จริง ไมได้ แม้แต่สหรัฐอเมริกาทีว่าเจิญ การที่คนดําคับคนขาวมีศักดิศรี และคุณค่าไม่เท่ากัน ก็ก่อให้เกิดความขัดแย้งรื้อรัง ปรีม ๆ จะเกิดจลาจล ยูได้ร่าไป ่นมื่อ ๑๐ คว้าปท่แล้ว เกิดจลาจลเผาเมืองลอสแองเจอลิส จากกรณีต่ารวจคนขาวดีคนตํา หรือเมือเกิดภัยพบัติจากพายุเลอวิเคน แคทรีนาทีนิว0อร์ดีนส์เมื่อถึว นี้ ก็เกิดจลาจล เพราะฐานะของคนแตก คํางกันมากเก็นทําให้ขาดกราครภาพ ประเทศไทยขาดศีลธรรมพื้นฐานนี้ ขาวบ้านคนเล็กคนน้อย คนยากคนจนไม่มีเกียรติ ไปติดค่อกับ ทางราชการที่ไหนก็ได้รับความรังเกียจ ไม่แยแส ถูกตุ คนจนจะต้องทํา งานดํา เงินเดือนน้อย เสี่ยงกัย เมื่อมีกยันตรายใดๆ เกิดขึ้นคนจนจะ. เต้องตายก่อนและดายมากกว่า เช่น โรคระบาด คุบัติเหตุ กัยพิบัติทาง ธรรมชาติ สถาบันการศึกษาทุกระดับจะสร้างความเลื่อมเสียศีลธรรมพื้น. ฐานนี้โดยไม่ตั้งใจและโดยไม่รู้ตัว เมื่อนักเรียนเข้าไปเรียนในสถาบัน. จะรู้สึกว่าสถาบันมีเกียรติ ชาวบ้านไม่มีเตยรติ นันคือไม่เคาวพศักดิศรี และคุณค่าความเป็นตนของขาบ้าน แม้แต่เด็กที่เคยช่วยพ่อแม่ทาบ. ๑๕ ๑ กระบุงตะกร้า เมื่อเข้าไรงเรียนก็ไม่กล้าเดินกับพ่อแม่ที่านกระบุงตะกร้า. อีกต่อไป เพราะตูเป็นของน่ารังเกียจ ทําไมการทํางานจึงเป็นของน่ารังกียจไป ด็กหนุที่รับจ้งขัดรองเค้า ดูหน้าตาเศร้าหบองไม่กล้าสนดา. ผู้ศน ทําใมการทํางานเช่นการขัดรองท้าจึงไม่มีศักดิศรีไม่มีคุณค่าหั้งๆ ที่มีประไยชน์ ฮาดูถูกงานบางขนิด หรืออาชีพบางอย่างใข่หรือไม่ ค่านิยมศพล่านี้อาจสะท้อนให้เห็นในสุภานิคหรือคําอวยพรบาง. อย่างน “รักดีฬามจั๋ว รักชั่วหามเสา” “ขอไดนั้งกินนอนคืน” “ขอไห้ได้เป็นจ้าคนนายคน” (ค่านิยมเหล่านี้สะท้อนสภาพสังคมที่ขาตการเคารพศักดศรีและ. คุณตําความเป็นคนของกนบุกคนอล่างตําเนียนกับ เอะขืนที่บาร0 ปัญหาทางสังคมนานาชนิต เช่น ความไม่เป็นธรรมทางสังคม การแก้ ความยากจนไม่ใต้ การทําลายสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ ความไม่เสมอกาคของศักดิศรีในอาชีพด่างๆ ก่อให้เกิดความ เบิดเบี้ยวในการศึกษาและระบบเศรษฐกิจ เซ่นอาชีวศึกษาซึ่งควพะเป็นของดี พราะสันมาอาชีวะปีนหนึ่ง ในอริยบวรค แต่สังคมดูถูกว่าเป็นของค่า นักเรียนอาชีวะก็เป็นคน แต่ (ถ้าไม่มีเคียรติไม่มีศักดิศรีแล้วเขาจะอยู่อย่างมีความสุขและความสร้าง. สรรค์ได้อย่งไร การใร้เกียรติใร้ศักดิศรีเป็นความบีบคั้น เมื่อมีความบีบค้นก็มี การทะลักหรือการแดก เม่อนักสียนอาชีวะดกันกเองแต่เอาดํารวจไป จับจะแก้ปัญหาได้หรือ ถ้าไม่เข้าใจสาเหดุลึกๆ คนจับรถณล์ คนขับร0 ๑๐ ล้อ ทังรอน ทั้งหนือย ทั้งรางใด้ สํา ทั้งไม่มีเกยรติไมมีศกศรี จะเป็นสาสหดุของการจันกระชาก ขันถึว รือการติดลุบัตเลใด้หรือม่ ลวพจะมีการวิเศระห์ปัญหาทางสังคมดางๆ ว่ามีสาเหลุมาจาก (การขาดศีลธวรมพื้นฐานกือ การเคารพศักดิศรีและคุณค่าความเป็นคน จองคนทุกคนอย่าง่าเพือมกัน บาคบ้อยเพืองใด เพื่ไมให้เสยกาอังใดมากเกิน ว่าการขาดศีลธรรมพื้นฐานนี้ จะเป็นรองท่ยากสุดที่จะมีทางแก้ใข จะขอเลารืองซึงูเหมือนเป็นรือง ล็กๆ สักอื่องหนึ่ง ที่โรงเรียนจอมสุรางค์อุปถัมปีและโรงเรียนวัดพนัญเซิง จังหวัด. พระนครศรี6 กให้นักเรียนไปเรียนกับชาวบ้าน เช่น คนขาย ก่วยเดี๋ยว คนขายของชํา ช่างผสมปูน คนเหล่านี้ไม่เคยมีเกียรติเลย. ในสังคมไทยคนขายก๋วยเดี๋ยว คนขายของขํา ช่างผสมปูน จะ. .ีเกียรติใต้อย่างไร แต่เมือมีนักเรียนมาเรียนกับเขา เขารู้สึกมีเกียรติขึน. มาพันทีมีความภูมิใจในตัวเองว่าเขากีเป็นครูได้เหมือนกัน แล้วเขาก็สอน. ให้นักเรียนทําได้จริงๆ ในการขายก๋วยเดี๋ยว ในการขายของชํา ในการ ผสนปูน เพราะขาทําสิงเหล่านั้นจนขํานาญงยงัว ครี่โรงสียนเสยอกทีเป็น “ครูสอนหนังสือ” อาจจะขายก่วย- เสี่ยวใ่เปน ขายของขําไมเป็น ผสมมูนไม่เป็น การขายก่วยเดี่ยว การ จายของชํา การผสมยู่น เป็นความภูที่ีค่งพราะเ็นสันบาชีพ ๑๓ นักเรียนเมื่อเรียนจากไครเขาก็เคารพว่าคนนั้นเป็นควู ตกลงว่าชาวบ้านถีรู้สึกมีเกียรติมีความภูมิใจในตัวเอง นักเรียน. กได้เรียนสิงทีเป็นประโยชน์ และมีความเคารพชาวบ้านล่านั้นว่า เป็นครูของญา. นี่แพละที่เราเรียกว่าศีลธรรมพื้นฐานทางสังคม จากตัวอย่างเล็กๆ นี้ จะเห็นได้ว่า การเรียนรู้ว่าเราเรียน. ะไรจากใครเป็นจุดเปลี่ยนของระบบคุณค่าทางสังคมได้ นี้อาจ เป็นเส้นผมบังภูเขา ขอให้เราคิดตามทําความเข้าใจเรื่องนี้ คันต่อไป. นี้อาจจะฟังดูแปลก แต่การเคารพความรู้ทีมือยู่ในตัวคน. 'ทุกคนจะนําไปสู่การการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน. “ความวู้ในตัวคน” กับ “ความรู้ในตํารา” มีความแตก ต่างกันโดยพื้นฐาน. รา” หมายถึง ความวูที่มีผู้บันทึกความูที่ได้จาก การวิจัยสร้างความรู้ใหม่ขึ้นมา ควา งอย่างก็นํามพัศจรรย์มาก “ความวู้ในดํารา” กีมีประโยชน์และบีฐานะอย่างหนึ่ง ถ้านํามาใช้ให้ถูกที่ (กีจะมีประไยชน์มาก แต่ควรจะรู้ข้อจํากัดและผลร้ายจากการใช้ใมถูก ที่ด้ย “ความรูในตัวคน” หมายถึงความรู้ความชํานาญุทีมือยูในตัวคน แต่ละคนที่ได้มาจากประสบการณ์ชีวิตและการทํางาน คนทุกคนมีความรอยในตัว บางอย่างกแจ้งชัด บางอย่างกข้อน. เง็นจนแม๊ต้าตัวเองก็ไมรู่าตัวมีความรูน อาจจะเป็นถื่องอะไรกได้ น. ทําไร่ ทํานา ทําสวน ศิลปะ ธรรมะ ทํากับข้าว ทําขนบ ทําค่วยเดี๋ยวข่าง. ผสมปูน ช่างปลูกบ้าน ไกล่เกลื่อความขัดแอง แก้บัญหาทางจิตใจ หมอ. ทําขวัญ ฯลฯ ความรู้ในตัวคนได้มาจากวธีชีวิต .จึงสอดคล้องและมีประโยชน์ค่อชีวิตและวิถีชีวิตร่วมกัน เป็น “ความรู้ซิงวัฒนธรรม” ถ้าคารพความู้ในตัวคน คนทุกคนกลายเป็นคนมีเกียรติ มีศักดิศรี มีศักยภาพ และมี ความสุข 2 คือถ้าทุกคนมีเกียรติ มีศักดศรี มีศักยกาพ กึจะมีความสุขและ. ความสร้างสรรค์อย่างยิ่ง ทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ที่เรียกกันว่าชาวบ้านเป็นคนไม่มีเกียรติ. ไปมีศักดศรี ไมมีศักยภาพ เพราะการเคารพความูในคําราแค่ไม่เการพ ความรู้ในตัวคน ความรู้ในดําราเป็นความรูพ่ได้มาจากกระบวนการทางวิทยา-. ศาสตร์ มิคนส่วนน้อยเท่านั้นี่รู้และเชี่ยวชาญความวูในดํารา เหมือน พราหมณ์จํานวนน้อยเท่านันท่ท่องคัมกร์พระเวทย์ได้ ความวู้ในคํารามีประโยชน์ในการไปต่อยอดความรู้เซงวัฒนธรรม. แต่ใม่ใช่ตัวตั้ง (ถ้าไม่ระวังความรู้ในดําราจะถูกใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อผู้มีอํานาย. (ในสังคมที่อยู่เหนือชาวบ้าน ผู้มีความรู้ในตําราคิคว่าชาวบ้านไม่มีความรู้ จึงดูถูกชาวบ้าน และจัดการศึกษาชนิคที่ทิ้งชาวบ้าน เป็นการศึกษาที่ไม่ได้เอาชีวิตและ. วิธีชีวิตเป็นตัวตั้ง แต่เป็นการศึกษาแบบแยกส่วนไปเอา “วิชา" เป็นตัว. ตั้ง แปลกแยกจากชีวิตความเป็นจริงและธรรมชาติแวดล้อม ไม่เข้าใจชีวิต. และวิดีชีวิตร่วมกันขาดปัญญาในการอยู่ร่วมคัน นําไปสู่วิกฤตการณ์ ทสังคม .จากด้วอยางในห้ายของตอนที่แล้ว แสดงว่าในด้วคนขายก๋วย-, เดี๋ยว คนขายของขํา ช่างผสมปูน มีความรู้ เป็นความรู้ในตัวคน ไม่ใช ความวู้ในตํารา และเอามาสอนถ่ายทอดคันได้ เมื่อถ่ายทอดแล้วก็ทําได้ ริง ไปท่พานได้ ในขณะที่ความวู้ในดําราถ่ายทอดกันแล้วก็ไม่แน่ว่าจะเข้าใจหรือ. . ไปทําอะไรได้หรือไม่ ความรู้ในตัวคนได้มาจากประสบการณ์และการทํางาน. คนทุกคนที่นีประสบการณ์และมีการทํางาน คนทุกคนจึงมี ความรู้อยู่ในตัว โดยไม่คํานึงถึงระดับการศึกษา (ที่เป็นทางการ), ครงนี้จะช่วยบอกเราได้ว่าทําไม แม่จึงเป็นครูที่ดีที่สุดของลูก โดยไม่คํานึงถึงว่า แม่จะเคย เข้าโรงเรียนหรือได้รับปริญญาระดับใดๆ หรือไม่. ๒๒ เราไปดูประวัติของบุคคลด่างๆ ที่มีความสําเรจ เซ่น แม่ของ. อาจารย์ป่วย อึ้งภากรณ์ ไม่เคยเข้าโรงเรียนเลย แม่ของอาจารย์เสม หริ้งพวงแก้ว กเขนเดียวกัน ตร-จิมศักด ปืนทอง พิมพ์หนังสืองานศพ มารตา ชื่อ “สิ่งที่แม่สอนไว้” ว่าแม่ของท่านเป็นชาวบ้านที่ฮางทองไม่เคย เข้าไรงเียนเลย แต่สอนสิ่งดีๆ เป็นอันมาก. ม่ไม่เคยเข้าไรงลียน แต่แม่มีความูในคัวท่ได้มาจากประสบ. การณ์ชีวิตและการทํางาน แม่จึงสอนลูกได้ และเป็นครูที่ดีที่สุดของลูก ตรนื้อยากให้หยุด แล้วลองคิดถึงแม่ของตัวท่านเลงนึ่งๆ สักตัก จะปรากฏว่าจิตขึ้นมาก เพราะแม่เป็นจิตวิญญาณของลูก เป็นความดีสูงสุตของถูก. (เป็นกัลยาณมิตรที่สอนให้คินเป็นเดินเป็น และทําอะไรดีๆ อย่าง ที่มนุษย์ควรทํา แม่มีความรู้นคัวท่านทีได้บาจากประสบการณ์ชีวิตและการ ทํารน แม้ท่านจะไม่มีปริญญาอะไรก็ตาม จันราตูตัวอย่างอากแม่ ทําความเข้าใจและเห็นคุณค่าความ ถ้าว่าแม่คือครูทีดีที่สุด และทุกคนก็มีแม่ ไฉนปัญหาที่ก่อความทุกข์ยากแก่คนทั้งแผ่นดิน คือการหา. เรียนคีๆ ไห้ลูกเข้าไมใด้ .การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเปรียบประตุจประดูที่กั้นระหวางนรก รค์ นักเรียนและพ่อแม่ทั้งประเทศเครียดและวิตกกังวลกันไปหมด ววาลูกจะสอบเย็นท์ใด้หรือไม่ ส่วนบ้อยเข้าใด้ก็ประตุจขึ้นสวรรค์ ส่วนใหญ่เข้าไม่ใด้ก็เหมีอน. ลงนรก บางคนไปข่าคัวตาย ทที่ใกล้บ้านผมมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งเป็นคนดีมาก ขยันช่วยพอแม ทํางาน แต๋วันหนึ่งเกษําตัวดายเสียแล้ว(พราะสอบเอ็นท์ใม่ด้ การทีแก เป็นคนตีขยันและช่ว6 างาน เป็นความคือย่างยิ่งและการช่วย. พอแม่ทํางานเป็นการรียนรู้อย่างดี แต่สังคมไปให้คุณค่าแก่การสอบ เอ็นท์มากกว่าการเป็นคนดีและเรียนรู้จากการทํางานกับพ่อแม่ แปลว่าทางเห่งเกียวดิยศของเคับแคบ ต่อความทุดข์ยากให้ คนส่วนใหญ่ นอกจากคันแคบเล้ว ประเดียวจะได้ดูกันว่าทางแห่งเกียรติ ที่ว่านี้จริงหรือปลอมมากน้อยเพียงใด. กาหรียนอย่างเป็นทางการของเรหนันการรียนจากดํารา รือคารพ่อง “วิชา” เนื้อหาความรู้ในโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประมาณว่าเพิ่มขึ้น. เท่าตัวในชั่วเวลาเพียง ๓- ปีเท่านั้น แต่เวลามีเท่าเตินวันละ ๒๕ ขั่วโมง สัปดาห์ละ ๓ วัน การคอายายอัดเนื้อหาความรู้จันมทีบาเ้าใหในเวลาเห่าเษ จึงเปรียบเหมือนยัตข้างเข้ารูเขม จะลําบากและบอบช้าอย่งยง ครูก็ลําบากเพราะไม่สามารถจดจําเนื้อหาวิชาด่างๆ ได้ ครูจึง คันค ๒๕ จาดความมั้นใจ แตครูก็มีทางออกไดยแบ่งกันสอนเป็นวิชา แต่นักเียน ไมมีทางออกต้องเรียนทุกวิชาแบบแขกส่วน. การรียนโดยเอาวิชาเป็นตัวตั้ง โดยไม่เอาชีวิตและวิดีชีวิตเป็น. คัวตั้ง ทําให้เกิดปัญหาต่างๆ ดามบา เซ่น. (๑) เรียนยาก รียนยากเพราะท่องจําไม่ไหว นักเรียนเกือบทั้งหมดกลายเป็น. คนไม่เ๋ง อันที่จริงแค่ละคนมีความชอบความถนัดต่างคัน ถ้าได้เรียน ในสิ่งที่คนขอบก็จะเรียนง่ายและเรียนเก๋ง แต่การถูกบังคับให้ท่องจํามาก. มายเหมือนๆ กัน ทําให้ขาดความสุขความสร้างสรรค์ และเป็นการทํา- ลายศักยภาพของคนอย่างรุนแรง ทําให้คนส่วนไหญ่ขาดความบั้นใจ และความภูมิใจในดนเอง. (๒) มีปริญญาแต่ทําอะไรไม่เป็น พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ เป็นผูหนงทเป็นท่วงการศึกษาไทย บาก เคยเล่าให้ผมฟังว่าท่านเคยพูดกับคุณเจริญ สีริวัฒนกักดี ว่า "คุณ เจริญ คุณก็มีไรงแรมมาค ท่าใบคุณไม่จ้างคนไทยท่างาน” คุณเจริญคอบ ว่า “ผมจ้างแล้ว แผ่งฑามแต่ปริญญาแต์ท่างานในเป็น” คุณข้น ขารับหมาก่อสรันบปนว่าคนสบัยนี้ตํางานไม่ขืน ไปตู งงานหนักผละไม่รับผิดชอบ ปัญหาคนไทยทํางานไม่เป็นเป็นเรื่องใหญ่มาก เป็นผลจากการ. เรียนแบบเนท่อง “วิชา” (๓) เคิดความแปลกแยกจากเพื่อนมนุษย์และ. ความเป็นจริง เด็กนักเรียนที่เรียนแบบทอง “วิชา” มากมายจะเครียดมาก ไม่ อยากคุยแม้งตพ่อแม ปูชา คายาย เพราะคุยแล้วใม่ใด้คะแนนคะแนนไป อยู่ที่วิชา. กามเรียนแบบนี้จึงไม่ให้ความสําคัญกับสัมพันธภาพในครอบ ครัว พ่อเม ปู่ชํา ตายาย บีความวูในตัวเยอะทีเดียว และก็มีความวักลูก หรือหลาน แต่การศึกษาของเราไมให้คุณคํากับความรูในคัวคนและสัน-, พันธภาพในครอบครัวเหมือนเด็กถูกดัดขาดหรือไปถูกคักขังอยู่กับ. วัชา” ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของชีวิตและวดชีวิต (๕) ขาดศึลธรรม สึลธรรมเกิดจากวิธีชีวิตร่วมกัน การเรียนวิชาศึลธรรมสร้างไม่ ได้ งามองคารเรียนเป็นเียน “วิชา” ไปหมด ไม่บองว่าการเียนร้เด| ไนวิธีชีวิตและการหํางาน เมื่อระบบการศึกษามาแยกผู้คนออกไปจากวิดีชีวิตงิง ความ สื่อมเสียทางศิลธรรมก็(ปนถืองหนีใม่พัน. (๕) ตัดรากทางวัฒนธรรม บุคคลเรียนรู้ในวัฒนรรรมได้ง่ายเพราะผู้คนเขาปฏิบัติกันอยู .รอบคัว ต้นไม้ต้องบีราคฉันใด สังคบก็เช่นเดียวกัน. .รากของสังคมคือวัฒนธรรม ถ้าดัดรากต้นไม้ แล้วเกิดอะไรขึ้นฉันใด 1 ง .การพัฒนาโดยตัดราควัฒนธรรมก็เกิดผลในท่านองเดียวกันฉัน. [ พัน 1 .การศึกษาแบบการเน็นการต่อง “วิชา” เป็นการศึกษาแบบตัด ว ราก หพวัฒนธรรม ด้วยการถียนรู้สบบนี้ภูมิปัญญาด่างๆ ที่เดิจิ้น | 1ะสูญพันธ์ เหมือนพืชหรือสัตวที่สูญพันธุไปแล้ว. | ท่กล่าวน้เพียย่นย่อ ทอให้เหนว่าทางแห่งเกียรติยศอันคับแตบ จองระบบการศึกษาปัจจบันนัน ค่อให้เดิดความปีบคั้นอย่างหนักในสังคม งาควรจะทบทวนระบบการศึกษาของเราอย่างถึงราคถึงโคน .จุดเปลี่ยนอยู่ที่การเคารพความวู้ในตัวคน. แต่เราไม่ใด้ปฏิเสขความรูในทางพฤษฎีหรือความรูในดํารา เพียง ๒๐ แต่ว่างวต้องจัดความสัมพันธ์ของความรู้ในตัวคนกับความรู้ทางทฤษฎี งถูกต้อง อะไรเป็นฐาน อะไรเป็นการต่อยอด อะไรเป็นส่วนตกแต่ง ถ้าเคารพความวู้ในตัวคน การศึกษาก็จะเปลี่ยน สังคมจะ เปลี่ยน. “การจัดความรู้" คือรูปธรรมของการเคารพความู้ใน ตัวคน การทํา ภู เบ ความรู้ ในตัวคนทุกคน% กร: เบ้ มีผู้ใหญ่บ้าน. บีที่ดิน ชงกช นีเหล่งบ้า บีประวติศาสตร์ ปีวัฒนทรรม ววนแล้วเป็นทวัพยากรชุมชน (๑๓พลแผญ กนเหน๓) อัน ญ์ ฉัดขึ้นมาเรามืองค์กรและสถาบันด่างๆ อีกจ่านวนมาก เช่น. หาวิทยาลัย และหน่วยงานราชการด่างๆ ที่สามารถสนับสนุนการ พัฒนาชุมชน หรัพยากรตั้งหมตรวมกันมากเกินพอที่จะสร้างความอย่เป็น. เป็นสุขได้ ถ้ามีทัศนะที่ถูกต้อง และมีการจัดสัมพันธภาพที่เหมาะสม ทั้งกายในชุมชนและระหว่างชุมชนคับองค์กรและสถาบันต่างๆ นอก จุมชน ในแต่ละตาบลควรมีการต่าแผนที่ความรู้ในตัวคนทุกคน ล่าวคือ มีการศึกษาสํารวจว่าในแต่ละคนมีความรู้องใรบ้าง จะเป็นทาง ดกีได้ แตกด่างคันไป จะสํารวจรวกๆ งีวๆ ไม่ดี เพราะความรู้ห ย่างฝัง อึก ซึ่งจ้าตัวก็อาจจะไมู่้ ต้องมีการพูดคุยกันอย่างล็กๆ. ผู้ศึกษาสํารวจต้องตั้งใจฟัง ต้องมีความนอบน้อมถ่อมตัวและ. เคารพในศักดิ์ศรีของชาวบ้าน ซึ่งตรงนี้ต้องการการฝึกอบรมบ่มเพาะ ตัวองเพราะศราคุ้นเคยกับการไมเห็นคุณค่าของชาวบ้านบานาน ถ้าสนับ- .สนุนให้ครูและนักเรียนทําครงนี้ได้จะดีมาก เพราะจะเป็นการเรียบู้เป็น อย่าดี และทําให้ทราบเหล่งเียนรู้อันมไหารในขุมชนและสร้างความ สันพันธ์ระหว่างโรงเงียนกับชุมชน คนในชุมชนจะรู้สึกมีศักด็ศรี ภาคภูมิใจในดนเอง และมีความ สุขมากที่มีคนบาสนใจให้คุณค่าและฟังเขาเล่า เพราะในสภาพที่ผ่าน าไม่มีโครมาพัมขาด้วยความเคารพ มีแด่ “ทางการเขางรยาว่า” การฟังเป็นการให้ความมั้นไจแค่ชาวบ้านว่าเขามีคุณคํามีความ ดี ที่ผ่านมาคนไทยถูกทําลายความมั่นใจหมดทั้งประเทศ เสมือนว่าคน (ไทยไม่มีความเก๋งและความคือะไมลย ต้นธารของความเก่งและความคี ต้องมาจากด่างประเทศ บาสู่คนไทยเฉพาะส่วนที่ศึกษามาจากด่าง. ประทศ (ความบันใจแพ่งขาติเป็นถืองสําคัญถ่ง เพราะเป็นพลังที่จะรักษา บุรณภาพของประเทศและทําให้ชาติแข็งแรง. จ้อมูลความรู้ความข่านาญในตัวคนทุกคน ควรจะถูกนําไปบรรจุ ไว้ในระบบข้อมูลอิเล็คทรอนิคของประเทศ เป็นแผนที่ความรู้ความ ชํานาญในเรื่องต่าง ๆ ของคนไทยทั้งประเทศ เหมือน 25 ทางภูมิศาสตร์ แต่ 5 ถื่องคนนี้จะมีประโยชน์มากกว่า .ดอใบ่ใครอยากเรียนรู้อะไม่ไปกดคอมพิวเตอร์ตวผู้เชียวชาญ สื่อนือ่ที่ใหน อางเจอว่าอยูท่จังหวัดสุรินทร์ หรือสคูล หรือเลย ฯอฯ. ทําให้เดิดการแลกเปลื่ยนเงียนรู้กันอย่างมใหฬารได้ทั้งประเทศ และเป็น, การเรียนรู้จากคนที่ขาทําเป็นจริงๆ ดารูข้อมูลว่าใครทําอะไหดง อยู่ทีไหน เช่น ที่ไหนทําอาหาร ร่อย ที่ไหนบีขนบอร่อยเป็นพิเศษ ที่ไหนทําศิลปทัตถกรรมอะไรสวย จะก่อให้เกิด "เศรษฐกิจวัฒนธรรม” ขนาดใหญ่ คือผู้บริโภคท่ออาก บริโภคของอร่อย ดี แปลก ก็ได้บริโภค ได้ท่องเที่ยวไปชม เศรษฐกิจ ชุมชนก็จะเติบไดแข็งแรง เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของเศรษฐกิจพอ. เพื่อง เมื่อฐานของสังคมแข็งแรงก็จะรองรับให้สังคมข้างบนเดิบได . ไปบนความสมดุลและยั่งยืน. ประชาชนตัวประเทศที่มีจัอมูลความอนัดความขอบของศาไป ปรากฏไนระบบฐานข้อมูลแห่งชาติที่คนรู้คันได้ทั่ว ก็จะมีความกูมิใจ. และอยากทําความดีมากขึ้น สังคมก็จะสงบสุขมากขึ้น. จณะนี้สถาบันอาศรมศิลป์ได้เริ่มทดลองทําการศึกษาวิจัยทํา. แผนที่ความรู้ในตัวคนทุกคนที่เกาะลันดาใหญ่ จังหวัดกระบี่ ได้พบ. ประสบการณ์ที่ดื่นเต้นค่อให้เกิดความปลิ้มปีติทั้งในตัวผู้สํารวจและใน ตัวขาวบ้าน ส่อเ้าว่าจะทําให้เกิดพลังสร้างสรรค์อันมใหหารในุมชน หวังว่ายเมืองค์กรทีจะทดลองสนับสนุนภารตําแผนที่ควบภู้ใน คัวคนในชุมชน หรือในองค์กรต่าง ๆ บากขึ้น อันจะทําให้เกิดพลังสร้าง สรรค์เต็มประเทศ การจัดการความวู้” เป็นรูปธรรมในทางปฏิบัติของการ เคารพความรูไนดัวคน ) คุณ ธรรม ประการ ของการ ๑7 คําว่า “การจัดการ” อาจทําให้เกิดความรู้สึกที่ไม่ค่อย ีนักในสังคมไทย ณพราะเหมือนจะไปใช้อํานาจัดการอะไรๆ 1 0 +. เด งหพแพร: ช่ากรรระรรไน จํานาญทีอฝ่งเ้นในตัวคน หาทางนําออกมาแลกเปลื่อนถือนรู้ ตกแต่ง ให้ง่ายต่อการใช้สอยและมีประโยชน์เพิ่มขึ้น บีการต้อยอดให้งคงาม: และใช่ด้หมาะสมกับสภาพความเป็นจริงและกาละเพศะย่งืน นีควาน .ูใหม่หรือนวัดกรรมเกิดขึ้นจากการเอาความรูทไม่เหมือนกันมาเจอกัน ข้อสําคัญค่อให้เกิดการเรีนรูร่วมกันของคนทั้งหมดทีร่วบใน สร 4 กันระ น กระบวนการก่อให้เกิดปัญญาร่วม(๓ละย่ร6 แร8๕๓๓๓) ทําให้แก้บัญ-, หาหรือพัฒนาในถื่องยากๆ ได้สําถึง แนวคิดและวิธีการในเื่องการจัดการความู้มีการดีพิมพ์ค่อน จ้างแพร่หลายทังในภาษาต่างประเทศและภาษาไทย สค๕.(สถาบันส่ง-, เสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม) กําลังทํางานอย่างเข้มแข็งดามชื่อ ของสถาบัน ได้ผลิตข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับแนวคิด วิธีการ และประสบ การณ์ไว้มากพอสมควรและมาคขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเครือข่ายและกิจ-. กรรมในผัวของตัวเอง เป็นข่าวสารและการสือสารทองกว่าสือในกระดาน เทคนิคและวิธีการในเรื่องการจัดการความรู้เป็นถืองสําคัญที่ ต้องเรียนรู้เพอใหในการปฏิบัติ แต่ออาไปดิดอยู่เลพาะทางเทคนิคและคิด แบบกลไกเท่านั้น. ไนเรื่องการจัดการความรูมบิติทางนามธรรม ที่ไม่ใช่เทคนิค (กณหลเชน่อม ัตพกมอ) อยู่ด้วย เรื่องทางนามธรรมนี้เป็นเรืองของ: ความหมายในทางลืก ที่ถ้าเข้าใจ ระลึกถึง และบ่มเพาะไห้งอกงามยึงขึ้น จะพุนพลังให้กับการจัดการความรู้อย่างวิิตรและมโหฬารจึ้นรื่07. ปนีเป็นคุณธรรม ๕ ประการของการจัดคารความรู้ (๑) เป็นศีลธรรมพื้นฐาน ศึลรรรมพื้นฐานของสังคมคือการเการพศักดศรีและคุณคําความ .เป็นคนของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ศึลธรรมพื้นฐานนี้จะนําไปสู่การอยู่ ว่วมคันด้วยสันติ สังคมส่วนใหญ่ขาดศิลธรรบพื้นฐานนี้จึงนําไปู่การพัฒนาทบิต. เนี้ยวและไม่สามารถสร้างสังคมสันติสุขได้ การจัดการความูพื้นฐานอยูที่การให้คุณค่าแกควมูอ่ใน. ด้วคนทุกคน จึงเป็นรูปรรรมแพ่งการปฏิบัติท่เการพศักดศรีและคุณคํา ความเป็นคนของคนทุกคน แปลงขั้นพื้นฐานในตัวเราเองในการมองเพื่อนมนุษย์. (๒) การไม่ใช้อํานาจ มนุมย์ตาบปกติจะใช้อํานาจกระทําต่อกัน แม้ในสังคมที่ฉีอกคัว องว่าประชาธิปไตย เพราะอํานาจเป็นกิเดสที่ลึกที่สุดอย่างหนึ่งของ มนุษ์ การใช้อํานาจอาจใช้โดยไม่ร้ตัว หรือทั้งๆ ที่มีความรักก็ได้ เช่น พ่อแม่ใช้กับลูก แพทย์ใช้คับคนไจ้ พระใช้กับขาวบ้าน นายจ้างใช้กับลูก จ้าง มีไยต้องเอ่ยถึงในองค์กรต่าง ๆ ตามที่กล่าวในคอน ๒ การให้อํานาจจะไปปิดกั้นกระบวนการตามธรรมชาติ กระบวน การตามธรรมชาติคือการรับรู เรียนรู้ จอกงาม ถักทอเครือข่าย เมือใช้. อํานาจจะทําให้กระบวนการตามธรรมชาติบิดเบี้ยวเบี่ยงเบนไปจากที่ควร. จะเป็น การใช้อําบาจจะไม่ทําให้เคิดการ ล่าวถึงในข้อ (๒) หน้า ๓๕ .การจัดการความรู้สร้างความสัมพันธ์ใหม่ ทุกคนมีความสําคัญ ประสบการณ์ของทุกคนมีความสําคัญ ความเสมอกาคทําให้เกิดความ สันพันธ์ที่ดี ทําให้ทุกคนมีเสรีกาพที่จะนําเอาศักยภาพในตนออกมา, แนงขีแร่วมแลดเปลี่ยแฉีตรู้ ยนรู้ร่วมกัน ตามที่จะ [รรฑ์ (ถ้าเราตระหนักถึงการไม่ใช้อํานาจอยู่เนือง ๆ ความเสมอกาคที่ จริงจะมีมาคขึ้นเรื่อยๆ ส่งให้เกิดความสุข และพลังของความสร้าง. สรค์ (๓) การฟังอย่างลึก (@๐๓ นัจเน็กส) การนําความรู้ีแฝงถันในตัวออกมาแลกเปลี่ยนลียนรคน ต้อง มีการคุยที่เนันการฟัอย่างลึก ไม่ใช้ได้เถียงกันโดยหวังเอาชนะคะคาน หรือพ่นให้ผู้อื่นฟังข้างเดียว. .คนบางคนไม่ฟังคนอื่น เอาแต่พูด หรือฟังก็ไม่ได้อิน อย่างนี้. ปัญญาไม่เกิด แต่เป็นอาการของคนที่มีดัวดนจัด (<80) (ถ้าเราไม่เคารพคู่สนทนากจะไม่พังเขา เช่น ถ้าหมอถือคัวว่าสูง กว่าคนไข้คีจะไม่พึงคนไข้ ถ้ามีความเป็นคนเสมอกันก็ต้องมีการฟัง (กาพะมีความคังใจฟัง0ย่างกีกก็ต้องมีศึลขรรมพื้นฐานคือเคารพ. ความเป็นคนของคู่สนทนาอย่างแห้จริง. .การฟังอย่างลึกทําให้เกิดปัญญา. โบราณใช้คําว่า พหูสุด สําหรับผู้บีปัญญา (สุดะ = หึง) เมื่ออีกฝ่ายตังใจังผูเาจะมีความรูสกทดี มีความเช่อใจ ย่อน อยากจะบอกอะไรที่เกี่ยวกับเขา ซึ่ดามปรกติจะไบบอกไคร. การฟังอยางลึกและเงียบ จิตใจสงบ มีสติจคจ่อง ไห้อิน จะให้เกิดปัญญา. 0๒0 3สันตทน7 ได้เสนอทฤษฎีรูปดัวยู (ป )โดยย่อคังรูปที่ ๒ ๕ -ชผา แขวนไว้ด่อน (๓ น พูดและทําด้วยปัญญา. ถะด ปีญญ) อดีด"ปีอจุบันอนาคล .รูปที่ ๒ หฤหฎีรูปตัวยู ของ 0๐ 3เนกละศ คังแปลงให้ร่าย (1) ถํารับ้อะไรมาแล้วมีปฏิกิวิยาออกไปพันที แบบฑูดเปรื้อง ปรื้อจะต้น แยกส่วน ไม่ประกอบด้วยปัญญา ตกเป็น เหลือของกิลส (5) ถาับรอะไรมา แขวนไว้ค่อน ดึง0เอีกพิจารณาอย่างมืยบา. นีสต จิตจะสงบมาก ไปสันผัสความจริงทั้งหมดที่ใช้ค่า ว่างพ๕๓๓ตด ณ ที่บันอดีด - ปัพบัน - ยนาคต จะทื่อน. คัน เกดบ์ญญาสว่างไสวเมอพุดหรือทํา0:ไรออกไปก็เป็น ผลจากกาหภิตปัญญา ๓๕ ทฤษฎีของ (10 5๕เพ๐๕ ตรงกับที่พระพุทรเจ้าสอนไว้ว่า เมื่อใครพูดอะไม800ย่าติ่งรับหรือปฏิเสธ (ฟังอย่างอีก) นํามาทิจารณา อยางแยบคาย (ไซนีโสมนสิการ) มีสติ แล้วจะเกิดปัญญา ๓๒ ฉะนั้น นักจัดการความรูพงสําเหนือกว่า การฟังอย่างอีกเป็นคือ ธรรมพื้นฐานแห่งการเคารพผู้อื่น พีงจริญสติให้มากในการฟั ส่งดีงามจะ. พุดบังเกิดขึ้อย่างอัศจรรย์ (๕) เป็นวิธีการทางบวก กล่าวคือ อาความสําสึจ ความกาคภูมิใจของสิงทคยทําด้วยดี ป็นคัวตัง บําบาเห็นคุณค่าและขึ่นชม แอก(ล่อนยียนู้ ค่อออดให้เด. งาม และมีประโยชนสึ่งขึน .วิธีการทางลบคือ เอาความลัมเพลาหรือปัญหาขึ้นมาเป็นดัวตั้ง วิทากษ์วิจารณ์แล้วทะเลาะกัน เป็นการตอนกําลัง วิธีการทางบวกทําให้มีความปีดิ มีกําลังใจ มีความสามัคคี และ. .มีพลังสร้างสรรค์ที่จะเคลื่อนตัวต่อไปในอนาคต. (๕) การเจริญธรรมมะ ๕ ประการ ที่เกื้อหนุนการเรียนรู้ร่วมกัน การจัดการความวู้เ็นที่การส่งเสริมคามเรียนรู้ร่มกัน ปรกดิ. มบุษย์เรียนรู้ร่วมกันยากเพราะก็เลส เซ่น ความโครจ ความเกลียด อทัง- การ มนังการ การจเยียเรวบกันควมเทิญจรรบะ ๕ ประการ กือ ความเืออาตร (๐ผลดณนต) = ความปิดเผย (0ณะ5) « ความจริงใจ (ฉก๐๓ก์! « ความเชื่อถือไว้วางใจกัน (เนห) เเมื่อเกิดความเชื่อถือไว้วางใจกันจะมีค่ามาก ทําอะไรก็ง่ายและ. นีความสุขอยางอิ่ง ถ้าขาดความเชื่อถือไว้วางใจกัน จะไม่อยากคุยกัน. จยนงลึกๆ เมือไม่คุยกันอย่างลึก ความรู้แฝงเร้นก็สําแดงออกมาไม่ใต้ ฉะนั้นประชาคมจัดการความรู้พึงเจริญไห้มากซึ่งธรรมมะ ๕ ที่เกื้อหนุน. การเรียนร่วมกัน (๒) การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ(ใถ1๓ล๕นจะ 1กม่อะ ฝักอแมก ล๕น่อด) เป็นอิทธิปัญญา. การเรียนรู้ร่วมคันในการปฏิบัติเป็นอิทธิปัญญา. การเรียนรู้ร่วมคันในการปฏิบัติมีความสําคัญที่สุดในการทํา. ให้ทําอะไรยากๆ ให้สําเว็จ การไม่เรียนรู้ การเรียนรู้โดยท่องดําราอย่างเดียว การเรียนรู เดพาะบางคนโดยไมใชการถีอนรู้ของคนทั้งหมคร่วมคัน ไม่เกิดปัญญา ร่วมที่สอดคล้องคับความเป็นจริง ไม่เป็นไปเพื่อความสําเร็จ ในขณะที่ความู้ในดําราอาจไม่ใด้มาด้วยการปฏิบัติหรืออยู่ท่าง ไทลงากการปฏิบัติ ความรูในตัวคนเป็นความวูท่เนืองด้วยการปฏิบัต และการจัดการความรูที่ส่งสริมการเรียนูว่วมกันเพือให้การฏิบัติบาง สิ่งบางอยางเป็นผลสําเว็จ การจัดการความู้จึงเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันในการ ปฏิบัติ อันจะทําให้เกิดอิทธิบัญญาพรือเพื่อความสําเร็จ(อิทธิ ความ สอ ๓๓ (๑) การอักทอไปผู่โครงสร้างใหม่ขององค์กรและ 'ของสังคม โคมงสร้าที่สุดค่ง ๒ อย่างคือ (๑) โครงสร้างทาดิ้ง และ (๒) โครงสร้างปัจเกาชนบิอม แบบคัวใครคัวมัน ไมมีพลังพือง (พอในการแก้ปัญหาที่ยากและขับข้อนของสังคมปัจจุบัน การจัดการความู้ต่อให้เดิดโครงสร้างใหม่แบบเครือข่าย ตามรูปที่ ๓ การส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ร่วมคัน ทําให้บุคคล หั้งโดยตัวบุคคล หรือกายในองค์กรเดียวคัน หรือข้ามองค์กร เข้ามา. เชื่อบโขงคัน โดยความสมัครใจ ไม่ใช่โดยการบังคับ แต่เขือนโองด้วย มเรียนรู้และทํากิจกรรมร่วมคัน เกิดเป็นเครือข่ายทั้งภายในองค์กร และข้านองค์กร โครงสร้างเครือข่ายนี้จะคล้ายโครงสร้างของสมอง สมองมึเซลล์สบองอยู่ประมาณหนึ่งแฮนอ้าน(๑๐๐๐๐๐๐ ๑๐๐๐๐๐)ตัว แต่ละตัวเชื่อนโองกับตัวอื่นๆ อีกประมาณ ๓๐.๐๐๐ ตัว. เป็นเครือข่ายเซอล์สมอง (กบศง๓ล1 ฉะเนณ์5). เป็นโครงสร้างทีวิตรี่สุดในจักรวาล มีสนรรถนะในการธียนู้ สูงสุด นบุนย์ทีมีจ่านวนมาก เมือเขือนโองกันเป็นตกือข่ายมนุนย์ (พ๒-: (สน ถะสลช่1+) จึงเป็นโครงสร้างทีวจิตรและบีสมรรถนะในการเรียน เล 1 06 | เทรา 6 ๐ 1 อ6 0 50ลายกาษา (ข) คัวโครดัวมัน (ค) เครือข่าย. .รูปที่ ๓ คารจัดการความรู้คือกระบวนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างความ. สันพันธ์จากโครงสร้างทางติ่ง (ก) และโครงสร้างปัจเจกชนนิยมสุด. .โค่งแบบตัวไครตัวบัน(ข)ไป«ปินโครงสร้างแบบเครือข่าย (ค) ไมขณะที่โครงสร้างหหิงมีการกีตผูน้อยมาก ดังกล่าวแล้วใน คอน (๒ และโครงสร้างปัจเขกนิยมสุดโค่งแบบคัวใครตัวมัน ขาดพลัง ว่วมและปัญญาร่วม ไม่สามารถนําไปสู่ความสําถึงทางสังคม การที่การจัดการความรู้นําไปสู่การถักทอโครงสร้างใหม่จาก (โครงสร้างทางติงและโครงสร้างแบบคัวครตัวมัน ไปสู่กามปืนเครือข่าย มบุษย์ มีความสําคัญอิ่งนัก เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (ย2๓«-. เหน๓) ที่ไมเคยทําได้สําอีจด้วยวธีใช้ความรุนแรง แต่สําถึจได้ด้วย การจัดการควนผู้อันประดิด ที่ส่อเริมให้นีการเรียนู้รวบกับในภาร ปฏิบัต (โครงสร้างใหม่จะปลดปล่อยมบุนย์ไปสู่ศกยภาพ เสร็กาพ และ ความสุข (๕) การเจริญสติในการกระทํา กาจัดการความู้ทดีเ็นการเริญสตีไปในคัว การเจริญสติคือการรู้ตัว การรูตัวทําให้มีปัญญาและทําได้ถูกค้อง ในกระบวนการจัดการความูที่ดี ทุกคนต้องพยายามมีสติ ระลึกรเมื่อทุกคนมีสติในกิจกรรมร่วน จะเกิดเป็นสติของกลุ่ม หรือสติ ของ องค์กร หรือสติของสังคมอันเป็นเรื่องใหม่ซึงด๊อิงนัก เพราะสังคม: ที่ไม มีสติเป็นอย่างไร เราพอนีกออกและเพ็นอยูทัวไป การเริญสติทําให้จิดใจสงบ มีอิสรกาพ(พราะหลุดจากความ (บีบคั้น สัมผัสความจริงได้ ควบคุมความคิด การพูด และการกระทําได้ การมีสติจึงเป็นความงาม ความดี และความสุข ทุกคนควรทํา ความเจ้าใจเรืองสติและพยายามเจริญให้มาก จะประสบความสุขและ ความเพิญหั้ปวง การจัดการความรู้คงจะมีคุณลักษณะอื่นๆ อีก ที่นํามา คล่าวไว้ ๕ ประการก็คงเพียงพอที่จะเป็นกําลังใจให้อีกเหิมใน "ธรรม เห็นภาพรวมของการจัดการความรู้ในเชิงลีก ซึ่งถ้าตระ-. หนักรู้และพยายามเจริญคุณธรรม ๕ ประการให้ประณีตยิ่งๆ ขึ้น การทั้งปวงจะงคงามและทรงหลังมาคขึ้นถื่อยๆ เสรีภาพ ของ ว ศักยภาพ "“ บูรณา กาว .ไปสู่การพัฒนาและใช้ศักยภาพอย่า สมิติ ทัง ๒ ถืองมีความสําคญซ่ง สังคนปังจบันทวโลกประสบความ สัมเหลวเพราะขาดความเข้าใจและพัฒนาเสรีภาพของระบบ และศักย-. กาพอช่าบูพลาการของบบุมดตัง ๕ นติ ปราคเคัดคารควาบรควรํา ความเข้าใจใน ๒ ประเด็นนี้ คําวํา เสรีภาพ พี่ใช้กันมักหมายถึงเสรีภาพของบุคคลต่านั้น ซึ่ง เป็นการแยกส่วน เพราะมนุนอ์ใม่ใต้ค่ารงอยู่โดยเอกเทศ แต่เกิดจากและ. สันพันธ์กับสรรพสิงหรือระบบทั้งหมด เสรีกาพส่วนบุคคลเท่านั้นนํา ไปสู่สิทธิปัจเกกชนนิยมสุดได่งดังที่กลาวถึงแล้ว และการรบกวนคุลยภาพ. ของระบบได้ รถยนต์หรือร่างถายมบุย์เป็นค้วอย่างของระบบ. รถยนต์ประกอบด้วยส่วนประกอบต่างๆ เป็นร้อยๆ ขิ้น องค์ ประกอบต่างๆ ต้องเือมโองสัมพันธ์กันอย่างลงคัว รถยนต์จึงจะวิงใปใต้ แต่ถ้าองค์ประกอบส่วนโดส่วนหนึ่งขัดหรือชนคับ รถก็จะตกอยู่ ใด้ความบีบคัน วิงไม่ได้หรือไม่ด้ด ความปีนคั้นในระบบก็คือ การขาดเสรีภาพหรือความคล่องคัว การที่องค์ประกอบด่างๆ เชืองโองสัมพันธ์กันอย่างลงคัวทําให้ ระบบไม่มี ความบีบคั้น บันคือนึเท็กาพ มีความคล่องดัว หรือมีความเป็นปรกติ วร่างกายของเรามืองค์ประกยบที่ขับข้อนยิ่งกว่ารถยนต์ องค์ประกอบทั้งหมดต้องเชื่องโองสัมพันธ์กันอย่างลงดัว เรจึง .มีความเป็นปรกติ มีความคล่องตัว หรือมีเสร็กาพ ที่มีความไม่ลงดัว หรือขัดกันในส่วนใดส่วนหนึ่งอ่อนเกิดความบีบค้น ความใม่สนาย ความ (ไม่คล่องตัว หรือความไม่มีเก็กาพ เซลล์บะทึงมีเสร็กาพเฉพาะดัวทีจะจริญม ค่ทําอายคุภาของขนเตัหมด. ในสังคมเพราะขาดความสันพันธ์กันอย่างลงตัวขององค์ประ- กอนทั้งหมด สังคมจึงเ็บป่วยหรือเป็นมะเร็ง การจัดการความวู้ทีดีพยายามทําให้เกิดความสันพันธ์ทีลงคัว จึงอาจเป็นยาทีช่วยรักษามะเร็งทางสังคมใด้? บั้นคือส่วนทีว่า การจัดการความวู้ีดีบําไปสูเรืภาพของระบบ. เป็นเอกเทศ. คัดยภาพบูรณาคาร ๕ มิติของมนุนย์ คืออยางไร หอนตะวับออดและตะวับคิดพูดกรงตันในกี่องการพัยนา มนุนยวามี ๕ บิติ คือ พัฒนาทาง จิต พัฒนาทาง ฮังคม พัฒนาทาง ปัญญา. แตที่ผ่านมามักมีการพัฒนาแบบแยกส่วนเป็นเรื่องๆ เช่น มี การพัฒนาทางกายหรือทางวัตถุมาก แต่ละเลยการพัฒนาอีก ๓ องค์ (ประกอบ หรือปล่อยให้การพัฒนาวัตถุไปทําลายการพัฒนาจิตใจพัฒนา. สัวคม และพัฒนาปัญญา ทําให้เกิดวิกฤตการณ์ทั่วไปหมด เป็นวิกฤต- การณ์วัตถุนิยน หริโภคนิยน อันเป็นวิคฤดการณ์ปัจจุบัน การพัฒนาทางจิตถูกละเลยไปบาก เพราะเน็นการพัฒนาวัดถุ มาก ดังกล่าวข้างตน ที่มีการพัฒนาจิตอูบ้า กท่าแบบแยกส่วนจากการ. พัฒนากาย พัฒนาสังคม และพัฒนาปัญา การพัฒนาสังคมถูกละเลยไปหรือได้รับผลกระทบทางลบ จากการพัฒนาที่เน้นทางวัตถุบากเกิน จนลืมไปว่าความเข้มแข็งทาง สังคมมี ความสําคัญอึ่งและเป็นบัจจัยของความสําเร็จทั้งปวง. สังคมหมายถึงการอยู่ร่วมกัน การรวมต้วร่วมคิตร่วมทํา การ อยูร่วมคัน (แก๕ แล๕(๒) ควมป็นคัวตั้งของการพัฒนาทั้งปวง แต่จณะนี้อายือเยากําไรสูงสูดเป็นตัวตั้งทําให้กระทบกระเดือน ดุลยกาพของสรรพสิ่งทังไลก อํานาจไม่ว่าอํานาจรัฐหรืออํานาจเงินจะ. ไม่ขอบการรวมตัวทางสังคม เพราะทําให้ใชอํานาจได้ยาก มหมหนืงสนอะศหรู้บดงแล สลิตหรพยหดูน ลังแห่งการรวมตัวร่วมคิตร่วนทํา ทําให้สังคมเจ็งแรง ป้อง. กันความไมดีต่างๆ การพัฒนาพลังทางสังคมจึงมีความจําเป็นอ่างซิ่งต่อการอยู่วบ. กันด้วยสันติ การอส่่วมคันด้วยสันติ ควนเป็นตัวดั้งของการพัฒนาทปวง ไม่ใหเอานินหรือกําไรสูงสุดเป็นตัวตง การเอาเงินหรือกําไรสูงสุดเป็นัวตั้งถือเป็นความเสือมทาง ปัญญาของสังคม สังคมค้องมีปัญญาพอที่ขะอาการอผูร่วมกันด้วยสันติสปนค้วตัง (โลกมีความเสื่อมทางปัญญา ปัญญาหมายถึงการรู้ทั้งหมด: ทั้งหมดหนายดึงการรู้คัวสงด้วย เมื่อทั้งหมดและรู้ตัวองก็สามารถจัดความสันพันธ์วะหว่างคัว เราองกับคนอื่นและสิงอื่นได้อย่างถูกต้อง ความสัมพันธ์ทีถูกต้องคือจริยจวรน. ไนปัญญาจะมีจริยธรรมด้วยเสอ แดในความรูไมแน่ว่าจะมีจริยชรม (ตัวอย่างเช่น การค้นพบความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของคนอุไรป เมื่อประมาณ ๕๐๐ ปีนาแล้ว ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่พบ คบ ขัด ลึก และนาอัศจรรย์มาก แต่ความรูทีปราศจากปัญญาคํากับ จะตกเป็นเหือ. ถูกกิเลศับกินได้ง่าย ขาวตุโรปใต้นําเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปสร้างเทคโนไอชี| ทางสงคราม เช่น เรือรบ ปืนใหญ่ ปืนกล อันทรงอานุกาพออย่างพ่มบุย์ (ไม่เคยมีมาค่อนเลย ไมมีอารยธรรมเก่าแก่อันใดที่สามารถด้านทานอํานาจ. การอิงของชาวยุโรปใด้. ขาวยุโรปจึงใช้อาวุธอันทรงอานุภาพเข้าบังคับเช่นฆ่า แย่งชิงดิน .แตนและทรัพยากรของคนพื้นเมืองจากทุกทวีป สร้างอารยธรรมสมัใหม่, จีนมาบนพื้นฐานของการแย่งชิง พื้นฐานการแย่งซิงไม่สาบารถนําไปสู่สังคมที่สมดุล เป็นธรรม และอั่งอืนได้ สังคมบัจจุบันจึงวิกฤตบาคขึ้นทุกที การศึกษาปัจจุบันเกิดขึ้นบนพื้นฐานของการแข่งซิงคังกล่าว จึง .ศึกษาเพื่อความรู้สู่การแข่งขันแย่งขิง มากกว่าศึกษาเพื่อสร้างปัญญาสู่การ. ยู่ร่วมกันด้วยสันติ การศึกษาไม่ได้เอาการอยู่ร่วมคันเป็นดัวตั้ง จึงไม่เป็นไปเพื่อการ อยู่ร่วมกัน แต่กลับเป็นตัวทําให้โลกเสียสมดุลมากขึ้นและไม่ช่วยไห้ กิดปัญญา พบทางออกจาควิกฤตการณ์ปัจจุบัน .การพัฒนาทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางปัญญา แบบ แยกส่วน นําไปสู่ปัญหาและความอับจนที่จะหาทางออกจากวิกฤตเห็น ปามนี้ คารจัดการความรู้เป็นกระบวนการบูรณาคารศักยภาพ ของมนุษย์ทั้ง ๕ ด้านเข้ามาใช้อย่างพร้อมกัน นีเป็นประเด็นใหญ่มากที่ควรพิจารณาไดยแยบคาย รูปที่ ๕(หน้า ๕๓) แสดงบูรณาการระหว่างการพัฒนา ๕ มิติ .คือ กาย - จิต - สังคม - ปัญญา อย่างเชื่อมโยงคัน. จะพัฒนาวัดถุก็ต้องเขื่อบโยงถึง จิต - สังคม - ปัญญา «๕ จะพัฒนา ณ จุดใดก็ต้องเชื่อมโยงกับจุดอื่นๆ หมดทุกด้าน ป็นการพัฒนาศักยภาพของมบุษย์อย่างบูรณาการ ควรพิจารณาตรงนิ้ให้ลึก ๆ เพราะเป็นจุดเปลี่ยน. การเการพตูอื่น การมีความผดดารุณา การยิความยันใจ การ มีสติ นี้เป็นรื่องของการพัฒนาจิตที่มีในการจัดการความรู้ การจัดการความรูเป็นเรื่องของการพัฒนาความเข้มเข็งของ สังคมโดยแท้ ประกอบด้วยศึลธรรมพื้นฐานคือการเคารพศักดิ์ศรีและคุณ ค่าความเป็นคนของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เกิดภารครภาพ ส่งเก็ม การรวนตัวร่วมคิตร่วมทําเกิดความเป็นชุมชน เกิดการเปลี่ยนแปลงขัน. พื้นฐานของโครงสร้างทางสังคมจากโครงสร้างแนวดิงสู่โครงสร้างเครือ- ข่าย สู่กรอยร่วมกันด้วยสันติ การอยูร่วมคันด้วยสันติทุกๆๆ ระดับ ควรจะเป็นเป้าหมายและ อุคมการณ์ของมนุมยชาติร่วมกัน. การอยูร่วมคันด้วยสันติคือศึกรรรม. ป้าหมายของการจัดการความรู้คอศึลธรรม การบรรลุเป็าหมายศึลธรรมไม่ใ้เืองง่าย เพราะการคิดและทํา .แบบแยกส่วนดังกล่าวแล้ว คารบูรณาการทั้ง กาย - จิต - สังคม - ปัญญา จึงจะมีพลังพอที่จะบรรุเป็าหมายศึลธรรมได้ เสื่องปัญญานั้นต้องมองว่าไปใกลกว่าความรู้ คนที่เห็นแก่ดวถือว่าไมมีบัญญาหรือมือวิทชา. บปัญญาหมายถึงการเข้าถึงความจริง ความจริงมีคนอื่นและลิ่งอื่น ด้วย ไม่ใช่มือตเราคา ศุนย์คลาง )หรืออึดถืออัตตาตัวตน เอาดนเองเป็น รูปพี่ / คารจัดการความรูการพัฒนา หสอด กร -จัด - สัตย - บัสจ(เหปกกอเพม นิดิเป็นเืองคัวอย่าง7 ฉะบั้นการคิดถึงคนอื่น กามการพคนอื่นและการ้าถึงความ .สันพันธ์โดยไม่ใช้อํานาจ จึงถือเป็นปัญญา ทีสําคัญมาคกคือไลกทัศน์และวธีคิด ถ้างาเห็นแบบแอกส่วน และคิดแบบแยกส่วนกีจะน่าไปสู่ความติดขัด ขัดแข้ง รุนแรงและวิกฤติ. .อย่างที่โลกเป็นอยู่ อ้างาเห็นทั้งหมดแบบเห็นข้างทังตัว เห็นความเป็นหนึ่งเดียว. ของตั้งหมด (เละ จม๕ 0ต๐๓๓) จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง ๓๓ ร ฝุ จั้ | 1 ไดยลิ้นเชิง (ยนตเล็อกหนม่อล) เก็ดความรักค่อเพื่อนบนุษย์ทั้งหมด. และธรรมชาติทั้งหมด เพราะมนุษย์ทั้งหมดและธรรมชาติทั้งหมดเป็น. หนึ่งดียวกับเท จิตสํานึกใหม่เซ่นนี้จะทําให้เกิดอิสรภาพ ความรัก และความสุข. อันเป็นไปเพื่อการอยู่ร่วมกัน ี้จะเ็นว่าปัญญา จิต และสังคม เป็นถื่งเขือนโยงถึงกัน. จิตสํานึกใหม่จะทําให้คิดอย่างบูรณาการได้ มนุนย์โดยทัวไปมักจิตเล็กติดอยูในก็เลสดัณหาของตัวเองท่า. ให้เต็นและคิดแบบแยกส่วน ประชาคมจัดการความรูพึงเข้าใจความ. สําคัญของปัญญาและเจริญให้บาก 'พุกอย่างทีกล่าวมาจะส่งเสริมการเรียนรูร่วมกันในการปฏิบติอัน เป็นหัวใจของการจัดการความวู้ การเรียนรู้ร่วมกันเป็นกระบวนการทางบัญญาที่นํไปสูปัญญา. ว่วม(๐๓๒ห๕ ห4สตา)ของผู้เกียวข้องทั้งหมด ปัญญาว่วมนําไปลูจิดใจทีดี นําไปสู่ความเจมแข็งทางสังคม และ. เป็นพลังให้ําสิ่งยากได้สําถึจ การเรียนรู้ร่วมคันในการปฏิบัติจะใช้ความรู้ทุกขนิตทีมีประ-, (ใชน์ค่อการปฏิบัติเขามาสู่กรเรียนรูร่วมกัน แม้การจัดการความู้จะนัน. ที่ดาหอาความู้ในตัวคนเป็นฐาน แต่ม่ใต้รังเยจความวูในดําราหรือ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี| คารจัดการความรูจัดวางดําหน่งแพ่งหน(ทอน606)ของความ รู้ประเภทดาง ๆ โดยวางความรู้ในตัวคนเป็นฐานเพื่อความแจ็งแรงและ สมดุล แล้วเอาความรู้ในตําราหรือความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโน- ซ. ฟู 1 ชะ, ส. 5 ๕ โลยีมาต่อยอดอย่างสมประโยชน์ ให้งดงาม และมีประโยชน์ยิงขึ้น นี้คือความแตกต่างกับการที่เป็นไปในปัจจุบัน ที่เอาความรู้ ในตําราเป็นตัวตั้ง ซึ่งในความเป็นจริงเป็นไม่ได้ ทําให้ฐานของสังคมอ่อน- แอเสียสมดุล และสังคมทั้งหมดล่มสลาย ระสําระสาย ดังกล่าวในตอน ๑ และ ๒ ที่กล่าวมาทั้งหมดในตอนนี้ เพื่อให้เห็นความสําคัญของการจัด- การความรู้ในฐานะเป็นกระบวนการที่ส่งเสริมศักยภาพบูรณาการของ มนุษย์ การพัฒนาศักยภาพเพียงด้านใดด้านหนึ่งของมนุษย์ไม่มีพลัง เพียงพอที่จะทําให้มนุษย์ฟันฝ่าปัญหาอันซับซ้อนของปรัตยุบันสมัย ไปได้ หรือกลับก่อให้เกิดผลเสียของการคิดและทําแบบแยกส่วน ประชาคมจัดการความรู้พึงพิจารณาความหมายและความสําคัญ ของการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ครบทั้ง ๕ มิติ คือ กาย - จิต - สังคม - ปัญญา อย่างบูรณาการ หมันพิจารณาเนืองๆ จนเข้ามาสู่ความ รู้สึกนึกคิดและการกระทําของเรา ศักยภาพบูรณาการจะเปลี่ยนแปลงชีวิตจิตใจของเราโดย สินเชิง จะกลายเป็นคนที่มีอิสระ มีความรัก มีความสุข และมี ศักยภาพสูงยิง เพื่อไปสู่ความสําเร็จร่วมกัน ๕๑ ปริมณฑล แห่งการใช้ ประโยชน์ ของการจัดการ เนื่องจากการจัดการความรู้เป็นกระบวนการปลดปล่อย. มนุษย์สู่ศักยภาพ เสรีกาพ และความสุข จึงสามารถนําไปใช้ ในทุกปริมณฑลของสังคม ต่อไปนี้จะยกตัวอย่างอาณาบริเวณ ที่อาจนําการจัดการความวู้ไปใช้ (๑) สร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าของตัวเอง (5๕6 ๐๒๐๓๓) ของคนทุกคน โดยเผยแพร่ความสําคัญของความวูในค้วที่ได้มาจากประสบ- ลารต์ลละดารทําายจองคบลุกลน ผู้คนทั่วไป “ถูกวางยา” ไว้ใดยระบบและคุณค่าในสังคม ว่า ตัวเลงไม่เก๋ง ต้อยคุณคํา ดูถูกคัวเอง. ที่จริงทุกคนเป็นคนเก๋งในทางที่ต่างกัน. ถ้าคนทั้งสังคมเข้าใจว่า ความรูทเขามือยูในตัวนีความสําคัญ และมีประโยชน์ จะปลดปล่อยผู้คนไปสู่ความคระหน้กร้ว่าตัวเองมีคุณ คํา มีความภูมิใจในคัวเอง มีความมั้นใจ มีความสุข มีคําลงใจทจะทํอง ดีฯ เคิดเป็นความมั้นใจและพลังแห่งชาติ. (๒) ส่งเสริมให้มีการทําแผนที่ความรู้ในตัวคน ในทุกพื้นที่และทุกองค์กร ควรส่งเสริมให้มีการศึกษาสํารวจความรู้ในตัวคนของคนทุกคน. ดังกล่าวในตอน » โดยทําทุกพื้นที่ และในทุกองค์กร แล้วทําระบบข้อ-. บูลความสามารถของคนไทยทุกคน กระบวนการดังคล่าวจะก่อให้เกิดความปีผดิยินดี เกิดการเปลี่ยน แปลงในความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรมไปในทางบวกทั้งสังคม งคมทั้งสังคมเป็น เละของเรื่องที่ ข้อ (๑) กับข้อ (๒) เป็นการทําโดยเอา ปริมณฑล ต่อไปเป็นการทําในปริมณฑลขององค์กร เต้องการพัฒนา. (๓) ครอบครัวเข้มแข็ง ครอบครัวเป็นสถาบันสังคมที่เป็นรากฐานที่สุดที่ทุกคนเป็น. สมาชิก ครอบครัวเป็นสังคมที่มนุษย์บีแก่ใจให้กันบากที่สุด เป็นที่บบ- 4๐ เล บ 1 :๊ 4๒ เพาะและประดับประตองซึ่งกนและกัน ทั้งทางเศรษฐกิจ จิตใจ และ สักษ ครอนครัวเป็นสถานันการศึกษาที่สําคัญที่สุด. .ทุกวันนี้ครอบครัวอ่อนแอลงไป (พราะระบบเศรษฐกิจที่เอาสิน เป็นตัวตง ระบบการศึกษาทเอาวิชา“เป็นควตั้ง และด้วยความเข้าใจ ผิดในความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวกับโรงเรียน. พ่อแม่เข้าใจว่าหน้าที่ของดนคือ การหาเงินให้ลูกไปโรงเรียน รืองการศึกษาเป็นรื่องของครูีโรเงียน แต๋การศึกษาทีโรงรือนก็เอา“วิชา”เป็นคัวตัง เด็กจึงขาดการเรียนรู้จากความวู้ในตัวของพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ไปอย่างนําเสียตาย ควรนําการจัดการความรู้ไปใช้ในการส่งเสริมให้ครอบครัวเข้ม- แข็ง เพียงแต่มีการฟังกันอย่างลึก สามีฟังกรรยา กรรยาฟังสามี พ่อแม่ ฟังลูก ก็ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรมไป ทางบวกอย่างเหลือหลาย แล้วการศึกษาควรจะอดเวลาและเน้อหาการ เรียนทีโรงเียนลง เพืมการศึกษาในครอบครัวให้มากขึ้น การพัฒนาด่างๆ เช่น เศรษฐกิจ และการสื่อสารตองคานึงถึง การส่งเสรินให้ครอบครัวเข้บเจงขึ้น (4) ชุมชนและประชาคม ค่าวา ชุมชนและประชาคม ในภาษาอังกฤษใช้ค่าว่า ๓๐นทย-, (หมือนกัน ซึงบีตั้งเศขนาดเกถึงขนาดใหญ่มาก เซ่น รเคพเณต (0๒เณตแล ทีเราียกว่าประชาคมยุโรป คําว่า ชุมชนกับประชาคมในภาษาไทยอาจจะไขในความหมายที เข้อนหับกันอย่บ้าง แตโดยทัวๆ ไป ชุมชนใช้หมายถึงการรวมกลุ่มขนาด เล็ก แต่ประชาคมใช้สําหรับการรวมกลุ่มขนาดใหญ่ขึ้นมา เข่น ประชา-คม: ดําบล ประชาคมจังหวัด เนื่อมการรวบค้ว่วมคิดว่วมทําก็กิดความ'ินชุมชนจัน จะเป็น ชุมชนติดพื้นท่หรือไมก็ได้ ถาชุมชนเจ้มแข็งโดยทั่วคลอดและเขีอบ (โองกันเป็นเครือข่ายจะแก้ปัญหาทุกอย่างพร้อมกันไป ชุมขนท้องถิน. เป็นฐานล่างของสังคม .้าฐานถ่างของสังคมเข็งแวง สังคมตั้งหมดจะบั้นคงและธงยิน การจัดการความรู้จะเป็นเครืองมือส่งเสริมความเข้มแจ็งของขุมชนทุก ชนิดและทุกขนาด (๕) องค์กรต่างๆ คนปัจจุบันบักมีชีวิตหรือทํางานอยู่โนองค์กรชนิคโดชนิดหนึ่ง แต่องค์กรค่างๆ บักมีโครงสร้างทางคิ้ง ตามทีกล่าวถึงในดอน ๒ ทําให้ องค์รอ่อนแอและใม่สร้างสรรค์เท่าที่ควร. การจัดภารความรูท่ส่งเกินการเรียบ้ร่วมกังงินภารปฏิบัติคะ ช่วยปรับ(ปลี่ยนองค์กรอํานาจให้เป็นองค์ครรียนรู้ ฉะนั้นองค์กรด่าง7. นําจะนําเรื่องการจัดการความูใปใช้ ไม่วาจะเป็นไรงเรียน โฆพยาบาล. วัด มหาวิทยาลัย กรน อง บริษัท หรือพรรคการเือง การปรับเปลี่ยนโครงสร้างในองค์กรจะอังให้เกิดบัญญา ความสุข .และความสําเร็จ เนื่องจากมืองค์กรต่าง ๆ เต็มสังค ถ้าองค์ครเลื่อน สังคมจะเปลี่ยน ล๑๓ ะ : ว 1 ! 1 ๕๕ (๒) หัวข้อเรื่องการพัฒนา. (ในสังคมมีการพัฒนาในเรื่องด่างๆ มากมาย เช่น เรื่องการศึกษา. เรืองการสื่อสาร รื่องการควบคุมโรค ถื่องการแก้ความยากจนถื่องการ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เรื่องความยุติธรรม เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ฯลฯ ในแต่ละเรื่องมีบุคคลและองค์กรต่างๆ เกี่ยวข้องมากมาย ต่างคนด่างมี พื้นฐานและความเข้าใจแตกต่างกัน. (ถ้าปราศจากการเรียนรู้ร่วมคันในการปฏิบัติ ยากที่การแก้ปัญหา: และพัฒนาเืองยากๆ เหล่าน้นจะเป็นผลสําถึง หาคนําการจัดการความรู้ปใช้ในเร่องด่าง ๆ จะทําให้ถื่องยาคา: หล่านั้นกิดผลสําสีจมากขึ้น ท (๑) การพัฒนาจังหวัดทั้งจังหวัดอย่างบูรณาการ การพัฒนาจังหวัดทั้งจังหวัดอย่างบูพมากามปป็นยุดแลกหักของ การสร้างความอยู่เย็นเป็นสุข ในจังหวัดมีบุคคล มืองค์กร และมีห้าจัดรืองการพัฒนาอยู่มาก หลาย ถ้าสามารถจัดการรียนรูรวมกันในการปฏิบัติของทุกคนทุกฝ่าย และทุคถื่อง จังหวัดทั้งจังหวัดจะคลายเป็นมหาวิทยาลัยในวุปใหม่ คึอเป็น. มหาวิทยาลัยชีวิตี่มีการเรียนร้จากชีวิตจริงและปฏิบัติจริง เพื่อการ พัฒนาทั้งเศรษฐกิจ - จิตใจ - ครอบครัว - ชุมชน - สังคม - วัฒนธรรม- สิ่งแวดล้อม - สุขภาพ พร้อมคันไปอย่างบูรณาการ อ้าจังหวัดทุกจังหวัดสาบารถพําดังนได้ก็จะเกิดความอยู่เ็น. เป็นสุขทั้ประเทศ เพราะฉะนั้นองค์กรด่างๆ ที่ทําหน้าที่อ่งเครินถื่อง เศรษฐกิจพอเพียง เรื่องการพัฒนาจิตใจเรืองครอบครัว เรืองชุมชน เรื่องสงคน ถ่องสิ่งแวดล้อม ถื่องวัฒนธรรม เร่องสูนภาพ ถื่องการวิัย เป็นต้น. ควรจะร่วมมือกันส่งเสริบการพัฒนาจังหวัดทังจังหวัดอย่าง รณาการป็นจังหวัดๆ ซึ่งจะต้องการความสามารถในการจัดการความ หลายระดับ ตั้งแต่ระดับเล็กไม่ยุ่งยากไปจนถึงระดับใหญ่ที่ขับข้อน จึง .ควรมีการพัฒนาความสามารถในการจัดการความรู้อย่างเข้มขันจากการ. ปฏิบัติจิง (๓) การพัฒนานโยบายสาธารณะ นโยบายสาธารณะมีผลกระทบรุนแรงต่อทุกอญูของสังคม ทั้ง ทางบวกและทางลบ นโยบายสาขารณะยังขาดพัฒนาการทีดี เพราะขาดการใช้ความ วู้บ้าง เพราะอิทธิพลของกลุ่มผลประโยชน์บ้าง หรือเพราะขาดความ. จ้าใจในการพัฒนานโยบายบ้าง ผู้มอํานาจในการคัดสินใจทางนโยบายกือยูในวัฒนธรรมและ โครงสร้างอํานาจมานานจนคุ้นเคยกับการดัดสินใจ ี่งในสมัยปัจจบันกลุ่มผลประโยชน์ทางธุรกิจเ้ามามิอทธิพลต้อ. ระบบอ่านาจรัฐบาคข้น. การพัฒนานไยบายสาธารณะทีด จึงังเป็นถื่องยากอย่างถ่งแต่ ก็เป็นเรื่องหนีไม่พันที่จะต้องใช้การจัดการความู้เจ้าไปในการพัฒนา. นโยบายสาธารณะ เพราะการจัดการความู้ือ อานุกาพแห่งความตี - อาบุคาพแต่งสังคน - อานุกาพแห่งปัญญารวมคันจึงไมนํามีอํานาจได ๆ งอํานาย. จะ ร 1 ที่ด้านทานอานุกาพแห่งความดี - อานุกาพแห่งสังคบ - อานุกาพ แห่งบัญญาใด้ การพัฒนานโขบายสาธารณะที่ดีเป็นชื่องที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วบ. .มือคัน ทําให้ได้และทําให้ดี. ทั้งหมดที่กล่าวมา(ป็นเพียงดัวอย่างเท่านัน ท่จริงการจัดการ. ความรู้มีใช้ทั้งปริมณฑลของสังคม ทุกพื้นที่ ทุกองค์กร และทุกเรื่อง. .บุคคลและองค์กรที่สนใจประยุกต์ใช้การจัดการความวู้ไม่ควรจําคัดตัว. องเฉพาะเื่งพียกดวอย่าง การลองทําในเรื่องต่างๆ รวมทั้งสื่องใหม่ๆ แปลกๆ แล้ว นํามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันจะเกิดนวัดกรรมอย่างต่อเนื่อง นวัต-. กรรมมีความจําเป็น เพราะสรรพสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (ถ้าไม่มีนวัดกรรมจะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงไม่ได้ 2๑22 จตสานก (ดนตโอนร 55 ) การเปลี่ยนแปลง ฉี๊% (โทรเทรโอททลน์อก) ใไป ันพิ้' น ฐิ าน และ ในสังคมปัจจุบั ไมลงตัว มีความขบกันเ ดังได้กล่าวบา ย่อมเป็นการยากที่จะมีการพันทุดข์เป็นปัจเจก คันไปกัไลก จึงจําเป็นต้องคิดถึงความถูกต้องของทั้งหมดเป็นส่วนรวบ อ้าทั้งหมดมีความถูกค้อง การพันทุกข์ว่วมกันย่อมเป็นใใต้ ผมกปล์ ผา: เศัหด ณะร - ขณะนี้มนุนย์มีจิตเล็ก รู้เห็นเล็กๆ แบบแยกส่วน คิดและทํา. แบบแยกส่วน ซึ่งนําไปสู่การเสียดุลยภาพของทั้งหมด .วิกฤตการณ์ปัจชุบันเกิดจากการมีจิตเล็ก ขณะนี้จึงมีความพยายามกันหลายวธีที่จะทําให้มนุษย์มีจิตสํา-. นึกใหม่ ที่สามารถเข้าถึงความเป็นทั้งหมดของสรรพสิ่ง เกิดความรักค่อ เพื่อนมนุนย์ทั้งหมดและธรรบชาติทั้งหมด มีพฤติกรรมใหม่ที่เป็นไป เพื่อการอยู่ร่วมคันด้วยสันติ หั้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์และระหว่าง. มนุนย์กับธรรมชาติแวดล้อม และเชือกันว่าด้วยการมีจตสํานึกใหม่เ่า นั้น มนุนยชาติจึงจะสามารถออกจากวิกฤตการณ์ปัจจุบันและอยู่รอดได้ การมีจิตสํานึกใหม่จะนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน 1 0. นันคือ.ีความรู้สึกนึกคิดใหม่ มองเห็นโลกและเพื่อนมนุนย์ใน. เมิหม่ มีความคํารใหม่ และคารกระทําใหม่ อันเป็นไปเพือการอยู่ร่วบ คัน ไม่ห้เพือคาไรสูงสุดเขนบัจจุบัน .ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตัวคนเ่านั้น โลกจึงจะ. ปลี่ยน การพยายามเปลี่ยนแปลงสังคมโดยปราศจากการเปลี่ยนแปลง จันพื้นฐานในตัวตน ย่อมนําไปสู่ของปลอมหรือความล้นเหลว ความเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตัวตนจะนําไปสู่การเปลี่ยน แปลงขั้นพื้นฐานขององค์กว ของสถาบัน และของสังคม. นั้นคือเปลี่ยนจาองค์กร สถาบัน และสังคม ชิงอํานาจ ไปเป็น. องย์กร สถาบัน และสังคม เชิงความรักและการเรียนรู้ ๕= ส่๓= มนุษยมสม องที่มีศักยภาพในการเรียนรู้มาก สามารถเรียนรู้ให้บรรลุอะไรก็ได้ ะสล่@ การเรียนรู้ที่ดีเป็นสิงที่ประเสริฐที่สุดของมนุษย์ รรรรี รี คําถามก็คือ ในสังคมสมัยใหม่ ที่มีโครงสร้างทางสังคมอัน กักขังมนุษย์ไว้ กระบวนการเรียนรู้อะไร ที่สามารถปลดปล่อย มนุษย์ออกมาจากการถูกจับกุมคุมขังทางสังคม คงจะไม่ใช่โดยการท่องหนังสืออย่างทีเรียน ๆกัน ๒๐ คงจะไม่ใช่การค้นพบความรู้ใหม่ซึ่งเป็นความรู้ นอกตัว คงจะไม่ใช่การเรียนรู้โดยไม่ปฏิบัติ คงจะไม่ใช่การเรียนรู้แบบตัวใครตัวมัน การจัดการความรู้พยายามตอบคําถามเหล่านัน การจัดการความรู้เป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของ ทุกฝ่ายในการปฏิบัติ โดยใช้ในคุณธรรม ๕ ประการโดยบูรณา การศักยภาพของมนุษย์ทั้ง ๕ มิติ และพยายาม โนห้มนําไป ๒๐ สู่การเกิดจิตสํานึกใหม่และ การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานใน ตัวตน เป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะแสวงหาและช่วยให้เพื่อน มนุษย์ได้พบการเรียนรูที่ดี เพื่อนําไปสู่การพันทุกข์ร่วมกัน ขอให้ประชาคมจัดการความรู้ ได้ค้นพบ วิธีเรียนรู้อันประเสริฐ มีความเมตตาต่อกันและกัน ร่วมเดินทาง บนสันติวรบท 'ไปสู่ความเจริญชั่วกาลนาน มนุษย์มีสมองมีศักยกาพในการรียนรู้มากา 0ฝ็ฝ็0500 การเรียนรู้ที่ดีเป็นสิ่งที่ประเสร็ฐที่สุดของมนุษย์ คําถามก็คือ ในสังคมสมัยใหม่ที่มี ครงสร้างทางสังคมอันกักขังมนุษย์ไว้ 1. 1 ที่สามารถปลดปล่อยมนุษย์ออกมาจาก การถูกจับกุมคุมขังทางสังคม คงจะไม่ใช่ [1 3 11 คงไม่ใช่ การเรียนรู้โดยไม่ปฏิบัติ คงไม่ใช่ การเรียนรู้ แบบตัวใครตัวมัน การจัดการความรู้พยายามตอบ กร6 คําถามเหล่านั้น ณ์ การจัดการ ความรู้ กระบวนการ ปลดปล่อย มนุษย์ สู่ศักยภาพ เสรีภาพ และความสุข ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
การศึกษา
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2005
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• การบริหารองค์ความรู้
• การเรียนรู้องค์การ
history_eduหมวดหมู่
การศึกษา
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2005
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้