auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต คำนำโดย : นพ.ประเวศ วะสี สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล สสส. สำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ # การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (พรพ.) พิมพ์ครั้งที่ 1 : มีนาคม 2548 ราคา 180 บาท สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2548 โดย สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (พรพ.) ห้ามการลอกเลียนไม่ว่าส่วนหนึ่งส่วนใดของหนังสือเล่มนี้ นอกจากได้รับอนุญาต ข้อมูลทางบรรณานุกรมหอสมุดแห่งชาติ 326.11 สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (พรพ.) ส181ก การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต. กรุงเทพ : สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล, 2548 240 หน้า. ภาพประกอบ. 1. บริการทางการแพทย์. 2. บริการการพยาบาลของโรงพยาบาล. 3. โรงพยาบาล -- การรับรองคุณภาพ. 4. โรงพยาบาล -- การควบคุมคุณภาพ 1. ชื่อเรื่อง ISBN : 974-92882-8-9 ผู้จัดพิมพ์ : สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (พรพ.) โทร. 0-2951-0102-3, 0-2589-0023-4, 0-2589-9125 โทรสาร. 0-2951-0104, 02589-0556, 0-2951-0238 ออกแบบรูปเล่ม : บริษัท อินฟอร์มีเดีย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พิมพ์ที่ : บริษัท โปรลายน์ มีเดีย จำกัด โทร. 0-2919-8751-2 จัดจำหน่าย : บริษัท อินฟอร์มีเดีย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โทร. 0-2261-3780-1 โทรสาร. 0-2261-3782 # สารบัญ * คำนำ 08 * กิตติกรรมประกาศ 11 * บทนำ 12 * โรงพยาบาลศิริราช 19 * Stroke Unit ศูนย์รักษาอัมพาตเฉียบพลัน 20 * เดือนใบใจ 30 * คำสารภาพของผู้ป่วย 35 * โรงพยาบาลสระบุรี 39 * กิมสหสาขาวิชาชีพ หลอมหัวใจเพื่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 40 * ใต้เงาชาตาน 53 * โรงพยาบาลเสาไห้ 59 * "แพทย์ทางเลือก" กับการรักษาด้วยดวงใจ 60 * ปาฏิหาริย์ ของความศรัทธา 66 * สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา 73 * Day Hospital ความหวังใต้แสงตะวัน 74 * ลมหวน 85 <table><tr><td>คำสารภาพของผู้ป่วย</td><td>91</td></tr><tr><td>โรงพยาบาลสวนปรุง</td><td>95</td></tr><tr><td>โรงพยาบาลสวนปรุงกับเครือข่ายไขมันงมุม</td><td>96</td></tr><tr><td>ในความเหมือน</td><td>107</td></tr><tr><td>โรงพยาบาลวังเหนือ</td><td>115</td></tr><tr><td>โรงพยาบาลวังเหนือ จิ๋วแต่แจ๋ว</td><td>116</td></tr><tr><td>พิบ้า</td><td>124</td></tr><tr><td>โรงพยาบาลควนเนียง</td><td>131</td></tr><tr><td>การรักษาแบบองค์รวม</td><td>132</td></tr><tr><td>ครูคนแรก</td><td>140</td></tr><tr><td>โรงพยาบาลสงขลานครินทร์</td><td>147</td></tr><tr><td>ชีวิตที่นับถอยหลัง</td><td>148</td></tr><tr><td>CPR Team ทีมช่วยฟื้นคืนชีพ</td><td>154</td></tr><tr><td>อาการเย็นศิระ พักคืนละ 5 บาท</td><td>157</td></tr><tr><td>โรงพยาบาลหนองบัวระเหว</td><td>161</td></tr><tr><td>กลยุทธ์สร้างแนวร่วมหนองบัวระเหว</td><td>162</td></tr><tr><td>เอดส์ กับการสร้างความเข้าใจในชุมชน</td><td>167</td></tr><tr><td>แผนรุกลยบจุดอ่อน</td><td>171</td></tr><tr><td>โรงพยาบาลสงขลา</td><td>177</td></tr><tr><td>ความสำเร็จที่เกิดจากวิสัยทัศน์ของผู้นำ</td><td>178</td></tr><tr><td>โนราห์บำบัดกับสุขภาพ</td><td>184</td></tr><tr><td>โรงพยาบาลขอนแก่น</td><td>189</td></tr><tr><td>เปิดประตูเมืองขอนแก่น เยี่ยมโรงพยาบาลศูนย์</td><td>190</td></tr><tr><td>เหยื่อ</td><td>209</td></tr></table> <table><tr><td>โรงพยาบาลเชียงคำ</td><td>215</td></tr><tr><td>ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ในเชียงคำ</td><td>216</td></tr><tr><td>ความประทับใจในเชียงคำ</td><td>224</td></tr><tr><td>ใครเป็นเอดส์ ... ยกมือขึ้น</td><td>228</td></tr><tr><td>บทสรุป</td><td>232</td></tr><tr><td>คำส่งท้าย</td><td>238</td></tr><tr><td>สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (พรพ.)</td><td>240</td></tr></table> # คำนำ ผมอ่านต้นฉบับหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าสุด ท้าย ด้วยความสุขอย่างยิ่ง เป็นความสุขจากการที่ได้สัมผัสความงามของ หัวใจของความเป็นมนุษย์ของผู้คนอันหลากหลายที่ช่วยกันเยียวยาเพื่อน มนุษย์ที่ทุกข์ยาก ผมเคยฝันถึงระบบบริการสุขภาพที่ไม่เพียงแต่รักษา โรค แต่รักษาคนด้วย ในความเป็นคนนอกจากร่างกายแล้วก็ยังมีจิตใจที่ เชื่อมโยงกับสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ อีกอย่างละเอียดละออและ ซับซ้อน ผมไม่คิดว่าชาตินี้จะได้เห็นการรักษาคน หรือระบบบริการ สุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ ดังที่บันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้ หนังนี้เล่มนี้อันเป็นการบันทึกเรื่องราวของการบริการ ผู้ป่วย ในโรงพยาบาล 12 แห่ง และมีกรณีตัวอย่าง 30 เรื่อง ได้ทำลายความเชื่อ เดิมของผมลงสิ้นเชิง การรักษาคน และระบบบริการสุขภาพที่มีหัวใจของ ความเป็นมนุษย์ได้ปรากฏต่อหน้าเราแล้วจริง ๆ ! การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใชีวิต 8 เราได้เห็นผู้คนมากมาย จะเป็นแพทย์ก็ดี พยาบาลก็ดี ทันตแพทย์ เภสัชกร หมออนามัย ตัวผู้ป่วยเอง คนในชุมชน เอาหัวใจของ ความเป็นมนุษย์เข้ามาเชื่อมร้อยกันในการเยียวยาเพื่อนมนุษย์ที่ทั้งจน ทั้งเจ็บ ทั้งว้าเหว่เดียวดาย ทั้งวิกฤติทุก ๆ ประการ เรียกว่าอยู่ในทุกข์ภาวะ ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางจิตวิญญาณ ทำให้เปลี่ยนรกเป็น สวรรค์ขึ้นทันตาเห็น ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้เห็นแพทย์และพยาบาลในโรงพยาบาล ใหญ่ คิดถึงการทำงานเชื่อมโยงกับโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาล ชุมชนเชื่อมโยงกับสถานีอนามัย สถานีอนามัยเชื่อมโยงกับชุมชนและกับ บ้าน เป็นข่ายใจที่เยียวยา เพื่อนมนุษย์ผู้ทุกข์ยากแสนสาหัสอย่างครบวงจร **การเชื่อมโยงสู่ความเป็นทั้งหมด** เป็นเรื่องสำคัญ ทุกวันนี้เรามักทำอะไรโดยแยกเป็นส่วน ๆ การชำแหละออกเป็นส่วน ๆ คือการทำให้ตาย หรือการใช้กับสิ่งที่ตายแล้ว เช่น ชำแหละโค ชำแหละ สุกร ความเชื่อมโยงทำให้เกิดความมีชีวิต หรือความมีชีวิตเกิดจากความ เชื่อมโยง มนุษย์นั้นเครียดและวิกฤติ เพราะตัดขาดจากกันด้วยชั้น วรรณะ วิธีคิด เศรษฐกิจ รูปแบบการศึกษา และบริการสุขภาพ ฯลฯ การตัดขาดเกิดจากโลกทัศน์และวิธีคิดแบบแยกส่วน หากมนุษย์ได้ เชื่อมโยงกันเป็นข่ายใยชีวิต (Webs of Life) จะเกิดความอบอุ่น ความ สุข และความสำเร็จ อย่างเหลือหลาย สิ่งที่ท่านพบเห็นในหนังสือเล่มนี้ อาจสรุปสั้น ๆ คือ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 9 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต การร่วมกันเยียวยาเพื่อนมนุษย์ผู้ทุกข์ยากด้วยหัวใจ และถักทอข่ายใยชีวิต จะนำไปสู่การเยียวยาโลกทั้งหมด ระบบบริการ สุขภาพเป็นระบบที่กว้างใหญ่และเกี่ยวข้องกับคนทุกคน ตัวอย่างของ การบริการสุขภาพที่เป็น "การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต" ที่มีมากขึ้น ๆ จะเป็นปัจจัยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ทั้งในระบบบุคคล องค์กร สถาบัน และสังคม ไปสู่ความ เป็นโลกการเยียวยาและพันทุกข์ร่วมกัน จึงขอขอบคุณสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพ โรงพยาบาล บริษัท อินฟอร์มีเดีย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับกลยาณชนทั้งหลายที่ เยียวยาเพื่อนมนุษย์ด้วยหัวใจถักทอข่ายใยชีวิต ที่สร้างสิ่งดี ๆ และงดงาม ประดับไว้ให้เป็นสมบัติของสาธารณะ เพื่อก่อความบันดาลใจให้สังคมทั้ง หมดบทจรไปบนวิถีอันงดงามและถูกต้องที่เรียกว่า คุณภาพ หรือภาวะที่ เป็นคุณ ดั่งนี้แล ประเวศ วะสี 5 กุมภาพันธ์ 2548 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 10 # กิตติกรรมประกาศ ขอขอบคุณทีมงานและผู้รับบริการของโรงพยาบาลทั้งสิบสองแห่งที่ได้กรุณาให้ข้อมูลด้วยความเต็มใจ ขอขอบคุณทีมงานของบริษัท อินฟอร์มีเดีย อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ซึ่งนำโดยคุณสมพงษ์และคุณวรรณา สวัสดิภักดิ์ที่ได้นำข้อมูลต่าง ๆ มาเรียบเรียงให้เป็นเรื่องที่น่าอ่าน ขอขอบคุณสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งได้ให้ทุนสนับสนุนการนำกระบวนการพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (Hospital Accreditation) ไปกระตุ้นให้เกิดการนำแนวคิดการสร้างเสริมสุขภาพไปสู่การปฏิบัติในโรงพยาบาล ขอขอบคุณอาจารย์สุชาติ อินทรประสิทธิ์ ซึ่งกำกับดูแลโครงการที่ได้รับทุนจาก สสส. ขอขอบคุณอาจารย์ประเวศ วะสี ที่จุดประกายให้เกิดการรวบรวมเรื่องราวเหล่านี้และได้กรุณาเขียนคำนำซึ่งให้พลังใจเป็นอย่างสูงแก่ทุก ๆ ฝ่าย ทุก ๆ ท่าน สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 11 # บทนำ ท่ามกลางคลื่นพายุแห่งความไม่เชื่อมั่นของสังคมที่ถาโถม กระหน่ำเข้าสู่วิชาชีพที่ให้บริการสุขภาพแก่ประชาชน มีผู้คนในฝ่ายที่ให้ บริการจำนวนไม่น้อยยังคงมุ่งมั่นสรรสร้างคุณค่าที่ดีงามแก่ผู้รับบริการ ด้วยความเชื่อมั่นในความถูกต้อง ด้วยความรับผิดชอบในวิชาชีพ จุดประกายให้เกิดความหวังในท่ามกลางความหม่นมัว เกิดการเปลี่ยน แปลงทีละนิดขึ้นในจิตใจ สะสมจนยิ่งใหญ่กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงพื้น ฐานอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ขยายผลผ่านการรับรู้ของเพื่อนพ้อง ชักนำ ให้เกิดการกระทำตามโดยมิต้องบังคับ สำนึกอันยิ่งใหญ่ในจิตใจสะท้อนผ่านคำบอกเล่าที่ตอกย้ำ ในสิ่งเดียวกัน "แค่ได้ยินเสียงเราทางโทรศัพท์ น้ำเสียงของเขาก็แช่มชื่นขึ้น" "เราอยู่ได้ ณ วันนี้ ก็เป็นเพราะเงินบริจาคของประชาชน การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใชีวิต 12 การบริการจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากเดิมที่ระบบข้าราชการ เป็นใหญ่ ก็เปลี่ยนเป็นว่าประชาชนเป็นเจ้าของ ผู้ป่วยเป็นที่ตั้ง" "การฉีดยา ถ้ากดแรงเกินไป หรือไม่เต็มใจฉีด ผลนั้นก็จะถูก เก็บไว้ในสมอง" "การทำงานแบบนี้ต้องมีความรักเป็นทุนเดิม" "ปลาราคามันถูกมากนะ แต่เอาไปฝากเขามันกลายเป็น ความประทับใจไม่รู้ลืม" สำนึกเหล่านี้มิใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แต่ เป็นสำนึกที่ผ่านประสบการณ์อันทรงคุณค่ายิ่ง ได้เห็นความจริงของ สังคมซึ่งอยู่รอบตัวแต่เราอาจไม่ได้สังเกตเห็น การชี้นำและการรวมตัวทำ อะไรบางอย่างที่แตกต่างไปจากเดิม เป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางแห่งการเรียน รู้ การเรียนรู้ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงด้านใน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ก่อ ให้เกิดพลังต่อเนื่อง "การทำงานบูรณาการครบวงจรช่วยให้หลุดออกจากกรอบ มาพบความเป็นจริง ได้เห็นภาพอีกแบบ ไม่ใช่การแก้ปัญหาปลายเหตุด้วย การโฆษณาหรือโทษสิ่งแวดล้อมอย่างอื่น" "ช่วงแรก ๆ ไม่รู้ว่าการดูแลแบบองค์รวมทำอย่างไร ก็ช่วยกัน คิด ช่วยกันศึกษา ช่วยกันทำ ประยุกต์ใช้จนแตกแขนงออกไปสู่การรักษา รูปแบบอื่นนับไม่ถ้วน เป็นการสั่งสมด้วยประสบการณ์ หาไม่ได้จากตำรา เล่มไหน" สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 13 "อาจจะเป็นความเศร้าสำหรับหลายคน แต่กับเธอแล้วคิดว่า คือความสุข อย่างน้อยวันสุดท้ายของลุงจันก็ไม่ได้จากไปอย่างไร้ค่าในดอก แคบ ๆ พร้อมคำเล่าขานของคนในหมู่บ้านว่าแกเป็น .. ผีบ้า" ศ.นพ.ประเวศ วะสี กล่าวไว้ว่า สิทธิและศักดิ์ศรีของความ เป็นมนุษย์คือศีลธรรมขั้นพื้นฐานที่มนุษย์พึงมีให้แก่กัน สิทธิผู้ป่วย มิได้มีอยู่เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น มีผู้ป่วยอีกนับไม่ถ้วนที่ญาติพี่น้อง จำต้องจำกัดอิสรภาพด้วยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ด้วยโครงการ "ปลดโซ่ ตรวน" ทำให้มีการค้นหาในทุกตารางนิ้วว่ามีคนถูกล่ามโซ่อยู่ที่ใดบ้างและ ช่วยกันปลดโซ่ตรวนจนสำเร็จ "พ่อบ้านงดเหล้า" กับ "งดเหล้างานศพ" ดูเหมือนจะเป็นความ เคลื่อนไหวทางสังคม แต่เป็นความเคลื่อนไหวที่มีผลต่อสุขภาพทั้งสุขภาพ กายและสุขภาพจิต เป็นการต่อเชื่อมกับของดี ๆ ที่มีอยู่เดิม การที่ อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ป้าเที่ยงมีเงินสำรอง ช่วยค้ำประกันนำเงินออกมาใช้ ก็ดี การที่พระสงฆ์ช่วยประเมินพฤติกรรมญาติโยมที่เข้าไปหาว่ามีความ ทุกข์ใจมากน้อยเพียงใดก็ดี กลุ่มก้าวใหม่แห่งชีวิตก็ดี โนราห์บำบัดก็ดี บ้านแม่ตุ้นก็ดี การทอดผ้าป่าชุมชนก็ดี เป็นการระดมทุนทาง สังคมออกมาช่วยบำบัดปัดเป่าทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ให้ผ่อนคลาย เป็นบทบาทที่โรงพยาบาลก้าวเท้าออกมานอกรั้วและเชื่อมโยงให้เกิดข่าย ใยที่เอื้ออาทรต่อกัน "ป้าเที่ยงทำให้เรามีกำลังในการทำงาน เพราะทำแล้ว เห็นผล" การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 14 "สมัยก่อนวิธีคิดของโรงพยาบาลกับสถานีอนามัยจะเหินห่าง กัน การจะให้เขาร่วมมือเราต้องสร้างความไว้วางใจ เป็นพี่เลี้ยงที่ดี ถ่ายทอด วิธีคิด วิธีทำงาน โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ โรงพยาบาลเตรียมจัดประชุม วิชาการก็เชิญทีมสถานีอนามัยเข้าร่วม การทำงานลักษณะนี้ไม่ใช่ไปตาม ระบบ แต่ต้องใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว" สิ่งเหล่านี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการ สั่งการจากหน่วยเหนือ แต่เกิดจากการมีความแน่วแน่ในเป้าหมายที่จะรุก เข้าไปสร้างสุขภาพให้คนไม่เจ็บไข้ เพื่อจะได้ลดความสูญเสียของสังคม "การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต" เป็นบันทึก เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย เพื่อให้เพื่อนๆ ในการสุขภาพได้เกิดกำลัง ใจที่จะร่วมกันสรรสร้างประโยชน์สุขแก่เพื่อนมนุษย์ และเพื่อให้ท่านผู้อ่าน ทั่วไปได้รับทราบความพยายามที่เกิดขึ้นภายใต้ร่มที่เรียกว่า "โรงพยาบาล" ซึ่งเป็นร่มที่ไม่จำกัดตัวเองอยู่เฉพาะในรั้วโรงพยาบาล โรงพยาบาลเหล่านี้มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและธำรงไว้ ซึ่งคุณภาพ ควรค่าแก่การยกย่อง จึงได้รับการรับรองกระบวนการ คุณภาพโรงพยาบาล (Hospital Accreditation - HA) กระบวนการ คุณภาพเป็นกระบวนการแห่งการปฏิบัติและการเรียนรู้ นำมาสู่การยก ระดับคุณภาพบริการและจิตวิญญาณของผู้ปฏิบัติ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเอดส์ อัมพาต ผู้พิการ โรคจิต โรคซึมเศร้า การฆ่าตัวตาย โรคมะเร็งระยะสุดท้าย สุรายาเสพติด เด็กและ สตรีที่ถูกละเมิด สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วไปไม่อยากเห็น ไม่อยากฟัง สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 15 ไม่อยากเป็น อยากจะไปเสียให้ไกลๆ แต่ผู้ป่วยด้วยโรคเหล่านี้เองที่ กลับกลายเป็นครูชั้นดีให้แก่หมอ พยาบาล ญาติผู้ดูแล ทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ ในการที่จะดูแลผู้ป่วยทั้งร่างกายและจิตใจ ดูแล ด้วยหัวใจของเพื่อนมนุษย์ เมื่อใดที่เห็นผู้ป่วยเหล่านี้ เห็นผู้ที่กำลังดูแลผู้ ป่วยเหล่านี้ ทักทายให้กำลังใจพวกเขาสักนิด รับฟังเรื่องราวจากพวกเขา เอาใจช่วยพวกเขาสักหน่อย "หลายครั้งที่ฉันเห็นเขาซะโงกคอมองตรงหัวเตียงเหมือน รอคอยใครสักคนที่มีความหมายต่อชีวิต .... น่าจะเป็นแม่ .... เมื่อเย็นนี้เองลุง วิเชียรได้พบแม่และเป็นครั้งแรกที่เขายิ้มออก .... ลุงยิ้ม เป็นยิ้มที่ฉันคิดว่าสด ใสไร้กังวล ประกายตาคู่นั้นวาวขึ้นก่อนจะปิดลง" อ่านเรื่องเหล่านี้แล้ว ท่าน ผู้อ่านบางท่านอาจรู้สึกอยากจะร้องไห้ให้กับความทุกข์ยากและความโหด ร้ายแห่งชีวิต ความรู้สึกเหล่านี้เองจะเป็นเครื่องชำระล้างจิตใจของเรา ให้ เราเห็นคุณค่าของความเป็นเพื่อนมนุษย์ ผุดบังเกิดปณิธานที่จะช่วย เหลือเกื้อกูลกันให้มากยิ่งขึ้นกว่าที่เคย อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 16 สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 17 การเยียวยาด้วยหัวใจ ดักทอดข่ายใยชีวิต 18 # โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลและโรงเรียนแพทย์แห่งแรกของประเทศไทย ขนาด 2,506 เตียง เป็นองค์กรที่มีพลังศรัทธาจากสังคมสูง บทบาทที่โดด เด่น คือ การพัฒนาระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยที่เป็นเลิศ การจัดบริการ ตัวอย่างที่ดีสำหรับการเรียนการสอน ในผู้ป่วยที่ซับซ้อนและน่าสนใจ ในฐานะที่เป็นศูนย์วิชาการ และบริการระดับชาติและนานาชาติ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 19 โรงพยาบาลศิริราช Stroke Unit ศูนย์รักษาอัมพาตเฉียบพลัน ศ.นพ.นิพนธ์ พวงวรินทร์ เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นเมื่อนำเสนอแนวคิดการจัดตั้ง Stroke Unit ต่อบอร์ดบริหารโรงพยาบาลศิริราชให้บริการผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในลักษณะเฉียบพลันที่อาการยังไม่โคม่าขนาดเข้าห้องไอซียู โดยใช้พื้นที่ชั้น 4 อาคาร 72 ปีของโรงพยาบาลเป็นศูนย์บัญชาการ แม้ Stroke Unit ต้องใช้ทีมงานทั้งประสาทแพทย์ ศัลยแพทย์ แพทย์เอ็กซเรย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักฟื้นฟู นักสังคมสงเคราะห์ รวมถึงคนงาน ซึ่งทุกคนมีงานประจำของโรงพยาบาลศิริราชอยู่แล้ว แต่ก็ยินดีเข้าร่วมภารกิจใหม่นี้โดยมิได้คำนึงถึงประโยชน์ตอบแทน แนวคิดนี้ถือเป็นแนวคิดใหม่ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทย หากสามารถปั้นให้เป็นรูปร่างได้จะก่อผลประโยชน์หลายอย่าง ประการ การเยียวยาด้วยหัวใจ กักทอข่ายใยชีวิต 20 # โรงพยาบาลศิริราช แรกคือการรวมผู้เชี่ยวชาญมาดูแลรักษาเป็นทีม ย่อมให้ผลแน่นอนกว่า การรักษารวมกับผู้ป่วยประเภทอื่น การเกิดโรคแทรกซ้อนหรืออัตราการ ตายจะลดลงอย่างไม่ต้องสงสัย โดยธรรมชาติของผู้เป็นอัมพาต จะมีอัตราการเสียชีวิต ประมาณ 20% ปลอดภัย 80% ครึ่งหนึ่งของผู้รอดชีวิตจะพิการ อีกครึ่งหนึ่ง อาจกลับไปทำงานใหม่ได้ การที่ผู้ป่วยจะหายได้จนเกือบเป็นปกตินั้นต้อง ถึงมือหมอหลังเกิดเหตุไม่เกิน 3 ชั่วโมง ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก การเกิด Stroke Unit จะลบช่องว่างดังกล่าว หมายความว่าหากผู้ป่วยมา ถึงมือหมอภายใน 7 วัน ก็จะมีโอกาสกลับมาเคลื่อนไหวได้ ก่อนจะนำเรื่องนี้เข้าสู่บอร์ดบริหาร ศ.นพ.นิพนธ์ได้ปรึกษา ความเป็นไปได้ของโครงการกับทีมงานทุกส่วน รวมถึงพยาบาลซึ่งถือ เป็นหัวใจสำคัญในการดูแลผู้ป่วย พยาบาลประยูร ชื่นรัตนกุล หัวหน้า พยาบาลแสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า > "ผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตเมื่อต้องเข้าไปอยู่ร่วมกับผู้ป่วยประเภท > อื่น อาจมีผลเสียต่อสภาพร่างกายและจิตใจ ทางร่างกายคือเขาไม่ได้รับการ > ดูแลอย่างถ้วนถี่ เพราะพยาบาลคนหนึ่งต้องดูแลผู้ป่วยหลายคน จึงมักเกิด > บาดแผลบริเวณส่วนที่ถูกกดทับ ขาดการพูดคุยระหว่างหมอกับผู้ป่วย > ส่งผลให้สภาพจิตใจหม่นหมอง ไม่มีกำลังใจทำกายภาพบำบัด กลายเป็น > พิการเรื้อรัง เมื่อถึงเวลาต้องกลับบ้านก็เกิดทัศนคติว่าหมอไม่อยากให้อยู่ > ในโรงพยาบาลเพราะไม่ต้องการดูแล ถ้าเกิด Stroke Unit จะช่วยแก้ปัญหา สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 21 โรงพยาบาลศิริราช ดังกล่าวได้" อีกสิ่งหนึ่งที่พยาบาลประยุรคาดหวังคือการทำงานเป็นทีม จะช่วยลดปัญหาที่คาดไม่ถึง เพราะในผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตนั้นอาจมีภาวะ แทรกซ้อนที่ไม่ปรากฏในใบบันทึกอาการทางประสาท เช่นการมีเลือดไหล ทีละนิดจนทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการซึม ซึ่งอาจทำให้เข้าใจผิดคิดว่าอาการดัง กล่าวเกิดจากการไม่อยากกลับบ้านเพราะกลัวไม่มีคนดูแล เพราะฉะนั้นจึง มีการเสนอการจัดทำแบบฟอร์มตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดเข้าสู่ โครงการ Stroke Unit ด้วย แบบฟอร์มนี้จะแบ่งเป็นช่องวิธีตรวจสอบ ช่องการประเมิน ของพยาบาล ช่องการประเมินของแพทย์ ช่องภาวะจริงของผู้ป่วย ถ้าพยาบาลประเมินว่าดี แพทย์ประเมินช้าว่าดีก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามีความ เห็นต่างกันต้องทำการตรวจสอบใหม่ เป็นการหาข้อมูลเพื่อทำให้คนไข้ ปลอดภัยที่สุด นอกจากนี้ยังมีการตั้งมาตรฐานภายในว่าการเกิด Stroke Unit ต้องทำให้การเกิดแผลในส่วนที่ถูกกดทับ เช่นหลังหรือก้นเป็น 0% คือไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย การจะเป็นเช่นนั้นได้ต้องมาจากการดูแลผู้ป่วย อย่างดียิ่ง ทำความสะอาดอย่างทั่วถึง และมีการเคลื่อนไหวด้วยการทำ กายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง ความยากของการทำ Stroke Unit อยู่ตรงไหน? คือโจทย์ที่ ถูกตั้งขึ้นเพื่อหาคำตอบ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 22 # โรงพยาบาลศิริราช "แรงบันดาลใจ" หนึ่งในทีมงานกล่าว "เราต้องมีแรงบันดาลใจที่อยากจะทำ เพราะเป็นงานเสริมจากงานเก่าที่มากอยู่แล้ว ถ้าทุกคนยอมเหนื่อยมากขึ้น เสียสละมากขึ้น มีเป้าหมายเดียวกันและพร้อมจะทำงานเป็นทีม โครงการนี้ก็จะประสบความสำเร็จ" "การเพิ่มเติมความรู้ให้พยาบาล" เป็นความเห็นของฝั่งแพทย์ "ควรให้พยาบาลมีโอกาสศึกษาต่อหรือส่งไปดูงานในต่างประเทศ เพื่อนำนวัตกรรมใหม่ ๆ กลับมาพัฒนาองค์กร การพัฒนาทางด้านแพทย์ เพียงอย่างเดียวคงไม่พอ" "การให้ผู้ป่วยเป็นจุดศูนย์กลาง" หัวหน้าพยาบาลเสริมแนวคิด "คนเป็นอัมพาตล้วนมีสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ เพราะฉะนั้นการดูแลเขาเราคงไม่ดูแลแค่ร่างกาย แต่ต้องเข้าถึงจิตใจ" "การให้ความรู้กับญาติ" นักสังคมสงเคราะห์ออกความเห็น "เรามีข้อกำหนดแล้วว่า Stroke Unit จะมีระยะเวลารักษา 14 วัน เมื่อผู้ป่วยเริ่มเคลื่อนไหวได้ก็ให้กลับไปพักฟื้นที่บ้าน ซึ่งญาติคือเครือข่ายสำคัญที่จะทำให้เขาดีขึ้นหรือแย่ลง เราจึงควรจัดวันนัดพบญาติเพื่ออธิบายการดูแลผู้ป่วยอย่างถูกวิธี" "ฝรั่งเศสและสิงคโปร์เก่งมากในเรื่องเหล่านี้" ศ.นพ.นิพนธ์สนับสนุน "ผมตั้งใจจะส่งทีมพยาบาลไปดูงานในสองประเทศเพื่อนำแนวคิดกลับมาประยุกต์ใช้" สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 23 โรงพยาบาลศิริราช หลากหลายความคิดเห็นถูกระดมสมองเพื่อวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค เมื่อเห็นว่าจุดแข็งขององค์กรในด้านบุคลากรและความเป็นเลิศ ด้านการรักษาจะแก้ไขปัญหาทั้งมวลได้ ศ.นพ.นิพนธ์ พวงวรินทร์ จึงนำ เรื่องเข้าขอการอนุมัติจากบอร์ดบริหาร แม้บอร์ดบริหารจะเห็นเป็นเรื่องใหม่ แต่ด้วยเครดิตของ ศ.นพ. นิพนธ์ที่เคยฝากผลงานไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำวิจัยการ ใช้ยากลุ่ม Steroid รักษาผู้ป่วยเส้นเลือดสมองแตกจะเกิดผลร้ายมากกว่า ผลดี ตีพิมพ์ในวารสาร The New England Journal of Medicine วารสาร อ้างอิงสูงสุดที่รู้จักกันทั่วโลก เมื่อปี 1987 ทำให้ทั่วโลกเลิกใช้ Steroid มา จนถึงปัจจุบัน หรือการสร้างระบบเช็คอาการผู้ป่วยอัมพฤกษ์-อัมพาต ว่า เกิดจากเส้นเลือดแตกหรือเส้นเลือดตีบด้วยสูตร Siriraj Stroke Score (SSS) ตีพิมพ์ในวารสาร British Medical Journal ปี 1991 และหลาย ประเทศนำไปใช้ ย่อมเป็นการพิสูจน์ฝีมือแพทย์ผู้นี้ ในที่สุดบอร์ดบริหารก็อนุมัติโครงการ Stroke Unit จุดแข็งของ Stroke Unit Stroke Unit ของโรงพยาบาลศิริราชเริ่มต้นในปี 2540 ด้วย เตียงคนไข้ 11 เตียง ส่งพยาบาลไปดูงานผู้ป่วยที่ประเทศฝรั่งเศส 4 คน สิงคโปร์ 10 คน เพื่อนำนวัตกรรมใหม่ ๆมาพัฒนาหน่วยงาน เช่นโครงการ Discharge Planning หรือการเตรียมผู้ป่วยให้กลับบ้าน การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 24 # โรงพยาบาลศิริราช "ในเบื้องต้นเราไม่รู้หรอกว่าการเตรียมผู้ป่วยให้กลับบ้าน นั้นสำคัญแค่ไหน เมื่อถึงเวลาต้องกลับบ้านผู้ป่วยจะรู้สึกห่อเหี่ยว อ้างว่า ยังไม่พร้อม ห้องน้ำยังทำไม่เสร็จ ไม่มีคนดูแล บ้านอยู่ไกล การเดินทาง ลำบาก บางคนถึงขั้นเครียดเพราะคิดว่าหมอไม่อยากให้อยู่โรงพยาบาล เพราะตัวเองไม่มีเงิน แล้ว Stroke Unit มีระยะเวลารักษาแค่ 14 วันเพื่อ หมุนเวียนเตียงให้ผู้อื่น เราจึงเตรียมเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรกที่รับผู้ป่วย" หัว หน้าพยาบาลประยูร ชื่นรัตนกุล อธิบายถึงแนวคิด Discharge Planning "เช่นผู้ป่วยเป็นพ่อบ้านก็จะตรวจสอบว่าในครอบครัวมีใครบ้าง ถ้าเขาเสนอ ใครเป็นผู้ดูแลก็จะเชิญมาสอนหลักการต่าง ๆ เช่นการจับ การประคอง การแบก หรือถ้าไม่มีใครว่างดูแลก็จะแนะนำเด็กตามศูนย์รับเฝ้าไข้ แต่ ต้องขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจและความพร้อมด้วย บางครั้งพยาบาลก็ เหมือนคนสอดรู้สอดเห็น เข้าไปยุ่งกับชีวิตครอบครัวเขา ผู้ป่วยบางรายมี ลูกหลายคนบางทีไม่กล้าคุยกันว่าจะให้ใครดูแล เราก็อาจเชิญมาแนะนำ เรื่องบุญกุศลการดูแลพ่อแม่ ถ้ามีใครเสียสละลาออกจากงานมาดูแลคน ที่เหลือก็ควรช่วยเหลือด้านเงินทุน เปลี่ยนเวรมาเฝ้าแทนในวันหยุดเพื่อให้ คนดูแลประจำออกไปพักผ่อนหย่อนใจบ้าง การเป็นอัมพาตอยู่โรงพยาบาล หลายเดือนก็ไม่ได้หมายความว่าหาย 100% การกลับไปอยู่บ้าน ผู้ป่วยจะมี ความสุขมากกว่าถ้าได้รับการปฏิบัติที่ดี ทุกบ่ายวันอังคารจะเป็นวัน ให้ความรู้กับผู้ป่วยและญาติ มีวิดีโอให้ชม ให้ความรู้เรื่องโรคอัมพาต และโรคที่จะทำให้เป็นอัมพาต เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันสะสม สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 25 โรงพยาบาลศิริราช เป็นต้น พร้อมประเมินว่าทุกคนได้ความรู้จากตรงนี้ไหม Discharge Planning นอกจากจะสร้างทัศนคติที่ดีกับผู้ป่วยและญาติแล้วยังเป็นแผนที่จะทำให้การรักษาบรรลุผลภายใน 2 สัปดาห์ สมัยก่อนที่ยังไม่มี Discharge Planning บางคนอยู่เป็นเดือน แผนนี้ทำให้การทำงานลื่นไหลทั้งทีม แพทย์ พยาบาล กายภาพบำบัด เภสัช สังคมสงเคราะห์ จิตเวช ส่งเสริมซึ่งกันและ กัน เริ่มต้นตั้งแต่ผู้ป่วยเข้ามา แพทย์ต้องวินิจฉัยได้ทันทีว่าขาดเลือดเลี้ยง สมองจากหัวใจหรือจากเส้นเลือดในสมองเอง ในขณะที่พยาบาลก็ต้องคอย เป็นหูเป็นตาว่าแพทย์ลืมอะไรหรือเปล่า ซ้ำไปหรือเปล่า เวลามีการทำ กายภาพบำบัดพยาบาลก็จะเข้าไปร่วมด้วย เพราะในวันหยุดราชการที่ไม่ มีใครเราจะได้ช่วยได้ จิตเวช สังคมสงเคราะห์ เภสัชกร มีตารางกำหนดแน่ นอนเลยว่าจะเข้าร่วมสนับสนุนช่วงไหนบ้าง" ทุกรายละเอียดไม่ตกหล่น "ใน Stroke Unit เราจะให้ผู้ป่วยนอนเต็มที่ใน 1-2 วันแรกที่ เข้ามา พอดความดันลดลง เลือดไม่ออกเพิ่ม จะเริ่มจับให้นั่ง โดยฝึกให้นั่ง ห้อยขาเพื่อให้กล้ามเนื้อต่าง ๆ แข็งตัวเร็ว นั่งใหม่จะทรงตัวไม่อยู่ก็ให้ญาติ ประกอบข้างที่เสียศูนย์ พอ 2-3 วันกล้ามเนื้อจะเริ่มเข้าที่ พอเขานั่งได้ กำลัง ใจจะมา หรือบางคนลุกไม่ไหวก็จะสอนให้นอนยกสะโพกเป็นจังหวะ ยกขึ้น (พุทธ) ปล่อยลง (โธ) เป็นการฝึกสมาธิไปในตัว การฝึกยืนก็เช่นกันถ้าบอก ให้ยืน ๆ ไม่ขึ้นหรอก แต่ถ้าสอนให้น้อมตัวมาข้างหน้าหรือถอยหลังนิดหนึ่ง การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใช้วิวัฒนาการ # โรงพยาบาลศิริราช จึงจะค่อยยืนได้ คนเป็นอัมพาตส่วนใหญ่จะก้าวข้างที่ดีก่อนแล้วกระเถิบข้าง เสียตาม ซึ่งจะทำให้เสียบุคลิก ต้องฝึกให้เขาก้าวอย่างปกติ การงอเข่า เห ยียดเส้น ลงน้ำหนัก และทั้งหมดนี้ต้องสอนให้ญาตินำไปปฏิบัติต่อที่บ้าน" หัวหน้าพยาบาลยังเล่าต่อถึงรายละเอียดปลีกย่อยที่คน ปกติมองข้ามว่า "หรือการรับประทานอาหารถ้าพ่อแม่ป่วยลูกก็มักจะป้อน ข้าว ทำให้ผู้ป่วยไม่พัฒนา ควรให้เขาช่วยตัวเองมากที่สุด ไม่ใช่ปล่อยนะ แต่ดูอยู่ห่าง ๆ อาจตัดเป็นคำ ๆแล้วให้เขาตักเอง เป็นการสั่งงานจากสมอง ให้ยกมือตักข้าว เรื่องห้องน้ำก็เหมือนกัน ต่างประเทศเขาคำนึงถึงความ รู้สึกของผู้ป่วยมาก แต่คนไทยส่วนมากมักยังให้คนเป็นอัมพาตถ่ายบนเตียง เอากระโถนเสียบรอง ถ้าเป็นคนถ่ายยากก็พาลให้ท้องผูก ที่ Stroke Unit รถเข็นทุกคันจะต้องเคลื่อนเข้าห้องน้ำได้ สวมเข้ากับซักโครก ฝึกพยาบาล ทุกคนให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้อย่างถูกวิธี ไม่เกิดอาการหกล้ม ปวดหลังหรือ นั่งผิดท่า" ## ดูแลอย่างต่อเนื่อง ด้วยสภาพสังคมที่ทุกครัวเรือนยังต้องทำมาหากิน ผู้ป่วยบาง คนเมื่อกลับไปบ้านอาจได้รับการดูแลไม่เต็มที่ Stroke Unit จึงสร้างระบบ Primary Care Unit หรือ PCU หรือ ปฐมภูมิ ซึ่งเชื่อมกับเครือข่าย 30 บาทรักษาทุกโรคของรัฐบาล สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 27 โรงพยาบาลศิริราช "จะมีหน่วย PCU ออกไปเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้านเพื่อดูอาการต่าง ๆ ก่อนไปเราจะมีใบประวัติคนไข้ ลักษณะอาการ วิธีการรักษา และสิ่งที่อยากให้เขาทำสัมพันธภาพกับผู้ป่วย เมื่อกลับมาก็มีใบรายงานผลซึ่งจะส่งต่อให้แพทย์ วิธีนี้จะช่วยสร้างความสะดวกให้กับผู้ป่วยไม่ต้องเสียเวลาหรือค่ารถไปหาหมอ แต่เราไม่ได้ทำทุกรายนะ เฉพาะรายที่มีปัญหา ถ้าในเขตศิริราชเราดูแลเอง ถ้านอกเขตก็ส่งศูนย์ กทม. ดูแลและแจ้งผลกลับมา" จากประสิทธิภาพการรักษาของ Stroke Unit ที่แพร่หลายอย่างกว้างขวางทำให้มีผู้มาใช้บริการมาก บางคราวเตียงไม่พอต้องนอนรอห้องพักฟื้นซึ่งจะมีแพทย์อีกทีมดูแลรักษาเบื้องต้นก่อนย้ายมายังเตียงว่าง และประมาณกลางปี 2548 Stroke Unit จะย้ายขึ้นไปอยู่ชั้น 10 เพิ่มพื้นที่บริการมากขึ้นจาก 11 เตียงเป็น 17 เตียง เนื่องจากบอร์ดบริหารเห็นผลการรักษาที่ชัดเจน เพราะนับจากเปิดให้บริการ ปรากฏอัตราโรคแทรกซ้อนมีไม่ถึง 2% จากที่เคยมีถึง 10% และอัตราการตายน้อยมากไม่ถึง 2.5% ซึ่งอีก 6 เตียงที่เพิ่มขึ้นใหม่นั้นจะใช้รองรับผู้ป่วยสามัญที่ไม่มีเงินหรือผู้เข้าโครงการ 30 บาท "Stroke Unit จะรับผู้ป่วยประเภทเฉียบพลันเท่านั้น คือคนที่เป็นภายใน 1-7 วัน เพราะเราจะช่วยคนที่ช่วยได้เร็วที่สุด ให้เขาหายหรือมีความพิการเหลือกลับไปน้อยที่สุด ใช้ชีวิตในครอบครัวอย่างมีความสุข" หัวหน้าพยาบาลประยูร ชื่นรัตนกุล กล่าว การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 28 # โรงพยาบาลศิริราช ในขณะที่ ศ.นพ.นิพนธ์ พวงวรินทร์ อยากเห็น Stroke Unit แพร่หลายไปทั่วประเทศ เพื่อบริการได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งได้ฝากเคล็ด-ลับถึงโรงพยาบาลต่าง ๆที่อยากนำไปเปิดว่า "การทำ Stroke Unit อยู่ที่ความตั้งใจหรือแรงดลใจในการก่อตั้ง ผู้ที่ทำต้องยอมรับความเหนื่อย เป็นการนำงานใหม่มาเพิ่มงานเก่าที่เยอะอยู่แล้ว สิ่งหนึ่งซึ่งควรคำนึงในการเปิด Stroke Unit คือการให้โอกาสพยาบาลพัฒนาศักยภาพอย่างทั่วถึง แทนที่จะพัฒนาแต่ด้านแพทย์อย่างเดียว การได้พบเจอสิ่งใหม่ ๆจะสร้างแรงใจในการทำงาน ผมอยากเห็น Stroke Unit ครอบคลุมทั้งประเทศ เพื่อดูแลผู้ป่วยอย่างทั่วถึง อัตราการเสียชีวิตจะลดลง โรคแทรกซ้อนหรือแผลอันเกิดจากการนอนทับก็จะไม่มีคุณภาพชีวิตการฟื้นตัวของผู้ป่วยจะดีขึ้น" สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 29 โรงพยาบาลศิริราช เดือนในใจ พยาบาลวัย 22 เหลือบมองนาฬิกาข้างฝาห้อง สามทุ่มกว่า แล้ว ผู้ป่วยอัมพาตหลายเตียงหลับสนิท ในขณะที่อีกหลายเตียงยังข่มตา ไม่ลง บางรายที่อาการดีขึ้นมากก็ขยับแขนขาหรือลุกขึ้นนั่ง เธอเพิ่งเสร็จ จากการช่วยประคองผู้ป่วยรายหนึ่งออกจากห้องน้ำ และให้ยาผู้ป่วยอีกหนึ่ง รายรับประทานตามเวลา หญิงสาวคิดถึงคืนที่ผ่านมา เวลาเดียวกันนี้เธอยังนั่งอยู่บน ระเบียงบ้านมองดูเดือนขึ้น 14 ค่ำสู่องแสงสว่างงามนวลตา คืนนี้แสงเดือน คงสวยกว่าเพราะจันทร์เต็มดวง เธอคิดเพลินจนไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูห้อง หัวหน้าพยาบาลวัยกลางคนยืนมองลูกน้องด้วยความเห็นใจ หญิงสาววัย ขนาดนี้ควรหรือจะมาดูแลคนเป็นอัมพาตอยู่ทุกเมื่อเชื้อวัน อายุลูกสาวของ เธอก็อยู่ในวัยไล่เลี่ยกัน เธอจึงเข้าใจคนวัยนี้ว่ายังรักอิสระและอยากหาสีสัน ให้กับชีวิต การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอฝ่ายใยชีวิต 30 # โรงพยาบาลศิริราช อาชีพพยาบาลโดยปกติถือว่าหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว ยิ่งต้อง มาอยู่ในแผนก Stroke Unit ซึ่งเปิดขึ้นเพื่อรักษาผู้ป่วยเป็นอัมพาตโดย เฉพาะ ยิ่งต้องเสียสละและทุ่มเทมากขึ้นอีกหลายเท่า พยาบาลทุกคนที่มา อยู่แผนกนี้ต่างมาด้วยความเต็มใจ มีอุดมการณ์ทำงานเพื่อส่วนรวม แต่ ด้วยวัยอ่อนหัดย่อมมีบางคราวรู้สึกเหนื่อยล้ากับสภาพของผู้ป่วยชรา ถ่าย เลอะเทอะ หูไม่ได้ยิน ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ไม่ต้องดูอื่นไกล ตัวเธอเองสมัยเรียนจบใหม่ ๆ ก็ไม่เคยเข้าถึง จิตใจของผู้ป่วยเป็นอัมพาต ตอนนั้นเธออยู่แผนกอายุรศาสตร์ซึ่งต้องดูแล ผู้ป่วยทุกโรค มักจัดลำดับการดูแลผู้ป่วยอัมพาตไว้ในชุดหลัง ๆ เนื่องจาก เสียเวลามาก ทั้งการอาบน้ำ ทานอาหาร ให้ยา หรือเข้านอน การดูแลก็ ไม่ค่อยลึกซึ้งเท่าที่ควร ก่อให้เกิดผลข้างเคียงเช่นเป็นแผลที่ก้นหรือหลัง ข้อต่อต่าง ๆ แข็งจนทำอะไรไม่ได้ เมื่อโรงพยาบาลเปิดศูนย์ Stroke Unit เธอจึงไม่รีรอจะขอเข้าร่วมทีมพร้อมมุ่งมั่นว่าจะดูแลรักษาผู้ป่วยเหล่านี้ อย่างดีที่สุด เธอรู้ดีว่าการจะดูแลผู้ป่วยประเภทนี้ให้ดีได้ต้องมีทีมงานที่ เข้มแข็ง ประสาทแพทย์ ศัลยแพทย์ แพทย์เอ็กซเรย์ นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักฟื้นฟู นักสังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก สะดวก อีกส่วนหนึ่งซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญก็คือน้อง ๆ พยาบาลเหล่านี้นั่นเอง อย่างไรก็ตาม แม้เธอจะต้องการให้ "ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง" ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด ก็ไม่ได้หมายความว่าพยาบาลทุกคนจะต้อง สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 31 โรงพยาบาลศิริราช ทำงานหามรุ่งหามค่ำ เธอต้องการให้ทีมงานทำงานอย่างมีความสุข จึง พยายามจัดเวรยามให้มีช่องว่างเพื่อได้พักผ่อน ไปเที่ยว ดูหนัง หรือเปิด โอกาสให้ทุกคนหมุนเวียนไปปฏิบัติธรรมตามวัดต่างๆ คนละหนึ่งอาทิตย์ โดยไม่คิดเป็นวันลาพักร้อน เพื่อให้เข้าใจชีวิตและเห็นความสุขในการช่วย เหลือผู้อื่น ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ Stroke Unit เปิดให้บริการ ยังไม่มี พยาบาลคนไหนลาออก หรือลาพักร้อน แม้กระทั่งคนที่ถูกขอยืมตัวไปช่วย แผนกอื่นยังให้ทำสัญญาว่าครบกำหนดเวลาแล้วจะได้กลับมาประจำใน แผนกเดิม หัวหน้าพยาบาลเดินเข้ามาจนเกือบชิดตัวลูกน้อง .. เหนื่อย ไหม? เธอถามเสียงอ่อนโยนแฝงรอยยิ้ม หญิงสาวหันมา .. นิดหน่อยค่ะ .. ตอบด้วยอาการแสดงความ เคารพ แม้ในห้องนี้จะไม่ค่อยมีภาพเจริญตา แต่อุดมด้วยความเจริญใจ ความรัก .. ความจริงใจ .. ความเอื้ออาทร ของหัวหน้าพยาบาลและทีมงาน "เบื่อหรือยัง" น้ำเสียงนั้นแสดงการกระเซ้ามากกว่าต้องการ คำตอบ "ผู้ป่วยมีปัญหาหรือเปล่า" "ไม่มีค่ะ" สั่นศีรษะน้อย ๆ "แค่บางคนนอนไม่หลับ" "แล้วหนูทำอย่างไร" "ก็ทำแบบที่หัวหน้าเคยบอก ถามถึงสาเหตุว่าทำไมถึงนอน ไม่หลับ พยายามปลอบให้เขาคลายทุกข์เท่าที่จะทำได้" การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 32 # โรงพยาบาลศิริราช ผู้อาวุโสกว่ายิ้ม นี่คือสิ่งที่เธอคิดว่าดีที่สุดในการปกครองทีม งาน เพราะเธอไม่สามารถคอยติดตามลูกน้องทุกคนได้ตลอดเวลาว่าแต่ละ คนทำงานอย่างไรเมื่อหัวหน้าไม่อยู่ ปฏิบัติกับผู้ป่วยดีหรือเปล่า ทุกสิ่งขึ้น อยู่กับคุณธรรมของผู้ทำหน้าที่ ซึ่งก็ต้องได้รับการถ่ายทอดหรือเห็น ตัวอย่างจากหัวหน้างาน คนเป็นอัมพาตนั้นสภาพจิตใจสำคัญมากการ ดูแลจึงไม่ใช่แค่กาย แต่ต้องเข้าถึงจิตใจ เมื่อเขานอนไม่หลับคงไม่ใช่แก้ ปัญหาด้วยการดับไฟเท่านั้น แต่ต้องสอบถามถึงปัญหาภายในเพื่อช่วย ปลอบโยน และบันทึกเป็นรายงานส่งแพทย์หรือจิตเวชช่วยบำบัดต่อไป "คนไข้เตียง 6 ขยับนิ้วได้แล้วค่ะหัวหน้า" "จริงหรือ" แววตาผู้ถามตื่นเต้น นึกถึงสภาพผู้ป่วยเตียง ดังกล่าว ซึ่งไม่มีแรงแม้แต่จะกำมือ "ค่ะ .. พอหนูชมว่าเก่งท่าทางแกมีกำลังใจขึ้นมาก" "นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง การให้กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ ถึงเขาจะ ทำได้แค่นิดหน่อยก็ดีกว่าไม่ตอบสนองเลย หนูฉลาดมากที่ไม่ใช้คำว่า ‘ทำไมทำได้แค่นี้' เพราะนั่นคือการทำลายจิตใจคนไข้ วันนี้กระดิกนิ้วได้ วันหน้าต้องกำมือได้ และวันหนึ่งเขาต้องยกแขน" เธอหยุดพูดเมื่อได้ยิน เสียงผู้ป่วยจากเตียงริมผนังด้านในร้องเรียก พยาบาลสาวรีบปรี่ไปช่วย เหลือทันที "นี่คือบุญกุศลของหนู" หัวหน้าพยาบาลกล่าวด้วยแววตา ชื่นชมเมื่ออีกฝ่ายเดินกลับมาที่เติม "ทำทุกวันก็ได้ทุกวัน ดูแลเขาให้ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 33 โรงพยาบาลศิริราช เหมือนญาติพี่น้อง เราห่วงพ่อแม่ของเราอย่างไรก็ให้ปฏิบัติกับคนไข้ แบบนั้น แม้กระทั่งการฉีดยา ถ้าเรากดแรงเกินไปหรือไม่เต็มใจฉีด ผลนั้นก็จะถูกเก็บไว้ในสมอง หนูจงภูมิใจในอาชีพนี้ อาชีพที่ทำเพื่อ ทุกคน" พยาบาลสาวรู้สึกมีพลังขึ้นมาอย่างประหลาด เธอคิดไม่ผิด ที่เลือกเดินทางสายนี้ เดือนข้างนอกคงสาดแสงกระจ่างขึ้นตามความมืดมิดของ ราตรี แต่คงไม่ใสสว่างเท่าเดือนในใจของเธอเวลานี้ จำลองจากเรื่องจริง ศูนย์ Stroke Unit โรงพยาบาลศิริราช 34 การเยียวยาด้วยหัวใจ ทักทายุยโยชีวิต # คำสารภาพของผู้ป่วย อาการของผมเริ่มจากการเป็นอัมพฤกษ์ ก่อนที่ขาจะหมด ความรู้สึกจนทรงตัวไม่อยู่ พูดไม่ชัด ตาพร่ามัว ผมถูกพาตัวเข้ากรุงเทพฯ ไปที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาตรวจออมพิวเตอร์สมอง ก่อนจะได้รับคำแนะนำจาก ศ.นพ.ปัน บูรณศิริ ให้ย้ายมาทำการรักษาต่อที่ Stroke Unit โรงพยาบาลศิริราช นั่นคือครั้งแรกที่ผมได้ยินคำว่า Stroke Unit ตอนแรกที่ผมเข้ามาเตียงยังไม่ว่าง จึงได้รับการจัดให้อยู่ในห้องเตรียมเพื่อรอเตียงว่าง ระหว่างที่อยู่ในห้องนั้นก็จะมีทีมแพทย์พยาบาลและผู้เกี่ยวข้องวนเวียนมาเช็คอาการ กระทั่งเตียงว่างจึงย้ายเข้ามาในสัปดาห์แรกของการรักษาจะเน้นการตรวจระบบสมองและเส้นเลือดลักษณะของผมคือเส้นเลือดตีบ พอสัปดาห์ที่สองจึงเริ่มทำกายภาพบำบัด ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญมาให้ความช่วยเหลือทุกขั้นตอน พร้อมให้คำแนะนำกับญาติเพื่อนำไปปฏิบัติต่อที่บ้าน สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 35 # โรงพยาบาลศิริราช ตลอด 14 วันที่ผมรักษาตัวอยู่ใน Stroke Unit สิ่งที่อยากจะ บอกมากที่สุดคือ คุณหมอ พยาบาลและทีมงานทุกคนให้การเอาใจใส่ดูแล อย่างดี สร้างบรรยากาศให้ผู้ป่วยมีความสุข สนุกสนาน กระเช้าเย้าแหย่ เสริมสร้างกำลังใจให้ต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ และที่ผมประทับใจอย่างยิ่งก็คือ การมีมุมหนังสือเกี่ยวกับโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต ให้ผู้ป่วยศึกษา เพราะผม คิดว่าส่วนหนึ่งของผู้เป็นโรคนี้คือขาดความรู้เกี่ยวกับการป้องกัน หรือขาด นิสัยรักการอ่าน เมื่อผมออกจากโรงพยาบาลก็ได้นำคำแนะนำจาก โรงพยาบาล ไปปฏิบัติต่อที่บ้าน โดยพยายามเน้นการช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด กินข้าวเอง อาบน้ำเอง ทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องและมาพบคุณหมอ ตามนัด ตั้งแต่เดือนละครั้ง สองเดือนครั้ง สามเดือนครั้ง ปัจจุบันสี่เดือนครั้ง ซึ่งปฏิบัติเช่นนี้มาตลอด 5 ปีนับตั้งแต่เข้ารับการรักษาในปี 2542 หลังร่างกายผมฟื้นตัวจากการทำกายภาพบำบัดจนยกมือ ขึ้นเหนือศีรษะได้ในปี 2544 ก็ไปสมัครเป็นสมาชิกศูนย์วิทยาศาสตร์การ กีฬา สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ผมอยู่ ออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพ เช่นเล่นเวต ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน จนทุกวันนี้ผมเดินได้เกือบเป็นปกติ ขับรถ ได้ แผ่นหลังและคอที่เคยอักเสบก็หายหมด สิ่งที่อยากเตือนคือในการทำ กายภาพบำบัดนั้นควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ บางคนเน้นการนวด อย่างเดียวทำให้แขนเดาะหรือขาเป๋ กินยาตามใบสั่งแพทย์ ไม่ใช่เชื่อ ไสยศาสตร์กินยาหม้อหรือยาผีบอก การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 36 # โรงพยาบาลศิริราช หมอบอกผมว่าการรักษาอาการอัมพาตนั้นยาช่วยได้ 20% อีก 80% คือการทำกายภาพบำบัด และต้องดูแลร่างกายไม่ให้เกิดโรคที่เป็น ต้นตอของโรคนี้คือ เบาหวาน ความดัน ไขมันอุดตัน หรือการสูบบุหรี่ เมื่อ ผมลองวิเคราะห์ดูพบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนเป็นโรคอัมพาตคือ - ขาดความรู้เกี่ยวกับโรคอัมพาต - ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ - อายุมาก ปล่อยปละละเลย ผมอยากเห็น Stroke Unit แพร่หลายไปยังโรงพยาบาลทุก แห่ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะการเป็นอัมพาตเรื้อรังนั้นสร้าง ความเสียหายต่อชีวิตอย่างใหญ่หลวง อยากให้รัฐบาลสนับสนุนเพื่อคนยาก คนจนได้รับการรักษาอย่างทั่วถึง สหพล บุญจันทร์ ข้าราชการเกษียณ จังหวัดสุพรรณบุรี ศูนย์ Stroke Unit โรงพยาบาลศิริราช สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 37 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใช่วิต 38 # โรงพยาบาลสระบุรี เป็นโรงพยาบาลศูนย์ขนาด 680 เตียง บนลุ่มแม่น้ำป่าสัก จุดเด่นคือมีกระบวนการดูแลรักษาผู้ป่วยเชิงระบบ สำหรับผู้ป่วยที่มี ปัญหาที่มีจำนวนมากและมีความซับซ้อนโดยผสมผสานกับกิจกรรม เพื่อการเรียนการสอนกับนักศึกษา โดยมีเป้าหมายของการดูแลรักษา ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางได้อย่างงดงาม สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 39 โรงพยาบาลสระบุรี # ทีมสหสาขาวิชาชีพ หลอมหัวใจเพื่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง  สายตาทุกคู่จับจ้องภาพเคลื่อนไหวในโทรทัศน์ ซึ่งตั้งอยู่หัวโต๊ะชิดผนังด้านหนึ่งอย่างใจจดใจจ่อ ภาพที่ปรากฏบนจอเป็นภาพของผู้ป่วย ซึ่งเป็นชายวัยกลางคน หน้าตาอิดโรย ที่นอนแบบอยู่บนเตียง โดยมีผู้หญิงในวัยใกล้เคียงกันคอยดูแลอย่างใกล้ชิด คอยป้อนข้าว ป้อนน้ำ ป้อนยา และเมื่อชายคนนั้นไม่สามารถกลืนอาหารได้เอง ก็ใช้สายยางช่วยให้อาหารได้อย่างคล่องแคล่ว นอกจากนั้นยังคอยขยับพลิกตัวไม่ให้อยู่ในท่าเดียวกันนานเกินไป รวมทั้งช่วยทำกายภาพบำบัดโดยการยกแขน ยกขาของผู้ป่วยขึ้นลงเป็นจังหวะเกือบตลอดเวลา เรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆจนกระทั่งอาการป่วยของชายคนนั้นเริ่มทุเลาลง สามารถประคองลูกขึ้นนั่งไปถึงขั้นใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินได้ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใชีวิต 40 โรงพยาบาลสระบุรี พยาบาลสาวในเครื่องแบบสีขาวบริสุทธิ์ลุกขึ้นไปปิด โทรทัศน์ และเครื่องเล่นวีดิทัศน์ เมื่อเรื่องราวในจอภาพจบลง แล้วกลับมา นั่งหัวโต๊ะประชุมสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ตั้งอยู่กลางห้อง กวาดสายตาไปยังใบ หน้าของผู้เข้าร่วมประชุมที่นั่งรายรอบโต๊ะอยู่ทีละคน นอกเหนือจากเพื่อนพยาบาล แพทย์ นักกายภาพบำบัดแล้ว มีผู้ป่วยซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นแทนเก้าอี้อยู่ 4 คน หลายคนเป็นผู้ป่วยหน้าใหม่ ที่เพิ่งเข้ามาร่วมประชุมเป็นครั้งแรก และญาติของคนไข้อีก 3-4 คน แต่ ละคนมีสีหน้ากังวลใจ สิ้นหวัง "ทุกคนเห็นแล้วใช่ไหมว่า โรคหลอดเลือดสมอง หรือที่เรา เรียกกันว่าเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตไม่ใช่โรคที่น่ากลัวอย่างที่คิด" พยาบาล สาวซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้จัดการดูแลผู้ป่วย หรือ Nurse Case Manager เอ่ย ขึ้น "ที่สำคัญคือต้องไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา ถ้าญาติดูแลผู้ป่วย ดีๆ ให้ยาตามกำหนด คอยระวังไม่ให้เกิดแผลกดทับ ไม่ให้ติดเชื้อ หมั่นทำ กายภาพบำบัด โอกาสของผู้ป่วยจะได้รับการฟื้นฟู จนหายเป็นปกติก็มี มาก" "แต่หนูกลัวกลับไปที่บ้านแล้วจะทำไม่ถูกต้อง" ญาติของ ผู้ป่วยคนหนึ่งถามอย่างวิตก "เดี๋ยวหมอกับพยาบาลก็จะสอนเราเองนั่นแหละ ดูอย่างป้า ซิ เมื่อก่อนก็ไม่เป็นเหมือนกัน แต่ตอนนี้ทำได้ทุกอย่าง ให้อาหารทางสาย ยางก็ได้" ญาติของผู้ป่วยอีกคนหนึ่งที่อาวุโสกว่า ซึ่งเข้ามาร่วมการประชุม สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 41 โรงพยาบาลสระบุรี กลุ่มในลักษณะเช่นนี้หลายครั้งแล้วตอบแทนพยาบาล "ผมจะกลับไปทำงานได้เหมือนเดิมหรือเปล่า" ผู้ป่วยคนหนึ่ง ถามขึ้นด้วยเสียงอ้อแอ้ ฟังแทบไม่รู้เรื่อง พยาบาลสาวยิ้มปลอบใจ ก่อนจะ ให้แพทย์ทางประสาทวิทยาอธิบายอาการของโรค การดูแลผู้ป่วยซึ่งญาติ จะต้องมีส่วนร่วมอย่างมาก สลับกับคำถามของผู้ป่วย และญาติที่ระดมเข้า ใส่แทบจะไม่ให้ตั้งตัว แน่นอนทุกคนอยู่ในความตกใจ ประหวั่นใจกับสิ่งที่ ไม่คาดฝันว่าอยู่ดีๆ เขาก็เกิดเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต โดยไม่ได้เตรียมตัว เตรียมใจเลยว่าจะต้องรองรับสภาพเช่นนี้อย่างไร จะต้องเตรียมการดูแล อย่างไร ทุกบ่ายวันพุธ ในห้องประชุมนี้ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเข้ามารักษาตัวที่โรงพยาบาลสระบุรี และญาติผู้ดูแล กับทีมสหสาขา วิชาชีพของโรงพยาบาล อาทิ แพทย์ทางด้านประสาทวิทยา เภสัชกร นักกายภาพบำบัด นักโภชนาการ ฯลฯ ที่มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาผู้ป่วย จะมาพบปะพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การให้กำลังใจซึ่งกันและ กัน และชมวีดิทัศน์ เรื่อง "การดูแลผู้ป่วยอัมพาต" ในรูปแบบเช่นนี้เป็น ประจำ ซึ่งเป็นการจัด "กระบวนการกลุ่ม" ของพยาบาลผู้จัดการดูแลผู้ป่วย (Nurse Case Manager) หนึ่งในกระบวนการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือด สมองของโรงพยาบาลแห่งนี้ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใชีวิต 42 # โรงพยาบาลสระบุรี ## แรงบันดาลใจในการพัฒนาทีมดูแลผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมอง ย้อนกลับไปเมื่อปี 2546 นายแพทย์เทียม อังสาชน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรี และทีมดูแลผู้ป่วยอายุรกรรมเฝ้ามอง ปัญหาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองของโรงพยาบาลที่มีเพิ่มมากขึ้น เรื่อยๆ ขณะที่จำนวนเตียงมีอยู่อย่างจำกัด ผู้ป่วยบางรายที่เข้ารับการ รักษามาระยะหนึ่งแล้ว แม้ทางโรงพยาบาลจะให้กลับบ้านได้ แต่ญาติไม่ กล้านำกลับ ผู้ป่วยก็ต้องนอนรอทำกายภาพบำบัดไปวันหนึ่งๆ ผู้ป่วยรายใหม่ ที่มีความจำเป็นมากกว่าจะเข้ามารักษาก็ไม่มีเตียงว่างพอที่จะรับได้ "นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรามาคิดกันว่าเราจะแก้ปัญหากัน อย่างไร เพื่อให้จำนวนวันของผู้ป่วยในการนอนโรงพยาบาลลดลง ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ให้ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนกับโดนผลักไส" ผู้อำนวยการโรง พยาบาลสระบุรีกล่าว "เราต้องเอาใจผู้ป่วยมาใส่ใจเรา คนไข้เครียด เขาช่วย ตัวเองไม่ได้ เราก็บอกว่าไม่มีอะไรแล้ว ให้กลับบ้านได้ แต่ผู้ป่วยกลับไป แล้วเขาจะทำอะไร เราก็ต้องให้ความรู้เขาว่า เวลากลับไปเขาต้องทำอะไร บ้าง ช่วยเหลือตัวเองอย่างไร จากนั้นเราก็ต้องส่งคนตามไปดูแลเขาอย่าง ต่อเนื่อง เราถึงจะได้รับความวางใจจากผู้ป่วย" ในที่สุดแนวความคิดใหม่ๆ ในการรับมือกับผู้ป่วยโรคหลอด เลือดสมองก็เริ่มก่อตัวขึ้น ถ้าจะลดจำนวนวันนอนโรงพยาบาลของผู้ป่วย ก็ต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนการจำหน่ายผู้ป่วยตั้งแต่แรกรับ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 43 โรงพยาบาลสระบุรี จัดทีมทำงานที่ประกอบด้วยบุคลากรหลายด้านมาร่วมกันดูแลผู้ป่วยอย่าง ต่อเนื่อง และป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน รวมทั้งการใช้ทรัพยากร ต่างๆภายในหน่วยงานเพื่อสนับสนุนการทำงานให้คุ้มค่าและคล่องตัวมาก ขึ้น ในปีเดียวกันนั้นเอง "ทีมงานพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วย หลอดเลือดสมองของโรงพยาบาลสระบุรี" ก็ถือกำเนิดขึ้น พัฒนารูปแบบการทำงานเป็นทีม พญ.เบญจมาภรณ์ โตเจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน ประสาทวิทยา ซึ่งได้รับมอบหมายจากทีมงานให้ดำเนินการพัฒนา คุณภาพการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เริ่มต้นเล่าถึงกระบวนการทำ งานว่า "เหตุที่ทางกลุ่มอายุรกรรมให้ความสำคัญกับโรคหลอด เลือดสมอง เพราะเป็นโรคที่ทำให้เกิดการพิการและเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 3 ของประเทศ เป็นโรคเรื้อรังที่มีความยุ่งยากซับซ้อนในการดูแล ต้องอาศัย ความร่วมมือจากบุคลากรหลายด้าน ซึ่งเราเรียกว่า ‘ทีมสหสาขาวิชาชีพ' และประสานการทำงานเป็นทีมให้ครอบคลุมการดูแลที่ต่อเนื่องตั้งแต่ แรกรับจนจำหน่ายกลับไปอยู่ที่บ้าน" ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง บางรายมีความผิดปกติด้าน การกลืน ต้องได้รับอาหารทางสายยาง บางรายไม่สามารถเคลื่อนไหวตัวเอง การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใชีวิต 44 สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 45 ได้ บางรายต้องอาศัยเครื่องช่วยหายใจ ผู้ป่วยเหล่านี้ถ้าได้รับการดูแล ที่ไม่ดี จะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา ต้องสูญเสียค่ารักษา พยาบาล สูญเสียสถานภาพทางสังคม เศรษฐกิจ ซึ่งประเมินค่าไม่ได้ ทีมสหสาขาวิชาชีพ ที่จัดตั้งขึ้นมารับผิดชอบการดูแลผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมองเป็นกรณีพิเศษ ประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน ประสาทวิทยา พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์ นักโภชนาการ นักกายภาพ บำบัด นักอาชีวบำบัด เภสัชกร นักอรรถบำบัดในการรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหา ทางด้านการพูด นักเวชกรรมสังคมสำหรับการเยี่ยมบ้าน ซึ่งแต่เดิมทุกคน ก็ทำหน้าที่นี้กันอยู่แล้ว แต่ต่างคนต่างทำในหน้าที่ของตนเอง ทีมงานได้จัดทำ "แนวทางหรือมาตรฐานการดูแลผู้ป่วย (Care Map Stroke)" ขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของแพทย์ หรือ เจ้าหน้าที่ เมื่อผู้ป่วยมาถึงจุดตั้งรับ ไม่ว่าจะเป็นห้องตรวจผู้ป่วยนอก หรือ ห้องฉุกเฉิน จะได้รับการดูแลตามมาตรฐานการรักษาอย่างฉับพลัน รวดเร็ว ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยว่าแนวทางการรักษาจะทำอย่างไรต่อไป "เรามีแนวทางกำหนดไว้ว่า 1-2-3 จะต้องทำอะไรบ้าง ใครเข้า มาเกี่ยวข้องบ้าง ส่วนหนึ่งเชื่อมโยงตั้งแต่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก หรือห้อง ฉุกเฉิน กับทีมเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง ถ้าผู้ป่วยสงสัยว่าเป็นโรคหลอด เลือดสมอง เราจะทำการตรวจเอ็กซเรย์ เพื่อให้ทราบผลโดยทันทีว่าเป็น หลอดเลือดในสมองตีบตัน หรือหลอดเลือดสมองแตก ถ้าหลอดเลือดสมอง แตก เขาก็จะถูกส่งไปแผนกศัลยกรรม เข้ารับการผ่าตัด แต่ถ้าหลอดเลือด โรงพยาบาลสระบุรี สมองตีบ ก็จะเข้าตามแนวทางที่เรากำหนด และทำให้เกิดการรักษาที่รวดเร็ว จากเดิมที่แนวทางเราไม่ชัดเจน ทำให้ผู้ป่วยต้องถูกส่งมาที่ตึกผู้ป่วยก่อน เสียเวลากว่าจะได้รับการวินิจฉัยโรค ระยะเวลาการนอนก็ยาวขึ้นไปอีก ซึ่งถ้าเราจำกัดการนอนได้ ค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยก็ลดลง โรงพยาบาลก็ลด ภาระลง" เมื่อผู้ป่วยเข้าไปในจุดแล้ว ทีมสหสาขาวิชาชีพจะเข้าไปดูแล ผู้ป่วย โดยจะมีแนวทาง/มาตรฐานการดูแลผู้ป่วย (Care Map Stroke) กำหนดบทบาทหน้าที่แต่ละคนในทีมงานว่าต้องทำอะไรบ้าง การดูแล รักษา การประมวลผล การติดตามผลทำอย่างไร ส่งต่อโดยวิธีไหนบ้าง มีการดูแลผู้ป่วยร่วมกันเป็นทีม และสอนญาติของผู้ป่วยถึงวิธีการฟื้นฟู สภาพผู้ป่วย การทำกายภาพบำบัด ไม่ว่าจะเป็นที่เตียง หรือในเรื่องของ การเดิน การช่วยเหลือตนเอง การให้อาหารทางสายยางในผู้ป่วยบางราย เพื่อให้ญาติมีความมั่นใจว่าสามารถนำไปปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยที่บ้านได้ "ทางด้านกายภาพบำบัดจะเน้นสอนคนไข้ก่อน ถ้าผู้ป่วย สามารถทำกายบริหารตามแบบที่แนะนำได้ ก็เป็นข้อดี แต่ในบางครั้ง ผู้ป่วยทำเองไม่ได้ เราจึงต้องแนะนำญาติ ผู้ป่วยไม่อยากทำ แต่ญาติทำได้ ก็ยังช่วยกันได้บ้าง แต่ที่เคยมีปัญหาในส่วนที่กลับไปบ้านแล้ว ญาติไม่ได้ อยู่ดูแล ตรงนี้ก็ต้องประสานกับทีมที่ออกชุมชนให้ตามดูปัญหานี้ให้" คุณวไลลักษณ์ บ่าพิมาย นักกายภาพให้รายละเอียด การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 46 # โรงพยาบาลสระบุรี ขณะที่นักโภชนาการ คุณศรีสมาน อินสุวรรณ์ จะเข้าไป ช่วยสอนญาติเกี่ยวกับขั้นตอนการทำอาหารทางสายยาง ทั้งในด้านของการ ชั่ง ตวงส่วนผสมของอาหาร รวมทั้งปริมาณที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย "เราแนะนำว่าเวลากลับไปบ้าน ไม่มีตาชั่ง เขาสามารถดัด แปลงใช้ซ้อนรับประทานข้าวตวงได้ ขนาดเท่าไรๆ จากนั้นก็วิธีการปั่น ว่า ต้องให้ละเอียดอย่างไร เพื่อจะไม่ติดสายยาง วิธีการกรอง ลองให้เขาทำดู ตั้งแต่แรก จนถึงตอนบรรจุขวด และใส่ตู้เย็น เสร็จแล้วเวลาเทออกมาให้ คนไข้จะต้องมีการปิดอย่างไรจึงจะไม่มีการปนเปื้อน สำหรับผู้ป่วยที่กิน อาหารได้ก็จะเข้าไปดูพฤติกรรมการกินของเขาว่าจะกระทบต่อโรคประจำ ตัวไหม เช่น คนไข้ถ้าเป็นโรคหัวใจ หรือความดันด้วย เราก็จะแนะนำใน เรื่องของอาหารว่าควรจะงดของมัน ๆ" ## Nurse Case Manager ผู้ประสานงานตัวจริง "กระบวนการทำงานของเราทั้งหมด ก็เหมือนการวางแผน เอาชนะผู้ป่วยนั่นเอง วางแผนการดูแล วางแผนว่าญาติจะมีส่วนร่วมอย่างไร มีการให้ความรู้คนไข้อย่างไร เป็นอันหนึ่งที่จะช่วยให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เกิดความเชื่อมโยงของทีมสุขภาพที่เข้ามาดูแล บทบาทของแต่ละคนก็มา เชื่อมต่อกันได้ดีขึ้นเหมือนจิ๊กซอว์" อย่างไรก็ตาม การที่จะทำให้แผนเชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์ แบบ จำเป็นต้องมีผู้ประสานแผน ทั้งแผนการดู และประสานทีมให้เป็นไป สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 47 โรงพยาบาลสระบุรี ตามแนวทางที่กำหนด หน้าที่นี้เรียกว่า "พยาบาลผู้จัดการการดูแลผู้ป่วย (Nurse Case Manager - NCM)" ปัจจุบัน พยาบาลผู้จัดการการดูแลผู้ป่วย มี 2 คน แต่งตั้ง จากพยาบาลผู้รับผิดชอบฝ่ายอายุรกรรม ซึ่งมีอยู่ 5 หอผู้ป่วย โดยนอก เหนือจากงานประจำแล้ว ให้มีหน้าที่เพิ่มเติมในการคอยติดตามดูผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมองตีบ และเก็บข้อมูลมาตรวจสอบ วิเคราะห์ปัญหาแต่ ละราย รวมทั้งการปฏิบัติของทีมว่าเป็นไปตามแนวทางที่กำหนดไว้หรือไม่ แล้วนำไปเข้าที่ประชุมทีม เพื่อพัฒนาศักยภาพทีมในการดูแลผู้ป่วยต่อไป "Nurse Case Manager จะเตรียมผู้ป่วยในส่วนของผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมองมาเข้ากลุ่มในทุกวันพุธตอนบ่าย ในกลุ่มนี้เราจะพูด คุยเรื่องโรคให้ญาติหรือผู้ป่วยฟัง จะมีการซักถาม ว่าเขามีปัญหาอะไรไหม นอกจากนั้นเราก็มีตัวอย่างการดูแลผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นในด้านกายภาพ บำบัด การให้อาหารทางสายยาง หรือการดูแลผู้ป่วย การฟื้นฟูสภาพคน ไข้ที่บ้าน อาจจะมีผู้ป่วยตัวอย่างในวิดีโอ ที่ทำให้เขามีความหวังว่าสักวัน เขาจะดีขึ้น มีความหวังว่าสักวันเขาจะช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ใช่พิการอย่าง นั้นตลอด นี่ก็ช่วยทางด้านจิตใจของผู้ป่วยด้วย" การต้องมีภาระงานที่เพิ่มขึ้น บางคนอาจจะไม่สามารถ แบกรับได้ แต่สำหรับ คุณวิไลวรรณ แสงธรรม และคุณบุษบา หนองบัว พยาบาลผู้ได้รับหน้าที่เป็น Nurse Case Manager กลับให้ความเห็นว่า การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใชีวิต 48 "จริง ๆ ถ้าถามว่าหนักไหม ก็หนัก แต่ถ้าไม่ดูแลให้เป็นระบบ จะยิ่งหนักกว่านี้ เพราะถ้าผู้ป่วยมีแผลกดทับ ผู้ป่วยกลับบ้านไม่ได้เลย พยาบาลก็ต้องมาทำแผลให้ ดังนั้นเราจึงมีการตั้งเป้าหมายวัดคุณภาพการ ดูแลผู้ป่วยของเราว่ามีแผลกดทับมากขึ้นหรือน้อยลง" ## ติดตามถึงบ้าน ตามกำหนดการของ Care Map Stroke ระยะเวลาอยู่ โรงพยาบาล ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบจะไม่เกิน 7 วัน แต่หลัง จากดำเนินการตามกระบวนการนี้อย่างจริงจัง กลับพบว่าเพียง 4-5 วัน ผู้ป่วยก็สามารถกลับบ้านได้ "หลังจากที่ผู้ป่วยกลับบ้านไปแล้ว ทุกๆ 3 วัน เราจะนัดให้ มาตรวจที่โรงพยาบาล โดยพยายามจะให้ผู้ป่วยมาในวันเดียวกัน เพื่อที่จะ ได้ไม่เสียเวลา มีการนัดในช่วงเช้ามาทำกายภาพบำบัด มาประเมินว่าที่เรา สอนไปนั้นผู้ป่วยสามารถทำได้หรือเปล่า มีปัญหาอะไรไหม นักอาชีวบำบัด มาดูแลว่า การปฏิบัติกิจวัตรประจำวันของเขาสามารถทำได้แค่ไหน เรา จะช่วยอะไรเขาได้บ้าง ตอนบ่ายก็มีนัดมาตรวจกับแพทย์ถึงเรื่องเกี่ยวกับ โรค และเรื่องยา ส่วนคนไข้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการพูด เราก็จะนัดนัก อรรถบำบัดมาช่วยฝึกพูดให้" แม้ผู้ป่วยจะกลับไปบ้านแล้ว แต่ทีมจะยังไปเยี่ยมเยียนเพื่อ ติดตามผลต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้เขากลับมาเป็นอีก หรือเกิดภาวะแทรก สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 49 โรงพยาบาลสระบุรี ซ้อน จนต้องกลับเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคที่ร้ายแรงกว่าเดิม "ถ้าผู้ป่วยอยู่ในเขตเทศบาลเมืองที่โรงพยาบาลรับผิดชอบ อยู่จะมีหน่วย PCU (Primary Care Unit) หรือดูแลระดับปฐมภูมิของ โรงพยาบาล ซึ่งแบ่งพื้นที่การดูแลออกเป็น 5 โซน แต่ละโซนจะมีเจ้าหน้าที่ รับผิดชอบ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ที่มีทั้งพยาบาลและนักสังคมสงเคราะห์ เข้าไปตรวจเยี่ยมถึงบ้านผู้ป่วย ไปดูว่าผู้ป่วยมีปัญหาอะไรหรือไม่ ถ้ามีเรา ก็จะติดต่อกลับไปประสานกับทีมสุขภาพ เพื่อหาทางแก้ปัญหาให้ได้ทันที" สภาพของครอบครัวเป็นสาเหตุสำคัญที่จะทำให้การฟื้นฟู ผู้ป่วยที่บ้านเกิดปัญหาขึ้นได้ เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มีพื้นฐานด้านการ ศึกษาต่ำ และยากจน ญาติต้องมีภาระการทำงาน จึงทำให้การดูแลไม่ได้ ทำอย่างต่อเนื่อง "สิ่งที่เราทำงานร่วมกับทีมค่อนข้างมากคือชีวิตครอบครัว ของผู้ป่วย ทำอย่างไรจะสนับสนุนเขาได้ ทั้งในแง่กำลังใจ และอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น รถเข็น ในระยะแรก ๆ Walker หรือไม้ค้ำยัน เพื่อช่วยในการเดิน แต่ หลังจากที่เขามีอาการดีขึ้น ไม่มีความจำเป็นต้องใช้แล้ว ส่วนใหญ่ก็จะ ส่งคืนให้เรา บอกว่าเป็นลางไม่อยากเก็บของพวกนี้ไว้" คุณศรินทิพย์ แสงสาตรา นักสังคมสงเคราะห์เล่าถึงประสบการณ์จากการออกเยี่ยม ผู้ป่วย สำหรับผู้ป่วยนอกเขตของโรงพยาบาล จะมีทีม Phone Follow up ที่จะโทรศัพท์สอบถามอาการของผู้ป่วยว่าเป็นอย่างไร มีปัญหา การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 50 # โรงพยาบาลสระบุรี อะไรหรือไม่ ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันเป็นอย่างไร จากนั้น ก็ประสานงานกับสถานีอนามัย และโรงพยาบาลชุมชนเครือข่าย ที่มีถึง 27 แห่ง ให้ช่วยเยี่ยมผู้ป่วย ช่วยจัดยาบางอย่างให้ รวมทั้งช่วยติดตามผลให้ ด้วย "บางครั้งแค่ผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยได้ยินเสียงของเราทาง โทรศัพท์ น้ำเสียงของเขาก็แซ่มชื่นขึ้น จนเรารู้สึกได้" สิ่งที่เป็นตัวชี้วัดจากการทำงานเชิงรุกในลักษณะเช่นนี้ของ ทีมงานก็คือจะไม่มีผู้ป่วยในกลุ่มนี้กลับมารักษาในโรงพยาบาลอีกภายใน 28 วัน และไม่มีแผลกดทับให้เป็นปัญหาของภาวะแทรกซ้อนจนต้องเข้ารักษา ## เทคโนโลยีสารสนเทศ เครื่องมือแห่งความสำเร็จ โรงพยาบาลสระบุรี มีชื่อเสียงในด้านการนำเทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้ในการจัดทำฐานข้อมูล และเชื่อมโยงให้ฝ่ายงานภายในที่ เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลมาใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที จนเป็นตัวอย่างให้โรงพยาบาลอื่นๆ มาดูงานกันอยู่เสมอ นายแพทย์เทียม อังสาชน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรี คาดหวังว่าในอนาคตอันใกล้ โรงพยาบาลสามารถใช้เทคโนโลยีเป็นตัว เชื่อมในการปฏิบัติงานของทีม คือมีการลงทะเบียนผู้ป่วย มีฐานข้อมูลของ การเข้ารักษาว่าผู้ป่วยเป็นอะไร ทำการสอบสวนโรคในด้านอะไรไปบ้าง ได้เข้ากลุ่มหรือไม่ มีการใช้ Care Map ไหม ปัญหาของผู้ป่วยมีอะไรบ้าง สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 51 โรงพยาบาลสระบุรี ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยกลับเข้ามารักษาอีกครั้งหนึ่ง ก็สามารถหาข้อมูลได้อย่าง ถูกต้องรวดเร็ว หรือแม้แต่ทีมไปเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน ก็สามารถต่อ คอมพิวเตอร์มือถือเข้ามาเชื่อมโยงข้อมูลได้ "สมัยนี้ ใคร ๆ ก็มีโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายภาพได้ เวลาไปเยี่ยม ผู้ป่วยที่บ้าน อาจถ่ายภาพคนไข้ แล้วส่งมาให้แพทย์ที่โรงพยาบาลได้เห็น สภาพของผู้ป่วยก็ได้ เพื่อที่จะได้วินิจฉัยและให้คำปรึกษาได้ถูกต้อง และ รวดเร็วด้วย" นายแพทย์เทียมกล่าวด้วยความเชื่อมั่น ด้วยความสนับสนุนของผู้บริหารของโรงพยาบาลสระบุรี อย่างเต็มที่ และความมุ่งมั่นของทีมสหสาขาวิชาชีพในการดูแลผู้ป่วย โรคหลอดเลือดสมองอย่างเจริงเอาจัง ส่งผลให้ระยะเวลาการนอน โรงพยาบาลของผู้ป่วยลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากก่อนดำเนินการ Care Map Stroke มีระยะเวลานอนเฉลี่ย 5.1 เหลือเพียง 4.1 วัน และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย ของผู้ป่วยลดลงจาก 8,011 บาทต่อราย เป็น 6,509 บาทต่อราย และสร้าง ความพึงพอใจให้แก่ผู้ป่วยและญาติเป็นอย่างมาก และจากการพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง นี้เอง ทำให้โรงพยาบาลสระบุรีได้ผ่านการรับรองคุณภาพโรงพยาบาล โดย สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล ในวันที่ 9 มีนาคม 2547 และกำลังวางแผนขอรับรองการเป็นโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพต่อไป การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 52 # โรงพยาบาลสระบุรี ## ใต้เงาชาตาน วินพยายามฝืนร่างไม่ยอมพลิกตามแรงยก เขามองหญิงสาว ด้วยสายตาเย้ยหยัน ไม่มีทางที่เธอจะจริงใจ หรือยินดีปรนนิบัติคนเป็น อัมพาตเช่นเขาตลอดไป ขนาดเอมอรที่รักกันมานานกว่าห้าปียังทิ้งเขาไปแบบไม่ อาลัยใยดี เพราะนอกจากสภาพร่างกายจะไร้ความสามารถประกอบการ งานได้แล้ว ยังไม่มีสมบัติพัสถานอื่นใด นอกจากห้องเช่าโทรม ๆ ห้องเดียว เอมอรคาดหวังในตัวเขา เชื่อว่าจะต้องสร้างอนาคตที่ดีได้ ให้กำลังใจยาม ท้อแท้ เธอจึงเป็นผู้หญิงแสนประเสริฐที่คงหาไม่ได้อีกแล้วในชาตินี้ แต่เมื่อเขาประสบอุบัติเหตุถูกรถชนจนต้องนอนอย่างสิ้นท่า เอมอรก็ได้เผยทาสแท้หนีหน้าหายไป ปล่อยให้ผู้หญิงคนใหม่เข้ามารับ เคราะห์แทน เธอชื่อ ... เรวดี สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 53 โรงพยาบาลสระบุรี เธอขับรถชนเขา?...ก่อนสติสัมปชัญญะจะดับวูบ...เขาเห็น หน้าเธอลอยเด่นอยู่ตรงหน้า...เรวดี...ซาตานที่มาพรากทุกสิ่งไปจากเขา เธออาจกำลังฝืนใจทำดีเพื่อลบตราบาปที่ก่อขึ้น เขาไม่อยากบอกความในใจว่าไม่คิดถือโทษโกรธคนก่อเหตุ อาจเป็นเวรกรรมในชาติปางก่อนที่ต้องตามชดใช้กันในชาตินี้ แต่ก็เกรงว่า เธอจะได้ใจและหนีหน้าไปเหมือนเอมอร สู้ให้สำนึกผิดปรนนิบัติแบบนี้ไป เรื่อยๆ สะใจดี! นานกว่าสองเดือนที่เธอปฏิบัติต่อเขาอย่างเสมอต้น เสมอปลายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและคำพูดหวานหู บางครั้งเธอมาตอนเช้า บางคราวมาตอนเย็น ป้อนข้าว พาเข้าห้องน้ำ กระทำโดยไม่รังเกียจเดียดฉันท์ ด้วยฐานะยากจนไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง เขาจึงได้รับ อนุญาตให้นอนในโรงพยาบาลจนกว่าจะหาทางขยับขยายได้...คงไม่มีวัน นั้นหรอก เขาคงนอนอยู่ที่นี่จนตาย และแน่นอน...เรวดีจะต้องปรนนิบัติเขา จนวันตาย "อย่าฝืนตัวชิคะ" หญิงสาวบอกเสียงลอดไรฟัน ใช้สองแขน ดันร่างหนักกว่าเจ็ดสิบกิโลกรัม พยาบาลสองคนผ่านมาบริเวณนั้นรีบเข้า มาช่วยพยุงลงรถเข็นใกล้เตียง "พาไปห้องกายภาพหรือ" หนึ่งในพยาบาลถาม "ค่ะ" เรวดีพยักหน้ารับคำเข็นเตียงผู้ป่วยไปห้องกายภาพ บำบัด ระหว่างทางเธอชวนเขาคุย... "หมอบอกว่าอาการเริ่มตอบสนอง การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 54 สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 55 ถ้าปฏิบัติตัวตามตารางของโรงพยาบาลจะต้องกลับมาเดินได้แน่" ถ้าผมเดินได้คุณก็คงจะพ้นโทษ ... วินคิด แต่ไม่ได้พูดออก มา ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้ ปากอย่างใจอย่าง หวังดีประสงค์ร้าย แท้จริงแล้ว แค่อยากหนีจากสภาพนี้ให้เร็วที่สุด หลังเสร็จกระบวนการกายภาพบำบัดเรวดีพาเข้าไปใน ห้องๆ หนึ่ง ซึ่งมีหมอ พยาบาล ผู้ป่วยและญาติรวมกว่าสิบคน วินเคยเข้า มาแล้วสองครั้งจึงรู้ว่าเป็นห้องจัดกิจกรรม "กระบวนการกลุ่ม" ให้ทุกคน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เสริมสร้างกำลังใจ และชมวิดีทัศน์เรื่อง "การดูแล ผู้ป่วยอัมพาต" เมื่อออกจากห้องนี้ทุกคนจะมีความหวังกลับไปใช้ชีวิตแบบ ปกติได้อีกครั้ง เพราะตัวอย่างที่นำเสนอในวิดีทัศน์เป็นเรื่องชายวัยกลางคน ที่กลับมาเดินได้อีกครั้ง หลังจากเคยนอนอย่างสิ้นหวังอยู่บนเตียง คนป่วยเป็นอัมพาตถ้าให้ความร่วมมือกับหมอ ไม่ท้อแท้สิ้น หวัง มีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ย่อมมีโอกาสหายสูง ยิ่งในกรณีของเขาที่ มีคนดูแลอย่างดีเยี่ยมเช่นเรวดีอาจใช้เวลาไม่นานอย่างที่คิด แต่จะหายไป เพื่ออะไร เพื่อให้เธอกลับไปใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์พูนสุกอย่างนั้นรึ .. ไม่ ยุติธรรม "นอนพักผ่อนนะ" เธอเอ่ยเสียงไพเราะหลังจัดอาหารและยา ให้เรียบร้อย "เย็นนี้จะพาไปสูดอากาศบริสุทธิ์ในสวนหย่อม" # โรงพยาบาลสระบุรี "เบื่อ" วินกล่าวเสียงประชด "เบื่อไม่ได้นะคะ เราต้องมีความหวัง" "คุณพูดได้เพราะไม่อยู่ในสภาพแบบผม" "ฉันเข้าใจว่าคุณเจ็บปวด แต่คุณต้องลุกขึ้นสู้อย่างน้อยก็เพื่อ ฉัน เพื่อทุกคนที่อยากเห็นคุณเดินได้" เพื่อฉัน...ในที่สุดคุณก็พูดความจริง...เพื่อคุณคนเดียว มากกว่ามั้ง..คงไม่มีใครหรอกที่อยากให้ผมเดินได้เท่าคุณ..วินเบือน หน้าไปทางอื่น อยากให้เธอได้ยินเสียงที่ดังลั่นอยู่ในอก เก้าโมงเช้าแล้วแต่ยังไม่เห็นเรวดี หล่อนอาจติดธุระและคง แวะมาตอนเย็น พยาบาลที่วินคุ้นตาเข้ามาปฏิบัติแบบเดียวกับเรวดีเคยทำ ก่อนพาไปห้องกายภาพบำบัด ระหว่างทางหล่อนบอกกับเขาว่า "ตำรวจจับคนที่ขับรถชนคุณได้แล้ว" วินใจหายวาบ..เรวดีถูกจับหรือ...ไม่...เป็นไปไม่ได้...น้ำตา ลูกผู้ชายไหลอาบแก้ม เขาเคยคิดเล่น ๆว่าถ้าเธอถูกจับคงดีเหมือนกัน จะได้รู้รสชาติ ของคนอมทุกข์ว่าระทมเพียงใด แต่เมื่อได้ยินข่าวเธอถูกจับกลับยอมรับไม่ ได้ เธอดีเกินไป ดีเกินกว่าจะเข้าไปใช้ชีวิตในห้องสี่เหลี่ยม "ผมไม่เอาความ" วินเปล่งเสียง "มันเป็นเรื่องของกฎหมาย" พยาบาลตอบ "ชนแล้วยังหนีอีก" การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 56 โรงพยาบาลสระบุรี "เรวดีไม่ได้หนีไปไหน คุณก็เห็นว่าเธอมาดูแลผมทุกวัน" "คุณพูดเรื่องอะไร" "ก็เรื่องที่เรวดีถูกจับ" อีกฝ่ายอึ้งไปพักหนึ่ง หยุดรถเข็น ทบทวนสิ่งที่ได้ยิน "ทำไมคิดว่าเรวดีขับรถชนคุณ" "ผมเห็นเธอก่อนจะหมดสติ" พยาบาลพยักหน้าอย่างเข้าใจ "วันนั้นเรวดีขับรถมอเตอร์ไซค์มาทำงานตามปกติ เธอหยุด รถตรงสี่แยกไฟแดง บังเอิญมีรถคันหนึ่งเบรคไม่ทันเบียดรถเธอจนล้มและ พุ่งเข้าชนคุณขณะกำลังข้ามถนน เธอรีบเข้าไปดูอาการคุณตาม สัญชาตญาณของพยาบาลก่อนจะแจ้งมายังเจ้าหน้าที่" วินสะดุ้งเฮือก คล้ายจะลุกขึ้นเดินได้ในบัดดล ภาพนับแต่วัน แรกที่เข้ารับการรักษาหวนสู่ความทรงจำ ใบหน้าอ่อนโยนกับการปรนนิบัติ ดีเกินจะเปรียบเทียบ จนเขามองความ "ประเสริฐ" นั้นเป็นความ "สำนึกผิด" ชายหนุ่มเสียใจจนอยากจะเอ่ยคำขอโทษสักพันครั้ง เหลียว มองรอบกาย หวังจะได้เห็นร่างนั้นมาสร้างพลังก่อนทำกายภาพ บำบัด .. กระซิบแผ่วเบา .. นางฟ้าสีขาว จำลองการทำงานทีมสหสาขาวิชาชีพ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โรงพยาบาลสระบุรี สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 57 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 58 # โรงพยาบาลเสาไห้ โรงพยาบาลชุมชน ขนาด 30 เตียง ในจังหวัดสระบุรี สิ่งที่ ภาคภูมิใจของโรงพยาบาลคือ การสร้างความสัมพันธ์กับชุมชน สร้าง เวทีความเข้าใจ เน้นการสร้างเสริมสุขภาพมากกว่าซ่อมสุขภาพ ให้ ความสำคัญกับแนวคิด "ใกล้บ้าน ใกล้ใจ" สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 59 โรงพยาบาลเลาไห้ "แพทย์ทางเลือก" กับการรักษาด้วยดวงใจ  อำนาจที่ยิ่งใหญ่ย่อมมาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง และในโลกของเราทุกวันนี้ จะมีอำนาจอะไรที่สำคัญไปกว่าการรักษาเยียวยาชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ซึ่งจากความรับผิดชอบที่พิเศษนี้เอง ที่ทำให้บุคคลในอาชีพนี้จำเป็นต้องมีการเสียสละความสุขสบายของตัวเอง เพื่อพิสูจน์ถึงความเข้มแข็งทางจิตใจ ในการคงไว้ซึ่งสิ่งที่ตัวเองมีพันธะต่อผู้ป่วย ที่เข้ามารับการรักษา โรงพยาบาลเลาไห้ จังหวัดสระบุรี ก็มีจุดกำเนิดไม่ต่างกับโรงพยาบาลอื่น คือรักษาโรคทั่วไป ทั้งผู้ป่วยเด็ก ผู้ใหญ่ รวมทั้งสูตินรีเวช มีการดำเนินงานแบบโรงพยาบาลชุมชน และประสบปัญหาเช่นเดียวกันกับโรงพยาบาลในชุมชนที่ต้องดิ้นรน เนื่องจากปัญหาเรื่องการขาดแคลนทั้งงบประมาณและบุคลากร การเป็นโรงพยาบาลระดับอำเภอ แม้จะมีศักยภาพในการรักษาจำกัด ทั้งในแง่ของบุคลากร อุปกรณ์เครื่องมือ รวมถึงอาคารสถานที่ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถ้าทอย่ายใชีวิต 60 # โรงพยาบาลเสาไห้ แต่นั่นหาเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา มีการปรับตัวใช้ยุทธวิธีแพทย์ ทางเลือกเข้ามาประกอบกับการรักษาในลักษณะสร้างความสมดุลต่อชีวิต แทนที่จะเน้นการใช้ยาหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว จึงเป็นทางออกใน การประหยัดทุกสิ่ง ตั้งแต่งบประมาณจนถึงชีวิต โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เป็นคำตอบที่จะมาทำหน้าที่รับผิดชอบ ตรงนี้ เป็นความลงตัวในการรักษา ผู้ป่วยให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในการดูแลผู้ป่วยแบบแพทย์ทางเลือกของโรงพยาบาล เสาไห้ ประกอบด้วย การนวดแผนไทย การฝังเข็ม ซึ่งทางโรงพยาบาล ได้นำวิธีการเหล่านี้มาผสมผสานกับวิธีการรักษาแบบปัจจุบัน เพื่อทำให้ ผู้ป่วยได้รับการรักษาในองค์ความรู้ที่เอื้อต่อกันอย่างครบวงจร สำหรับในส่วนของการแพทย์แผนไทย จะช่วยในการดูแลทั้ง ในเรื่องของการรักษาและฟื้นฟู โดยในส่วนของการฟื้นฟูจะเน้นช่วยผู้ป่วย พิการ หรือมีภาวะแทรกซ้อนจากการบาดเจ็บทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น อุบัติเหตุ โรคเส้นเลือดแตกในสมอง หรือข้อยึดติดต่าง ๆ ซึ่งประสบความ สำเร็จในระดับหนึ่ง และเพื่อให้ความสำเร็จดังกล่าวสัมฤทธิ์ผลยิ่งขึ้นได้เปิด ทำการรักษาแบบใช้วิธีการฝังเข็มควบคู่ไปด้วย สิ่งที่เป็นดัชนีวัดความสำเร็จ ตามที่ นายแพทย์ สุวัฒน์ ธนกรนุวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกล่าวไว้คือ โรคที่คนส่วนใหญ่เชื่อ ว่าสิ้นสุดแล้ว หรือหมดหวังแล้ว เช่นพวกที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นที่ มาของโรคเรื้อรังต่าง ๆ เมื่อพบทางเลือกตรงนี้ลองมาใช้บริการ พบว่าผู้ป่วย สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 61 โรงพยาบาลเสาไห้ มีการฟื้นตัวที่น่าพอใจ "เราทำมาตรงนี้ 2-3 ปี หลายคนหายเกือบปกติ อีกหลายคน มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น เลยกลายเป็นจุดเด่นของการฝังเข็มที่นี่ไป ซึ่งโรคอื่นๆ ที่ใช้การฝังเข็มร่วมด้วยก็จะมีโรคปวดต่างๆ เช่น ปวดเข่า ปวดหลัง ปวดหัว รวมไปถึงเรื่องของเหน็บชา เรื่องของเด็กชัก อัลไซเมอร์ โรคเสื่อมต่างๆ หรือเรื่องของหน้ากระตุก ประจำเดือนผิดปกติ อันนี้ก็จะมีมาเรื่อยๆ เหมือนกัน" กระบวนการรักษา โรงพยาบาลเสาไห้ มีกระบวนการทำงาน โดยให้ผู้ป่วย สามารถตรงมาที่ห้องฝังเข็มเลย ด้วยระบบ one stop service ส่วนใหญ่ ผู้ป่วยที่มาเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตเรื้อรัง และบอกกันปากต่อปาก ไม่ได้มา ในระยะที่เฉียบพลันทันที เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่ก็จะมาที่ห้องฝังเข็ม แต่ กรณีบางคนเป็นแบบเฉียบพลันมาจะมีห้องคนไข้ฉุกเฉิน ถ้าดูสภาพร่าง กายแล้วไม่ถึงกับผ่าตัดเราก็จะดูแลเป็นผู้ป่วยใน รักษาตามกระบวนการ แต่บางคนที่เป็นเส้นเลือดตีบ เส้นเลือดแตกต้องส่งไปโรงพยาบาลจังหวัด ก่อน เพื่อไปดูว่าระบบประสาทจะต้องผ่าตัดหรือเปล่า ผ่านวิกฤติตรงนั้น ทางโรงพยาบาลถึงจะมาดูแลต่อ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 62 # ภาพรวม การสำรวจความพึงพอใจของโรงพยาบาล และการรองรับ ในภาพรวมของการแพทย์ทางเลือก ความพึงพอใจของผู้มารับการรักษาอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดีมาก ทั้งจากแบบสำรวจหรือจำนวนผู้ป่วยที่มากขึ้น บางคนมาจากประจวบคีรีขันธ์ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ พิษณุโลก ฯลฯ ซึ่งจำนวนผู้ป่วยที่มาแบบนี้โรงพยาบาลรู้สึกภูมิใจแต่ในทางหนึ่งก็กลัวว่าจะบริการได้ไม่ดีพอ จึงต้องพัฒนาทุกส่วนงานอยู่เสมอ ซึ่งปัจจุบันในภาพรวมทุกคนก็พอใจกับการบริการในเรื่องแพทย์ทางเลือกที่นี่ ## ผ้าป่าชุมชน ภูมิปัญญาของการดำเนินงานที่น่ากึ่ง อย่างที่รู้กันว่าปัญหาของโรงพยาบาลต่างจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล มักจะขาดงบประมาณ ซึ่งทางโรงพยาบาลเสาไห้ก็ไม่อาจปฏิเสธปัญหานี้ได้เช่นกัน ทำให้ไม่สามารถบริหารงานได้เต็มที่ ผู้บริหารจึงพยายามจะเปลี่ยนกระบวนการภายใน โดยเฉพาะเรื่องของระบบการรักษา ตั้งแต่คนไข้เข้ามาจนกระทั่งกลับบ้านไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน รวมถึงการคิดค้นนวัตกรรมทางการรักษาใหม่ๆ ขึ้นมา แต่ถึงแม้จะใช้หลากหลายวิธี ก็ไม่ทำให้โรงพยาบาลมีรายจ่ายที่สมดุลได้ จึงต้องมีเงินจากกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ โดย ณ ปัจจุบัน มี 2 ส่วน ส่วนที่ 1 คือจากภาคประชาชนจริงๆ และส่วนที่ 2 ภาคท้องถิ่นก็ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 63 # โรงพยาบาลเลาไห้ คือ ส่วนราชการส่วนท้องถิ่น ในส่วนของภาคประชาชนนั้นผู้อำนวยการ เล่าว่า เกิดจากความคิดที่อยากทำให้โรงพยาบาลมีรายได้ไว้ใช้จ่ายเพื่อการ จำเป็น เริ่มต้นจากการทอดผ้าป่าชุมชนประจำปี ซึ่งแต่ละปีได้เงินไม่น้อย นำมาสร้างบ้านสุขภาพ โรงพยาบาลอิ่มบุญ อุปกรณ์การแพทย์เกือบทุกชิ้น ก็ได้จากเงินบริจาคทั้งสิ้น ทำให้ประชาชนรู้สึกถึงความเป็นเจ้าของนำเสนอ ความคิดต่าง ๆ เพื่อพัฒนาให้เจริญยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็มีความรู้สึกว่าที่อยู่ได้ ณ วันนี้ มีการทำงานดีขึ้น มีห้องทำงานดีขึ้น ก็เป็นเพราะเงินบริจาคของ ประชาชน เพราะฉะนั้นการบริการจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากเดิมที่ใช้ระบบข้าราชการเป็นใหญ่ ก็เปลี่ยนแนวคิดว่าประชาชนเป็น เจ้าของ ผู้ป่วยเป็นที่ตั้ง ความรู้สึกผูกพันมากขึ้น นี่คือประโยชน์จากการ ที่ชาวบ้านเข้ามาช่วย "เวลาเราทอดผ้าป่าแต่ละครั้งก็จะมีชาวบ้านทำอาหารมา เลี้ยงแขกเต็มไปหมด โรงพยาบาลแทบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย จาก 6-7 ปีที่แล้วโรงพยาบาลไม่มีอะไรเลย เป็นโรงพยาบาลเล็ก ๆ ผู้ป่วยวันหนึ่ง ประมาณ 40 ถึง 60 คน ตอนนี้ผู้ป่วยมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น พัฒนาความ รู้ด้านงานไปเรื่อย ๆ คนก็ศรัทธามากขึ้น ซึ่งตรงนี้ก็วัดได้ว่าเราทำงานแล้ว ได้รับความภูมิใจ ประชาชนไว้วางใจมากขึ้น" การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 64 โรงพยาบาลเสาไห้ # บ้านสุขภาพ เพราะป้องกันย่อมดีกว่าการรักษา การทำบ้านสุขภาพมาจากความคิดที่ว่าถ้าการดำเนินงานของโรงพยาบาลเน้นตั้งรับ ภายใต้งบประมาณอย่างจำกัดก็จะขาดทุนไปเรื่อยๆแน่นอน จำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ จากที่มองว่าโรงพยาบาลเหมือนโรงซ่อมสุขภาพให้เป็นโรงสร้างสุขภาพ โดยนำคนที่ไม่ป่วยเข้ามาสอนพฤติกรรมการมีชีวิตที่ถูกต้อง การออกกำลังกาย การทำสมาธิการรับประทานอาหาร โดยนำมาเข้าอบรม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ หรือกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน กลุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรค ก็เอามาเข้าอบรมการสร้างสุขภาพได้เช่นเดียวกัน "เรามีโจทย์อยู่ว่าโรงพยาบาลขาดทุนเดือนละ 3 - 4 แสนบาท เนื่องจากมีคนมาใช้บริการมาก บางคนไม่มีเงินก็ต้องรักษาฟรี หรือบางคนป่วยเป็นอัมพาตเรื้อรังไม่มีญาติก็ต้องดูแลต่อเนื่อง จะกำหนดว่าวันหนึ่งตรวจ 50 คน 60 คน แล้วหยุดรับบัตรเราทำไม่ได้ ฉะนั้นถ้ามุ่งแต่ซ่อมสุขภาพอย่างนี้ งบประมาณรัฐบาลก็คงจะแบ่งแบบรายหัวอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แล้วจะทำยังไงดี ทำอย่างไรให้โรงพยาบาลลดค่าใช้จ่ายได้ คนจะต้องไม่ป่วยหรือป่วยน้อยลง เมื่อเราคิดแบบนี้ก็เกิดเป็นบ้านสุขภาพ" ผู้อำนวยการเล่าถึงแนวคิด ในอนาคต เมื่องานซ่อมและงานสร้างสอดคล้องสมดุลกัน การป่วยในก็จะลดลง หรือการนอนโรงพยาบาลก็จะสั้นลง คาดว่าต้นปี 2548 บ้านสุขภาพน่าจะเปิดบริการได้ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 65 โรงพยาบาลเสาไห้ # ปาฏิหาริย์ ของความศรัทธา  มีใครได้ยินฉันไหม? ไม่ มิมีใครได้ยินฉันแน่ แม้พยายามจะขยับปากเพียงไร แต่หามีเสียงหลุดลอดมาจากลำคอของหญิงชรา มันเป็นแบบนี้เมื่อไหร่ เธอพยายามตั้งสติคิด เหตุการณ์เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนเริ่มหลั่งไหลสู่ความทรงจำ เธอกำลังเดินอยู่หน้าบ้าน ก่อนโลกจะพลิกกลับ หัวใจใกล้จะขาด ภาพข้างหน้าพร่าเลือน ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น มันเป็นแบบนี้มาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งเมื่อได้นั่งพักรับลมสักพักอาการก็จะดีขึ้น เธอพยายามเดินไปใต้ต้นมะยม แค่เพียงอีกไม่กี่ก้าว ... เธอบอกกับตัวเอง นับจังหวะขาในใจ 1.2.3.4.5 ... หรืออาจจะเป็นการนับถอยหลัง 9.8.7.6.5 ... ไม่ว่าจะนับไปข้างหน้าหรือนับถอยหลัง แต่ 5 คือตัวเลขสุดท้ายที่เธอจำได้ เมื่อลืมตาอีกครั้งก็เห็นคนรุมล้อมเต็มไปหมด นั่น ... สามีที่อยู่กันมากว่าครึ่งชีวิต นั่น ... ชิด ลูกชายคนโต ที่ไม่ได้เจอเขาสักเท่าไหร่ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถ้าทุกอย่างใช่วิวัฒน์ 66 # โรงพยาบาลเขาไห้ หลังจากเขาย้ายครอบครัวไปหากินในกรุงเทพ ชิดกำลังเล่าให้ทุกคนฟัง ว่าเธอล้มอยู่หน้าบ้าน ใกล้ต้นมะยม ตัวเย็นเฉียบ ไม่มีอาการตอบสนอง ทำให้เขาต้องรีบพาเธอมาที่นี่ เฮ้อ .. ในที่สุดเธอก็เดินไปไม่ถึง ผู้ชายคนนั้นดูจะเด่นกว่าทุกคนในห้อง แววตาใจดีที่แฝง ความอบอุ่น อยู่ในชุดกาวน์ เขาแนะนำตัวเองว่า .. หมออ้อม "ยายไม่ต้องกลัวนะถึงมือหมอเรียบร้อยแล้ว" เขาเอ่ยด้วย น้ำเสียงที่ทำให้เธอใจซุ่มชื่นขึ้น แต่เธอยังไม่อยู่ในอารมณ์อยากจะ กล่าวขอบคุณ หรือถึงแม้จะอยากก็คงไม่สามารถเอ่ยคำพูดออกมาจาก ปากได้อยู่ดี .. หญิงชราลองขยับแขนขาแต่ไม่สามารถกระดิกได้แม้แต่นิ้ว มือ .. เธอเป็นอัมพาต สายตาทุกคู่เพ่งมองด้วยความเห็นใจ ก่อนที่สายตาเหล่านั้น จะค่อยหายไปทีละคู่ ในที่สุดก็เหลือแต่เธอเพียงลำพัง หญิงชราเพิ่งรับรู้นาทีนี้เองว่าการควบคุมร่างกายตัวเองได้ คือความสุขอย่างล้ำลึกของมนุษย์ ทั้งที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้ามันเป็น ความรู้สึกที่แสนจะธรรมดาเหลือเกิน ทุกสิ่งมีค่าก็ต่อเมื่อเราสูญเสียมันไป "ยายเชื่อในปาฏิหาริย์ไหม" หมออ้อมถามเมื่อเดินกลับเข้า มาในห้องอีกครั้ง เธอไม่แน่ใจว่าเขาต้องการคำตอบที่แท้จริงหรือแค่ชวนคน แก่หดหู่พูดคุยกันแน่ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 67 # โรงพยาบาลเสาไห้ เชื่อสิ! เธอพยักหน้าแทนคำตอบ ฉันเชื่อในปาฏิหาริย์ ฉันสวดมนต์ เข้าวัดเป็นประจำ ทำงานให้วัด เพราะฉันเชื่อในปาฏิหาริย์ว่า จะเกิดสิ่งที่ดีขึ้นในชีวิต แต่ดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันเวลานี้ มันเป็นปาฏิหาริย์หรือ เปล่า อย่าว่าแต่พนมมือไหว้พระเลยแค่ขยับนิ้วยังทำไม่ได้ ยังจะมีหน้ามา ถามว่าฉันเชื่อในปาฏิหาริย์อย่างนั้นหรือ! ราวจะอ่านแววตาออก หมออ้อมหันมาพูดก่อนจะออกจาก ห้อง ... ถ้ายายเชื่อในปาฏิหาริย์ มันยังมีอยู่ --- ในโรงพยาบาลเสาไห้ ยายได้รับการรักษาจากหมออย่าง สมบูรณ์แบบ จนเธอลืมเรื่องปาฏิหาริย์ มาชื่นชมในระบบสิทธิผู้สูงอายุว่า รักษาได้ดีถึงขั้นนี้เชียวหรือ ทั้งหมอและพยาบาลหมุนเวียนเปลี่ยนกันมาเยี่ยม คำพูดของ ทุกคนไพเราะเสนาะหู รอยยิ้มไม่เคยหายจากใบหน้า เป็นความจริงที่ไม่ ต้องอาศัยปาฏิหาริย์ นอกจากการให้ยาแล้วก็มีการนวดอย่างสม่ำเสมอ หมออ้อม นวดที่มือของเธอเป็นเวลานาน นานแล้วสินะที่ไม่มีใครสัมผัสมือของเธอ อย่างเอาใจใส่โดยใช้เวลานานขนาดนี้ "โรงพยาบาลมีเครื่องมือแบบใหม่ช่วยให้ยายหายเร็วขึ้น" หมออ้อมบอกหยิบเครื่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ วางบนเตียง มีสายไฟหลายสายเอา มาติดตามนิ้วมือ ในวันแรก ๆ หญิงชราไม่ชอบเจ้าเครื่องนั้นเลย ดูรุงรังแถม การเยียวยาด้วยหัวใจ กักกอข่ายใยชีวิต 68 # โรงพยาบาลเสาไห้ ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น จนนานวันค่อยรู้สึกจั๊กจี้ ก่อนจะเริ่มขยับนิ้วได้โดยไม่ ต้องใช้มันอีก ลองจิกเล็บลงบนเนื้อ...เจ็บ...ไม่ใช่ความฝันแน่ ก่อนหน้านี้หมออ้อมพาไปหาผู้อำนวยการหนุ่ม เขาอธิบาย เรื่องการฝังเข็ม ฟังดูมันน่ากลัวเข็มทั้งอันจะฝังลงไปในเนื้อคนได้อย่างไร เข็มไม่ได้ฝังลงในเนื้อ แต่จิ้มลงตามจุดเพื่อสร้างการไหลเวียนของโลหิต หญิงชรานอนรับการรักษาวันแล้ววันเล่า ช่างน่าเบื่อสำหรับคนที่เคย กระฉับกระเฉงอย่างเธอที่ต้องมานอนแบบหมดท่าเช่นนี้ บางทีต้องหลบ ตาเพราะกลัวว่าความน่าเบื่อหน่ายจะทำให้พวกหมอรู้สึก ในช่วงที่อยู่โรงพยาบาล เธอได้เห็นผู้ป่วยมากมาย ที่ต่างได้ รับการใส่ใจดูแลหลากหลายวิธี ทั้งการฝังเข็ม นวดแพทย์แผนไทย หลาย คนเดินทางมาจากที่ห่างไกลเพราะเชื่อมั่นชื่อเสียงของโรงพยาบาลเสาไห้ พวกเขาเชื่อว่าหมอที่นี่คือพระเจ้าที่จะปลดปล่อยโรคร้าย หลังจากผ่านการ ตระเวนการรักษาอันยาวนานกว่าร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ พยาบาลทำงานหนักทั้งดูแลคนไข้แบบเตียงต่อเตียง ประคอง คนอัมพาตเข้าห้องน้ำ ป้อนข้าว อดทนกับอารมณ์ของผู้ป่วย บางคราวเธอ แอบโกรธแทน แต่ดูเหมือนพยาบาลเหล่านั้นจะไร้ความรู้สึก กลับสนอง ตอบด้วยความอ่อนโยน ไม่รู้ว่าพวกเขาทำหน้าที่นี้กันได้อย่างไร หมอและพยาบาลอดทนเพื่ออะไร..อยากให้ผู้ป่วยหายไม่ใช่ หรือ แล้วทำไมผู้ป่วยถึงไม่สร้างพลังเพื่อกระตุ้นตัวเองบ้าง สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 69 โรงพยาบาลเสาไห้ หญิงชราตัดสินใจที่จะสู้กับทุกสิ่ง หมอและพยาบาลผลัดกัน มาให้กำลังใจ เธอทำทุกสิ่งตามคำแนะนำ เปี่ยมด้วยพลังว่าจะต้องกลับมา เดินให้ได้อีกครั้ง ศรัทธาของหญิงชราได้รับการพิสูจน์ เมื่อเธอเริ่มเปล่ง เสียงออกมาได้ ปาฏิหาริย์อยู่ตรงหน้านี้เอง เพียงแค่มุ่งมั่นและศรัทธากับ สิ่งที่ทำอยู่เท่านั้น หญิงชราตื่นขึ้นด้วยความประหลาดใจ ท่อนแขนก่ายอยู่บน หน้าผาก เธอควบคุมมันได้แล้ว น้ำตาหลั่งไหล ไม่ใช่น้ำตาแห่งความตื่น ตระหนกเหมือนวันแรก แต่เป็นน้ำตาของคนที่ผ่านการต่อสู้ และเป็นผู้ชนะ ในเวทีชีวิตที่ลิขิตเอง เธอหันไปดูนาฬิกาที่ฝาผนัง เวลา 6 โมงเช้า อีกครึ่งชั่วโมง หมออ้อมจะมาตรวจอาการเช่นทุกวัน แต่วันนี้ไม่เหมือนที่ผ่านมา เธอรู้สึก คิดถึงหมอเหลือเกิน มีบางสิ่งรอคอยอยากจะบอกกับเขามานาน .. คำขอบคุณ รวมทั้งคำถามที่เขาตั้งไว้ในวันนั้น .. ยายเชื่อในปาฏิหาริย์หรือไม่ จำลองจากเรื่องจริง กรณีหญิงชราวัย 70 เป็นอัมพาตเข้ารับการรักษากับ โรงพยาบาลเสาไห้ จ.สระบุรีและกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติได้อีกครั้ง การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 70 โรงพยาบาลเสาไห้ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 71 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใฝ่ชีวิต 72 # สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา โรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกของประเทศไทย ขนาด 500 เตียง ที่สามารถพลิกผันแนวคิดการดูแลรักษาผู้ป่วยจิตเวชสู่แนวใหม่ โดย ให้ครอบครัวมีส่วนร่วม ปรับทัศนคติที่มีต่อผู้ป่วยจิตเวช สามารถปรับ กระบวนการรักษาผู้ป่วยจนกระทั่งสามารถอยู่ในชุมชนได้อย่างปกติ มี คุณภาพชีวิตที่ดี มีศักดิ์ศรีในสังคม สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 73 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา # Day Hospital ความหวังใต้แสงตะวัน  อาจกล่าวได้ว่ามนุษย์มีความผิดปกติทางจิตซ่อนเร้นอยู่ใน ตัวตนทุกคน และแสดงออกด้วยรูปแบบต่างๆ เช่น ความโกรธ ความเศร้า ความวิตกกังวล ความหมกมุ่น ฯลฯ หากการแสดงนั้นยังอยู่ในขอบข่ายที่ ไม่รุนแรงนักถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ถ้าปะทุเหนือการควบคุมก็จะถูก ส่งตัวไปรักษาในโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ ในอดีตใครก็ตามที่ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาอาการทางจิต มักกลายเป็น "ตราบาป" ที่ไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยวด้วย เมื่ออาการดีขึ้น ถูกส่งตัวกลับบ้านจึงถูกปฏิเสธจากคนในชุมชน ยิ่งญาติขาดความเข้าใจ เรื่องการฟื้นฟูจิตใจก็กลายเป็นการซ้ำเติมผู้ป่วยให้แย่ลง ในที่สุดอาการ กำเริบต้องเข้ารับการรักษาครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้จบ บางครอบครัวหันไป ใช้วิธีรักษาทางไสยศาสตร์หรือปล่อยปละละเลยให้เรื้อรังจนยากต่อการ เยียวยา การเยียวยาด้วยหัวใจ ทักทายใยชีวิต 74 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา มีความพยายามอย่างยิ่งจากโรงพยาบาลจิตเวชที่เห็นว่า อาการเรื้อรังคือปัญหาใหญ่ของผู้ป่วยจึงเปิดการรักษาแบบองค์รวม ดูแล ทั้งกาย จิต วิญญาณ ตลอดจนให้ความรู้กับคนรอบข้าง เช่น ญาติและคน ในชุมชนว่าผู้มีความผิดปกติทางจิตนั้นสามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติ ได้เหมือนคนทั่วไป พยายามสร้างทางเลือกใหม่ ๆให้ผู้ป่วยประเภทนี้ เช่น การเปิดโรงพยาบาลกลางวันของสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา Day Hospital หรือ โรงพยาบาลกลางวัน เป็นแนวคิดดูแล ผู้ป่วยด้านจิตเวชที่มีอาการยังไม่รุนแรงขนาดต้องเข้ารับการรักษาเต็ม รูปแบบ หรือผู้ที่ผ่านการรักษาระดับหนึ่งจนอาการทุเลา แต่ยังกลับไปใช้ ชีวิตแบบปกติไม่ได้ มาบำบัดฟื้นฟูอย่างมีหลักการในลักษณะองค์รวม ด้วย บรรยากาศที่ปรับให้ใกล้เคียงกับบ้านมากที่สุด "Day Hospital เป็นจุดที่อยู่กึ่งกลางระหว่างโรงพยาบาลกับ บ้าน มีจุดเด่นคือไปเช้า เย็นกลับ ถ้าเป็นโรงพยาบาลทั่วไปต้องนอนแล้ว รับการรักษา แต่เดย์ฯแค่ร่วมกิจกรรมในช่วงกลางวันแล้วกลับบ้าน" นพ.นรวีร์ พุ่มจันทร์ หัวหน้ากลุ่มงานโรงพยาบาลกลางวันอธิบาย "ส่วน การรักษาแบบองค์รวมคือดูแลครบวงจร ทั้งด้านกายและจิตวิญญาณ คือผู้ ให้การรักษามีความห่วงใยดูแลผู้ป่วยด้วยความเมตตาตามหลัก มนุษยธรรม ยอมรับว่าเขาก็เป็นคนมีชีวิตจิตใจเหมือนเรา อาจให้ผู้ทำ หน้าที่ทางศาสนา เช่น พระ มาเป็นผู้นำกลุ่มด้านธรรมะศึกษาด้วย" สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 75 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา รูปแบบการรักษาในลักษณะของเดย์ฯจะทำงานเป็นทีม มี ทั้งจิตแพทย์ พยาบาลจิตเวช นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ นักอาชีวบำบัด นักนันทนาการบำบัด นักโภชนาการ เจ้าหน้าที่พยาบาล ผู้ช่วยเหลือผู้ป่วย และอาจารย์พิเศษ ต้องยอมรับว่ามาตรฐาน HA (Hospital Accreditation) ที่สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาลมอบให้ กับสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยานั้น ความโดดเด่นส่วนหนึ่งมา จากการทำงานของเดย์ฯนั่นเอง ชีวิตในเดย์ฯ (โรงพยาบาลกลางวัน) หากจะสะท้อนภาพของเดย์ฯ อย่างง่ายๆ ก็คงเหมือนกับ โรงเรียนนั่นเอง ผู้มีสิทธิ์ผ่านเข้าร่วมกิจกรรมได้ต้องเป็นผู้ป่วยจากวอร์ดใน สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยาที่ผ่านการรักษาจนอาการลดลงอยู่ ในระดับบำบัดฟื้นฟูได้ หรือเป็นผู้ป่วยนอกที่มาแจ้งขอรับการรักษากับศูนย์ OPD (Out Patient Department) แล้วหมอวินิจฉัยว่าอาการยังไม่หนักถึง ขั้นต้องนอนรักษาในวอร์ด กิจวัตรประจำวันของเดย์ฯ เริ่มต้นตั้งแต่ 08.00 น. ซึ่งผู้ป่วย ที่ลงทะเบียนไว้เริ่มทยอยมา โดยมีพยาบาลยืนรอตรงประตูทางเข้า ทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสพร้อมให้เซ็นชื่อลงเวลา หน้าที่นี้รับผิดชอบ โดย พยาบาลปิ่นทิพย์ พานทอง เจ้าหน้าที่พยาบาล 6 ที่อยู่กับเดย์ฯ มา ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี 2518 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถ้าทุกอย่างใช่วิต 76 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา การทำหน้าที่มายาวนานถึง 29 ปี ทำให้พยาบาลปิ่นทิพย์ มีความชำนาญและคุ้นเคยกับปฏิกิริยาของผู้ป่วยเป็นอย่างดี สามารถรอง รับกระแสอารมณ์ในรูปแบบต่าง ๆได้อย่างใจเย็น "มีเรื่องปลีกย่อยให้ผจญทุกเช้า บางคนมาด้วยอาการเศร้า หมอง เซ็นชื่อเสร็จบ่นอยากกลับบ้าน เราก็ต้องให้กำลังใจและอธิบายว่า ทำไมเขาจำเป็นต้องอยู่ที่นี่ พอถึงตอนเย็นไม่อยากกลับบ้าน เราก็ต้อง วิเคราะห์ว่าเกิดจากปัญหาอะไร การทำงานแบบนี้ต้องมีความรักเป็นทุน เดิม ปรับตัวเข้าหาเขา มีเป้าหมายจะอยู่ร่วมกัน" พยาบาลปิ่นทิพย์เล่า บรรยากาศ พอถึงเวลา 08.40 หัดกายบริหาร จน 09.00 น. ส่งผู้ป่วยเข้า ประจำกลุ่มตามตารางประจำวัน เริ่มด้วยวันจันทร์ เสริมสร้างทักษะชีวิต ศึกษาธรรม ดนตรีบำบัด วันอังคาร ละครจิตบำบัด สังสรรค์สัมพันธ์ อาชีว บำบัด วันพุธ ภาพสะท้อน จิตบำบัด ประชุมปรึกษา ประกอบอาหาร วัน พฤหัสบดี จิตบำบัด นันทนาการ อาชีวบำบัด วันศุกร์ ชุมนุมบำบัด นันทนาการ กีฬากลางแจ้ง ใครมาช้ากว่ากำหนด 15 นาทีจะไม่ได้รับอนุญาตให้ร่วม กลุ่มขณะนั้น "เราจะสอนให้เขามีความรับผิดชอบตรงต่อเวลา ถ้าคิดว่า เป็นเรื่องเล็กน้อยมาเมื่อไหร่ก็ได้จะทำให้เขาเกิดปัญหาเมื่อต้องกลับไปใช้ ชีวิตตามปกติในสังคม" พยาบาลอำพัน จารุทัสนางกูร พยาบาลวิชาชีพฯ ให้มุมมอง "เดย์ฯ จะสอนให้เขามีกระบวนการอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างเป็น สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 77 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การคิด การพูดคุย จำลองสถานการณ์จริงให้ เขาทดลองใช้ชีวิตทั้งวัน ทั้งสัปดาห์ ทั้งเดือน เป็นโรงละครชีวิตให้เขาพัฒนา ขึ้นเรื่อยๆ เหมือนการเลี้ยงเด็ก ต้องให้เขารู้จักพูด รู้จักอดทน รู้จักใช้ อารมณ์ รู้จักควบคุม" ผู้ป่วยทุกคนจะมีสมุดบันทึกประจำตัวเพื่อบันทึกว่าในการ เข้ากลุ่มแต่ละครั้งได้อะไรบ้าง บางคนเขียนสั้น บางคนเขียนยาว บางคน ไม่เขียนอะไรเลย ซึ่งพยาบาลที่รับผิดชอบจะต้องตรวจสอบให้ได้ว่าปัญหา แต่ละจุดเกิดจากอะไร เพื่อเป็นข้อมูลให้กับที่ปรึกษา พอถึงช่วงเที่ยงทุก คนรับประทานอาหารร่วมกัน ก็ต้องคอยสำรวจอีกว่าผู้ป่วยที่ต้องกินยา หลังอาหารได้กินตามกำหนดหรือเปล่า จากนั้นส่งเข้าร่วมกลุ่มช่วงบ่าย จนกระทั่งถึง 16.00 น. หลังผู้ป่วยกลับบ้าน พยาบาลก็นำความคิดเห็นจาก ผู้นำแต่ละกลุ่มเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ป่วยมาอ่าน เพื่อติดต่อญาติมาพูด คุยต่อไป "การทำงานมากก็ต้องเหนื่อย ยิ่งคนไข้อาการหนักยิ่งเหนื่อย มากขึ้น บางวันบุคลากรมีอบรมสัมมนาเราก็ต้องเหมาหมดคนเดียว แต่ใน ความเหนื่อยนั้นยังโชคดีที่เราทำงานเป็นทีม เจอปัญหาอะไรปรึกษากันได้ ทุกคน ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องที่เจอเกี่ยวกับอะไร ให้กำลังใจกันและกัน" พยาบาล ปิ่นทิพย์ กล่าวทิ้งท้าย การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอดย่ำใหญ่ชีวิต 78 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ## โลกใหม่ในเดย์ฯ บรรยากาศในเดย์ฯ ดูจะไม่แตกต่างจากข้างนอก คงมีเพียง รั้วเท่านั้นที่กั้นระหว่างโลกภายนอกกับโลกของเดย์ฯออกจากกัน ผู้ป่วย บางคนหากไม่บอกก็ไม่รู้ว่าเข้ามารับการบำบัดทางจิต ความเคลื่อนไหว ของทุกคนเป็นระเบียบ ไม่ชุลมุนวุ่นวายเหมือนภาพที่หลายคนคิด คุณอำพัน จารุทัสนางกูร ยังคอยให้รายละเอียดแบบเป็นกันเอง > "ผู้ป่วยจิตเวชมีปัญหาเรื่องความบกพร่อง การปรับตัวเข้าสู่ > สังคม เกิดความขัดแย้งจนทำให้ป่วยซ้ำอยู่เรื่อย บางรายถูกปล่อยปละ > ละเลยจนกลายเป็นผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยบางกลุ่มที่ยังไม่ถึงขั้นเรื้อรังสามารถ > นำมาฟื้นฟูให้เขากลับสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพตามศักยภาพที่มี สิ่งที่ > เราช่วยผู้ป่วยกลุ่มนี้คือฟื้นฟูให้รู้จักการใช้ชีวิตในสังคม ปรับตัวเข้ากับ > สิ่งแวดล้อม รวมทั้งสร้างความสามารถในด้านอื่นๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ > การเป็นผู้นำ การรับผิดชอบงาน รับผิดชอบตัวเอง ดึงความโดดเด่นที่เขา > มีออกมาใช้เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับคนรอบตัว อยู่ในสังคมอย่างมีคุณภาพ > ประกอบอาชีพได้ตามศักยภาพ ดูแลครอบครัวได้ นี่คือความมุ่งหมายของ > เดย์ฯ" แม้ประสิทธิภาพการดูแลของเดย์ฯ จะดีเพียงใด การบรรลุ ผลสูงสุดยังต้องขึ้นอยู่กับโรคของผู้ป่วย สภาพเศรษฐกิจ ครอบครัว โดย เฉพาะญาติหากไม่ให้ความร่วมมือหรือขาดความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วย โอกาสที่อาการจะกำเริบหรือป่วยซ้ำซ้อนก็เป็นไปได้สูง สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 79 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา "มีญาติบางรายไม่ให้ความร่วมมือ เราจะให้ความช่วยเหลือ อะไรส่ายหน้าอย่างเดียว ก็พยายามจนถึงที่สุด ทั้งโทรศัพท์ติดต่อ ฝากจดหมาย ทำทุกวิถีทาง คนไข้บางคนตอนอยู่เดย์ฯดูดีแต่พอกลับบ้าน เจอแม่ขี้บ่น พ่อเจ้าอารมณ์ก็เป็นเหมือนเดิมต้องกลับมาฝึกกันใหม่ บางคน ไม่เคยรับประทานอาหารร่วมกับครอบครัวเลยเหตุผลคือไม่เรียบร้อย เรา ก็ต้องคอยสอนว่าควรรับประทานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วย" โดยธรรมชาติผู้ป่วยจิตเวชจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มหนึ่ง หายขาด กลุ่มหนึ่งทรงตัว อีกกลุ่มแย่เลย กลุ่มที่มากที่สุดคือกลุ่มทรงตัว เป็นกลุ่มที่ต้องการความเอาใจใส่จากญาติ ถ้าญาติเข้าใจจะมีส่วนร่วมใน การช่วยเหลืออย่างมาก ยกตัวอย่างเขาช่วยงานในบ้านแล้วได้การยอมรับ จะเกิดความภูมิใจว่าไม่ใช่คนไร้ค่า เพิ่มพลังในการมีชีวิต เพราะฉะนั้นใน แต่ละเดือนเดย์ฯ จึงมีวันที่เรียกว่า "ครอบครัวบำบัด" เชิญญาติทุกคนมา ร่วมพูดคุยกับผู้ป่วย ใครมีข้อขัดแย้งหรือมีเรื่องที่ไม่สามารถตกลงกันได้จะ ประสานให้เกิดความเข้าใจ "ในการทำความเข้าใจกับญาติต้องใช้เวลาและนัดบ่อยครั้ง สร้างความสัมพันธ์ให้เขาเห็นความสำคัญในการร่วมมือ นอกเหนือจากวัน ครอบครัวบำบัดแล้ว อาจนัดเขาอาทิตย์ละครั้งหรือสองอาทิตย์ครั้งมาพบ กับที่ปรึกษาของผู้ป่วย พอเขามาแล้วได้ประโยชน์ เห็นทีมงานของเดย์ฯ มีหลากหลายวิชาชีพ มีกิจกรรมมาก รู้สึกมั่นใจว่ารักษาถูกทาง ก็แวะเวียน มาเองในคราวหลัง นอกจากนี้เรายังกระจายความรู้สู่ชุมชนด้วย ให้ยอมรับ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 80 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา และเปิดกว้างในการอยู่ร่วมกัน ความรู้สึกของคนทั่วไปมักคิดว่าผู้ป่วยจิตเวช เป็นคนบ้าไม่กล้าเข้าไปยุ่ง แต่ถ้าได้รู้จักจะเห็นว่าพวกเขาส่งสาร ถ้าทำ อะไรแล้วได้รับการชื่นชมจะทำอย่างเต็มที่ แต่ถ้าถูกตำหนิก็จะเกิด ความย่ำแย่กลายเป็นคนเก็บตัว สิ่งแวดล้อมมีส่วนอย่างมากต่อความรู้สึก ด้านจิตใจ" แนวคิดที่น่าสนใจของเดย์อีกอย่างคือการนำพระสงฆ์มาให้ ผู้ป่วยสนทนาธรรมทุกวันจันทร์ ซึ่งพระคุณเจ้ากล่าวถึงการรับนิมนต์ว่า "ส่วนใหญ่เป็นการตอบปัญหา ไม่ได้เอาหลักธรรมมาอธิบาย ว่าคืออะไร เอาเรื่องที่เป็นจริงในชีวิตประจำวันมาคุยกัน อย่างวันนี้คนหนึ่ง ถามว่าเครียดจะทำอย่างไร ก็ตอบว่าความเครียดเกิดจากความคิด จิตของ เรามีหน้าที่คิด ตั้งแต่เช้าจรดค่ำคิดไม่รู้กี่เรื่อง เดี๋ยวก็เกิด เกิดแล้วดับ แล้ว จิตคนเราก็แปลก เรื่องดีไม่ค่อยนึกถึง เรื่องไม่ดีเก็บมาคิดอยู่นั่นแหละ พระพุทธเจ้าจึงสอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วแก้ไขไม่ได้ อย่ากังวลกับเรื่องที่ยังมา ไม่ถึง ทำหน้าที่ในปัจจุบันให้สมบูรณ์ที่สุด เกิดเป็นคนไม่ว่าจะเป็นใครอยู่ ที่ไหนก็คนเหมือนกัน ไม่ต้องแบ่งแยกว่าคนป่วยคนไม่ป่วย ศึกษาธรรมได้ ทุกคน อาตมารับนิมนต์ก็ไม่ได้คำนึงว่าคนมากหรือน้อย สำคัญว่าเขาอยาก จะฟังไหม ถ้าคนป่วยอยากฟังยินดีมาตลอด คนที่สนใจปัญหาชีวิตอยาก เอาธรรมะไปแก้ไขย่อมไม่ถือว่าป่วย" เช่นเดียวกับ คุณนคร ศรีสุโข นักจิตวิทยาฯ กล่าวถึงการ ร่วมงานกับเดย์ฯในฐานะนักจิตวิทยาว่า สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 81 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา "เราชัดเจนในเรื่องของงานคือให้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ไม่ว่าจะเป็นการดูแลรายบุคคล ดึงญาติเข้ามามีส่วนร่วม ทำกิจกรรมบำบัดต่างๆ ผมขอย้ำอีกครั้งว่าจุดเด่นของเดย์ฯคือเรื่องเช้าไป เย็นกลับ การที่ผู้ป่วยมีปัญหาในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ขาดการรับรู้ ปฏิเสธสิ่งแวดล้อม มนุษยสัมพันธ์ลดลง การฟื้นฟูให้กลับมาใช้ชีวิตแบบปกติต้องอาศัยกระบวนการแบบเดย์ฯ ซึ่งทีมงานทุกคนทำงานอย่างสอดคล้องต่อเนื่อง อย่างตัวผมเข้ามาทุกวันพุธทำเรื่องจิตบำบัดให้ผู้ป่วย นำเสนอสิ่งที่เป็นทุกข์หรือไม่สบายใจ พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยมีผู้นำกลุ่มคือผม ทุกคนมีส่วนร่วมที่จะนำประสบการณ์ของตัวเองที่เกี่ยวกับปัญหานี้หรือเคยรับรู้ปัญหานี้มาพูดคุยกัน ได้เรียนรู้การฟัง การใช้สมาธิ การคิด การเรียบเรียงคำพูด ฟังดูอาจเหมือนคนปกติคุยกัน แต่เอาเข้าจริงจะมีลักษณะไม่ปกติผสมอยู่ด้วย เช่น ความคิดผิดเพี้ยน สมาธิไม่อยู่กับร่องกับรอย คนหนึ่งพูดอย่างอีกคนไปอีกอย่าง ผู้นำกลุ่มมีหน้าที่ทำให้เขาอยู่กับความเป็นจริง เรื่องที่นำมาพูดคุยอาจไม่ถึงกับโดดเด่นแต่มีประโยชน์กับสมาชิกโดยรวม เพราะมาจากเรื่องจริง การอยู่ร่วมกับพี่น้อง การขัดแย้งกับคนในบ้าน ความทุกข์ ความไม่สบายใจ ถ้าทุกคนสามารถอยู่กับเรื่องที่คุยกันได้ดี นึกถึงประสบการณ์ของแต่ละคนได้ดี สื่อสารกันได้ดี ทุกเรื่องจะมีประโยชน์ขึ้นมาทันที แต่ถ้าวันนั้นมีอาการนั่งเหงา เบื่อ เช็ง ไม่สนใจแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ก็ไม่เกิดประโยชน์และความสนุก เป็นเรื่องที่ผู้นำกลุ่มต้องจัดการ การดูแลจิตใจคนโดยส่วนตัวผมมองว่าเป็นงานยาก เพราะมนุษย์มีความซับซ้อนซ่อนเงื่อน การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยวิวัฒ 82 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ปัญหาหนึ่งไม่ได้เกิดวันนี้แต่สะสมเป็นเวลานาน การรักษาจึงไม่ใช่ทำปุ๊บ หายปั๊บ ต้องใช้เวลากล่อมเกลา" ละครจิตบำบัดเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่หยิบมาเล่นทุกวัน อังคาร ภายใต้การควบคุมของ คุณเยาวภา ยงดีมิตรภาพ นักสังคม สงเคราะห์ 7 ให้ทุกคนนำสิ่งที่ติดค้างในใจมาระบายเพื่อถ่ายทอดผ่านการ แสดง "ปัญหาที่นำมาระบายส่วนใหญ่เป็นเรื่องสัมพันธภาพกับ บุคคลอื่น ครอบครัว เพื่อน หรือสิ่งที่ติดค้างในวัยเด็ก เช่น อาจมีความรู้สึก ว่าทำไมแม่ถึงใจร้ายกับเขา ซึ่งเราจะทบทวนโดยการเล่นละครย้อนกลับไป ในช่วงนั้นให้เขาเห็นว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง ผู้ป่วยจะเริ่มตระหนัก ว่าถ้าเขาเป็นแม่และอยู่ในสถานการณ์นั้นจะรู้สึกอย่างไร แต่กระบวนการ นี้ต้องใช้เวลาไม่ใช่ครั้งเดียวแล้วได้เลย ในการแสดงก็ใช้คนไข้ผสมกับ เจ้าหน้าที่ นอกจากการแสดงละครแล้ว ทุกวันศุกร์ยังมีกิจกรรมพาทัวร์นอก สถานที่ ชมนิทรรศการหลายรูปแบบ" สิทธิพิเศษอีกอย่างหนึ่งของสมาชิกในเดย์ฯ คือการมีที่ ปรึกษาส่วนตัวให้หารือเรื่องที่ไม่อยากพูดต่อหน้าคนอื่น การปรึกษาแต่ละ ครั้งประมาณ 45-60 นาที จากการสอบถามทราบว่าการปรึกษาดังกล่าว ช่วยให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกดีขึ้นมากทีเดียว สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 83 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา # เดย์ฯ ฟากบอก หากสรุปการรักษาของเดย์ฯ จะพบว่ามุ่งกิจกรรมหลัก 4 ด้าน คือ การศึกษา (Education) การมีทักษะทางสังคม (Social Interaction) การทำงาน (Occupation) การพักผ่อนหย่อนใจ (Recreation) กิจกรรม ดังกล่าวจะถูกหยิบยกขึ้นมาตรวจสอบเป็นระยะ เพื่อดูว่ามีจุดไหนที่ยัง บกพร่อง ปัจจุบันเดย์เก็บค่ารักษา 70 บาท/วัน แบ่งเป็นค่ารักษา 10 บาท อีก 60 บาทเป็นค่าอาหาร มีผู้ป่วยทั้งหมด 15 คน ระยะเวลาการรักษา ขึ้นอยู่กับอาการ ถ้าอาการดีขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องมาทุกวัน อาจอาทิตย์ละ 3 วัน 2 วัน 1 วันและจำหน่ายออกในที่สุด แม้จะจำหน่ายออกแล้วผู้ป่วยก็ ต้องกินยาอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้โรคกำเริบเมื่อมีความเครียดเกิดขึ้นหรือ มีความขัดแย้งในครอบครัว นพ.นรีวิธ์ พุ่มจันทร์ หัวหน้ากลุ่มงานโรงพยาบาลกลางวัน ฝากบอกว่าถ้าแนวคิดของเดย์ฯ ได้รับความสนใจจากโรงพยาบาลจิตเวช นำไปประยุกต์ใช้คงเป็นเรื่องดีไม่น้อย การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใช่วิต 84 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา # ลมหวน มันไม่ใช่ฝันร้าย ... พิมบอกตัวเอง กลิ่นหอมกรุ่นของกุหลาบ สีขาวยังไม่จางจากลมหายใจ สองหูยังแว่วเพลงรักโรแมนติก แขกเหรื่อในงานยังฉายชัดในความทรงจำ เหตุการณ์นั้นเพิ่งผ่านมาเพียงสองเดือน เสียงกระซิบของเขา ... ผมรักคุณ อบอวลด้วยไออุ่น แววตากรุ่นด้วยความหวัง ... ความหวังที่จะพาเธอไปสู่อนาคตอันมั่นคง ไม่ใช่ผู้ชายคนนี้แน่นอน เธอเคลื่อนกายลงจากเตียง คิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน อารมณ์ของเขาแปรปรวน กระเจิดกระเจิง และรุนแรงมากกว่าทุกครั้ง ประกายตาไม่เหลือความมั่นคงเหมือนเคย กลายเป็นแววแห่งความหวาดผวา วิตกกังวล พูดถึงความผิดหวังเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก ราวจะตอกย้ำให้เธอเห็นว่าเขาเป็นผู้แพ้อย่างถาวร สามีของเธอเป็นโรคจิต เป็นไปได้อย่างไร ฉากแห่งความสุขของงานวิวาห์เมื่อสองเดือนก่อนพังทลาย ไม่มีชิ้นดี ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเธอไม่เคยหลับสนิท ทั้งเสียงละเมอ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 85 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา อาการสะดุ้ง ลมหายใจเหนื่อยหอบ ฝันร้ายครอบงำเขาทุกค่ำคืน แต่ สำหรับเธอเป็นความจริงอันแสนโหดร้าย ผู้หญิงที่แต่งงานสองเดือนแล้วพบว่าสามีมีอาการบก พร่อง ทางจิตควรจะทำอย่างไร ยื่นเรื่องต่อศาลขอความชอบธรรมในการหย่า ขาดดีไหม แล้วลูกหละ? หมอเพิ่งบอกเมื่อวานนี้เองว่าพิมท้องได้เกือบสอง เดือน เรื่องแบบนี้ควรจะสร้างความยินดีปรีดา แต่เปล่าเลย กลายเป็นความ กังวลว่าอนาคตลูกจะเป็นอย่างไร ในเมื่อพ่อป่วยเป็นโรคจิตจนต้องลาออก จากงาน มีเสียงตะโกนลั่นจากนอกห้อง พิมถอนใจอย่างเหนื่อยล้า นี่มันอะไรกัน นอกจากจะผจญชะตากรรมกับสามีที่เปลี่ยนเป็นคนละคน แล้ว ยังต้องเผชิญกับ "แม่ผัว" ที่เกลียดลูกสะได้เข้ากระดูกดำ ใจหนึ่งอยาก เก็บข้าวของลงกระเป๋าเดินเชิดหน้าออกจากบ้าน อีกใจยังสงสารคนใกล้ตัว เขาผิดหรือที่มีสภาพอย่างนี้ ถ้าเธอทิ้งไปเขาจะมีสภาพอย่างไร อาจหัวใจ แตกสลายกลายเป็นคนสติวิปลาส เสียงประณามสาปแช่งคงตะเบ็งเซ็งแซ่ ว่านั่งผู้หญิงใจร้าย เห็นแก่ตัว ไม่มีวันที่คนจะเห็นใจว่าเธอไร้ทางเลือกจึงทำ แบบนี้ ด้วยเหตุนี้พิมจึงทำได้เพียงการวางเฉยต่อแม่ผัว แต่เธอไม่ ใช่แม่พระหรือผู้ละแล้วซึ่งกิเลสทั้งปวง จึงต่อปากต่อคำบ้างในบางเวลา อย่างน้อยก็เป็นการระบายความอัดอั้นต้นใจ เงินเหลือเก็บจากงานแต่ง พร่องลงเรื่อยๆ จากการรักษาสามี อาการดีขึ้นบ้างเล็กน้อยแล้วก็กลับ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างไชยชีวิต 86 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา มาเป็นเหมือนเดิม ยิ่งเขาเห็นเธอมีปากเสียงกับผู้เป็นแม่ก็ไม่พอใจกลาย เป็นสงครามระหว่าง "เขา" กับ "เธอ" อารมณ์เขายิ่งระเบิดจนบ้านแทบ ลุกเป็นไฟ บรรยากาศในบ้านไม่ต่างกับนรก พิมจึงหาทางออกด้วยการ ไปสมัครงาน ท้องเธอยังไม่ใหญ่นักจึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการพิจารณา การได้ออกจากบ้านแต่เช้าแล้วกลับตอนมืดค่ำช่วยให้รู้สึกดีขึ้น ในทางกลับ กันสามีเครียดหนักเมื่อถูกหมางเงินจากภรรยา ยิ่งพิมคลอดลูกเวลาก็หมด ไปกับเจ้าตัวเล็ก ปล่อยปละละเลยราวกับเขาไม่มีตัวตนอยู่ในโลก ชายหนุ่มเซ็นชื่อในสมุดลงทะเบียน แล้วเดินตามคนอื่นเข้า ไปในรั้วโรงพยาบาลกลางวัน รอยยิ้มพยาบาลช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นเล็ก น้อย .. ให้ตายซีวะ เรามาทำอะไรที่นี่ "ตอนเย็นแม่จะมารับนะ" หญิงชราจับแขนเขาอย่างทะนุ ถนอม "กลับบ้าน" เขาตะคอกนัยน์ตาแข็งกร้าว .. ไม่มีวันเสียละที่จะ ควบคุมเรา .. นั่งคนนั้นไปไหน .. มันหายไปไหน บ้าซิบ .. ทำแบบนี้ทิ้งกันนี่หว่า เจอหน้าเมื่อไหร่จะจัดการให้เจ็บแสบ เขาเงยหน้ามองอาทิตย์ .. ร้อนโว้ย! หลังส่งผู้ป่วยเข้าร่วมกลุ่มแล้ว พยาบาลเชิญผู้เป็นแม่เข้าไป ปรึกษา กระทั่งรู้รายละเอียดของครอบครัว สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 87 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา "คุณแม่ต้องอธิบายให้ภรรยาผู้ป่วย เข้าใจว่าการทำแบบนั้น จะยิ่งซ้ำเติมให้อาการของผู้ป่วยทรุดหนักลง ทางเดย์ฯคงช่วยได้ในระดับ หนึ่ง แต่ถ้าภรรยาไม่ให้ความร่วมมือก็เปล่าประโยชน์" หญิงชรารับปากว่าต่อไปจะให้ภรรยาลูกชายเป็นคนพามา แทน แต่จนแล้วจนรอดพยาบาลก็ไม่เคยเห็นหน้าผู้เป็นภรรยา แม้จะ โทรศัพท์ไปหาก็ไม่รับสาย จากวันเป็นเดือนแทนที่อาการผู้ป่วยจะทุเลา กลับกำเริบหนักจนพ้นขีดที่โรงพยาบาลกลางวันจะเอาอยู่ต้องส่งรักษาตึก ในของสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา พิมรับจดหมายประทับตราด่วนที่สุด สถาบันจิตเวชศาสตร์ สมเด็จเจ้าพระยามีคำสั่งให้เธอไปพบเพื่อเซ็นยินยอมส่งตัวสามีเข้ารับการ รักษาทางจิต เสียงโทรศัพท์ส่วนตัวดังขึ้นเป็นครั้งที่สามของเช้านี้ โชว์เลข ปลายสายคุ้นตา เธอปฏิเสธการรับมานับครั้งไม่ถ้วน แต่คราวนี้ยากจะหลีก เลี่ยง กดปุ่มรับแล้วกรอกเสียง...ค่ะ ฉันจะไป เมื่อมาถึงพิมนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น...ฉันจำเป็นต้องดูแลเขา หรือ...เธอพยายามเปล่งคำพูดออกมาเท่าที่จะทำได้ คุณไม่รู้...ไม่รู้...ว่า ผู้หญิงที่ต้องอยู่กับ...สามีเป็นโรค..จิต...มันโหดร้ายแค่ไหน "เราเข้าใจ" น้ำเสียงและแววตาของพยาบาลสื่อความ หมายอย่างเปิดเผย "เข้าใจว่าคุณทุกข์ทรมานใจเพียงใด แต่จะมีประโยชน์ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 88 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา อะไรถ้าเราวิ่งหนีปัญหา" "ฉันพยายามแล้วแต่ไม่มีประโยชน์ ทุกครั้งมักจะจบด้วยการ ทะเลาะทำลายข้าวของ" "คนมีความบกพร่องทางจิตเขาต้องการความรัก การเอาใจ ใส่ ถ้าเขาเสียงดังมาแล้วคุณดังกลับไปก็จะเป็นแบบที่เคยเจอมา เราอยาก ให้คุณปรับทัศนคติใหม่ในการดูแลเขา เอาน้ำเย็นเข้าลูบ" พยาบาลเว้น ระยะเล็กน้อยดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายซึ่งเริ่มรับฟังมากกว่าคัดค้าน "หลังผ่าน การรักษาเบื้องต้นจากตึกในแล้วเขาจะถูกส่งกลับมาที่เดย์ฯใหม่ เราจะร่วม มือกัน" "ฉันควรทำอย่างไร" "คุณจะต้องเป็นคนพาเขามาส่งที่เดย์ฯ ทุกวัน เราจะบำบัด ฟื้นฟูเขาตามกระบวนการทั้งการใช้ยาบำบัด จิตบำบัด นิเวศน์บำบัด กิจกรรมบำบัด รวมถึงการมีที่ปรึกษาส่วนตัว เขาจะได้การช่วยเหลือในการ แก้ปัญหา เรียนรู้การปรับปรุงตนเอง ปรับตัวเข้ากับสังคม ลดความวิตก กังวล พอตอนเย็นเมื่อรับเขากลับบ้าน คุณจะต้องทำหน้าที่ต่อด้วยการ เอาใจใส่ การอาบน้ำ แต่งตัว รับประทานอาหาร ชวนเขาพูดคุย ให้เล่นกับ ลูก ชื่นชมในความสามารถของเขาเมื่อช่วยทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง พาออกไปพูด คุยกับเพื่อนบ้าน และที่สำคัญควรให้แม่สามีเข้าร่วมด้วย เท่าที่ฉันเคยคุย กับแม่ของสามีคุณ เธอยอมรับความผิดพลาดในอดีตและยินดีจะปรับตัว ใหม่เพื่อช่วยเหลือลูกชายให้กลับมามีชีวิตแบบปกติ" สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 89 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา เมื่อพิมนำคำแนะนำของพยาบาลไปปฏิบัติก็พบบรรยากาศ ใหม่ที่ไม่คิดว่าจะพบ สามีลดความรุนแรงทางอารมณ์ ไม่นอนสะดุ้ง ไม่พูด พร่ำเรื่องเดิม ๆ กินยาตามเวลา ยิ้มแย้มแจ่มใส แม่ผัวกลับเป็นคนใหม่ที่ยอม รับเธอมากขึ้น พิมไม่เพียงไปส่งเขาทุกเช้า แต่ยังเข้าร่วมกิจกรรมในเดย์ฯ อาทิตย์ละครั้ง และไม่เคยขาดการเข้าร่วมวัน "ครอบครัวบำบัด" ที่เดย์ฯ จัดขึ้นทุกเดือน เธอนำประสบการณ์นี้ไปคุยกับญาติผู้ป่วยรายอื่น เพื่อเป็น ตัวอย่างนำกลับไปใช้ อีกไม่นานสามีเธอจะได้รับการจำหน่ายกลับไปใช้ชีวิต เหมือนเดิม เป็นผู้นำครอบครัว เธอเข้าใจแล้วว่าผู้มีความผิดปกติทางจิต สามารถฟื้นฟูให้กลับเป็นปกติได้ หรืออาจจะดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ เหมือนที่เธอ กำลังสัมผัสอยู่ หากเปรียบความรักเป็นสายลม พิมเชื่อว่าสายลมได้หวนเอา ความสุขครั้งเก่ากลับมาแล้ว จำลองจากเรื่องจริง โรงพยาบาลกลางวัน สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใชีวิต 90 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา # คำสารภาพของผู้ป่วย  แม้วัยของเอมอรจะย่างเข้า 47 แล้ว แต่ใบหน้าดูอ่อนกว่า อายุจริง เธอเข้าเป็นสมาชิกของโรงพยาบาลกลางวันมาประมาณ 1 ปีครึ่ง และกำลังจะได้รับการจำหน่ายในอีกไม่กี่วัน ฐานะทางบ้านของเอมอรอยู่ในขั้นดีทีเดียว ได้รับการส่งให้ เรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ แต่แล้วเธอกลับถูกรีไทร์นั่นคือผลกระทบทาง จิตครั้งแรกที่ได้รับ เอมอรเริ่มมองโลกในแง่ร้าย เข้ากับพี่น้องไม่ค่อยได้ เมื่อถูก แม่ดุก็ยิ่งมีปฏิกิริยาต่อต้าน วันหนึ่งเธอแอบนำสมุดเงินฝากที่มารดาเปิดไว้ ให้ไปถอนเงินจนหมด หลังจากนั้นไม่นานก็มีข่าวธนาคารดังกล่าวโดนปล้น เธอซื้อคเพราะเข้าใจว่าการปล้นครั้งนั้นมาจากการแอบถอนเงินจากบัญชี ของเธอนั่นเอง เธอถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาความบกพร่องทางจิต ก่อนย้ายไปพักผ่อนยังบ้านในต่างจังหวัด ความเหงา ความว้าเหว่ทำให้ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 91 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา เป็น ๆ หาย ๆ ต้องเข้า ออกโรงพยาบาลหลายครั้ง เมื่อกลับบ้านไม่ยอมกินยาตามสั่งเกิดอาการกำเริบ หูแว่ว ประสาทหลอน ถึงขั้นคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงนั่งรอเจ้าชายเอาราชรถมารับ ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาในสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา เมื่อได้รับการรักษาจนอาการทุเลาลงก็ถูกส่งมาฟื้นฟูต่อในโรงพยาบาลกลางวัน หรือ Day Hospital ในลักษณะไปเช้า เย็นกลับ โดยเช่าหอพักอยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลนัก "เดย์ฯ สอนให้มองโลกด้านบวก ถ้าใครมาว่าเราให้คิดว่าติเพื่อก่อ เราผิดจริงหรือเปล่า ควรปรับปรุงตัวหรือเปล่า ถ้าไม่มีใครมาติก็จะไม่รู้ความจริงว่าเราบกพร่องตรงไหนบ้าง ทำให้เรามั่นใจว่าต้องหายป่วยแน่" เอมอรเล่าเรื่องด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ทุกเช้าเอมอรจะออกจากหอพักเดินมายังเดย์ฯ ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมตามตาราง ถึงตอนเย็นก็เดินกลับ "ตอนแรก ๆ พอกลับจากเดย์ฯ ก็เหงา อาศัยในห้องพักมีวิทยุโทรทัศน์ก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง บางทีเราก็ลงไปดูโทรทัศน์ร่วมกับคนอื่นในห้องโถงกลาง เจอใครก็ทักทาย ชวนคุยโน่นคุยนี่ ทุกคนเป็นกันเอง นินทาบ้างนิดหน่อย สนุกดี ส่วนวันเสาร์ อาทิตย์มักจะไปเดินห้างสรรพสินค้า บางเวลาก็โทรศัพท์กลับไปคุยกับคุณแม่" ในด้านความประทับใจเอมอรเผยความรู้สึกว่า การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 92 สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา "ทุกคนน่ารักมาก อย่างพยาบาลปิ่นทิพย์ พานทอง ถ้าผู้ป่วย ร้องไห้จะเข้ามาปลอบโยน มีกิจกรรมมากมาย ชอบมากที่สุดคือกลุ่มเสริม สร้างประสบการณ์ชีวิตซึ่งช่วยชีวิตประจำวันได้จริง หรือการอ่านสุภาษิต แล้วค้นหาความหมายว่าคืออะไร เขาพยายามให้ใช้สมองในการคิด เมื่อคิด นานเข้าสมองก็จะรู้สึกดี มีการรวมกลุ่มให้เสนอปัญหาของแต่ละคน เล่า ประสบการณ์ ซึ่งตรงนี้ดีมากเพราะบางเรื่องตรงกับประสบการณ์ของเรา ด้วย พร้อมคำแนะนำว่าควรจะทำอย่างไร สำหรับที่ปรึกษาส่วนตัวคือคุณ อำพัน จารุทัสนางกูร ก็ให้กำลังใจเสมอ เช่นเราร้องไห้คิดถึงคุณแม่ก็จะบอก ว่าทำไมต้องคิดในแง่งร้าย ควรคิดในแง่ดีว่าคุณแม่กำลังรอเราอยู่ และเรา จะกลับไปหาพร้อมกับชีวิตใหม่" ปัจจุบันเอมอรได้รับมรดกเป็นห้องแถวหนึ่งคูหา เธอตั้งใจ ว่าถ้าได้รับการจำหน่ายจากเดย์ฯ จะไปเปิดร้านขายกิ๊ฟช็อป เนื่องจากบริเวณ นั้นมีสถาบันราชภัฏตั้งอยู่ จากผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเคยสิ้นหวังจากอาการประสาทหลอน กลายเป็นคนมีการวางแผนด้านชีวิต คือโอกาสที่ได้รับจากโรงพยาบาล กลางวัน เอมอร (นามสมมติ) สมาชิกโรงพยาบาลกลางวัน สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 93 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใช่วิต 94 # โรงพยาบาลสวนปรุง โรงพยาบาลจิตเวชสำหรับเขตภาคเหนือ ขนาด 700 เตียง ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ สามารถพัฒนาการดูแลผู้ป่วยจิตเวชแบบครบวงจร พัฒนาการดูแลผู้ป่วยในลักษณะพื้นที่หรือจังหวัด เพื่อให้รับรู้สภาพปัญหาของผู้ป่วยอย่างแท้จริง สร้างเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยจิตเวชลงสู่โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลชุมชน เกิดการมีส่วนร่วม และแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 95 โรงพยาบาลสวนปรุง # โรงพยาบาลสวนปรุงกับเครือข่ายใยแมงมุม เพียงแค่เอ่ยชื่อ "สวนปรุง" ก็แทบไม่ต้องอธิบายประสิทธิภาพ ใดๆ เพราะสถานพยาบาลแห่งนี้เป็นที่เลื่องลือทั่วสารทิศว่ามีความเชี่ยว ชาญด้านการรักษาความบกพร่องทางจิต ถนนทุกสายในเขตภาคเหนือจึง มุ่งเข้าไปหาตั้งแต่อาการวิตกกังวลธรรมดาจนถึงคลุ้มคลั่งขาดสติ สัมปชัญญะ .. สวนปรุงแห่งเดียวจะรับผู้ป่วยทั้ง 17 จังหวัดได้อย่างไร ภาพความแออัดของการเข้าคิวรับการรักษา ภาพความ เหน็ดเหนื่อยของผู้เดินทางไกล ภาพคนยากไร้ที่หยิบเศษเงินมานับเพื่อ คำนวณว่าเพียงพอเป็นค่ารถกลับหรือไม่ ทำให้ผู้บริหารโรงพยาบาลคิดว่า ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง .. ถนนทุกสายต้องไม่มุ่งสู่จุดเดียวอีกต่อไป .. การ สร้างเครือข่ายคือแนวคิดที่หยิบยกขึ้นมาถูกในที่ประชุม "จุดเริ่มต้นของ 'โรงพยาบาลเครือข่าย' เกิดขึ้นด้วยปัจจัย หลายอย่าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องการลดภาระผู้ป่วยทั้งในเรื่องค่าใช้จ่าย การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 96 # โรงพยาบาลสวนปรุง และการเดินทาง บางคนเสียเวลาเดินทางเป็นวันเพื่อมาตรวจอาการแค่สอง ชั่วโมง ขนาดโรงพยาบาลมีพาหนะของตัวเอง รถตู้อย่างดี ยังลำบากเลย แล้วชาวบ้านที่มายิ่งแย่ พวกนี้เวลามีอาการจะใช้รถโดยสารปกติไม่ได้ ส่วน ใหญ่ต้องเหมามาสิ้นเปลืองค่าน้ำมัน ค่ารถ บางรายอาการไม่รุนแรงขนาด ต้องนอนโรงพยาบาล อาจจะได้รับยาแล้วกลับบ้าน ซึ่งถ้าลงทุนสูงความ รู้สึกเขาก็ไม่ดี คือมาตั้งไกลแล้วทำไมไม่ได้นอน หรือมาถึงเราฉีดยาก็หลับ เสร็จแล้วจะทำอะไร ในเมื่อยาได้ผลแล้ว กินยาต่อเนื่องอาการก็จะดีขึ้น เป็น ผลให้บริการถูกบิดเบือน แทนที่เขาจะได้รับบริการใกล้บ้าน โรงพยาบาล ชุมชนดูแลให้ยาเบื้องต้นก่อน เราจึงคิดว่าควรขยายเครือข่ายไปยังชุมชน ทั้งหลาย" นพ.สุวัฒน์ มหัตนิรันดร์กุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง กล่าวถึงแนวคิด ขณะที่ นพ.ปริทรรศ ศิลปกิจ เพิ่มประเด็นน่าสนใจว่า "บางครั้งระหว่างเดินทางควบคุมไม่ดีอาจเกิดโศกนาฏกรรม รายหนึ่งมาจากพิจิตร เอานั่งประกอบมากับคนขับ ระหว่างทางผู้ป่วย กระชากพวงมาลัยรถเสียหลัก พี่ชายที่ขับรถโคม่าญาติก็โกรธมาก ผู้ป่วย- ผู้ป่วยกลับบ้านไม่ได้เลย กลับไปทางโน้นเขาไม่ยอมรับ ยังดีที่พออาการ ดีทำงานได้เขาก็เลยไปหางานทำที่อื่น บางรายก็กระโดดลงข้างทางจนได้ รับอันตราย บางคนกระโดดให้รถไฟทับขาขาด ตรงนี้ไม่เคยปรากฏในราย งาน กระทรวง ไม่มีใครเคยรับรู้ เป็นเรื่องที่เราก็ไม่รู้จะสะท้อนภาพตรงไหน ต้องพยายามหาทางแก้เอาเอง" สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 97 # โรงพยาบาลสวนปรุง สำหรับการดำเนินงานนั้น ทีมงานสวนปรุงจะนำสถิติผู้เข้ารับการรักษามาตรวจสอบว่ามาจากพื้นที่ไหนมากที่สุด จากนั้นจึงส่งโครงการให้โรงพยาบาลชุมชนนั้นพิจารณาว่าสนใจเข้าร่วมเป็นเครือข่ายใหม่ โดยจะได้รับสิทธิส่งบุคลากรเข้าอบรมความรู้ด้านการวินิจฉัยโรค การตรวจรักษาเบื้องต้น ในหลักสูตรระยะสั้น 4 เดือน พร้อมข้อตกลงว่าจะมีทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องจากสวนปรุงลงเยี่ยมพื้นที่ทุก 3 เดือน การลงพื้นที่ดังกล่าวก็เพื่อตรวจสอบอาการผู้ป่วยว่าได้ผล แค่ไหนจากการรักษากับโรงพยาบาลชุมชน และเพื่อให้ชาวบ้านมั่นใจว่าทีมงานโรงพยาบาลชุมชนกับสวนปรุงเป็นทีมเดียวกัน หากในระหว่าง 3 เดือนที่ยังไม่ถึงวันลงพื้นที่ผู้ป่วยมีอาการมากเกินกว่าโรงพยาบาลชุมชนจะเยียวยาสามารถส่งต่อสวนปรุงได้ทันที ปัจจุบันมีโรงพยาบาลชุมชนเข้าร่วมเครือข่ายทั้งหมด 29 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 12 จังหวัด "ตอนเริ่มทำโครงการนี้ก็มีอุปสรรคพอสมควร เนื่องจากโดยงบประมาณ โรงพยาบาลชุมชนไม่สามารถมีตัวยามากกว่าโรงพยาบาลจังหวัดได้ ถ้าโรงพยาบาลจังหวัดไม่ยอมพัฒนาขวางอยู่อย่างนั้น โรงพยาบาลชุมชนก็อึดอัด ผู้ป่วยต้องการยาไม่มียาก็ต้องส่งมาสวนปรุง เราจึงเพิ่มเป้าหมายใหม่เจาะโรงพยาบาลจังหวัดด้วย เริ่มที่ ลำพูน พะเยา น่าน ฯลฯ เมื่อโรงพยาบาลจังหวัดขยายงานรักษาผู้ป่วยด้านจิตเวชก็มีการเพิ่มตัวยา การเยียวยาด้วยหัวใจ ถ้าทอข่ายใชวิวัฒน์ 98 # โรงพยาบาลสวนปรุง ทำให้โรงพยาบาลชุมชนขยายงานได้"นพ.ปริทรรศ ศิลปกิจ สะท้อนปัญหาอย่างไรก็ตาม เมื่อมียาแล้วใช่ว่าจะได้รับความเชื่อถือ เพราะโดยธรรมชาติชาวบ้านยังเชื่อว่าถ้าป่วยด้านจิตต้องไปที่สวนปรุงเท่านั้น ในบางรายเคยกินยาเม็ดสีชมพูพอได้ยาเม็ดสีขาวซึ่งเป็นยาชนิดเดียวกันก็ไม่ยอมกินเพราะกลัวว่าจะไม่ได้ผล "ในเรื่องของยาแต่ละโรงพยาบาลซื้อได้ไม่เหมือนกันบางแห่งผู้อำนวยการสนับสนุนให้เต็มที่ก็ซื้อได้ทุกตัว ในราคาต้นทุนเหมือนสวนปรุงทุกประการ ยาเหมือนสวนปรุงแปลว่าอะไร คือธรรมชาติของผู้ป่วยจิตเวช ถ้าเคยรับยาจากสวนปรุงแล้วได้ผลจะเชื่อว่าต้องกินยาสวนปรุงเท่านั้น ถ้าเราบอกว่าให้ไปรับยาโรงพยาบาลนั้น เขาจะบอกว่ากินแล้วไม่หายเพราะสีไม่เหมือนกัน เป็นอีกเหตุผลหนึ่งของการลงพื้นที่เพื่ออธิบายในเรื่องเหล่านี้ การออกไปแต่ละครั้งนอกจากตรวจเยี่ยมผู้ป่วยแล้วก็มีการสังสรรค์ ถ้าเป็นการไปกลับวันเดียวก็ทานกลางวันด้วยกัน ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ดีมาก มีการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติแบบพี่แบบน้อง นอกจากการปรึกษาด้านการรักษาแล้วอาจปรึกษาเรื่องบริหารจัดการ" ## โรงพยาบาลเครือข่าย เกิดได้ด้วยใจ แม้แนวทางของสวนปรุงจะดีแต่ถ้าโรงพยาบาลชุมชนไม่เล่นด้วยก็ยากที่โครงการดังกล่าวจะสัมฤทธิ์ผล โรงพยาบาลทุกแห่งมีหน้าที่ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 99 # โรงพยาบาลสวนปรุง ต้องรักษาโรคทั่วไปอยู่แล้ว การเพิ่มแผนกจิตเวชเข้ามาคือภาระที่ต้องเพิ่มขึ้น ผู้อำนวยการสุวัฒน์เล่าถึงการสร้างแรงจูงใจกับกลุ่มพันธมิตรว่า "เริ่มต้นคือเราต้องไปสร้างทัศนคติของโรงพยาบาลชุมชน หรือโรงพยาบาลทั่วไปก่อนว่างานจิตเวชคืองานของเขา ซึ่งเขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่บอกว่างานรักษาทางกายเยอะอยู่แล้ว ก็ผลักผู้ป่วยด้านจิตมาไว้ที่นี่หมด เราก็ต้องทำให้เขาเห็นความสำคัญว่าถ้าผู้ป่วยเป็นลูกค้าของเขา ๆ ดูแลเอง ได้จะสะดวกกับผู้ป่วย ปัจจุบันโรงพยาบาล 29 แห่งเริ่มเปลี่ยนแนวคิดว่า เขาสามารถดูแลได้" เมื่อโรงพยาบาลชุมชนแสดงเจตจำนงขอร่วมเป็นเครือข่าย อันดับแรกต้องหาพยาบาลที่จะสมัครใจรับงานด้านจิตบำบัดเข้าอบรมหลัก สูตรวิชาชีพระยะสั้นของสวนปรุง 4 เดือน (หลักสูตรนี้สามารถใช้เป็น พื้นฐานศึกษาต่อโครงการปริญญาโทภาคพิเศษทางจิตเวชได้) เพื่อวินิจฉัย และตรวจรักษาเบื้องต้น รอเจ้าหน้าที่ทีมใหญ่จากสวนปรุงซึ่งจะลงไปตรวจ เยี่ยมทุก 3 เดือน ในขณะเดียวกัน โรงพยาบาลจะต้องเปิดศูนย์บริการผู้ป่วย อาทิตย์ละครั้ง อาทิตย์เว้นอาทิตย์ หรือเดือนละครั้ง แล้วแต่ความพร้อม ของแต่ละพื้นที่หรือจำนวนผู้ป่วยที่ต้องดูแล โรงพยาบาลบางแห่งอาจ พัฒนากระทั่งมีจิตแพทย์ประจำ จากโครงการนี้มีปรากฏการณ์ทางสังคมจิตวิทยาเกิดขึ้น อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ในอดีตผู้ป่วยต่างคนต่างไปสวนปรุง แล้วต่างคน ต่างกลับไม่เคยเจอกัน พอได้มาพบกันในชุมชนก็รู้ว่ามีคนอาการแบบ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถ้าทอข่ายใยชีวิต 100 # โรงพยาบาลสวนปรุง เดียวกัน เริ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมตัวเป็นกลุ่ม ฝากกันมาเอายา บ้าง ยืมกันกินบ้าง หรือถ้าใครมีความรู้ด้านงานฝีมือถ่ายทอดเกิดเป็นเครือ ข่าย เช่นในแม่ทาที่แกะสลักกันเป็นล่ำเป็นสัน เกิดกระบวนการฟื้นฟูโดย ธรรมชาติ "ต้องเข้าใจว่าในโซนภาคเหนือคนจะไม่กล้าบอกเป็นผู้ป่วย สวนปรุง เพราะว่าภาพพจน์ของเราภาษาเหนือเรียกว่า "ผีบ้า" แปลว่าคุณ ต้องบ้าแน่ๆ" ทพญ.ภารณี ชวาลวุฒิ ให้รายละเอียด "บางครอบครัว เหมารถออกจากบ้านตอนดึกมาถึงสวนปรุงก่อนเช้า เพราะกลัวคนรู้ ฉะนั้นต่างคนจึงไม่รู้พฤติกรรมกันและกันถ้าไม่แสดงออก แต่พอไปเจอกัน ที่โรงพยาบาลชุมชนกลับยอมรับกันได้ พร้อมจะทำกิจกรรมร่วมกัน และ อีกอย่างพอชุมชนรักษากรณียาก ๆ ได้ก็เกิดความนับถือ อย่างกรณีหนึ่งแม่ มีลูกชายสามคนจิตบกพร่องหมดเลย คนกลางหนักกว่าเพื่อนต้องมัดไว้ กลางบ้าน แต่วันหนึ่งไปเยี่ยมสามคนยืนยิ้ม มีอาการปกติทำงานได้เหมือน คนทั่วไปโดยเจ้าหน้าอนามัยฉีดยาให้เดือนละเข็มทุกคน คิดดูซิว่าแม่มี ลูกชายสามคนเป็นแบบนี้หมด เพราะฉะนั้นงานแบบนี้คนทำแล้วติด มี ความสุข เพราะได้ใช้ศักยภาพช่วยพลิกชีวิตคน" ทีมงานสวนปรุงจึงแอบฝันว่าถ้า โรงพยาบาลชุมชนไหนเข้ม แข็งก็อาจเปิดเครือข่ายย่อยต่อ เช่น สถานีอนามัย ขึ้นตรงกับโรงพยาบาล นั้นๆ เพื่อกระจายงานบริการให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ในหุบเขาหรือถิ่นทุรกันดาร สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 101 # โรงพยาบาลสวนปรุง "งานสุขภาพจิตถึงจะผลักก็ไม่พ้นตัวเพราะปัญหาจะ ถูกแปรรูปออกมาทางกาย เช่น พยายามฆ่าตัวตาย ติดสารเสพติด วิตก กังวลจนเป็นกระเพาะ เป็นโน่นเป็นนี่ หมอก็จ่ายยาตามอาการ ซึ่งยาที่จ่าย ตามอาการทางกายแพงกว่ายาทางจิตเวชมากเลย และยาทางจิตเวชก็ไม่ น่ากลัวเหมือนหลายคนกลัว มีงานวิจัยหลายชิ้นพิสูจน์แล้วว่าหมอทางกาย ทั่วไปจ่ายยาคลายเครียดมากกว่าหมอจิตเวชด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเราไม่ได้ ห่วงว่าผู้ป่วยจะติดยา เพราะถ้าผู้ป่วยมีอาการทางจิตติดยารักษาโรคจิต ก็ยังดีกว่าไปติดยาอย่างอื่น เพราะว่ายาที่ให้ไปก็ไปควบคุมอาการให้ สามารถอยู่ร่วมในสังคมได้ เหมือนคนเป็นเบาหวาน ความดัน ก็ต้องกินยา ไปเรื่อยๆในปริมาณคงที่ระดับที่ปลอดภัย ยาพวกนี้ใช้มา 20-30 ปี พิสูจน์ แล้วว่าไม่ทำให้เกิดมะเร็งหรือผลข้างเคียง อาจมีแนวโน้มจะเสพติดได้ แต่ ถ้าคนจ่ายควบคุมปริมาณก็ไม่ติด ที่ติดเพราะเขาไปหาซื้อเอง ซึ่งเดี๋ยวนี้ก็ หายากเพราะมีการควบคุม" อีกส่วนที่สวนปรุงยึดหลักในการทำงานร่วมกับเครือข่าย คือการยกระดับมาตรฐาน ซึ่ง นพ.ปริทรรศ เล่าให้ฟังว่า "เรามีสัญญาร่วมเครือข่ายว่า นอกจากสนับสนุนเรื่องบริการ แล้วยังต้องร่วมพัฒนาคุณภาพงานอย่างต่อเนื่อง (CQI) อย่าง โรงพยาบาล จอมทอง CQI เขาก็ได้ที่ 1 ของ โรงพยาบาลจิตเวช หรือ โรงพยาบาลวังเหนือ ที่ล่าสุดได้รับมาตรฐาน HA ก็เพิ่งสัมมนาเมื่อเดือนที่แล้วว่าสมาชิก เครือข่ายทั้งหมดจะพัฒนาอย่างไร โดยวางเป็นบันได 3 ขั้น แบ่งเป็น 1 ดาว การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใช่วิต 102 # โรงพยาบาลสวนปรุง แค่มีบริการให้ผู้ป่วยไปรับยาได้ใกล้บ้าน 2 ดาว เริ่มมีฐานข้อมูล มีการ ติดตาม มีคนรับผิดชอบโดยเฉพาะ 3 ดาว ทำได้ใกล้เคียงกับสวนปรุง มี แพทย์รับผิดชอบโดยตรง ติดตามเยี่ยมบ้านแก้ปัญหาซับซ้อนได้มากขึ้น เพื่อให้เขาประเมินตัวเองได้ว่าอยู่ระดับไหน กำหนดเป้าหมายในการพัฒนา องค์กรอย่างไร นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงว่าถ้ามีความก้าวหน้าทางวิชาการ ใหม่ๆ เราจะถ่ายทอดให้เขา ตอนนี้ที่ทำคือการป้องกันการฆ่าตัวตาย นโยบายกระทรวงสาธารณสุขกำหนดไม่เกิน 7.8 ซึ่งในพื้นที่ตกหมด เพราะภาคเหนือตอนบนอัตราสูงกว่าทั่วไปอยู่แล้ว ทุกโรงพยาบาลเดือด ร้อนตรงนี้มาก เราก็ลงไปช่วยทำวิจัย มีเครื่องมือคัดกรองโรคซึมเศร้า เพราะโรคซึมเศร้าเป็นสาเหตุสำคัญของการฆ่าตัวตาย มีการพยากรณ์ แล้วว่าปี 2020 โรคซึมเศร้าจะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ตรวจสอบอย่างไรว่าคน นี้อยากฆ่าตัวตาย เริ่มทำไปหลายพื้นที่แล้ว ซึ่งผลจะเป็นยังไงคงต้องรอดู สถิติอีกครั้ง หรือการให้ชุมชนมีส่วนร่วมดูแลผู้ป่วย เช่นอย่าขายเหล้าให้ คนนี้นะ ถ้าคุณขายเหล้าให้เขาช่วยรับผิดชอบเอากลับโรงพยาบาลด้วย เขาก็กลัว มีอยู่รายหนึ่งมาเมื่อไหร่ก็เพราะเหล้า พอแพทย์ลงชุมชน สถานี อนามัยประสานให้ ชาวบ้านดูให้ ปัจจุบันหายแล้ว หลังจากมีโรงพยาบาล เครือข่ายทัศนคติของชาวบ้านดีขึ้นมาก ต่างจากสมัยก่อนที่ไม่มีใครอยาก ยุ่งกับผู้ป่วยสวนปรุง ขนาดญาติจะมารับกลับยังห้ามปราม บางคนเห็นคน ไข้ตั้งแต่เด็กจนโตพอกลายเป็นผู้ป่วยสวนปรุงโดนรังเกียจ" ทพญ.ภารณี ชวาลวุฒิ เสริมประเด็นเครือข่ายว่า สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 103 # โรงพยาบาลสวนปรุง "ตัวอย่างที่ดีอีกแห่งคือโรงพยาบาลวังเหนือ ถ้าจำไม่ผิดเขาเคยเล่าให้เราฟังว่าพื้นที่รับผิดชอบเป็นเขตที่ประชากรฆ่าตัวตายสูงสุดพอเขาเจอประเด็นนี้เขารู้เลยว่ามีปัญหา ฉะนั้นต้องหาพี่เลี้ยง ซึ่งก็มาบรรจบกันพอดี จึงจับมือร่วมเป็นเครือข่าย รักษาและส่งเสริมป้องกันสุขภาพจิตในชุมชนด้วย จริงๆการเปิดเครือข่ายเท่ากับแก้ปัญหาที่รากเหง้าอย่างแท้จริง ถามว่าสวนปรุงทำอย่างนี้ได้ประโยชน์อะไร ประการแรกเลยคนไข้ได้ความสะดวก ประการต่อมาคือลดเวิร์คโหลด เมื่อสิบกว่าปีที่แล้วเรารับ 17 จังหวัดภาคเหนือ พอผ่านมาประมาณปี 37 เขาลดให้หน่อยเหลือ 12 จังหวัด แล้วในโซนภาคเหนือถ้าไปเชียงคำหรือวังเหนือจะเห็นภูเขาที่ต้องข้ามซึ่งต้องใช้เวลามาก ถ้าเราตั้งรับโดยไม่ทำเชิงรุกในการขยายงานคนไข้จะทะลักเข้ามาจนล้น ถ้าไม่ทำเครือข่ายไว้ตั้งแต่ตอนนั้นยังคิดไม่ออกว่าสวนปรุง ณ วันนี้จะเป็นอย่างไร อาจจะยังไม่ได้การรับรอง HA เนื่องจากเวิร์คโหลดเยอะมาก" ต่อคำถามเรื่องภาพลักษณ์ของสวนปรุงในปัจจุบันผู้อำนวยการตอบว่า "ภาพลักษณ์โรงพยาบาลจิตเวชคงแก้ยาก แม้แต่โรงพยาบาลสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา หรือหลังคาแดง ชื่อก็ดีดอยู่ว่ามีความน่ากลัว อย่างเด็กในเชียงใหม่ถูกขู่ว่าจะพามาสวนปรุงร้องไห้อยู่เงียบเลย แต่ความน่ากลัวคือเขาไม่ได้กลัวโรงพยาบาล แต่กลัวพฤติกรรมของผู้ป่วยมากกว่า แล้วเวลาเขามาสมัยก่อนภาพของ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใช่วิต 104 # โรงพยาบาลสวนปรุง โรงพยาบาลก็ทำให้น่ากลัวด้วย ตึกทึม ๆ มืด ๆ เป็นระบบปิด เนื่องจากงบประมาณจำกัด แต่หลังจากปรับสัดส่วนใหม่กระทรวงฯ สนับสนุนงานจิตเวชมากขึ้น ทุกโรงพยาบาลก็จะพัฒนาระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาเน้นในเรื่องของ HA ทุกแห่งก็ต้องปรับตัว จะเป็นแบบสมัยก่อนผู้ป่วยมาแล้วขังโวยวายยังไง ไม่ต้องฟังคงไม่ได้แล้ว ถ้าผู้ป่วยมีอันตราย เป็นปัญหาร้องเรียน โรงพยาบาลต้องรับผิดชอบทุกประเด็น ในปัจจุบันงานรักษาผู้ป่วยวิกลจริตคงไม่ใช่งานเดียว ของเรา เรามีงานส่งเสริมป้องกันอย่างอื่น เช่นรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพจิต ทั้งหลาย เรื่องคลินิกคลายเครียด ซึ่งพวกนี้จะทำให้ภาพของโรงพยาบาลดีขึ้น รวมทั้งมาตรฐานการรักษาด้วยว่าถ้าเราทำจนกระทั่งเขาเชื่อถือว่า ถ้ามาแล้วหายก็จะทำให้โรงพยาบาลได้การยอมรับมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันเราก็อยู่ในระดับแนวหน้าของประเทศ ผู้ป่วยเชื่อว่าถ้าเข้ามาแล้วจะได้รับการรักษาที่เป็นมาตรฐานเทียบเท่าต่างประเทศ เทคนิคต่าง ๆ ก็มีการพัฒนากำจัดจุดอ่อน เช่นถ้าผู้ป่วยมีโรคแทรกซ้อนทางกาย ซึ่งบางทีเราไม่มีแพทย์เฉพาะด้านอย่างนั้นอยู่มาก ก็ต้องพยายามหาทางส่งต่อให้เร็วที่สุด ลดปริมาณการที่ผู้ป่วยถูกทำร้ายบาดเจ็บหรือหลบหนี และอยากฝากบอกโรงพยาบาลรักษาทางกายว่าการดูคน ๆ หนึ่งอย่าดูแต่ภายนอก เช่นหูหนวก ตาบอด ปวดท้อง แต่ช่วยดูลงไปในจิตใจด้วย ถ้าเราประมวลคนหนึ่งคนทั้งกายและใจก็จะเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกัน หลายแห่งลืมดูเรื่องนี้ มารู้อีกทีตอนผู้ป่วยกระโดดตึกตาย" ปิดท้ายด้วยจุดแข็งของสวนปรุง สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 105 # โรงพยาบาลสวนปรุง คนในโรงพยาบาลต้องปลูกใจยอมปรับวิธีคิดจากต่างคน ต่างทำมาประสานเป็นทีม เชื่อในการเปลี่ยนแปลง เปิดใจกว้าง มีกระบวน การร่วมแสดงความเห็น วางแผน และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น มองเห็นข้าง หน้าด้วยกัน คนหนึ่งลงพื้นที่อีกคนรับงานต่อ ร่วมมือฝ่าฟันอุปสรรค เป็น การทำงานทั้งองค์กร ไม่ใช่ผลงานของใครคนใดคนหนึ่ง การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใชีวิต 106 # โรงพยาบาลสวนปรุง ## ในความเหมือน เส้นทางคดเคี้ยวผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเล่า รอบกายเขียวขจี ด้วยไม้นานาพันธุ์ ใครกันหนอพูดว่า ... ป่าทำให้ไม่เห็นต้นไม้ แสงแดดยามสายละลายไอหมอกจนเจือจาง เส้นทางสายนี้ ในอดีตไม่มีใครใช้สัญจร ต้องใช้ทางลูกรังอีกเส้นซึ่งอ้อมไกลกว่าอีกเกือบ เท่าตัว จึงเป็นเรื่องสาหัสนักสำหรับผู้ป่วยที่มีความบกพร่องทางจิตซึ่งต้อง เข้ารับการรักษาตัวกับโรงพยาบาลสวนปรุง ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเชียงใหม่ ใครไม่มีเงินหรือคร้านจะเดินทางก็ปล่อยปละละเลยกลาย เป็นคนไข้เรื้อรัง คลุ้มคลั่งจนต้องล่ามโซ่ขังไว้ในคอกชั่วนาตาปี เรื่องแบบนี้จะโทษญาติพี่น้องว่าใจไม่ไส้ระกำคงไม่ได้ ด้วย ความเป็นคนของเขาถูกปิดกั้นโอกาสหลายอย่าง กลไกความช่วยเหลือที่ เอื้อมเข้าไปไม่ถึงต่างหากคือสิ่งที่ต้องแก้ไข นับเป็นครั้งแรกที่สองพยาบาลจะต้องลงพื้นที่ร่วมกับ โรงพยาบาลชุมชนซึ่งสมัครเป็นเครือข่ายของสวนปรุง หลังการสร้าง สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 107 # โรงพยาบาลสวนปรุง แนวทางใหม่ให้โรงพยาบาลเครือข่ายดูแลผู้บกพร่องทางจิตในพื้นที่โดยไม่ ต้องส่งไปยังสวนปรุง แต่ทุกสามเดือนทีมงานจากสวนปรุงจะต้องมา ประเมินผลและให้ข้อมูลร่วมกับโรงพยาบาลชุมชน สำหรับพยาบาลที่เคย แต่ทำงานเชิงรับออกจะรู้สึกว่าการลงพื้นที่คงไม่ช่วยอะไรมาก ในเมื่อวิธีการ ต่างๆ ได้ถูกถ่ายทอดให้พยาบาลท้องถิ่นดำเนินการอยู่แล้ว หากผู้ป่วยราย ไหนมีอาการหนักหนาสาหัสเกินกว่าโรงพยาบาลชุมชนจะดูแลได้ก็มีวิธีส่ง ต่อโรงพยาบาลสวนปรุงตามระบบสาธารณสุข "การทำงานยุคใหม่ของเราคือเชื่อมกับชุมชนอย่างใกล้ชิด ไม่ ใช่อยู่แต่ข้างในแล้วคิดว่าตัวเองคือตัวแทนของพยาบาล มีหน้าที่ต้องทำ ในโรงพยาบาลอย่างเดียว" นั่นคือสิ่งที่ผู้อำนวยการมอบหมาย ทำให้เธอทั้ง สองต้องมอบงานประจำให้คนอื่นสานต่อเพื่อลงพื้นที่วันนี้ ไอหมอกซึ่งสลายไปเมื่อครู่กลับลอยตัวเกาะกลุ่มอีกรอบ ดวง อาทิตย์ถูกบดบังโดยเมฆก้อนใหญ่ เพียงครู่เดียวฝนก็เทลงมา คนขับผ่อน คันเร่งลงอีก ต้นไม้ใหญ่ข้างทางส่ายไปมา อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกนาทีบน ถนนแบบนี้ "ขับระวังหน่อยนะ" หนึ่งในพยาบาลบอกโซเฟอร์ซึ่งระวัง อย่างเต็มที่อยู่แล้ว เธอนึกถึงสภาพความเป็นจริง ใช้รถหลวงเดินทางยัง ลำบากขนาดนี้ แล้วชาวบ้านที่ต้องเหมารถขนคนป่วยเข้าเมืองจะมิลำบาก กว่านี้อีกหลายเท่าหรือ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใช่ชีวิต 108 โรงพยาบาลสวนปรุง เธอเคยได้ยินหมอเล่าให้ฟังถึงเรื่องที่แสนจะปวดร้าวว่า ญาติ ผู้ป่วยที่ต้องส่งคนไข้ไปสวนปรุงจะมีความทุกข์อยู่สองวันคือ วันแรกที่นำ ตัวส่ง ถ้าไปถึงโรงพยาบาลหมอตรวจอาการแล้วให้นอนรักษาช่วงนั้นอาจ มีความสุขบ้างนิดหน่อย ความทุกข์จะมาเยือนอีกครั้งเมื่อได้รับการติดต่อ ให้ไปรับผู้ป่วยกลับ "จะให้ไปรับตอนนี้ไม่ได้หรอกหมอ หนี้เก่าที่ยืมมาเหมารถ ไปส่งยังใช้คืนไม่หมดเลย" คำพูดชื่อ ๆ แสดงความเจ็บปวดยากจะหาสิ่งใดมา เปรียบเทียบ โซเฟอร์เหยียบเบรกจากการเสียหลักของรถคันหน้า พยาบาลทั้งสองอุทานอย่างลืมตัว ก่อนจะถอนหายใจเมื่อไม่เกิดเหตุรุนแรง อยากขอบคุณโรงพยาบาลเครือข่ายทุกแห่งแทนผู้ป่วย สองพยาบาลมาถึงหมู่บ้านแรกเมื่อเกือบใกล้เที่ยง พบทีมงานของโรงพยาบาลชุมชนอันประกอบด้วยพยาบาล อาสาสมัคร ประจำหมู่บ้าน รออยู่ก่อนแล้ว ผู้ป่วยบ้านนี้เคยรักษากับสวนปรุงเมื่อสาม เดือนก่อน รายงานที่ส่งเข้าไปล่าสุดคืออาการกำเริบ เมื่อตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดทราบว่าผู้ป่วยไม่ได้กินยา ตามกำหนด ถ้าอยู่ในโรงพยาบาลเธอคงตำหนิญาติว่าทำไม่ค่อยดูแล แต่เมื่อมาพบสภาพความเป็นอยู่ คำพูดเหล่านั้นกลับจุกอยู่แค่คอหอย "ทุกวันก่อนจะออกไปไร่ฉันก็สั่งมันแล้วว่ายาอยู่ตรงนี้นะ" ผู้เป็นแม่กล่าวภาษาพื้นบ้านชี้ไปที่เสาไม้สภาพใกล้พัง วิถีชีวิตอันแร้นแค้น สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 109 โรงพยาบาลสวนปรุง ญาติคงทำได้แค่นั้น การจะให้มาคอยปรนนิบัติทั้งวันเป็นไปไม่ได้ นี่คือ สภาพความเป็นจริง ถ้าไม่ได้มาสัมผัสด้วยตาไม่มีวันเข้าใจ หลังออกจากบ้านผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ทั้งหมดรับประทานอาหาร เที่ยงอย่างเรียบง่ายซึ่งผู้ใหญ่บ้านรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ บรรยากาศการพูด คุยเป็นไปอย่างอบอุ่น มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทุกฝ่ายเชื่อว่าถ้า อาสาสมัครหมู่บ้านคอยเป็นหูเป็นตาดูแลผู้ป่วยที่ญาติต้องออกไปทำงาน ได้ คงช่วยให้ปัญหาการไม่กินยาตามกำหนดผ่อนคลายลง โรงพยาบาลชุมชนที่สมัครเป็นเครือข่ายกับสวนปรุงนั้น ทราบดีว่าการจะดูแลประชาชนทุกคนในพื้นที่รับผิดชอบเป็นเรื่องยาก จึงพยายามสร้างสำนักงานอนามัยประจำหมู่บ้าน มีเจ้าหน้าที่ประจำ 1-2 คน อำนวยความสะดวกก่อนในเบื้องต้น โดยมีอาสาสมัครหมู่บ้านมาให้ ความร่วมมือ เท่ากับว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแล 3 ระดับคือ ระดับแรกสถานี อนามัย ระดับสองโรงพยาบาลชุมชน และระดับสามโรงพยาบาลสวนปรุง ช่วงบ่ายสองพยาบาลเดินทางไปตรวจยังบ้านอีกหลัง สิ่งที่ พบน่าตกใจกว่าหลังแรก เมื่อเห็นยาผสมอยู่ในขวดน้ำ "ทำไมทำแบบนี้" พยาบาลถามญาติ "ก็พยาบาลบอกว่าถ้ามันไม่กินเป็นเม็ดก็ให้บดกินพร้อม อาหาร ฉันคิดว่าถ้าผสมใส่ขวดน้ำแล้วเติมใส่แบบน้ำปลามันสะดวกกว่ากิน ทีบดที" การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 110 # โรงพยาบาลสวนปรุง "แต่การผสมทิ้งไว้นานทำให้ยาบูดเพราะไม่ได้ผ่านกรรมวิธีอะไร" "ฉันก็สงสัยเหมือนกันว่าสองสามวันมานี้ท้องมันเสียบ่อย แถมมีอาการฮืดฮัดเหมือนจะอาละวาด" ทั้งหมดออกจากบ้านนั้นด้วยความรู้สึกหดหู่ ภาพในบ้านหลังสุดท้ายที่ได้เห็นไม่สร้างความ ประหลาดใจ เท่าใด เพราะไม่ได้เลวร้ายไปกว่าที่เจอมาก่อนหน้า ผู้ป่วยรายนี้ติดยาแคปซูลไม่กินประเภทอื่น ญาติจึงใช้วิธีซื้อยาแคปซูลจากร้านขายยามาเทเอายาข้างในออกแล้วบดยาเม็ดใส่เข้าไปแทน โดยไม่รู้ว่ามีแคปซูลเปล่าราคาถูกกว่าขาย พยาบาลรู้สึกสะท้อนใจมากกว่าโกรธ ... โกรธรึ .. จะโกรธอะไรกับพวกเขา เขาทำดีที่สุดแล้ว ทำไมสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง พยายามสร้างนวัตกรรมบนความเข้าใจของตัวเอง เธอต่างหากที่อธิบายไม่ละเอียด นั่งอยู่ในห้องแอร์แล้วคิดเอาเองว่าสิ่งที่บอกนั้นครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ผู้ป่วยอีกกี่คนที่ทิ้งยาตั้งแต่ออกจากประตูโรงพยาบาล เพราะขาดแรงบันดาลใจที่จะกิน ทำให้ไม่หายขาดจากโรค ขณะที่เงินงบประมาณจำนวนเท่าไหร่สูญหายไปโดยไม่เกิดประโยชน์ ในอดีตพวกเขาแยกสัดส่วนการทำงานไม่เชื่อมโยงกัน หน้าที่ OPD จบเมื่อผู้ป่วยถูกส่งเข้าตึก ไม่ได้ดูต่อว่าผู้ป่วยจะมีอะไรให้ช่วยเหลือ วอร์ดก็เหมือนกัน พอผู้ป่วยกลับบ้านพ้นประตูก็ไม่ได้ตามต่อว่าจะ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 111 โรงพยาบาลสวนปรุง เป็นอะไร เธอเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้ว่าการทำงานเชิงบูรณาการครบวงจรช่วยให้หลุด ออกจากกรอบมาพบกับความเป็นจริง ได้เห็นภาพอีกแบบ ไม่ใช่การแก้ ปัญหาปลายเหตุด้วยการโทษญาติหรือโทษสิ่งแวดล้อมอย่างอื่น รถตู้สีขาวพาสองพยาบาลกลับทางเดิม เส้นทางที่ถูกฝน ชะโลมเมื่อเช้าแห้งผากไม่เหลือร่องรอยความเปียกชื้น หุบเหวเบื้องล่างยัง หนาแน่นด้วยป่า ขอบฟ้าฝั่งตะวันตกฉาบด้วยสีแดงอมส้มของตะวันที่ใกล้ จะลาลับ ภายใต้โคมฟ้าผืนนี้ยังมีสิ่งแปลกใหม่ให้เรียนรู้เสมอ เธอทั้ง คู่ยังติดตากับประสบการณ์ใหม่ที่ได้รับในวันนี้ ตัดขุนเขาลูกสุดท้ายนี้ ออกไปก็จะเห็นเมืองขนาดใหญ่ .. ป่าทำให้มองไม่เห็นต้นไม้ฉันใด เมืองก็ ทำให้มองไม่เห็นอิฐฉันนั้น ถ้าเธอตั้งรับอยู่ในโรงพยาบาลก็คงไม่รู้ว่าผู้ป่วยในชุมชนที่ ห่างไกลความเจริญยังต้องการคำอธิบายมากมายหนัก ความคิดและมุมมองของชาวบ้านอาจมีจุดหมายเดียวกับ พวกเธอ แต่ในความเหมือนนั้นช่างแตกต่างเหลือเกิน แตกต่างจนมองไม่ เห็นความเป็นจริงที่ขวางกั้นอยู่ตรงหน้า จำลองจากเรื่องจริง พยาบาลโรงพยาบาลสวนปรุง เชียงใหม่ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 112 โรงพยาบาลสวนปรุง สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 113 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอฝ่ายใยชีวิต 114 # โรงพยาบาลวังเหนือ โรงพยาบาลชุมชน ขนาด 30 เตียง ในจังหวัดลำปาง ผ่าน การรับรองคุณภาพทั้ง HA และ HPH นำความเชื่อและวัฒนธรรมของ ท้องถิ่นมาผสมผสานและจัดรูปแบบในการให้บริการแก่ผู้ป่วย โดย เฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง เป็นต้นแบบโครงการ "ปลดโซ่ตรวน" ให้ ผู้ป่วยจิตเวช สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 115 โรงพยาบาลวังเหนือ จิ๋วแต่แจ๋ว เราใช้เวลาเดินทางจากโรงพยาบาลสวนปรุงนานกว่าชั่วโมง ผ่านภูเขาลูกแล้วลูกเล่า เส้นทางที่วกเวียนไปตามไหล่เขาทำให้รถไม่ สามารถวิ่งได้เต็มกำลัง ทุกนาทีเต็มไปด้วยความระมัดระวัง รอบตัวมีแต่ ขุนเขาและต้นไม้หนาแน่น ความงดงามแห่งธรรมชาติแทรกซึมทั่วร่างแม้ เพียงแตะต้องด้วยสายตา คิดว่าคงอีกนานกว่าจะถึงวังเหนือซึ่งเป็นจุด หมายปลายทาง เพราะสิ่งที่สัมผัสอยู่เบื้องหน้ายังเขียวครึ้มไม่มีวี่แววว่าจะ มีหมู่บ้านอยู่เลย ชาวดอยสองคนกระเตงอุปกรณ์เต็มหลังเดินชิดไหล่ทาง ทำให้เรารู้ว่าได้มาสัมผัสดินแดนที่เคยได้ยินแต่เสียงเล่าอ้าง พยายามมอง ว่าบ้านของพวกเขาอยู่ตรงไหน แต่จนแล้วจนรอดก็มองไม่เห็น เขาอาจจะ เดินมาไกลและคงจะไปอีกไกลมาก การใช้ชีวิตอย่างพวกเขาที่คนเมือง จะเข้าใจ การเยียวยาด้วยหัวใจ กักทอข่ายใยชีวิต 116 โรงพยาบาลวังเหนือ แล้วจู่ๆ ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับเป็นอีกแบบ เบื้องล่าง ของขุนเขาคล้ายแอ่งขนาดใหญ่มีตึกรามบ้านช่องเกิดขึ้นราวกับ ปาฏิหาริย์..อำเภอวังเหนือ...คนขับรถบอก ช่างเงียบสงบและน่าอยู่เหลือ เกิน ผ่านที่ว่าการอำเภอไปเล็กน้อยก็เลี้ยวเข้ารั้วโรงพยาบาลวังเหนือ โรงพยาบาลแห่งแรกของจังหวัดลำปางที่ได้รับมาตรฐาน HA ในหุบเขา ห่างไกลเมืองเช่นนี้วิถีชีวิตก็มีมาตรฐานไม่แพ้แหล่งที่ได้รับการยกย่องว่า อุดมด้วยวัตถุนิยม คุณอาคม มีเมล์ หัวหน้างานรักษาพยาบาลต้อนรับขับสู้ ด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ผู้อำนวยการหนุ่มฉกรรจ์แสดงบุคลิกอย่างเป็นกันเอง เขาเป็นแพทย์รุ่นใหม่ที่ถูกส่งเข้ามารับหน้าที่เมื่อกว่าสองปีที่ผ่านมา นับเป็นผู้อำนวยการที่อยู่กับวังเหนือนานที่สุด เพราะที่ผ่านมาส่วนใหญ่รับ หน้าที่ไม่เกินสองปี "ความจริงไม่ใช่แค่สองปีครึ่ง" นพ.สุรัตน์ ปทุมบาล ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลวังเหนืออธิบาย "เพราะตอนเรียนจบเคยมาเป็น แพทย์ทำงานใช้ทุนสามเดือน คุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่ทุกคน จากนั้นจึงไปอยู่ โรงพยาบาลแจ้หม่ก่อนกลับมาใหม่" การเป็นชุมชนห่างไกลทำให้วังเหนือมีวัฒนธรรมการ ทำงานแบบครอบครัว ช่วยเหลือกันและกัน ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ยอม รับในผู้ร่วมงาน เพราะฉะนั้นแม้ผู้อำนวยการจะอ่อนประสบการณ์ก็ไม่มี สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 117 # โรงพยาบาลวังเหนือ ใครต่อต้าน กลับส่งเสริมและสนับสนุนเต็มที่ ในขณะที่ผู้นำก็ยอมรับ ความคิดเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา เป้าหมายการเข้าร่วมเครือข่ายกับ "โรงพยาบาลสวนปรุง" จึงลื่นไหลต่อเนื่อง การสมัครเข้าเป็นเครือข่ายของสวนปรุง เพราะสถิติช่วง 3-4 ปีอัตราการฆ่าตัวตายในวังเหนือสูงเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดลำปาง ไม่ว่าสาเหตุการฆ่าตัวตายจะมาจากส่วนไหนแต่สุดท้ายจะขมวดปมกลาย เป็นด้านมืดในจิตใจ การมุ่งรักษาทางกายภาพจึงเป็นการแก้ปัญหาเพียง ด้านเดียว นอกเหนือจากปัญหาการฆ่าตัวตายแล้ว วังเหนียอยังมีคนจิต บกพร่องถูกล่ามโซ่ขังหลายสิบปี เรื่องนี้อาจไม่ใช่ข่าวใหม่ที่แพทย์และ พยาบาลรับทราบ แต่ในสภาพภูมิศาสตร์ที่เต็มไปด้วยหุบเขา บ้านเรือน ประชากรกระจายหลายจุด หากไม่มีการแจ้งเรื่องออกมาก็ยากที่เจ้าหน้าที่ จะเข้าไปตรวจสอบได้ทั่วถึง แต่เมื่อ "โรงพยาบาลวังเหนือ" สมัครเข้าร่วม เครือข่ายกับโรงพยาบาลสวนปรุง จำเป็นยิ่งที่จะต้องส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ทุกตารางนิ้วเพื่อค้นหาว่ามีคนถูกล่ามโซ่อยู่ที่ใดบ้าง เพื่อนำเข้าสู่โครงการ "ปลดโซ่ตรวน" โดยการช่วยเหลือของทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพจาก สวนปรุง ข้อมูลที่ได้รับคือมีผู้ป่วยถูกขังล่ามโซ่ในวังเหนือ 4 ราย แต่ละราย ไร้อิสรภาพไม่ต่ำกว่า 10 ปี สูงสุดคือ 30 ปี "เมื่อเราสมัครเป็นเครือข่าย จะมีทีมสหสาขาวิชาชีพจาก สวนปรุงมาร่วมลงพื้นที่และสอนการดูแลผู้ป่วยสามเดือนครั้ง และมี 118 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใชีวิต โรงพยาบาลวังเหนือ โควต้าให้เข้าอบรมหลักสูตรการบำบัดผู้บกพร่องทางจิตเบื้องต้น 4 เดือน" พยาบาลให้ข้อมูล "หลังการอบรมมีความรู้มากขึ้นก็พบว่างาน สุขภาพจิตไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องมีเครือข่ายหรือเพื่อนร่วมงานมา ช่วยกัน โดยสร้างเครือข่ายในโรงพยาบาลวังเหนือก่อน ให้พยาบาลทุก แผนกประเมินผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาว่าใครมีอาการทางจิตด้วย จากนั้น จึงขยายลงไปตามสถานีอนามัย โดยนำสิ่งที่เราได้รับการอบรมไปเผยแพร่ ต่อ ทั้งการประเมินผู้ป่วย การดูแล การใช้ยา กรณีไหนมีอาการหนักส่งต่อ สวนปรุง ถ้ารักษาขั้นต้นได้ก็รักษาเพื่อรอแพทย์จากสวนปรุงที่จะลงพื้นที่ ทุกสามเดือน ส่วนผู้ป่วยที่ถูกล่ามโซ่เริ่มจากการขึ้นทะเบียนผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วย ที่ขึ้นทะเบียนจะบอกเราว่าตรงไหนมีผู้ป่วยสุขภาพจิตถูกขัง จากนั้นเราจะ ไปสำรวจพบปะญาติถามว่าทำไมถึงต้องขัง ต้องการเอาออกไหม ถ้าต้อง การเราจะมีทีมช่วยเหลือ คือเข้าไปสร้างสัมพันธภาพกับครอบครัวที่กักขัง ผู้ป่วย แล้วจึงค่อยไปเอาออก" ปัจจุบันกรณีล่ามโซ่ทั้ง 4 ราย ได้รับการปลดปล่อยหมด "สามรายแรกไม่มีปัญหา มีแต่รายสุดท้ายนัดกันอย่างดีเอา รถไปรับปรากฏว่า พ่อ แม่ ญาติ หนีหมด สาเหตุคือพ่อเขาหวาดระแวง ว่าลูกจะออกมาฆ่า เนื่องจากลูกเคยขู่ว่าถ้าออกมาได้จะฆ่าพ่อ พ่อไม่ กล้า เราก็ไปหาแนวร่วมในชุมชนตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร องค์การ บริหารส่วนตำบล คุยกันอย่างดี สุดท้ายไม่มาตามนัด กระทั่งกลายเป็นข่าว สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 119 โรงพยาบาลวังเหนือ หน้า 1 หนังสือพิมพ์รายวัน ซึ่งตรงนี้แหละสาธารณสุขจังหวัดสงสัยวังเหนือ บอกว่าดูแลการปลดโซ่ตรวนอย่างดี ทำไมยังหลงเหลือ เราก็อธิบายว่าพา ทีมจากสวนปรุงไปดูหลายรอบแล้ว เกลี้ยกล่อมจนเขายอม แต่พอถึงวันนัด กลับหายหน้า อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นข่าวหน้า 1 เราก็ใช้วิกฤตินี้ให้เป็น โอกาสแจ้งว่าเขาไม่มีทางเลือกแล้ว ยังไงก็ต้องปล่อยผู้ป่วยออกจากกรง นัดใหม่อีกครั้ง ไปคราวนี้ผิดคาดอีก เพราะชุมชนช่วยกันงัดออกมา เรียบร้อย อาบน้ำตัดผมรอโดยเราไม่ต้องทำอะไร ส่วนคนอาการหนักที่ ต้องส่งต่อสวนปรุงก็ลดลงมาก ถ้ามีการปรับยาหรือต้องดูแลเป็นพิเศษ หมอสวนปรุงจะเขียนบันทึกไว้ในการ์ดผู้ป่วยให้จัดการตามนั้น ถ้าอาการ กำเริบหรือเปลี่ยนแปลงจะส่งให้แพทย์ในวังเหนือดูก่อนระดับหนึ่ง ถ้าไม่มี อะไรก็รักษาเบื้องต้นรอจนแพทย์จากสวนปรุงมา วิธีนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ คนไข้ เพราะระยะทางจากวังเหนือ-สวนปรุงค่าใช้จ่ายไม่ต่ำกว่าพันบาท ภาระหน้าที่การงานของญาติก็ต้องหมดไปด้วย มีอยู่รายติดเชื้อ HIV พฤติกรรม เปลี่ยนแปลง ญาติตามเจ้าหน้าที่ไปดูที่บ้าน เราใช้โทรศัพท์ปรึกษาหมอ สวนปรุงก็ได้รับคำอธิบายว่าถ้าดูแล้วไม่มีปัญหาเรื่องสมอง เช่นเยื่อหุ้ม สมองอักเสบให้รักษาดังต่อไปนี้ เราก็ดูแลรักษาตามแนวทางที่เขาให้ ประหยัดทั้งผู้ป่วย ประหยัดทั้งเรา ทั้งนี้ต้องให้ญาติมีส่วนร่วมในการดูแล ด้วยว่าถ้าผู้ป่วยมีอาการต้องทำอย่างไร ถ้ามีปัญหาเกินกำลังก็ให้แจ้ง เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยหรืออาสาสมัครหมู่บ้านมาช่วย" การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 120 # โรงพยาบาลวังเหนือ ขณะที่ผู้อำนวยการในฐานะผู้ให้การสนับสนุนสำคัญกล่าวเสริมว่า > "ถ้าเราส่งผู้ป่วยไปสวนปรุงก็เสียค่าใช้จ่ายเหมือนกัน ทั้งค่ายาค่าพาหนะ ค่าเสียเวลา แต่ด้วยวิธีนี้เราสามารถพัฒนาทีมให้มีศักยภาพดูแลผู้ป่วยได้ครอบคลุมทั้งกายและใจ มีผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะเรื่องของสุขภาพจิตไม่ใช่เกิดจากความบกพร่องทางใจอย่างเดียว แต่มาจากหลายปัจจัย เช่นเริ่มต้นจากโรคทางกายพอเรื้อรังก็กลายเป็นปัญหาทางจิตคนติดเชื้อ HIV จะทำอย่างไรให้เขามีทัศนคติที่ดีต่อการใช้ชีวิต คนเป็นเบาหวานน้ำตาลเกิน 180 ตลอดเกิดจากอะไร เจาะลึกให้ถึงต้นตอ และหากจะทำให้ครอบคลุม โรงพยาบาลต้องให้คำแนะนำกับชุมชนมองผู้ป่วยเป็นส่วนหนึ่งไม่ใช่ส่วนเกิน สมัยก่อนคนจะกลัวผู้ป่วยจิตเวชมาก แต่พอเราเข้าไปทำให้เขายอมรับ คนเคยถูกล่ามขังก็ไม่ถูกต่อต้าน เด็กๆเข้าไปเล่นกับเขาได้ ถ้าสุขภาพจิตดีสุขภาพกายจะดีตาม ยาเสพติดไม่กรายกล้ำ การฆ่าตัวตายก็ลดลง" เมื่อผู้บริหารเห็นภาพและส่งเสริมขนาดนี้ มีหรือโครงการจะไม่ขยายผล เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยทุกชุมชนได้เข้าเป็นแกนกลางประสานเจตนารมณ์ของโรงพยาบาลกับแกนนำสำคัญ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนันอบต. ฯลฯ ให้เห็นสถิติการฆ่าตัวตายในวังเหนือ ทำเอาเหล่าแกนนำตาค้าง นึกไม่ถึงว่าสถิติจะสูงขนาดนั้น สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 121 # โรงพยาบาลวังเหนือ กิจกรรมที่ให้ชุมชนทำไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นการนำของเดิมที่มีอยู่แล้วมาต่อจิกซอว์ให้สมบูรณ์ เช่น ฟื้นประเพณีท้องถิ่น จัดการแข่งขันกีฬาระดับหมู่บ้าน ตำบล เปิดโอกาสให้กลุ่มเยาวชน กลุ่มแม่บ้านมีบทบาทมากขึ้น อย่าง "หมู่บ้านแม่สม" พัฒนาจนกลายเป็นหมู่บ้านตัวอย่างชนะเลิศระดับเขต ทำโครงการ "พ่อบ้านงดเหล้า" จนประสบความสำเร็จคนดื่มมากดื่มลดลง คนดื่มบ้างไม่ดื่มบ้างงดเลย ใครก่อเหตุทะเลาะวิวาทในหมู่บ้านปรับ 500 บาท สร้างกฎกำจัดยาเสพติดว่าสมาชิกหมู่บ้านที่ใช้เงินกองทุนเสพยาจะถูกตัดออกจากการเป็นสมาชิก และให้เจ้าหน้าที่จัดการตามกฎหมาย ซึ่งการจะทำเช่นนี้ได้ไม่ใช่อาศัยเฉพาะแกนนำชุมชนเท่านั้น แต่ต้องให้ทุกคนรู้สึกว่ามีบทบาท เช่น กลุ่มข้าวโพด กลุ่มลำใย กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเยาวชน ฯลฯ สามารถส่งตัวแทนเข้าเป็นบอร์ดของชุมชนมีสิทธิ์ออกความคิดเห็น แนวคิดนี้กำลังจะถูกนำเข้าแข่งขันระดับจังหวัดในปี 2548 ใช้เป็นตัวอย่างการพัฒนาที่อื่น นอกจากการสร้างสายสัมพันธ์กับชาวบ้านแล้ว แพทย์และพยาบาลจากวังเหนือยังขยายพื้นที่เข้าสู่บริเวณวัด ขอพระสงฆ์ช่วยประเมินพฤติกรรมญาติโยมที่เข้าไปหาว่ามีความทุกข์ใจมากน้อยเพียงใด เพื่อลดอัตราการฆ่าตัวตายอีกทาง ผลจากการเข้าร่วมกับวัดทำให้เห็นโครงการ "งดดนตรีในงานศพ" ที่กลุ่มพระสงฆ์ทำอยู่แล้ว จึงเกิดไอเดีย "งดเหล้างานศพ" การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใช่วิต 122 โรงพยาบาลวังเหนือ "เรากำลังคุยกับนายกเทศมนตรีถึงความเป็นไปได้ เพราะปัจจุบันมีมากและเสียค่าใช้จ่ายสูง เจ้าภาพงานศพมีความเศร้าโศกอยู่แล้ว แต่บรรยากาศกลายเป็นเหมือนงานเลี้ยง และพอดื่มเข้าไปก็จะทำให้เกิดปัญหาอื่นตามมา ถ้าโครงการนี้สำเร็จก็จะประสานกับโครงการ "งดดนตรีในงานศพ" ได้อย่างลงตัว" หนึ่งในเจ้าหน้าที่ของวังเหนือกล่าว จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการลดปัญหาผู้มีความบกพร่องทางจิตนอกเหนือจากงานรักษาทางกายที่ทำอยู่แล้ว กลายเป็นสายสัมพันธ์ขนาดใหญ่ แต่ละปีโรงพยาบาลวังเหนือได้รับงบพิเศษจากแกนนำชุมชนจนถึงองค์การบริหารระดับอำเภอ จังหวัด มาใช้จ่ายในกิจกรรมจำเป็นเช่นสร้างอาคารบำบัดผู้ป่วยทางจิต ผู้ติดยาเสพติด ตึกผู้สูงอายุ ฯลฯ สถิติการฆ่าตัวตายลดลงอย่างเห็นได้ชัด คือ อัตราการพยายามฆ่าตัวตายที่เคยสูงถึง 80% ลดลงเหลือ 30% อัตราการฆ่าตัวตายแบบสำเร็จลดจาก 39% เหลือ 12.5% สถิตินี้รวมการกินยาต้านไวรัสเอดส์เข้าไว้ด้วย จากอดีตที่มีผู้กินยาฆ่าตัวตายจากการติดเชื้อ HIV สูงเป็นอันดับ 1 แต่พอมีโครงการนี้สองปีหลังไม่มีเลย นี่คือความสำเร็จของ โรงพยาบาลวังเหนือ แห่งแรกของจังหวัดลำปางที่ได้รับมาตรฐาน HA สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 123 โรงพยาบาลวังเหนือ # พีบ้า  "หากตอไม้เหล่านี้มีกิ่งและใบเพิ่มเข้ามาก็ไม่ต่างกับ ต้นไม้ ขนาดใหญ่ดี ๆ นี่เอง" พยาบาลสาวคิดมองท่อนไม้ที่ล้อมเป็นคอก หนาสองชั้น แข็งแรงชนิดเอาเสือมาขังไว้ได้สบาย มีบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ภายในคอก สำหรับคนไม่รู้อาจคิดว่า เป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง แต่แท้จริงแล้วคือ ... บุคคลกลุ่มใหญ่ยืนเรียงรายหน้าคอก มีทั้งแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา เภสัชกร ผู้นำชุมชน รวมถึงตำรวจระวังภัยห่างออกไปทางด้าน นอก นายตำรวจดังกล่าวคลำปืนในซองอย่างใคร่ครวญ การนำ มันติดตัวมาเช่นนี้อาจทำให้คนในคอกตระหนกหนีเตลิดเปิดเปิง เป็นไปไม่ ได้เลยที่เขาจะใช้อาวุธนี้กับคนบริสุทธิ์ที่ถูกล่ามโซไว้นานถึง 30 ปี "ผมควรจะเอาปืนออกดีไหม" เขาถามเจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่ง การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใช่ชีวิต 124 ยืนอยู่ใกล้ๆ "คงไม่เป็นไรหรอกครับ พยาบาลจะเกลี้ยกล่อมให้เขาเข้าใจ เหตุผลที่พวกเรามาวันนี้" เจ้าหน้าที่กล่าวแล้วเดินตรงไปที่คอก ในมือมีชะแลงอันใหญ่ คงต้องใช้แรงไม่น้อยกว่าจะงัดเสาด้านหน้าออกหมด "ลุงจันไม่ต้องตกใจนะ พวกเราจะช่วยลุงออกจากที่นี่" พยาบาล บอกเป็นภาษาพื้นเมืองเสียงอ่อนโยน เธอแนบหน้าจนชิดเสาไม้ สัมผัสกลิ่น เหม็นคละคลุ้งของเศษอาหารและสิ่งปฏิกูลที่ทับถมกันนาน 30 ปี ถุงพลาสติกที่ญาติเคยใส่อาหารโยนเข้าไปทับซ้อนสูงจนบังร่างชายชราซึ่ง กระดกกายเพื่อให้รอดพ้นจากสายตาคนข้างนอก ปลายชะแลงถูกสอดระหว่างเสาและเริ่มงัด อาสาสมัครชาว บ้านช่วยกันคนละไม้ละมือ บ้างลงเสียม บ้างลงจอบ เสียงลั่นเอี๊ยดอ้าดของ เสา เสียงร้องขณะออกแรง เสียงล้มของตอไม้ ยิ่งทำให้ชายชรามีอาการ หวาดผวา เขาอยู่ในสภาพนั่งอเข่า แขนทั้งสองข้างขดแน่นกับอก ก้มศีรษะ ลงราวกับจะให้ผลุบหายไประหว่างไหล่ ดวงตากรอกกลิ้งไปมา แผ่นหลัง แนบกับผนังตอไม้ ทุกคนคาดผิด! เขาไม่มีท่าทางคลุ้มคลั่งหรือคิดจะทำร้ายผู้บุกรุกเลย เสาไม้ถูกกำจัดออกทีละต้น จากชั้นหนึ่งถึงชั้นสอง จนเป็น ช่องกว้างให้คนเดินเข้าไปได้ พยาบาลสาวจากโรงพยาบาลวังเหนือซึ่ง ผ่านการอบรมทางด้านจิตเวชจาก โรงพยาบาลสวนปรุง เหยียบย่ำลงบน สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 125 โรงพยาบาลวังเหนือ สิ่งปฏิกูลอย่างปราศจากการรังเกียจ แววตาจับจ้องร่างซีดขาวไร้สีเลือด เพียงก้าวเท้าเข้ามาไม่ถึงนาทีเธอยังรู้สึกวิงเวียนกับอากาศที่แสนจะอุดอู้ ชายคนนี้ทนอยู่ได้อย่างไรตั้ง 30 ปี "ออกไปข้างนอกกันดีกว่าลุงจัน" เธอยิ้มให้อย่างอบอุ่น เอื้อม มือแตะต้นแขน เย็นซีดราวกับไม่ใช่คน ทีมงานที่เดินตามเข้ามาใช้อุปกรณ์ ปลดโซ่ออกจากข้อเท้า "ลุงเป็นอิสระแล้ว" มีจุดประกายคล้ายรอยยิ้มเกิดตรงมุมปากลุงจัน แกอาจลีม ไปนานแล้วว่าเขายิ้มกันยังไง ขายังองุ่นไม่ยืดออกอย่างควรจะเป็น แพทย์ ลองขยับก่อนจะเบือนหน้าอย่างสะท้อนใจ ชายชราคงอยู่ในท่านี้มานานนับ สิบปี "ถ้าโชคดีอาจเดินได้" เขาบอกเสียงแผ่วเบา ลุงจันถูกอุ้มออกจากคอกในสภาพนั้น นำขึ้นบนบ้าน อาบน้ำ สระผม พยาบาลคนเดิมดึงกรรไกรออกจากกระเป๋า .. มาหล่อกันดีกว่า .. เธอ ว่าพลางค่อยเล็มผมที่กระเชิงจนเป็นทรง ลุงจันยามนี้ไม่ต่างจากคนแก่ใจ ดีไร้พิษภัย ไม่มีอาการของคนโรคจิตแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตาม อาการของลุงจันอาจกำเริบขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ ทุกคนลงความเห็นว่าจะส่งไปรักษาที่สวนปรุง จนกว่าจะแน่ใจว่าสภาพจิต จะไม่คลุ้มคลั่งขนาดทำร้ายคน การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 126 # โรงพยาบาลวังเหนือ น้ำเย็นที่ชะโลมร่างกายกับการบีบนวดของพยาบาลช่วย ให้กล้ามเนื้อขาเริ่มขยับ ก่อนจะกระย่องกระแย่งจนยืนได้ หมอบอกว่า .. ถ้า ทิ้งไว้นานกว่านี้อาจจะติดจนแกะไม่ออก "เอาผีบ้าออกจากคอกเดี๋ยวก็ได้แตกตื่นกันทั้งหมู่บ้าน" ชาวบ้านที่มายืนดูกระซิบกระซาบ "พวกหมอไม่รู้อะไร ใกล้วันพระจันทร์เต็มดวงแบบนี้ด้วย" อีกคนเสริม "แกจำได้ไหม 15 ค่ำเดือนก่อน ตาจันร้องโหยหวนยังกับ มนุษย์หมาป่า" สาเหตุจะเกิดจากความเชื่อหรือต้องการโยงใยความจริง ให้เข้ากับไสยศาสตร์ ชาวบ้านฝังใจว่าอาการคลุ้มคลั่งของลุงจัน มัก แสดงออกในวันใกล้พระจันทร์เต็มดวง "ไหน ๆเป็นอิสระแล้ว ไปเที่ยวในเมืองกันดีกว่า" พยาบาลชัก ชวน ลุงจันเริ่มมีอาการตอบสนอง รอยยิ้มของแกเห็นชัดและนานขึ้น ยอม ขึ้นไปนั่งท้ายกระบะรถอย่างว่าง่าย ทุกคนฉงนเมื่อแกหันไปบอกน้องชาย ซึ่งกำลังก้าวตามว่า .. อยู่บ้านเต๊อะ ไม่ต้องไปให้เหนื่อย .. รถเคลื่อนตัวออก น้องชายจับแขนพี่ชายไว้แน่นด้วยกลัวจะ กระโดดออกจากรถ ชายชรดูจะตื่นเต้นกับธรรมชาติของขุนเขาที่ไม่เคย เห็นมานาน ในขณะที่ผู้เป็นน้องวิงเวียนกับเส้นทางคดเคี้ยวจนอาเจียนออก มา ลุงจันช่วยลูบหลังพูดเชิงตำหนิ .. บอกแล้วว่าไม่ให้มา สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 127 โรงพยาบาลวังเหนือ ภาพนั้นจุดความประทับใจให้เหล่าเจ้าหน้าที่จนต้องแอบยิ้ม ชายชราเข้ารับการบำบัดอาการในโรงพยาบาลสวนปรุง ระยะหนึ่งก่อนได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน ทีมงานแพทย์ พยาบาล นักจิตบำบัด เภสัชกร จากโรงพยาบาล สวนปรุง และ โรงพยาบาลวังเหนือ กลับไปเยี่ยมลุงจันในวันหนึ่ง แกดู สดชื่น มีชีวิตชีวา และจำทุกคนได้ "ผมขอขอบคุณทุกคน" น้องชายลุงจันเอ่ยเสียงเครือมีน้ำใส คลอตา "ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้กินข้าวร่วมกับพี่ชายอีก" "เคราะห์ร้ายผ่านไปแล้ว ต่อไปจะมีแต่เรื่องดีๆ" เภสัชกรให้ กำลังใจ "ลุงจันรับประทานยาตามตารางไหม" "ไม่ต้องเตือนเลยครับ แกปฏิบัติตามคำสั่งหมออย่างเคร่ง ครัด" "ถ้าอย่างนั้นก็สบายใจได้ ไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมแน่ นอน" หมอยืนยัน "กินยาแล้วอย่าลืมกินข้าวเยอะ ๆ ร่างกายจะได้แข็งแรง" พยาบาลสาวหันไปบอกอย่างสนิทสนม "ผมเริ่มยาวแล้วนะ เที่ยวหน้ามา คงต้องตัดอีก" ชายชรายิ้ม แววตาเปี่ยมด้วยความสุข การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใช่ชีวิต 128 โรงพยาบาลวังเหนือ พยาบาลสาวไม่ได้กลับไปตัดผมตามสัญญา แต่กลับไปร่วม ไว้อาลัยในงานศพลุงจัน อาจจะเป็นความเศร้าสำหรับหลายคน แต่กับเธอ แล้วคิดว่าคือความสุข อย่างน้อยวันสุดท้ายของลุงจันก็ไม่ได้จากไปอย่างไร ค่าในดอกแคบ ๆ พร้อมคำเล่าขานของคนในหมู่บ้านว่าแกเป็น .. ผีบ้า! จำลองจากเรื่องจริง โครงการปลดโซ่ตรวน โรงพยาบาลวังเหนือ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 129 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอฝ่ายใยชีวิต 130 # โรงพยาบาลควนเนียง โรงพยาบาลชุมชน ขนาด 30 เตียง ในจังหวัดสงขลา มีแนวคิด การดูแลผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางการสร้างความศรัทธาจากผู้ป่วยและญาติ และการสร้างเครือข่ายการดูแลสร้างเสริมสุขภาพของตนเองในชุมชน สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 131 # โรงพยาบาลควนเนียง ## การรักษาแบบองค์รวม  การดูแลผู้ป่วยแบบ "องค์รวม" ในภาษาแพทย์ คือ ให้การรักษาทั้งร่างกาย จิตใจ และวิญญาณ โรงพยาบาลควนเนียง เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่มีความชัดเจนมากในเรื่องนี้ โรงพยาบาลควนเนียงวางวิสัยทัศน์ไว้แน่ชัดว่าจะเป็นโรงพยาบาลที่ทุกคนไว้วางใจ เป็นเลิศในด้านการสร้างสุขภาพและบริการ ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้นได้ต้องให้ประชาชนไว้วางใจ แนวคิดการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมถูกหยิบยกสู่ที่ประชุม การจะดูแลผู้ป่วยได้แบบองค์รวมแท้จริงนั้นจะต้องลงลึกถึงพื้นฐานว่าผู้ป่วยเป็นใคร มาจากไหน มีสมาชิกในครอบครัวกี่คน สัมพันธ์กับใครเป็นพิเศษ และเคยมีปัญหากับใครบ้าง เติบโตมากับชุมชน ศาสนา วัฒนธรรมแบบไหน การเจ็บป่วยทำให้เขาสูญเสียอะไรบ้าง เมื่อรายละเอียดมากขนาดนี้แพทย์คนเดียวไม่มีทางดูได้ครบถ้วน ต้องอาศัยทีมสหสาขาวิชาชีพเข้ามาแบ่งกันดูแล แม้กระทั่งอาสาสมัครหมู่บ้าน หรือญาติของ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 132 ผู้ป่วยก็ต้องให้ความร่วมมือเต็มที่ "ตอนนี้เราคิดว่าเข้าใจการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมอย่างลึกซึ้ง" พญ.อภิญญา ชไมเซอร์ ผู้อำนวยการย้ำอย่างมั่นใจ ซึ่งเกิดจากการได้ฝึก กับผู้ป่วยจริงคนแล้วคนเล่า เกิดเป็นคำว่า "สุขภาวะ" ตามมา ภาวะแห่ง ความสุขไม่จำเป็นว่าต้องคนแข็งแรง ถึงจะมีได้ ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยเกิด ความสุขจากการรักษา แม้จะรู้ว่าวาระสุดท้ายกำลังคืบคลานเข้ามา ถ้าตอบโจทย์นี้ได้และสอบผ่าน ความสำเร็จแห่ง "องค์รวม" ก็อยู่แค่เอื้อม "ศิลปะการดูแลผู้ป่วยไม่ใช่อยู่ๆทุกคนจะทำได้ ต้องอาศัยการ ฝึก ประสบการณ์ กระทั่งสามารถเข้าถึงจิตใจของผู้ป่วย ยกตัวอย่างกรณี ผู้ติดเชื้อเอดส์มีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการดูแลแบบองค์รวม" ผู้อำนวยการยกตัวอย่าง "วิโรจน์" ชายไทย อายุ 37 ปี สถานภาพหย่าร้าง ศาสนาพุทธ อาชีพรับจ้าง ป่วยเป็นโรคเอดส์มา 5 เดือน ปัจจุบันรับยาอยู่ 7 ชนิด วิโรจน์แยกทางกับภรรยา ภรรยาไปแต่งงานใหม่ อยู่หาดใหญ่ วิโรจน์จึงกลับมาอยู่บ้านคนเดียวพร้อมลูกอีก 4 คน ก็สืบต่อ ไปอีกว่าลูก 4 คนมีสถานภาพอย่างไร ปรากฏว่าคนแรกอายุ 18 ปีเป็น ผู้หญิงแต่งงานแล้วแยกครอบครัวไป คนที่สองเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชน คนที่สามอายุ 11 ปี กับคนที่สี่อายุ 4 ปีอยู่บ้านเดียวกับวิโรจน์ กำลังหลัก ที่ดูแลวิโรจน์และลูกคือแม่วัย 60 ปี อาชีพปลูกผัก ซึ่งประวัติของแม่แยก ทางกับพ่อเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ขาดการติดต่อไม่รู้ว่าปัจจุบันพ่อยังมีชีวิตอยู่ หรือเปล่า นอกจากวิโรจน์แล้วแม่ยังมีลูกสาวอีกคนแต่เสียชีวิตจาก สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 133 # โรงพยาบาลควนเนียง การตกเลือดโดยทิ้งลูกสาวชื่อ "ปุ้มปุ๋ย" ปัจจุบันอายุ 21 ปี ซึ่งหลานสาว คนนี้ก็เป็นกำลังเสริมหารายได้ช่วยครอบครัวอีกทาง นอกจากนี้ยังมีน้อง ชายของวิโรจน์ ซึ่งตายเมื่อ 7 เดือนที่แล้วด้วยโรคเอดส์ จะเห็นว่าหัวอกแม่ นั้นเศร้าแค่ไหนที่เห็นลูกจากไปทีละคน แต่ก็แสดงถึงความเข้มแข็งที่ยืน หยัดอยู่ได้ ก่อนประสบโรคร้ายผู้ป่วยค่อนข้างเกเร เที่ยวเตร่ เมื่อป่วย แล้วก็กังวลว่าลูกเล็ก ๆจะอยู่กับใคร พยายามกินยาด้วยหวังให้หาย และฝัน ว่าจะหาเงินมาตอบแทนแม่ที่ช่วยดูแลเขาในยามนี้ "ถ้าเราตีความแบบองค์รวม หมายความว่าผู้ป่วยยังอยากมี ชีวิตรอด เพราะฉะนั้นจะไปบอกให้เขาเตรียมใจรับวาระสุดท้ายไม่ได้ แม้ ในช่วงอาการกำเริบเขาจะพยายามฆ่าตัวตายก็ตาม การจะประเมินอย่าง นี้ได้ต้องผ่านการพูดคุย ผ่าน การวิเคราะห์รอบด้าน ผ่านการแปลความ แปลคำที่เป็นกุญแจสำคัญออกมาให้ได้ แล้วปรึกษากับทีมงานว่าจะหาทาง ออกให้ผู้ป่วยอย่างไร รักษาอย่างไรให้เหมาะสม การดูแลแบบองค์รวม จะสัมฤทธิ์ผลต้องผ่านการสื่อสารที่ดีระหว่างทีมสหสาขาวิชาชีพ ข้อมูล เหล่านี้ตกหล่นไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถดูแลแบบองค์รวมได้เลย" ในส่วนของการรักษา ตัวยาทุกตัวถูกป้อนให้วิโรจน์จนหมด เมื่อจ่ายยาทางกายจนถึงที่สุดแล้ว สิ่งที่เหลือคือการบำบัดด้านจิตใจ "เหงาไหม" ผอ.ถามด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองเมื่อเข้าไปเยี่ยม ในวันหนึ่ง การเยียวยาด้วยหัวใจ ภักทอข่ายใยชีวิต 134 # โรงพยาบาลควนเนียง "ไม่มีเพื่อนคุย" วิโรจน์ทำหน้าเซ็ง "ไม่มีญาติมาเยี่ยมนอก จากแม่คนเดียว สงสารแม่แก่มากแล้ว" "แล้วแม่นอนที่ไหน" "ใช้เก้าอี้มาต่อกัน" คนแก่อายุ 60 กว่านอนบนเก้าอี้ที่ต่อกันเป็นภาพที่ไม่น่าจะ เกิดขึ้นได้ พยาบาลจึงเสนอว่ามีเสื่ออยู่ในเวอร์ดน่าจะเอามาปูนอน ความเอื้อ อาทรเล็กน้อยเหล่านี้ช่วยฟื้นสภาพจิตใจวิโรจน์ให้ชุ่มชื่นขึ้น "เชื่อมั้ยว่าหมอเคยทะเลาะกับพยาบาลเมื่อหลายปีก่อนว่า อย่าให้ญาตินอนบนเตียงที่ว่าง เพราะเตียงใช้สำหรับผู้ป่วยเท่านั้น พอมา เห็นแบบนี้รู้เลยว่ามีผลกระทบต่อจิตใจผู้ป่วยอย่างมาก และอาจทำให้ญาติ พลอยป่วยไปด้วย หมอยอมรับว่าตัวเองผิด เป็นอีกประเด็นที่เราได้เรียน รู้จากผู้ป่วย" ผู้อำนวยการกล่าว ช่วงกลางวันวิโรจน์ต้องอยู่คนเดียวเพราะแม่ต้องไปปลูก ผัก พยาบาลแวะเวียนมาถามบ่อย ๆ ว่าอยากได้อะไรบ้าง อยากฟังเพลง หรือเปล่า เขาได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเกรงใจ เริ่มมีคนแปลกหน้าเข้ามา หา เขาคุยด้วยอย่างสนิทใจเพราะรู้ว่าคนเหล่านี้ ติดเชื้อ HIV เหมือนกัน รอยยิ้มปรากฏเต็มใบหน้า กำลังใจดีขึ้น คนพวกนี้อยู่ในสภาพเดียวกับเขา เคยนอนเตียงเดียวกับเขา แต่ก็ไม่ยอมท้อถอย วิโรจน์ได้รับการชักชวนเข้า ร่วมชมรมผู้ติดเชื้อ HIV น้ำตาที่ไหลริน ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจ แต่ เป็นน้ำตาในความซาบซึ้งที่ยังมีความรู้สึกดี ๆ หลงเหลือ เขาไม่ได้ถูกทอด สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 135 โรงพยาบาลควนเนียง ทิ้งให้โดดเดี่ยว ถ้าได้กลับสู่สังคมเขาจะทำทุกอย่างเพื่อส่วนรวม "ตอนที่เราบอกว่าอยากมีคนคุยกับเขา คำถามแรกของ วิโรจน์คือ เขาเป็นเหมือนผมหรือเปล่า เราจึงรู้ว่าคนปกติมาเยี่ยมไม่ได้ แค่ คำนี้คำเดียวมันแปลอะไรได้หลายอย่าง" เมื่อวิโรจน์เข้าเป็นสมาชิกของชมรม ทัศนคติก็เริ่มเปลี่ยน คิดในแง่ดีว่าเขาอาจเป็นแค่วัณโรคธรรมดา ถ้ากินยาอย่างต่อเนื่องก็ไม่กำเริบ ล่าสุดเขาเตรียมตัวลุกจากเตียงกลับไปใช้ชีวิตในชุมชนอย่างเปิดเผย อีกกรณีเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปี เป็นหญิงวัย 52 ปี ป้าเที่ยง ซักจากลมบ้าหมูเป็นประจำจนสมองตายบางส่วน ครั้งล่าสุดซักแล้วไม่รู้สึก ตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ เสมหะอุดตันจนต้องเจาะคอถาวร ก่อนกลับมาพักฟื้นที่บ้านในเขตควนเนียงผู้ป่วยมีฐานะยากจน โรงพยาบาล จึงให้ยืมเครื่องดูดเสมหะไปใช้ที่บ้าน แต่ผู้ป่วยกลับมานอนโรงพยาบาล บ่อยๆ ข้ออ้างคือเครื่องดูดเสมหะเสียหรือไม่มีคนดูดให้ หมอคิดว่าน่าจะ มีอะไรมากกว่านั้นเลยให้พยาบาลลงไปดู ทราบรายละเอียดว่าสามีป้าเที่ยง ตายไปแล้ว อยู่ในบ้านคูหาเล็กๆ ไม่มีความสะดวกอื่นใด มีลูกสาวสองคน คนโตชื่อสุภาพทำงานโรงงานลักษณะเช้าไปเย็นกลับ อีกคนชื่ออารีวัลย์ กำลังเรียนชั้นมัธยมแต่ต้องลาออกกลางคันเพื่อมาดูแลแม่ พยาบาลจึงสอน ให้ป้าเที่ยงหัดใช้เครื่องดูดเสมหะเอง เหมือนป้าเที่ยงจะเข้าใจ แต่หลังจาก นั้นไม่กี่วันกลับมาใหม่ สาเหตุคือไม่กล้าทำเองต้องให้อารีวัลย์ช่วย ถ้าวันไหนอารีวัลย์ไม่อยู่ก็จะกลับมาโรงพยาบาล ทีมงานจึงปรึกษากัน การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 136 โรงพยาบาลควนเนียง ว่าจะใช้วิธีไหนให้ป้าเที่ยงมีความมั่นใจในตัวเอง ในที่สุดก็ค้นพบวิธีให้ทำ แผลโดยใช้กระจกส่อง ช่วงแรกก็ไม่สำเร็จเพราะป้าเที่ยงอิดออดไม่ยอมท่า เดียว ต้องช่วยสร้างกำลังใจครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อป้าเที่ยงลองทำครั้งแรกก็กล้าลงครั้งที่สอง กลายเป็น ความภูมิใจที่สามารถช่วยตัวเองได้ ครอบครัวมีความสุขขึ้น เพราะช่วงที่ ป้าเที่ยงมาโรงพยาบาลลูก ๆจะรู้สึกว่าวุ่นเนื่องจากขาดเสาหลัก อารีวัลย์ได้ กลับไปเรียนต่อ ครั้งหลังป้าเที่ยงแวะมาโรงพยาบาลเดินอย่างมาดมั่นผิด กับตอนแรกราวกับคนละคน แถมเป็นวิทยากรให้ความรู้กับคนเจ็บป่วย เรื้อรังรู้จักใช้ศักยภาพให้เกิดประโยชน์ จากกรณีของป้าเที่ยงทำให้โรงพยาบาลเห็นปัญหาอีก อย่างว่าผู้ป่วยเรื้อรังที่มีอยู่มากมายในควนเนียงยากจน พวกเขาจำเป็นต้อง มีอุปกรณ์ช่วยดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูดเสมหะ ไม้ค้ำยัน รถเข็นนั่ง ทำอย่างไรถึงจะเอื้อได้ เกิดเป็นโครงการ “เพื่อนเพื่อเพื่อน” โดยตอนแรก นำวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ใช้แล้วของโรงพยาบาลออกมา แล้วมาซ่อมแจกจ่าย พอข่าวกระจายออกไปก็มีกลุ่มชาวบ้านบริจาคเงินซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว ผู้มี ความจำเป็นขอยืมได้ที่โรงพยาบาล ทั้งหมด 15 รายการ มีผู้ป่วยหมุนเวียน กันใช้ 16 คน บางคนเสียชีวิตก็มอบของส่วนตัวให้เป็นสมบัติของส่วนรวม "ถ้าเราไม่ลงลึกในรายละเอียดเรื่องของป้าเที่ยง ก็คงไม่ได้ ขยายผลอย่างทุกวันนี้ ป้าเที่ยงอาจจะเสียชีวิตเพราะไม่มีระบบรองรับที่ดี แต่เมื่อเราช่วยเหลือ อารีวัลย์ก็ได้กลับไปเรียนหนังสือ นี่คือผลพลอยได้จาก สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 137 # โรงพยาบาลควนเนียง การช่วยเหลือคนไข้หนึ่งคน ทุกวันนี้ ป้าเที่ยงรู้สึกเกรงใจโรงพยาบาล เพราะ โรงพยาบาลพยายามทุกทางเพื่อให้แกมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ประสาน อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ป้าเที่ยงมีเงินสำรอง จากสมัยก่อนถ้าไม่มีเงิน คือไม่มี แต่ปัจจุบันหากต้องการใช้เงินเร่งด่วนกำนันจะช่วยค้ำประกันนำเงิน ออกมาใช้ได้ และให้หลานที่มีรายได้มาผ่อนคืน ทำให้ป้ารู้สึกว่าได้รับความ อบอุ่นจากเพื่อนบ้าน จากเดิมที่ไม่มีใครใส่ใจ ขณะเดียวกันป้าเที่ยงก็ทำให้ เรามีกำลังในการทำงาน เพราะทำแล้วเห็นผล วันหนึ่งพยาบาลหิ้วปลาเค็ม ไปฝาก 2 ตัว เป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อยๆ ที่เรามักมองข้าม ปลามันราคาถูก มากนะแต่เอาไปฝากเขามันกลายเป็นความประทับใจไม่รู้ลืม หรือเอาเสื้อ ผ้าที่เราไม่ใช้แล้วไปให้ ซึ่งหมอเห็นแล้วน้ำตาซึม เป็นเรื่องที่ไม่มีสอนใน ตำรา" ผู้อำนวยการสะท้อนมุมมอง พร้อมยอมรับว่าการดูแลผู้ป่วยแบบ องค์รวม ช่วยขจัดความขัดแย้งกันของทีมงานในการทำงานร่วมกัน "ไม่มี ใครรู้ดีที่สุด ไม่มีใครเก่งที่สุด" การแชร์ข้อมูลข่าวสารของคนไข้สำคัญมาก จึงต้องสร้างความรักความสามัคคีของทีมงานด้วยกันเองให้ทำเพื่อผู้ป่วย ไม่ ว่าจะเป็นผู้ป่วยเรื้อรัง หรือผู้ป่วยระยะสุดท้าย จำได้ว่าหลังเกิดโครงการ เพื่อนเพื่อเพื่อน มีผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายแสดงเจตนาจะกลับไปใช้ชีวิต ช่วงสุดท้ายที่บ้าน เราก็ช่วยกันอำนวยความสะดวกให้เขามาที่สุด อย่าง น้อยแม้ไม่ได้ช่วยให้เขาอยู่รอดแต่สามารถช่วยให้มีวาระสุดท้ายไม่ ทรมาน ช่วงแรก ๆ ไม่รู้ว่าการดูแลแบบองค์รวมทำอย่างไร ก็ช่วยกันคิด ช่วยกันศึกษา ช่วยกันทำ ประยุกต์ใช้จนแตกแขนงออกไปสู่การรักษารูป 138 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต # โรงพยาบาลควนเนียง แบบอื่นนับไม่ถ้วน เป็นการสั่งสมด้วยประสบการณ์หาไม่ได้จากตำรา เล่มไหน นี่คือกำไรของโรงพยาบาลควนเนียงที่ได้มาจากดูแลผู้ป่วยแบบ องค์รวม สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 139 โรงพยาบาลควนเนียง ## ครูคนแรก เกือบตีสามแล้ว...เมื่อฉันเก็บแก้วน้ำและกระปุกยา ผู้ป่วย ชายวัย 47 ปี นอนนิ่งอยู่บนเตียง กลิ่นเน่าจากแผลทวีความรุนแรงไม่ต่าง จากกลิ่นศพ แม้จะเพิ่งผ่านการทำความสะอาดเมื่อครู่ เขาเพ่งมองยังเพดาน โดยไม่ใส่ใจกับฉันที่เดินวนอยู่ใกล้เตียง อาจมีเพียงดวงตาคู่นั้นกระมังแสดง ให้เห็นว่าเขายังมีชีวิตอยู่ แผลบริเวณสะโพกที่ถูกกดทับเริ่มเน่าจนยากจะ หยุดยั้งและสัญญาณชีพที่แกว่งสูงมาก อาจทำให้เขาหมดลมหายใจได้ วินาทีใดวินาทีหนึ่ง อยากรู้จังว่าความคิดของเขา ณ นาทีนี้กังวลต่อเรื่องใด ญาติ พี่น้องที่เคยรู้จักกัน อดีตภรรยาที่หย่าร้างกัน ลูกชายลูกสาวในวัยเรียน หรือ แม่ที่เพิ่งได้พบหน้าเมื่อตอนเย็น "อยากฟังเพลงไหม" ฉันถามพลางจ้องเข้าไปในแววตาคู่นั้น มองเห็นความสุขซึ่งยังหลงเหลืออยู่เจือจาง...ความสุขเมื่อพลบค่ำ คงเป็น การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 140 # โรงพยาบาลควนเนียง ความสุขที่เขาอยากเก็บไว้ให้นานที่สุด ลุงวิเชียรถูกนำตัวเข้ารักษาเมื่อ 6 เดือนจากอุบัติเหตุล้มหัว ฟาดพื้น มีแผลแตกยาวกว่าสองนิ้ว บวมและอักเสบเรื้อรัง ส่งผลให้มีเลือด ไหลจากหูตลอดเวลา อาเจียนเป็นเลือด อาการถูกเพาะบ่มก่อนถึงมือ แพทย์นานเกินไป ขณะคนในชุมชนนำตัวมาส่งเขาไม่รู้สึกตัวหรือตอบ สนองความสามารถของตัวเองได้เลย "ชื่อวิเชียร อาชีพทำนา เป็นหม้าย" คนนำส่งเล่าความเป็น มาอย่างกระชับ "ไม่มีญาติเลยหรือ" พยาบาลซักรายละเอียดขณะเตียง เคลื่อนผ่านไปยังห้องรวม "อดีตเมียไม่สนใจเพราะถือว่าเลิกกันแล้ว ส่วนลูกชาย กับลูกสาวก็อยู่ในความดูแลของเมีย .. อ้อ .. มีแม่อีกคนแต่ยังติดต่อไม่ได้" แม้ จะผ่านความตายหลังถึงมือแพทย์ได้อย่างเฉียดฉิว แต่เขากลับอยู่ในสภาพ อัมพาตเรื้อรัง คนในชุมชนที่มาเยี่ยมทำได้เพียงแสดงความเห็นใจ บางคน บอกกับพยาบาลว่า "สภาพแบบนี้ญาติคงไม่เอา" ไม่ว่าวิเชียรจะรับรู้ในประโยคดังกล่าวหรือไม่ แต่ดวงตา เหม่อลอยสายน้ำบางๆไหลรินลงเปียกหมอน ภาษานั้นมากพอจะอธิบาย ความอัดอั้นต้นใจให้คนรอบข้างสัมผัสได้ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 141 # โรงพยาบาลควนเนียง การนอนในโรงพยาบาลนานกว่า 6 เดือนทำให้พวกเรา ผูกพันกับผู้ป่วยกระทั่งใช้สรรพนามแทนตัวเขาว่า "ลุง" ได้อย่างสนิทใจ ลุงวิเชียรเหมือนครูคนแรกที่ทำให้เราเข้าใจในความหมายของการดูแลผู้ป่วย แบบ "องค์รวม" คือดูแลรักษาตั้งแต่ภายนอกเข้าไปถึงจิตวิญญาณข้างใน "อีกแล้วหรือลุง" เรามักแกล้งทำหน้าล้อเมื่อลุงถ่ายอุจจาระ กลิ่นเหม็นมาก อาจจะเหม็นที่สุดนับแต่เคยสัมผัสมา ตั้งแต่ผู้อำนวยการ จนถึงคนขับรถไม่มีใครที่ไม่เคยทำความสะอาดอุจจาระของลุง และครั้งแรก ของทุกคนจะต้องกลั้นจมูกจนหน้าเบ้ แต่ต่อมาก็สามารถเดินเข้าไปด้วยสี หน้าเรียบเฉย พวกเรารู้ดีว่าสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับลุงคือกำลังใจ เราจึงทำทุก วิถีทางให้ลุงมีความสุขเท่าที่จะทำได้ พูดจากระเซ้าเย้าแหย่ ซื้อของมา กำนัล พาผู้ป่วยจากเตียงอื่นมาร่วมสนทนา แม้สภาพลุงวิเชียรเวลานี้อย่า ว่าแต่จะกลับมามีชีวิตเหมือนเดิมเลย แค่เพียงพูดได้ก็คงไม่มีโอกาส ญาติบอกว่าลุงมีเงินฝากในธนาคาร ถ้าเสียชีวิตจะแบ่งให้ โรงพยาบาล ฉันสะท้อนใจ ทำไมต้องยกเงินเป็นที่ตั้ง เราต้องการให้ญาติ มาเยี่ยมลุงบ้าง ไม่ใช่รอให้ถึงวันสุดท้าย คนเรามักมองข้ามสิ่งมีค่าใกล้ตัว ในห้องประชุมเงียบกริบเหมือนไม่มีคนอยู่ เมื่อผลสรุปออก มาว่า อาการของลุงวิเชียรอยู่ในระยะสุดท้าย การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 142 # โรงพยาบาลควนเนียง "เราควรจัดห้องแยกให้กับลุงและดูแลอย่างดีที่สุด" ผู้อำนวยการ โรงพยาบาล เอ่ยทำลายความเงียบ "มีวิทยุสักเครื่องให้ฟังเพื่อรับรู้ข่าวสาร บ้านเมือง ถึงลุงจะพูดคุยกับเราไม่ได้แต่สมองยังไม่ตาย บางทีลุงอาจร้อง เพลงในใจก็ได้ใครจะรู้" "ผู้อำนวยการคิดว่าการทำเช่นนั้นจะทำให้เวลาของลุงยาว ขึ้นไหม" ฉันถาม "อาจเป็นไปได้ แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับโรงพยาบาลให้สิ่ง ที่ดีที่สุดมากกว่าแค่การบริการ ซึ่งก็คือสายสัมพันธ์ระหว่างพวกเรากับ คนไข้ ให้รู้สึกอบอุ่นใจเหมือนเราเป็นญาติ ดูแลด้วยคุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบ หมอเชื่อว่าถ้าพวกเราทำอย่างเต็มที่จะช่วยลดความบอบ ซ้ำของลุงที่ไม่ได้รับความใส่ใจจากญาติ พวกคุณเบื่อหรือเปล่าที่ต้องดูแล ผู้ป่วยรายนี้" ผู้อำนวยการ หันมายังฝั่งพวกเรา "สงสารมากกว่า" หนึ่งในกลุ่มเราตอบ นึกถึงสีหน้าเจ็บปวด ของลุงยามพลิกตะแคงอันเนื่องมาจากการหักของกระดูกที่เปราะบาง บาดแผลเริ่มเน่ามากกว่าเดิม เมื่อไหร่ความเลวร้ายเช่นนี้จะหายไปจาก ชีวิตมนุษย์ "หลายครั้งที่ฉันเห็นเขาซะโงกคอมองตรงหัวเตียงเหมือนรอ คอยใครสักคนที่มีความหมายต่อชีวิต" "น่าจะเป็นแม่" พยาบาลนั่งติดกันบอก "เราสัญญาว่าจะพา แม่เขามาหา" สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 143 # โรงพยาบาลควนเนียง อีกครั้งที่ห้องประชุมเงียบลงด้วยความรันทด ตั้งแต่ลุงวิเชียร นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล มีลูกสาวมาเฝ้าอย่างจริงจังในระยะปิดเทอม เพียง 3-4 วัน หลังจากนั้นก็ไม่มีใครสนใจ แม้โรงพยาบาลจะส่งเจ้าหน้าที่ ไปหาที่บ้าน หรือโทรศัพท์รายงานอาการทรุดหนักของผู้ป่วย คำตอบจาก ญาติคือต้องทำงานไม่มีเวลา ทุกคืนลุงจึงนอนคนเดียว มีเพียงพยาบาล ดูแลอย่างใกล้ชิด "เราก็ควรทำทุกวิถีทางในการค้นหาแม่ผู้ป่วยให้เจอ" ผู้อำนวยการสรุป คำกล่าวนั้นกลายเป็นประกาศิตและสัมฤทธิ์ผลในหนึ่ง สัปดาห์ ถัดมา เมื่อเย็นนี้เองลุงวิเชียรได้พบแม่ และเป็นครั้งแรกที่เขายิ้ม ออก แม้เพียงเสี้ยวนาทีก็เพียงพอแล้ว ในขณะที่ผู้เป็นแม่พูดได้แค่ "แม่ฝัน เห็นลูกทุกคืน" ก็สะอึกสะอื้นจนเปล่งคำใดไม่ออก แววตาที่ยังเจือจางด้วยความสุขส่งปฏิกิริยาตอบรับว่า ... เขา อยากฟังเพลง ฉันเปิดวิทยุแผ่วเบาเลื่อนหาสถานีเพลง ... ทว่า .. กลับหยุด เมื่อ สะดุดกับรายการหนึ่ง พระธรรมคำสอนที่ผ่านออกจากลำโพงนั้นช่าง ละเมียดละไม ให้ความสุข สงบ และร่มเย็นยิ่งนัก เร่งเสียงขึ้นอีกเล็กน้อย เดินไปหาผู้ป่วย การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างโยธีวัต 144 โรงพยาบาลควนเนียง "ลุงคะ .. สิ่งที่ได้สัญญากับลุงฉันทำแล้วนะ ต่อไปนี้อยากให้ลุง ทำในฐานะชาวพุทธ นึกถึงพระธรรมคำสอน หายใจเข้า "พุทธ" หายใจออก "โธ" ทำใจให้สงบ" ลุงยิ้ม .. เป็นยิ้มที่ฉันคิดว่าสดใสไร้กังวล ประกายตาคู่นั้นวาว ขึ้นก่อนจะค่อยปิดลง ลุงวิเชียรจากไปตอนตีสามอย่างสงบพร้อมรอยยิ้ม ฉันคือคน สุดท้ายที่อยู่เคียงข้างเขาในฐานะพยาบาลเวร แม้ลุงวิเชียรจะจากไปนานแล้ว แต่สิ่งที่ฝากไว้เป็นประโยชน์ กับผู้ป่วยอีกหลายราย เพราะคำว่า "องค์รวม" ที่เคยเป็นม่านสีเทาสำหรับ พวกเรากลับกระจ่างชัดและเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่ารักษาอย่างไรจึงเรียกว่า ครบถ้วนทุกรายละเอียด ลุงวิเชียรจึงถือเป็น "ครูคนแรก" ในเรื่องการดูแล ผู้ป่วยแบบองค์รวม จำลองจากเรื่องจริง การดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม โรงพยาบาลควนเนียง จังหวัดสงขลา สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 145 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 146 # โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงเรียนแพทย์ในเขตภาคใต้ ขนาด 830 เตียง ตั้งอยู่หน้าเขาคอหงส์ หาดใหญ่ เป็นแหล่งรับส่งต่อผู้ป่วยที่มีปัญหาในการวินิจฉัย และรักษา โรคที่มีความซับซ้อนรวมทั้งรองรับสถานการณ์ที่ไม่ปกติในเขตภาคใต้ ผลิตผลงานวิจัย และองค์ความรู้ที่มีค่าในระดับประเทศและระดับนานา ชาติ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 147 โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ # ชีวิตที่นับถอยหลัง จากชีวิตที่เหลือสั้นลงของผู้ป่วยในระยะสุดท้าย สมควรเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการดูแลจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ตามหลักการ และวิธีที่ถูกต้อง ซึ่งการพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ มีหลักดำเนินงานที่จะกระจายแนวคิดตามหลักการของ palliative care ไปในทุกหน่วยงาน โดยอาศัยบุคลากรเดิมที่มีอยู่เป็นผู้ปฏิบัติ เป็นการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพการให้บริการในภาพรวม เนื่องจากโรงพยาบาลไม่มีแนวคิดที่จะจัดตั้งหอผู้ป่วยหรือสถานพยาบาลเฉพาะสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้ายขึ้น ถึงแม้จะเป็นรูปธรรมกว่า แต่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยได้จำนวนน้อย พัฒนาบุคลากรได้เพียงเฉพาะกลุ่ม และยังต้องใช้งบประมาณไปกับสถานที่และบุคลากรเพิ่มเติมจำนวนมาก การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใชชีวิต 148 สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 149 โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ การดำเนินงานในเรื่องนี้จึงอยู่ในรูปกรรมการส่วนกลาง คือ คณะกรรมการเพื่อพัฒนา palliative care ทำหน้าที่สนับสนุนด้านวิชาการ การจัดอบรมบุคลากร วัสดุอุปกรณ์ ให้แก่หน่วยบริการต่างๆ ผ่านหน่วย palliative care ซึ่งมีลักษณะเป็นหน่วยประสานงาน ไม่ใช่หน่วยงานบริการ มีพยาบาลประจำการและเจ้าหน้าที่ธุรการอย่างละ 1 อัตราเท่านั้น โดยการ สนับสนุนจากภาควิชาต่างๆ "ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีปัญหาไม่ใช่ด้านเดียว ไม่ใช่แค่ทางกาย แต่ ซ่อนเร้นในจิตวิญญาณ ต่างไปคนละแบบ บางรายซับซ้อนมาก" นพ.เติม ศักดิ์ พึ่งรัศมี แกนนำกลุ่มงานกล่าวถึงแรงบันดาลใจ ## การพัฒนาต้นแบบ สำหรับแนวคิดเรื่อง palliative care นั้น โรงพยาบาลได้รับ อิทธิพลมาจากการไปดูงานที่ Daw House Hospice เมือง Adelaide ประเทศ ออสเตรเลีย แต่เนื่องจากสภาพสังคมและวัฒนธรรมของประเทศไทย แตกต่างจากประเทศตะวันตก การพัฒนาต้นแบบการดูแลรักษาผู้ป่วย ระยะสุดท้าย นอกจากต้องอาศัยการทบทวนเอกสารและตำราจากต่าง ประเทศแล้ว คณะกรรมการเพื่อพัฒนา palliative care ได้ดำเนินการ โครงการนำร่องขึ้นในกลุ่มผู้ป่วยเฉพาะกลุ่มหนึ่ง คือผู้ป่วยมะเร็งนรีเวช ระยะสุดท้าย ร่วมกับภาควิชาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา และกลุ่มหอ ผู้ป่วยนรีเวชกรรม ในปี 2542 - 2544 เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้อง โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ การของผู้ป่วย กำหนดแนวทางการดูแลรักษา และประเมินความเป็นไปได้ และข้อจำกัดในการดำเนินงานตามแนวทางการดูแลรักษา ซึ่งสามารถสรุปผลได้ว่า ผู้ป่วยมีปัญหาและความต้องการหลายด้าน การให้ความสำคัญต่อปัญหาและความต้องการของผู้ป่วยเองแต่ละคน อาจไม่ตรงกับความคิดเห็นของบุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ดูแลรักษาอาจละเลยบางอาการไป นอกจากนั้นจากการสำรวจความต้องการของผู้ป่วยโรคมะเร็งในโรงพยาบาลยังพบว่ามีความต้องการความช่วยเหลือทางการเงินและการดูแลด้านจิตสังคมมากกว่าด้านอื่นๆ อีกด้วย ขณะเดียวกันแนวทางการดูแลรักษาที่จัดทำขึ้น บุคลากรของหอผู้ป่วยสามารถดำเนินการเองได้ โดยผ่านการอบรมความรู้และทักษะ ซึ่งจากการประเมินผลการดำเนินงานตามแนวทางการดูแลรักษาที่จัดทำขึ้น พบว่าบุคลากรสามารถให้การดูแลรักษาด้านร่างกายส่วนใหญ่ได้ครบถ้วน แต่การดำเนินการให้ผู้ป่วยแสดงเจตจำนงต่อการรักษาล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรทำได้น้อยมาก เนื่องจากบุคลากรขาดทักษะและอาจไม่สอดคล้องกับลักษณะนิสัยคนไทย ทำให้การทำงานของบุคลากรสหสาขาวิชาชีพมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยแก้ปัญหา และการตอบสนองความต้องการของผู้ป่วย โดยต้องมีระบบประสานงานที่ดีผ่านการประชุมร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ และจากการประเมินผลการดำเนินงานพบว่าปัญหาที่สำคัญคือ การประสานงานของบุคลากรสหสาขาวิชาชีพและข้อจำกัดในการประชุมร่วมกัน การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 150 และเพื่อให้การดำเนินงานขยายครอบคลุมผู้ป่วยทั้ง โรงพยาบาล คณะกรรมการเพื่อพัฒนา palliative care ได้นำประสบการณ์ จากโครงการนำร่องในผู้ป่วยมะเร็งนรีเวชระยะสุดท้ายนี้ มาถ่ายทอดและ สนับสนุนให้ภาควิชาและหอผู้ป่วยต่างๆ จัดตั้ง patient care team ด้าน palliative care ของตนเองขึ้น ซึ่งประกอบด้วยบุคลากรสหสาขาวิชาชีพที่ เกี่ยวข้อง โดยกรรมการส่วนกลางให้ความช่วยเหลือด้านวิชาการ การจัด อบรม ถ่ายทอดประสบการณ์ ระหว่างกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในการทำงานของคณะกรรมการเพื่อพัฒนา palliative care ได้มีการจัดอบรมความรู้ และทักษะให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องตามแผนของ ส่วนกลาง และตรงตามความต้องการของ patient care team ของภาค วิชาและหอผู้ป่วย ทั้งการใช้หลักสูตรแพทย์ศาสตร์สำหรับนักศึกษาแพทย์ เปิดการสอนสำหรับแพทย์ประจำบ้าน และเพิ่มทักษะแก่บุคลากรทาง การแพทย์ รวมทั้งการอบรมอาสาสมัครให้กับประชาชนผู้สนใจทั่วไป เพื่อ ปฏิบัติหน้าที่เป็นเพื่อนผู้ป่วยในหอผู้ป่วย หรือการจัดทำหนังสือเผยแพร่ แนวคิดสำหรับแพทย์ พยาบาล และผู้สนใจทั่วไป อย่างไรก็ตามเพื่อประสิทธิภาพในการทำงาน ทางโรงพยาบาล ได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพัฒนา ติดตามและประเมินผลงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง รูปแบบการจัดการ การจัดทำแบบประเมินตนเอง สำหรับหอผู้ป่วยและ ภาควิชา เพื่อกำหนดทิศทาง กระตุ้นและประเมินการดำเนินงานดูแลรักษา ผู้ป่วยระยะสุดท้ายทั้งในด้านโครงสร้าง กระบวนการและการวัดผล สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 151 โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ นอกจากนี้ยังมีการเยี่ยมหอผู้ป่วยต่างๆ ของคณะกรรมการ เพื่อพัฒนา palliative care โดยประเมิน ให้คำแนะนำ รับฟังข้อเสนอแนะ และความต้องการการสนับสนุนปีละครั้ง "มีผู้ป่วยรายหนึ่งอายุมากแล้ว ไม่มีญาติ หลังผ่านการรักษาระยะหนึ่งก็ไปพักอยู่อาคารเย็นศิระ วัดโคกนาว ซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงพยาบาล โดยมีอาสาสมัครดูแล พออาการหนักเอากลับมารักษาในโรงพยาบาลอีกกระทั่งเสียชีวิต ซึ่งก่อนจะเสียชีวิตพยาบาลได้คุยกับเขาถึงวาระสุดท้าย ว่าอยากให้จัดงานศพแบบไหน เรื่องทำนองนี้ถือเป็นสิทธิของผู้ป่วย เขาอนุญาตให้เราจัดตามประเพณีผ่านสังคมสงเคราะห์ เราก็ทำตามความประสงค์ การพูดคุยวันนั้นบันทึกเป็นเทปคาสเซท เพื่อเป็นหลักฐานเผื่อวันหนึ่งมีคนแสดงตัวเป็นญาติจะได้ใช้อ้างอิง อาสาสมัครที่เข้ามาจัดการเรื่องนี้ก็มีความสุขที่ได้ช่วยคนไร้ญาติขาดมิตรให้ได้สิ่งที่ต้องการ เป็นกรณีตัวอย่างซึ่งอาจไม่ซับซ้อนมากนัก บางรายมีศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องก็ต้องหาผู้มีความชำนาญด้านนี้มาช่วย ส่วนระบบการติดตามดูถึงบ้านตอนแรก เราไม่ได้เน้นมากนัก แต่พอทำมาระยะหนึ่งก็เห็นปัญหาจากคนไข้บางรายที่พอกลับบ้านเกิดความไม่มั่นใจต่างๆ นานา ประมาณว่าอยากอยู่ใกล้หมอ เพราะรู้สึกอบอุ่นกว่า เมื่อเห็นอย่างนี้จึงปรึกษาผู้อำนวยการเตรียมจัดตั้งทีมงานออกไปดูแลผู้ป่วยที่บ้านด้วย" **ประสิทธิ์ อันเพชร** อดีตผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งปากและคอ เขารับการรักษากับโรงพยาบาลสงขลานครินทร์นานสองเดือน เขียนความ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 152 # โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ## รู้สึกลงในบันทึกว่า "ผมรู้สึกดีมาก ขอขอบคุณแพทย์และพยาบาลทุกคนที่ให้ ความสะดวกแก่คนป่วยทุกคนที่มารับการรักษา" ขณะที่ อุไรรัตน์ แซ่ตั้ง ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมจากจังหวัด ปัตตานี กล่าวถึงประสบการณ์หลังผ่านการผ่าตัด ฉายแสง ให้ยา จน สุขภาพแข็งแรงว่า "รู้สึกสบายใจในช่วงการรักษา ไม่รับประทานยานอกระบบ เช่นยาสมุนไพรต่าง ๆ ออกกำลังกายเสมอ ไม่เครียด เจ้าหน้าที่ทุกคนให้ความ สะดวก พูดจาดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ทำให้ประทับใจ" ส่วน ทิพวรรณ จากอำเภอหาดใหญ่ กล่าวว่า "ประทับใจในการให้บริการของพยาบาลหอผู้ป่วยในเรื่อง เกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจในการพยาบาลผู้ป่วยระยะสุดท้าย และการ พยาบาลแบบประคับประคอง (palliative care) พยาบาลทำหน้าที่ได้อย่าง สมบูรณ์ทั้งการพยาบาลผู้ป่วยและญาติ ช่วยเหลือและให้กำลังใจดีมาก ขอชมเชยเป็นพิเศษสำหรับ Head Ward ในเรื่องความรู้ ความเข้าใจ ความ เชื่อมั่นตัวเองและการตัดสินใจ" คำชื่นชมเหล่านี้คงเป็นกำลังใจให้แพทย์ พยาบาล ทีมงาน palliative care ทุ่มเทมากยิ่งขึ้น สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 153 โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ # CPR Team ทีมช่วยฟื้นคืนชีพ  การหยุดเต้นของหัวใจกรณีที่คาดไม่ถึงแม้โอกาสจะไม่มากนัก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ยากที่จะช่วยชีวิตไว้ได้ ถ้าผู้ป่วยรายนั้นไม่อยู่ใกล้มือแพทย์ หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านปั๊มหัวใจ หรือแม้แต่ในโรงพยาบาลก็ตาม เคยมีกรณีผู้ป่วยช็อคหัวใจหยุดเต้นในขณะที่แพทย์ไม่อยู่บริเวณนั้น กว่าพยาบาลจะตามแพทย์ประจำห้องมาถึงอาจสายเกินการณ์ จากสถิติพบว่าในจำนวนผู้ประสบเหตุ 100 รายอาจหลุดรอดเงื้อมมือมัจจุราชแค่ 1 ราย โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คือโรงพยาบาลแรกที่พัฒนาหน่วย CPR Team หรือทีมช่วยฟื้นคืนชีพขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือกรณีนี้โดยเฉพาะ หนึ่งในทีมแพทย์ที่รับผิดชอบต่อเรื่องนี้อธิบายว่า หน่วยฟื้นคืนชีพ อาจมีลักษณะคล้ายหน่วยกู้ภัยทั่วไป เพียงแต่ประจำและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในโรงพยาบาลเท่านั้น โดยมีแพทย์สหสาขาวิชาชีพจากทุก การเยียวยาด้วยหัวใจ ถ้าทอย่ายใยชีวิต 154 # โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ แผนกรวมตัวกัน เพื่อช่วยเหลือผู้ที่หัวใจหยุดเต้นฉับพลัน "โดยปกติแต่ละแผนกก็มีระบบเฝ้าระวังความปลอดภัย พร้อมอยู่แล้ว แต่ CPR Team เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพให้สมบูรณ์ขึ้น" โดยการทำงานก็ไม่มีอะไรซับซ้อน ทุกคนดำเนินหน้าที่ตาม ปกติเช่นเคย ถ้ามีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น เช่นแม่หรือเด็กในห้องคลอดหัวใจหยุด เต้น พยาบาลประจำห้องจะกดโทรศัพท์ 1234 มายังศูนย์กลางซึ่งมี โอเปอเรเตอร์ประจำ จากนั้นโอเปอเรเตอร์ จะกระจายข่าวผ่านวิทยุแพทย์ ทุกท่าน ทุกคนจะมุ่งหน้าไปยังตึกเกิดเหตุ ใครอยู่ใกล้ไปถึงก่อนก็ลงมือช่วย เหลือก่อน หรือถ้าในระหว่างเกิดเหตุมีแพทย์อยู่บริเวณนั้นพอดี แพทย์ท่าน นั้นก็ดำเนินการช่วยเหลือได้เลย ทุกครั้งที่มีเหตุเกิดขึ้นพยาบาลจะทำการบันทึกนับจาก วินาทีแรกที่กระจายข่าวออกไปว่าแพทย์คนแรกมาถึงที่เกิดเหตุใช้ เวลาเท่าไหร่ ผลการช่วยเหลือเป็นอย่างไร เป็นไปตามมาตรฐานชี้วัดหรือ ไม่ จากสถิติพบว่า ถ้าแพทย์คนแรกไปถึงอยู่ในช่วง 4 นาทีโอกาสช่วยเหลือ ผู้ป่วยให้ฟื้นกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมมีความเป็นไปได้มาก ใน 100 คนมี โอกาสรอดสูงถึง 7 คน สถิติการไปถึงเร็วที่สุดประมาณ 1 นาที "ถ้ามองจากโครงสร้างของอาคารโรงพยาบาลจะเห็นว่าเป็น ตึกเชื่อมถึงกันทุกจุด ถ้ามีเหตุเกิดขึ้นตึก 4 แพทย์อยู่ตึก 1 ก็สามารถไป ถึงได้อย่างรวดเร็ว" นพ.สุเมธ พีรวุฒิ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลสงขลา นครินทร์ กล่าว สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 155 โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ CPR Team จึงเป็นความภูมิใจยิ่งของโรงพยาบาลสงขลา นครินทร์ ซึ่งได้รับความสนใจจากแพทย์ต่างประเทศเดินทางมาดูงานอย่าง ต่อเนื่อง การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใชีวิต 156 # อาคารเย็นศิระ พักคืนละ 5 บาท  เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เมื่อเดือนกันยายน 2529 พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 300,000 บาท เพื่อก่อสร้างที่พักผู้ป่วยและญาติ ณ วัดโคกนาว ตรงข้ามโรงพยาบาล เนื่องจากทรงทราบถึงปัญหาที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ไม่สามารถรับ ผู้ป่วยบางประเภทไว้รักษาตัวได้ตลอดเวลา ทำให้เกิดปัญหาแก่ผู้ป่วยที่มี ฐานะยากจนและอยู่ห่างไกล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมกับสโมสรโรตารี่ สมาคมธรรมศาสตร์ และกรรมการวัดโคกนาว ได้ ช่วยกันหาวัสดุก่อสร้างจนแล้วเสร็จ รับผู้อาศัยได้ 48 คน แบ่งเป็นชาย หญิง อย่างละครึ่ง และทำพิธีมอบแก่วัดโคกนาว เป็นผู้รับผิดชอบ ปรากฏว่าผู้ป่วย และญาติเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวันจนเกินความสามารถที่จะรับได้ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 157 โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เพื่อให้เป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงได้ตั้งคณะกรรมการอำนวยการ ก่อสร้างอาคารที่พักผู้ป่วยและญาติขึ้น ประกอบด้วยภาครัฐและเอกชน มี เทศบาลนครหาดใหญ่ ศูนย์ประชาสัมพันธ์เขต 6 สโมสรไลออนส์หาดใหญ่ สโมสรโรตารี่หาดใหญ่ กรรมการวัดโคกนาว และบริษัทหาดทิพย์ มีมติ ให้สร้างอาคารเพิ่มอีกหนึ่งหลัง สูง 3 ชั้น รับผู้ป่วย หรือญาติได้ไม่ต่ำกว่า 140 คน และตั้งชื่อว่า "อาคารเย็นศิระ" เพื่อความเป็นสิริมงคล และ แสดงออกซึ่งความสำนึกใน พระมหากรุณาธิคุณ น้อมเกล้าถวายเป็น พระราชสักการะเฉลิมพระเกียรติ ในศุภวาระที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 60 พรรษา จากความร่วมมือของทุกฝ่าย ทำให้มหาวิทยาลัยรวบรวม เงินบริจาคได้ 2,781,533 บาท ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง 1,785,655 บาท ส่วนที่เหลือจัดตั้งเป็นกองทุนเย็นศิระเพื่อใช้ในการซ่อมแซมต่อไป สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอาคาร ณ วัด โคกนาว เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2531 ใช้เป็นที่พักผู้ป่วยและญาติตั้งแต่นั้น จนปัจจุบัน ผู้ที่จะเข้าพักอาคารเย็นศิระคือผู้ป่วยโรคมะเร็ง รักษาด้วย การฉายรังสีตั้งแต่ 3-5 สัปดาห์ ถ้าญาติกลับบ้านก่อนจะมีอาสาสมัครรักษา ความปลอดภัยให้การดูแล หรือผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวโรงพยาบาลสงขลา การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 158 โรงพยามาลสงขลานครินทร์ นครินทร์ แต่ญาติต้องพักอาคารเย็นศิระ เนื่องจากโรงพยาบาลไม่อนุญาต ให้ญาติเฝ้าตอนกลางคืน "สถิติผู้เข้าพักมีทั้งไทยพุทธ และอิสลาม ประมาณ 250 คน/วัน ทางวัดเก็บค่าที่พักคืนละ 5 บาทต่อวัน เมื่อรวบรวมเงินได้จำนวน หนึ่งก็มอบให้โรงพยาบาลใช้เพื่อการจำเป็นต่อไป" นพ.สุเมธ พีรวุฒิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ กล่าว สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 159 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 160 # โรงพยาบาลหนองบัวระเหว โรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง ในจังหวัดชัยภูมิ เป็นโรงพยาบาลรุ่นแรก ๆ ที่ได้รับการรับรองกระบวนการคุณภาพและโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ จากสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล ปัจจุบันได้รับการต่ออายุการรับรองครั้งที่ 2 แนวคิดที่เป็นหลักปฏิบัติสำหรับทีมงานที่เรียบง่ายแต่ได้ผล คือ "ถ้าเราเป็นผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วย เราอยากให้ผู้ให้บริการปฏิบัติต่อเราอย่างไร" ตัวอย่างที่ดีที่สามารถเรียนรู้จากที่นี่คือ การสร้างระบบข้อมูลเครือข่ายร่วมระหว่างโรงพยาบาลชุมชนและสถานีอนามัย สถานบริการปฐมภูมิและการจัดบริการดูแลผู้ป่วยเอดส์แบบองค์รวม สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 161 โรงพยาบาลหนองบัวระเหว # กลยุทธ์สร้างแนวร่วมหนองบัวระเหว  ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลหนองบัวระเหวก้าวหน้า มากในเรื่องปฏิรูปองค์กร จากโรงพยาบาลเล็ก ๆ มีหมอเพียงคนเดียว ปรับ สู่กระบวนการทำงานเป็นเครือข่ายโดยการถ่ายทอดองค์ความรู้หลายรูป แบบ สร้างสายสัมพันธ์กับแกนนำระดับจังหวัดจนถึงหมู่บ้าน หนองบัวระเหว วันนี้จึงไม่ใช่แค่สถานพยาบาลรักษาคนไข้เท่านั้น แต่เป็นองค์กรที่โดดเด่น ด้านการจัดการตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายทาง ภายใต้การนำของ นพ.เฉิดพันธุ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ ด้วยประชากรในพื้นที่น้อย เมื่อมีระบบ 30 บาท งบประมาณ ที่ได้จากรัฐบาลจึงน้อย การปล่อยให้เกิดการป่วยต่อเนื่อง ย่อมมีผลเสียทั้ง ในเรื่องเงินค่ารักษาที่โรงพยาบาลต้องรับผิดชอบ สุขภาพประชาชนไม่แข็ง แรง เป็นภาระครอบครัว ประเทศชาติสูญกำลังพล ปัญหาหลายอย่างเกิด จากการเจ็บของคนเพียงคนเดียว และคนจำนวนไม่น้อยมักไปโรงพยาบาล การเยียวยาด้วยหัวใจ ถ้าทุกอย่างใช่วิต 162 # โรงพยาบาลหนองบัวระเหว ทั้งที่อาการไม่หนักหนา 80-90 % เกิดจากอุปทานสามารถหายเองโดยไม่ต้องรักษา มีเพียง 10-20% เท่านั้นต้องที่พึ่งแพทย์ หนองบัวระเหวเริ่มสร้างระบบเครือข่ายด้วยการนำความรู้เข้าไปถ่ายทอดกับเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย ไม่ให้ตั้งรับอย่างเดียวแต่ต้องรุกเข้าไปทำให้คนไม่ป่วย คำว่า "ไม่ป่วย" อาจพูดง่ายแต่ทำยาก ชาวบ้านต้องทำมาหากินไม่มีเวลาใส่ใจกับสุขภาพ เคยชินกับวิธีซ่อมมากกว่าสร้างสถานีอนามัยต้องสร้างแนวคิดใหม่กับชุมชน ทั้งในเรื่องการเสริมสร้างสุขภาพและการใช้บริการกับสถานีอนามัยเมื่อเจ็บป่วย เพื่อโรงพยาบาลได้ดูแลผู้ป่วยที่มีอาการหนักและจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ "สมัยก่อนวิธีคิดของโรงพยาบาลกับสถานีอนามัยจะเหินห่างกัน การจะให้เขาร่วมมือเราต้องสร้างความไว้วางใจ เป็นพี่เลี้ยงที่ดี ถ่ายทอดวิธีคิด วิธีทำงาน โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร เมื่อชาวบ้านมาเห็นก็จะได้เห็นว่าเป็นทีมเดียวกัน เดินเข้าสถานีอนามัยก็เหมือนเดินเข้าโรงพยาบาล ยาสถานีอนามัยหมดผมยินดีจ่ายให้เพราะถือว่าเขารักษาคนแทนเรา ไม่ได้คิดว่าเอาเงินมาจ่ายนอกงบประมาณ ผมไม่เชื่อว่าเงินอย่างเดียวจะทำให้เกิดการพัฒนาได้ ถ้าไม่รู้จักการจัดการที่ดี มีเงินเท่าไหร่ก็หมด อย่างการส่งเจ้าหน้าที่ สถานีอนามัยไปอบรมในเวทีการสัมมนาระดับชาติ โรงพยาบาลก็ออกงบให้ ปี2548 ที่กำลังจะถึงโรงพยาบาลเตรียมจัดประชุมวิชาการก็เชิญทีมสถานีอนามัยเข้าร่วมการทำงานลักษณะนี้ไม่ใช่ไปตามระบบแต่ต้องใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว" สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 163 # โรงพยาบาลหนองบัวระเหว การสร้างสายสัมพันธ์ถือเป็น "จุดเด่น" เห็นชัดในตัวผู้อำนวยการ ท่านนี้ แกนนำทั้งภาครัฐและเอกชนในอำเภอหนองบัวระเหวไม่มีใครไม่รู้ จัก ทั้งการสัมพันธ์โดยเนื้องาน การกีฬา จนถึงการพบปะพูดคุยแบบไม่เป็น ทางการ ยุทธวิธีของเขาเกือบจะคล้ายกับการลงพื้นที่ของนักการเมือง "ผมถือว่าเมื่อเราลงไปร่วมกิจกรรมกับกลุ่มใดก็ตาม ย่อมมี โอกาสสอดแทรกแนวคิดการพัฒนาระบบสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรม การจะให้งานด้านการรักษามีประสิทธิภาพต้องมีความสมดุลจากรอบด้าน หน้าที่ของผมคือขายไอเดียวทำยังไงให้ท้องถิ่นเจริญ สุขภาพคนในชุมชน เข้มแข็ง คุยกับนายอำเภอ ครู กำนัน อบต. สส. ทุกคนที่เกี่ยวข้อง วัฒนธรรม ของแต่ละหน่วยงานไม่เหมือนกัน การก้าวไปข้างหน้าคือนำคุณภาพมา ผสมผสานให้ลงตัว" และด้วยสายสัมพันธ์ที่กระจายออกไปทั่วนี่เอง ทำให้ หนองบัวระเหว ที่แม้จะมีงบประมาณน้อยไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน เพราะการ ช่วยเหลือจากกลุ่มพันธมิตร "อย่างการเสริมสร้างสุขภาพชุมชนผมจะคุยตั้งแต่ ระดับบน เช่น นายอำเภอ เทศมนตรี ถึงความจำเป็นของนโยบาย เมื่อได้รับการสนับสนุน ก็ไม่ยากที่จะจัดกิจกรรมส่งเสริม หรืออย่างตำรวจมีโครงการตรวจสุขภาพ ทุกปี ก็เอาประเด็นมาแตกยอดให้เขาดูแลสุขภาพในเมื่อเขาต้องตรวจร่างกาย ทุกปีอยู่แล้วการส่งเสริมให้รักษาสุขภาพจึงไม่ยาก จัดแข่งกีฬาตำรวจ อบต. โครงการนี้ได้ผลก็เข้าไปคุยกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครหมู่บ้าน การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใชีวิต 164 โรงพยาบาลหนองบัวระเหว ว่าตำรวจกับอบต.มีกิจกรรมร่วมกันแล้วนะ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.จะทำอะไรบ้าง ซึ่งเขาก็จะประชุมลูกบ้านเกิดเป็นกีฬาฟุตบอล วอลเลย์บอลตะกร้อ ฯลฯ หมุนเวียนจัดกันแทบทุกเดือน อาสาสมัครบางคนก้าวเข้าสู่การเมืองท้องถิ่น มีโอกาสดูแลงบประมาณ ก็เสนอความช่วยเหลือโดยเราไม่ต้องขอ เพราะเขาเห็นความสำคัญในสิ่งที่เราเคยทำ" ด้วยระบบบริหารจัดการดังกล่าว สร้างความเปลี่ยนแปลงชัดเจนทั้งลดอัตราการป่วยหรือการส่งต่อผู้ป่วยหนักไปยังโรงพยาบาลจังหวัด การส่งต่อในช่วงหลังจึงเน้นโรคที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น เช่น ต้อกระจก การทำขาเทียม เป็นต้น "ระบบการบริหารจัดการเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมทั้งข้อมูลรูปแบบ กำลังคน บางคนมองไม่ออกว่าจะจัดการยังไงก็ต้องสอนให้เข้าใจ เช่นกรณีมีโครงการ 30 บาท คนขึ้นทะเบียน 2.8 หมื่นคน ถ้าไม่ร่วมกันป้องกันการเจ็บไข้ได้ป่วย เน้นรักษาอย่างเดียว เงินส่วนนี้ก็หมด จึงต้องหาวิธีให้คนไม่ป่วยหรือป่วยไม่หนัก ถ้าป่วยหนัก โรงพยาบาลจ่ายเป็นแสนเอาแค่ต้นทุนคนไข้ สถานีอนามัย 70 บาท/หัว แต่โรงพยาบาลสูงถึงประมาณ 300 บาท ทำยังไงให้ทุกคนเข้าใจตรงกัน วิธีง่ายที่สุดคือรณรงค์ผ่านสถานีอนามัย ซึ่งมีทั้งหมด 6 จุด วางแผนร่วมกัน ตั้งแต่เรื่องว่าจะใช้งบประมาณอย่างไร พัฒนาประชาชนในพื้นที่อย่างไร จัดกิจกรรมอะไรบ้าง ถ้ามีผู้ป่วยหนึ่งคน คนไหนควรอยู่บ้าน คนไหนสถานีอนามัยรับผิดชอบ และคนไหนส่งโรงพยาบาล เอาข้อมูลมาพิจารณาร่วมกัน ถ้าแผนตรงนี้ไม่ชัดเจนส่ง สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 165 โรงพยาบาลหนองบัวระเหว รายหนัก ๆ ให้ สถานีอนามัยรักษาไม่ได้ผลจะทำให้ชุมชนขาดความเชื่อมั่น ขณะนี้ผมกำลังตามเก็บอัตราอายุขัยของผู้ป่วยว่าการตายน้อยลงหรือ เปล่า มะเร็งเต้านมน้อยลงไหม โรคความดัน เบาหวานน้อยลงไหม เพื่อ ตอบโจทย์ว่าสิ่งที่เราทำมาถูกทางหรือเปล่า" การเยียวยาด้วยหัวใจ ดักทอข่ายใยชีวิต 166 # เอดส์ กับการสร้างความเข้าใจในชุมชน  เอดส์ถือเป็นมหันตภัยร้ายนำความสูญเสียมาสู่มนุษย์ จำนวนมาก ผู้ป่วยโรคนี้ไม่เพียงจะผจญเคราะห์กรรมจากโรคแทรกซ้อน แต่ยังต้องเผชิญกับทัศนคติของความไม่เข้าใจจากคนรอบข้าง ยิ่งทำให้ผู้ป่วยท้อแท้ถึงขั้นปกปิดตัวเอง โรงพยาบาลหนองบัวระเหวเห็นความจำเป็นว่าการจะให้ชุมชนหันมายอมรับ ผู้ป่วยจะต้องสร้างความกล้าหาญและเข้มแข็งในการดำรงชีวิตของตัวเองให้ได้เสียก่อน คุณอุรารักษ์ ยวงทอง หนึ่งในคณะทำงานศูนย์ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ รพ.หนองบัวระเหวเล่าถึง จุดประกายของหน่วยงานว่า ผู้ป่วยโรคเอดส์มีอัตราการเสียชีวิตเนื่องจากดูแลตัวเองไม่ดี หลบซ่อนตัวจากสังคม หรือมีกระแสกดดันจากชุมชนจำนวนมาก เช่น เด็กที่เกิดจากพ่อแม่เป็นเอดส์ แม้ตัวเด็กไม่ติดก็ไม่ได้เข้าโรงเรียน หรือถ้าได้เข้าก็นั่งเรียนหลังห้อง กรณีผู้ปกครองประท้วงให้เอาเด็กติดเชื้อเอดส์ออก สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 167 # โรงพยาบาลหนองบัวระเหว จากโรงเรียน ในฐานะโรงพยาบาลระดับมาตรฐาน HA ควรจะลดปัญหา ส่วนนี้ได้ แนวคิดคือให้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางและทำงานเป็นทีม ดูแล ครบถ้วนทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม เศรษฐกิจ สิทธิผู้ป่วย รวมถึงบ้านและ ชุมชน การดูแลด้านร่างกายคือให้การบำบัดรักษาด้วยตัวยา ด้าน จิตใจบริการปรึกษารายบุคคล ครอบครัว หรือรวมกลุ่ม ด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิทธิ คือ ประสานการมีส่วนร่วมการดูแลของคนในสังคม คุ้มครองสิทธิ มนุษยชนให้มีความเท่าเทียมสามารถอยู่ร่วมกันได้ ส่วนการดูแลที่บ้าน และชุมชน คือการให้เครือข่ายในพื้นที่ช่วยเหลือตามความเหมาะสม รวม ทั้งติดตามเฝ้าระวังการแพร่กระจายของเชื้อโรค จากเป้าหมายการทำงานที่ครอบคลุมในลักษณะองค์รวม จึง ยากจะทำงานสำเร็จโดยลำพัง ต้องมีทีมสหสาขาวิชาชีพ เครือข่ายพันธมิตร มาเสริมความเข้มแข็ง ซึ่งหนองบัวระเหวก็เข้าใจจึงวางกำลังไว้ทุกจุด "เรารู้ว่าถ้าจะดูแลให้ได้ผลจริง ๆต้องเริ่มที่ชุมชน ทำงาน ร่วมกับสถานีอนามัยประเมินผลผู้ป่วย เช่นการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกใน พื้นที่ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น สาเหตุเกิดจากอะไร ตั้งรับมากไปหรือเปล่า น่าจะลงไปตรวจสอบทั้งครอบครัว" คุณอุรารักษ์อธิบายการทำงาน "สิ่งสำคัญคือต้องให้ผู้ป่วยเห็นว่าตัวเองมีค่า กล้าเปิดเผย ตัวเอง เข้าร่วมกลุ่มกับสมาชิก รับรู้ความเคลื่อนไหวใหม่ ๆเกี่ยวกับการ การเยียวยาด้วยหัวใจ ภักทอุ่ยโยธีวิต 168 สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 169 โรงพยาบาลหนองบัวระเหว รักษากิจกรรมต้านเอดส์ เช่น วันที่ 1 ธันวาคม เป็นวันเอดส์โลก โรงพยาบาล จัดกิจกรรม เดินวิ่ง ผ้าป่าสามัคคี มีนิทรรศการและความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์ เผยแพร่ ที่เราภาคภูมิใจที่สุดคืออัตราการรอดชีวิตเพิ่มต่อปี จากเดิมปี 2539 ที่อัตราการรอดชีวิตมีแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ นี่คือยังไม่มีการรักษาอะไร เลย จนถึงปี 2545 หลังเริ่มให้ยาต้าน อัตราส่วนนี้สูงขึ้นประมาณ 57 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ซึ่งผู้ป่วยที่มารับยากับโรงพยาบาลจะมีค่ารถ ค่าอาหาร/ต่อครั้ง ตามแผนสนับสนุนคุณภาพ ทำให้อัตราการขาดยาของ คนไข้ไม่มีเลย ในกลุ่มแม่และเด็กเราก็ไม่หลุด ลดอัตราการติดเชื้อจากแม่ สู่ลูกเหลือ 1.5 จากมาตรฐานระดับประเทศกำหนด 1.1 มีระบบตรวจสอบ หญิงตั้งครรภ์ที่มาคลอดกับโรงพยาบาล ถ้ายังไม่มั่นใจในผลเลือด จะงด การให้นมแม่ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว จนกว่าจะมีผลสรุปแน่ชัด เพื่อความ ปลอดภัยสูงสุดของตัวเด็กที่เกิดมา" ส่วนการรณรงค์ให้ความรู้อย่างอื่นก็มีการจัดอบรมผ่าน โรงเรียนต่างๆ เวทีสาธารณะที่สามารถสอดแทรกเรื่องนี้เข้าไปได้ ไม่ว่าจะ เป็นงานสัมมนาโครงการพักหนี้ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ เวทีอบรมข้าราชการ กลุ่มแม่บ้าน แม้กระทั่งการเสวนาเรื่องหวัดนกก็เปิด โอกาสให้พูดเรื่องนี้ มีผู้ป่วยเอดส์ทำหน้าที่วิทยากรฉายประสบการณ์ความ ผิดพลาด ซึ่งได้การตอบรับอย่างดี จากปัญหาเอดส์ขยายสู่การแก้ปัญหายาเสพติด สนอง นโยบายของรัฐบาล ช่วยลดกระแสในพื้นที่ลงได้ส่วนหนึ่ง โยงใยสู่ปัญหา โรงพยาบาลหนองบัวระเหว เรื่องอื่น เช่น ลดพฤติกรรมการดื่มสุรา สูบบุหรี่ ซึ่งนอกจากจะทำลาย สุขภาพ ยังสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ เปิดคลินิกสุรา บุหรี่ ดึงผู้ใหญ่บ้าน กำนัน มาเป็นแกนนำ "กฎหมายของประเทศช่วยได้มาก อย่างไรก็ตามอัตราการ ติดยารายใหม่ยังไม่สามารถควบคุมได้ เพราะว่าส่วนหนึ่งเป็นไปตาม ลักษณะการเคลื่อนย้ายแรงงาน โดยเฉพาะชุมชนซึ่งไปติดมาจากที่อื่น ทางโรงพยาบาลพยาบามหาแนวทางว่าจะทำอย่างไรถึงจะดูแลคนที่เป็น อยู่ให้ครบวงจร และต่อเนื่องมากที่สุด ตอนนี้ก็มีกลุ่ม "ก้าวใหม่ของชีวิต" 150 คน จัดขบวนการหมู่บ้านเข้มแข็ง ออกมาสารภาพและทำพันธสัญญา ไม่กลับไปเสพซ้ำ เป็นพรีเซนเตอร์ของโรงพยาบาล ไปคุยกับชุมชนอื่น ด้วย" หลังบำบัดรักษาจนหายขาด ใครไม่มีอาชีพจะได้รับการ แนะนำให้เข้าร่วมโครงการพัฒนาอาชีพของจังหวัด หรือโครงการของ องค์การบริหารส่วนตำบล ตามความเหมาะสม 170 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต # แผนรุกสยบจุดอ่อน  ครั้งแรกก่อนเดินทางมา โรงพยาบาลหนองบัวระเหวดว่า คงไม่มีกิจกรรมอะไรมาก แต่พอได้เจอทีมงานสหสาขาวิชาชีพของที่นี่แล้ว ต้องยอมรับว่าทุกคนพยายามสร้างผลงานอย่างเป็นรูปธรรม นอกเหนือ จากระบบการทำงาน ระบบการช่วยเหลือผู้เป็นโรคเอดส์ ยาเสพติดแล้ว ยัง มีเรื่องคลินิกผู้ป่วยเรื้อรัง ศูนย์สุขภาพชุมชน ศูนย์ส่งเสริมภูมิปัญญาไทย ให้บริการ ซึ่งไม่กล่าวถึงคงไม่ได้ ## คลินิกผู้ป่วยเรื้อรัง คลินิกผู้ป่วยเรื้อรัง ให้บริการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเรื้อรังทุก ชนิด ทั้งแบบไม่ติดต่อ เช่น โรคเบาหวาน หัวใจ ธัยรอยด์ สุขภาพจิต หรือ แบบติดต่อ เช่น วัณโรค โรคเรื้อน หรือเอดส์ ปัจจุบันนี้มีคนไข้ขึ้นทะเบียน ทั้งหมด 1,500 คน สูงสุดอันดับ 1-2 คือ เบาหวาน 400 คน ความดัน 500 คน สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 171 # โรงพยาบาลหนองบัวระเหว ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้ที่อยู่ในเกณฑ์ควบคุมเรื่องระดับน้ำตาลในเลือด หรือความ ดันได้ ทางโรงพยาบาลก็จะส่งไปทำการรักษาที่สถานีอนามัยต่อไป รูปแบบการรักษาของคลินิกจะเป็นแบบองค์รวม คือดูแลทั้ง การรักษาภายนอกจนถึงประเมินว่าจิตใจผู้ป่วยมีปัญหาอะไรบ้าง ซึมเศร้า เครียด หรือปัญหาทางด้านสังคม เช่น ไม่มีคนดูแล ไม่มีค่ารถ หรือไม่ สะดวกที่จะเดินทางมายังโรงพยาบาล ก็ปรับลักษณะการบริการให้ สอดคล้องกับข้อจำกัดของผู้ป่วยให้มากที่สุด คลินิกนี้มีเจ้าหน้าที่ประจำ 3 คน นอกจากให้การพยาบาล แล้วต้องประสานงานกับทางอนามัยเพื่อติดตามผลหลังผู้ป่วยกลับบ้าน อย่างเบาหวาน ความดัน ก็แนะนำให้ญาติคอยดูแลเรื่องอาหาร การออก กำลังกาย คนในครอบครัวมีความเสี่ยงจะเป็นโรคนี้ในอนาคตหรือไม่ บ้านไหนจำเป็นต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ โรงพยาบาลจะจัดส่งให้ตามความ เหมาะสม "ปัญหาที่เจอบ่อยคือผู้ป่วยไม่มาตามนัด ก็ใช้วิธีส่งจดหมาย เตือนทางไปรษณีย์ แต่ไม่ได้ผลมากนัก จึงปรับใหม่ฝากผ่านผู้ป่วยชุมชน เดียวกัน ทำให้อัตราการขาดนัดลดลง ข้อมูลช่วง 2 - 3 ปีที่ผ่านมา แสดง ผลว่ามีอัตราการเสียชีวิตลดลง ภาวะแทรกซ้อนลดลง" ทีมงานรับผิดชอบ กล่าว การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 172 # ศูนย์สุขภาพชุมชน ศูนย์สุขภาพชุมชน หรือ ศ.ส.ช. เป็นหน่วยงานหนึ่งใน โรงพยาบาลหนองบัวระเหว มีเจ้าหน้าที่ประจำ 3 คน ทำหน้าที่รับผิดชอบ เรื่องส่งเสริมสุขภาพ ฟื้นฟูสภาพ และป้องกันโรคขั้นปฐมภูมิในชุมชน ติดตามเยี่ยมหลังการรักษา เช่นผู้ป่วยคลินิกโรคเรื้อรังหลังกลับบ้านแล้ว อาการเป็นอย่างไร กินยาตามกำหนดหรือเปล่า เป็นการทำงานร่วมกับ เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยมีเป้าหมายเยี่ยมทุกครัวเรือนในแต่ละปี โดยจำนวนการเยี่ยมแต่ละรอบจะถูกกำหนดจากศูนย์ โฮม เฮลท์แคร์ เฉลี่ยแต่ละเดือนไม่เท่ากัน ตามลำดับความเร่งด่วนมากน้อย เช่นแม่และเด็กหลังคลอด เด็กอายุ 1 ถึง 5 ปี จะถูกจัดไว้ในลำดับต้นๆ เมื่อ เจ้าหน้าที่ติดตามไปเยี่ยม ได้รายละเอียดอย่างไรก็รายงานกลับไปที่ศูนย์ ใช้เป็นฐานข้อมูลต่อไป ปัญหาที่เจอมักเป็นเรื่องผู้ป่วยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของแพทย์ เช่น ขาดการควบคุมอาหาร กินยาไม่ตามเวลา บางรายต้องเอาทีม สหสาขาวิชาชีพของโรงพยาบาลไปด้วย ถ้าผู้ป่วยมีความเครียดหรือโรค แทรกซ้อน "ในหนึ่งสัปดาห์จะอยู่ให้บริการในโรงพยาบาล 3 วัน ส่วนที่ เหลือลงพื้นที่ ถ้าเทียบจำนวนผู้ป่วยเจ้าหน้าที่ที่มีอายุยังไม่พอ แต่ได้แก้ ปัญหาในระดับหนึ่ง ด้วยการดึงอาสาสมัครหมู่บ้าน องค์การบริหารส่วน ท้องถิ่น สถานศึกษาหรือแม้กระทั่งราชการบางหน่วยงานเข้ามาช่วย เช่น สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 173 โรงพยาบาลหนองบัวระเหว ร่วมกับเทศบาลตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ สำรวจผู้พิการ ตรวจเลือด" หนึ่งใน เจ้าหน้าที่อธิบาย ศูนย์ส่งเสริมภูมิปัญญาไทย งานหลักของศูนย์นี้คือการส่งเสริมเผยแพร่ภูมิปัญญาไทย ไม่ใช่เฉพาะการนวดอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการนำสมุนไพรไปใช้ มี การจัดอบรมให้ความรู้ โดยช่วงแรกจัดเฉพาะในโรงพยาบาล แต่ปัจจุบัน ขยายพื้นที่ไปยังรอบนอกด้วย เนื่องจากผู้สนใจเรียนบางกลุ่ม บ้านอยู่ไกล เดินทางไป กลับลำบาก เพราะการอบรมแต่ละครั้งใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 วัน บางคนมาสมัครไม่ทันทำให้พลาดโอกาส โรงพยาบาลจึงมีนโยบายใหม่คือ กลุ่มไหน บ้านไหน ชุมชน ไหนมีความต้องการอยากจะให้อบรม สามารถเขียนโครงการแจ้งความ จำนงมา มีข้อจำกัดว่าผู้เข้าอบรมอย่างน้อยต้อง 20 คน เพราะถ้าน้อยกว่า นั้นจะเป็นการเสียเวลาสำหรับเจ้าหน้าที่ ที่ออกไปสอน มีทั้งหลักสูตร 60 ชั่วโมง 80 ชั่วโมง มีครบทุกอย่างทั้งการนวด การออกกำลังกาย การฝึก สมาธิ การประกอบสมุนไพร ฯลฯ จุดประสงค์หลักคือให้ชาวบ้านรู้จักการรักษาตนเอง ฝึกทำ ยา เรียนรู้เรื่องผักพื้นบ้าน ซึ่งแต่ละชนิดให้สรรพคุณต่างกันไป สอนการ ออกกำลังกาย เช่น ฤๅษีดัดตน โครงการนี้นอกจากเปิดสอนตามหลักสูตร- แล้ว ยังมีเจ้าหน้าที่จากคลินิกโรคเรื้อรัง ศูนย์สุขภาพชุมชนร่วมให้คำ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใช่วิต 174 # ปรึกษาด้วย ถือเป็นการนำภูมิปัญญาไทยมาใช้ร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบัน อย่างสอดคล้องสมดุล สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 175 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 176 # โรงพยาบาลสงขลา โรงพยาบาลทั่วไป ขนาด 515 เตียง ตั้งอยู่ชายทะเลสาบสงขลา เป็นโรงพยาบาลผ่านการรับรองทั้ง HA และ HPH สามารถเชื่อมโยงกระบวนการการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาล สู่ความเข้มแข็งและการมีส่วนร่วมของชุมชนได้อย่างกลมกลืน ใช้ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของภาคใต้ในการสร้างเสริมสุขภาพ เช่น "โนราห์บำบัด" สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 177 โรงพยาบาลสงขลา # ความสำเร็จที่เกิดจากวิสัยทัศน์ของผู้นำ  การจะดูแลรักษาสุขภาพคนอื่นอย่างได้ผล สุขภาพของผู้ดูแลต้องดีก่อน สุขภาพกายจะดีได้ต้องเกิดจากสุขภาพจิต สิ่งแวดล้อมมีผลอย่างมากต่อการเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงาน นั่นคือแนวคิดของ นพ.ประจักษ์ เค้าสงวนศิลป์ นับแต่เดินเข้าสู่รั้วโรงพยาบาลสงขลาในฐานะผู้อำนวยการ เริ่มต้นจากการปรับปรุงพื้นโคลนบริเวณลานจอดรถให้ราบเรียบ ก่อนขยายสู่การจัดสวน ตกแต่งต้นไม้ สร้างทัศนียภาพให้งามตา "โดยธรรมชาติของโรงพยาบาลคนที่มามักเป็นพวกไม่สบายซึ่งสภาพจิตใจไม่ปลอดโปร่ง ถ้าต้องมาเจออากาศร้อนอบอ้าว บรรยากาศอุดอู้ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ถ้าเราทำสิ่งแวดล้อมให้ร่มรื่น ผู้ป่วยจะสบายใจลืมความเจ็บปวดได้ คนมาเฝ้าไข้ถ้าเบื่อก็ไปเดินชมสวนเพลินตา ทำให้การรอคอยที่ดูเหมือนนานกลายเป็นไม่นาน" ผู้อำนวยการอธิบายถึงแรงบันดาลใจ 178 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 179 เมื่อผู้นำทำเป็นตัวอย่าง ทั้งแพทย์และพยาบาลก็คล้อยตาม อย่างน้อยที่สุดแม้ไม่ได้ลงแรงในเรื่องการปรับปรุงก็สนับสนุนด้วยการ รักษาความสะอาด จากสุขภาพใจรุกเข้าสู่สุขภาพกายสร้างห้องออกกำลัง กายสำหรับบุคลากร ตรวจเช็คสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าถ้า สุขภาพของเจ้าหน้าที่ดี คนไข้ก็จะได้รับสิ่งดี ๆต่อไป แล้ววันหนึ่ง ผู้อำนวยการก็เกริ่นถึงการทำมาตรฐาน "ด้านมาตรฐานนั้นมีหลายอย่าง เราคุยกันว่าทำ ISO ดีไหม เสียงส่วนใหญ่เสนอว่า HA น่าจะใกล้เคียงกับโรงพยาบาลมากกว่า เมื่อเสียง ส่วนใหญ่มีมติเห็นด้วยก็ลงมือทำ โดยผมให้การสนับสนุนและติดตามผล เป็นระยะ ถ้าส่วนไหนไม่ก้าวหน้าค่อยเชิญมาสอบถามว่าช้าเพราะอะไร ขาดอะไร เข้าไปช่วยตรงนั้น เช่นมีแต่พยาบาลดำเนินงานไม่มีแพทย์เข้า ร่วม ก็หาทางตะล่อมให้แพทย์เข้ามาเป็นหัวหน้าทีม เมื่อมีแพทย์งานก็เร็ว ขึ้น เพราะการรักษาเป็นเหมือนเครื่องจักรกลใหญ่ ไม่ว่ามาตรฐานจะดี แค่ไหนถ้าไม่มีแพทย์ร่วมทีมก็ยากจะสำเร็จ ซึ่งต้องทำให้แพทย์เห็นว่า มาตรฐานก่อผลดีกับทุกคน ความผิดพลาดน้อยลง เช่นมีผู้ป่วยเข้ามาราย หนึ่งขั้นตอน 1-2-3-4-5 ทำอย่างไร พยาบาลจะเข้าใจและปฏิบัติได้ตามนั้น ไม่ ต้องรบกวนแพทย์ทุกขั้นตอน เมื่อการทำงานซ้ำซ้อน ไร้จุดบกพร่อง แพทย์ ก็เกิดความเชื่อมั่นอยากให้ความร่วมมือ" การกล่าวเสริมในเรื่องนี้คงไม่มีใครอธิบายได้ดีเท่านายแพทย์ ที่ถูกอ้างถึง นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล คือตัวแทนจากกลุ่มแพทย์เล่าถึง # โรงพยาบาลสงขลา การเข้าร่วมในด้านการพัฒนาคุณภาพว่า "สมัยก่อนผมก็เป็นแพทย์คนหนึ่งที่ไม่ได้ให้ความสนใจกับ กิจกรรมพัฒนาคุณภาพเท่าไรนัก ทั้งที่โรงพยาบาลสงขลาเริ่มกระบวนการ พัฒนามาตรฐาน HA ตั้งแต่ปี 2539 สาเหตุที่ไม่ได้ให้ความสนใจเพราะคิด ว่าตัวเองก็เป็นแพทย์คนหนึ่งที่ทำงานดีอยู่แล้ว ประกอบกับขณะนั้นมี คุณหมอหัวหน้าแผนกหู คอ จมูก ดูแลการพัฒนาคุณภาพของหน่วยงาน จนปี 2544 หลังตัวเองได้รับตำแหน่ง หัวหน้าแผนกหู คอ จมูก ซึ่งโดย บทบาทหน้าที่ต้องทำกิจกรรมพัฒนาคุณภาพด้วย ซึ่งในช่วงนั้นก็ได้อาศัย แรงสนับสนุน แนะนำจาก นพ.โกวิท พฤกษานุศาสตร์ และ นพ.สิทธิศักดิ์ พฤกษ์ปิติกุล เป็นผู้จุดประกายให้ผมเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาคุณภาพอย่าง เต็มตัว เข้ามาใหม่ๆ ก็ยังไม่มีความเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของศัพท์ด้าน มาตรฐานต่างๆที่ทีมงานพูดถึง ซึ่งต้องขอขอบคุณทีมงานที่คอยให้คำ แนะนำและเป็นพี่เลี้ยง แต่ตัวเองก็ต้องสนใจและศึกษาตำราคุณภาพผ่าน เว็บไซต์ของสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาลมากขึ้น ให้ทัน กับทีมนำที่ขับเคลื่อนไปนานแล้ว ตัวผมเห็นข้อดีของกระบวนการพัฒนาคุณภาพว่าเหมือน การปฏิรูประบบใหม่ของภาคสาธารณสุขให้เกิดเป็นแนวทางที่ดีขึ้น เป็น มาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น เหมือนกับหน่วยงานราชการทุกหน่วยงานที่ ต่างแข่งขันการพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริการ การป้องกันความผิดพลาด การเปิดโอกาสให้ตรวจสอบ เน้นผลลัพธ์ที่ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอดอย่างใช่วิต 180 สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 181 ชัดเจน รวมถึงความรักในองค์กร อยากมีส่วนร่วมผลักดันให้โรงพยาบาล มีคุณภาพ เป็นที่ยอมรับจากผู้มาใช้บริการ ที่ผ่านมา โรงพยาบาลสงขลายังมีปัญหาจากความร่วมมือ ของแพทย์อยู่บ้าง ผมเองก็สนใจประเด็นนี้ เข้าประชุมทุกครั้งก็พูดถึง ประเด็นความร่วมมือจากแพทย์ จนได้ข้อสรุปว่าควรใช้วิธีป่าล้อมเมือง คือทำเป็นตัวอย่างแล้วให้แพทย์เข้ามาร่วม หรืออาศัยแพทย์ผู้ใหญ่ที่ได้รับ ความนับถือจากสถาบันนั้น ๆ ช่วยอธิบายให้เข้าใจ ซึ่งบางครั้งอาจไม่ได้ผล เนื่องจากแพทย์จบจากต่างสถาบัน ต่างจิตต่างใจ และต่างคนก็มีความ มั่นใจในศักยภาพของตัวเองว่าปฏิบัติต่อผู้ป่วยได้ดีอยู่แล้ว ประกอบกับ แพทย์มีภาระงานมากอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยเห็นความสำคัญของกระบวนการ พัฒนาคุณภาพ บางคนสนใจแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร กลยุทธ์ของโรงพยาบาลสงขลาก็เริ่มต้นจากผู้นำ คือ นพ.ประจักษ์ เค้าสงวนศิลป์ ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพอย่าง มาก ท่านได้ประกาศชัดเจนว่า โรงพยาบาลของเราต้องผ่านการรับรอง คุณภาพ HA ให้ได้ ทั้งสนับสนุน ส่งเสริม ให้กำลังใจอย่างเต็มที่ และเรียก องค์กรแพทย์เข้าร่วมประชุม ประกาศนโยบายคุณภาพอย่างชัดเจน ในองค์กรแพทย์ของเราเองระยะเริ่มต้นก็พยายามเพิ่มวาระ การประชุมเดือนละ 2 ครั้ง คือวาระสามัญหนึ่งครั้ง วาระ HA หรือวาระ คุณภาพหนึ่งครั้ง เพื่อให้ความรู้แก่แพทย์โดยสรุปประเด็นสำคัญสั้นง่าย กระชับชัดเจน ไม่ต้องมีเอกสารให้ยุ่งยาก ให้แพทย์ทุกคนมีส่วนร่วมออก โรงพยาบาลสงขลา ความคิดเห็น เป็นแกนนำในการสร้างทีมงานทางคลินิกหรือ PCT โดยอาจ ยกตัวอย่างทีมคลินิกที่ทำดีอยู่แล้วเป็นตัวอย่าง แพทย์เริ่มให้ความสนใจ การเปลี่ยนแปลงและให้ความร่วมมือมากขึ้น เพราะได้เป็นผู้นำการดูแล ผู้ป่วยโดยตรง ตรงกับที่แพทย์ต้องการทำงานเกิดผลทันตา เอกสารไม่มาก และไม่ต้องยึดติดกับรูปแบบ สามารถลดปัญหาการ ฟ้องร้องของผู้ป่วย ได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันแพทย์ยังแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก ให้ความร่วมมือ เป็นกลุ่มที่อยู่ในแกนนำอยู่แล้ว หรือกลุ่มที่มีเจตจำนง ชัดเจนที่จะเข้ามาร่วมการพัฒนาคุณภาพ กลุ่มที่สองอยู่ตรงกลางคือเน้น ทำงานอย่างเดียว แต่ก็ไม่ต่อต้านการพัฒนาคุณภาพ ซึ่งมีโอกาสจะเข้า ร่วมในอนาคต ส่วนกลุ่มที่สามยังไม่ให้ความร่วมมือซึ่งมีไม่มากนัก ในฐานะหัวหน้าศูนย์พัฒนาคุณภาพ ผมมองว่าการจะทำให้ แพทย์เข้ามาร่วมกับกิจกรรมมากขึ้น ตัวเองต้องแสดงความเสียสละ คือไม่ เน้นการพัฒนาคุณภาพอย่างเดียวแต่ต้องทำงานด้านบริการด้วย ต้องแสดง ความเป็นมิตรกับแพทย์ทุกคน ไม่เร่งการพัฒนาจนกลายเป็นการปฏิวัติ วัฒนธรรมซึ่งจะเพิ่มภาระให้กับแพทย์มากเกินไป พยายามมองหาดาวเด่น ที่สนใจกิจกรรมการพัฒนาเข้ามาเสริมทีม และประการสุดท้ายเสริมสร้าง ภาพลักษณ์ที่ดีระหว่างแพทย์กับศูนย์พัฒนาคุณภาพ" ไม่ว่าจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคขวากหนามมากเพียงใด ใน ที่สุดโรงพยาบาลสงขลา ก็ผ่านการประเมินมาตรฐาน HA แน่นอน ว่า 182 การเยียวยาด้วยหัวใจ กักทองข่ายใชวิวัต # โรงพยาบาลสงขลา นอกจาก ผู้นำและแพทย์แล้ว อีกหน่วยงานที่เป็นทั้งกำลังสำคัญ และแกน การประสานให้ทุกอย่างไหลลื่นต่อเนื่องก็คือพยาบาล นอกจากงานประจำ ในวอร์ดแล้วบางคนยังต้องลงพื้นที่ประสานกับเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย เข้า ไปสร้างเครือข่ายในชุมชน ส่งเสริมการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร การเสริมสร้างสุขภาพในชุมชนนับเป็นความสำเร็จที่ชัดเจน อีกด้านของโรงพยาบาลสงขลา ซึ่งหมู่บ้านที่เราได้ชมและนำมาเขียนเป็น ตัวอย่างคือบ้าน "บังดาล" สถานนัดพบระหว่างเรากับชาวบ้านคือวัดบังดาล โดยมีเด็ก ๆ มารำมโนราห์ให้ชม ไม่ใช่มโนราห์ธรรมดา แต่จะเป็นแบบไหน ลองตามอ่านได้ใน .. มโนราห์บำบัดกับสุขภาพ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 183 # โรงพยาบาลสงขลา ## โนราห์บำบัดกับสุขภาพ หากเอ่ยถึงวัฒนธรรมพื้นบ้านของภาคใต้ ศิลปะอย่างแรกที่คนจะนึกถึงคือ "มโนราห์" ลักษณะการแต่งกายและลีลาร่ายรำสวยงามเฉพาะตัว ใช่จะให้แค่ความบันเทิงหรือแสดงวิถีชีวิตท้องถิ่นเท่านั้น จะมีสักกี่คนรู้ว่าปัจจุบันมีการนำมาโนราห์มาใช้ในการออกกำลังกายซึ่งเรียกว่า "โนราห์บำบัด" เวทีคล้ายกับ แอโรบิค แตกต่างกันเพียงจังหวะและท่วงท่า หมู่บ้านบังดาลเป็นแห่งแรกที่ประยุกต์วิธีการนี้ขึ้นมา โดยได้รับการสนับสนุนจากโรงพยาบาลสงขลา เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครที่ไปเยี่ยมชมงานของ โรงพยาบาลสงขลา สิ่งหนึ่งซึ่งจะได้รับคำแนะนำให้สัมผัสคือ "โนราห์บำบัด" ก่อนจะเล่าถึงโนราห์บำบัด อยากอธิบายการรวมตัวของชุมชนบ้านบังดาลเพื่อให้เห็นถึงความร่วมมืออย่างเป็นระบบ ดูแลกันตั้งแต่ 184 การเยียวยาด้วยหัวใจ ภักทอข่ายใยชีวิต สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 185 เด็กจนแก่ เริ่มจากโรงเรียนประจำหมู่บ้านเปิดสถานรับเลี้ยงเด็กก่อน ประถม พอเข้าสู่โรงเรียนก็มีกิจกรรมให้ทำตามความเหมาะสม จัดกองทุน หมู่บ้านใช้ประกอบอาชีพต่างๆ เงินสนับสนุนจาก อบต.ในเรื่องการศึกษา กีฬา งานประเพณี ฯลฯ กองทุนสวัสดิการที่จัดตั้งขึ้นโดยชุมชนเพื่อชมรม ผู้สูงอายุไว้ใช้จ่ายในบั้นปลายชีวิต เวทีออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ ตามนโยบายส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งหัวหน้าชุมชนกล่าวถึงแรงบันดาลใจใน การรวมกลุ่มส่งเสริมสุขภาพว่า > "การรักษาสุขภาพตามคำนิยามขององค์การอนามัยโลก คือ > รักษาทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม เมื่อความหมายครอบคลุมหมดอย่าง > นี้ จะทำอย่างไรในการจูงใจให้ทุกคนมารวมที่ศูนย์ออกกำลังกาย เล่นกีฬา > ผมในฐานะแกนนำก็ได้พูดคุยกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. อาสาสมัครหมู่บ้าน > สร้างเครือข่าย จัดเป็นชมรมกีฬา ชมรมผู้สูงอายุ ชมรมนวดแผนไทย > ชมรมงานฝีมือ ฯลฯ ดึง โรงเรียน โรงพยาบาลมาร่วมสนับสนุน จนทุกวันนี้ > เรามีทั้งลานวัด ลานโรงเรียนพบปะพูดคุยกันทุกวัน เกิดกิจกรรมมากมาย > รวมทั้งโนราห์บำบัด" หลายคนอาจเข้าใจว่าโนราห์บำบัดคือเวทีออกกำลังกาย สำหรับผู้สูงอายุ แท้จริงตรงกันข้าม เพราะผู้ที่ได้รับการฝึกฝนและสนใจ ในกิจกรรมรูปแบบนี้ คือเด็กนักเรียนชั้นประถม มัธยมของโรงเรียนวัด บังดาลนั่นเอง โดยจะมีการรวมกลุ่มร่ายรำตามเสียงดนตรีแทรกคำอธิบาย คุณประโยชน์ของ "ครูเจี๊ยบ" เป็นระยะ # โรงพยาบาลสงขลา การฝึกรำมโนราห์สม่ำเสมอทำให้อวัยวะสำคัญ 3 ส่วนคือ สมอง หัวใจ และร่างกาย ทำงานประสานกันได้อย่างสมดุลย์ ทรงตัวดี ท่วงท่า สง่างาม การเคลื่อนไหวมีจังหวะจะโคน จิตใจแจ่มใส เกิดความมั่นคง ทางอารมณ์ ยกระดับจิตวิญญาณให้สูงขึ้น สุดท้ายคือสร้างชุมชนให้เรียงร้อย อย่างมีสายใยป้องกันการล่มสลายได้ บิ๊ก บูม บีม สามสาวน้อยวัย 10-12-15 คือตัวแทนที่มาร่วม พูดคุยถึงความสนใจในวัฒนธรรมดังกล่าว "ตอนแรกมีอาการเจ็บไหล่ครูเจี๊ยบแนะนำให้รักษาด้วยวิธีรำ มโนราห์ ปรากฏว่าหาย" หนึ่งในสามสาวท้าวความ "พอได้เริ่มรำก็ติดใจ เพราะนอกจากจะได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แล้วยังเป็นการออกกำลัง กล้าแสดงออก แถมได้รับการชื่นชม ประกอบกับต้นตระกูลของเราเคยรำ โนราห์" คนสมัยใหม่เขานิยมการเต้น ไม่สนใจหรือ? "หนูว่าการรำโนราห์ดูเด่นและดีกว่า สืบทอดวัฒนธรรมพื้น บ้านไม่ให้สูญหาย ถ้าเรายึดเป็นอาชีพก็สามารถไปฝึกกับคณะใหญ่ ๆ ใช้ ทำมาหากินได้ ตอนนี้ครูเจี๊ยบมีโครงการให้หนูไปเรียนการรำเพิ่มเติมที่ หาดใหญ่ เพื่อนำวิธีการมาสอนน้อง ๆ" บีมเด็กสาววัย 15 หัวหน้าทีมราย งาน ซึ่งงบประมาณในส่วนนี้มาจากการช่วยเหลือขององค์การบริหารส่วน ตำบล 186 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต # โรงพยาบาลสงขลา นอกจากโนราห์บำบัดแล้วกิจกรรมเด่นอีกอย่างของชาว บังดาลคือ การสร้างเรือลาก นำเข้าแข่งขันในงานประเพณีเดือนสิบของ จังหวัดสงขลา ได้ที่ 1 ติดต่อกัน 7 ปีซ้อน ก็น่าจะได้อยู่หรอก เพราะเรือที่ พาเราไปชมนั้นวิจิตรงดงาม แสดงให้เห็นความมุ่งมั่นและตั้งใจของคนสร้าง ซึ่งใช้เวลาทำแต่ละลำนานถึง 6 เดือนโดยการร่วมแรงร่วมใจของคนในหมู่ บ้านนั่นเอง สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 187 การเยียวยาด้วยหัวใจ ดักทอดย่อยใช่วิต 188 # โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลศูนย์ขนาด 867 เตียงแห่งแรกที่สามารถผสมผสาน กระบวนการพัฒนาคุณภาพ HA และมาตรฐานโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพ HPH เข้าด้วยกันอย่างน่าชื่นชม เป็นที่รู้จักดีในฐานะองค์กรมีระบบ งานด้าน Trauma Center ระดับประเทศ บทบาทสำคัญอีกด้านหนึ่งคือ งานด้านพิทักษ์สิทธิ์และศักดิ์ศรีของผู้ป่วยและประชาชน ได้รับโล่ ประกาศเกียรติคุณ การพัฒนาระบบบริการเด็กและสตรีที่ถูกกระทำ ทารุณจาก UNFEM ในปี 2546 สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 189 โรงพยาบาลขอนแก่น # เปิดประตูเมืองขอนแก่น เยี่ยมโรงพยาบาลศูนย์  โรงพยาบาลขอนแก่น ถือเป็นโรงพยาบาลศูนย์ที่ต้องรับผู้ป่วยทั้งในพื้นที่และส่งต่อจากที่อื่น หมอและพยาบาลในแต่ละแผนกจึงมีงานวุ่นทั้งวัน ด้วยบริการที่หนักหนา ครอบคลุมทุกโรค แต่ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานระดับสูง จึงมีเรื่องน่าสนใจหลายเรื่อง และ 5 เรื่องเด่นที่นำมาแนะนำประกอบด้วย ศูนย์คุ้มครองเด็กและสตรี pain management หรือการให้ผู้ป่วยประเมินความเจ็บปวด ชมรมผู้พิการทางการเคลื่อนไหว บ้านเลขที่ 2 สำหรับเด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง Trauma หน่วยกู้ชีวิตฉุกเฉิน ## ศูนย์คุ้มครองเด็กและสตรี บ้านสุดท้ายที่ปลายฟ้า การทารุณ ไม่ว่าจะทั้งทางร่างกายหรือจิตใจต่อบุคคลที่อ่อนแอในสังคม ซึ่งไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก นับวันจะทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากขึ้น ยิ่งในสังคมไทยที่มักถือ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 190 โรงพยาบาลขอนแก่น ว่าเรื่องทำนองนี้เป็นเรื่องภายในครอบครัว ทำให้การยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ ลังเลล่าช้า ทั้งที่ความทุกข์เหล่านี้เป็นความสาหัสที่รอไม่ได้แม้นาทีเดียว แม้จะมีศูนย์คุ้มครองเด็กและสตรีเกิดขึ้นหลายแห่ง แต่ดูจะไม่ เพียงพอกับปริมาณของ "เหยื่อ" ที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างไม่รู้จบ จำนวนผู้บาดเจ็บ ถูกส่งเข้าโรงพยาบาล คนแล้วคนเล่า เมื่ออาการทางกายได้รับการบำบัด จนทุเลาแต่สภาพจิตใจนั้นเล่า ยังบอบช้ำและสิ้นหวังในการเยียวยา หลาย คนไม่มีที่ไป โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น มองทะลุถึงปัญหานี้ จึงจัดตั้ง ศูนย์คุ้มครองเด็กและสตรี หรือ OSCC ในปี 2542 มี พญ.ชลลดา บุษยรัตน์ ซึ่งคนทั่วไปเรียกว่า "ป้าหมอ" นายแพทย์ 9 หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม เป็นประธาน เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจตลอดจนช่วยป้องกันสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ตก เป็นเหยื่อนอกเหนือจากการรักษาตามปกติ ศูนย์นี้ตั้งอยู่ในโรงพยาบาล โดยความร่วมมือของทีมสหสาขาวิชาชีพ แพทย์ นักจิตบำบัด สังคมสงเคราะห์ พยาบาล ตำรวจ นักกฎหมาย ฯลฯ แต่การแก้ปัญหาที่ซับซ้อนคงใช้วิธี ตั้งรับในจุดเดียวไม่ได้ จำเป็นต้องเข้าถึงชุมชนสร้างแนวร่วมให้ดูแลซึ่งกัน และกัน สามารถรับเรื่องร้องทุกข์ได้แบบฉับพลัน จุดประกายการจัดตั้งศูนย์เท่าที่ป้าหมอเล่าให้ฟังคือ สตรีและ เด็กที่ถูกทำร้ายถ้ามาผ่านการรักษาแบบทั่วไป อาจต้องรอนานเนื่องจาก ผ่านขั้นตอนหลายจุด ทำให้ความทุกข์ที่มีอยู่แล้วพอกพูนขึ้น และอาจมี ผลต่อการทำให้ความลับที่ไม่อยากเปิดเผย รั่วไหล การรักษาก็เน้นทาง สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 191 โรงพยาบาลขอนแก่น กายเป็นหลัก ในขณะที่ผู้ป่วยประเภทนี้มีความต้องการเยียวยาทางจิตใจ เป็นพิเศษ "เริ่มต้นจากการที่เราเป็นโรงพยาบาล มีเด็กหรือสตรีถูก ข่มขืนมารับการรักษา ไม่มีช่องทางพิเศษสำหรับเขา การดูแลไม่ครบวงจร เช่น ตำรวจส่งผู้หญิงมาตรวจว่าโดนข่มขืนหรือเปล่า ตรวจแล้วปรากฏว่า ไม่ได้โดนข่มขืน แต่โดนอะไรที่เกือบจะข่มขืน เมื่อเขากลับไปบ้าน เหตุการณ์หลังจากนั้นไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น ถูกสังคมตราหน้าหรือเปล่า กลายเป็นแรงบันดาลใจว่าเราน่าจะจัดบริการที่ดีกว่านี้ให้กับกลุ่มที่เจอ สภาพแบบนี้ จึงเปิดศูนย์คุ้มครองเด็กและสตรีในลักษณะ one stop service ไม่ต้องไปเล่าเรื่องซ้ำๆในหลายจุด" เป็นคำอธิบายจากป้าหมอ เป้าหมายของศูนย์จึงมีจุดประสงค์คือให้ความฉับไวในการ รักษา ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ความลับไม่รั่วไหล ให้ความช่วย เหลือโดยประสานกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น หาบ้านให้พักฟื้น หาสถานที่ให้ทำงาน หรือการเรียกร้องความเป็นธรรมลงโทษผู้ก่อ ความรุนแรง วงจรการทำงานเริ่มต้นจากการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดปัญหา ความรุนแรง หากเกิดปัญหาขึ้นมาต้องค้นหาว่าข้อเท็จจริงนั้นคืออะไร ให้ ความคุ้มครองสวัสดิภาพระหว่างการรักษา บำบัดฟื้นฟูให้กลับสู่ สังคมอย่างมีประสิทธิภาพ และสุดท้ายคือป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องแบบเดิมอีก โดยประสานงานร่วมกันทั้งภาครัฐ เอกชน ชุมชน อาทิ ตำรวจ ศาล อัยการ 192 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต # โรงพยาบาลขอนแก่น ## นักการเมือง โรงเรียน และสื่อมวลชน กรณีที่เคยเกิดขึ้นและศูนย์เข้าไปช่วยเหลือ เช่น ศูนย์ได้รับรายงานว่ามีเด็กติดเชื้อ HIV เรียนอยู่ชั้น ป.1 ซึ่งโรงเรียนไม่มีปัญหา แต่ชุมชนผู้ปกครองของเด็กอื่นมีปฏิกิริยาต่อต้าน เนื่องจากเด็กคนดังกล่าวมีผิวเป็นตุ่ม เมื่อศูนย์ได้รับแจ้งก็ออกไปให้ความรู้เปลี่ยนทัศนคติใหม่ในการอยู่ร่วมกัน กระทั่งยุติปัญหาได้ หรือ น้องอ่อนนิ่ม สาวปัญญาอ่อน ถูกชายในหมู่บ้านหลอกและตั้งครรภ์ ป้าที่อยู่ด้วยกันพาไปปรึกษาเพื่อนบ้านเกี่ยวกับการทำแท้ง เคยลองกินยาขับบ้างแต่ไม่ได้ผล มาที่ศูนย์เมื่อตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน ศูนย์ให้คำปรึกษาให้หันมายอมรับความจริงดูแลครรภ์กระทั่งคลอด และให้น้องสาวช่วยเลี้ยงหลาน หาแหล่งสนับสนุนอาชีพให้กับป้า ครอบครัวกลับมาเป็นสุขเหมือนเดิม หรือ สาวแกร่งคุณแม่ลูกสอง เคยชินกับการเป็นกระสอบทรายให้กับสามีนักดื่มแถมติดกัญชา เมื่อท้องลูกคนที่สามมาฝากท้องกับพีซียู โรงพยาบาลขอนแก่น พร้อมรอยฟกช้ำทั้งตัว พีซียูส่งต่อมาที่ศูนย์ สหสาขาวิชาชีพออกทำงาน เยี่ยมบ้านตรวจสอบพฤติกรรมสามีช่วยเหลือจนสาวแกร่งเลิกเป็นกระสอบทราย "การดูแลต้องครบวงจรติดตามให้รู้ว่าเขาปลอดภัยจริง ไม่ใช่เย็บแผลให้อย่างดี กลับไปบ้านโดนทำร้ายซ้ำเสียชีวิต ถ้าบ้านไหนไม่ให้เยี่ยมก็ต้องให้เครือข่ายในชุมชนช่วยดูแล" สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 193 โรงพยาบาลขอนแก่น # บ้านแม่ตุ้น แหล่งพักพิงของคนทุกข์ใจ แม่ตุ้นคือผู้หญิงชาวบ้านคนหนึ่งที่ต้องการปกป้องสิทธิของ ผู้อ่อนแอ จึงร่วมเป็นอาสาสมัครหมู่บ้าน เปิดบ้านให้ที่พักพิงกับผู้เดือดร้อน มีป้ายขนาดใหญ่ติดบนหลังคาบ้านว่า "ศูนย์เครือข่ายชุมชนคุ้มครองเด็ก และสตรี" เพื่อประสานความช่วยเหลือกับโรงพยาบาลต่อไป บ้านแม่ตุ้นจึงกลายเป็น ศูนย์รวมระหว่างเจ้าหน้าที่จากศูนย์ OSCC กับผู้เดือดร้อนในชุมชน บ้านไหนทะเลาะเบาะแว้ง ภรรยาถูกสามี ใช้กำลังทำร้ายไม่รู้จะหนีไปไหนก็หลบเข้าบ้านแม่ตุ้น รอจนอารมณ์สามี สงบแล้วค่อยออกจากบ้าน หรือจะนอนค้างก็ไม่ว่ากัน ใครเดือดร้อนมากๆ แม่ตุ้นก็จะพาไปหาป้าหมอที่ โรงพยาบาลขอนแก่น หรือรออยู่ที่บ้านซึ่ง ป้าหมอจะแวะเวียนไปเสมอ "กรณีของบ้านแม่ตุ้น ที่เป็นที่ทราบกันดีว่าสามารถเป็น แหล่งที่พักอาศัย หรือกระทั่งเป็นที่พักใจจากปัญหาครอบครัวได้ ทาง โรงพยาบาลได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากแม่ตุ้น ใช้ต่อยอดในการสร้าง เครือข่าย หาอาสาสมัครเป็นตัวประสานงานตามชุมชน เปิดโอกาสให้ภาค ประชาชนได้มีส่วนร่วม ในการเสนอแนวคิดว่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้ลดน้อย ลงได้อย่างไร ต่อสู้กับปัญหาความรุนแรงที่นับวันจะมากขึ้นทุกที" ป้าหมอ กล่าวอย่างมุ่งมั่น การทำงานของศูนย์ OSCC ไม่ใช่ดูด้านความรุนแรงเพียง อย่างเดียว การลงพื้นที่ทุกครั้งยังให้ความรู้เรื่องการดูแลรักษาสุขภาพทั่ว การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออยใยชีวิต 194 โรงพยาบาลขอนแก่น ไป เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก ความดันสูง เบาหวาน ฯลฯ ผ่าน ทีมสหสาขาวิชาชีพของศูนย์ ซึ่งนอกจากแพทย์ทั่วไปแล้ว ยังมีแพทย์ ที่เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัวซึ่งประเมินได้ทุกโรค เพื่อให้แผนงานการช่วยเหลือเปี่ยมประสิทธิผลยิ่งขึ้น ศูนย์ OSCC ยังประสานกับหน่วยงานระดับประเทศที่ทำงานด้านนี้ เชื่อมโยง กันในเรื่องข้อมูล ซึ่งจะทำให้การช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาในจังหวัด ครอบคลุมยิ่งขึ้น รวมถึงความพยายามสร้างเครือข่ายร่วมกับโรงพยาบาล อื่นในการทำวิจัยปัญหาที่เกิดจากความรุนแรง "การล่วงละเมิดทางเพศเป็นอีกเรื่องที่ละเอียดอ่อน อย่างเด็ก ผู้หญิงถูกคนที่ได้ชื่อว่าพ่อข่มขืน ซึ่งเมื่อสาวลึกลงไปยิ่งพบเรื่องน่าตระหนก กว่านั้น คือข่มขืนมาตั้งแต่พี่สาว โดยที่ผู้เป็นแม่ไม่สามารถให้การปกป้อง อะไรได้เลย การช่วยเหลือตรงนี้ต้องร่วมมือกันตั้งแต่โรงเรียน โรงพยาบาล หน่วยสังคมสงเคราะห์ ฝ่ายกฎหมายชุมชน ฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กให้กลับ สู่สิ่งแวดล้อมที่ดีโดยเร็ว เรียนหนังสือตามปกติ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แม้จะต้องอยู่กับฝันร้ายที่จะตามหลอกหลอนเธอไปตลอดชีวิตก็ตาม เรา โชคดีที่มีอาสาสมัครในชุมชนเข้ามาช่วยเหลือจำนวนมาก ทำให้แก้ปัญหา ได้ทั่วถึง มีประสิทธิภาพ เพราะปัญหาเหล่านี้เกี่ยวโยงตั้งแต่สภาพเศรษฐกิจ ความอ่อนแอของครอบครัว วัตถุนิยมในสังคม ถ้าชุมชนไม่ยื่นมือช่วยเหลือ เราก็คงทำอะไรไม่ได้" สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 195 โรงพยาบาลขอนแก่น เป็นอีกหนึ่งบริบทที่สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานในเชิงรุก แทนที่จะตั้งรับรอให้คนถูกทำร้ายส่งเข้ามารักษาเพียงฝ่ายเดียว ถือเป็น การดับไฟที่ต้นเหตุ แม้ไม่ถึงกับมอดหมดเชื้อ แต่ก็ลดการโหมกระพือจน ยากจะต้านทาน Pain Management เสียงของความเจ็บปวด ที่ต้องได้ยิน ในการรักษาผู้ป่วย นอกจากการวินิจฉัยของหมอแล้ว ตัวผู้ป่วย น่าจะเป็นกุญแจอีกดอกที่สำคัญในการรักษา เพราะแน่นอนว่าไม่มีใครรู้ถึง อาการเจ็บปวดภายในได้ดีเท่ากับตัวผู้ป่วยเอง แต่ปัญหาคือระดับความเจ็บ ปวดไม่ใช่แค่ "เจ็บ" หรือ "ไม่เจ็บ" แต่มีปริมาณการวัดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้ยาได้ถูกกับความเจ็บปวดช่วงเวลานั้นๆ ด้วยเหตุนี้เมื่อประเมิน ความพึงพอใจของผู้ป่วยหลังการรักษาในแผนก "ผู้ป่วยกระดูกหัก" ของ โรงพยาบาลขอนแก่นพบว่า มีความพึงพอใจเพียงร้อยละ 73-74 อะไรคือ ความผิดพลาด ทีมสหสาขาวิชาชีพศัลยกรรมกระดูกและข้อ โรงพยาบาล ขอนแก่น ทำแบบสอบถามถึงความไม่พอใจพบว่า สาเหตุสำคัญมาจาก ความล่าช้าในการได้รับยาบรรเทาปวด เนื่องจากผู้ป่วยที่ผ่านการผ่าตัด กระดูกมีความกังวลต่อความปวด จึงให้ญาติมาขอยาบ่อยๆ ทั้งที่ยังไม่ถึง เวลา จึงได้รับการปฏิเสธจากผู้ดูแล ในขณะที่ผู้ป่วยบางคนเกรงใจไม่กล้า การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใช่วิต 196 # โรงพยาบาลขอนแก่น ขอยา ถ้าความปวดนั้นไม่รุนแรง ขณะเดียวกันเมื่อถึงช่วงจ่ายยาผู้ป่วยที่ ปวดน้อยอาจบอกว่าไม่ปวด ผู้ป่วยที่ปวดปานกลางอาจบอกว่าปวดน้อย หรือปวดมาก การให้ยาจึงไม่ตรงกับความต้องการ ถ้าให้ยาที่มีฤทธิ์น้อย กว่าความเจ็บปวดการรักษาก็ไม่สัมฤทธิ์ผล หากให้ยาที่มีฤทธิ์มากกว่า ความเจ็บปวดก็ทำให้สูญเสียงบประมาณโดยใช่เหตุ ทำอย่างไรจะให้ผู้ป่วย และผู้จ่ายยามาพบกันตรงกลาง ประเมินความเจ็บปวดถูกต้อง และได้ยา สอดคล้องกับความเจ็บปวดในช่วงนั้นๆ "ตามปกติจะมีเครื่องมือประเมินความเจ็บปวดที่เรียกว่า "Visual Analog Scale” เป็นตัวเลขวัดระดับความเจ็บปวดตั้ง 0-10 แต่ก็ยัง เป็นเรื่องยากที่จะให้ผู้ป่วยประเมินได้ว่าปวดขนาดไหนอยู่ในระดับ 0-1 หรือ 5-7 หรือ 8-10 จึงมีการดัดแปลงให้เป็นแบบประเมินที่เรียกว่า Verbal Rating Scale โดยเพิ่มรูปใบหน้าคนให้สามารถสื่อสารและเข้าใจง่ายขึ้น" คุณจงกลณี จันทรศิริ พยาบาล วิชาชีพ 7 กล่าว ถึงแรงบันดาลใจ หลังการประยุกต์รูปแบบได้ภาพออกมา 4 ลักษณะคือ ยิ้มเล็กน้อย = 0-1 (ไม่ปวด) เรียบเฉย = 2-4 (ปวดเล็กน้อย) บึ้งเล็กน้อย = 5-7 (ปวดปานกลาง) ร้องไห้ = 8-10 (ปวดมาก) เมื่อนำไปติดปลายเตียงผู้ป่วย อธิบายให้ทราบถึงวิธีปฏิบัติ ตัวเมื่อเกิดความเจ็บปวด โดยมีการประเมินความเจ็บปวดทุก 2-4 ชั่วโมง สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 197 โรงพยาบาลขอนแก่น "หลังทดลองรูปแบบใหม่เป็นเวลา 4 เดือนทำการประเมิน ความพึงพอใจของผู้ป่วยและญาติต่อการได้รับบริการด้านการบำบัดความ เจ็บปวด พบว่ามีความพึงพอใจในระดับมากถึงมากที่สุด" นอกจากผู้ป่วยจะได้รับการตอบสนองที่ตรงกับความต้อง การแล้ว พยาบาลดูแลก็มีเกณฑ์ชัดเจนในการตัดสินใจจัดการกับความเจ็บ ปวด บันทึกเปลี่ยนไปจากเดิม จาก "ปวดพอทนได้" ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ชัดเจน มาเป็นระดับตัวเลขที่แน่นอน เช่นเดียวกับนักกายภาพบำบัดเมื่อดูบันทึก แล้วสามารถวางแผนนำผู้ป่วยไปทำกายภาพได้ง่ายขึ้น "ความสำเร็จของโครงการนี้เนื่องมาจากการทำงานแบบ เชิงรุก ไม่ต้องรอให้คนไข้ร้องขอ ที่สำคัญยังส่งผลดีต่อการดำเนินงานของ โรงพยาบาล ทั้งลดความไม่พึงพอใจจากการให้ยาแก้ปวดช้า มีปริมาณการ ใช้ยาฉีดมากขึ้น ช่วยเกื้อหนุนการทำงานของแพทย์ส่วนอื่นไม่ต้องประเมิน ซ้ำซ้อน อีกสิ่งหนึ่งที่แสดงประสิทธิภาพของเรื่องนี้คือปริมาณการให้ยา อย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เกิดปัญหาพยาบาลลืมถามคนไข้ ทำให้ไม่ได้รับ ยา โดยสรุปก็คือ ระบบนี้ทำให้ผู้ป่วยมีระยะเวลาการรักษาสั้นลง ประหยัด งบประมาณ" ปัจจุบัน Pain Management หรือการให้ผู้ป่วยประเมินความ เจ็บปวดเพื่อลงบันทึกในเวชระเบียน ขยายผลจากหอผู้ป่วยศัลยกรรม กระดูกและข้อชาย 1 ไปสู่หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกและข้อชาย 2 หอ ผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกและข้อหญิง รวมถึงการนำไปปรับใช้ในการรักษา การเยียวยาด้วยหัวใจ ทักทายไขว่ชีวิต 198 # แบบอื่น ๆ ส่วนโครงการใหม่ที่ดำเนินการคือ "นาฬิกาชีวิต" สำหรับ ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก เช่น อัมพาต ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ซึ่งมัก จะมีปัญหาการให้บริการไม่ตรงกับความต้องการอยู่เสมอ บนหน้าปัด นาฬิกาจะมีอักษรเกี่ยวกับเรื่องการดำรงชีวิตของผู้ป่วย ซึ่งการสื่อสารจะ ใช้วิธีการเลื่อนเข็มนาฬิกาไป-มา ระหว่างหมอกับผู้ป่วยให้เข้าใจตรงกัน ## ชมรมผู้พิการฯ เมื่อชีวิตต้องยืนหยัดต่อไป ผู้พิการในสังคมไทย เป็นอีกหนึ่งกลุ่มคนที่น่าเห็นใจ เนื่องจาก ยังไม่ได้รับการเหลียวแลจากบุคคลที่เกี่ยวข้องมากเท่าที่ควร ความใส่ใจนั้น ไม่ได้มีนิยามแค่ความสมเพชเวทนา หากหมายถึงการฟื้นฟูและให้โอกาส เพื่อเขาได้ใช้ชีวิตอย่างแข็งแกร่งร่วมกับสังคมด้วยศักยภาพของตัวเอง แต่ทัศนคติของคนไทยต่อคนพิการยังมองว่าเป็นกลุ่มบุคคลปัญหา ยิ่งใน ช่วงภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง หลายคนเลือกจะไม่ยุ่งเกี่ยว ทำให้โอกาสของ คนกลุ่มนี้ถดถอยน้อยลงไปอีกหลายเท่าตัว เมื่อโรงพยาบาลขอนแก่นก่อตั้งชมรมผู้พิการทางการ เคลื่อนไหว เพื่อให้เกิดการรวมตัวสร้างโอกาสใหม่ ๆ และเป็นกำลังใจซึ่งกัน และกัน จึงนับเป็นอีกมิติในการต่อเติมความฝันอันพร่ามัวให้เจิดจรัส การเพิ่มภาระนอกเหนือจากการรักษามาสู่การฟื้นฟูอาจสูญเสียงบ ประมาณเพิ่ม แต่เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ในส่วนรวมก็ถือว่าคุ้มค่า สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 199 โรงพยาบาลขอนแก่น เพราะผู้พิการหลายคนมีประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากทฤษฎีเล่มไหน การนำมาถ่ายทอดให้เกิดจิตสำนึกต่อสังคมมีคุณค่ายิ่งด้วยประการทั้งปวง คุณประภัสศรี ชาวงษ์ หัวหน้าศูนย์ดูแลสุขภาพต่อเนื่อง เล่า ให้ฟังว่า "การช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยจากอุบัติเหตุ แพทย์อาจรับรู้ ถึงความเจ็บปวดและช่วยเหลือให้รอดพ้นจากความตายได้ แต่ลึกลงไปใน จิตใจไม่มีใครเข้าใจซะตากรรมที่พลิกผันได้เท่ากับคนเคยประสบปัญหา แบบเดียวกันมา คนเหล่านี้จะช่วยเติมกำลังใจให้สู้ต่อ ปรับทัศนคติให้มอง เห็นโอกาสที่ยังมีเหลือ ถ้าการรักษาผู้ป่วยจบลงเพียงแค่การที่เขารอดชีวิต โดยไม่ได้ใส่ใจปัญหาที่ตามมา เขาจะประสบปัญหาในการปรับตัวเป็น อย่างมาก ทั้งจากบุคคลในครอบครัว ในสังคม ในชุมชน คนส่วนใหญ่ยังมอง ว่าเขาเป็นภาระทำให้การดูแลไม่ดีนัก ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า มีกรณี ตัวอย่างที่ผู้ป่วยกลับบ้านและต้องเสียชีวิตภายในเวลา 1 - 2 เดือน จาก อาการแทรกซ้อน เท่ากับทรัพยากรที่ทุ่มไปในการช่วยเหลือชีวิตเขาสูญเปล่า" ชมรมผู้พิการจึงเข้ามาต่อยอดหลังการรักษา ใช้พื้นที่ ของโรงพยาบาลจัดตั้ง ให้สมาชิกรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เป็น กำลังใจ เป็นที่ปรึกษายามประสบปัญหา เปิดงานฝึกฝีมือโดยการเรียนรู้ จากคนในกลุ่ม ถ้าใครมีความถนัดด้านอื่นที่กลุ่มไม่มีก็จะส่งไปฝึกกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง นอกจากเป็นการสร้างสังคมระหว่างสมาชิกด้วยกันแล้ว ยัง เป็นแหล่งสำหรับผู้ป่วยใช้พักในกรณีเดินทางมารับการรักษา เพื่อความ สะดวกต่อผู้ป่วยและญาติ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใชีวิต 200 โรงพยาบาลขอนแก่น "พลังหลักในการขับเคลื่อนก็คือผู้ป่วย เพราะเขาเข้าใจว่า ตัวเองต้องการอะไร ในกรณีที่ไม่สามารถทำด้วยตนเองได้ทางโรงพยาบาล จะเข้าไปช่วยเหลือ หาทรัพยากรสนับสนุนเพื่อให้ความตั้งใจของผู้ป่วยได้ สำเร็จ รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาในด้านต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว นอกจาก นี้ยังขยายความช่วยเหลือเข้าไปในชุมชนในกรณีต้องการอุปกรณ์หรือคำ แนะนำต่าง ๆ" วิเชียร พิมสารา สมาชิกคนล่าสุดของกลุ่มเล่าให้ฟังว่าเขา เป็นพรีเซ็นเตอร์ คนหนึ่งของ สสส. ในโครงการเมาไม่ขับ ประสบอุบัติเหตุ จากการกินเหล้าแล้วหลับในขณะขับขี่มอเตอร์ไซค์ หลังพักรักษาตัวนาน สามเดือนกลับบ้านโดนญาติบ่น ตัดสินใจกินยาฆ่าตัวตายแต่ช่วยล้างท้อง ทัน เขานอนอยู่บนเตียงโดยไม่สนใจชีวิตข้างหน้า ท้อแท้ สิ้นหวัง จนวันหนึ่ง มีผู้พิการจาก โรงพยาบาลขอนแก่น ไปเยี่ยมให้กำลังใจ แสดงตัวอย่างว่า คนเคยเป็นแบบเขาก็ลุกขึ้นใหม่ได้ จนเขามีแรงฮืดหันกลับมาสู้ชะตา จากเดิมกระดิกไม่ได้แม้แต่นิ้วก็เริ่มขยับขาได้ นั่งรถเข็นได้ และฝึกทำ คอมพิวเตอร์ได้ในที่สุด "อาชีพเดิมของผมคือช่างกลึง ผมจึงสนใจงานเกี่ยวกับเครื่อง ไฟฟ้า อยากขอบคุณชมรมผู้พิการที่ทำให้กลับมายืนได้อีกครั้ง จากครั้งหนึ่ง เคยคิดว่าตัวเองไม่มีโอกาส ไม่มีความหวัง ไม่มีประโยชน์กับคนรุ่นหลัง กลาย มาเป็นตัวแทนศูนย์ไปพูดตามโรงเรียนบ้าง ห้างสรรพสินค้าบ้าง หน่วยงาน ต่าง ๆ ให้เห็นโทษของความประมาท" สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 201 # โรงพยาบาลขอนแก่น บางคนอาจผิดพลาดเนื่องจากความเลินเล่อ แต่ควรหรือที่จะ ลงโทษด้วยการปล่อยปละละเลย ให้เขานอนอยู่บนเตียงอย่างคนไร้ค่า รอ ว่าเมื่อไหร่จะถึงวันสุดท้ายของชีวิต ## บ้านเลขที่ 2 โลกอบอุ่นของตัวเล็ก อาคารหลังย่อมที่แยกตัวห่างจากตึกใหญ่ของ โรงพยาบาล ขอนแก่น ดูสงบแต่อบอุ่น ป้ายขนาดกระทัดรัดมีข้อความว่า .. บ้านเลขที่ 2 "สาเหตุที่เป็นบ้านเลขที่ 2 เพราะเราต้องการให้คนอยู่มีความ รู้สึกเหมือนบ้านหลังที่สองของตัวเอง" นั่นคือคำบอกเล่า ของเจ้าหน้าที่ เมื่อเดินขึ้นไปยังชั้นสอง มีเด็กเล็กเต็มไปหมด ถ้าเป็นสถานที่ อื่นคงเข้าใจว่าเป็นเนิร์สเซอรี่ที่ผู้ปกครองนำเด็กมาฝากเลี้ยง แต่เด็กในบ้าน หลังนี้ไม่โชคดีขนาดนั้น แม้ภายนอกจะดูสนุกสนานร่าเริง แต่ภายในนั้นเล่า กลับเผชิญโรคร้ายซึ่งไม่น่าเชื่อ เด็กอย่างพวกเขาจะต้องมารับเคราะห์ กรรมด้วยโรคมะเร็งในเม็ดเลือดขาว พวกเขายังเด็กเกินกว่าจะรู้ว่าสิ่งที่เกาะกินอยู่นั้นร้ายกาจ เพียงใด แต่การไม่รู้ก็เป็นผลดีต่อการไม่บั่นทอนสุขภาพจิต ถึงมะเร็งจะ เป็นโรคที่น่าหวาดผวาเพียงใด แต่เด็กส่วนใหญ่ในบ้านหลังนี้ก็หลุดพ้นจาก มันได้ถ้ากินยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอ หลายคนโตเป็นเยาวชน แวะเวียนมาเยี่ยมเยียน และเขียนบันทึกถึงครั้งหนึ่งที่เคยใช้ชีวิต ณ ที่นี่ ความประทับใจในนางฟ้าชุดขาวที่มอบความรัก ความเมตตา กระทั่งพวก การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 202 # โรงพยาบาลขอนแก่น เขาเรียกเธอว่า "แม่" ได้อย่างสนิทใจ ไม่มีใครลืมบรรยากาศ "วันแม่" ซึ่งกระหึ่มด้วยเสียงเพลง "ค่าน้ำนม" ไม่มีใครลืมความสนุกสนานจากกิจกรรมที่จัดเป็นประจำ หัวหน้าพยาบาลแววตาบ่งบอกความโอบอ้อมอารีต้อนรับ เราด้วยอาการเป็นกันเอง นั่งคุยกันตรงริมระเบียง ได้ยินเสียงเล็ก ๆ แววออก มาจากข้างใน .. ทำไมเด็กเหล่านี้ถึงเป็นมะเร็ง? .. คำถามแรกที่อยากรู้ .. มา จากสารเคมี .. พยาบาลตอบ ชาวบ้านมักใช้สารเคมีโดยขาดการป้องกัน อนิจจา ผลพวงจากการกระทำกลายเป็นกรรมที่คนบริสุทธิ์ต้องรับเคราะห์ "ก่อนหน้านี้พี่ทำงานอยู่แผนกกุมารเวชมีความผูกพัน กับเด็ก ดูแลเด็กที่เป็นมะเร็งโดยเฉพาะ รักเขาเหมือนลูกในขณะที่เขาก็เรียก เราว่าแม่" หัวหน้าพยาบาลเล่าความเป็นมา การเปิดบ้านเลขที่ 2 ก็เพื่อให้เด็กมีสภาพแวดล้อมที่ดี มี สถานที่ให้ญาติมานอนเฝ้า และได้ทำกิจกรรมอย่างเต็มที่ ผู้ป่วยที่เป็น โรคมะเร็งส่วนใหญ่ต้องอาศัยการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์ ทำให้ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้ชีวิตใน โรงพยาบาล การมีสถานที่ปลอดโปร่ง จะช่วยให้คนไข้รู้สึกผ่อนคลาย สนุกและส่งผลให้มีความหวังในการรักษา "สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือการให้ยา เพราะโรคมะเร็งมี หลายระยะ ยาจึงไม่เหมือนกัน บางคนอาจต้องให้ 2-3 ตัวร่วมกัน ซึ่งหมอ จะสั่งมาจากห้องยา เราต้องทำตามคำสั่งอย่างแม่นยำ" สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 203 โรงพยาบาลขอนแก่น ในแต่ละวันจะมีพยาบาลขึ้นเวรไม่ต่ำกว่า 4 คน เพื่อดูแล ผู้ป่วยได้อย่างทั่วถึง เด็กที่เข้ารับการรักษามีตั้งแต่อายุไม่ถึงขวบจนถึงสิบ ขวบขึ้น จำนวนวันที่อยู่มากน้อยต่างกันตามอาการ โดยเฉลี่ยประมาณ หนึ่งอาทิตย์/ครั้ง เต้ย อายุ 11 ขวบเป็นมะเร็งต่อมหมวกไตโดยตรวจเจอ ครั้งแรกตอนอายุ 7 ขวบ ส่งเข้ารักษากับโรงพยาบาลแห่งหนึ่งแจ้งว่าเป็น โรคตับโต ญาติทำใจขอนำกลับไปรักษาตามมีตามเกิดที่บ้าน แต่เต้ยกลับ อยู่มาได้นานถึง 4 ปี จนวันหนึ่งไปเล่นฟุตบอลไข้ขึ้นจึงไปหาหมอที่คลินิก ตรวจพบเนื้องอกในตับ เมื่อส่งไปโรงพยาบาลแห่งเดิมก็ได้รับคำแนะนำให้ มาโรงพยาบาลขอนแก่น หลังผ่านการเอ็กซเรย์หมอผ่าตัดพบก้อนเนื้อ ขนาดผลมมะว่งทำเอาคนที่เห็นตกใจว่าเนื้อใหญ่ขนาดนั้นซ่อนตัวอยู่ได้ อย่างไร เต้ยพักในห้องไอซียูตึกศัลยกรรม 1 คืน ก่อนย้ายมาอยู่บ้านเลขที่ 2 เขาดีใจเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ หลังอยู่ในบ้านเลขที่ 2 ได้หนึ่งอาทิตย์ก็ได้รับอนุญาตให้กลับ บ้าน และมาพบหมอตามนัด ปัจจุบันเต้ยแวะเวียนมาที่นี่เป็นครั้งที่ 5 มาแต่ละครั้งนาน 7 วันบ้าง 10 วันบ้าง แต่เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่าย กลับมี ความสุขมากกว่า ในขณะที่ป้าของเต้ยก็ได้รับตำแหน่ง "ผู้ใหญ่บ้าน" ทุกครั้ง ที่มาอยู่เฝ้า ตำแหน่ง "ผู้ใหญ่บ้าน" ก็คือผู้ดูแลความเรียบร้อยในบ้านเลข ที่ 2 นั่นเอง โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นกำลังสำคัญของผู้ป่วยและญาติ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยรัฐวิจิต 204 สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 205 ต้องยอมรับว่าคนที่ถูกตั้งให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน มีความสำคัญในการทำงานหนักเพื่อผู้ป่วยเหล่านี้ โดยขอบเขตของงานจะต้องดูแลตั้งแต่เรื่องพื้นฐาน ความสะอาด อาหาร น้ำดื่มและเรื่องการสร้างกำลังใจของผู้ที่เกี่ยวข้องเหมือนนักจิตวิทยากลายๆ ซึ่งป้าของเต้ยินดีเพราะมีแรงผลักดันจากความเข้าใจในความทุกข์ของผู้เป็นโรคนี้ "ที่นี่เหมือนบ้านเรา อยู่แล้วอบอุ่น อะไรที่ไม่สะอาดก็ช่วยกันทำ คุณหมอพยาบาลก็น่ารัก เป็นกันเอง จัดกิจกรรมสม่ำเสมอ" เธอพูดอย่างอารมณ์ดี "อย่างน้องเต้ยมาอยู่ที่นี่ก็ร่าเริง ผิดกับเมื่อก่อนที่ซึม ไม่ค่อยพูดจา เคยบ่นว่าอยากตาย เดี๋ยวนี้กลายเป็นคนละคน เชื่อฟังหมอ ไม่ให้กินของดองก็ไม่กิน" วิธีการเลือกผู้ใหญ่บ้านจะเน้นคนที่มาบ่อยและอยู่นาน ถ้าคนเก่ากลับบ้านก็เลือกคนใหม่ ป้าและเต้ยเชื่อว่าคนที่มารับตำแหน่งต่อจะทำหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นเพื่อหมอ พยาบาล และผู้ป่วยทุกคน พยาบาลเคยพูดเสมอว่า เงินไม่อาจซื้อทุกสิ่ง อย่างน้อยก็ซื้อความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อกันในบ้านหลังนี้ไม่ได้ ทุกคนที่เดินเข้ามาล้วนมีความทุกข์จากโรคร้าย และภาวะเศรษฐกิจบีบรัด แต่เมื่อเข้ามาแล้วจะชุ่มชื่นด้วยน้ำใจที่ชะโอมให้เย็นฉ่ำ จากจิตบริสุทธิ์ หาใช่กระทำเพียงเพราะเห็นว่าเป็นหน้าที่ ชีวิตเด็กในบ้านเลขที่ 2 ไม่ได้อาศัยเพียงเทคโนโลยีในการรักษาเท่านั้น ความเอื้ออาทรอาจสำคัญกว่าในการผลักดันพวกเขากลับสู่ โรงพยาบาลขอนแก่น สังคมอย่างเข้มแข็ง Trauma นากีของชีวิต คำว่า "Trauma" อาจฟังแล้วงสำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการแพทย์ แต่ถ้าบอกว่าตึก "ฉุกเฉิน" ทุกคนก็คงนึกภาพออกถึงความโกลาหลในนาทีแห่งความเป็นความตาย การคาดหวังของผู้ป่วยและญาติที่จะหลุดรอดเงื้อมมือมัจจุราช ประตูฉุกเฉินของโรงพยาบาลขอนแก่น นอกจากจะมีบริเวณกว้างขวางง่ายต่อการเข้าเทียบของรถขนย้ายแล้ว ยังมีบุคลากรทีม "เฉพาะกิจ" เริ่มตั้งแต่การกู้ภัย รับผู้ป่วย ตรวจอาการเบื้องต้น คัดกรองและส่งต่อตามจุดต่างๆ ทุกนาทีเต็มไปด้วยความเร่งด่วน แข่งขันกับเวลาที่เหลือน้อยลงทุกนาที หน่วยงานนี้คือ "Trauma" หรือหน่วยงานฉุกเฉินนั่นเอง โดยปกติผู้ป่วยที่เข้าใช้บริการในโรงพยาบาลแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มฉุกเฉินกับโรคทั่วไป แน่นอนว่าผู้ป่วยฉุกเฉินทุกคนล้วนต้องการการดูแลอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การดูแลที่ล่าช้าหรือไม่ทันการ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิตได้ จากการได้คุยกับนพ.วิทยา ชาติบัญชาชัย ในฐานะหัวหน้าทีม Trauma เล่าถึงกระบวนการทำงานว่า "เรื่องของTrauma หรือ อุบัติเหตุฉุกเฉิน ในส่วนที่โรงพยาบาลขอนแก่นรับผิดชอบ เรามีการพัฒนามานานในการดูแลให้มีประสิทธิภาพ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่าใยชีวิต 206 สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 207 โรงพยาบาลขอนแก่น เนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้ต้องการความเร่งด่วน แต่ความเป็นจริงผู้ป่วย ประเภทนี้ยังมีปัญหาทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป คือใช้การจัดการเหมือนผู้ป่วยไม่ฉุกเฉิน เลยก่อให้เกิดปัญหาเรื่องคุณภาพการดูแลผู้ป่วยค่อนข้างมาก โรงพยาบาล ขอนแก่นแม้จะพัฒนามานานก็รู้ว่ายังไม่ดีที่สุด ยังมีปัญหาเนื่องจากข้อ จำกัดค่อนข้างมาก เช่น ยังไม่มีหมอเฉพาะทางด้านเจ็บป่วยฉุกเฉินประจำ 24 ชั่วโมง ซึ่งเราก็พยายามแก้ไขด้วยการจัดแพทย์ระดับอาวุโสเป็น Staff คอยคุมนักศึกษาแพทย์ปฏิบัติงาน ซึ่งเริ่มจัดปีนี้ และเริ่มฝึกแพทย์ประจำ บ้านเป็นแพทย์ฉุกเฉินประจำตีกอุบัติเหตุ อีกประมาณ 2 ปีข้างหน้าก็จะ มีแพทย์ประจำที่นี่ 24 ชั่วโมง" นพ.วิทยายอมรับว่าหัวใจสำคัญที่สุดของงาน Trauma คือบุคลากร การทำงานเป็นทีม ซึ่งการจะทำให้ทุกคนเห็นเป้าหมาย และ เดินไปในทิศทางเดียวกันค่อนข้างยาก ประกอบกับ Trauma เป็นงานหนัก มีความเสี่ยงต่อชีวิตสูง ปีหนึ่งมีผู้ป่วย 6-7 หมื่นราย หรือ 5 พันราย/เดือน การรณรงค์ลดอุบัติเหตุจึงเป็นงานที่ต้องส่งเสริม "ทุกโครงการที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุบนท้องถนน เรารณรงค์ เสริมสร้างให้เกิดความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งการประชาสัมพันธ์ผ่าน สื่อ จัดอบรมให้ความรู้ แต่ต้องเข้าใจว่าอุบัติเหตุทางสังคมอย่างอื่นก็มีไม่ น้อยตามสภาพสังคมที่บีบรัด เมื่อไม่นานมานี้มีคนถูกฟันแขนเกือบขาด เพียงแค่ต้องการโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว อีกรายจอดรถมอเตอร์ไซค์รอ โรงพยาบาลขอนแก่น ไฟแดงกลางเมือง โดนตีคว่ำเพื่อชิงสร้อย นี่เป็นปัญหาที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข" สำหรับอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งได้งบประมาณจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคุณหมอบอกว่าอาจต้องซื้อเพิ่มเติม หรือแก้ไขปรับปรุง ควบคู่ไปกับการพัฒนาบุคลากร ตั้งแต่แพทย์ พยาบาล ทีมงานทุกคน เพื่อให้ประสิทธิภาพการทำงานชุด "Trauma" มีมาตรฐานยิ่งขึ้น การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใชีวิต 208 # โรงพยาบาลขอนแก่น ## เหยื่อ  ฉันไม่รู้จักสตรีที่นั่งอยู่ตรงหน้า แต่ความรู้สึกที่มีต่อหล่อนคือน่าเคารพ ประกายตาคู่นั้นเอื้ออารี มีรอยยิ้มเล็กน้อยตรงมุมปาก ไม่ใช่รอยยิ้มเย้ยหยัน ฉันอธิบายไม่ถูกว่าความหมายของรอยยิ้มนั้นคืออะไร แต่ทำให้ฉันมีความเชื่อมั่นและไว้วางใจ ภายในห้องไม่มีเฟอร์นิเจอร์อื่นใดนอกจากโต๊ะทำงานคั่นระหว่าง เรา และโซฟาตัวเล็กที่มีตุ๊กตาวางไว้สองตัว ... ความลับระหว่างเรา ... หล่อนบอก ฉันไม่เคยคิดว่าในโรงพยาบาลจะมีห้องเก็บความลับแบบนี้ ภาพที่ฉันคิดมาตลอดทางคือการรวมอยู่กับคน จำนวนมาก คอยพยาบาลเรียกชื่อ จากนั้นจึงเข้าไปตรวจในห้องที่มีคนเยอะแยะ เล่าเรื่องที่ไม่อยากเล่าให้พวกเขาฟัง ฉันไม่อยากมา แต่แม่ตุ้นบอกว่าถ้าไม่มาฉันจะพบกับฝันร้ายไม่รู้จบสิ้น สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 209 โรงพยาบาลขอนแก่น ฉันเพิ่งรู้จัก "แม่ตุ้น" เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา หลังคนมาพบ ฉันนอนร้องไห้ในสภาพเกือบเปลือยอยู่ริมคลองท้ายหมู่บ้านพาไปพักฟื้น สงบสติอารมณ์ที่นั่น .. เราควรแจ้งความ .. เขาบอก แต่ฉันส่ายหน้า ความรู้สึก ตอนนั้นคือ กลัว .. อายุ ... เกรงว่าจะถูกมันทำร้ายตามคำขู่ ฉันจำหน้ามัน ได้ .. จำได้ขึ้นใจ! ความจริงฉันเคยเดินผ่านบ้านแม่ตุ้นหลายครั้งและเห็น ข้อความที่ติดอยู่บนหลังคา "ศูนย์เครือข่ายชุมชนคุ้มครองเด็กและสตรี" แต่ ก็ไม่เคยใส่ใจเพราะคิดว่าไม่เกี่ยวกับตัวเอง จึงสัมผัสชื่อแม่ตุ้นจาก การเอ่ย ถึงของคนในหมู่บ้าน ไม่เคยได้มีโอกาสพูดคุยหรือทำความรู้จัก แม่ตุ้นปลอบโยนราวกับฉันเป็นเด็กเล็ก ๆ นัยน์ตาเธอมีน้ำ เอ่อคลอ ยิ่งพาลทำให้ฉันร้องไห้เป็นวักเป็นเวร ราวกับว่านั่นคือการระบาย ความอัดอั้นสิ่งที่มีอยู่ภายในทั้งหมด .. เราจะไปหาป้าหมอ ... แม่ตุ้นบอกหลัง อาการสะอื้นของฉันทุเลาลง คำว่า "ป้าหมอ" ทำให้ฉันปล่อยโฮออกมาอีก ป้าหมอเป็นใคร? ตำรวจหรือเปล่า? "ป้าหมอเป็นหมออู่โรงพยาบาลขอนแก่น" แม่ตุ้นอธิบาย "ป้าหมอใจดีมีเมตตา รับรองว่าถ้าหนูได้รู้จักจะต้องรักเธอ" ฉันยอมตามอย่างไม่เต็มใจ *** อากัปกิริยาของป้าหมอสุภาพและถนอมน้ำใจอย่างสัมผัสได้ ไม่มีการคาดคั้นเพื่อให้ได้คำตอบ ในทางกลับกันกลายเป็นฉันที่อยากเล่าทุก การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอดย่ำใยชีวิต 210 # โรงพยาบาลขอนแก่น อย่างให้ฟัง เด็กสาววัย 18 อย่างฉันโตพอจะรู้ว่าป้าหมออากรู้อะไร หล่อนหยิบตุ๊กตาสองตัวบนโซฟามาประกบกัน ... เขาทำกับหนูอย่างนี้ใช่ ไหม ฉันพยักหน้าแต่ไม่ให้หล่อนดูรอยฟกช้ำและไม่ยอมให้ ตรวจภายใน "มันยังไม่ทันลงมือ มีคนผ่านมาเห็นก่อน หนูไม่ต้องการ แจ้งความเพราะไม่ได้เสียหายอะไร" ฉันโกหก .. คิดถึงแม่ สีหน้าป้าหมอดล้ายไม่เชื่อ แต่แววตาหล่อนยังอ่อนโยน "ถ้ามีเรื่องให้ป้าหมอช่วย มาหาได้ตลอดเวลา หรือจะ โทรศัพท์มาก็ได้" หล่อนจดเบอร์โทรศัพท์มือถือยื่นให้ "เมื่อหนูออกจากห้อง นี้เรื่องทั้งหมดจะกลายเป็นอดีต ไม่มีใครรับรู้สิ่งที่เราคุยกันวันนี้ หนูจะมีชีวิต เป็นปกติเหมือนเดิม" ป้าหมอมอบของที่ระลึกเป็นพวงกุญแจรูปหัวใจ ระหว่างทางกลับบ้านแม่ตุ้นเล่าให้ฟังว่าศูนย์เครือข่าย ชุมชนคุ้มครองเด็กและสตรีที่ใช้บ้านของเธอเป็นศูนย์กลางนั้น เพื่อต้องการ คุ้มครองเด็กและสตรีในชุมชนที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยประสานงาน กับ "ศูนย์คุ้มครองเด็กและสตรี" ของโรงพยาบาลขอนแก่น มีหลายคนที่เคย ประสบปัญหาในรูปแบบต่างๆ เช่น ภรรยาที่ถูกสามีทุบตี หรือผู้หญิงที่ถูก สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 211 โรงพยาบาลขอนแก่น คุกคามทางเพศมาขอรับความช่วยเหลือ ซึ่งโรงพยาบาลมีบ้านให้พักฟื้น หาสถานที่ให้ทำงาน รวมถึงเรียกร้องความเป็นธรรมลงโทษผู้ก่อความ รุนแรง โดยมีป้าหมอเป็นประธาน คนทำผิดต้องถูกลงโทษ ถ้าทำผิดแล้วลอยนวลก็จะก่อกรรม ทำเข็ญไม่สิ้นสุด สร้างความเดือดร้อนให้ผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อ "ป้าตุ้นคะ" ฉันเปล่งเสียงจนอีกฝ่ายตกใจ "หนูจะกลับไปหา ป้าหมอ" "หมายความว่า .. " "ใช่ .. หนูจะแจ้งความ" "ไหน ๆ ก็จะถึงบ้านแล้ว รับพ่อกับแม่ไปด้วยดีไหม" "ไม่" "ทำไมรึ" แม่ตุ้นทำหน้าสงสัย หน้าพ่อเลี้ยงผุดพราว เพราะคนที่ฉันจะแจ้งจับคือมัน? จำลองจากเรื่องจริง ศูนย์คุ้มครองเด็กและสตรี โรงพยาบาลขอนแก่น การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 212 โรงพยาบาลขอนแก่น สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 213 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใฝ่หิว 214 # โรงพยาบาลเชียงคำ โรงพยาบาลทั่วไปขนาด 225 เตียง ชายแดนไทย-ลาว ที่จังหวัดพะเยา ได้พัฒนาระบบการดูแลอนามัยแม่และเด็กในพื้นที่รับผิดชอบ ร่วมกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงพยาบาลชุมชน สถานีอนามัย ต้นแบบแนวคิด "คลินิกตรวจคุณภาพ" ในโรงพยาบาลชุมชน และสถานีอนามัย และได้รับรางวัลดีเด่นระดับเขตในการลดอัตราการเกิดขาดออกซิเจนในทารกแรกเกิด สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 215 โรงพยาบาลเชียงคำ ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย ในเชียงคำ ท่ามกลางขุนเขาติดชายแดนไทย-ลาว ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น สมรภูมิเลือดฉาบสีแดง ทหารไทยนับไม่ถ้วนถูกส่งตัวเข้ารับการรักษากับ โรงพยาบาลเล็กๆในอำเภอเชียงคำ หลายคนนึกไม่ออกว่าเชียงคำอยู่ส่วน ไหนของภาคเหนือ ทั้งที่อาณาเขตห่างจากจังหวัดพะเยาไม่มาก และหาก ได้ไปเห็นความเจริญในวันนี้จะพบว่าเชียงคำเป็นเมืองที่ก้าวกระโดดเร็ว เหลือเกิน จนกล่าวได้ว่าศักยภาพใกล้เคียงกับจังหวัดพะเยา ส่วนโรงพยาบาล ก็พัฒนาจนขึ้นชื่อในเรื่องการทำคลอด ได้รับการประเมินผ่านเป็น โรงพยาบาลสายสัมพันธ์แม่ลูก โรงพยาบาลลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย โรงพยาบาลดีเด่นระดับอำเภอเชียงคำ และล่าสุดรางวัลมาตรฐาน HA โรงพยาบาลที่กล่าวถึงคือ โรงพยาบาลเชียงคำ การสร้างมาตรฐานไม่ได้เกิดแค่ชั่วข้ามวัน แต่พัฒนาต่อ เนื่องนานหลายปี ที่น่าสนใจคือกลยุทธ์การทำงานประสานกับสถานี การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใบรีวิว 216 # โรงพยาบาลเชียงคำ อนามัยฝากครรภ์ในท้องถิ่น เพื่อชาวบ้านไม่ต้องเดินทางไกล ยกเว้นกรณี ฉุกเฉินเกินกว่าสถานีอนามัยจะดูแลได้ ด้วยกลยุทธ์แบบนี้ทำให้โรงพยาบาล เชียงคำลดปัญหาความหนาแน่นของคนไข้ และช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินได้ ทันท่วงที สถานีอนามัยทั้ง 27 จุดซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของเชียงคำ จะมีพยาบาลที่มีความรู้ด้านแม่และเด็กประจำอยู่แห่งละ 2-3 คน แน่นอน ว่าในระยะเริ่มต้นย่อมมีปัญหาการไม่เชื่อมือเจ้าหน้าที่สถานีอนามัย แต่ เมื่อแพทย์จัดเวรลงพื้นที่อธิบายกับชาวบ้านให้เข้าใจในระบบการทำงานว่า เจ้าหน้าที่แต่ละคนสามารถประเมินอาการครรภ์ได้แบบเดียวกับ โรงพยาบาลเชียงคำ จัดตารางการดูแลได้อย่างมีคุณภาพจนกระทั่งคลอด ประกอบกับมีตัวอย่างทำแล้วลูกปลอดภัยแม่แข็งแรงจนสามารถเปลี่ยน ทัศนคติได้ในที่สุด อย่างไรก็ตามในครั้งแรกของการเข้าฝากครรภ์ หลังสถานี อนามัยลงทะเบียนรับเรื่องแล้ว จะส่งไปยังโรงพยาบาลเชียงคำ พบสูติแพทย์ เจาะเลือด (พร้อมสามี) ตรวจสอบว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้าง หลังจากนั้นโรงพยาบาลเชียงคำจะให้กลับบ้านคอยฟังผลเลือดจากสถานี อนามัย ถ้าไม่มีความเสี่ยงสูงเช่นติดเชื้อ HIV เป็นโรคความดันสูง เบาหวาน หรือ เลือดจางธาลัสซีเมีย ก็จะให้เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยคอยดูแลให้คำ แนะนำอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึงวันคลอดจึงกลับไปคลอดที่โรงพยาบาล เชียงคำ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 217 โรงพยาบาลเชียงคำ "ปัจจัยความเสี่ยงสูงส่วนใหญ่คือแม่มีปัญหาเรื่องโรคต่าง ๆ ที่ติดอันดับคือ HIV เมื่อก่อน 11% เดี๋ยวนี้ลดเหลือ 2% ซึ่งเราจะต้องมีระบบตรวจสอบที่ดี ถ้าตรวจสอบได้เร็วเท่าไหร่ก็สามารถให้ยาป้องกันการติดเชื้อจากแม่สู่ลูกเร็วเท่านั้น" นพ.จรัล มะโน นายแพทย์ 8 กลุ่มงานสูติ-นรีเวชกรรม กล่าวถึงแนวทางการทำงาน "หลังการจุดประกายแนวคิดฝากครรภ์กับ สถานีอนามัย การกระจุกตัวของผู้ป่วยดีขึ้นมาก จากเดิมรับทั้งหมด ตามความคิดของสูติแพทย์คืออยากจะดูเอง แต่ดูไม่ไหว เพราะงานบริการด้านอื่นก็มี เมื่อรับไม่ไหวก็ต้องใช้วิธีกระจาย ซึ่งนโยบายเริ่มต้นคือคนประจำสถานีอนามัยต้องมีคุณภาพเหมาะสมกับงานด้านนี้ โดยสอน 2-6 เดือนควรให้ความรู้อะไรกับแม่บ้าง ถ้ามีภาวะความเสี่ยงหรือสงสัยอะไร ส่งมาได้เลย เรามีสูติแพทย์สามท่านแบ่งกันชัดเจนว่าความเสี่ยงแบบไหน เจอแพทย์ท่านใด จากเดิมที่วันหนึ่งแวะเวียนมาตรวจครรภ์ 200-300 คนตอนนี้เหลือเฉพาะความเสี่ยงสูงครั้งหนึ่งไม่ถึงร้อย ลดความแออัดลงได้มาก คุณภาพเป็นที่น่าพอใจ ผู้ป่วยก็พอใจ ผู้หญิงตั้งครรภ์เมื่อเข้ารับการทำคลอดกับโรงพยาบาลล้วนมีความหวังเต็มเปี่ยมว่าจะกลับบ้านพร้อมลูก เรียกว่าเข้ามาหนึ่งต้องได้กลับไปสอง เมื่อเป็นเช่นนี้หมอทำคลอดจึงต้องพิถีพิถันเอาใจใส่ดูแลอย่างสุดความสามารถ เพราะนอกจากอันตรายในตัวแม่และลูกแล้ว หากเด็กที่คลอดไม่สมบูรณ์จนต้องเข้าห้องไอซียูจะก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายมหาศาล" การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 218 # โรงพยาบาลเชียงคำ อีกปัญหาหนึ่งที่พบมากในอดีตคือแม่มาฝากครรภ์ใกล้ คลอด และจำการมาของประจำเดือนครั้งสุดท้ายไม่ได้ ทำให้แพทย์ประเมิน อายุครรภ์ลำบาก ถ้าผ่าออกอาจเป็นการทำคลอดก่อนกำหนด หรือถ้าไม่ ผ่าออกจะกลายเป็นหลังกำหนดหรือเปล่า เด็กเสี่ยงต่อการเสียชีวิต "ระบบใหม่ปรับเปลี่ยนให้แม่มาฝากครรภ์เร็วขึ้น เจ้าหน้าที่ สถานีอนามัยตรวจสอบได้ ตอนนี้ผมการันตีได้ 100% ว่าเขตของเราไม่ มีแม่อายุครรภ์เกินกำหนด (42 อาทิตย์) เพราะ 42 อาทิตย์เป็นปัญหาของ ทุกพื้นที่ สถานีอนามัยจะหยุดแค่ 40 อาทิตย์ ถ้ามาเกินจากนี้ต้องดูแลเป็น พิเศษ เพราะน้ำคร่ำจะลดลง รกเริ่มฝ่อ เด็กมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิต ซึ่งพื้นที่นี้มีปัญหาพิเศษคือเป็นชายแดน เป็นภูเขา ห่างจากโรงพยาบาล จังหวัด ต้องทำคลอดที่นี่ เคยมีอยู่กรณีหนึ่งเป็นคนจากฝั่งลาว ไม่เคยฝาก ครรภ์กับสถานีอนามัย กระทั่งจนคลอดก็ไปที่สถานีอนามัยบ้านฮวดตรง แถบชายแดน ทางสถานีอนามัยรีบส่งต่อด่วนมาที่นี่ พอมาถึงก็ช็อกแล้ว ผมอยู่เวรพอดีเอามือคลำรู้เลยว่ามดลูกแตก เลือดออกในท้อง เด็กอยู่ในท่า ขวางเสียชีวิตแน่ สิ่งเดียวที่ทำได้คือช่วยชีวิตแม่ ขณะจะลงมีดผ่าตัดผู้ป่วย ก็หยุดหายใจ ต้องปั๊มหัวใจก่อนผ่าตัด ตัดมดลูกห้ามเลือดจนสามารถช่วย แม่ได้ ในกรณีแบบนี้ถ้าสถานีอนามัยส่งมาช้า อาจเสียชีวิตทั้งแม่และลูก" การมีพยาบาลประจำสถานีอนามัยเข้าไปทำความเข้าใจ กับชุมชนลดปัญหาการฝากครรภ์ล่าช้าได้อย่างน่าพอใจ พยาบาลส่วนใหญ่ ที่ไปประจำเป็นคนในพื้นที่จึงมีสายสัมพันธ์กับชุมชนอยู่แล้ว และยังมีเครือ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 219 โรงพยาบาลเชียงคำ ข่ายเป็นอาสาสมัครหมู่บ้าน (อสม.) คอยสอดส่อง ดูแลว่าใครท้องและบอก ต่อ ตามโครงการใกล้บ้านใกล้ใจ จากปัญหาหนึ่งอาจกระจายสู่ปัญหาอื่น ครอบคลุมการทำงานได้มากขึ้น "งานอนามัยแม่และเด็กอีกอย่างคือเช็คมะเร็งปากมดลูก เรา เริ่มทำตั้งแต่ก่อนมีนโยบายของรัฐด้วยซ้ำ วางแผนเรื่องเครื่องมือ มีทีม บริหารจัดการ ค้นพบระยะก่อมะเร็ง เฉพาะปีนี้ 50-60 คน พวกนี้ถ้าไม่เช็ค อีก 4-5 ปีข้างหน้าเป็นมะเร็งหมดเสียค่ารักษาคนหนึ่งหลายล้านต่อปี ผมตั้ง เป้าภายใน 5 ปีจะไม่เห็นมะเร็งปากมดลูกในเชียงคำ" นพ.จรัลยืนยัน จากการสร้างคุณภาพอย่างเข้มข้น ทำให้อัตราการตาย ของแม่และเด็กในเชียงคำเป็นศูนย์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หากจะมี บ้างก็จากการส่งต่อล่าช้าของโรงพยาบาลชุมชนที่ห่างไกล "โรงพยาบาลชุมชนยังมีปัญหาด้านประสบการณ์ ทักษะ ความรู้ เครื่องมือ เป็นแนวทางที่เราต้องแก้ไขในภาพรวม ซึ่งผมเป็น กรรมการกำกับดูแลอนามัยแม่และเด็กของจังหวัด ก็เอาโครงการนี้เข้าไป คุยได้รับการสนับสนุนให้ความรู้ทั้งจังหวัด ตอนนี้เชียงคำเลยเป็นพี่เลี้ยงให้ ทุกอำเภอ ปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง โรงพยาบาลชุมชนมีข้อจำกัดเรื่อง เครื่องมือและศักยภาพจึงต้องประเมินปัญหาให้เร็ว เพื่อส่งต่ออย่างรวดเร็ว ถ้าประเมินช้า ส่งต่อช้า มาถึงเราอาจแก้ปัญหาลำบาก อย่างเชียงม่วนอยู่ ห่างเชียงคำ 100 กม. ถ้าเป็นผู้ป่วยรายเดียวกันอยู่ โรงพยาบาลจุนซึ่งห่าง เชียงคำ 30 กม. อาจส่งได้ตอนสองทุ่ม แต่จากเชียงม่วนต้องประเมิน การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 220 # โรงพยาบาลเชียงคำ และส่งก่อนหนึ่งทุ่มเพราะระยะทางไกลกว่า ฉะนั้นต้องประเมินให้เร็วกว่า โรงพยาบาลจุน อย่างโรงพยาบาลเทิงอยู่ในเขตเชียงรายแต่ใกล้เรามากกว่า เวลามีปัญหาจึงส่งมาที่นี่โดยโทรศัพท์มาก่อน ซึ่งเราจะเปิดห้องผ่าตัดรอ ไม่ ต้องผ่านตึก ผ่านวอร์ด" ส่วนในสถานีอนามัยรับผิดชอบ 27 แห่งนั้นก็มีการประเมิน ผลอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด หรือมีปัญหาโรคแทรกซ้อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำสถานีอนามัย จาก 1 ใน 27 จุดให้รายละเอียดการทำ งานว่า "ในเบื้องต้นผู้ป่วยจะไปตรวจครรภ์ที่สถานีอนามัยว่าท้องจริง หรือไม่ เราก็จะให้คำปรึกษาว่าจะมีการเจาะเลือดหรือตรวจอะไรบ้าง ก่อนส่งมาพบแพทย์ที่ โรงพยาบาลเชียงคำ ซึ่งโรงพยาบาลจะเปิดศูนย์รับ ฝากครรภ์ครั้งแรกทุกวันพฤหัสบดี หลังตรวจเสร็จกลับไปรอฟังผลจาก สถานีอนามัย ถ้าพบว่ามีปัญหาเช่นเจอธาลัสซีเมียก็จะส่งไปที่แผนก ฝากครรภ์ความเสี่ยงสูงของโรงพยาบาลอีกครั้ง หลังจากนั้นจึงสรุปว่า กรณีนี้มีปัญหาไหม ถ้ามีปัญหาก็ดำเนินการฝากต่อ ถ้าไม่มีปัญหาจะส่ง กลับไปสถานีอนามัยฝากครรภ์จนครบกำหนด และส่งมาพบแพทย์อีกครั้ง ตอนอายุครรภ์ได้ 32 สัปดาห์เพื่อเจาะเลือดครั้งที่สอง ซึ่งโรงพยาบาลจะ นัดเพื่อเตรียมคลอดด้วย และ สถานีอนามัยจะตามตรวจสอบอีกครั้งหลัง กลับบ้านว่าโรงพยาบาลนัดเตรียมคลอดหรือเปล่า ถ้ายังไม่ได้นัดก็จะใช้วิธี โทรศัพท์เข้ามาบอกว่าขอรายนี้เข้าอบรมเตรียมคลอดด้วย เพราะบางครั้ง สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 221 # โรงพยาบาลเชียงคำ ผู้ป่วยมากอาจคลาดเคลื่อน ช่วยกันดูทั้งสองทาง หลังคลอดเสร็จพักฟื้นอยู่ โรงพยาบาลประมาณ 3 วัน ภายใน 7 วันญาติจะต้องนำแบบฟอร์มส่ง ต่อให้สถานีอนามัยเพื่อตรวจสอบรายละเอียดติดตามเยี่ยมหลังคลอด ครั้งที่หนึ่ง (1-14 วันแรก) อีกประมาณหนึ่งเดือนครึ่งจะออกไปเยี่ยมบ้าน ดูว่าสามารถให้นมลูกได้ไหม ปฏิบัติตัวถูกต้องไหม จำกัดอาหารหรือไม่ ให้ความรู้กับญาติคอยดูแลให้ถูกสุขอนามัย หลังจากนั้นสองเดือนต้องพาเด็ก มาฉีดวัคซีนที่อนามัย เรียกว่า ตั้งแต่เกิดจนเข้าเรียนเด็กจะอยู่ในสายตา ตลอด นอกจากนี้เรายังมีการประชุมมาตรฐานและแนวทางในเรื่องแม่และ เด็กทุกสามเดือน ให้เจ้าหน้าที่ทุกคนของสถานีอนามัยมีความรู้เท่าเทียมกัน ถ้าคนหนึ่งไม่อยู่อีกคนรับเรื่องแทนได้ เช่นผู้ป่วยมีปัญหาตั้งแต่แปดโมงเช้า ถึงเที่ยงลูกดิ้นไม่ถึง 10 ครั้งจะแก้ปัญหาหรือส่งต่ออย่างไร" พยาบาลห้องคลอดโรงพยาบาลเชียงคำ เสริมในเรื่องเดียวกันว่า "ก่อนส่งผู้ป่วยมาคลอด เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยจะอธิบาย ละเอียดว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร ซึ่งระบบบริการของเราเป็น one stop service เพื่อไม่ให้คนท้องต้องเดินไปเดินมาลำบาก มีทันตแพทย์บริการ ตรวจฟันในห้องคลอดเลย ใครมีภาวะแทรกซ้อนเป็นหวัดไม่สบายก็ส่งพบ แพทย์ที่ห้องข้าง ๆ" "เคยไปเยี่ยมผู้ป่วยหลังคลอดรายหนึ่งเขาบอกประทับใจ มาก สมัยก่อนไปคลอดร้องก็ไม่ได้ ร้องทำไม...เจ็บเหมือนกัน แต่เดี๋ยวนี้..พี่ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใช่วิต 222 โรงพยาบาลเชียงคำ ทนหน่อยนะเดี๋ยวก็เกิดแล้ว สิบปีก่อนกับตอนนี้แตกต่างกันมาก เหมือน เราเป็นส่วนหนึ่งของพยาบาล เหมือนเราเป็นญาติเขา ทำให้อยากนอน โรงพยาบาลเพราะพยาบาลพูดเพราะ" เจ้าหน้าที่ประจำสถานีอนามัยคน เดิมกล่าว นพ.จรัล มะโน สรุปความสำเร็จของ โรงพยาบาลเชียงคำว่า "ความสำเร็จตั้งแต่ Hospital Accreditation (HA) มาจนถึง งานอนามัยแม่และเด็ก ผมขอยกความดี 70-80% ให้ผู้นำ ตั้งแต่ กระทรวงสาธารณสุข สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการ หัวหน้าฝ่ายการ แพทย์ ทีมแพทย์ หัวหน้าห้องคลอด หัวหน้างานฝากครรภ์ ซึ่งเขาเห็นว่า ผู้ป่วยต้องการอะไร จะทำอะไรให้งานตรงนี้ดีขึ้น สุขภาพเด็กเข้มแข็ง แม่ ปลอดภัยไร้ภาวะแทรกซ้อน ทุกคนรวมตัวกันประสานเป็นเครือข่ายแน่น แฟ้น รวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทำให้มาตรฐานงานอนามัยแม่และเด็ก กลายเป็นตัวอย่างของมาตรฐานด้านอื่น เช่น การป้องกันรักษาโรค เบาหวาน ความดัน มะเร็ง โรคเรื้อรังต่างๆ นำความสัมพันธ์ที่สร้างขึ้นมา ไปดูแลงานอื่นให้ดีขึ้น ปัจจุบันอัตราป่วยเบาหวานกับความดันในพื้นที่รับ ผิดชอบปีหนึ่ง 1.2 แสนคน ถ้าดูแลไม่ดีผลแทรกซ้อนจะเกิดผลเชิงลบอีก นับไม่ถ้วน" สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 223 โรงพยาบาลเชียงคำ # ความประทับใจในเชียงคำ ในการเยี่ยมชมโรงพยาบาลเชียงคำ เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ คุณแม่มือใหม่วัย 24 ซึ่งเพิ่งได้ลูกชายเป็นของขวัญ เธอเล่าถึงเวลาแห่ง ความทุกข์ระทมเมื่อพบว่าตัวเองและสามีเป็นพาหะธาลัสซีเมีย โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย คือโรคซีดชนิดหนึ่งที่เกิดจากเม็ด เลือดแดงผิดปกติ โดยการถ่ายทอดจากพ่อแม่ทางพันธุกรรม มี 2 แบบคือ แบบพาหะ ไม่แสดงอาการแต่มีความผิดปกติของเม็ดเลือดสามารถถ่าย ทอดไปยังลูกหลานได้ แบบเป็นโรค แสดงอาการของโรคและถ่ายทอดไป ยังลูกหลานได้ ถ้าทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะ โอกาสที่ลูกจะเป็นโรค เท่ากับ 25% หรือ 1 ใน 4 โอกาสที่ลูกจะเป็นพาหะ เท่ากับ 50% หรือ 2 ใน 4 โอกาสที่จะมีลูกปกติเท่ากับ 25% หรือ 1 ใน 4 ถ้าพ่อหรือแม่เป็นพาหะเพียงคนเดียว โอกาสที่ลูกจะเป็น พาหะ เท่ากับ 50% หรือ 1 ใน 2 โอกาสที่ลูกจะปกติเท่ากับ 50% หรือ 1 ใน 2 การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใชีวิต 224 # โรงพยาบาลเชียงคำ จากสถิติพบว่าคนไทยเป็นโรคเลือดจางธาลัสซีเมียแบบ พาหะ ประมาณ 18-20 ล้านคน แบบโรคประมาณ 5 แสนคน มีอาการมาก น้อยต่างกัน ชนิดรุนแรงที่สุด ทารกตายตั้งแต่อยู่ในครรภ์หรือหลังคลอด ชนิดรุนแรง แรกเกิดจะไม่มีอาการ จะเห็นชัดเมื่ออายุประมาณ 3-6 เดือน อาการสำคัญคือ ซีด อ่อนเพลีย ท้องป่อง ม้าม ตับโต มักซีดมากจนต้อง ได้รับเลือดเป็นประจำ ชนิดปานกลางและชนิดรุนแรงน้อย จะซีดมากขึ้น เมื่อมีไข้ สำหรับผู้ที่ตรวจเลือดแล้วทราบว่าตนเองเป็นพาหะหรือ เป็นโรคทั้งหญิงและชายควรหลีกเลี่ยงการแต่งงาน หรือหลีกเลี่ยงการมีบุตร โดยการคุมกำเนิด หรือสำหรับผู้ที่ไม่เคยทราบมาก่อนว่าเป็นพาหะหรือ เป็นโรค และต้องการบุตรที่สมบูรณ์ไม่เป็นโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ทั้งสามี และภรรยาควรตรวจเลือดก่อนมีบุตร หรือสำหรับคู่สมรสที่ตรวจเลือด แล้วทราบว่าเป็นพาหะทั้งคู่ อาจมีบุตรเป็นโรค ต้องไปฝากครรภ์พบ แพทย์ทันทีที่รู้ว่าตั้งครรภ์ และแพทย์จะตรวจวินิจฉัยทารกในครรภ์ว่า ปกติหรือไม่ ## การตรวจธาลัสซีเมียของ โรงพยาบาลเชียงคำ เมื่อทางโรงพยาบาลเชียงคำทราบว่าสามี-ภรรยามีโอกาส เป็น พาหะธาลัสซีเมีย จะนำเลือดทั้งคู่ส่งไปยังโรงพยาบาลสวนดอก เชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ประมาณสองอาทิตย์ผลจะ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 225 # โรงพยาบาลเชียงคำ กลับมา ถ้ามีภาวะเสี่ยง ลูกมีโอกาสเป็นโรคเลือดจางจะส่งตัวแม่ไปเจาะ สายสะดือที่โรงพยาบาลมหาราช เชียงใหม่ โดยทีมงาน โรงพยาบาลเชียงคำ จะประสานงานกับหมอศัลยกรรมอย่างต่อเนื่อง และโรงพยาบาลมหาราช จะแจ้งผลหลังการเจาะประมาณหนึ่งอาทิตย์ พร้อมทางเลือกให้ตัดสินใจขั้น สุดท้าย ## ลูกคนแรก ของขวัญจากเชียงคำ น้องเป็นคนบ้านน้ำแวง ตำบลน้ำแวง อำเภอเชียงคำ จังหวัด พะเยา เดิมน้องทำงานอยู่กรุงเทพฯแต่บริษัทไม่รับคนท้องทำงานน้องก็เลย มาฝากครรภ์บ้านเฮา ให้แฟนอยู่คนเดียว ฝากท้องกับสถานีอนามัยบ้าน แวง ฝากแล้วเขาก็ให้มาเจาะเลือดที่โรงพยาบาลเชียงคำ เป็นเจาะเอาเลือด ของแม่ก่อนเพราะพ่ออยู่กรุงเทพฯ เลือดของน้องเป็นพาหะธาลัสซีเมีย เป็นก็ให้เอาเลือดพ่อโดยเฉพาะจากกรุงเทพฯ ปรากฏว่าแฟนก็เป็นพาหะ ธาลัสซีเมีย น้องเลยคิดว่าอาจติดต่อถึงลูกได้ ตกใจนอนไม่หลับ เป็นปลอบ ว่าถ้าเป็นชนิดรุนแรงยังช่วยได้เพราะเพิ่ง 16 สัปดาห์ เป็นให้กำลังใจตลอด น้องค่อยโล่งอก เป็นบอกให้แฟนมาเจาะด้วยกันที่นี่เพื่อส่งผลไปเชียงใหม่ อีกครั้ง พอผลจากเชียงใหม่กลับมาเป็นบอกว่าไม่เป็นไร สามารถมีลูกได้ จากนั้นก็บำรุงมาตลอด เป็นให้กินอาหารครบห้าหมู่ ให้ลูกเกิดมาสมบูรณ์ น้ำหนักได้มาตรฐาน น้องก็กินตามนั้นตลอด การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 226 # โรงพยาบาลเชียงคำ กลับไปอยู่บ้านพยาบาลจากสถานีอนามัยก็พูดดีคอยสอบ ถามความคืบหน้า น้องไม่เครียดเพราะโล่งใจว่าลูกไม่เป็นอะไร กังวลแต่ ว่าลูกเกิดมาแล้วตัวจะเหลืองซีดหรือเปล่า พอถึงเวลามาคลอดที่เชียงคำ เป็นสอนการหายใจไม่ให้เจ็บมดลูก พอคลอดเสร็จได้รับการแนะนำเรื่อง การบริหารช่องคลอด พูดง่าย ๆ คือเป็นแนะนำตลอด เอาความรู้มาให้ เรื่อง เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สอน หลังการคลอด โรงพยาบาลฝากใบผลงานไปให้สถานี อนามัย มีกำหนดให้ไปเยี่ยมน้องภายใน 1-2 สัปดาห์ จากนั้น 6 สัปดาห์ จะต้องเยี่ยมครบสามครั้ง แล้วทำเป็นหนังสือแจ้งกลับไปยังโรงพยาบาล สิ่งที่ประทับใจคือ ตอนน้องเจ็บท้องมาหาเป็น คิดว่าคงให้กิน ยาแล้วกลับบ้าน แต่ไม่ใช่อย่างนั้น เป็นอุลตราซาวด์ลูกเราว่าเป็นอะไรหรือ เปล่า ดีมาก ดูแลละเอียด เหมือนเข้าใจความรู้สึกของแม่ที่มีต่อลูกว่าเป็น อย่างไร จากบทสัมภาษณ์คนไข้ห้องพักฟื้นหลังคลอด โรงพยาบาลเชียงคำ จังหวัดพะเยา หมายเหตุ : เป็น เป็นสรรพนามที่น้องใช้เรียกทีมแพทย์ พยาบาล สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 227 โรงพยาบาลเชียงคำ # ใครเป็นเอดส์ ... ยกมือขึ้น  มันเป็นเรื่องน่ารังเกียจ ... ผมคิดอย่างนั้น .. หรืออย่าง น้อย ผมก็คิดอย่างนั้น .. และเชื่อว่าคนอื่นก็คงมีความเห็นไม่ต่างกัน บุคคลกลุ่มนั้นมารวมตัวกัน ประกาศต่อสาธารณชนว่า พวกเขา .. เป็นโรคเอดส์ ไม่ใช่แค่ประกาศอย่างเดียว ยังมีการใส่เสื้อราวกับทีม ฟุตบอล ผู้หญิงที่เป็นหัวหน้าทีมเดินมาทางผม ผมรีบใช้เสาบังตัวเอง ไม่ มีวันที่จะร่วมเสวนาด้วย .. ท่าทางเธอดูผิดหวัง ... คนกลุ่มนั้นเดินเลยผมไป ในความรู้สึกของคนเมืองนี้เอดส์ยังเป็นเรื่องน่าขยะแขยง เป็น เรื่องของความมักง่าย ใครที่เป็นโรคนี้ควรอยู่อย่างโดดเดี่ยว เปรียบเสมือน การลงโทษจากสังคม "เอดส์เป็นโรคที่รักษาได้” เสียงผู้หญิงคนนั้นดังชัด พวกเขา จับกลุ่มกันใต้ร่มไม้ ชาวบ้านหลายคนหยุดยืนดูห่าง ๆ คงแอบหัวเราะใน การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 228 โรงพยาบาลเชียงคำ ใจ .. เธอบ้าหรือเปล่าที่คิดว่าเอดส์รักษาได้ ผมชำเลืองมองอย่างหยาม เหยียด .. พวกชอบปลอบใจตัวเอง ก่อนทำไม่คิด พอเป็นแล้วเที่ยวมา โพนทะนาหวังจะให้คนยอมรับ .. เธอพูดต่อโดยไม่ใส่ใจคนรอบนอก "ถ้าพวกเราทำจิตใจให้เข้มแข็งและกินยาตามกำหนดก็จะ อยู่ได้เท่าที่อยากอยู่" เธอซูแขนขึ้นแสดงความเข้มแข็ง "ลองคิดดูสิว่าคนเป็น โรคเบาหวานยังต้องกินยาทั้งชีวิต ต่างกับพวกเราตรงไหน" มีเสียงปรบมือ ดังกราวทำให้เธอลำพองใจยิ่งขึ้น "ฉันดีใจที่ทุกคนเห็นด้วยกับแนวคิดยอม เปิดเผยตัวเอง ไม่มีประโยชน์ที่เราจะอยู่ในโลกมืดอย่างโดดเดี่ยว ฉันเสีย สามีไปแล้วคนหนึ่ง แต่ยังเหลือลูก ฉันจึงออกมาสู้เพื่อลูก ให้เขาได้เรียนใน โรงเรียนร่วมกับเด็กอื่น ให้เขามีเพื่อนในสังคม ฉันจะสร้างความคิดใหม่กับ ชุมชนว่าเอดส์ไม่ใช่โรคน่ากลัว ไม่ใช่โรคที่อยู่ร่วมกับคนอื่นไม่ได้ และไม่ ใช่โรคที่เป็นแล้วต้องตายเสมอไป" มีเสียงโห่ร้อง เสียงปรบมือดังกว่าเดิม เพราะไม่ใช่แค่กลุ่มใต้ ต้นไม้เท่านั้น แต่มีชาวบ้านบางคนเผลอผสมโรงด้วย .. ถ้าจะเสียสติ .. ผม ค่อนขอดชาวบ้านที่ปรบมือในใจ "การรวมกลุ่มของพวกเราไม่ใช่แค่การประกาศตัวเท่านั้น เราไม่ต้องการสร้างความเห็นใจหรือความสงสารจากใคร แต่เรารวมตัวกัน เพื่อขอโอกาส เพื่อทำวันเวลาที่เหลือไม่ให้สูญเปล่า หมอบอกกับฉันว่าจะ สนับสนุนเปิดพื้นที่ส่วนหนึ่งในโรงพยาบาล ให้พวกเราไปรวมตัวเพื่อแลก สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 229 # โรงพยาบาลเชียงคำ เปลี่ยนความคิดเห็น หาวิทยากรที่มีความรู้ด้านวิชาชีพมาสอน จัดกิจกรรม ขายสินค้า" เธอหันไปทางชาวบ้าน "พวกฉันขอโอกาสแล้วพวกคุณจะให้ หรือเปล่า" เสียงปรบมือดังลั่น แสดงการยอมรับ ไม่เข้าใจว่าทำไมการ ยอมรับเกิดได้ง่ายดายขนาดนั้น ผมยังจำได้ดีถึงเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อน เด็กซึ่งมีพ่อแม่เป็นเอดส์ถูกต่อต้านจากชาวบ้านไม่ให้เรียนหนังสือร่วมกับ เด็กปกติ ผมเป็นคนหนึ่งที่ร่วมประท้วง "ถึงพ่อแม่จะเป็นเอดส์แต่ไม่ได้ติดถึงตัวเด็ก" ครูอธิบาย "เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะมีปัญหากับเด็กคนอื่น หรือแม้ว่าเด็กเป็นเอดส์ จริงก็ไม่ได้หมายความว่าจะติดด้วยการสัมผัสทางกาย" "ถึงยังไงผมก็ไม่ไว้วางใจ" ผมพูดแบบไม่เกรงใจ "ขอความเป็นธรรมให้กับเด็กเถอะนะ อย่าตัดโอกาสเด็กด้วย วิธีการแบบนี้เลย เราเป็นคนไทยเหมือนกัน อยู่ในชุมชนเดียวกัน ถ้าพวก คุณทำแบบนี้ก็เท่ากับฆ่าเด็กคนหนึ่งให้ตายทั้งเป็น" "ครูก็ต้องแก้ปัญหา" ครูพยายามแก้ปัญหาด้วยการเชิญกลุ่มผู้ปกครองไป พบอีก ครั้งในสัปดาห์ถัดมา มีหมอและพยาบาลจากโรงพยาบาลมาร่วมพูดคุย ด้วย เมื่อหมอและพยาบาลร้องขอพวกเราจำใจต้องยอมอย่างไม่เต็มใจ ถึงเด็กคนนั้นจะได้รับการยินยอมให้เรียนร่วมกับลูก ของพวกเราแต่พ่อและแม่ของเขาก็ไม่เคยได้สุ่งสิงกับชุมชน เมื่อไม่กี่เดือน การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 230 # โรงพยาบาลเชียงคำ ก่อนหน้าผู้เป็นพ่อเพิ่งเสียชีวิต ส่วนผู้เป็นแม่คือคนที่มายืนเป็นหัวหน้ากลุ่ม วันนี้ สมาชิกผู้เป็นโรคเอดส์มีผู้ชายเพิ่มขึ้นหลายคน จากการร่วม รักกับหญิงสาวคนหนึ่งของหมู่บ้านซึ่งเคยเดินทางไปทำงานอยู่ในกรุงเทพฯ เธอแพร่เชื้อด้วยการปกปิดความจริง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา หลายคนที่ติดเชื้อคือคนเคยต่อต้านผู้เป็นโรคเอดส์ ผมจึงไม่ เชื่อว่าคนกลุ่มนี้จะได้รับความเห็นใจหรือให้อภัย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกัน ข้าม หรือว่าชาวบ้านเห็นใจหญิงสาวหัวหน้าและเห็นว่าการเปิดเผยนั้นดี กว่าปกปิดความจริงจนเกิดเรื่องเดือดร้อนเหมือนที่ผ่านมา ชมรมผู้ติดเชื้อเอดส์ปิดฉากการประชุมเดินกลับมาทางเดิม หัวหน้าทีมส่งยิ้มให้ผม แทนการหลบหรือแสดงอาการรังเกียจ ผมยิ้มตอบ บอกว่า .. จะเข้าร่วมเป็นหนึ่งในชมรม เพราะผมเชื่อว่าชาวบ้านให้โอกาสสำหรับผู้เป็นโรคนี้แล้ว จำลองการทำงานของหมอและพยาบาลด้านการช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอดส์ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 231 # บทสรุป หากจะกล่าวถึงความสำเร็จของโรงพยาบาลทั้ง 12 แห่ง ที่ได้รับมาตรฐาน Hospital Accreditation หรือ HA แล้ว หัวใจสำคัญ คงอยู่ที่ การทำงานเป็นทีม การทำงานเป็นทีมในที่นี้มิได้หมายเฉพาะหมอและพยาบาล ในแต่ละองค์กรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างเครือข่ายร่วมกับพันธมิตร การประสานงานระหว่างโรงพยาบาลกับสถานีอนามัย การร่วมแรงร่วมใจ ของอาสาสมัครหมู่บ้าน ตลอดจนการสร้างสัมพันธ์กับชุมชนให้เห็นความ สำคัญของเสริมสร้างสุขภาพทั้งทาง "ร่างกาย" และ "จิตใจ" ## การสร้างเครือข่ายร่วมกับพันธมิตร โรงพยาบาลสวนปรุงแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดต่อเรื่องนี้ ด้วย การเชิญชวนโรงพยาบาลชุมชนร่วมเป็นเครือข่าย เปิดหลักสูตรระยะสั้นให้ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่าใยชีวิต 232 ความรู้เรื่องการดูแลรักษาผู้ป่วยทางจิต เพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนใน พื้นที่ห่างไกลไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเดินทางไปสวนปรุง ซึ่งโรง พยาบาลหลายแห่งสมัครร่วมโครงการ เช่น "โรงพยาบาลวังเหนือ" ซึ่ง สามารถปลดโซ่ตรวนผู้ป่วยโรคจิต ที่ถูกซุกซ่อนนานหลายสิบปีได้หมดสิ้น ความสำเร็จดังกล่าวจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้า "สวนปรุง" ในฐานะแม่ข่ายไม่ ให้ความช่วยเหลือทั้งในด้านการถ่ายทอดความรู้และส่งแพทย์-พยาบาล ร่วมลงพื้นที่ทุกสามเดือน ในทางกลับกัน ถ้าบุคลากรของโรงพยาบาล ชุมชนไม่เสียสละยอมเพิ่มภาระหน้าที่นอกเหนือจากการรักษาทางกายมา รักษาทางจิต โครงการนี้คงไม่บรรลุผล ## การประสานงานระหว่างโรงพยาบาลกับสถานีอนามัย สถานีอนามัย เปรียบเสมือนแขนขาของโรงพยาบาล เป็นหน่วยงานที่อยู่ใกล้ชิดกับชุมชนมากที่สุด แม้รูปแบบการรักษาของ โรงพยาบาลจะดีเพียงใด ถ้าสถานีอนามัยไม่มีประสิทธิภาพก็ยากที่การ รักษานั้นจะมีประโยชน์ต่อชุมชนแท้จริง ถ้าคนป่วยทุกคนมุ่งหน้าสู่ โรงพยาบาลจุดเดียว หมอและพยาบาลที่มีจำนวนจำกัดจะรักษาได้ทั่วถึง อย่างไร ซึ่งการรักษานั้นมิใช่เพียงแค่ฉีดยาแล้วกลับบ้าน แต่ยังต้องติดตาม ผล ให้ความรู้ด้านต่าง ๆ และระวังไม่ให้เกิดอาการแทรกซ้อน สิ่งเหล่านี้คือ หน้าที่ของสถานีอนามัย เมื่อสถานีอนามัยทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ ได้ รับความเชื่อถือ ชาวบ้านก็คงไม่อยากไปโรงพยาบาล การที่สถานีอนามัย สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 233 แต่ละแห่งจะสร้างกระบวนการรักษาเบื้องต้นได้ดีเพียงใดขึ้นอยู่กับการถ่ายทอดที่ได้รับจากโรงพยาบาลแม่ข่าย ซึ่งโรงพยาบาลทั้ง 12 แห่งได้พิสูจน์แล้วว่านโยบายหลักข้อหนึ่งคือการสร้างความเข้มแข็งให้กับสถานีอนามัยตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลหนองบัวระเหวเข้าไปให้ความร่วมมือในลักษณะการเป็นพี่เลี้ยงที่ดี ถ่ายทอดวิธีคิด วิธีทำงาน โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ แพทย์ พยาบาล เภสัชกร เมื่อชาวบ้านมาเห็นว่าเป็นทีมเดียวกันก็เดินเข้าสถานีอนามัยแทนโรงพยาบาล ยาสถานีอนามัยหมด โรงพยาบาลก็จ่ายให้เต็มที่ ส่งเจ้าหน้าที่ไปอบรมในเวทีการสัมมนาระดับชาติโดยโรงพยาบาลออกงบให้ ปี 2548 ที่กำลังจะถึงโรงพยาบาลเตรียมจัดประชุมวิชาการก็เชิญทีมสถานีอนามัยเข้าร่วม เป็นการทำงานลักษณะการใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวผสมกับระบบ ## การร่วมใจของอาสาสมัคร อย่างไรก็ตาม ในแต่ละสถานีอนามัยมีเจ้าหน้าที่ประจำเพียง 2-3 คน การจะดูแลคนทั้งชุมชนได้ทั่วถึงและต่อเนื่องเป็นเรื่องยาก อาสาสมัครหมู่บ้าน หรือ อสม.คือผู้เข้ามาลบช่องว่างในจุดนี้ ทุกคนมาด้วยใจโดยไม่มีค่าตอบแทน พวกเขาจะนำความรู้ที่ได้จากเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยไปถ่ายทอดและดูแลเพื่อนบ้านอีกทอด ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ประสานงานกับอสม.จำเป็นต้องมีจิตวิทยาสื่อสารภาษาเดียวกับพวกเขา เพื่อให้พวกเขาเข้าใจ ยอมรับ ปฏิบัติ และติดตามผล อย่างในหมู่บ้านบังดาล อำเภอเมือง การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 234 จังหวัดสงขลา ซึ่งมีรูปแบบการบริหารชุมชนอย่างเป็นระบบ เริ่มจาก องค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หัวหน้าฝ่ายกองทุน ชมรม ผู้สูงอายุ แพทย์แผนโบราณ ครู ฯลฯ บุคคลเหล่านี้ล้วนมีทัศนคติและเชื่อ มั่นในระบบการดูแลกันเอง การจะให้พวกเขาสมาร่วมมือเป็นอาสาสมัคร กับสถานีอนามัย เจ้าหน้าที่ต้องสร้างความศรัทธาให้เห็น ซึ่งทีมสถานี อนามัยที่ผ่านการอบรมจากโรงพยาบาลสงขลาก็ฉายบทบาทอย่างเต็มที่ กระทั่งกลายเป็นเครือข่ายเดียวกับชาวบ้าน ## สร้างสัมพันธ์กับชุมชน จุดนี้อาจถือได้ว่ามีความสำคัญสูงสุด เพราะไม่ว่าโรง พยาบาลใดสามารถเข้าถึงชุมชน รณรงค์ให้มีการส่งเสริมสุขภาพ "กาย" และ "ใจ" อย่างสมบูรณ์แล้ว สุขภาพของคนในชุมชนนั้นก็จะเข้มแข็ง ลด การเจ็บไข้ได้ป่วย ลดงบประมาณภาครัฐ ลดภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือน ฯลฯ โรงพยาบาลทั้ง 12 แห่งมีแนวคิดต่อเรื่องนี้เหมือนกัน เกิดเป็นชุมชนสัมพันธ์ แน่นแฟ้น เช่น จัดแข่งขันกีฬารายเดือน นำวัฒนธรรมท้องถิ่นมาปรับให้ เข้ากับการออกกำลังกาย สร้างบ้านสุขภาพ เปิดศูนย์คุ้มครองเด็กและสตรี ในชุมชน ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนชาวบ้านอย่างสม่ำเสมอ หรือจัดกิจกรรมวัน รวมญาติ เป็นต้น สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 235 # ทุกสิ่งเริ่มต้นจาก "ผู้นำ" ความสำเร็จทั้งหลายที่กล่าวมาคงเกิดไม่ได้ถ้าขาด "ผู้นำ" ที่ดี หลักการที่ผู้นำทั้ง 12 แห่งนำมาปฏิบัติคือการกระตุ้นให้ทีมงานมองเห็น เป้าหมายเดียวกัน และเดินไปสู่จุดหมายนั้นด้วยความเต็มใจ ความยากของการเริ่มต้นสร้างมาตรฐานอยู่ที่การต่อ จิกซอว์คนในองค์กรให้เชื่อมโยงกัน แพทย์ส่วนใหญ่มีแนวคิดเป็นของตัวเอง เชื่อว่าตัวเองทำหน้าที่การรักษาได้ดีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องใช้มาตรฐานใด มาวัด ส่วนพยาบาลมองว่าถ้าใช้มาตรฐานมาเป็นบรรทัดฐานจะช่วยสนับ สนุนระบบการทำงานของแพทย์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โรงพยาบาลบาง แห่งจึงเริ่มทำมาตรฐานด้วยการรวมกลุ่มของพยาบาล อย่างไรก็ตาม ถ้าแพทย์ไม่ลงมาเป็นหัวหน้าทีมก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จ "ผู้นำ" จึงต้องมีกลยุทธ์ในการดึงใจแพทย์ให้เห็นความสำคัญของมาตรฐาน ยอม สละเวลาอันมีค่าเข้าร่วมประชุม วางแผน ประสานงานกับแผนกอื่น หน่วย งานอื่น ตามมาตรฐาน HA บางกรณีผลของมาตรฐานได้มาจากการปฏิบัติงานโดยไม่ คาดหวัง เช่น โรงพยาบาลควนเนียง นำผลของการรักษาเป็นแบบเรียน จากไม่เคยเข้าใจคำว่า "องค์รวม" ก็กลายมาเป็นโรงพยาบาลที่ประสบ ความสำเร็จสูงสุดด้านการรักษาแบบองค์รวม ซึ่ง "ผู้นำ" ยอมรับว่าในยุค เริ่มต้นมีปัญหากับพยาบาลจากความเห็นไม่ตรงกัน จนได้ไปสัมผัสกับ ผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดจึงเห็นว่าสิ่งที่พยาบาลเคยขอความสนับสนุนนั้นจำเป็น การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต 236 ต้องทำแม้จะขัดกับหลักการ ปรับรูปแบบรักษาสู่นโยบาย "ยึดผู้ป่วยเป็น ศูนย์กลาง" บทเรียนเหล่านี้อยู่นอกเหนือทฤษฎี ส่วนโรงพยาบาลอื่นก็มีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่ เหมือนกันคือ ทุกคนทำงานด้วย "ใจ" และเห็นคุณค่าของการประสานเป็น "ทีม" บทสรุปเหล่านี้คงบอกได้ว่าทำไมทั้ง 12 แห่งจึงได้รับ มาตรฐาน HA สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 237 # คำส่งท้าย ความเคยชินโดยทั่วไปคือการมองเห็นสิ่งเป็นปัญหาต่าง ๆ มองไปที่ใดก็พบแต่ปัญหา จนเกิดความรู้สึกว่าปัญหาช่างมากมายจนไม่ เห็นหนทางที่จะเยียวยาได้ ยิ่งพยายามที่จะแก้ไขเท่าไร ก็ยิ่งพบเห็นปัญหา ที่ละเอียดอ่อนมากขึ้นในทุก ๆ เรื่อง ทุก ๆ จุด ทุก ๆ ขั้นตอน บางคนเทียบ ว่าเกิดความรู้สึกคล้ายเป็นอัมพาต ท้อแท้ สิ้นหวัง ปล่อยไปตามบุญ ตามกรรม ในท่ามกลางความรู้สึกดังกล่าว ยังมีผู้คนอีกไม่น้อย ที่มีความ เชื่อมั่นในคุณค่าของความดีงาม ในคุณค่าของเพื่อนมนุษย์ในศักยภาพของ เพื่อนร่วมงาน ในความเป็นเพื่อนร่วมทุกข์ของมวลมนุษย์ที่พึงเห็นอกเห็น ใจและช่วยเหลือกัน ผู้คนเหล่านี้กระจายอยู่ทั่วไปในสังคมของเรา มุ่งหน้า สร้างสรรค์สิ่งดีงามตามความเชื่อและศรัทธาของตน เป็นดุจแสงเทียนที่ส่อง สว่างและให้ความหวังแก่สังคม การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทออย่างใยชีวิต 238 การรับรู้ในเรื่องราวที่ดีงามเหล่านี้ ก่อให้เกิดความหวัง ก่อให้ เกิดพลัง จุดประกายให้เกิดความตื่นตัวที่จะนำแนวคิดและบทเรียนต่าง ๆ ไปสู่การปฏิบัติในแวดวงที่กว้างขึ้น เกิดการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนซึ่งกัน และกัน ดังที่อาจารย์ประเวศ วะสี เรียกว่า "ข่ายใยชีวิต" หนังสือเล่มนี้ได้รับการจุดประกายจากการที่ผู้เยี่ยมสำรวจ ของสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล ได้ไปพบเห็นสิ่งดีงาม ที่เกิดขึ้นในที่ต่าง ๆ กอปรกับการกระตุ้นของอาจารย์ประเวศ วะสี หลาย ครั้งหลายคน ให้มีการรวบรวมเรื่องราวความดีงามทั้งหลายในสังคมไว้ เป็นหลักฐาน ให้ผู้คนได้รับรู้ทั่วกัน การรับรู้ในเรื่องราวดี ๆ เหล่านี้จะก่อ ให้เกิดพลังของการเปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าการพร่ำพูดกันแต่เรื่องปัญหา สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล ในฐานะที่มี หน้าที่ในการสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาลของประเทศไทยให้ เป็นที่เชื่อมั่นแก่สังคม มีความยินดีที่ได้มีส่วนในการเผยแพร่เรื่องราวเหล่า นี้ให้สาธารณชนได้รับทราบในวงกว้าง และขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนให้ งานชิ้นนี้สำเร็จได้ด้วยดี อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 239 สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (พรพ.) (หน่วยงานภายใต้สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข) **พันธกิจ** ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพของโรงพยาบาลและบริการ สุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยการประเมินตนเองและการเยี่ยมสำรวจ เป็นกลไกกระตุ้นที่สำคัญ **วิสัยทัศน์** เราคือองค์กรชั้นนำ ผู้ส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมคุณภาพใน ระบบบริการสุขภาพอย่างทั่วถึงและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล **ค่านิยมหลัก** 1. มุ่งเน้นผู้รับผลงาน (Client Focus) 2. เป็นกัลยาณมิตร (Coaching) 3. คิดเชิงระบบ (Systems Approach) 4. ให้ความรู้และสร้างการเรียนรู้ (Knowledge and Learning) 5. สร้างและส่งเสริมวัฒนธรรมคุณภาพ (Quality Culture) การเยียวยาด้วยหัวใจ ทักทายใจชีวิต 240 # ประธานคณะกรรมการบริหาร : ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ## ประธานคณะกรรมการรับรองคุณภาพโรงพยาบาล : นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ ## ประธานคณะกรรมการรับรองคุณภาพโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ : นพ.อมร นนทสุต ## ผู้อำนวยการ : นพ.อนุวัฒน์ ศุภชุติกุล ## ข้อมูล ณ วันที่ 10 มีนาคม 2548 โรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองกระบวนการคุณภาพ HA 130 แห่ง โรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ 39 แห่ง โรงพยาบาลที่ได้รับกิตติกรรมประกาศบันไดขั้นที่ 2 สู่ HA 44 แห่ง โรงพยาบาลที่ได้รับกิตติกรรมประกาศบันไดขั้นที่ 1 สู่ HA 506 แห่ง ## ที่ตั้ง สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (พรพ.) อาคารกรมการแพทย์ 6 กระทรวงสาธารณสุข ถ.งามวงศ์วาน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 0 2951 0102 3, 0 2589 0023 4, 0 2589 9125, 0 2591 8617 โทรสาร 0 2951 0104, 0 2589 0556, 0 2951 0238 Web Site : www.ha.or.th สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล 241 หนังสือเล่มนี้อันเป็นการบันทึกเรื่องราวของการบริการผู้ป่วยในโรงพยาบาล 12 แห่ง และมีกรณีตัวอย่าง 30 เรื่อง ได้ทำลายความเชื่อเดิมของผมลงสิ้นเชิง การรักษาคน และระบบบริการสุขภาพที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ได้ปรากฏต่อหน้าเราแล้วจริง ๆ ! หากมนุษย์ได้เชื่อมโยงกันเป็นข่ายใยชีวิต (Webs of Life) จะเกิดความอบอุ่น ความสุข และความสำเร็จ อย่างเหลือหลาย สิ่งที่ท่านพบเห็นในหนังสือเล่มนี้อาจสรุปสั้น ๆ คือ การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต การร่วมกันเยียวยาเพื่อนมนุษย์ผู้ทุกข์ยากด้วยหัวใจ และถักทอข่ายใยชีวิต จะนำไปสู่การเยียวยาโลกทั้งหมด ระบบบริการสุขภาพเป็นระบบที่กว้างใหญ่และเกี่ยวข้องกับคนทุกคน ตัวอย่างของการบริการสุขภาพที่เป็น "การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต" ที่มีมากขึ้น ๆ จะเป็นปัจจัยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ทั้งในระบบบุคคล องค์กร สถาบัน และ สังคม ไปสู่ความเป็นโลกการเยียวยาและพันทุกข์ร่วมกัน ประเวศ วะสี ISBN 974-92882-8-9 ราคา 180 บาท 9789749288283 # การเยียวยาด้วยหัวใจ ถักทอข่ายใยชีวิต คำนำโดย : นพ.ประเวศ วะสี สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล สสส. สำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สุขภาพ
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2005
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• บริการการพยาบาลของโรงพยาบาล
• บุคลากรทางการแพทย์กับผู้ป่วย
• โรงพยาบาล
history_eduหมวดหมู่
สุขภาพ
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2005
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้