auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ธรรมนูญสุขภาพคนไทย : จะเป็นจริงได้อย่างไร

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เนื้อหาในเอกสารมาจากรวมปาฐกถาพิเศษของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ผู้ทรงคุณวุฒิ คปรส. พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 วันที่ 8-9 สิงหาคม 2545 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

ธรรมนูญ สุขภาพคนไทย จะเป็นจริง ได้อย่างไร? ค.น.พ.ประเวศ วะสี ผู้ทรงคุณวุฒิ กบรส. พ.ต.ท.ดร.กักขิณ ชินวัตร นายกถึงมนตรี นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สูญนต์วิภา กระทรวงสาธารณสุข ยังไม่เคยเห็นประเทศไหน ที่มีจินตนาการว่า มนุษย์ทั้งหมด จะพ้นทุกข์ร่วมกันได้ การที่คนไทยทำคราวนี้ เป็นจินตนาการที่ใหญ่ที่สุด ธรรมนูญสุขภาพ คนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร รวมปาฐกถาพิเศษ ของ ศ.น.พ.ประเวศ วะสี ผู้ทรงคุณวุฒิ คปรส. พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 8 - 9 สิงหาคม 2545 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ บรรณาธิการ อำพล จินดาวัฒนะ ปิติพร จันทรทัต ณ อยุธยา สุภกาญจน์ สว่างศรี จัดพิมพ์โดย สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (สปรส.) สนับสนุนโดย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) # ความนำ กระบวนการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติดำเนิน การมาหลายปี แต่ดำเนินการอย่างเป็นทางการครบ 2 ปี ในเดือน สิงหาคม 2545 พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติหรือธรรมนูญสุขภาพคนไทย จึงปรากฏออกมาเป็นรูปร่าง จากการทำงานสร้างความรู้ ร่วมกับการ เรียนรู้ร่วมกันของคนไทยทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งถึง เวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 8 - 9 สิงหาคม 2545 ซึ่ง เป็นเวทีที่ทุกฝ่ายร่วมกันให้ข้อคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้กันอีก ครั้งหนึ่ง ก่อนปรับปรุงแก้ไขเสนอต่อ คปรส. และครม.เพื่อนำเข้าสู่ ขั้นตอนนิติบัญญัติต่อไป เวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประมาณ 4,000 คน จากภาคีปฏิรูประบบสุขภาพกว่า 3,000 ภาคี บรรยากาศเป็นไป อย่างอบอุ่น สร้างสรรค์ ได้งานเป็นชิ้นเป็นอัน และได้ประสบการณ์ เป็น องค์ความรู้สำหรับต่อยอดการจัดสมัชชาสุขภาพในโอกาสต่อๆ ไป ทุกฝ่ายแยกย้ายกันกลับบ้านด้วยรอยยิ้มและความสุข โดยหวังว่า ในอนาคตไม่นานนี้ คนไทยคงจะได้มี "ธรรมนูญสุขภาพ" ที่เป็น กฎหมายอย่างสมบูรณ์ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างสุขภาพ หรือสุขภาวะร่วมกันต่อไป ในเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งนี้ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ได้ แสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริง ได้อย่างไร" นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ได้แสดง ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง "รัฐบาลกับการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ" และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้แสดงปาฐกถา เรื่อง "เจตนารมณ์ของกระทรวงสาธารณสุขต่อ การจัดทำ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ" ปาฐกถาพิเศษของทั้ง 3 ท่านมีสาระสำคัญที่น่าสนใจ สมควร บันทึกไว้เพื่อการศึกษาเรียนรู้และเพื่อการทำงานในขั้นตอนต่อๆ ไป สปรส. จึงจัดพิมพ์เอกสารชิ้นนี้ขึ้น สปรส. ขอขอบพระคุณทุกท่านที่มีส่วนร่วมทั้งทางตรงและ ทางอ้อม ทำให้สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 สำเร็จลงด้วยดี นายแพทย์อำพล จินดาวัฒนะ ผู้อำนวยการสำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ # สารบัญ ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๑ ศ.น.พ.ประเวศ วะสี รัฐบาลกับการปฏิรูป ระบบสุขภาพแห่งชาติ ๑๒ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เจตนารมณ์ของกระทรวงสาธารณสุข กับการจัดทำ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ๒๒ นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ # ธรรมนูญสุขภาพ คนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร * ไม่มีการพระคุณเจ้า ฯพณฯ รัฐมนตรี ท่านผู้มีเกียรติ สมาชิกสมัชชาที่เคารพทุกท่าน คุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ได้สรุป ผลการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติไปแล้ว ว่าเป็นผลมาจากการ ประชุมสมัชชาสุขภาพจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งได้ร่วมกันดำเนินการ มาจนกระทั่งบัดนี้ มีการยกร่าง พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ และการประชุม 2 วันนี้ ก็ได้มีการปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นอีก คำถามคือว่า แล้วเรื่องนี้จะทำให้เป็นจริงได้อย่างไร ผมขอนำ เสนอ 9 ประการด้วยกัน ทั้งหมดจะเป็นจริงได้เมื่อผนวกเข้าด้วยกัน * ปาฐกถาพิเศษของ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วะสี ผู้ทรงคุณวุฒิใน คปรส. ในเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 วันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2545 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๑ # ประการที่ 1 คนไทยกำลังร่วมกันทำสิ่งที่ใหญ่ และสำคัญ ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ยังไม่เคยเห็นประเทศไหนที่มีจินตนาการว่า มนุษย์ทั้งหมด จะพันทุกข์ร่วมกันได้ ยังไม่เคยมี การที่คนไทยทำคราวนี้ เป็น จินตนาการที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งแท้จริงเป็นเรื่องหนีไม่พ้น เพราะว่าการที่ คนใดคนหนึ่ง ประเทศใดประเทศหนึ่งจะมีความสุขไปตามลำพัง คน เดียวหรือประเทศเดียวนั้น เป็นไปไม่ได้ เพราะว่าทั้งหมดเป็นหนึ่ง เดียวกัน ต้องคิดถึงความเป็นจริงทั้งหมด สหรัฐอเมริการ่ำรวย ทรงอำนาจแค่ไหน ก็เกิดตึกเวิลด์เทรด ถล่ม และคงเกิดอื่นๆ อีก เพราะมันเป็นไปไม่ได้ที่ประเทศเดียวจะ เสพสุขไปตามลำพัง ที่เรากำลังพูดกันนี้ เราพูดถึงมนุษย์ทั้งหมดว่าจะพันทุกข์ร่วม กัน พูดถึงความร่วมกัน อันนี้เป็นจินตนาการที่ใหญ่ที่สุดและนำหน้า ถ้าประเทศไทยทำสำเร็จ จะเป็นการแหวกออกจากภพภูมิเดิม ที่ ประเทศอื่นๆ จะตามไป ## ประการที่ 2 กระบวนการขับเคลื่อน พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ เป็นการแสดงความมุ่งมั่นร่วมกันของคนไทย การที่จะทำอะไรให้สำเร็จนั้น รัฐบาลจะประกาศ จะทำข้าง เดียวก็ยังยาก ต่อเมื่อมีความมุ่งมั่นร่วมกันของประชาชนทั้งชาติ สิ่ง นั้นก็จะเกิดพลังขึ้น เพราะฉะนั้นการที่ท่านทั้งหลายร่วมกันเคลื่อนไหว ได้พูดจากันในเรื่องนี้ เป็นความมุ่งมั่นครั้งใหญ่ร่วมกันของคนไทย อันนี้ว่ากันตามหลักการเลยว่าจะทำอะไรให้สำเร็จ ต้องเริ่มจากหลัก ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า purpose คือความมุ่งมั่น ความมุ่งมั่นร่วมกันต้องขึ้นมามาก่อน อย่าไปเอาการปฏิรูปองค์กร นำเหมือนการปฏิรูปการศึกษา อย่าไปเอาตรงนั้นนำ ต้องเอาความ มุ่งมั่นร่วมกันขึ้นมามำ การขับเคลื่อนเรื่องนี้ เป็นการแสดงความมุ่ง มั่นร่วมกัน ว่าคนไทยจะทำเรื่องนี้ ## ประการที่ 3 สุขภาพจะเกิดขึ้นเมื่อเกิดความถูกต้องของ องค์ประกอบทุก ๆ ประการหรือเกิดดุลยภาพ เราได้ฟังกันมาตลอดว่า สุขภาพ คือภาวะที่สมบูรณ์ ทั้งทาง กาย ทางใจ ทางสังคม ทางปัญญา หรือทางจิตวิญญาณ หรือทาง เข้าถึงศาสนธรรมก็แล้วแต่ เรียกได้หลายอย่าง มันเป็นการเข้าถึง คุณงามความดี เข้าถึงคุณค่าที่สูงนะครับ ถ้าถามว่าตรงนี้จะเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร เพราะเกี่ยวข้องกับ เรื่องต่างๆ มากมาย เกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เกี่ยวข้องกับจิตใจ เกี่ยวข้องสารพัด อย่าง สรุปแล้ว สุขภาพจะเกิดขึ้นเมื่อเกิดความถูกต้องขององค์ ประกอบทุก ๆ ประการ เกิดความถูกต้องของทั้งหมดขึ้น เกิด ดุลยภาพ ดุลยภาพคือ สุขภาพและความยั่งยืน ถ้าเรือแล่นในมหาสมุทร แล้วมันไม่มีความถูกต้อง เช่น เรือเร็ว เครื่องเสีย เรือเอียง ไม่ได้ ดุลยภาพ เรือก็ล่ม ไม่เกิดความยั่งยืน ดังนั้นจำเป็นต้องมีความถูก ต้องของ ๆ ทั้งหมดแล้วเกิดดุลยภาพขึ้น จึงเป็นสุขภาพและความยั่ง ยืน เมื่อสุขภาพเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด คือปรมัตถธรรม คือความถูก ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๓ ต้องทั้งหมด เมื่อเป็นเช่นนั้น จึงไปสู่ข้อที่ 4 **ประการที่ 4 สุขภาพเป็นอุดมการณ์ใหม่ของชาติ** ท่านที่เคารพครับ ขณะนี้โลกไม่ได้จารึกอุดมการณ์ตัวนี้ไว้ โลก ได้เข้าสู่โมหภูมิคือตกอยู่ในความหลง แล้วใช้เงินเป็นใหญ่ ทำอะไร มุ่งหาเงิน ใช้เงินต่อเงิน หากำไรแย่งชิงกัน ทอดทิ้งกัน ตัวใครตัวมัน ขณะนี้โลกกำลังเป็นอย่างนั้น แต่ไทยเรากำลังมาสร้าง อุดมการณ์ใหม่ว่า เราร่วมกัน เรามีความเอื้ออาทรต่อกัน เราจะ ช่วยกันสร้างความถูกต้องของการอยู่ร่วมกัน เพื่อเราจะได้พ้น ทุกข์ร่วมกันทั้งหมด อันนี้เป็นอุดมการณ์ใหม่แล้ว จะเรียกว่าเป็นการปฏิวัติ มนุษยชาติก็ได้ มันเปลี่ยนวัตถุประสงค์แล้ว แทนที่จะเอาเงิน เอา กำไรสูงสุด มาเป็นเอาการอยู่ร่วมกันด้วยดีมาเป็นวัตถุประสงค์ อัน นี้เป็นข้อที่ 4 คือเรื่องสุขภาพเป็นอุดมการณ์ใหม่ของชาติ **ประการที่ 5 พลังแห่งความสมบูรณ์** เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว เรามีพลังอะไรที่จะขับเคลื่อนไปสู่ความ สำเร็จ เพราะดูว่าเรื่องจะยากมาก มีพลังอันหนึ่งที่คนเข้าใจน้อยคน และไม่ค่อยได้ใช้ คือ พลังแห่งความสมบูรณ์ ขออธิบายให้ฟังว่า ถ้ามีความสมบูรณ์เมื่อไหร่มันเกิดความ สมบูรณ์ในตัวมันเอง เช่น รถยนต์ ถ้าเครื่องครบ ระบบครบ ถึง เครื่องมันยุ่งยากแค่ไหน เพียงแค่ไขกุญแจ รถมันวิ่งไปได้ แต่ถ้า เครื่องไม่ครบ เข็นเท่าไรก็ไม่ไป เพราะมันติดขัด หรือพลิกคว่ำพลิก หงายชนอะไรไปทั่ว แต่ถ้าเครื่องครบ มันมีความสมบูรณ์ มีพลังใน ๔ ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ตัวเกิดเป็นสมบูรณภาพ เรื่อง พ.ร.บ.สุขภาพ ใช้หลักตัวนี้ ใช้เรื่อง ความสมบูรณ์ สมบูรณ์ในอะไรบ้าง (1) สมบูรณ์ในคำนิยาม คำว่าสุขภาพเดิมไม่สมบูรณ์ มันก็ติด คนมองว่าสุขภาพเป็นเรื่องของการแพทย์ โรงพยาบาล เรื่องงดหมอ หยูกยา ฉะนั้นมันก็ติดเพราะไม่สมบูรณ์ คราวนี้จึงนิยามสุขภาพให้ สมบูรณ์ทุกด้าน (2) สมบูรณ์ในระบบต่างๆ จะเป็น 8 ระบบ เป็น 9 เป็น 10 อะไรก็เพิ่มได้ ให้เกิดความสมบูรณ์ และสัมพันธ์กันเองที่จะเคลื่อนไป (3) ความสมบูรณ์ของเครื่องมือที่จะทำงานกันต่อไป ที่เปิด ช่องทางให้ทุกภาคส่วนเข้าร่วมกันอย่างสมานฉันท์ซึ่งจะพูดต่อไป เพราะฉะนั้นประการที่ 5 เรียกว่าเป็นพลังแห่งความสมบูรณ์ สมบูรณภาพ พละแห่งความสมบูรณ์ คนเราทำอะไร ส่วนใหญ่ทำ เฉพาะส่วนเดียว นึกอะไรได้ก็ทำส่วนนั้น อย่างเรื่องสมุนไพร ผมพูดมา 20 กว่าปี ต้องการองค์ประกอบ 13 องค์ประกอบเข้ามาเชื่อมโยงกันจึงจะสมบูรณ์ แต่คนมักจะทำไม่ ครบ ระบบสาธารณสุขยิ่งชัดเจน ขาดความสมบูรณ์ ที่ผ่านมานี้จึง ติดขัด ขณะนี้เราพยายามสร้างให้สมบูรณ์เพิ่มขึ้น ## ประการที่ 6 วิธีการที่เรียกว่า "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" ที่ท่านทั้งหลายพูดกันไปบ้างแล้ว เราจะเปลี่ยนเรื่องอะไรยาก ๆ มีวิธีการที่เรียกว่า "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" การสร้างความรู้ ใช้ การมีส่วนร่วมโดยสังคม และใช้การเมือง ถ้าใช้ส่วนใดส่วนหนึ่งจะทำไม่สำเร็จ เพราะเป็นเรื่องที่ยาก การเมืองอย่างเดียวทำไม่สำเร็จ ฝ่ายวิชาการอย่างเดียวก็ทำไม่สำเร็จ ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๕ สังคมอย่างเดียวก็ทำไม่สำเร็จ สองฝ่ายก็ทำไม่สำเร็จ ต้องสามฝ่ายร่วมกันจึงสำเร็จ การใช้สองฝ่ายมีตัวอย่างเช่น บิลล์ คลินตัน เป็นประธานาธิบดีพยายามปฏิรูประบบบริการสาธารณสุขของสหรัฐอเมริกาใช้ 2 มุมคือใช้ความรู้กับใช้การเมืองก็ทำไม่สำเร็จ ที่ฟิลิปปินส์ใช้สองมุม คือใช้การเมืองกับสังคมก็ไม่สำเร็จ ในการแก้ความยากจน เพื่อทำให้เกิดความยุติธรรมแก่คนในสังคมเป็นเรื่องยาก แต่ใน พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติวางกลไกใช้สามมุมเชื่อมโยงกันเป็นสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา ## ประการที่ 7 เครื่องมือในการขับเคลื่อน เครื่องมือที่จะดำเนินการต่อไป คือ ถ้าเราออก พ.ร.บ. มาเสร็จแล้วก็อยู่แค่นั้นเอง ไม่ได้คิดไว้ว่าจะใช้อะไรเป็นเครื่องมือ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระทรวง ของกรมไปทำ ก็ทำไม่สำเร็จ เพราะเรื่องมันยาก ฉะนั้นจำเป็นต้องคิดเครื่องมือไว้สำหรับทำเรื่องนี้ต่อไป ดังนั้น พ.ร.บ.ฉบับนี้ จึงได้คิดเครื่องมือโดยละเอียด ว่าจะมีคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีฝ่ายการเมืองและราชการ ฝ่ายวิชาการ และฝ่ายประชาชนมาเป็นตัวแทน เป็นสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขาที่จะทำงานเชิงนโยบาย อีกประเด็นหนึ่งที่ทำอะไรไม่ค่อยสำเร็จก็เพราะว่าทุกคนยุ่ง ยุ่งเรื่องอื่นอยู่แล้ว ไม่มีคนทำงานเต็มเวลา ผมเคยเป็นกรรมการบริหารสภาวิจัยแห่งชาติหลายปีมาแล้ว เห็นชัดเจนว่าไม่ประสบความสำเร็จ เพราะว่ามีคณะกรรมการอยู่ 10 คณะ ทุกคณะก็มี ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ประธานจนถึงเลขานุการทำงานแบบนานๆ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า once upon a time อย่างนี้ไม่สำเร็จ มันต้องทำงานทุกวัน ทำงานตลอดเวลา ทำงานต่อเนื่อง เรื่องความยากจนที่ไม่เคยแก้ไขได้ก็เช่นเดียวกัน เราตั้งคณะกรรมการมา ทุกคนยุ่งกับเรื่องอื่นอยู่แล้ว ไม่มีคนทำงานเต็มเวลา ฉะนั้น พ.ร.บ.นี้เขารู้เรื่องนี้ จึงกำหนดว่าให้มีสำนักงานคณะกรรมการเป็นองค์กรอิสระ แต่ไม่ใช่ องค์กรพัฒนาเอกชน(NGO) เพราะองค์กรพัฒนาเอกชนก็ไม่มีพลัง แต่องค์กรนี้เป็นองค์กรของรัฐที่อิสระ ที่รัฐสนับสนุนเชิงนโยบายและงบประมาณ จะมีพลังทำงานได้แยะดูอย่างสำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (สปรส.) ที่เครื่องเริ่มเดิน เป็นตัวอย่างขององค์กรแบบนี้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ที่จะทำเรื่องยากๆ ให้สำเร็จ กลไกที่เรามีอยู่ส่วนใหญ่ทำงานไม่สำเร็จ แก้ความยากจน แก้ความอยุติธรรมในสังคมไม่สำเร็จ แก้อุบัติเหตุยังไม่สำเร็จ เพราะขาดกลไกสมอง ลองนึกถึงคนที่ขาดสมอง ทำอะไรก็ไม่สำเร็จ พ.ร.บ.นี้ได้สร้างสมองด้วย โดยกำหนดให้การทำงานของสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติต้องเชื่อมโยงองค์กรวิจัย ซึ่งเสนอให้ใช้ 3 % ของงบประมาณด้านสุขภาพมาทำการวิจัยสร้างความรู้ เพื่อจะใช้ความรู้ได้ตลอดเวลา เพราะว่าตัวระบบวิจัย คือสมองของเรื่องนั้นๆ แค่นั้นยังไม่พอ เพราะทำเรื่องทั้งหมดนี้ยากมาก ต่อให้คนเก่ง คนวิเศษอย่างไร ก็ยากที่จะทำสำเร็จ ถ้าปราศจากกระบวนการทางสังคมคอยกำกับฉะนั้น จึงกำหนดให้มีกระบวนการทางสังคมคอยกำกับทั้งหมดที่พูดมา ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๗ อันนี้คือสมัชชาสุขภาพจังหวัดก็ดี ภาคก็ดี แห่งชาติก็ดี หรือสมัชชา สุขภาพเป็นเรื่อง ๆ อันนี้เป็นกระบวนการทางสังคม ไปดูการร่างรัฐธรรมนูญ ตอนไปเลือก สสร. มาจากจังหวัดต่าง ๆ คนก็กลัวกันมากว่าเป็นตัวแทนนักการเมืองจะเข้ามาป่วน ไม่ให้การ ร่างรัฐธรรมนูญสำเร็จ ซึ่งเป็นความจริงอยู่ไม่น้อย ถ้าไปดูบางคนรู้ความสามารถก็อาจจะน้อย ก็อาจจะไม่ ได้มีฉันทะจริง ๆ ที่จะมาร่างรัฐธรรมนูญ พอเข้ามาแล้ว มันมีกระบวน การทางสังคม กระบวนการทางสังคมทำให้ทุกคนปรับตัวหมด และ ก็ได้รัฐธรรมนูญออกมา ## ประการที่ 8 กระบวนการทางสังคม กระบวนการทางสังคมจึงสำคัญมาก พ.ร.บ.ฉบับนี้จึงกำหนด เรื่องสมัชชาสุขภาพให้เป็นเครื่องมือที่จะมาดูแลเรื่องนโยบาย คอย กำกับเรื่องการทำงานของระบบทั้งหมด เพราะฉะนั้น ต่อไปก็จะมี สมัชชาแบบนี้ ทำเรื่องความยากจน ทำเรื่องสิ่งแวดล้อม ทำเรื่องอื่น ๆ ต่อไป มันเป็นกระบวนการทางสังคมครับ กระบวนการที่ทำมาอย่างนี้ทั้งหมดก็ง่ายที่รัฐบาลจะหยิบมา ทำต่อ เพราะว่าเรื่องต่าง ๆ เวลาคนมาเรียกร้องรัฐบาลให้ทำอย่างนี้ ถึงแม้รัฐบาลอยากทำก็ทำไม่ได้ เพราะมันยาก และไม่มีคนมาทำให้ แต่นี่มีคนทำให้ แล้วยกให้รัฐบาลทั้งหมด มีคนมาทำให้เสร็จเลย ทั้ง ทางวิชาการก็ค้นคว้ามาหมดทั้งโลก ผู้คนในสังคมมากมายมามีส่วนร่วมมาช่วยกันทำ แล้วใส่พาน มาให้รัฐบาล ไม่มีรัฐบาลที่ไหนที่โง่จนไม่รู้จะว่ายังไง หรือไม่ทำ มัน ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๘ ไม่เป็นอย่างนั้น ไม่ว่ารัฐบาลที่เลวร้ายยังไงนะ ก็อยากทำเรื่องดีเสมอ ถ้าทำได้ แล้วรัฐบาลนี้ก็ไม่ใช่รัฐบาลที่เลวร้าย ฉะนั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหา อะไร เขาบอกว่าคนทำทำไม่พานเสร็จเรียบร้อย รัฐบาลก็หยิบมาทำ รัฐบาลก็ได้เครดิต บ้านเมืองก็ดีขึ้น คนที่มีส่วนร่วมก็พอใจ รัฐบาล ก็ได้คนมาช่วยทำงานเยอะไปหมด อันนี้เป็นหลักอันหนึ่งที่ผม พยายามพูดมานาน แต่ว่าคนเข้าใจน้อย ผมว่าการที่รัฐบาลอยากจะทำอะไรๆ แล้วไปทำเอง จะยากมาก คนจะค้านบ้าง จะสงสัยบ้าง ไม่ร่วมด้วย ต้องให้สังคมนำ และ รัฐบาลตามจึงจะง่าย เรื่องนี้สังคมนำ รัฐบาลตาม รัฐบาลสบายเลย ดังนั้นคงไม่มีปัญหาอะไร ## ประการที่ 9 การร่วมกันใช้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติให้เกิด ประโยชน์และสันติวบท ไม่ใช่ว่ามี พ.ร.บ. แล้วทุกคนกลับไปบ้านนอนสบาย เหมือน มีรัฐธรรมนูญอย่างนั้นไม่ได้ รัฐธรรมนูญออกมาแล้ว ถึงวันนี้ยังไม่มี มหาวิทยาลัยใดเลยที่นำออกมาดูมาวิจัยติดตาม รัฐธรรมนูญบัญญัติของดีๆ ไว้ข้างในเยอะ ต้องช่วยกันดึง ออกมาดูว่าต้องทำต่ออย่างไร ต้องออกกฎหมายตามมาอีก 50 - 60 ฉบับ ทำไมไม่มาช่วยยกร่างกฎหมายให้ดูที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนั้น แต่ กลับทำเฉย เพราะฉะนั้นพวกเราต้องไม่เฉยตามนั้น ต้องดูการจัดสมัชชาสุขภาพที่ผ่านมาของเรา มีการขับเคลื่อน ด้วยสมัชชาสุขภาพจังหวัดก็ดี สมัชชาสุขภาพแห่งชาติก็ดี ขับ ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๙ # เคลื่อนต่อไป สังคมไทยก็จะเคลื่อนเข้าไปสู่สิ่งที่เรียกว่า ทางสายกลางหรือ มัชฌิมาปฏิปทา เคลื่อนไปแล้วไม่ได้เป็นปฏิปักษ์กับใครเลย เน้น ความรัก ความเอื้ออาทร ความร่วมมือ ทั้งหมดคนเป็นพัน ๆ ไม่ได้ มีใครมาตีกัน ทะเลาะกันแบบปฏิรูปอย่างอื่น วิธีการมันต่างกัน เพราะ ฉะนั้นจึงใช้มัชฌิมาปฏิปทาเป็นหลัก อันนี้เป็น "สันติวรบท" เป็นทางสายอันประเสริฐที่สันติ วร แปลว่า ประเสริฐ สันติวรบท เป็นเส้นทางอันประเสริฐ คือ ใช้สันติ วิธี แต่ว่าจะเกิดพลังอันมหาศาลที่ใช้กันมากขึ้น ๆ แล้วก็เคลื่อนตัว ต่อไปนะครับ เมื่อมีความถูกต้อง 9 ประการที่ผมพูดมา ความถูกต้อง ภาษา บาลีเขาเรียกว่า สัมมัตตะ เมื่อมี สัมมัตตะ 9 คือ 9 ประการที่ผมพูดมาทั้งหมด อย่างนี้ ก็มองไม่เห็นเป็นอย่างอื่น นอกจากความสำเร็จ ไม่มีทางออกทางอื่น เพราะมันมีความถูกต้อง 9 ประการ สัมมัตตะ 9 ทั้งหมดนี้มันพัวพันกันอยู่อย่างนี้ เพราะฉะนั้น ไม่มีทางอื่นเลยนอกจากความสำเร็จ เพื่อนคนไทยครับ คนไทยเราได้ร่วมกันเคลื่อน "กงล้อแห่ง กรรมเพื่อการพ้นทุกข์ร่วมกัน" ออกไปแล้ว กงล้อแห่งกรรมนี้จะเคลื่อนต่อไป เป็นประโยชน์แก่มนุษยชาติ ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งในประเทศไทยและต่อไปในโลกด้วย ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๑๐ โลกทั้งหมดเป็นโลกเดียวกัน ถ้าคิดเป็นอย่างอื่น คิดเป็น เฉพาะตัวเอง คิดเป็นอะไรก็ไม่มีทางออก นอกจากจะคิดว่า มนุษย์ ทั้งหมดเป็นหนึ่งเดียวกัน แล้วเคลื่อนไปสู่การมีโลกที่เจริญ โลกา ภิวัตน์แบบใหม่ ไม่ใช่แบบที่เขาพูดกัน ซึ่งเป็นโลกาภิวัตน์ที่ด้อยพัฒนา หรือโลกาภิวัตน์อนารยะ ที่กำลังพูดกันอยู่แบบฝรั่งทุกวัน ซึ่งเป็น โลกาภิวัตน์อนารยะ คือไม่เจริญ (uncivilized) แต่สิ่งที่เรากำลังร่วมกันทำจะเคลื่อนไปสู่การสร้างโลกที่เจริญ โลกาภิวัตน์ที่เป็นศรีอาริยะ เป็นไปได้ที่ในอนาคตมนุษย์ทั่วโลกจะพันทุกข์ร่วมกัน และสิ่งนั้น เพื่อนคนไทยเราได้ร่วมกันสร้างขึ้นเป็นปฐมอยู่ที่นี่เอง ในบ้านเมือง ของเรานี่เองครับ ธรรมยุสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๑๑ # รัฐบาลกับ การปฏิรูป ## ระบบสุขภาพ * ท่านคณะกรรมการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ ท่านผู้อาวุโส ของสังคมไทยที่เคารพรัก ท่านผู้เข้าร่วมประชุมสมัชชาสุขภาพแห่ง ชาติ ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ผมเดินเข้ามาเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ได้เห็นบรรยากาศ อันอบอุ่น ได้ดูการแสดงซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนของประชาชนทั่ว ประเทศที่มาทำงานเรื่องสุขภาพร่วมกัน ผมรู้สึกประทับใจ และทราบว่าเรื่องนี้ได้มีการกระทำมาอย่าง ต่อเนื่อง ซึ่งหมอประเวศ และผู้หลักผู้ใหญ่ในแวดวงสาธารณสุข และ ผู้ที่ชุมชนและสังคมได้ให้ความเคารพทั้งหลาย ที่นั่งอยู่ในที่นี้ ได้ ร่วมกันกับกระทรวงสาธารณสุขและหลายๆ ฝ่ายได้จัดทำเรื่องนี้ขึ้นมา * ปาฐกถาพิเศษของ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ในพิธีปิด สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 วันที่ 9 สิงหาคม 2545 ณ ศูนย์ นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๑๒ จนเป็น "ธรรมนูญสุขภาพของคนไทย" จะให้รัฐบาลผลักดันเป็น พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ผมถือว่า รัฐบาลซึ่งตามหลักของสัญญาประชาคม ที่ถูกเขียนไว้ตั้งแต่สมัยหลายร้อยปี โดย มองเตสกิเออร์ รุสโซ พวกลนักปรัชญาทางด้านรัฐศาสตร์ทั้งหลาย บอกว่าการที่มีคนอยู่รวมกันเป็นรัฐ ไม่สามารถจะปกครองตนเองโดยที่ไม่มีตัวแทน ก็เลยต้องเลือกตัวแทนขึ้นมา และตัวแทนก็มีหน้าที่ทำตามเจตนารมณ์ของคนส่วนใหญ่ คือมีหน้าที่ออกกติกาเพื่อคนส่วนใหญ่ที่อยู่ในสังคมนี้ได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ ไม่ให้มีการข่มเหงรังแกซึ่งกันและกัน ฉะนั้นคนที่เป็นตัวแทนมาทำหน้าที่เป็นรัฐบาล เช่นเป็นตัวแทนที่ประชาชนได้เลือกขึ้นมา จึงมีหน้าที่ทำทุกอย่างเพื่อสันติสุข เพื่อความสุขของประชาชน นี่คือปรัชญาที่แท้จริงของระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้น เมื่อเป็นความปรารถนาของประชาชน อยากจะมี พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ เพื่อจะทำให้เรื่องของสุขภาพแห่งชาติไม่ได้เป็นเรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือเป็นเรื่องของรัฐเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ในฐานะที่ผมเป็นรัฐบาล ผมมีหน้าที่ที่จะต้องทำความปรารถนาของคนส่วนใหญ่ เพื่อคนส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้รัฐบาลจะรับเข้าไปสู่กระบวนการบริหารและกระบวนการนิติบัญญัติต่อไป เรื่องของสุขภาพ บางคนเข้าใจมิติเดียวว่าเป็นเรื่องของการป่วย การรักษา ค่าใช้จ่าย ค่าการรักษาพยาบาล นั่นเป็นเพียงส่วนเดียวครับ ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๑๓ เพราะแท้ที่จริงแล้วต้นเหตุทั้งหมดของสุขภาพ มาจากสาเหตุและปัจจัยที่หลากหลายมากมาย อาจารย์ประเวศ เคยพูดถึงนักบินอวกาศคนหนึ่ง ที่เมื่อก่อนไม่เคยสนใจสิ่งแวดล้อม เขาขึ้นไปบนยานอวกาศ พอมองลงมาที่โลกเห็นโลกใบเล็กนิดเดียว เห็นความเชื่อมโยงต่างๆ และมีความรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเห็นความเชื่อมโยง เห็นอากาศเห็นชั้นบรรยากาศต่างๆ กลับลงมาเลยกลายเป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อมของโลกคนหนึ่ง คนเราไม่ได้อยู่ในสูญญากาศ เรามีสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นสิ่งแวดล้อมเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งวันนี้เสียหายมาก เมื่อวานนี้ผมไปบาหลี สิ่งแวดล้อมเขายังดีครับ การรักษาความสะอาดเขาดีมาก เพราะว่าเขามีชุมชนที่เข้มแข็งที่ช่วยกันดูแลรักษา ถ้าที่ไหนมีชุมชนเข้มแข็ง ที่ไหนมีผู้นำชุมชนตามธรรมชาติที่ทำให้ชุมชนรวมพลังกัน ที่นั่นจะมีความสมบูรณ์แทบทุกอย่าง ถึงแม้จะไม่มีตึกราม 20 - 30 ชั้น แต่ว่านั่นไม่ใช่คำตอบของคำว่าความสุข คำว่าสุขภาพ หรือว่าสุขภาวะ คือภาวะแห่งความสุข ภาวะแห่งความเป็นสุขนี้ไม่ใช่เรื่องของร่างกายที่ไม่เจ็บป่วย จิตใจก็มีผลต่อร่างกายมาก จิตใจจะสุขอย่างไร มีวิธีมองความสุขของจิตใจหลายแบบ เมื่อวันก่อนผมนั่งดูโทรทัศน์ เห็นเขาปั้นบ้านดิน ของเสถียรธรรมสถาน ผมไม่รู้ว่าเป็นของใคร ผมก็ส่งคนของผมคนหนึ่ง เป็นคนชอบธรรมะ ช่วยไปดูหน่อย ผมอยากแวะไปเยี่ยม ผมเห็นแล้วท่าทางเขาจะสงบและดี จิตใจผ่องใส แล้วก็พบว่าเป็นของแม่ชีศันสนีย์ ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร เสถียรสุต ผมก็เลยบอกว่าวันหลังผมขอไปเยี่ยม เพราะถ้าหากว่าเราต้องการรักษาสุขภาพ จิตต้องมีความสุข และกายก็จะมีความสุข ถ้าจิตไม่มีความสุข ก็จะป่วยสารพัดอย่าง ตามมา คนเป็นโรคคัน ไม่รู้ค้นเพราะอะไร ความจริงค้นเพราะ เครียดก็มี เครียดเพราะอะไร เพราะว่าจิตปรุงแต่ง จิตไม่สงบเพราะ ว่าอุเบกขาไม่เป็น คิดจินตนาการถึงปัญหาหลายอย่าง แต่แน่นอนคนเราต้องใช้ความคิด แต่ความคิดเพื่อการแก้ปัญหา ความคิดเพื่อให้ตอบปัญหาได้ แต่ว่าการต่อสู้ในชีวิตของคนไม่เหมือน กัน เพราะฉะนั้น เราอยู่ในสังคม เราต้องอยู่กันอย่างช่วยเหลือ เกื้อกูล ไม่ใช่อยู่กันแบบที่แย่งชิงผลประโยชน์กัน แย่งชิงโอกาสซึ่ง กันและกันจนไม่เกื้อกูลกัน ฉะนั้นการเกื้อกูลกันในสังคม การร่วม มือกันในสังคมเป็นหัวใจสำคัญของการนำไปสู่ความสำเร็จในทุกๆ เรื่อง ถ้าเรารวมพลังกันได้อย่างนี้ เหมือนเราทำเรื่องธรรมนูญ สุขภาพแห่งชาติ ผมเชื่อว่าแม้กระทั่งยาเสพย์ติดซึ่งเราบอกว่าแก้ยาก มันแก้ไม่ยากหรอก ถ้าพลังของประชาชน พลังของสังคมทั้ง ประเทศร่วมกันแบบนี้ เพียงแต่ว่าเรื่องของยาเสพย์ติดมันจะยาก กว่าการได้มาซึ่งธรรมนูญเพื่อสุขภาพ เพราะคนไทยเป็นคนรัก ความสงบ เกรงกลัวอิทธิพล การข่มขู่ เรื่องยาเสพย์ติดมีเรื่องนี้ เกี่ยวข้องด้วย ก็จะยากขึ้นหน่อย แต่ก็ไม่ยากเกินกำลัง ถ้าสังคม ไทยรวมพลังกัน วันนี้ สุขภาพเป็นหน้าที่ของประชาชนทุกคน ไม่ใช่หน้าที่ของ ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๑๕ รัฐบาลฝ่ายเดียวแล้ว รัฐบาลมีหน้าที่บริการ อำนวยความสะดวก ทำ ทุกอย่างเพื่อให้กลไกทั้งหมด กลไกสังคม กลไกชุมชนร่วมกัน เริ่ม ตั้งแต่ แต่ละคนต้องรักษาสุขภาพกายด้วยการออกกำลังกายที่ดี ด้วย การกินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ ถูกหลักอนามัย ไม่ใช่ชอบข้าวขาหมู ก็รับประทานแต่ข้าวขาหมู ท่านก็จะเป็นโรคหัวใจ เป็นโรคไขมันอุด ต้นหลอดเลือด การกินอาหารที่พอดี ที่พอเพียง ที่เหมาะสม การออกกำลัง กายเหมาะสม การได้อากาศที่บริสุทธิ์ ก็เป็นการรักษาสุขภาพ และ จิตใจของท่านต้องสบาย การทำงานทุกอย่างเหนื่อยได้ เครียดได้ แต่ ว่าการปล่อยวางก็ต้องมี เพื่อให้จิตได้พัก จิตได้ปล่อยวาง เพื่อท่าน สามารถทำงานหนักต่อไปได้ ความสะอาด สิ่งแวดล้อม ก็เป็นสิ่งที่ตัวเราต้องเริ่มตั้งแต่ที่บ้าน การรักษาความสะอาด รักษาสิ่งแวดล้อมก็ต้องช่วยกันทำ ท่านที่ เป็นคนผลิตของเพื่อให้คนอื่นใช้คนอื่นกิน ก็ต้องมีจิตใจรับผิดชอบ ไม่ใช่ว่าอยากขายของให้ได้อย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงว่า ท่านได้ แพร่เชื้อ พิษภัยเป็นอันตรายต่อคนอื่น ต่อสังคม คือถ้าทุกคนมี ความรับผิดชอบ ผมว่าสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศก็จะดีขึ้นอีกมาก ท่านเชื่อไหมครับว่าประเทศญี่ปุ่นเมื่อก่อนนี้ค่าเฉลี่ยของอายุ คนญี่ปุ่นต่ำที่สุดในโลก แต่ตอนหลังมาวันนี้ ค่าเฉลี่ยของอายุคน ญี่ปุ่นมากที่สุดในโลก เพราะว่าไม่มีอะไรที่จะทำไม่ได้ ไม่มีอะไรที่ เปลี่ยนไม่ได้ เพราะฉะนั้น วันนี้ประเทศไทยเราพร้อมใจรวมพลังกัน อย่างนี้ เราก็จะสามารถเปลี่ยนให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีคนมี สุขภาพดีที่สุดในโลกได้ ๑๖ ธรรมบูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ถ้าพลังอย่างนี้ขับเคลื่อนไปอย่างต่อเนื่อง มันไม่ง่าย ต้องใช้เวลาเป็นสิบ ๆ ปี อย่าลืมนะครับว่าเรามีลูก มีหลาน ถ้าเราไม่ทำวันนี้ ลูกหลานเราก็คือผู้รับกรรมคนหนึ่ง แต่ถ้าเราทำวันนี้ แสดงว่าเราได้เริ่มสร้างสังคมที่ดี เป็นมรดกให้ลูกหลานเรา มรดกที่สูงค่าที่สุดคือการสร้างมรดกทางสังคมที่ดี เพราะคนเราเกิดมามีสมองที่จะคิดสร้างตัวเอง ช่วยตัวเองในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่ถ้าสังคมไม่ดี สมองดียังไงก็จะยากขึ้นอีกหลายเท่า แต่ถ้าเราสร้างสังคมที่ดีไว้ สังคมที่มีการเสียสละ สังคมที่มีการเกื้อกูลกัน สังคมที่มีการรักษาสิ่งแวดล้อม รักษาสุขภาพ และมีความรับผิดชอบ ที่จะไม่ทิ้งสิ่งที่ไม่ดีให้กับคนอื่น มันก็จะเป็นสังคมที่ดี และลูกหลานก็จะมารับช่วงต่อไป และรุ่นหลานก็อาจจะเป็นรุ่นที่ประกาศว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่คนมีสุขภาพที่ดีที่สุดในโลกก็ว่าได้ บางทีเราอาจจะคิดว่าไกลตัว ไม่ไกลหรอกครับ มันเป็นสายเลือดของเราทั้งนั้น ลูกหลานที่เติบโตขึ้นมา นั่นเป็นมรดกที่ดีที่สุด ผมนั่งเครื่องบินผ่าน เห็นนากุ้ง ผมไม่ค่อยสบายใจเท่าไร เห็นสภาพแล้ว ผมมีความรู้สึกว่า ถ้าทำกันอย่างนี้ กุ้งจะรอด ต้องใช้ยาปฏิชีวนะอย่างมาก แล้วก็เข้าไปขายในประเทศยุโรป เขาก็ดีกลับ ก็อาจเอามาขายในประเทศหรือเปล่า ถ้าคนในประเทศยุโรปไม่กินทำไมต้องให้คนไทยกิน หรือว่าคนยุโรปมีภูมิคุ้มกันไม่ดีเท่าคนไทยคงไม่ใช่แน่ เพราะฉะนั้นความรับผิดชอบตรงนี้เป็นเรื่องของทุกคน จิตสำนึกแห่งบาป ที่จะไม่ทำในสิ่งไม่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าเราอยากจะสร้างฐานะให้กับเรา แต่สร้างบาปให้คนอื่น ก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้นความรู้สึกเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมเห็นและผมรู้สึก ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๑๗ วันนี้พอผมเข้ามาในงาน ผมเรียนตรงๆ ว่าผมรู้สึกตื่นตัน ตื่น ต้นความเป็นสังคมไทยที่มีน้ำใจต่อกัน ท่านผู้ใหญ่ทั้งหลายที่นั่งอยู่ ที่จริงท่านสามารถพักผ่อนกับลูกหลานได้สบาย แต่ทำไมท่านต้อง เหนื่อย เพราะท่านเป็นห่วงสังคมไทยและคิดว่าท่านยังมีกำลัง มีสมอง ที่จะช่วยเหลือประคับประคองสังคมไทยตราบที่ลมหายใจท่านยังไม่ หมด วันนี้กลไกทั้งหลายเคลื่อนมาอย่างนี้ กระทรวงสาธารณสุข ถือว่าได้รับอานิสงค์อย่างมาก ถ้ากระทรวงสาธารณสุขไม่คิดติดรูป แบบเดิมๆ ที่ส่วนกลางคิดอย่างเดียว คิดว่าตัวเองเป็นผู้ที่รู้ ตัวเอง เป็นผู้ที่กำหนดทุกอย่าง ที่ว่ารู้ทุกอย่างนั้น อย่างเก่งที่สุดก็ 10 % มี อีก 90 % ที่ยังไม่รู้และไม่สามารถทำได้ ท่านสังเกตนะครับว่า กองทุนหมู่บ้านที่มีคนดูถูกกันว่า ประชาชนจะใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายและใช้เงินอย่างไม่รับผิดชอบ เงิน จะหมดและหายไป แต่ด้วยกลไกที่เราตระหนักว่า สังคม ชุมชน ถ้า เขามีส่วนร่วมและเขาสามารถจัดการกันเองได้เราไม่ต้องไปแทรกแซง ปล่อยให้เขาจัดการกันเอง ซึ่งเป็นที่มาของการเลือกกรรมการที่เป็น ผู้นำตามธรรมชาติในทุกหมู่บ้านขึ้นมา 15 คน แล้วเขาเหล่านั้นก็ สามารถบริหารได้ ถึงวันนี้ก็ไปได้ดี แน่นอน ไม่มีอะไรดี 100 % หรอก ก็มีเสียหายบ้าง แต่น้อยมาก และแน่นอนระบบของสังคมจะควบคุม กันเอง ถ้าเมื่อไรประชาชนได้มีส่วนร่วม และดึงพลัง มวลชนอย่างแท้จริง พลังประชาชนอย่างแท้จริง มันไม่มีอะไรที่ทำ ไม่ได้ ฉะนั้นใครที่ดูถูกพลังชุมชน พลังสังคม ผมคิดว่าคนนั้นเข้าใจ โลกน้อยไป สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ แล้วก็อยากเห็น ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๑๘ ตัวอย่างแบบนี้อีกหลายๆ เรื่อง เพราะเราต้องทำอะไรกันอีกหลายๆ เรื่อง ที่เราต้องการพลังหรือศักยภาพเช่นนี้ ผมขอเรียนอีกครั้งว่า พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติฉบับนี้ จะถูก นำเข้าสู่กระบวนการเพื่อให้เป็น พ.ร.บ. ที่เป็นความปรารถนาของ ทุกท่านที่เหน็ดเหนื่อยกันมา 2 ปี ที่เหนื่อยมาไม่ใช่เพื่อตัวท่านแน่นอน แต่เพื่อคนไทยทั้งประเทศ ผมขอย้ำอีกครั้งครับว่า สุขภาพเป็นเรื่องของประชาชนทุกคน กระทรวงสาธารณสุขมีหน้าที่บริการ ให้ความรู้ทางวิชาการ และ สนับสนุนกิจกรรมเพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสสร้างเสริมและป้องกัน มากกว่ารอรักษาโรค แน่นอนเรารอที่ประตูสุดท้ายคือ การรักษา พยาบาล แต่ประตูแรกเป็นหน้าที่ร่วมกันของเราทุกคน ก็คือการ รักษาสุขภาพให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อม ความสะอาด การออกกำลังกาย การรู้จักรับประทานอาหารที่ถูกต้อง และที่ สำคัญคือการทำจิตใจให้ผ่องใส ทุกคนต้องทำงานหนัก เพื่อการ เลี้ยงชีพ แต่ต้องยึดหลักความพอเพียง ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวพระราชทานแนวคิดนี้ให้กับคนไทยทุกคน เป็นสิ่งหนึ่งที่จะ ทำให้เราไม่เร่งรีบจนเกินไป ทำให้เราสามารถปรับตัวแบบค่อยเป็น ค่อยไป เมื่อเราแข็งแรงเพียงพอแล้ว เราก็เติบโตต่อไป ไม่ใช่ หมายความว่า จะไม่ให้ใครอยากเติบโตหรืออยากจะร่ำรวย แต่มัน ต้องเป็นไปตามศักยภาพ และจังหวะของโอกาสที่จะเดินไป ทั้งนี้ทั้ง นั้นเราต้องไม่บีบรัดจิตใจของตนเองมากไป เพราะในที่สุดมัน ทำลายสุขภาพตนเอง ธรรมนูญสุขภาพของคนไทยที่เราช่วยกันทำนี้ คงจะเป็น เครื่องมือกำหนดทิศทาง หลักการของระบบสุขภาพ เป็นข้อเสนอแนะ ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๑๙ ให้เราร่วมกันสร้างและรักษาสุขภาพที่ดี รักษาสมดุลของสังคมเพื่อให้สุขภาพของคนไทยทุกคนดี เป็นประโยชน์ต่อคนไทยทั่วทั้งประเทศนะครับ ผมทราบว่าได้มีการจัดเวที มีการทำงานเหน็ดเหนื่อยกันมาอย่างมาก มีคนเข้าร่วมกันร่วมเรือนแสนในต่างกรรมต่างวาระกันและทุกคนทุกเวทีต่างมุ่งช่วยกันสร้างระบบสุขภาพแห่งชาติของคนไทย โดยหวังจะใช้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติเป็นเครื่องมือทำงานร่วมกันต่อไปในอนาคต ผมขอเรียนว่า จะรับดำเนินการต่อไป เพื่อให้เป็นธรรมนูญที่มาจากคนไทยอย่างแท้จริง ผมในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ซึ่งมีฐานะเป็นภาคีปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติร่วมกับทุกท่าน ก็ขอเรียนยืนยันอีกครั้งว่า จากนี้ไปรัฐบาลจะดำเนินการต่อ อย่างไรก็ตามเราก็คงเห็นตรงกันนะครับว่า เรื่องการปฏิรูปสุขภาพไม่ใช่เพียงแต่ออกกฎหมาย พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติให้สำเร็จเท่านั้น หากแต่ความสำคัญที่ยิ่งใหญ่อยู่ที่การรวมพลังของคนไทย ปฏิรูปความคิดและวิถีชีวิต เพื่อร่วมส่งเสริมสุขภาพด้วยกันอย่างจริงจัง การปฏิรูปจึงจะบรรลุผลสำเร็จ ดังนั้นการที่คณะกรรมการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กระทรวง ทบวง กรมอื่นๆ และประชาคมต่าง ๆ กำลังรณรงค์รวมพลังสร้างสุขภาพ ตามรอยพระยุคคลบาทชักชวนกันสร้างเสริมสุขภาพอย่างหลากหลายและกว้างขวางในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป จะช่วยให้คนไทยได้เรียนรู้ร่วมกันในการสร้างสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งก็สอดคล้องกันกับการที่รัฐบาลได้ประกาศให้ปี ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๒๐ นี้เป็นปีแห่งการสร้างเสริมสุขภาพ ผมจึงขอถือโอกาสเชิญชวนทุกท่านและพี่น้องคนไทยทั้ง ประเทศ ร่วมกันรณรงค์อย่างจริงจังต่อไป ในโอกาสนี้ผมขอปิดการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ วาระ พิจารณาธรรมนูญสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 และขอเปิดการ รณรงค์รวมพลังสร้างสุขภาพ ตามรอยพระยุคคลบาท และขอ ขอบคุณอาจารย์หมอบรรลุ (ศิริพานิช) อาจารย์หมอประเวศ (วะสี) อาจารย์หมอไพโรจน์ (นิงสานนท์) อาจารย์หมอเสม (พริ้งพวงแก้ว) ท่านแม่ชีศันสนีย์ (เสถียรสุต) คุณไพบูลย์ (วัฒนศิริธรรม) และทุก ท่าน รวมทั้งกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้ทำเรื่องนี้ ขออวยพรให้ทุกท่านประสบแต่ความร่มเย็นเป็นสุขตลอดไป ขอขอบคุณครับ ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๒๑ # เจตนารมณ์ของ กระทรวงสาธารณสุข ต่อการจัดทำ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ * กราบเรียนท่านอาจารย์ประเวศ วะสี คุณแม่ชีศันสนีย์ อาจารย์ไพโรจน์ อาจารย์บรรลุ ท่านผู้มีเกียรติ ตัวแทนองค์กรและประชาคมทุกประชาคม วันนี้ถือเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่ง ที่ดิฉันได้มีโอกาสมาร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่านทั้งหลาย ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่ใส่ใจและตื่นตัวในเรื่องสุขภาพ และในฐานะที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นภาคีหนึ่งในการปฏิรูประบบสุขภาพที่เราร่วมกันจัดทำ พ.ร.บ. สุขภาพกันอยู่ในขณะนี้ ซึ่งท่านทั้งหลายได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำมาตลอดระยะเวลา 2 ปีเต็ม ดิฉันดีใจที่ได้เห็นทุกภาคส่วนพร้อมใจหันหน้าเข้ามาช่วยกันคิดในเรื่องสุขภาพ * เรียบเรียงจากปรากฏการณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ในเวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 วันที่ 9 สิงหาคม 2545 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๒๒ ถ้าเรามองย้อนไปถึงอดีต เชื่อแน่ว่าเรื่องอย่างนี้อาจจะไม่ได้รับความสนใจเท่าใดนัก แต่ช่วงที่ผ่านมา กระแสตื่นตัวเรื่องสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับคณะของท่านทั้งหลายได้ลุกขึ้นมาเป็นหลักกระตุ้นให้สังคมได้ช่วยกันร่วมคิด ร่วมทำ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ สุขภาพนั้นความหมายครอบคลุมกว้างขวางมากมายเหลือเกิน ซึ่งท่านทั้งหลายทราบกันดีอยู่แล้ว ซึ่งเราหมายถึงมิติทั้งทางกาย ทางใจ และทางสังคม การมีสุขภาพดีไม่ได้อยู่ที่ร่างกายแข็งแรงอย่างเดียว ต้องอยู่ที่พื้นฐานของสังคมที่ดี ครอบครัวที่อบอุ่น มีจิตใจที่แจ่มใส ในเรื่องของสุขภาพกระบวนทัศน์ใหม่ คงไม่ได้มองแค่การรักษาพยาบาล การดูแลการเจ็บป่วย เวลาที่ดิฉันออกไปต่างจังหวัดจะพูดคุยกับชาวบ้าน เวลาพูดคุยกับชาวบ้านจะใส่เรื่องสุขภาพเข้าไปแนวคิดใหม่ในการสร้างสุขภาพ ถ้าเราถามถึงเรื่องโรงพยาบาล ร้อยทั้งร้อยจะตอบว่าไปโรงพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย จะไปพบคุณหมอคุณพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย นอกนั้นไม่เคยคิด จะเป็นอย่างนี้ทั้ง 2 ภาคคือภาคผู้ให้บริการ และภาคผู้รับบริการ พอพูดเรื่องสุขภาพก็คิดถึงโรงพยาบาล เมื่อเจ็บป่วยไปซ่อมสุขภาพ ไม่เจ็บป่วยก็ไม่ควรจะไป ดิฉันพูดว่าจริงๆ แล้วบัตร 30 บาท ให้ไว้เพื่ออุ่นใจ ถ้ายามเจ็บป่วยแล้วลำบาก ก็ใช้บัตรนี้เป็นหลักประกันว่า ถ้าต่อไปเราป่วย เราสามารถรักษาพยาบาลได้ แต่ไม่อยากให้ไปรักษาพยาบาลเลย อยากจะให้ทุกคนแข็งแรง ในส่วนกระทรวงสาธารณสุข ถ้าพูดในแง่ของ พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ ดิฉันได้กล่าวเมื่อวานนี้แล้วว่า พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติเป็น ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๒๓ เหมือนกับร่มคันใหญ่ เมื่อเปิดออกก็กลางปีกครอบคลุมเรื่อง สุขภาพทั้งหมด ซึ่งในนั้นจะมีเรื่องหลาย ๆ เรื่องที่ต้องดำเนินการ ในส่วนรัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข ที่ผ่านมาเราได้ ดำเนินการไปบางส่วนแล้ว คือโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือโครงการ 30 บาท แต่เราไม่ได้มองเรื่องรักษาพยาบาลอย่างเดียว เราเน้น 2 ด้านคือ สิทธิการรักษาพยาบาลต้องเท่าเทียมกัน เป็น สิทธิขั้นพื้นฐานที่คนไทยทุกคนไม่ว่ายากดีมีจน เพศหญิงเพศชาย จะต้องได้รับบริการขั้นพื้นฐานเท่าเทียมและทั่วถึงครอบคลุมทั้ง ประเทศ และในส่วนที่สอง เรามุ่งเน้นความสำคัญเรื่องการสร้าง สุขภาพในภาคปฏิบัติ ซึ่งจะต้องเปลี่ยนทัศนคติทั้งสองส่วนคือ ทั้งผู้ ให้บริการและผู้รับบริการ ในด้านของการให้บริการจะต้องไม่หยุด นิ่งอยู่แค่การตั้งรับรักษาอยู่ที่โรงพยาบาล ตัวผู้ให้บริการจะต้อง เปลี่ยนวิธีการทำงานออกไปในเชิงรุก โดยผ่านศูนย์สุขภาพชุมชน ไปทำงานร่วมกับประชาชน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขกำลังปรับตรง นี้กันอยู่ กระทรวงสาธารณสุขมีโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งสร้างสุขภาพ เรา ทำเป็นโปรแกรมให้ไปแปลให้ชาวบ้านได้เข้าใจและหันมาปฏิบัติตาม เราดูตั้งแต่การสร้างสุขภาพแม่และเด็กจนถึงวัยรุ่น วัยทำงานจนถึง ผู้สูงอายุ ซึ่งแยกกันเป็น 4 กลุ่มใหญ่ เราพยายามจะกระตุ้นให้ชาวบ้านรวมตัวกันเป็นชมรมสร้างเสริม สุขภาพ แล้วมาทำงานร่วมกันกับศูนย์สุขภาพชุมชน เรากำลังวาง ระบบการทำงานหรือวางเครื่องมือการทำงาน กลไกการทำงานไว้ ค่อนข้างที่จะครบถ้วนแล้ว ต่อไปคือการนำสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ขณะนี้เริ่มต้นที่พื้นฐานก่อน คือเรื่องการออกกำลังกาย เรื่องอาหาร ๒๔ ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร โดยมีเป้าหมายลดโรคบางโรค ในเรื่องของการออกกำลังกายนั้น ขอถือโอกาสเชิญชวน ประชาคมสุขภาพทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกหมู่บ้านที่มาในวันนี้ ช่วย กลับไปชวนกันทำงานเชื่อมกับศูนย์สุขภาพชุมชน ซึ่งในปีนี้เรามี เป้าหมายว่าจะทำให้เป็นศูนย์ที่สมบูรณ์ ได้ประมาณ 4,500 แห่ง จาก ที่มีทั้งหมดประมาณ 10,000 แห่ง คงต้องทยอยทำให้เกิดความพร้อม มากที่สุด ในส่วนของการออกกำลังกาย เราพยายามชวนประชาชน ให้ออกกำลังกายอย่างน้อยๆ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งหนึ่งครึ่งชั่วโมง เป็นอย่างต่ำ ให้เริ่มต้นกันอย่างนี้ แล้วกำลังประสานกับทั้งโรงเรียน ประสานกับสถานที่ทำงานต่างๆ ชวนจัดตั้งเป็นชมรมออกกำลัง กายกันพร้อมๆ กันหลังเลิกงานสำหรับสังคมในเมือง ในสังคมต่าง จังหวัด ในหมู่บ้านก็จะใช้เวลาตอนเย็นของวันใดวันหนึ่ง เจ้าหน้าที่ ของเราและชาวบ้านจะมาออกกำลังกายด้วยกัน ก็พยายามจะ สนับสนุนตรงนี้ ส่วนเรื่องของอาหาร ดิฉันเป็นนักการเมือง ไปงานสังคมแยะ โดยเฉพาะงานศพ จะเห็นว่า 6 - 7 ศพจาก 10 ศพ เป็นมะเร็ง มะเร็ง ก็เกิดจากสภาพแวดล้อม เรื่องอาหาร เรื่องอะไรต่อมิอะไร มีส่วน ทำให้คนเป็นโรคมะเร็งมากขึ้น ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหาร ของโลก กระบวนการสร้างสุขภาพเราต้องหันมาดูกันจริงจังตั้งแต่ กระบวนการผลิตเลย ปีนี้กระทรวงสาธารณสุขยกเลิกและก็ควบคุม ยาในสัตว์ในพืช สารเคมีบางอย่างเกือบ 30 ชนิดแล้ว เพื่อควบคุม ไม่ให้ใช้ในสัตว์ในพืชเพื่อลดสารที่ตกค้างมาสู่ผู้บริโภคก่อให้เกิด อันตรายต่อสุขภาพ จากนั้นก็ทำงานร่วมกับหลายหน่วยงานโดย เฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควบคุมตั้งแต่แหล่งผลิตจนมา ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๒๕ ถึงแหล่งจัดจำหน่าย แหล่งขายอาหารสำเร็จรูป เพื่อควบคุมให้เกิด ความปลอดภัยจริงๆ แต่รัฐทำภาคเดียวไม่ได้ ประชาชนต้องทราบ ข้อมูลว่าไปซื้อของ จะเลือกอย่างไรถึงจะได้อาหารที่ไม่มีสารปนเปื้อน อย่างจะไปซื้อปลา จะดูอย่างไรว่าไม่มีฟอร์มาลีน ซึ่งสามารถดูด้วย ตาเปล่าได้ นี่ค่ะคือสิ่งที่เราต้องทำเชิงรุกให้ประชาชนได้เข้าใจได้มี แหล่งข้อมูลความรู้เพื่อป้องกันตัวเอง ขณะเดียวกันเรื่องอาหารปลอดภัยอย่างเดียวคงไม่พอที่จะให้ ชีวิตเรามีความสุข มีสุขภาพที่ดี ต้องไปดูอาหารที่เหมาะสมกับวัย ไม่ ทำให้เราเกิดโรค ทำให้เราแข็งแรงไม่เป็นโรคอ้วนเกินไป เราต้อง ให้ความรู้กับประชาชน เรามีเป้าหมายในช่วงเริ่มต้นต้องการลดโรค ความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นบ่อเกิดของหลายๆ โรคที่จะตามมา ด้วย การปรับพฤติกรรมการบริโภค เราให้การบ้านกับสถานพยาบาลรับ โจทย์เหล่านี้ไปสร้างขบวนการเรียนรู้ร่วมกันกับประชาชนในแต่ละ หมู่บ้าน แล้วก็สร้างขบวนการทำงานร่วมกัน กระทรวงสาธารณสุข มีองค์ความรู้ มีผู้เชี่ยวชาญ จะทำอย่างไรถึงจะทำให้ทุกสถานพยาบาล ได้รับทราบถึงบทบาทหน้าที่ใหม่อันนี้ เป็นหน้าที่ที่กระทรวงฯ กำลัง ดำเนินการ เพื่อให้บุคลากรเข้าใจและเต็มใจไปทำงานกับประชาชน ตรงนี้คือสิ่งที่กำลังทำซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปฏิรูประบบ สุขภาพนั่นเอง แต่ก็ต้องยอมรับว่ากระทรวงสาธารณสุขทำฝั่งเดียวไม่สำเร็จ เอาทุกกระทรวงมารวมกันทำฝั่งเดียวก็ไม่สำเร็จ ทุกโรงพยาบาลทำ ก็ยังไม่สำเร็จ มันเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบสุขภาพ เรา กำลังเร่งปฏิรูประบบบริการ ยกมาตรฐานระบบบริการ ใส่ระบบการ สร้างสุขภาพเข้าไปในระบบบริการ แต่ก็ต้องปฏิรูปในระบบอื่นๆ เพื่อ ๒๖ ธรรมบัญญัติสภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ให้เกิดความครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบการควบคุมปัญหาที่ คุกคามสุขภาพ ระบบการคุ้มครองผู้บริโภค การใช้ภูมิปัญญาท้อง ถิ่นด้านสุขภาพ และที่สำคัญดิฉันคิดว่าการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน จะเสริมสร้างการรับรู้ข่าวสารข้อมูล ตอนนี้เหมือนกับว่ากระทรวง โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล มีองค์ความรู้เป็นเหมือนกับโอ่งน้ำที่มีน้ำอยู่ จะทำอย่างไรให้น้ำใน โอ่งกระจายไปถึงทุกบ้านได้ จึงต้องสร้างการทำงานร่วมกัน เราถึง กำหนดให้สถานพยาบาลทุกแห่งภายใต้ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ต้องมีกรรมการภาคประชาชนเข้าไปเป็นกรรมการของสถานพยาบาล เพื่อคอยบอกถึงความต้องการของชาวบ้าน ร่วมกันคิดร่วมกันทำ เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของชาวบ้านตรงนั้น เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่ง ของการปฏิรูประบบสุขภาพนั่นเอง ดังนั้น การที่เราได้ร่วมกันยกร่าง พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติซึ่ง จะเป็นกฎหมายแม่บทดูแลระบบด้านสุขภาพทั้งระบบนั้น เป็นสิ่งที่ดี ดิฉันชื่นชมและก็ยกย่องจริงๆ สำหรับท่านทั้งหลายที่ได้ให้ความ ใส่ใจแล้วร่วมกันคิดร่วมกันแก้ไขร่วมกันปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่งมีการฟังความคิดเห็นทุกภาคทุกจังหวัดจนมาถึงวันนี้ครบ 2 ปี เหลือปลายทางแล้วค่ะ แต่ก็ยังมีโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันคิดร่วม กันปรับปรุงอย่างกว้างขวางในเวทีในวันนี้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่เราจะ สรุปให้เป็นกฎหมายต่อไป อย่างนี้แหละค่ะถึงจะเรียกว่าเป็น กฎหมายมหาชนอย่างแท้จริง ซึ่งดิฉันหวังว่าจะเป็นตัวอย่างสำหรับ การออกกฎหมายมหาชนอื่นๆ ได้ดำเนินตามกระบวนการการมี ส่วนร่วมตั้งแต่การเรียนรู้ การสร้างความรู้ การนำเสนอปัญหาของ ชาวบ้าน แล้วนำมาเขียนเป็นกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ตรง ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๒๗ นี้ต้องขอแสดงความชื่นชมและขอบพระคุณทุกส่วนที่มีส่วนร่วมอีก ครั้งหนึ่ง ดิฉันเชื่อว่า พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติที่เราร่วมกันทำนี้จะต้องถูก จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ว่าเป็นกฎหมายมหาชนที่เราร่วมกันทำ เพื่อให้เกิดสุขภาวะของคนไทยอย่างแท้จริง จะไม่ใช่เป็นกฎหมาย ที่รัฐมองฝั่งเดียว คิดแทนประชาชน ออกแทนประชาชน แต่เป็น กฎหมายที่เราร่วมกันทำ ในโอกาสนี้ ในนามของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งเป็นภาคีหนึ่ง ในการปฏิรูประบบสุขภาพ ดิฉันจะรับหน้าที่ดูแลสนับสนุนและผลัก ดันร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้าสู่ขั้นตอนนิติบัญญัติ ตั้งแต่การเข้าสู่การ พิจารณาของรัฐบาลจนถึงรัฐสภา ก็จะให้การสนับสนุนและดูแล อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกมาเป็นกฎหมายมหาชน สำหรับพวกเราทุกคน อย่างไรก็ดี ถึงแม้กฎหมายจะเสร็จ ภารกิจของเราคงไม่ได้ จบแค่นั้น เพราะกฎหมายเป็นเพียงเครื่องมือ เราต้องช่วยกันทำ หน้าที่ใช้เครื่องมือนี้ในการสร้างสุขภาพกันต่อไป ด้วยความใส่ใจกัน จริงๆ ดิฉันขอถือโอกาสนี้ขอบพระคุณประชาคมตั้งแต่องค์กรใน ภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาชนจากทุกจังหวัด ที่ ได้ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย มหาชนฉบับแรกที่เป็นของมหาชนจริงๆ ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านอาจารย์ประเวศ วะสี ท่านอาจารย์ไพโรจน์ นิงสานนท์ ท่าน อาจารย์บรรลุ ศิริพานิช ที่ได้กรุณาสนับสนุนอย่างเต็มที่ แม้กระทั่ง ๒๘ ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ผู้นำทางศาสนา พระคุณเจ้าทุกท่าน ขอบคุณคุณแม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุด และที่ทำงานหนักก็คือ สปรส. ต้องขอชื่นชม และขอบ พระคุณทุก ๆ ท่านอีกครั้งหนึ่ง หวังว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้จะออกมาอย่างดีที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหา และพัฒนาสุขภาพของเราอย่างได้ผลในอนาคต แต่ดิฉันขออ้ำอีก ครั้งว่า กฎหมายเป็นเพียงเครื่องมือ เป็นบันไดขั้นแรก จากขั้นแรก ต้องไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง ซึ่งขณะนี้กระทรวงสาธารณสุข นำร่องแล้ว แต่การมีส่วนร่วมของประชาชนในการร่วมสร้างสุขภาพ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ดิฉันฝากความหวังไว้ตรงนี้ และหวังว่าเราจะทำงานร่วมกัน อย่างยั่งยืนต่อไป เพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือการสร้างสุขภาพ ทั้งกาย ทั้งจิต และทั้งสังคม ให้คนไทยมีความสุขอย่างแท้จริง สวัสดีค่ะ ธรรมนูญสุขภาพคนไทย จะเป็นจริงได้อย่างไร ๒๙ สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (สปรส.) ชั้น ๒ อาคารด้านทิศเหนือสวนสุขภาพ (ถ.สาธารณสุข ๖) ภายในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข ถ.ติวานนท์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ๑๑๐๐๐ โทรศัพท์ (๐๒) ๕๙๐-๒๓๐๔ โทรสาร (๐๒) ๕๙๐-๒๓๑๑ หรือ ตู้ ปณ. ๙ ปณฝ.ตลาดขวัญ นนทบุรี ๑๑๐๐๒ E-mail address : hsro@hsro.or.th homepage : www.hsro.or.th ISBN 974-2294-805-4 ธรรมนูญ สุขภาพคนไทย จะเป็นจริง ได้อย่างไร? รวมปาฏกถาพิเศษของ ศ.น.พ.ประเวศ วะสี ผู้ทรงคุณวุฒิ คปรส. พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จัดพิมพ์โดย สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (สปส.) พิมพ์โดย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) หัวหน้าโครงการ: ผศ.ดร.ชินวัตร

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2002

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
26% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
23% Match
คุยกับผู้อ่าน : นายแพทย์บุตร ประดิษฐวณิช (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 136 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2533)
15% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• ระบบสุขภาพ

• ระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ

• การปฏิรูประบบบริการสาธารณสุข

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2002

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้