auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
บทความลายมือเขียนอธิบายได้นำเสนอเกี่ยวกับประชาธิปไตยยุคที่ 3 ซึ่งเป็นประชาธิปไตยทางตรง ที่ประชาชนทั่วประเทศมีบทบาทโดยตรงต่อทิศทางความเป็นไปของบ้านเมืองและการเมือง
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# ประชาธิปไตยยุคที่ ๓ ยุคประชาธิปไตยทางตรง (Direct Democracy) ประเวศ วะสี มีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ "การเมืองการปกครองไทย กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ ประชาธิปไตยยุคที่สาม" โดยพลเอกนายแพทย์บุญลือ วงษ์ท้าว ที่เขียนด้วยความเป็นกลางทางวิชาการที่ให้ข้อมูลความรู้ ภาพรวม แนวโน้ม โดยสรุปว่า ถ้านับยุคประชาธิปไตยเริ่มต้นเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ จะแบ่งได้เป็นยุค และให้ชื่อของยุคได้ดังนี้ ประชาธิปไตยยุคที่ ๑ ปี พ.ศ.๒๔๗๕ - ๒๕๑๖ ระยะเวลา ๔๑ ปี = "ยุคอำมาตยาธิปไตย" ประชาธิปไตยยุคที่ ๒ ปี พ.ศ.๒๕๑๗ - ๒๕๔๙ ระยะเวลา ๓๒ ปี = "ยุคธนาธิปไตย" ช่วงเปลี่ยนผ่าน ปี พ.ศ.๒๕๔๙ - ๒๕๖๔ ระยะเวลา ๑๕ ปี ประชาธิปไตยยุคที่ ๓ อำนาจอธิปไตยของปวงชนในระบบประชาธิปไตยอันยั่งยืนมาจาก "ความรู้-คุณธรรม-จริยธรรม" ทั้งนี้คุณหมอบุญลืออาศัยฐานความคิดจากนักอนาคตศาสตร์ชื่อก้องที่ชื่อ Alvin Toffler ในเรื่องการเคลื่อนย้ายอำนาจ (Power shift) จาก พลานุภาพ -> ธรณานุภาพ -> ความรู้ ผมเชื่อเช่นเดียวกับคุณหมอบุญลือว่าการเมืองการปกครองของไทยกำลังจะมุ่งไปสู่ การลงตัวในประชาธิปไตยยุคที่สาม เพราะสังคมไทยได้การเรียนรู้และประสบการณ์มามากพอสมควร อีกทั้งมีความก้าวหน้าในการพัฒนาหลายด้าน ซึ่งรวมทั้งเทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ ผมอาจเรียกชื่อประชาธิปไตยในยุคที่สามต่างจากคุณหมอบุญลือออกไป แต่อยู่ในโครงสร้างเดียวกัน ว่าเป็นยุค "ประชาธิปไตยทางตรง" (Direct Democracy) ประชาธิปไตยทางอ้อม (Indirect Democracy) ที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบันเป็น ประชาธิปไตยยุคโบราณ ที่พ้นกาลพ้นสมัยแล้ว ๑ ในสมัยโบราณการคมนาคมไม่สะดวก การสื่อสารข้อมูลข่าวสารมีน้อยและล่าช้า ราษฎรต้องเลือกตัวแทน ที่เรียกว่าผู้แทนราษฎร ซึ่งม้า นั่งเกวียน นั่งรถม้า ไปประชุมที่เมืองหลวง เรียกว่า เป็นประชาธิปไตยแบบตัวแทน (Represented Democracy) อันเป็นประชาธิปไตยทางอ้อม ประชาธิปไตยแบบตัวแทน แม้มีข้อดีก็ประสบปัญหาหลายอย่างทำให้บิดเบือนไปจากอุดมคติของ ความเป็นผู้แทนราษฎร เช่น มีการซื้อสิทธิขายเสียง ถูกกลุ่มลอบบียิสต์ซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่ม ผลประโยชน์ขนาดใหญ่ ทำให้เบี่ยงเบนไปจากประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่ อย่างเช่นใน สหรัฐอเมริกาซึ่งถือว่ามีประชาธิปไตยที่มีวุฒิสภาวะแล้ว มีสิ่งที่เรียกว่า "หนึ่งคนหนึ่งเสียง" หรือ "One man one vote" แต่เกิดความเหลื่อมล้ำอย่างสุดๆ ที่เรียกว่าปรากฏการณ์ 99:1 อัน หมายถึงการพัฒนาเป็นประโยชน์ต่อคน 1 เปอร์เซ็นต์ โดยอีก 99 เปอร์เซ็นต์ไม่ได้ประโยชน์หรือ เสียประโยชน์ ความเหลื่อมล้ำสุดๆ ทำให้ทุกอย่างรวมไปหมด ซึ่งรวมถึงการเมืองและระบบรัฐบาล คำถามก็คือ ทำไมคน 99 เปอร์เซ็นต์ ไม่โหวตให้ตัวเองได้รับประโยชน์ นั่นแหละที่แสดงว่ามีความ บิดเบี้ยวหรือเบี่ยงเบนเกิดขึ้นแล้วในระบบประชาธิปไตยแบบตัวแทน ในปัจจุบันสภาพการณ์ต่างไปจากครั้งโบราณโดยสิ้นเชิงแล้ว ที่การคมนาคมสะดวก ข้อมูลข่าวสารเดินทางรวดเร็วทั่วประเทศและทั่วโลก ประชาชนมีความรู้ความตื่นตัว และมี ความสามารถมากขึ้น ลำพังเพียงประชาธิปไตยทางอ้อมไม่เพียงพออีกต่อไปแล้ว จำเป็นต้องมี ประชาธิปไตยทางตรงด้วย ที่ประชาชนทั่วประเทศมีบทบาทโดยตรงต่อทิศทางความเป็นไป ของบ้านเมืองและการเมือง ๒ # ประชาธิปไตยทางตรง การเปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง สังคมปัจจุบันมีความหลากหลายและซับซ้อน ในสังคมอย่างนี้การใช้อำนาจได้ผลน้อยลงๆ หรือไม่ได้ผลเลย ประเทศไทยปกครองด้วยอำนาจรัฐรวมศูนย์ ซึ่งเป็นระบบปิดที่คนส่วนน้อยใช้ อำนาจควบคุม มากกว่าใช้ปัญญา การพัฒนาต่างๆ จึงไม่ได้ผลเท่าที่ควรหรือกลับก่อปัญหามากขึ้น เมื่อปัญหามากขึ้นๆ ก็วิกฤต และไม่มีทางออกจากสภาวะวิกฤตได้ด้วยระบบเดิม ประชาธิปไตยที่ ผ่านมาที่พอมีบ้างก็เพียงการเลือกตั้ง แต่ระบบการปกครองยังเหมือนเดิมหรือยิ่งเพิ่มอำนาจรัฐรวม ศูนย์มากขึ้น ฉะนั้นไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลหรือจะเปลี่ยนรัฐธรรมนูญฉบับแล้วฉบับเล่า ประเทศ ไทยก็ออกจากสภาวะวิกฤตไม่ได้ เพราะระบบบริหารประเทศเป็นระบบปิด ปิดพื้นที่ทางสังคม และพื้นที่ทางปัญญาทำให้มีพลังสร้างสรรค์น้อย ## ประชาธิปไตยทางตรง เป็นการเปิดพื้นที่ทางสังคม และพื้นที่ทางปัญญาอย่าง กว้างขวาง จะกล่าวถึงประชาธิปไตยทางตรง ๒ ระดับ คือ (๑) **ประชาธิปไตยทางตรงระดับชุมชน** ชุมชนมีประชากรไม่มาก เช่น ๕๐๐ - ๑,๐๐๐ คน ทุก คนสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องของส่วนรวมได้โดยตรง ดังตัวอย่างเช่น ผู้นำตาม ธรรมชาติในชุมชน ซึ่งมีประมาณ ๔๐ - ๕๐ คน ก่อตัวกันขึ้นเป็น **สภาผู้นำชุมชน** สภาผู้นำชุมชน ทำการสำรวจข้อมูลชุมชน แล้วนำมาทำแผนชุมชน นำแผนชุมชนเสนอสภาประชาชน คือที่ ประชุมของคนทั้งชุมชนนี้คือประชาธิปไตยทางตรง สภาประชาชนพิจารณาตัดทอนเพิ่มเติมและลง มติรับรองแผนชุมชน คนทั้งชุมชนขับเคลื่อนการพัฒนาตามแผนชุมชน แล้วทุกอย่างก็ดีขึ้น เรื่อยๆ เพราะเป็นการพัฒนาอย่างบูรณาการ ที่การพัฒนา ๘ เรื่อง เชื่อมโยงอยู่ในกันและกัน คือ **เศรษฐกิจ - จิตใจ - สังคม - สิ่งแวดล้อม - วัฒนธรรม - สุขภาพ - การศึกษา** - **ประชาธิปไตย** เกิดความพอเพียง ร่มเย็นเป็นสุข และยั่งยืน ประชาธิปไตยชุมชนเป็นประชาธิปไตยทางตรง ประชาธิปไตยสมานฉันท์ ประชาธิปไตย อัตถประโยชน์ ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาทุกด้านบูรณาการกัน ประเทศไทยมีทั้งหมดประมาณ ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ถ้าทุกหมู่บ้านทั่วประเทศเป็นเช่นนี้ ฐานของประเทศจะแข็งแรงมาก รองรับ ประเทศทั้งหมดให้มั่นคง ถ้าหากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ ภาคประชา สังคม ภาคการพระศาสนา ภาคการสื่อสารและศิลปะ เข้าร่วมเรียนรู้ มีส่วนร่วม ส่งเสริมสนับสนุน รับข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย กับและจากชุมชน สังคมไทยจะรู้ความจริของแผ่นดินไทย ต่างจาก ความไม่รู้และมายาคติต่างๆที่แพร่หลายในสังคมข้างบน เมื่อคนทั้งชาติรู้ความจริง ก็เป็นฐานให้ เกิดความถูกต้องต่อไป ๓ ประชาธิปไตยชุมชน สำหรับชุมชนในเขตเมือง และในหมู่ผู้ใช้แรงงานรับจ้าง ก็ควรเกิดขึ้น ด้วยแม้จะยากกว่า ระบบการศึกษามีกำลังคนมากทั้งนักศึกษาและครูบาอาจารย์ ควรจะเข้ามา ศึกษาเรียนรู้ว่าจะสร้างประชาธิปไตยชุมชนในเขตเมือง และในหมู่ผู้ใช้แรงงานให้เกิดขึ้นได้อย่างไร (๒) ประชาธิปไตยทางตรงระดับชาติ คนไทยทุกคนทั่วทั้งชาติสามารถมีบทบาทในเรื่อง บ้านเมืองได้ดังนี้ * ก่อตัวเป็นกลุ่มศึกษาพัฒนาเรื่องต่างๆ เต็มประเทศ ผู้ที่สนใจเรื่องของบ้านเมืองในเรื่อง หรือประเด็นต่างๆ รวมตัวกันเองอย่างอิสระ (Self-organized) โดยไม่ต้องรอให้ใครมา แต่งตั้ง การแต่งตั้งเป็นวิธีการที่เป็นทางการมีข้อจำกัดมาก การรวมตัวกันเองอย่างอิสระ คล่องตัวสอดคล้องต่อความเป็นจริง และมีพลังมากกว่า กลุ่มศึกษาพัฒนานี้มีขนาดเล็ก เช่น ๔ - ๕ คน ๕ - ๖ คน หรือไม่เกิน ๑๐ คน เพราะเป็นจำนวนคนที่รู้จักนิสัยใจคอ และ เชื่อถือกันได้สนิท ทำให้มีความสุข ไม่เสียเวลาไปกับความขัดแย้งในองค์กร กลุ่มศึกษาและ พัฒนาขนาดเล็กนี้จึงเป็นกลุ่มที่มีความสุข ความคล่องตัว และพลังสร้างสรรค์มาก ศึกษา และพัฒนาในเรื่องที่กลุ่มสนใจ อาจจะเป็นงานในพื้นที่ คือชุมชนดังกล่าวข้างต้น หรือเรื่อง ตามประเด็น เช่น เศรษฐกิจ การศึกษา สิ่งแวดล้อม ความยุติธรรม คุณภาพเด็ก เยาวชน และครอบครัว หรือการเมือง เครื่องมือของกลุ่มเช่นนี้คือการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (Interactive learning through action) ซึ่งเป็นการเรียนรู้ที่ทรงพลังมาก เมื่อมีกลุ่มอย่างนี้เกิดขึ้นเต็มประเทศและเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย สังคมจะ เปลี่ยนโครงสร้าง จากโครงสร้างทางดิ่ง หรือแท่งอำนาจ (รูปซ้ายมือ) เป็นสังคมเครือข่าย คล้ายสมอง (รูปทางขวา) การเมือง ราชการ การศึกษา ธุรกิจ ศาสนา สังคมเครือข่ายคล้ายสมอง = กลุ่มศึกษาและพัฒนา = เซลล์สมองของสังคม โครงสร้างอำนาจทางดิ่ง เป็นแท่งๆ ซึ่งมีพลังทางสังคมและพลังทางปัญญาสูงมาก กลุ่มศึกษาพัฒนาถ้าประกอบด้วยสมาชิกที่มี ความรู้และประสบการณ์ต่างกันจะดีมาก เช่น บางคนเป็นข้าราชการหรืออดีตข้าราชการ บางคนเป็นนักวิชาการ บางคนมาจากภาคธุรกิจ ฯลฯ เพราะความรู้และประสบการณ์ที่ ต่างกันเมื่อมาเจอกันจะทำให้เกิดนวัตกรรมในสังคมเครือข่ายคล้ายสมองประชาธิปไตยทั้ง ทางตรงและทางอ้อมจะเชื่อมกัน ๔ * ประชาธิปไตยทางตรงโดยการจัดการการสื่อสาร จัดระบบการรับฟังจากคนทั้งประเทศ ที่มาโดยลักษณะต่างๆ เช่น จากการสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต หรือทางวิทยุ โทรทัศน์ สิ่งพิมพ์ หรือจากการชุมนุมเรียกร้อง เดินขบวน การอภิปราย หรือทางอื่นใดก็ตาม หากมีการรับฟังข้อเสนอแนะ ติชม ท้วงติง ร้องทุกข์ ซึ่งเกิดขึ้นทั่วประเทศ แล้วนำไปวิเคราะห์ สังเคราะห์ นำไปสู่สาธารณะให้ช่วยกันคิดวิเคราะห์เพิ่มเติมต่อยอด หรือนำสู่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งทางวิชาการ ทางปฏิบัติ และทางนโยบาย กระบวนการเช่นนี้ก็คือ การที่คนไทยทุกคนมีส่วนร่วมโดยตรงในการสร้างความรู้และนโยบาย อันนำไปสู่การปฏิบัติได้โดยไม่ยาก เพราะเป็นกระบวนการสาธารณะที่มีคนรู้เห็นร่วมกันด้วยทั้งประเทศ นี้คือที่กล่าวว่าประชาธิปไตยทางตรง คือการเปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง ประเทศไทยจะเกิดพลังสร้างสรรค์อย่างมหาศาล ทั้งพลังทางไมตรีจิต พลังทางสังคม พลังทางปัญญา และพลังทางการจัดการ อันจักทำให้ประเทศหลุดออกจากสภาวะวิกฤต ไปสู่ความเจริญอย่างแท้จริง เพื่อนคนไทยครับ ทั้งที่เป็นนักการเมืองและมิใช่ อย่าถอยหลังกลับไปสู่การเมืองยุคที่ ๑ หรือยุคที่ ๒ อีกเลย โอกาสอยู่ต่อหน้าเราแล้วที่จะเคลื่อนไปข้างหน้าสู่ประชาธิปไตยยุคที่ ๓ ยุคประชาธิปไตยทางตรง หรือการเปิดพื้นที่ทางสังคม และพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง --- ๕
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• การพัฒนาสังคม
• ประชาธิปไตย
• การเมือง
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้