auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เอกสานี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดการส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน ชุดที่ 5
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
ประเทศไทย กับ สันติภาพโลก ศ. นพ.ประเวศ วะสี สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. # ประเทศไทยกับสันติภาพโลก โดย : ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วะสี ชุด การส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน ชุดที่ 5 พิมพ์ครั้งที่ 1 พฤศจิกายน 2545 จำนวนพิมพ์ 15,000 เล่ม ข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแห่งชาติ ประเวศ วะสี. ประเทศไทยกับสันติภาพโลก .- พิมพ์ครั้งที่ 1 .- กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, 2545. 34 หน้า. 1. สันติภาพ, 1. ชื่อเรื่อง. 327.172 ISBN 974-90783-9-X จัดทำโดย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 422 ถนนพญาไท (ใกล้สะพานหัวช้าง) เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 ตู้ ปณ. 400 ปณจ.รองเมือง ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 โทรศัพท์/โทรสาร 0-2219-2973 โทรศัพท์เพื่อร้องเรียน 1377 www.nhrc.or.th # คำนำ มนุษย์มีสิทธิที่จะไม่ถูกฆ่า และมีสิทธิที่จะไม่ไปฆ่าใคร แต่ในสภาวะสงคราม สิทธิดังกล่าวถูกทำลายหายไปหมดสิ้น มนุษย์ตกอยู่ในสถานการณ์ปีบดั้นอย่างรุนแรง ทั้งในการเป็นผู้ถูก ฆ่าและผู้ฆ่า ศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ตกต่ำอย่างยิ่ง สงคราม ส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงได้และขาดจริยธรรม แต่ได้รับการตัดสินใจ จากคนเพียงไม่กี่คน สงครามในตะวันออกกลางระหว่างยิวกับอาหรับ และการที่สหรัฐอเมริกาจะเปิดสงครามกับอิรัก อาจเป็นชนวนให้ เกิดความขัดแย้งรุนแรงขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง กระทบ กระเทือนเศรษฐกิจหมดทั้งโลก ## สันติภาพเป็นทุนของการพัฒนาอันใหญ่หลวง ประเทศไทยมีทุนอันมหึมาคือ ทุนทางอาหารและทุนทาง สันติภาพ ไม่ว่าโลกจะปั่นป่วนอย่างไรๆ ด้วยทุนทางอาหารและทุนทางสันติภาพ ประเทศไทยอยู่ได้อย่างสบาย ฉะนั้นเราควรจะรักษาทุนทั้งสองของเราไว้ และ พัฒนาให้เพิ่มพูน อีกทั้งเป็นที่พึ่งแก่โลก คนไทยมีความประนีประนอม และทักษะในการไกล่เกลี่ย จึงควรมีบทบาทในการเจรจาเพื่อสันติภาพของโลก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งนานมา แล้วว่า "ประเทศไทยเหมาะต่อการที่นานาชาติจะมาคุยกันเรื่องสันติภาพ" สันติภาพเป็นเรื่องที่ครอบคลุมกว้างขวางที่สุด ตั้งแต่วิถีคิดไปจน ถึงทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจ การพัฒนาแบบทุนนิยมเสรีหรือโลภจริตเสรี ได้นำมาซึ่งความขัดแย้งและสงคราม โลภะย่อมนำไปสู่โทสะเสมอ โลกที่ ขับเคลื่อนด้วยโลภจริตเสรีย่อมส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและสงคราม ไอน์สไตน์จึงกล่าวว่า "ถ้ามนุษยชาติจะอยู่รอดได้ ต้องการวิถีคิดใหม่โดยสิ้นเชิง" สิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องกว้างขวางใหญ่โตและลึก ตั้งแต่วิถีคิดไปจน ถึงวิถีชีวิต นโยบายสาธารณะ ทิศทางการพัฒนา สงครามและสันติภาพ จะว่าสิทธิมนุษยชนระดับจุลภาคไปจนถึงสิทธิมนุษยชนระดับมหภาคก็ได้ เรื่องสันติภาพเป็นเรื่องสิทธิมนุษยชนระดับมหภาค ในการทำงานเรื่อง สิทธิมนุษยชน จึงต้องการการทำงานทั้งจากเล็กไปหาใหญ่ และจากใหญ่ ไปหาเล็ก จึงขออนุโมทนาในการที่ นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการคณะ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดำริให้มีการรวบรวมตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ขึ้น เป็นการกระตุ้นจิตสำนึกเรื่องสิทธิมนุษยชนจากแง่มุมของสันติภาพอีกทางหนึ่ง ประเวศวะ 3 ตุลาคม 2545 # อารัมภบท คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 199 และมาตรา 200 และพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โดยมีคณะกรรมการ 11 ท่าน ทำหน้าที่ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ และตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทำการไกล่เกลี่ยหรือเสนอมาตรการในการแก้ไขที่เหมาะสม อีกทั้งมีหน้าที่ต้องเสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรีเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ภารกิจที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การส่งเสริม การศึกษา การวิจัย และการเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในสังคมไทยถึงหลักการแนวคิดตลอดจนแนวทางในการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงได้จัดพิมพ์หนังสือชุด การส่งเสริมความรู้ด้านสิทธิมนุษยชนขึ้น และหนังสือ "ประเทศไทยกับ สันติภาพโลก" เป็นหนังสือในชุดการส่งเสริมความรู้ดังกล่าว โดยได้รับ ความอนุเคราะห์จากศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วะสี มอบต้นฉบับ ให้นำมาจัดพิมพ์เผยแพร่ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สาระจากหนังสือเล่มนี้จะมีส่วนสร้างเสริมวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชนในสังคม ไทยไม่มากก็น้อย จนในที่สุดวิถีชีวิตของผู้คนในแผ่นดินนี้เป็นวิถีชีวิตแห่ง ความเอื้ออาทรต่อมนุษยชาติ ตลอดจนให้ความเคารพต่อคุณค่าและศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์โดยเฉพาะต่อคนเล็กคนน้อยในสังคมไทย สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ # สารบัญ มนุษยชาติจะอยู่รอดได้ต้องมีวิถีคิดใหม่โดยสิ้นเชิง 1 การเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพทั่วโลก (World Peace Movement) 7 บทบาทของประเทศไทยในรอยร้าวอันตรายของโลก 11 อย่าทำลายสถานะความเป็นประเทศแห่งสันติภาพ 20 คนไทยกับสันติภาพ ระวัง "ไอ้โม่งระดับโลก" 24 # มนุษยชาติ จะอยู่รอดได้ต้องมีวิถีคิดใหม่โดยสิ้นเชิง อัลเบิร์ต ไอบีซไดน์ ## ช็อกคนทั้งโลก เมื่อมีเหตุการณ์ขับเครื่องบินเข้า ชนตึกเวิลด์เทรดที่นิวยอร์ก เมื่อ 11 กันยายน 2544 อันเป็นการที่ คาดไม่ถึงว่ามนุษย์จะทำกันอย่างโหดเหี้ยมได้ถึงเพียงนี้ แท้ที่จริงประวัติศาสตร์ของมนุษย์เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม รุนแรง ในศตวรรษที่เพิ่งผ่านไป มนุษย์เช่นฆ่ากันตายไปประมาณ 200 ล้านคน ! เฉพาะสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ประมาณ 50 ล้านคน นาซีฆ่ายิว 6 ล้านคน การทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรซิมาและนางาซากิ แต่ละเมือง คนตายประมาณ 100,000 คน สงครามเวียดนาม คนหนุ่มอเมริกันตายไปประมาณ 2 ประเทศไทยกับสันติภาพโลก 50,000 คน คนเวียดนามตายไป 2 ล้านคน และการสังหารหมู่ชาวบ้านที่ไม่ลาย ยังเป็นความโหดเหี้ยมที่ลืมกันไม่ลง ย้อนกลับไปอีก ก็การฆ่าฟันชาวพื้นเมืองอย่างโหดเหี้ยมเพื่อแย่งชิง ดินแดนและทรัพยากรทั้งในทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ แอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เบื้องลึกของความโหดเหี้ยมรุนแรงของมนุษย์ที่ทำต่อกัน คือ อวิชชาอันยังให้เกิดอุทศสมูล คือ โลภะ โทสะ โมหะ เสริมกำลังด้วยอำนาจ จากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้โลภะ โทสะ โมหะ มีพลังขับเคลื่อน รุนแรงยิ่งขึ้น ทำให้การแย่งชิงอย่างโหดเหี้ยมขยายไปทั่งโลก ในปัจจุบัน การแย่งชิงได้แปรรูปไป แต่ก็ยังเป็นการแย่งชิง ซึ่ง รุนแรงมากขึ้นในนามของการค้าเสรี การเงินเสรี การแข่งขันเสรี ทำให้โลก ทั้งโลกเป็นระบบเปิดที่จะไปแย่งชิงกันอย่างเสรี ไม่ว่าจะมีประดิษฐกรรมทาง คำพูดและทางวิชาการมาเรียกและอธิบายมันว่าอย่างไรก็ตาม ก็ยังเป็นการ ขับเคลื่อนด้วยความโลภและอำนาจอยู่เหมือนเดิม ความโลภและอำนาจจะไม่มีวันสร้างสันติภาพในโลกได้เลย พระพุทธเจ้า พระเยซูคริสต์ พระมะหะหมัด ไม่เคยทรงสอนเช่น นั้นเลย พระพุทธเจ้า พระเยซูคริสต์ และพระมะหะหมัด เป็นบุคคลที่ทรง บรรลุธรรม ล้วนสอนสิ่งที่ตรงข้ามกับความโลภ และอำนาจ แต่สอนเรื่อง ความเมตตา และการอยู่ร่วมกัน ไม่เคยทรงสอนเรื่องการแข่งขันเสรีเลย ทรงสอนให้คนแข็งแรงช่วยเหลือค้ำจุนคนที่อ่อนแอกว่า ถ้าใช้การแข่งขันเสรี เด็กและคนแก่ก็จะตายหมด ขณะนี้คนที่รวยที่สุดในโลกเพียง 300 กว่าคน มีทรัพย์สินมากกว่า คนในโลกกว่า 2,000 ล้านคน โลกจึงเสียสมดุล ดุลยภาพเป็นเรื่องสำคัญ เพราะทำให้เกิดความปกติและความยั่งยืน การเสียดุลยภาพคือความไม่ปกติ หรือความเจ็บป่วย และทำให้ไม่ยั่งยืน เรือที่วิ่งไปในทะเล ถ้ามีความสมดุล ก็วิ่งไปได้ราบเรียบและวิ่งได้ไกล เรือที่ขาดความสมดุลก็จะโคลงวูบวาบ พลิกคว่ำได้ง่าย ไปไม่ได้ไกล มนุษยชาติจะอยู่รอดได้ต้องมีวิถีคิดใหม่โดยสิ้นเชิง 3 ปกติธรรมชาติที่อยู่มาโดยไม่มีมนุษย์จะอยู่ในสภาวะสมดุล หรือปรับไปหาสมดุลเสมอ จึงอยู่มาเป็นพัน ๆ ล้านปี เพราะธรรมะหรือธรรมชาติดื้อการปรับไปสู่ดุลยภาพ แต่มนุษย์ เพราะกิเลสเหนือธรรมชาติ ได้ก่อให้เกิดการทำลายความสมดุลทางธรรมชาติบนโลกนี้อย่างรุนแรง จนโลกนี้จะเป็นไปไม่ได้ มนุษย์ได้ทำลายพืชและสัตว์ให้สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้อย่างรุนแรงและรวดเร็ว ทำลายป่าไม้ ทำลายผิวดิน ทำลายชั้นโอโซนในบรรยากาศ สร้างชั้นคราบอน-ไดออกไซด์ที่กำลังทำให้โลกร้อน การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากการบริโภคที่เกินเลยความจำเป็นตามธรรมชาติ กำลังก่อหายนภัยอันใหญ่หลวงให้มนุษย์ ซึ่งถ้ายังดำรงอยู่ก็จะทำให้มนุษย์สูญพันธุ์ ในขณะที่แมลงต่าง ๆ ยังคงอยู่ต่อไปได้ มนุษย์มีสติปัญญาสูงกว่าแมลงเป็นอันมาก แต่แมลงจะอยู่ยั่งยืนมากกว่ามนุษย์ เพราะมนุษย์มีความโลภมากกว่าแมลง ลัทธิวัตถุนิยมบริโภคนิยมที่ถูกความโลภสถาปนาขึ้นมา ได้ครอบคลุมไปหมดทั้งโลก ด้วยความจงใจของผู้มีอำนาจที่จะทำให้โลกทั้งโลกลมีอารยธรรมเดียวกัน คืออารยธรรมตะวันตก หรืออารยธรรมวัตถุนิยมบริโภคนิยม และรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ขั้วเดียวคือสหรัฐอเมริกา การทำให้ทั้งโลกเป็นระบบเดียวที่เชื่อมโยงกัน และขับเคลื่อนด้วยอุตสัมภูมิคือ โลภะ โทสะ โมหะ เป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะความหลากหลายต่างหากที่ทำให้เผชิญวิกฤตได้และยั่งยืน ความเหมือนกันหมดทำให้ไม่สามารถเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงและวิกฤตระบบร่วมศูนย์จะมีความเครียดในระบบสูง เกิดอุบัติเหตุง่าย และพากันล้มครืนไปทั้งหมด เมื่อสหรัฐอเมริกาเป็นศูนย์อำนาจของโลก อะไรที่เกิดขึ้นที่นั่นก็กระเทือนไปหมดทั้งโลก ดังจะเห็นได้ว่าเมื่อตึกเวิลด์เทรดซึ่งกินเนื้อที่นิดเดียวพังลง เกิดความกระทบกระเทือนทางเศรษฐกิจการเงินอย่างรุนแรงไปทั่วโลก เพราะศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่นั่น สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นขั้วอำนาจสูงสุดจะเครียดที่สุดและเสี่ยงที่สุด # 4 ประเทศไทยกับสันติภาพโลก เพราะในการดูแลโลกทั้งโลกอยู่ในระเบียบเดียวกัน เป็นการแปรรับภาระที่เป็นไปไม่ได้ และเผชิญกับการท้าทายในรูปแบบต่าง ๆ เป็นสภาวะที่น่าสงสาร และดิ้นไม่หลุด อย่างความขัดแย้งที่ร้อนที่สุดที่ตะวันออกกลางนับตั้งแต่ ตั้งประเทศอิสราเอลในปี ค.ศ.1948 เป็นต้นมา อันก่อความวินาศให้แก่ชีวิต ของมนุษย์อย่างมหาศาล มหาอำนาจสูงสุดไม่สามารถช่วยคลี่คลายให้เกิด สันติภาพได้ เพราะฐานอำนาจทางความรู้ การเงิน และการเมือง มีคนเชื้อ สายยิวเป็นกำลังสำคัญ ทำให้สหรัฐอเมริกาเชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา และได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ความโหดเหี้ยมของการพุ่งชนตึกเวิลด์เทรดและเพนตากอน เมื่อ วันที่ 11 กันยายน 2544 เป็นการก่อกรรมอันรุนแรงท่ามกลางเหตุการณ์อัน เลวร้ายอยู่แล้ว สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นมหาอำนาจสูงสุดในโลกย่อมทนไม่ได้ที่ ถูกลอบดมและทำลายศักดิ์ศรี จะตอบโต้อย่างรุนแรง และเนื่องจากเป็นผู้กุมขั้ว อำนาจสูงสุดในโลกแต่ผู้เดียวย่อมต้องดึงส่วนอื่น ๆ ของโลกเข้าเกี่ยวข้องกับ การตอบโต้ด้วยความรุนแรงครั้งนี้ เพลิงแห่งโทสะและการก่อกรรมก่อเวร ต่อกันจะขยายตัวเผาไหม้มนุษยชาติต่อไป นี่แหละผลของการขับเคลื่อนโลกด้วยอวิชชาและอกุศลมูลคือ โลภะ โทสะ โมหะ อกุศลมูลสร้างสันติภาพในโลกไม่ได้ "มนุษยชาติจะอยู่รอดได้ต้อง มีวิถีคิดใหม่โดยสิ้นเชิง" ตามคำของไอน์สไตน์ วิถีคิดใหม่คือความเมตตาและการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่ความเติบโตทางเศรษฐกิจ การค้าเสรี การเงินเสรี ซึ่งเป็นเพียง ตัวแทนของความโลภเสรี มนุษย์ต้องการการปฏิวัติทางจิตสำนึก (Consciousness Revolu- tion) และการปฏิวัติทางจิตวิญญาณ (Spiritual Revolution) ไม่ใช่นวัตกรรม ทางเทคโนโลยีที่จะสนองความโลภยิ่ง ๆ ขึ้น การปฏิวัติทางจิตสำนึก และการ ปฏิวัติทางจิตวิญญาณเท่านั้นที่จะทำให้มนุษยชาติอยู่รอดได้ มนุษย์ควรจะมีจิตสำนึกใหม่ที่เห็นความเป็นหนึ่งเดียว (The Same Oneness) ของมนุษย์ทั้งหมดและธรรมชาติทั้งหมด มีความเมตตา มนุษยชาติจะอยู่รอดได้ต้องมีวิถีคิดใหม่โดยสิ้นเชิง 5 มีความเอื้ออาทร ส่งเสริมและสนับสนุนการอยู่ร่วมโลกเดียวกัน โดยแต่ละกลุ่ม ๆ มีสิทธิเสรีภาพที่จะดำรงชีวิตตามวัฒนธรรมอันหลากหลายของตนเอง ต่างดูแลรักษาวัฒนธรรมอันงดงามของตน ๆ อนุรักษ์และเพิ่มพูนสิ่งแวดล้อม ให้ได้ดุลยภาพ เคารพในวัฒนธรรมที่หลากหลายของเพื่อนมนุษย์ แต่ละกลุ่มเชื่อมโยงสัมพันธ์กับกลุ่มอื่น ๆ ในเชิงเรียนรู้ ในเชิงเห็นคุณค่า ในเชิงเกื้อกูล ให้แต่ละกลุ่มอยู่ได้อย่างดีประดุจพี่น้องของเรา ซึ่งแท้ที่จริง "โลกทั้งผองเป็นพี่น้องกัน" ตามคำของท่านมหาตมะคานธี พระพุทธเจ้า พระเบญจคริสต์ พระมะหะหมัด ไม่เคยทรงสั่งสอนเรื่องการแย่งชิงกันเลย แต่ทรงสอนเรื่องความเมตตาและการอยู่ร่วมกัน ท่านอาจารย์พุทธทาสได้มอบมรดกไว้ให้แก่มนุษย์ 3 ข้อคือ 1. ขอให้ศาสนิกของแต่ละศาสนาทำความเข้าใจแก่นแท้ของศาสนาของตน ๆ 2. ขอให้มีความร่วมมือกันระหว่างศาสนา 3. ขอให้ช่วยกันนำมนุษย์ออกจากวัตถุนิยม วัตถุนิยมก็คือโลภจริตที่กำลังครองโลก วิถีคิดใหม่โดยสิ้นเชิงคือการย้ายฐานคิดจากอกุศลมูลคือ โลภะ โหสะ โมหะ ไปสู่กุศลมูลคือ อโลภะ อโหสะ อโมหะ มนุษย์นอกจากมีธรรมชาติของความเห็นแก่ตัวแล้ว ยังมีอีกธรรมชาติหนึ่งคือ การไปพ้นความเห็นแก่ตัว (self transcending) การปลุกเร้าธรรมชาติความเห็นแก่ตัวคือ วิถีคิดเก่าที่นำมนุษยชาติเข้าสู่สภาวะวิกฤตและความอยู่ไม่รอด วิถีคิดใหม่คือการปลุกเร้าธรรมชาติของการไปพ้นความเห็นแก่ตัว ความเห็นแก่ตัวเป็นธรรมชาติของสัตว์ การไปพ้นความเห็นแก่ตัวเป็นธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ มนุษย์ควรเปลี่ยนเครื่องวัดความเจริญใหม่ ไม่ใช่การวัดจีดีพีอันเป็นดรรชนีของความโลภ แต่ควรวัดความเจริญกันด้วยความเป็นมนุษย์ (Humanity Index) พระเจ้าอยู่หัวฯ เคยมีพระราชกระแสรับสั่งว่า "ใครจะว่า # 6 ประเทศไทยกับสันติภาพโลก ## เชยก็ช่างเขา ขอให้เราพออยู่พอกินและมีไมตรีจิตต่อกัน" สังคมตามพระราชกระแสนี้เป็นสังคมคนละแบบกับที่เป็นกันอยู่ "ใครจะว่าเชย" คือไม่เป็นไปตามสมัยนิยม (อันขับเคลื่อนด้วยโลภจริต โมทจริต) การมีพออยู่พอกินและมีไมตรีจิตต่อกัน หมายถึงความเมตตา และ การอยู่ร่วมกันนี้ คือสันติสังคม หรือสังคมโดยธรรม นับว่ามีสายพระเนตร กว้างยาวไกล และเปี่ยมด้วยธรรม พี่น้องคนไทย และเพื่อนร่วมโลก ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปลี่ยนวิถีคิด ใหม่ ออกจากโมทภูมิ ไปสู่มนุษยภูมิ ด้วยการมีจิตสำนึกใหม่ที่เห็นความ เป็นหนึ่งเดียวของเพื่อนมนุษย์ทั้งโลก มีความเมตตาต่อกัน นำความเอื้อ อาทรและเกื้อกูลเพื่อการอยู่ร่วมกันเข้ามาแทนที่การแย่งชิงหรือโลภจริตเสรี เพื่อความไพบูลย์แห่งความเป็นมนุษย์ เพื่อสันติภาพ สันติสุข และความอยู่ รอดของมนุษยชาติทั้งโลก 15 กันยายน 2544 # การเคลื่อนไหว เพื่อสันติภาพทั่วโลก (World Peace Movement) ## การขาดสันติภาพคือ อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ของ ความเจริญ ผมได้พยายามเตือนเป็นเวลากว่า 10 ปีก่อนสิ้นศตวรรษ ที่แล้วว่า "การขาดสันติภาพจะเป็นอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ของความเจริญ ในศตวรรษหน้า" แต่ก็หาคนเข้าใจยาก เหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544 และสงครามที่กำลังจะตามมาคงเขย่าคนทั้งโลกให้เห็น ความสำคัญของสันติภาพ เมื่อชีวิตของคนทั้งโลกได้ผูกโยงกันเข้าเป็นระบบเดียว โดยมีศูนย์กลางอำนาจอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เหตุร้ายใด ๆ ที่เกิดกับ สหรัฐอเมริกาก็ส่งผลร้ายไปทั่วโลก เมื่อศูนย์อำนาจทางการเงินที่ นิวยอร์กพัง ปัญหาทางเศรษฐกิจการเงินก็กระแทกไปหมดทั้งโลก เมื่อ พญาอินทรีย์กำลังเคลื่อนกำลังอาวุธมโหฬารจะไปถล่มอัฟกานิสถาน 8 ประเทศไทยกับสันติภาพโลก ได้เกิดความหวาดวิตกกังวลกันโดยทั่วไป ไม่มีใครสงสัยในมหิทธานุภาพ สหรัฐอเมริกาเลยว่าสามารถกล่อมประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือหลายประเทศ ให้ราบเป็นหน้ากลอง แต่ลองพิจารณาดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น โดยมองให้ชัด ๆ ว่าอเมริกันกำลังสู้กับอะไร ## อเมริกันกำลังสู้กับ DBL DBL คืออะไร จากกรณีผู้ก่อการร้ายขับเครื่องบินพุ่งเข้าชนตึก เวิลด์เทรด ตึกเพนตากอน และอาจเกือบชนทำเนียบขาวด้วยนั้น บอกเรา ว่ามีคนที่คิดว่า "ตายดีกว่าอยู่" (Dying is Better than Living) คนที่ คิดว่าตายดีกว่าอยู่ หรือดีบีแอล คงจะมีจำนวนมาก และจะมีมากยิ่งขึ้น คนที่ไม่กลัวตายหรือต้องการตายนั้นเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าอาวุธ ใด ๆ สหรัฐอเมริกายิ่งบอมบ์ยิ่งไล่ล่ายิ่งเพิ่มจำนวนดีบีแอลแตกกระจาย และแทรกซึมทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา และคนเหล่านี้อาจมี ระเบิดนิวเคลียร์เข้าสักวันหนึ่ง ลูกระเบิดนิวเคลียร์ที่หายไปตอนโซเวียตแตก 100 ลูกขณะนี้อยู่ที่ไหน พลูโตเนียมเป็นต้น ๆ ที่หายไปคราวเดียวกัน ขณะ นี้ตกไปอยู่ในมือใครที่กำลังประกอบลูกระเบิดนิวเคลียร์อยู่หรือไม่ ถ้าวัน หนึ่งนิวยอร์กและวอชิงตันดี.ซี. โดนดีบีแอลวางระเบิดนิวเคลียร์ มิเก็ตกลียุค กันไปทั้งโลกหรือ ## สงครามและกลียุคอาจหลีกเลี่ยงไม่พ้น ในยุคสงครามเย็นที่เสี่ยงจะเกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐ อเมริกาและโซเวียตรัสเซียเมื่อ 20 ปีก่อน ได้มีความเคลื่อนไหวต่อต้าน สงครามนิวเคลียร์โดยองค์กรหนึ่งที่เรียกว่า International Physicians for the Prevention of Nuclear War (IPPNW) ซึ่งเริ่มโดยแพทย์โรคหัว ใจชาวรัสเซีย และชาวอเมริกันร่วมกัน ต่อมามีสมาชิกหลายแสนคน ผมเคยไปประชุมร่วมกับเขาครั้งหนึ่ง องค์กรนี้ต่อมาได้รับรางวัลโนเบล การเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพทั่วโลก 9 ด้านสันติภาพ ในขณะที่เงาหมึนของสงครามและกลียุคกำลังทาบโลกอยู่ มนุษย์ทั่ว โลกควรจะจับมือกันรณรงค์เพื่อสันติภาพ ไม่ว่าจะเป็นประเทศใด ศาสนาใด อาชีพใด เพราะเรามีชะตากรรมร่วมกัน และอนาคตร่วมกันคือสันติภาพ กลุ่ม และองค์กรต่าง ๆ ไม่ว่าในชื่อใดล้วนทำงานเพื่อสันติภาพ ไม่ว่าจะเป็นองค์กร ด้านเด็ก สตรี สิ่งแวดล้อม ความยุติธรรม สิทธิมนุษยชน การต่อสู้เพื่อ คนจน องค์กรทางศาสนา ฯลฯ ทั้งหมดแท้จริงแล้วเพื่อสันติภาพ และถ้า ปราศจากสันติภาพ งานของแต่ละองค์กรเหล่านั้นก็เป็นไปไม่ได้เลย ยามวิกฤตเป็นโอกาสของมนุษย์ทั่วโลกที่จะจับมือกันเคลื่อนไหว เพื่อสันติภาพ เพราะสันติภาพเป็นร่มที่ใหญ่มาก ครอบคลุมไปถึงความถูก ต้องในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องศีลธรรมพื้นฐาน สิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจที่เป็นธรรม ความยุติธรรม วัฒนธรรม ศาสนา การศึกษา โดยรวมคือวิถีการอยู่ร่วมกันอย่างเจริญมนุษย์ทั่วโลกควรจับมือกัน เคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพ ซึ่งนอกจากเพื่อกระตุ้นจิตสำนึกเรื่องสันติภาพ เรียกร้องให้เจรจากันด้วยสันติภาพ ส่งคนที่สามารถเจรจาเพื่อสันติภาพเข้า ช่วยถอดสลักความขัดแย้งที่อาจจะเปิดเป็นความรุนแรงแล้ว ยังต้องทำงาน ร่วมกันในการสร้างวิถีการอยู่ร่วมกันอย่างเจริญทั้งโลก การเคลื่อนไหวเพื่อ สันติภาพทั้งโลกจะทำให้โลกดีกว่าก่อนเกิดวิกฤต จึงควรที่ประเทศต่าง ๆ และองค์กรระหว่างประเทศทุกชนิดจะส่งเสริมสนับสนุนการเคลื่อนไหวเพื่อ สันติภาพโลก ## ประเทศไทยมีจุดแข็งในเรื่องนี้ คนไทยและรัฐบาลไทยควรถือเป็นโอกาสที่จะเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพ โลก นอกจากกลุ่มและองค์กรต่าง ๆ จะรวมตัวกันเคลื่อนไหวแล้ว รัฐบาล ควรจะเข้ามาเป็นผู้นำในเรื่องนี้ โดยชี้นำทิศทาง ขอให้องค์กรต่าง ๆ เข้ามา ทำงานเรื่องนี้ เช่น คณะสงฆ์ ศาสนาอื่น ๆ องค์กรเอกชน สื่อ และทาง ราชการทั้งหมด นอกจากนั้นรัฐบาลควรเสนอต่อรัฐสภาให้ออกกฎหมายตั้ง 10 ประเทศไทยกับสันติภาพโลก "มูลนิธิสันติภาพแห่งประเทศไทย" (Thailand Peace Foundation) ให้ เป็นองค์กรที่มีพลังมากในการที่คนไทยและประเทศทั่วโลกจะใช้เป็นเครื่องมือ ร่วมกับเครือข่ายเพื่อสันติภาพทั้งโลก เคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพโลก คนไทยมีวัฒนธรรมที่เป็นจุดแข็งเพื่อการเคลื่อนไหวสันติภาพโลก ขอให้คนไทยใช้จุดแข็งนี้เพื่อประโยชน์แก่โลกในการสร้างสันติภาพ 24 กันยายน 2544 # บทบาทของ ประเทศไทย ในรอยร้าวอันตรายของโลก ## โลกไร้สันติภาพ ### โลกไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว นับตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2544 เป็นต้นมา โลกไม่เหมือนเดิมแล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกาอันเกรียงไกรไพบูลย์ถูกโจมตีเชิงสัญลักษณ์อย่างโหดเหี้ยมที่สุด ความแค้นของอเมริกันพุ่งถึงฟ้าและมีมหิทธานุภาพใหญ่โตที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติที่จะแก้แค้น สงครามระหว่างอเมริกันและพันธมิตรกับผู้ก่อการร้าย เป็นความชอบธรรมก็จริง แต่เป็นสงครามแบบใหม่โดยสิ้นเชิง เป็นสงครามระหว่างมหาอาวุธยุทโธปกรณ์กับคนมือเปล่า แต่คนมือเปล่าพันธุ์ใหม่ที่เรียกว่า DBL กล่าวคือ คน 12 ประเทศไทยกับสันติภาพโลก จำนวนหนึ่งถูกบีบคั้นเสียจนคิดว่า "ตายดีกว่าอยู่" หรือ DBL (Dying is Better than Living) คนเหล่านี้มีมากและจะมีมากขึ้น ดิบีแอลนี้เองที่กล้าขับเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดและตึกเพนตากอน และคงกล้าทำอื่นๆ อีกมาก เพราะ "ตายดีกว่าอยู่" โลกจึงไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว จะเดินทางก็กลัวเครื่องบินถูกจี้ หรือถูกขับไปชนอะไร ไม่รู้จะมีวินาศกรรม หรือฆาตกรรมอะไร หรือจะโดนระเบิดนิวเคลียร์ หรือระเบิดเคมี หรือระเบิดเชื้อโรคขึ้นเมื่อไร คนมุสลิมจะรวมตัวกันทำสงครามศาสนาหรือจิตอาห์รือไม่ ฯลฯ แม้เป้าหมายจะเป็นสหรัฐอเมริกาเป็นส่วนใหญ่ แต่ในเมื่อเศรษฐกิจและอำนาจรวมศูนย์อยู่ที่สหรัฐอเมริกา ความกระทบกระเทือนทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และอาจเป็นสงครามด้วย จึงแผ่ขยายทั่วโลกจนอาจลุกลามเป็นมิคสัญญีกลียุค ## ชนวนความขัดแย้งใหญ่ 3 ประการ การจะสร้างสันติภาพได้ต้องเข้าใจชนวนความขัดแย้งใหญ่ 3 ประการคือ (1) กระแสความเกลียดชังอเมริกัน (2) การปะทะกันระหว่างอารยธรรมตะวันตกกับอารยธรรมอิสลาม (3) ความขัดแย้งรุนแรงในตะวันออกกลาง ควรทำความเข้าใจชนวนของความขัดแย้งใหญ่ 3 ประการนี้ (1) กระแสความเกลียดชังอเมริกัน กระแสความเกลียดชังอเมริกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความเกลียดชังทำให้เกิดการทำร้าย ความเกลียดชังที่เข้าไปสู่มโนสำนึกทำให้ไม่กลัวตาย การที่จะทำร้ายอย่างไม่กลัวตายทำให้เกิดความรุนแรงโหดเหี้ยมโดยคาดไม่ถึง ดังที่เกิดขึ้นเมื่อ 11 กันยายน 2544 และก็จะยังมีต่อไปอีกตราบเท่าที่กระแสความเกลียดชังยังไม่ได้รับการถอดชนวน โดยสภาพอเมริกันจะเป็นเป้าของการถูกเกลียดชังอย่างหลีกเลี่ยง ไม่พ้น เพราะโลกทั้งโลกรวมศูนย์อำนาจทางเศรษฐกิจ การเมือง และการทหาร อยู่ที่ขั้วเดียวคือที่สหรัฐอเมริกา ตามปกติคนเกลียดคนที่มีอำนาจอยู่แล้ว คนเราเมื่อมีความทุกข์ก็จะต้องโทษใครสักคน โดยเฉพาะคนที่มีอำนาจขณะนี้คนทั่วโลกมีความทุกข์กายทุกข์ใจเพราะความบีบคั้นด้วยประการต่าง ๆ และก็มีคนคิดกันมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าความทุกข์ความบีบคั้นของเขามาจากมหาอำนาจตะวันตกที่มีความโลภอย่างไม่หยุดยั้ง ใช้ความได้เปรียบและความแข็งแรงของตนรุกราน แย่งชิง บีบคั้นประเทศอื่น ๆ ด้วยประการต่างๆ แม้แต่ผู้ประกอบการรายย่อยก็ถูกกระทบกระเทือนเดือดร้อนโดยทั่วไป ความทุกข์ร้อนเหล่านี้ย่อมเพราะความเกลียดชังมหาอำนาจตะวันตกมากขึ้นเรื่อยๆ และสหรัฐอเมริกาคือหัวขบวนของมหาอำนาจตะวันตก คนมีอำนาจแล้วหยิ่งโสโอทั้ง ก้าวร้าว ทำตามอำเภอใจ ข่มขู่ประเทศอื่น แบบที่เรียกว่า "ใช้อำนาจอย่างปราศจากวัฒนธรรม" ยิ่งก่อให้เกิดความหมั่นไส้เกลียดชังเพิ่มขึ้นอีก ที่จริงคนอเมริกันดี ๆ มีเยอะ แต่ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ฉายภาพของอำนาจที่ขาดวัฒนธรรมออกไป เพราะอำนาจทางการเมืองถูกยึดกุมโดยกลุ่มเหยี่ยว (2) การปะทะกันระหว่างอารยธรรมตะวันตกกับอารยธรรมอิสลาม เมื่อแผ่นเปลือกโลกใต้ดิน (tectonic plates) ปะทะกันย่อมเกิดความรุนแรงแบบถล่มทลาย เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ฉันใด เมื่อแผ่นดินอารยธรรม (civilization plates) ขนาดใหญ่ปะทะกัน ย่อมเกิดความรุนแรงแบบถล่มทลาย เรื่องการปะทะกันระหว่างสองอารยธรรมใหญ่คือ อารยธรรมตะวันตกกับอารยธรรมอิสลามได้มีผู้พูดถึงกันมาก เช่น Mc World กับ Jihad บ้าง Clash of Civilizations บ้าง แมคเวิลด์ หมายถึงอารยธรรมทุนนิยมตะวันตก จิฮาด หมายถึง สงครามศาสนาของชาวมุสลิม อารยธรรมตะวันตกกับอารยธรรมอิสลามดูจะต่างกันคนละขั้ว ตะวันตก เป็นพวกทุนนิยม วัตถุนิยม นิยมเสรีภาพที่จะแสวงหา 14 ประเทศไทยกับสันติภาพโลก ผลประโยชน์และแสวงหากามสุขทางเนื้อหนังมังสา (hedonism) หรือเป็น พวกกามสุขัลลิกานุโยค อิสลาม เป็นพวกที่เคร่งครัดในพระผู้เป็นเจ้า พยายามควบคุม กามสุข เช่น ไม่เสพสุรา ไม่เปิดเผยเนื้อหนังมังสา ไม่นิยมการโป๊เปลือย ไม่นิยมการคิดดอกเบี้ยเพราะถือเป็นการขูดรีด กระเดียดไปทางเป็น อัตตกิลมถานุโยค สองอารยธรรมต่างกันคนละชั่ว จึงเกลียดกลัวซึ่งกันและกัน คน มุสลิมต้องการรักษาวิถีชีวิตของตน ไม่อยากให้แปดเปื้อนด้วยบาปกรรมแบบ ตะวันตก และเห็นว่าฝรั่งเป็นพวกนอกศาสนา (infidel) ตะวันตกย่อมเห็น ความเคร่งของมุสลิมเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับวิถีชีวิตและผลประโยชน์ของตน ถ้ามุสลิมรวมตัวกันได้ย่อมอันตรายต่ออารยธรรมตะวันตก ตะวันตกโดย เฉพาะอเมริกัน โดยอาศัยอิทธิพลทางการสื่อสารของโลกที่ตนมีอำนาจได้วาด ภาพอันเลวร้ายของมุสลิมให้เกินเลยความจริง ภาพของมุสลิมที่โลกเข้าใจไม่ น้อยมาจากการสร้างภาพโดยตะวันตก มุสลิมย่อมรู้สึกว่าตนถูกตะวันตก บีบคั้นทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การทหาร และการสื่อสาร การที่ สหรัฐอเมริกาสนับสนุนให้ตั้งประเทศอิสราเอลในปาเลสไตน์ก็ถือว่าเพื่อบ่อน ทำลายพลังของมุสลิม ปกติการที่ชนชาติใดชาติหนึ่งที่ถูกผลักหรือถูกแย่ง หรืออพยพจากดินแดนใดดินแดนหนึ่งไปนานพอสมควร ไม่สามารถที่จะ ฝันจะกลับไปตั้งประเทศ ณ ที่เดิม เพราะมันทำไม่ได้ เช่น คนไทยจะกลับ ไปตั้งประเทศในประเทศจีน เขมรจะมาตั้งประเทศในประเทศไทย คน อินเดียนแดงจะขอทวีปอเมริกาคืนเพื่อเป็นประเทศอินเดียนแดง ฯลฯ เหล่า นี้ทำไม่ได้ แต่คนยิวซึ่งจากปาเลสไตน์ไปเป็นพันปีแล้วคิดว่าทำได้ที่จะกลับ ไปตั้งประเทศอิสราเอล เพราะยิวเก่งกว่าคนอื่น สหรัฐอเมริกาก็สนับสนุนให้ ยิวทำเช่นนั้น คนอาหรับจึงเห็นสหรัฐอเมริกาเป็นมหาศัตรูที่จะอยู่ร่วมโลก เดียวกันไม่ได้ และบางคนจึงคิดว่าถ้าบีบคั้นกันจนไม่มีทางออกก็ "ตายเสียดี กว่าอยู่" ก็ดีบีแอลนี้แหละจึงขับเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดได้ การปะทะกันระหว่างอารยธรรมตะวันตกกับอารยธรรมอิสลามเป็น บทบาทประเทศไทยในรอยร้าวอันตรายของโลก 15 เรื่องที่มีรากทางอุตมการณ์อื่นแตกต่างกันอย่างลึก จึงรุนแรง การที่โลกจะมี สันติภาพได้จะต้องถอดชนวนนี้ให้ได้ (3) ความขัดแย้งรุนแรงในตะวันออกกลาง ตั้งแต่ตั้งประเทศอิสราเอลในปาเลสไตน์ในปี ค.ศ. 1948 ก็เกิด สภาวะสงครามระหว่างยิวกับอาหรับปาเลสไตน์เรื่อยมา สงครามและการ ตอบโต้กันด้วยความรุนแรงได้ผลาญชีวิตและทรัพย์สินของทั้งสองฝ่ายลง มากมาย และเป็นสถานการณ์ที่เพาะความเกลียดชังระหว่างคนสองเชื้อชาติ และเชื่อมโยงไปสู่ผู้ที่สนับสนุนของแต่ละฝ่าย ปริมาณของความเกลียดชังนำ ไปสู่ความรุนแรงใด ๆ ก็ได้ ชนวนความขัดแย้งใหญ่ทั้ง 3 ประการดังกล่าวข้างต้นมีความ เกี่ยวข้องสัมพันธ์จึงควรได้รับการแก้ไขไปพร้อมกัน ## การถอดชนวนความขัดแย้งใหญ่ 3 ประการ การจะแก้รอยร้าวอันตรายของโลก (world dangerous rift) จำเป็น ต้องถอดชนวนความขัดแย้งใหญ่ 3 ประการดังกล่าวข้างต้น กล่าวคือ (1) แก้กระแสความเกลียดชังอเมริกัน คือการปรับตัวของ สหรัฐอเมริจาจากการเป็นขั้วอำนาจทางเศรษฐกิจ การเมือง และการทหาร กลายเป็นผู้นำในการสร้างสันติภาพ โดยการกระจายอำนาจไปทั่วระบบโลก ให้ โลกมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและอารยธรรม พึ่งตนเองได้ เอื้ออาทร และเรียนรู้จากกัน โดยมุ่งการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ไม่ใช่มุ่งกำไรสูงสุด โลก จะเกิดอารยธรรมใหม่ เป็นอารยธรรมแห่งการอยู่ร่วมกันทั้งโลก เป็น โลกาภิวัตน์ที่เจริญ หรือโลกาภิวัตน์ศีริอาริยะ มีคนอเมริกันไม่ใช่น้อยที่คิดสร้างสรรค์ทำนองนี้ อเมริกันต้องการ เพื่อนในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความสร้างสรรค์ ความเกลียดชังและความ รุนแรงต่อสหรัฐอเมริกายิ่งจะทำให้ฝ่ายเหยี่ยวมีพลังเหนือฝ่ายรักสันติ ทั่วโลก ควรร่วมมือกับคนอเมริกันที่สร้างสรรค์ เป็นเพื่อนกัน เพื่อให้สหรัฐอเมริกา เป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่สันติภาพ กระแสเกลียดจะกลายเป็น 16 ประเทศไทยกับสันติภาพโลก กระแสรักสหรัฐอเมริกา (2) การลดการประกันระหว่างอารยธรรมตะวันตกกับ วัฒนธรรมอิสลาม ควรลดการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในทางเป็นปฏิปักษ์ ต่อกัน หรือการทำร้ายกันด้วยวาจา แต่ละฝ่ายมีสิทธิที่จะพัฒนาไปตาม ความเชื่อและทัศนคติของตน มีความเห็นใจ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วม มือกันในเรื่องที่สามารถร่วมมือกันได้ ต้องถือว่าพระเจ้าของทั้งสองฝ่ายคือ พระเจ้าองค์เดียวกัน พระผู้เป็นเจ้าทรงความเป็นทั้งหมด ไม่ใช่พระเจ้าของ เผ่าพันธุ์ใดเผ่าพันธุ์หนึ่งเท่านั้น มนุษย์จะต้องพยายามไปให้ถึงอุดมคติตาม วจนะขอท่านมหาตามะคานธีที่ว่า "โลกทั้งสองพี่น้องกัน" (3) การแก้ความขัดแย้งรุนแรงในตะวันออกกลาง ความขัดแย้ง ระหว่างอิสราเอลกับอาหรับปาเลสไตน์ที่ดำเนินมากว่าครึ่งศตวรรษแล้วนั้น บัดนี้ ไม่มีทางออกอื่นใด นอกจากการยอมรับการมีและดำรงอยู่ของ 2 ประเทศคือ ประเทศปาเลสไตน์ และประเทศอิสราเอล อย่างยุติธรรม และสันติ ชาวโลก ควรสนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ เพื่อขจัดการเพาะเชื้อความเกลียด ชังอันตราย ในระยะแรกควรมีกองกำลังรักษาความสงบของสหประชาชาติ เป็นฉนวนกันกระทบระหว่างสายเหยี่ยวจากทั้งสองฝ่ายที่ไม่ต้องการตกลง กันด้วยสันติ ทั้ง 3 เรื่องเป็นเรื่องยากสุด ๆ แต่มนุษย์ก็ไม่มีทางเลือก นอกจาก เผชิญกับความยากและช่วยกันแก้รอยร้าวอันตรายของโลก ทำไมประเทศไทยเหมาะจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ย เพื่อสันติภาพ การถอดชนวนความขัดแย้งใหญ่ 3 ประการ ที่กล่าวมาต้องการผู้ส่ง เสริมการเจรจาไกล่เกลี่ย (mediator) สหรัฐอเมริกาถึงจะเป็นมหาอำนาจก็ ทำหน้าที่นี้ไม่ได้เพราะมีส่วนเป็นคู่กรณี ประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ ก็ไม่ได้ เพราะจะขาดความไว้วางใจ สหประชาชาติควรจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยที่ดี แต่ สหประชาชาติอยู่ใต้อิทธิพลของประเทศมหาอำนาจ ฉะนั้น ประเทศที่จะเข้า มาทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยควรเป็นประเทศเล็ก มีความเป็นกลาง และมีภูมิหลัง ความสามารถแห่งชาติในการแก้ข้อขัดแย้งด้วยสันติวิธี **ประเทศไทยมีคุณสมบัติด้านของการเป็นผู้ไกล่เกลี่ย** กล่าวคือไม่มีทางหรือมีความทะเยอทะยานที่จะเป็นประเทศ มหาอำนาจ มีวัฒนธรรมเปิด ไม่มีความรู้สึกรุนแรงต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และ มีภูมิหลังความสามารถแห่งชาติในการแก้ความขัดแย้งด้วยสันติวิธีมาใน ประวัติศาสตร์ เช่น (1) มีความใจกว้างทางศาสนา ไม่ว่าศาสนาใด ๆ มาก็ยอมรับให้ทำการ สั่งสอนได้ พระเจ้าแผ่นดินเข้ามาเป็นองค์อุปถัมภ์เสียอีก ทุกศาสนาอยู่ด้วย ความร่มเย็นเป็นสุขบนแผ่นดินไทย ไม่มีการฆ่าฟันกันเพราะศาสนาเลย (2) เมื่อมหาอำนาจตะวันตกเข้ามาล่าอาณานิคม ประเทศไทยเป็น ประเทศเดียวที่ไม่ตกเป็นเมืองขึ้น เพราะใช้การเจรจาทางการทูต (3) ในวันสถาปนาสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ กลุ่มแบล็กเซพ- เทมเบอร์ยึดสถานทูตอิสราเอล คนไทยที่เข้าไปเจรจามี พล.อ.อ.ทวี จุลทรัพย์ และ พล.อ.ชาติชาย ชุณณะวัณ รวมอยู่ด้วย คงพอนึกออกถึงลีลาและความ เป็นกันเองของคนไทยเหล่านี้ ไม่เคยมีมาก่อนหน้านั้นเลยว่า กลุ่มนี้ยึดที่ ไหนแล้วจะไม่มีความตายเกิดขึ้น แต่ที่ประเทศไทยนี้เขายอมออกไปโดยไม่ มีการฆ่า (4) ในความขัดแย้งในทางอุดมการณ์เรื่องคอมมิวนิสต์ จนคนไทย จำนวนหนึ่งเข้าป่า และจับอาวุธขึ้นประทัดประหารกัน คนไทยสามารถยุติ ความขัดแย้งอย่างไม่มีประเทศไหนทำได้ เดี๋ยวนี้คนที่เคยเข้าป่ามาเป็นนัก การเมืองก็มี นักธุรกิจก็มี นักวิชาการก็มี ที่ไหนทำได้อย่างนี้บ้าง (5) ประเทศไทยกับลาวเคยขัดแย้งถึงกับรบกันที่ชายแดน แต่กลับ ตัวอย่างรวดเร็ว แม่ทัพสองฝ่ายมากอดกัน ไทยกับลาวมีไมตรีจิตต่อกัน พระเจ้าอยู่หัวฯ ยังเคยเสด็จไปประทับค้างคืนในกรุงเวียงจันทน์ สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จลาวหลายครั้ง คนลาวรักพระเจ้าอยู่หัวฯ ของ เราประดุจเจ้ามหาชีวิตของเขา คนเผ่าไทย-ลาวเป็นเผ่าเดียวกันและเป็นชน 18 ประเทศไทยกับสันติภาพโลก เผ่าที่มีวัฒนธรรมบางอย่างสูงกว่าวัฒนธรรมตะวันตก เหล่านี้เป็นตัวอย่างที่แสดงถึงภูมิหลังความสามารถของชาติในการแก้ความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ควรที่คนไทยจะรู้และโลกควรรู้ และนำมาใช้ในการแก้รอยร้าวอันตรายของโลก ## บทบาทของประเทศไทยและคนไทย รัฐบาลไทยจะทำเรื่องนี้เองได้ยาก เพราะรัฐบาลยากที่จะหลีกเลี่ยงจากการตกอยู่ใต้อิทธิพลของสหรัฐอเมริกา ทำให้ไม่เป็นที่ไว้วางใจได้แต่รัฐบาลสามารถสนับสนุนให้มีองค์กรที่เป็นอิสระ คือ การตั้ง "มูลนิธิ สันติภาพแห่งประเทศไทย" (Thailand Peace Foundation) เมื่อตั้งแล้วก็มีความเป็นอิสระ มูลนิธิจะเป็นเครื่องมือให้คนไทยใช้เป็นเครื่องส่งเสริมให้ชาวโลกมาร่วมมือกันแก้ไขข้อขัดแย้งใหญ่ 3 ประการที่กล่าวถึง ซึ่งเป็นระเบียบวาระใหญ่ของโลก มีคนไทยที่เหมาะสมที่จะทำงานเรื่องสันติภาพจำนวนมาก เช่น นายอานันท์ ปันยารชุน นายโคทม อารียา ศาสตราจารย์สุมน อมรวิวัฒน์ แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต นายชัยวัฒน์ สถาอานันท์ นายมาร์ค ตามไห นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ฯลฯ ยังมีคนที่เหมาะสมอีกมาก เพียงยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่าเรามีคนที่มีศักยภาพที่จะเคลื่อนไหวเพื่อสันติภาพโลกได้ รัฐบาลไทยไม่ควรพลาดโอกาสนี้ รัฐบาลควรเสนอ พ.ร.บ. ต่อรัฐสภา เพื่อตั้ง "มูลนิธิสันติภาพแห่งประเทศไทย" ถ้ารัฐบาลนำความกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระกรุณาให้มูลนิธิอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะยิ่งเป็น บทบาทประเทศไทยในขอร้าวอันตรายของโลก 19 มงคลและเพิ่มศักยภาพ รัฐบาลสามารถสนับสนุนงบประมาณ และอำนวย ความสะดวก ให้คนไทยและประเทศไทยมีบทบาทสร้างสันติภาพโลก ประเทศ ไทยจะเปลี่ยนฐานะจากเด็กเป็นผู้ใหญ่ เพราะเปลี่ยนจากการเป็นผู้ขอเป็น ผู้ให้ และถ้าโลกร่วมกันสร้างสันติภาพได้ โลกนี้จะเป็นโลกใหม่ ที่ออกจาก มิคสัญญีกลียุคไปเป็นโลกแห่งสันติภาพที่ "โลกทั้งผองพี่น้องกัน" ตาม วจนะของท่านมหาตมะคานธี และตามคำสอนของศาสตาทุกศาสนา 4 ตุลาคม 2544 # อย่าทำลาย สถานะความเป็นประเทศแห่งสันติภาพ ## ภายหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 โลกกำลังเกิดมิคสัญญีกลียุค สหรัฐอเมริกาซึ่งเคยเป็นเหมือน สรวงสวรรค์ของคนมีเงิน กำลังตกอยู่ใต้ความหวาดกลัว คนไม่ กล้าเดินทางโดยเครื่องบินกำลังเผชิญกับสงครามประสาทด้วยเชื้อ โรคแอนแทร็กซ์ ซึ่งยังไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร บอมบ์แต่ละลูกที่ทิ้งใน อัฟกานิสถาน ก็ทำให้เกิดการฟุ้งของกระแสความเกลียดชังอเมริกัน ในโลกมุสลิม และสามารถไปนอกโลกมุสลิมด้วย เป็นที่หวั่นเกรง กันว่าวันหนึ่งสหรัฐอเมริกาอาจโดนระเบิดนิวเคลียร์ เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ และการมีสหรัฐอเมริกาก็กระทบ โลกทั้งโลก ภายหลัง 11 กันยายน 2544 โลกทั้งโลกไม่เหมือนเดิม อีกต่อไปแล้ว โดยมี 2 ช่วง ช่วงแรกจะเป็นมิคสัญญีเพราะการ อย่าทำลายสถานะความเป็นประเทศแห่งสันติภาพ 21 เปลี่ยนแปลง ช่วงสองโลกมนุษย์อาจดีขึ้น หากมนุษย์เปลี่ยนวิถีใหม่โดยชั้นเชิง ท่ามกลางมิดสัญญีของโลก ประเทศไทยค่อนข้างปลอดภัย ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใจกว้างในเรื่องศาสนาอย่างหาได้ยากใน โลกมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ศาสนาอะไรจะเข้ามาก็ยอมรับให้เข้ามาตั้ง สิ่งสอนได้ ไม่ทำร้าย มิหนำซ้ำพระเจ้าแผ่นดินซึ่งทรงเป็นพุทธมามะยังทรง ให้การอุปถัมภ์แก่ศาสนาต่างๆ เสียอีก ทำให้อยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีความ ร่มเย็น ไม่มีการฆ่ากันเพราะศาสนาในประเทศนี้ นี้เป็นทุนทางสังคมอย่างสูง ที่คนไทยได้ลงทุนกันไว้ ในขณะที่ในประเทศและภูมิภาคต่างๆ ความขัดแย้งและความรุนแรง ในเรื่องศาสนาก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต ทั้งเศรษฐกิจ จิตใจ โอกาส การพัฒนา และอาจเป็นชนวนให้โลกทั้งโลกไร้สันติภาพ การที่ไทยมีสันติภาพ แม้แต่เครื่องบินไทยขณะนี้ก็มีคนชาติต่างๆ นิยมนั่งกันมาก เพราะรู้สึกว่ามีความปลอดภัย โลกยิ่งร้อนก็จะยิ่งมีคนอยาก มาเที่ยวประเทศไทย และหนีร้อนมาพึ่งเย็นกันมากขึ้น สันติภาพจึงลดต้นทุน (cost) และก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม (value added) ที่แล้วมาเราหน้ามืดตามัว (โมหจริต) เห็นแต่ทุนที่เป็นเงิน (ของ ต่างชาติ) เท่านั้น ไม่เห็นทุนที่เป็นความดีของตัวเอง เหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 ควรจะกระตุกให้เราออกจากโมหจริต สถานะแห่งความเป็นประเทศแห่งสันติภาพของเรามีความสำคัญยิ่ง ต่อตัวเราเองและต่อโลก เราควรจะรักษาและเพิ่มพูนสถานภาพแห่งสันติ ภาพของประเทศไทย คนไทยและรัฐบาลของคนไทยควรจะยึดมั่นในแนว ทางสันติภาพ และประกาศให้ก้องโลกว่าสันติภาพเป็นทิศทางของประเทศ ไทย ในการพัฒนา * เศรษฐกิจ * สังคม * วัฒนธรรม 22 ประเทศไทยกับสันติภาพโลก * การศึกษา * การสื่อสาร * ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ควรจะใช้การสร้างสันติภาพเป็นแนวทางชี้นำ และเราควรสร้างคนไทยที่เป็นนักสันติภาพเพื่อส่งเสริมสันติภาพทั้งในประเทศและในโลก ที่ทำให้ประเทศไทยปลอดภัยอีกประการหนึ่งคือ เราผลิตอาหารได้เหลือกิน ไม่ว่าโลกจะปั่นป่วนผันผวนลำบากลำบนแค่ไหน ถ้าเรามีสันติภาพและมีอาหารการกินอิ่มเสียอย่าง เราอยู่ได้สบาย การมีกินไม่พอก็เป็นต้นเหตุแห่งการแย่งชิงและการไร้สันติภาพ สถานะแห่งความเป็นประเทศแห่งสันติภาพ และการมีอาหารพอเพียงคือจุดแข็งหรือป้อมปราการของเรา เราต้องรักษาสถานะนี้ไว้ให้ได้ และพัฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้น สิ่งที่จะทำลายสถานะความเป็นประเทศแห่งสันติภาพของเราคือ ความโลภ การที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศจะเดินทางไปสหรัฐอเมริกาปลายเดือนนี้นั้น ต้องมีสติ อย่าหลงไปฮุบเหยื่อที่เขาอ่อย กรุณาช่วยกันจำไว้ด้วยว่าความโลภจะทำให้ทำลายประเทศ ประเทศไทยไม่ควรพัฒนาไปตามเส้นทางเดิมอีกแล้ว การที่ยังพร่ำเพ้อคร่าครวญถึงอัตราความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนจากต่างประเทศ แสดงว่ายังมีวิถีคิดแบบเดิม วิถีคิดและแนวทางที่พาให้โลกทั้งโลกทุกข์ร้อนแสนสาหัสอย่างที่เห็น ๆ กัน "ขอให้เราพออยู่พอกิน และมีไมตรีจิตต่อกัน" ตามกระแสพระราชดำรัสนั้นเป็นโลกอีกชนิดหนึ่งเลย เป็นโลกที่คำนึงถึงกันและกัน และจัดการให้พออยู่พอกินโดยทั่วกันและมีไมตรีจิตต่อกัน จะไม่น่าอยู่กว่าโลกที่เต็มไปด้วยโลภะ โทสะ โมทะ แข่งขัน ทอดทิ้ง ทำร้าย และทำลายกันจนจะเป็นบ้าเป็นหลังอย่างที่ผ่านมาดอกหรือ ด้วยสถานะของการเป็นประเทศแห่งสันติภาพ และผลิตอาหารได้ อย่าทำลายสถานะความเป็นประเทศแห่งสันติภาพ 23 เหลือกิน เรามีโอกาสสูงมากที่จะสร้างโลกอีกแบบหนึ่ง อันเป็นโลกที่เจริญ ไม่ ใช่โลกแห่งโมหภูมิดังที่เป็นกันทั้งโลก เป็นโลกแห่งเศรษฐกิจพอเพียง โลก แห่งความมีน้ำใจ พลอยู่พอกินโดยทั่วกัน มีความเอื้ออาทรและเกื้อกูลกัน เรามาช่วยกันคิดว่าเราจะสร้างทุนทางสังคม ความยุติธรรมในสังคม การใช้ ทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง พัฒนาจิตใจให้ สูง ทุนต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้ลูกหลานของเรายู่เป็นสุขและยั่งยืนมากกว่า ทุนที่เป็นเงินเท่านั้น ซึ่งไอ้ปื๊ดที่ไหนไม่รู้มันขโมยไปได้ง่ายนิดเดียวและทำให้ เราล้มทั้งยืนได้ง่าย ๆ ขอให้เพื่อนคนไทยเข้าใจสถานะความเป็นประเทศแห่งสันติภาพ ของเรา และใช้เป็นปราการสร้างประเทศที่มีสันติภาพและสันติสุข เรา สามารถพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรมออกไปได้ แต่ควรตั้งอยู่บนพื้นฐาน สันติภาพและความพอเพียงของเรา ให้เรารักษาดุลภาพไว้ได้ และสามารถ ช่วยโลกที่ตกอยู่ในโมหภูมิให้สามารถปรับตัวไปสู่เส้นทางแห่งสันติภาพได้ 5 พฤศจิกายน 2544 # คนไทยกับสันติภาพ ระวัง "ไอ้โม่งระดับโลก" ## สันติภาพเป็นทุน (capital) อันยิ่งใหญ่สำหรับ การพัฒนา การไร้สันติภาพเป็นต้นทุน (cost) ที่แพงมาก สงครามเป็นความสูญเสียทั้งทางเศรษฐกิจ ชีวิต จิตใจ สังคม ดูตัวอย่างสงครามระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ในตะวันออกกลาง สงครามระหว่างชนเผ่าในประเทศพม่า สงครามระหว่างสิงหลกับหมีฟันศรีลังกา สงครามระหว่างอินเดียกับปากีสถานที่กำลังฮึ่ม ๆ กัน ถ้าเกิดขึ้นจริง มีผู้ทำนายว่า ภายใน 10 นาที จะมีคนตาย 12 ล้านคน! ในศตวรรษที่แล้วมีคนตายไปเพราะสงครามต่าง ๆ ประมาณ 200 ล้านคน ญี่ปุ่น ในสมัยเอโด ในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1608-1868 ไม่มีสงครามทั้งภายในภายนอกประเทศเป็นเวลาถึง 260 ปี เป็น คนไทยกับสันติภาพ ระวัง "ไฮไม่ระดับโลก" 25 โอกาสแห่งการพัฒนาอันยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น สันติภาพเป็นฐานของการพัฒนา ถ้ามีสันติภาพแล้วไปลด cost ต่าง ๆ ลง ทำให้มีทุนไปพัฒนา ถ้าไร้สันติภาพ แล้ว ใช้เงินซื้อยังเกิดสันติภาพไม่ได้ ## สันติภาพเป็นทุนทางสังคมอันยิ่งใหญ่ของไทย ประเทศไทยเป็นดินแดนที่คนนับถือศาสนาต่าง ๆ เช่น พุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู สิกข์ อยู่ร่วมกันด้วยสันติอย่างมหัศจรรย์ ในขณะที่ในส่วน อื่น ๆ ของโลกที่มีความขัดแย้งรุนแรงเพราะศาสนาหรือชนเผ่า มาดแม้นว่าจะ ใช้เงินเท่าใด ๆ ก็ไม่สามารถสร้างสันติภาพได้อย่างในประเทศไทย สันติภาพจึงเป็นจุดแข็งของเราที่จะต้องรักษาไว้ และใช้เป็นเครื่องมือ ของการพัฒนา ถ้าเรามีสันติภาพกับเพื่อนบ้านเราจะลดรายจ่าย ลดการ สูญเสียชีวิตและเศรษฐกิจ แต่เป็นโอกาสแห่งการพัฒนา "อาณาบริเวณ แห่งเศรษฐกิจเงินบาท" จะขยายตัวออกไป นอกจากนั้น ถ้าเอเชียผนึกกันและ มีสันติภาพ "ขั้วเอเซีย" จะเป็นพลังที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม จะเป็นพลังถ่วงดุล และส่งเสริมให้โลกมีดุลยภาพ และสันติภาพ แต่เอเชีย เช่น จีนกับอินเดีย หรือจีนกับญี่ปุ่น จะร่วมมือกันอาจจะ ยาก เพราะภูมิหลังและความหลัง ส่วนไทยนั้นมีสัมพันธภาพที่ดีกับทุกประเทศ สัมพันธภาพที่ดีกับทุกประเทศคือ "ทุนทางสังคม" ของเราเป็นจุดแข็งของ ไทย ที่ประเทศไทยจะเข้าไปมีบทบาทเชื่อมต่อให้ประเทศจีน อินเดีย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ฯลฯ ร่วมมือกัน หรือผนึกกันเป็น "ขั้วเอเซีย" ที่ เข้มแข็งและมีสันติภาพ ## ไทยมีศักยภาพที่เป็นมหาอำนาจทางสันติภาพ และสามารถใช้ความแข็งแรงของเราในเรื่องนี้ ไปมีบทบาทนำในการผนึกกำลังเอเชีย เพื่อนคนไทยครับ เราถูกวางยาให้ดูถูกตัวเอง ว่าเราเป็นคนอ่อนแอ 26 ประเทศไทยกับสันติภาพโลก เป็นคนไม่ดี เป็นคนไม่เก่ง ถ้าเรายอมสยบอยู่กับการดูถูกตัวเอง เราจะอ่อนแอและไม่หลุดออกไปจากสภาวะวิกฤต เราจะต้องตระหนักถึงความแข็งแรงของเรา แล้วใช้ความแข็งแรงของเราไปแก้ปัญหา และพาเราไปมีบทบาทสำคัญในโลก ## ความแข็งแรงของเราอยู่ที่การเป็นประเทศสันติภาพ ประเทศไทยต้องสร้างสันติภาพในภูมิภาคและมีบทบาทในการผนึกกำลังของเอเชีย ให้สันติภาพเป็นทุนในการพัฒนาเศรษฐกิจ จิตใจ สังคมวัฒนธรรม ที่จะต้องขยายตัวออกไปเป็นโลกแห่งสันติภาพ แต่มีคนที่ไม่ต้องการให้เป็นอย่างนั้น คนกลุ่มนี้ไม่ต้องการให้ประเทศต่าง ๆ มีสันติภาพ เขาจะ "ลงทุน" สร้างสถานการณ์ สร้างข่าว ยั่วยุ ให้ประเทศต่าง ๆ เข้าใจผิด ขัดแย้ง รบพุ่ง หรือเกิดสงคราม ยิ่งเกิดสงครามคนพวกนี้ยิ่งชอบ เพราะเขาเชื่อมโยงกับพวกค้าอาวุธ คนพวกนี้โหดเหี้ยม อำมหิต ทำการฆาตกรรมผู้บริสุทธิ์ในประเทศต่าง ๆ ก็ทำมาแล้ว เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ของตน คนพวกนี้มีอำนาจมากและทำการทั่วโลก แต่คนมองไม่เห็นตัว เป็น "ไอ้โม่ง" ระดับโลก ที่ก่อการร้ายอย่างแท้จริง อย่างยากที่ประเทศต่าง ๆ จะไม่ตกเป็นเหยื่อ คนไทยจะต้องมีสติ มีปัญญา รู้เท่าทัน อย่าตกเป็นเหยื่อของ "ไอ้โม่งระดับโลก" ที่จะสร้างสถานการณ์ให้เราเกิดสถานะสงคราม โดยน่าจะทำดังนี้ 1. รัฐบาลสร้างนโยบายและยุทธศาสตร์สันติภาพ โดยให้คนไทยทั้งหมดมีส่วนร่วมสร้าง 2. คนไทยมีเอกภาพในยุทธศาสตร์นี้ มีอะไรพูดกันเป็นการภายในมีเวลาที่ภายในที่ฝ่ายต่าง ๆ จะรับรู้ข้อมูล ข่าวสาร ข่าวกรอง ให้รู้ความจริงทั่วถึงกัน อย่าพูดกันไปคนละทางสองทาง "ไอ้โม่ง" ชอบให้เราทะเลาะกันเอง 3. สื่อต่าง ๆ ต้องมีความระมัดระวังในการเสนอข่าวจากต่างประเทศ คนไทยกับสันติภาพ ระวัง "ไอ้โม่งระดับโลก" 27 เพราะ "ไอ้โม่งระดับโลก" มีอิทธิพลต่อการสื่อสารในโลกด้วย และเขาใช้ ข่าวเป็นเครื่องควบคุมคนอื่นให้ทำตามเขาโดยไม่รู้ตัว 4. รัฐบาลสร้างสัมพันธภาพทางการทูตที่ดีกับทุกประเทศ รวมทั้งมี การติดต่อเป็นการภายในด้วยความเป็นมิตรกับผู้นำประเทศต่าง ๆ เพื่อจะได้ ไม่ตกเป็นเหยื่อ เมื่อมีการสร้างสถานการณ์ขึ้น 5. คนไทยควรจะรวมตัวกันเป็นเครือข่ายของบุคคลและองค์กรที่ ทำงานทางสันติภาพอย่างกว้างขวาง โดยรัฐบาลให้ความสนับสนุน ขอให้คนไทยมีความรัก ความเมตตา มีสติ มีปัญญา มีบทบาทใน การสร้างสันติภาพ เพื่อความไพบูลย์แห่งความเป็นมนุษย์ สืบไป 8 มิถุนายน 2545 "สันติภาพโลกเป็นเรื่องที่ ครอบคลุมกว้างขวางที่สุด ตั้งแต่ วิถีคิดไปจนถึงทิศทางการพัฒนา เศรษฐกิจ การพัฒนาแบบ ทุนนิยมเสรีหรือโลภจริตเสรีได้ นำมาซึ่งความขัดแย้งและสงคราม" Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. สันติภาพเป็นทุนของการพัฒนาอันใหญ่หลวง ประเทศไทยมีทุนอันมหึมาคือ ทุนทางอาหาร และ ทุนทางสันติภาพ สันติภาพเป็นทุนของการพัฒนาอันใหญ่หลวง ไม่ว่าโลกจะปั่นป่วนอย่างไร ด้วยทุนทางอาหารและ ทุนทางสันติภาพ ประเทศไทยอยู่ได้อย่างสบาย ฉะนั้น เราควรจะรักษาทุนทั้งสองของเราไว้ และพัฒนาให้ เพิ่มพูน อีกทั้งเป็นที่พึ่งแก่โลก คนไทยมีความประนี ประนอมและทักษะในการไกล่เกลี่ย จึงควรมีบทบาท ในการเจรจาเพื่อสันติภาพของโลก ประเวศวะลี สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประเทศไทย ทับ สันติภาพโลก ศ.นพ.ประเวศ วะสี สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2002
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• สิทธิมนุษยชน
• ไทย -- ภาวะสังคม
• สันติภาพ
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2002
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้