auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ทศพละของชุมชนเข้มแข็ง: ระบบเศรษฐกิจภูมิคุ้มกันระบบเศรษฐกิจชุมชนฐานการเกษตรพลังบวก (Farm – Based Community Economy Plus)

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารปาฐกถาลายมือเขียนอธิบายได้นำเสนอเกี่ยวกับการสร้างชุมชนเข้มแข็งด้วยระบบเศรษฐกิจชุมชนฐานการเกษตรพลังบวก โดยนำเสนอ 5 หัวข้อ ได้แก่ 1. ชุมชนเข้มแข็ง กู้วิกฤตชาติ และวิกฤตโลก 2. ชุมชนเป็นฐานการพัฒนาใน 10 มิติ หรือพลัง10 (ทศพละ) 3. ระบบเศรษฐกิจภูมิคุ้มกัน – ระบบเศรษฐกิจชุมชนฐานการเกษตรพลังบวก (Farm - Based Community Economy Plus) 4. สมัชชาชุมชนแห่งชาติ 5. การผุดบังเกิดของสังคมเครือข่ายคล้ายสมอง

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# ทศพละของชุมชนเข้มแข็ง ## ระบบเศรษฐกิจภูมิคุ้มกัน ### ระบบเศรษฐกิจชุมชนฐานการเกษตรพลังบวก (Farm - Based Community Economy Plus) โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ปาฐกถาในงานมหกรรมชุมชนสุขภาวะ ครั้งที่ ๑ ๗ มกราคม ๒๕๖๒ ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๑ # ๑. ## ชุมชนข้มแข็ง กู้วิกฤตชาติ และวิกฤตโลก ชุมชนเข้มแข็งเป็นเครื่องกู้วิกฤตชาติ วิกฤตโลกและวิกฤตชาติคือการเสียสมดุล ลองดูอาการของวิกฤตการณ์โลกให้ดีๆ จะเห็น การเสียสมดุลทั้ง ๓ มิติ คือ * เสียสมดุลในตัวมนุษย์เอง ดังที่เต็มไปด้วยทุกขภาวะ ติดยาเสพติด ฆ่าตัวตาย * เสียสมดุลทางสังคม ดังที่เกิดคงามเหลื่อมล้ำสุดๆ นำไปสู่ปัญหานานัปการ * เสียสมดุลทางสิ่งแวดล้อม จนเกิดสภาวะโลกร้อน อันนำไปสาหายนภัยต่างๆ การเสียสมดุลทั้ง ๓ ประการนี้ แก้ไม่ได้เลยด้วยการพัฒนาอย่างที่ทำอยู่ ซึ่งเป็นการพัฒนา แบบแยกส่วน ที่ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ## ชุมชนคือระบบการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ระหว่างคนกับคนและระหว่างคนกับ สิ่งแวดล้อม เราจะต้องทำความเข้าใจตรงนี้ให้แจ่มแจ้งว่าจุดแข็งที่สุดของเรื่องชุมชน คือการที่ชุมชน เป็นระบบการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล นี้เป็นสัจธรรม ตัวตั้งของชุมชนคือ การอยู่ร่วมกัน (อย่าง สมดุล) ถ้าการพัฒนาเอาอย่างอื่นเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาการอยู่ร่วมกันเป็นตัวตั้ง เช่น เอาตลาดเป็น ตัวตั้งบ้าง เอาเงินเป็นตัวตั้งบ้าง เอาเทคโนโลยีเป็นตัวตั้ง แม้ดูดีหรือมีประโยชน์บางส่วน ในที่สุดก็ รบกวนการอยู่ร่วมกันทำให้เกิดเสียสมดุล และวิกฤต ดังปรากฏทั่วไปในโลก สังคมข้างบนนั้นเอาอำนาจ กฎหมาย เงิน รูปแบบ มายาคติต่างๆ เป็นตัวตั้ง จึงเกิดความ ฉ้อฉลมาก ไม่สามารถพัฒนาไปสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลได้ ฉะนั้นการพัฒนาต้องเอาชุมชนเป็นตัวตั้ง ๒ ชุมชนเป็นฐานของประเทศ เมื่อฐานของประเทศแข็งแรงก็จะรองรับประเทศให้มั่นคง พระเจดีย์ต้องสร้างจากฐาน สร้างจากยอดไม่ได้ การพัฒนาแบบสร้างพระเจดีย์จากยอดแก้ความเหลื่อมล้ำไม่ได้ แต่เป็นตัวการให้เกิดความเหลื่อมล้ำสุดๆ ทั่วไปในโลก ประเทศไทยก็มีความเหลื่อมล้ำเป็นที่ ๑ หรือที่ ๓ ในโลก แม้รัฐบาลจะอัดฉีดความช่วยเหลือไปเท่าใดๆ ก็แก้ความเหลื่อมล้ำไม่ได้ นอกจากจะปฏิรูปทิศทางการพัฒนา มาสร้างพระเจดีย์จากฐาน โดยเอาชุมชนเป็นตัวตั้ง ๓ # ๒. ## ชุมชนเป็นฐานการพัฒนาใน ๑๐ มิติ หรือพลัง ๑๐ (ทศพละ) คือ (๑) **ฐานทางศีลธรรม** ชุมชนคือฐานที่อยู่ของศีลธรรม การอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลคือศีลธรรม สังคมข้างบนพัฒนาศีลธรรมไม่สำเร็จ เพราะไม่มีที่อยู่ของศีลธรรม เพราะเป็นเรื่องของ อำนาจกฎหมาย เงิน รูปแบบ มายาคติ และความฉ้อฉล ดังกล่าวแล้ว ถึงมีการสอนวิชาศีลธรรม ศีลธรรมก็ไม่เกิด เพราะศีลธรรมไม่ใช่วิชา แต่คือระบบการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล นั่นคือความเป็นชุมชน (๒) **ฐานทางจิตใจ** ความเป็นชุมชนให้ความมอบอุ่นทางจิตใจ ไม่ว้าเหว่เดียวดาย ชุมชนเข้มแข็งทำให้มีความสุข และสุขภาพดี (๓) **ฐานทางสังคม** ชุมชนมีความเสมอภาค ภราดรภาพ และการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ ทำให้เกิดพลังทางสังคม หรือสังคมเข้มแข็ง ทำเรื่องยากๆ ได้สำเร็จ ป้องกันเหตุร้าย สร้างเสริมเรื่องดี ดังที่ปรากฏนวัตกรรมทางสังคมมากมาย เช่น การดูแลผู้สูงอายุ การทำความดีเป็นเครดิต ธนาคารความดี ฯลฯ (๔) **ฐานทางเศรษฐกิจ** เศรษฐกิจชุมชนเป็นเศรษฐกิจจริง ต่างจากข้างบนซึ่งเป็นเศรษฐกิจการเงินที่เป็นมายาคติอยู่มาก แต่เศรษฐกิจชุมชนเป็นเศรษฐกิจที่อยู่บนฐานของการทำมาหากิน เช่น การผลิตอาหาร และข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ใช้แรงงานในการก่อสร้างและให้บริการ เป็นเศรษฐกิจเพื่อชีวิตและการอยู่ร่วมกัน เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็งจึงบูรณาการอยู่กับชีวิต สังคมสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม (๕) **ฐานทางวัฒนธรรม** วัฒนธรรมคือวิถีชีวิตร่วมกันของกลุ่มชนที่สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมหนึ่งๆ จึงมีความหลากหลายไปตามภูมิประเทศที่แตกต่างกัน วัฒนธรรมเป็นภูมิปัญญาที่เลือกสรรกลั่นกรองลองใช้ถ่ายทอดกันมา จนเป็นอัตลักษณ์และความภูมิใจของคนในวัฒนธรรมหนึ่งๆ เป็นการกระจายอำนาจมากกว่าอำนาจรัฐรวมศูนย์ (๖) **ฐานทางอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ** การปกครองโดยอำนาจรัฐรวมศูนย์ ไม่สามารถจัดกีรการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน แต่ชุมชนเข้มแข็งสามารถอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติและจัดการการใช้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน เพราะเป็นธรรมชาติของระบบการอยู่ร่วมกัน ที่จะต้องอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า ด้วยความเคารพ และจัดการการใช้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ๔ (๗) ฐานของประชาธิปไตยทางตรง ประชาธิปไตยชุมชนเป็นประชาธิปไตยทางตรง เพราะชุมชนมีขนาดเล็ก ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจสาธารณะได้โดยตรงด้วยตนเอง ไม่ต้องอาศัยเลือกตัวแทน ซึ่งเป็นประชาธิปไตยทางอ้อมในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ เนื่องจากไม่ต้องผ่านการเลือกตั้ง ซึ่งอาจบิดเบี้ยวได้ด้วยการซื้อสิทธิขายเสียง ประชาธิปไตยชุมชนจึงเป็นประชาธิปไตยที่มีคุณภาพสูง เป็นประชาธิปไตยสมานฉันท์ เป็นประชาธิปไตยอัตถประโยชน์ ถ้าประชาธิปไตยระดับชาติเชื่อมกับฐานคือประชาธิปไตยชุมชน ระบบประชาธิปไตยจะมีความสมบูรณ์และมีคุณภาพสูงขึ้น (๘) ฐานของระบบความยุติธรรม เพราะชุมชนเป็นระบบการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสมดุล การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรมจึงมีมากกว่าสังคมข้างบน ความสมานฉันท์ ความปรองดอง ก็เป็นธรรมชาติของการอยู่ร่วมกัน นอกจากนั้นในความยุติธรรมชุมชนยังมีกระบวนการทางราบที่มีผู้เฒ่าผู้แก่ ครู พระ ปราชญ์ชาวบ้าน ช่วยไกล่เกลี่ยคลี่คลายความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ในขณะที่ระบบความยุติธรรมที่เป็นของรัฐ ซึ่งเป็นระบบความยุติธรรมแนวดิ่ง คือประกอบด้วย ตำรวจจับ อัยการส่งฟ้อง ผู้พิพากษาตัดสิน เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ทรัพยากรมาก แต่คนจนไม่มีทางที่จะได้รับความเป็นธรรมเพราะไม่มีเวลาและทรัพยากรพอที่จะไปสู้คดี ถ้ามีความยุติธรรมชุมชนเป็นฐาน ระบบความยุติธรรมของรัฐจะลดภาระ และประหยัดการสูญเสียทรัพยากรได้เป็นอันมาก (๙) ฐานของระบบสุขภาพ ระบบสุขภาพชุมชนเป็นฐานที่ใหญ่และบูรณาการ สามารถสร้างเสริมสุขภาพ ควบคุมโรค และรักษาพยาบาลประชาชนได้จำนวนมากกว่า และด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ซึ่งแพงมาก ระบบสุขภาพชุมชนสามารถมีพยาบาลชุมชนและผู้ช่วยพยาบาล ที่ดูแลใกล้ชิดประจุญาติได้อย่างทั่วถึง คุณภาพดี และค่าใช้จ่ายไม่แพง ระบบสุขภาพชุมชนจึงเป็นระบบที่ทำให้สุขภาพสำหรับคนทั้งมวล หรือ Health For All เป็นไปได้จริง (๑๐) ฐานภูมิคุ้มกัน ร่างกายของเราไม่ว่าโครงสร้างจะสมบูรณ์แข็งแรงเพียงใด ถ้าขาดระบบภูมิคุ้มกันก็จะเอาชีวิตรอดไม่ได้ เพราะจะถูกกระทำโดยภยันตรายต่างๆ ทั้งจากภายนอกและภายใน เช่น เชื้อโรค เซลล์มะเร็ง มนุษย์ถ้าอยู่เดี่ยวๆ แบบตัวใครตัวมันก็จะไม่มีภูมิคุ้มกันจากเหตุเภทภัยต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอก จะลำบากยากเข็ญปั่นป่วนเสียสมดุล การอยู่ร่วมกันเป็นชุมชนเป็นภูมิคุ้มกัน ลองดูพลังแห่งความเป็นชุมชนทั้ง ๙ ข้อ ที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่าล้วนมีส่วนช่วยเป็นภูมิคุ้มกัน กล่าวคือพลังทางศีลธรรม พลังของความอบอุ่นทางจิตใจที่อยู่ร่วมกัน พลังทางสังคมที่รวมตัวร่วมคิดร่วมทำไม่โดดเดี่ยว พลังทางเศรษฐกิจชุมชนที่เชื่อมโยงชีวิตและการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่แข่งขันและทอดทิ้งกัน พลังทางวัฒนธรรมอันเป็นภูมิ ๕ ปัญญาร่วมและอัตลักษณ์ของชุมชน พลังทางการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการใช้ร่วมกันอย่างยั่งยืน พลังของความเป็นประชาธิปไตยชุมชนที่มีความเสมอภาค ภราดรภาพ และการมีส่วนร่วม โดยตรงต่อการตัดสินใจในเรื่องส่วนรวม พลังความยุติธรรมชุมชน ความยุติธรรมที่ยุติธรรมเป็นภูมิคุ้นกันเป็นภูมิคุ้มกันให้รู้สึกอบอุ่นปลอดภัยรักส่วนรวม ตรงข้ามกับความยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรมในสังคมใหญ่ที่ก่อให้เกิด ความเจ็บปวด เจ็บแค้น และเกลียดชัง และพลังของระบบสุขภาพชุมชนที่สามารถก่อเกิดสุขภาพของคนทั้งมวลได้จริง ทั้งหมดรวมกันเป็นระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ชีวิตจิตใจสังคมของคนส่วนใหญ่ของประเทศ จึงรวมสรุปลงเป็น พลังประการที่ ๑๐ ของความเป็นชุมชน คือพลังแห่งการเป็นระบบภูมิคุ้มกัน นี่คือ พลัง ๑๐ ประการ หรือ ทศพละของความเป็นชุมชน ๖ ## ๓. ### ระบบเศรษฐกิจภูมิคุ้มกัน - ระบบเศรษฐกิจชุมชนฐานการเกษตร พลังบวก (Farm - Based Community Economy Plus) ขณะนี้เศรษฐกิจทุนนิยมเสรีกำลังประสบสภาวะปั่นป่วนทั่วโลกและส่งผลต่อไป ทางสังคม สิ่งแวดล้อม และทางการเมือง ความเหลื่อมล้ำขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนมีผู้เรียกว่าเป็น ปรากฏการณ์ 99:1 คือการพัฒนาประโยชน์ต่อคน 1 เปอร์เซ็นต์ โดยคนอีก 99 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ ประชาชนกำหนดอนาคตทางเศรษฐกิจของตนเองไม่ได้ แต่ตกอยู่ใน ฐานะลูกจ้างที่มีรายได้ต่ำ และขาดหลักประกันเพราะอาจถูกให้ออกจากงานเมื่อย้ายฐานการผลิต หรือนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ ### เป็นระบบเศรษฐกิจที่คนส่วนใหญ่ของประเทศไม่มีภูมิคุ้มกัน ขาดความมั่นคงในชีวิต ประเทศไทยมีที่ดินพอเพียงที่คนไทยทุกคนจะมีที่อยู่อาศัย และมีความมั่นคงทางอาหาร ฉะนั้นจึงไม่ควรจะมีเฉพาะระบบเศรษฐกิจทุนนิยมเสรีที่มีความผันผวนสูง และคนส่วนใหญ่ขาด ภูมิคุ้มกันและความมั่นคงในชีวิต แต่ควรมีระบบเศรษฐกิจผสม ๒ อย่างคือ (๑) เศรษฐกิจฐานล่าง เป็นระบบเศรษฐกิจภูมิคุ้มกันที่ประกันว่าทุกคนมีบ้านอยู่ มีอาหารกิน มี ครอบครัวอบอุ่นชุมชนเข้มแข็ง ที่อาจเรียกว่าระบบเศรษฐกิจชุมชนฐานเกษตรพลังบวก (Farm - Based Community Economy Plus) (๒) เศรษฐกิจมหภาคเป็นระบบทุนนิยมเสรี เพื่อความเข้มแข็ง โดยให้ระบบทั้ง ๒ เกื้อกูล กัน ### สำหรับระบบเศรษฐกิจชุมชนฐานเกษตรพลังบวก นั้น ประกอบด้วยการจัดสรรที่ดินให้ ชุมชนให้พอเพียง ที่ทุกคนจะมีที่อยู่อาศัยและผลิตอาหารได้เหลือกิน ส่วนพลังบวกนั้นหมายถึงว่า นอกจากชุมชนจะผลิตอาหารกินเองอย่างพอเพียงเหลือขายแล้ว ยังทำอะไรอื่นๆ เพิ่มเติมได้อย่างเติม ที่ ส่วนที่ทำอะไรเพิ่มเติมนี้ถ้าไปเผชิญกับความพลิกผันทางเทคโนโลยี หรือการตลาด หรือการเงิน อย่างใดๆ ก็ไม่เป็นไร เพราะทุกคนมีบ้านอยู่ มีข้าวกิน มีครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็งเป็นภูมิคุ้มกัน เมื่อคนส่วนใหญ่ของประเทศมีภูมิคุ้มกันดังกล่าว ก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ในฐานะที่จะ พัฒนาคุณภาพ เด็ก เยาวชน และครอบครัว ให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ บ้านเมืองจะมีความสงบสุข สามารถพัฒนาต่อไปทุกๆ ด้าน รวมทั้งระบบเศรษฐกิจมหภาคก็จะเข้มแข็งเพราะมีฐานที่แข็งแรง ๗ และมีภูมิคุ้มกัน ระบบเศรษฐกิจภูมิคุ้มกันเช่นนี้ ควรใช้ในทุกประเทศที่มีที่ดินพอเพียง แม้แต่ สหรัฐอเมริกา ๕ # ๔. ## สมัชชาชุมชนแห่งชาติ ต่อจากมหกรรมสุขภาพชุมชนคราวนี้ ควรจะมีการจัดสมัชชาชุมชนแห่งชาติทุกปี โดยมีองค์กรร่วมจัดหลายองค์กร เพื่อ (๑) สร้างความเข้าใจและการเห็นคุณค่าของพลังชุมชนเข้มแข็งให้ซึมซับไปทั่วแผ่นดิน (๒) เพื่อเร่งเร้าบทบาทของทุกภาคส่วนในการส่งเสริมสนับสนุนชุมชนเข้มแข็ง (๓) เพื่อทบทวนสถานภาพของงานชุมชนเข้มแข็ง (๔) เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชนและต่อยอดให้ยิ่งๆ ขึ้น (๕) เพื่อกำหนดการเคลื่อนไหวชุมชนเข้มแข็งต่อไปข้างหน้า (๖) เป็นเวทีพัฒนานโยบายที่สังเคราะห์ขึ้นมาจากฐานของประเทศ โดยเชิญให้องค์กรนโยบายเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้โดยจัดให้มีการประชุมสมัชชาชุมชนจังหวัดในทุกจังหวัด โดยมีวัตถุประสงค์ทั้ง ๖ เช่นเดียวกัน และเป็นการเตรียมความพร้อมของจังหวัดสู่สมัชชาชุมชนระดับชาติ อนึ่งอาจจัดให้มีสมัชชาชุมชนเฉพาะประเด็นหนึ่งประเด็นใดด้วยก็ได้ ๙ # ๕. ## การผุดบังเกิดของสังคมเครือข่ายคล้ายสมอง มีองค์กรต่างๆ จำนวนมาก ทั้งของภาครัฐและมิใช่ภาครัฐ ที่สามารถส่งเสริมชุมชนเข็มแข็ง ซึ่งเมื่อเข้ามาถักทอกันเป็นเครือข่ายและร่วมมือกับเครือข่ายชุมชนเข็มแข็ง จะเกิดเป็น สังคม เครือข่ายคล้ายสมอง ซึ่งมีคุณสมบัติใหม่ คือ เป็นสังคมที่มีไมตรีจิตสูง มีการเรียนรู้สูง สร้างสรรค์ สูง และเป็นสังคมแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสมดุล มีสุขภาวะสูงและมีความยั่งยืน โดยสรุปคือ เกิดอาริยพัฒนา --- ๑๐ # ทศพลและของชุมชนเข้มแข็ง: ## ระบบเศรษฐกิจภูมิคุ้มกันระบบเศรษฐกิจชุมชนฐานการ เกษตรพลังบวก (Farm - Based Community Economy Plus) ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

เศรษฐกิจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
19% Match
ปฏิรูปตำรวจ: ประชาชนถนอมรักตำรวจ – ตำรวจถนอมรักประชาชน
19% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
17% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การพัฒนาสังคม

• การพัฒนาเศรษฐกิจ

history_eduหมวดหมู่

เศรษฐกิจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้