auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

พระเจ้าอยู่หัวกับรหัสพัฒนาใหม่

chrome_reader_modeคำอธิบาย

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

พระเจ้าอยู่หัว ทับ รหัส พัฒนาใหม่ ประเวศ วะสี ป่ารู้กถาในงานประชุมวิชาการ "๖๐ ปี แห่งพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาการแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษา" โดย ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอาณัติคัด # พระเจ้าอยู่หัว กับรหัสพัฒนาใหม่ ## ประเวศ วะสี ปาฐกถาในงานประชุมวิชาการ " ๖๐ ปี แห่งพระราชกรณียกิจ เกี่ยวกับการพัฒนาการแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษา " โดย ชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ตีพิมพ์ที่โรงพิมพ์ ศรีนครินทร์ ปฐกถาในงานประชุมวิชาการ "๒๐ ปี แห่งพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาการแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษา" **พระเจ้าอยู่หัวกับรหัสพัฒนาใหม่** **ประเวศ วะสี** ISBN ๙๗๘-๕๖๖๑๔-๒-๔ พิมพ์ครั้งที่ ๑ จำนวน ๓,๐๐๐ เล่ม กรกฎาคม ๒๕๔๙ ๑๐ ๔ ๘ ๗ ๖ ๕ ๔ ๓ ๒ จัดพิมพ์โดย โรงพิมพ์ พิมพ์ดี จำกัด สำนักงานประสานงานจัดพิมพ์ เลขที่ ๑๑๖๔ ซอยพหลโยธิน ๒๒ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐ โทรศัพท์ : ๐ ๒๕๑๑-๕๘๙๙ โทรสาร : ๐ ๒๔๐๙-๒๗๓๙ www.pamase.com # พระเจ้าอยู่หัวกับรหัสพัฒนาใหม่ ## สารบาญ ๑. คำนำ / ๑ ๒. รหัสพันธุกรรม (Genetic code) กำหนดรูปลักษณ์ของชีวิต รหัสพัฒนา (Development code) กำหนดรูปลักษณ์ของสังคม / ๓ ๓. รหัสพัฒนาของอารยธรรมตะวันตก / ๕ ๔. วิกฤตอารยธรรมตะวันตกและการแสวงหาทางออก / ๑๐ ๕. พระเจ้าอยู่หัวกับรหัสพัฒนาใหม่ / ๑๔ ๖. คำถามใหม่ของสังคม / ๑๙ ๗. ความดี การอยู่ร่วมกัน ความรู้ (GCK) รหัสพัฒนาใหม่ / ๒๓ ๘. มรรควิธี วิถีแห่งความพอเพียง / ๒๘ ๙. ปัจฉิมบท / ๓๙ # คำนำ ตลอดระยะเวลา ๖๐ ปี แห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศเป็นอเนกปริยาย ทั้งด้านการศึกษา ศาสนา วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ศิลป์วัฒนธรรม เกษตรกรรม สิ่งแวดล้อม การแพทย์ การสาธารณสุข และอื่น ๆ อาจจะเรียกว่าทุกด้าน พระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาต่าง ๆ เหล่านี้ ได้มีการกล่าวถึงอยู่ทั่วไปในลักษณะต่าง ๆ ในบทความนี้ต้องการหาความหมายเชิงลึกของแนวทางการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประเทศ วารสาร ๒๐ ปี แห่งพระราชกรณียกิจ ฯลฯ แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเจริญพระชนมพรรษา ในช่วงต้น และทรงได้รับการศึกษาในท่ามกลางอารยธรรมของยุโรป อัน อาจกล่าวว่าทรงเป็นบุคคลสมอีใหม่หรือบุคคลทันสมัย แต่ทิฐิหรือทัศนะ เกี่ยวกับการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หาตรงกับแนวทางของ อารยธรรมตะวันตก (Western civilization) ไม่ แต่แตกต่างกันถึงรากฐาน อาจเรียกได้ว่าเป็นทัศนะที่ไม่ใช่ตะวันตกด้วยซ้ำ พิฐี (Concept) เกี่ยวกับเรื่องอะไรนำไปสู่การปฏิบัติตามแนวคิด นั้น ในมรคมีองค์ ๘ ท่านจึงเริ่มต้นข้อ ๑ ด้วยสัมมาทิฐิเสมอ เพราะ สัมมาทิฐินำไปสู่สัมมาปฏิบัติ แต่ถ้าเริ่มต้นเป็นมิจฉาทิฐิ สิ่งที่ตามมาคือมิจฉาปฏิบัติ แนวความคิดเกี่ยวกับการพัฒนาก็เช่นเดียวกัน ถ้าเป็นสัมมา ทิฐิก็นำไปสู่สัมมาพัฒนา แต่ถ้าเป็นมิจฉาทิฐิก็นำไปสู่มิจฉาพัฒนา ฉะนั้น ในการหาความหมายเชิงลึกของแนวทางการพัฒนาของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับทิฐิของการพัฒนา เปรียบเทียบระหว่างการพัฒนาตามแนวทางอารยธรรมตะวันตกและแนว ทางตามพระราชดำริ ๒ ป่าทุกข์ในงานประชุมวิชาการ รหัสพันธุกรรม (Genetic code) กำหนดรูปลักษณ์ของชีวิต รหัสพัฒนา (Development code) กำหนดรูปลักษณ์ของสังคม ในที่ดินผืนเดียวกันมีต้นไม้ขนาดพันธุ์ที่แตกต่างหลากหลายในรูปอักษณ์มาก เช่น มีต้นหญ้า ต้นมะละกอ ต้นมะม่วง ต้นมะพร้าว ต้นไม้เหล่านี้แตกต่างกันทั้งรูปอักษณ์และคุณสมบัติ ทั้งๆ ที่มีแร่ธาตุสารอาหารเหมือน ๆ กัน ที่แตกต่างกันเพราะถูก "ออกแบบ" มาให้ต่างกัน รหัสพันธุกรรมเป็นตัวกำหนดแบบหรือโครงสร้าง รหัสพันธุกรรมชุดหนึ่งๆ กำหนดว่าสิ่งมีชีวิตหนึ่ง ๆ จะเติบโตขึ้นเป็นแมว เป็นสุนัข เป็นม้า เป็นฮิ้ง หรือเป็นคน ปรารภวัต 2563 40 ๑๐ ปี แห่งพระราชกรณียกิจ ฯลฯ เราจะให้อาหารอย่างไร ๆ หรืออบรมสั่งสอนอย่างใด ๆ ก็ไม่ สามารถทำให้แมวเป็นม้า หรือสิ่งเป็นคนได้ เพราะรหัสพันธุกรรมกำหนด ให้เป็นเช่นนั้น รหัสพันธุกรรมคือดีเอ็นเอ (Deoxyribonucleic acid) คือเอ มีเบสเรียกเป็นตัวอักษร A T C G เส้นดีเอ็นเอของมนุษย์มีความยาว ๓ พันล้านตัวอักษร คือมี ตัวอักษร ๔ ตัวเรียงเป็นลำดับจำเพาะ เช่น ACG AAA ATG CCC GTA ไป ๓ พันล้านตัว โดยที่กลุ่ม ๑ ตัว (Triplets) แบบหนึ่ง ๆ เป็นรหัส (code) อย่างหนึ่ง ทั้ง ๓ พันล้านตัวมีความจำเพาะมาก ถ้าผิดไปด้วยหนึ่ง ที่เขา เรียกว่ากลายพันธุ์ (mutation) อาจทำให้ร่างกายรวมไปทั้งระบบก็ได้ ดัง เช่น ยีนธาลัสซีเมียหลายยีนเกิดขึ้นจากเบสหรือตัวอักษรตัวเดียวที่ผิดไป ฉะนั้น การเรียงลำดับตัวอักษรในรหัสพันธุกรรมกำหนด รูปลักษณ์ของชีวิต คำถามก็คือ มีรหัสพัฒนา (Development code) ที่ประกอบ ด้วยการเรียงลำดับตัวอักษรที่ต่างกัน กำหนดรูปลักษณ์ของสังคมที่ต่างกัน หรือไม่ ๔ ปลูกดอกไม้จากประชุมวิชาการ # รหัสพัฒนา ของ อารยธรรม ตะวันตก เติมมนุษย์อยู่กันเป็นกลุ่ม หรือตามกระเบื้องทางวัฒนธรรม (Cultural pockets) วัฒนธรรมหมายถึงวิถีชีวิตร่วมกันของกลุ่มชนในสิ่งแวดล้อม หนึ่ง ๆ สิ่งแวดล้อมแตกต่างหลากหลายกันไปตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น ใกล้ ชั่วโลก ในทะเลทราย ในเขตทหาร ในเขตร้อน ใกล้ทะเล ตามสุ่มน้ำ ใกล้ ภูเขา ฯลฯ วัฒนธรรมจึงมีความหลากหลายไปตามความหลากหลายของ สิ่งแวดล้อม กลุ่มคนที่อยู่ใกล้ชั่วโลกจะมีวิถีชีวิตเหมือนคนในทะเลทราย ประเวศ 251 ๕ ๖๐ ปี แห่งพระราชกรณียกิจ ฯลฯ ย่อมเป็นไม่ได้ วิถีชีวิตหรือวัฒนธรรมจะต้องสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมนั้น ๆ ฉะนั้นโลกจึงมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นไปเพื่อความอยู่รอด โลกจะมีวัฒนธรรมเดียวไม่ได้ วัฒนธรรมประกอบด้วยความเชื่อร่วมกัน ระบบคุณค่าร่วมกัน การทำมาหากินที่เป็นวิถีชีวิตที่คนกลุ่มนั้น ๆ ชำนาญและสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม ชีวิตความเป็นอยู่ ภาษา ขนบธรรมเนียมประเพณี สุนทรียกรรม การดูแลรักษาสุขภาพ การดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตร่วมกันอันสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม หรือวัฒนธรรมทำให้คนกลุ่มต่าง ๆ ดำรงอยู่ได้นับด้วยพันปี การต่อสู้หรือปล้นสดมภ์กับระหว่างคนกลุ่มต่าง ๆ เป็นครั้งคราว มีอยู่คืออุดม ในวิถีชีวิตเชิงวัฒนธรรมมีการรวบรวมถ่ายทอดความรู้จากการสังเกต ลองใช้ คัดกรอง ถ่ายทอดกันมาด้วยการปฏิบัติ เป็นความรู้เชิงวัฒนธรรม บางทีก็เรียกกันว่าความรู้ดั้งเดิม (Traditional knowledge) บ้างเรียกว่าภูมิปัญญาบ้าน เพราะเป็นความรู้ที่ติดแผ่นดิน ความรู้ทางวัฒนธรรมนี้เกิดขึ้นก่อนความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เป็นความรู้ในการทำมาหากิน การสร้างที่อยู่อาศัย หัตถกรรม สุนทรียกรรม การแพทย์แผนโบราณ ความรู้ในการใกล้เกลี่ยข้อขัดแย้ง ความรู้ในการพัฒนาชีวิตหรือศาสนธรรม ทั้งหมดเพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ทั้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ วิถีคิดทางวัฒนธรรมจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จากการอยู่ร่วมกันและอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ซึ่งต่างจากวิถีคิดในอารยธรรมปัจจุบัน ๖ ป่าทุกข์ในงานประชุมวิชาการ พระเจ้าอยู่หัวกับหลักพันธมิตร วัฒนธรรมขนาดใหญ่ ๆ เรียกว่า อารยธรรม (Civilization) เช่น อารยธรรมเมโสไบเดมีย อารยธรรมสุ่มแม่น้ำสินธุ อารยธรรมสุ่มแม่น้ำฮวงโห อารยธรรมเหล่านี้มีอายุประมาณ ๕,๐๐๐ ปี เมื่อประมาณ ๔๐๐ ปี ในยุโรปได้มีการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นความรู้ที่คม ชัด อึก และมีเฮน์ ได้มีการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ไปสร้างเทคโนโลยีที่มีอานุภาพมาก เช่น เครื่องจักรไอน้ำ เรือรบขนาดใหญ่ ที่ทำด้วยเหล็ก และใช้เครื่องจักร ปืนใหญ่ และปืนกล เป็นต้น อาวุธอันทรงอานุภาพและมีพิสัยทั่วโลกเช่นนี้ ทำให้ชาวอุโรปมี มหิทธานุภาพอย่างที่มนุษย์ไม่เคยมีมาก่อน เพราะเรือรบสามารถแล่นไปได้ ทั่วโลก และปืนใหญ่กับปืนกลทำให้เกิดอำนาจยิ่งที่ไม่มีปราการใด ๆ บรรดามี สามารถทนทานได้ อำนาจยิ่งอันทรงพลานุภาพนี้ สามารถยิงอารยธรรม ๕,๐๐๐ ปี เช่น อารยธรรมสุ่มแม่น้ำสินธุและสุ่มแม่น้ำฮวงโหให้แตกกระจายได้ ชาวอุโรปได้ใช้อำนาจอันมหาศาลนี้ บังคับหรือเช่นฆ่าผู้คนไป ทุกทวีป เพื่อแย่งชิงดินแดนและทรัพยากร อีกทั้งเข้าปกครองหรือยึดครอง เกิดสิทธิ์อำนาจนานิคมหรือจักรวรรดินิยม โดยวิธีนี้ชาวอุโรปได้สร้างความมั่งคั่งให้ด้วยเหนือดินแดนอื่น ในพื้นที่ภูเขา เกิดเป็นโลกที่ขาดความเสมอภาค (Unequal world) อย่าง รุนแรง กำลังผลิด้วยเครื่องจักรได้เกิดการผลิตมากเกินของอุด อุตสาหกรรม สินค้าเหล่านี้ต้องการผู้บริโภค จึงมีการทำทุกวิถีทางที่จะ สร้างค่านิยมและผลักดันให้คนทั้งโลกเป็นผู้บริโภค เกิดอารยธรรมวัตถุนิยม บริโภคนิยม เพื่อรองรับระบบรัตถุนิยมบริโภคนิยมก็ต้องมีโครงสร้างของ ระบบการสื่อสารและการเคลื่อนไหวของเงินตรา ประวัติ ๑๗ ๑๐ ปี แห่งพระราชเลือก ฯลฯ เนื่องจากเป็นการพัฒนาที่ไม่เท่าเทียม จึงเกิดการกระจุกของ เงินขนาดใหญ่ เงินขนาดใหญ่นี้สามารถเดินทางรอบโลกด้วยความเร็วของแสง เงินขนาดใหญ่ประกอบกับความรู้ความสามารถของเจ้าของทุนหรือผู้บริหาร จัดการทุน สามารถไปดูดเงินและทรัพยากรต่างๆ ทั่วโลกเข้ามาเพิ่มพูน ความใหญ่ของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดเป็นระบบทุนนิยมหรือเงินนิยม ทั้งหมดก่อให้เกิดอารยธรรมใหม่ ซึ่งมีขอบเขตทั่วโลก เป็น อารยธรรมตะวันตก (Western civilization) ซึ่งมีลักษณะเป็นวัตถุนิยม บริโภคนิยม เงินนิยม ถ้าทบทวนความเป็นมาของอารยธรรมปัจจุบันจะเห็นว่าเริ่ม จากความรู้ (Knowledge) นำไปสู่อำนาจ (Power) และเงิน (Money) รหัสของการพัฒนาในระบบนี้ จึงอาจเขียนได้ว่า KPM หรือ ความรู้-อำนาจ-เงิน รหัสนี้อาจเริ่มต้นด้วย K ไปสู่ M แต่ปัจจุบันอาจวิ่งย้อนกลับ จาก M มาสู่ K ก็ได้ หรืออาจเขียนเป็นวงกลม ดังรูปที่ ๑ <figure> A circular diagram illustrating a cyclical process. The circle is divided into four segments, each representing a stage of development. Starting from the top right, the segments are labeled clockwise. The top right segment is labeled "K" and represents "ความรู้" (Knowledge). The bottom right segment is labeled "M" and represents "เงิน" (Money). The bottom left segment is labeled "P" and represents "อำนาจ" (Power). The top left segment is labeled "M" again, representing "เงิน" (Money) in the opposite direction. The arrows indicate a continuous cycle or flow between these four elements. </figure> รูปที่ ๑ รัฐของความรู้ (K) อำนาจ (P) และเงิน (M) ๘ ปลูกฝังในงานประชุมวิชาการ พระเจ้าอยู่หัวกับหลักพันนาใหม่ ซึ่งหมายความว่า อำนาจและเงินจะไปกำหนดให้แสวงหา ความรู้ชนิดใดที่จะมาส่งเสริมอำนาจและเงินให้เพิ่มพูนขึ้น เมื่อแรกเริ่มความรู้อาจจะเกิดขึ้นโดยอิสระ แต่เมื่อความรู้ถูก ใช้ไปจนเกิดโครงสร้างของอำนาจและเงิน อำนาจและเงินกลับมากำหนด ว่าควรแสวงหาความรู้ชนิดใด การศึกษาและการวิจัย จะโดยรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ตกอยู่ในโครง สร้างของอำนาจและเงินเป็นส่วนใหญ่ ประเวศ วะลี ๙ # วิกฤต อารยธรรม ตะวันตก และ การแสวงหา ทางออก การพัฒนาแบบสมัยใหม่ หรือแบบตะวันตก อาจมีผลดีหลายอย่าง เช่น ความสะดวกสบายจากเครื่องทุ่นแรง การคมนาคม การขนส่ง บริการทางการแพทย์ และมีข้อออกเถียงถึงความถูกต้องและประโยชน์ของการค้าเสรี การเงินเสรี แต่สิ่งที่เป็นผลจากการพัฒนาตามแนวทางนี้เชิงประจักษ์อันปฏิเสธไม่ได้มี ๔ ประการ ดังต่อไปนี้ (๑) ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยท่างมากขึ้น (๒) การทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล (๓) การทำลายวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ (๔) วิกฤตการณ์ทางสังคมอย่างรุนแรง ๑๐ ปลูกสร้างงานประชุมวิชาการ # พระราชดำรัสเกี่ยวกับการพัฒนาเด็ก ## ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยอย่างกว้างมากขึ้นทุกที่ ๆ คน อมริคันที่ร่ำรวยที่สุด ๒๐๐ กรั่วคนมีทรัพย์สินมากกว่าคนในโลก ๒,๐๐๐ ล้านคนรวมกัน ในขณะที่คนไร้บ้าน (Homeless) เพิ่มขึ้น ในประเทศไทยคนจน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ข้างล่างเป็นเจ้าของรายได้ด้วยสัดส่วนที่ลดลง มีความแตกต่างกันตั้งแต่คนที่มีเป็นลบ คือมีหนี้มากกว่ารายได้ ไปจนถึงคนที่มีเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท ช่องว่างที่ห่างมากเกินทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมทางสังคม และความไม่เป็นธรรมทางการเมือง ต่อให้เกิดวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ประเทศไทยมีเนื้อที่ ๓๒๑ ล้านไร่ เมื่อ ๕๐ ปีก่อน เรามีเนื้อที่เป็นป่ากว่า ๒๒๐ ล้านไร่ หรือกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ภายในเวลาสั้น ๆ ที่พัฒนาแบบสมัยใหม่ เราทำลายป่าไม้ของเราอย่างรวดเร็ว จนขณะนี้เหลือเพียงประมาณ ๘๐ ล้านไร่ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ทำให้คนจนจนลงไปอีก เพราะคนจนต้องอาศัยป่า ทำให้ขาดความสมดุลทางธรรมชาติ อันมีผลทำให้แล้งมากในหน้าแล้งและน้ำท่วมมากขึ้นทุกทีในฤดูฝน นอกจากนั้น ดิน น้ำ อากาศ เป็นพิษมากขึ้น ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ในระดับโลกมีความกระทบกระเทือนไปยังชั้นบรรยากาศที่ทำให้โลกร้อนขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำท่วมโลกในอนาคต วิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาใหญ่ของโลกที่แก้ไขได้อาก เพราะมนุษยชาติได้กล้าเข้าไปสู่วัฒนธรรมการบริโภคเกินความจำเป็นของชีวิตไปมาก การพัฒนาปัจจุบันเป็นแนวทางวัตถุนิยม บริโภคนิยม เงินนิยม ซึ่งอยู่ในภาพภูมิทัศน์ของคนธรรมดา มีผลทำลายมิติเชิงลึกคือ ประเวศ ๒๕๖๑ ๖๐ ปี แห่งพระราชดำริ จรา ## วัฒนธรรมและจิตวิญญาณ วัฒนธรรมคือวิถีชีวิตร่วมกันอันสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม ดังกล่าวแล้วข้างต้น จิตวิญญาณคือความดี มนุษย์ขาดความดีไม่ได้ ถ้าขาดจะขาดความสมบูรณ์แห่งความเป็นมนุษย์ การทำลายวัฒนธรรมและจิตวิญญาณซึ่งมีผลกระทบรุนแรงมาก และนำไปสู่วิกฤตการณ์ทุกด้าน วิกฤตการณ์ทางสังคม (Social crisis) คือ วิกฤตการณ์ชีวิต และการอยู่ร่วมกัน มีปรากฏการณ์ที่เรียกว่าการแตกกระจายทางสังคม (Social disintegration) ครอบครัวอ่อนแอ ความเป็นชุมชนแตกสลาย เกิดปัญหาคนจนเมือง อาชญากรรม โสเภณีกรรม ยาเสพติด โรคเอดส์ การฆ่าตัวตาย ความขัดแย้ง และความรุนแรงต่าง ๆ ตลอดจนสงคราม นักปราชญ์ตะวันตก เช่น Larslo, Grof และ Russell มีความเห็นว่าอารยธรรมตะวันตกกำลังพาโลกทั้งโลกเข้าไปสู่วิกฤตการณ์อย่างรุนแรงโดยไม่มีทางแก้ไข นอกจากมีการปฏิวัติจิตสำนึก ท่านทะไลลามะมีความเห็นว่าโลกเป็นโรคพร่องจิตวิญญาณ (Spiritual deficiency disease) และต้องการการปฏิวัติทางจิตวิญญาณ (Spiritual Revolution) ท่านอาจารย์พุทธทาสมองเห็นวิกฤตการณ์ปัจจุบันนานมากแล้ว ดังที่ท่านพร่ำสอนว่า "ถ้าศีลธรรมไม่กลับคืนมาโอกาวินาศ" ท่านอาจารย์พุทธทาเห็นว่า วิกฤตการณ์ปัจจุบันรุนแรงมาก ไม่มีอาชานาตใดจะรักษาได้ นอกจากโลกุตรธรรม ๑๒ ปี/กถาในงานประชุมวิชาการ พระเจ้าอยู่หัวกับราชพัฒนาใหม่ อัณนิรัต ไอน์สไตน์ เคยกกล่าวว่า "เราต้องการวิถีชีวิตใหม่โดย สิ้นเชิง ถ้ามนุษยชาติจะอยู่รอดได้" ถ้ายังคิดแบบเดิม ๆ ก็คงจะแก้วิกฤต- การณ์ไม่ได้ ขณะนี้โลกเต็มไปด้วยหนังสือเกี่ยวกับจิตสำนึกใหม่ (New Consciousness) และความสำคัญของมิติทางจิตวิญญาณ (Spirituality) แม้แต่มีหนังสือชื่อว่า Megatrend 2010-Conscious Capitalism และ Spiritual Politics-Changing the World from Inside out เป็นต้น เป็นกระแสของการแสวงหาทางออกจากวิกฤตการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็น วิกฤตการณ์อารยธรรมวัตถุนิยม บริโภคนิยม เงินนิยม ประเวศ วารี ๑๓ # 2 ## พระเจ้าอยู่หัว กับ รหัสพัฒนาใหม่ ตามที่กล่าวในตอนที่ ๓ รหัสพัฒนาของอารยธรรมตะวันตกคือ KPM (Knowledge-Power-Money) หรือ ความรู้-อำนาจ-เงิน ถ้ามองแนวทางการพัฒนาของพระเจ้าอยู่หัวเชิงลึกจะเห็นว่ารหัส การพัฒนาต่างจากแนวทางตะวันตกโดยสิ้นเชิง รหัสพัฒนายกติฐิการพัฒนาจึงเป็นตัวกำหนดการปฏิบัติและ ผลการปฏิบัติที่ต่างกันถึงขั้นรากฐาน จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งที่เราควรทำ ความเข้าใจจากพระราชกรณียกิจ พระราชดำรัส และพระราชนิพนธ์ ๑๔ ปลูกฝังในงานประชุมวิชาการ พระเจ้าอยู่หัวกับราชสพันธ์ใหม่ "ใครจะว่าเขอก็ช่างเขา ขอให้เราพอยู่พอกิน และมีไมตรี จิตต่อกัน" เป็นพระราชดำรัสกับผู้เคยได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิ "ธานันท- มหิดล" ในการเข้าเฝ้าปีหนึ่ง พระราชดำรัสนี้ชี้ให้เห็นสังคมอีกแบบหนึ่ง ซึ่งต่างไปจากสังคม ปัจจุบันที่เน้นการแข่งขันเสรีโดยสิ้นเชิง "เขย" หมายถึงไม่ทันสมัยหรือไม่โมเดอร์น "พอยู่พอกินและมีไมตรีจิตต่อกัน" หมายถึงเน้นการอยู่ร่วมกัน (Living together) ไม่ใช่แย่งชิง ทอดทิ้งกัน แช่งจับเสรี ตัวใครด้วยมัน "สังคมไทยอยู่ได้เพราะมีการให้" เป็นพระราชดำรัสอีกองค์ หนึ่ง เมื่อ ๓๐ ปีก่อน ในขณะที่นักเศรษฐศาสตร์พัฒนาพากันพูดว่า ภาคเกษตรจะมีความสำคัญน้อยลง ๆ เมื่อเสด็จไปทรงเปิดสถาบันวิจัยและ พัฒนา (RDI) มหาวิทยาลัยขอนแก่น ตามคำกราบบังคมพูลเชิญของ ม.ร.ว.อดิน รพีพัฒน์ ขณะที่เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการเกี่ยวกับชีวิต และงานของเกษตรกรที่สถาบันนำมาแสดง มีพระราชกระแสรับสั่งว่า การเกษตรมีความสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนจำนวนมาก จะคิดแต่เงินอย่างเดียวไม่ได้ อุตสาหกรรมนั้นต้องคิดถึงการทำลายสิ่ง แวดล้อมด้วย การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้นแพงมาก ตลอดพระชนม์ชีพได้ทรงเอาพระทัยใส่ชีวิตและอาชีพของ เกษตรกร ทรงสนับสนุนทั้งทางกำลังใจและทางเทคนิคที่ทรงคิดค้นและ ทดลองต่างๆ ทั้งเกี่ยวกับพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ การหน้า การทำฝนเทียม ทรงตั้งศูนย์ศึกษาพัฒนาตามภาคต่างๆ รวมทั้งทรงให้มีการทำเกษตรกรรม ภายในสวนจิตรลดา ทั้งหมดนี้ทรงต้องการส่งข่าวสารอะไรกับสังคมไทย ถ้าไม่ใช่เพื่อแสดงว่าความแข็งแรงของสังคมชนบทเป็นรากฐานของประเทศ ประเวศ วะสี ๑๕ ๒๐ ปี แห่งพระราชกฤษฎีกา ไม่ใช่พากันเฮลละไฮไปสู่การถูดสภาพกรรมกมค และพากันทอดทิ้งเกณฑ์กรรม ที่เป็นรากฐานชีวิตวัฒนธรรมของเรามาแต่เดิม เพราะการพัฒนาแบบเอาเงิน เป็นตัวตั้ง "เราควรออกหลังเข้าคอง" เป็นพระราชกระแสอีกตอนหนึ่ง "เพราะในคลองคลื่นลมแรง มีความปลอดภัย" ถ้าออกไปในทะเลอื่น อมแรง เรืออาจล่ม ที่จริงคำว่า "ถอยหลังเข้าคอง" ใช้ในความหมายไม่ดี ถอย กลับไปสู่ความล้าหลัง แต่ก็ทรงใช้คำนี้อย่างเป็นการท้าทาย แต่สังคมไทยก็ยังไม่เข้าใจ ยังทะยานออกสู่ทะเลลึกที่คลื่นลม แรง ควรจำว่าในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ในเดือนเดียวเงินไหลออกเกือบหมดประเทศ เพราะการออกไปโค้ดอื่นอมแรงจนเรือล่ม ใช่หรือไม่ ในพระราชนิพนธ์เรื่อง "พระมหาชนก" โปรดอ่านให้ดี ๆ ว่าพ่อค้า ๗๐๐ คน มีความโภกต้องการไปแสวงหาโชคลาภที่สุวรรณภูมิ แล่นเรือไป ในทะเล คลื่นลมแรง เรือยับปางลง พ่อค้า ๗๐๐ คน อ้อนวอนให้เทวดา ช่วย ไม่คิดพึ่งตนเอง แล้วตายหมด ในพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก พระมหาชนกคิดพึ่งตนเอง และมีความเพียรอันบริสุทธิ์ พระมหาชนกมีแนวคิดที่แรง ๆ เช่นว่า "คน ทั้งปวง ล้วนตกอยู่ในโมหภูมิ" โมหะหมายถึงความโล่ ความทองไป การ ขาดปัญญา ไม่รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว พากันสร้าง "เมืองอภิชา" ที่เดิมไปด้วย ความชั่วร้าว อุกต์กรรมต่าง ๆ (ควรดูรูปประกอบในหนังสือพระราชนิพนธ์นั้น) วิชา ที่มี ข ช้าง ๒ ตัว เป็นคำทางพุทธที่มีความหมายพิเศษ ไม่เหมือนคำว่า วิชา ที่ใช้กันทั่วไป ๑๖ ปฐกถาในงานประชุมวิชาการ พระเจ้าอยู่หัวกับราชพัฒนาภิเษก วิชชา หมายถึง ปัญญาที่หลุดพ้นจากความโลภและความหลงทำให้ พันทุกข์ อวิชชา ความไม่รู้ เป็นสาเหตุของความทุกข์และความยุ่งเหยิง วุ่นวายในสังคม ซึ่งอาจเรียกว่าวิกฤตการณ์ทางสังคมก็ได้ ฉะนั้น เมื่อสังคมตกอยู่ใน "ไม่หยุด" ก็พากันสร้าง "เมือง อวิชชา" ขึ้น เกิดอยู่ตลอดธรรมต่าง ๆ ในพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนกทรงใช้คำว่า "มหาวิชชาอัย" นี้ถ้าจะพูดให้แรงก็เรียกว่า ทรงเห็นว่า "มหาวิทยาลัย" นั้น หา เพียงพอไม่ วิทยาหมายถึงความรู้ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็คิดอยู่เพียงความรู้ หาไปถึงปัญญาหรือวิชชาไม่ ความรู้อย่างเดียวไม่พ้นไม่หยุด แก้ปัญหาของ ประเทศไม่ได้ ต้องไปให้ถึงปัญญา ในโลกมีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงมากมาย แต่ก็ไปเพียงแค่ความรู้ หาไปถึงปัญญาไม่ ตรงนี้เป็นข้อความฉกรรจ์ และโปรดกลับไปอ่านข้างต้น ที่ผมกล่าวว่าอารยธรรมตะวันตก มีรหัสพัฒนาเป็น KPM คือใช้ความรู้นำ อันนำไปสู่วิกฤติ เพราะความรู้ ไม่มีพลังพอที่จะเอาชนะก็เลยได้ ยังตกอยู่ในไม่หยุดหรืออวิชชา จำเป็น ต้องใช้ปัญญานำ แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนามารวมลงที่ "เศรษฐกิจ พอเพียง" ทรงมีพระราชกระแสและพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับเศรษฐกิจ พอเพียงในรูปและนัยต่าง ๆ มาประมาณ ๓๐ ปี รวมทั้งที่นำมากล่าวข้าง ต้นนี้ด้วย เช่นที่ว่า "ใครจะร่วมเขยก็ช้างเขา ขอให้เราพออยู่พอกัน และมี ไมตรีจิตต่อกัน" ประเวศ ระสี ๑๗ ๖๐ ปี แห่งพระราชกรณียกิจ จอฯ อย่ามองเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องทางเทคนิคเท่านั้น ถ้ามองเป็นเรื่องทางเทคนิคจะมองไม่ออก และทำไม่ถูก เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องของกระบวนทัศน์ใหม่โดยสิ้นเชิง ควรหันกลับไปหาคำพูดของ อัลเบิร์ต โอบีสไตน์ ที่ว่า "เราต้องการวิธีคิด ใหม่โดยสิ้นเชิง ถ้ามนุษยชาติจะอยู่รอดได้" กระบวนทัศน์ใหม่ต้องการคำถามใหม่ คำถามในการพัฒนาเศรษฐกิจกระแสหลักกับคำถามใน แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงไม่เหมือนกัน คำถามปัจจุบันคือ "ทำอย่างไร จะรวย" แต่คำถามในวิถีเศรษฐกิจพอเพียงคือ "ความดีคืออะไร" คำถามว่าทำอย่างไรจะรวยจะนำไปสู่ความเสื่อมเสียต่างๆ แต่ คำถามว่าความดีคืออะไรจะนำไปสู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง รหัสพัฒนาของวิถีเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาตามกระแส หลักไม่เหมือนกัน รหัสพัฒนาตามกระแสหลักคือ KPM = ความรู้ - อำนาจ - เงิน รหัสพัฒนาตามกระแสเศรษฐกิจพอเพียงคือ . . GCK = ความดี - การอยู่ร่วมกัน - ความรู้ G = Goodness = ความดี C = Community หรือ Culture = วัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน K = Knowledge = ความรู้ ดังจะได้ขยายความต่อไป ๑๘ ปลูกฝังในงานประชุมวิชาการ # คำถามใหม่ ของ สังคม ในการธรรมปัจจุบัน ซึ่งเป็นวัตถุนิยม บริโภคนิยม เงินนิยม จะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม สังคมถูกพาไปให้ตั้งคำถามว่า "ท่านย่างไรจะรวย" ถ้าถามหลักมีว่าท่านอย่างไรจะรวย ก็จะหลักต้นไปให้ท่านอะไรก็ได้ที่จะทำให้รวย เช่น ทำลายสิ่งแวดล้อม ค้ากำไรเกินควร ละเมิดสิทธิเด็ก ละเมิดสิทธิอื่นๆ ทำลายวัฒนธรรม ส่งเสริมอบายมุข ค้ายาเสพติด ฉ้อฉล คอร์รัปชั่น ฯลฯ นำไปสู่ความเสื่อมเสียทางศีลธรรม ถ้าถามว่า "ความดีคืออะไร" คำตอบไม่ยาก ทุกคนตอบได้ ขอให้ตั้งคำถามที่ถูก เช่น ความดีคือ ประเวศ ระลึก ๒๐ ปี แห่งพระราชกฤษฎีกา # คำถามเก่า ## ทำอย่างไร จะรวย * คิดริเริ่ม * เอาเปรียบ * ค้ากำไรเกินครัว * หาแหล่งที่ดิน * อย่าอายุ ความเสื่อมเสียทางศีลธรรม รูปที่ ๒ คำถามเก่าและคำถามใหม่ * ความขยันหมั่นเพียร พึ่งตนเอง * ความประหยัด ความออม * ความซื่อสัตย์สุจริต * ความมีน้ำใจ และไม่ครึกคักกัน * การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม * การอนุรักษ์วัฒนธรรม * การพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้น * การเรียนรู้เพื่อการเข้าถึงความดี ถ้ามีความดีดังกล่าวข้างต้นก็จะหายจน และมีชีวิตที่พอเพียง ๒๐ ปลูกดอกไม้ภายในประชุมวิชาการ Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. ๖๐ ปี แห่งพระราชกฤษฎีกา ฯลฯ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงนี้ แม้เป็นแนวพระราชดำริ และทรง ตรัสมานานแล้ว เดิมก็ไม่มีคนได้ยิน เพราะฝังใจอยู่ในการเศรษฐกิจสมัยใหม่ มาเมื่อบ้านเมืองริกฤตก็ได้ยิน เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะขับ ต้องได้อย่างไร เพราะเศรษฐกิจแบบตะวันตกได้เข้ามาสร้างวิธีมอง วิธีคิด และโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งหมายถึงอาชีพของผู้คนจำนวนมากด้วย เรื่องที่เป็นโครงสร้างหนาแน่นเช่นนี้ รื้อไม่ได้ด้วยวิธีการแบบ กลไก แต่ต้องเริ่มต้นที่จิตสำนึก ต้องตระหนักรู้ว่าเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่กลไก แต่เป็นกระบวน- ทัศน์ใหม่ ซึ่งต้องตั้งคำถามใหม่ ดังกล่าวข้างต้น ถ้าตั้งคำถามใหม่ว่า "ความดีคืออะไร" แทนที่คำถามเก่าว่า "ทำอย่างไรจะรวย" จะเกิดจิตสำนึกใหม่ การตั้งคำถามว่าความดีคืออะไร ซ้ำ ๆ อยู่ทุกวี่ทุกวัน ความ รู้สึกนึกคิดก็จะเปลี่ยนไป แล้วจะไปปรับวิถีชีวิต ปรับการศึกษา ปรับความ สัมพันธ์ ซึ่งให้มนำไปสู่วิถีแห่งความพอเพียงมากขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องนี้นักปฏิบัตินิยมก็ยังจะต้องการถามอีกว่า แล้วมีรูปธรรม ในการปฏิบัติอย่างไร เรื่องนี้จะกล่าวถึงในตอนที่ ๘ ข้างท้ายนี้ ๒๒ ปัญหาในงานประชุมวิชาการ # ความดี การอยู่ร่วมกัน ความรู้ (GCK) รหัสพัฒนาใหม่ เราอยู่ในโลกของความรู้จนเคยชิน อาจจะเสียความรู้สึกมาก เมื่อได้ยินคำกล่าวว่า การพัฒนาที่ดี ไม่ใช่เอาความรู้เป็นตัวตั้ง ระบบการศึกษาของเราทั้งหมดก็สอนเรื่องการรู้วิชา ที่กล่าวนี้ไม่ได้หมายความว่าความรู้ไม่สำคัญ ความรู้มีความสำคัญแค่ไม่ใช่ตัวนำ เราเห็นแล้วว่า ความรู้ไม่มีพลังพอที่จะค้านอำนาจของกิเลส ตกเป็นเหยื่อของกิเลสได้ง่าย ถูกจับไปเป็นเครื่องมือของอำนาจและเงิน เกิดรหัสพัฒนา KPM หรือ ความรู้-อำนาจ - เงิน พ้นกันเป็นเกลียวเหนียวแน่น ประเวศ วารี ๒๓ ๒๐ ปี แห่งพระราชกรณียกิจ ฯลฯ ดังจะเห็นได้ว่าระบบการศึกษาของเรา เกือบไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของการอยู่ร่วมกันของคนข้างล่าง ซึ่งเป็นรากฐานของสังคม มุ่งแต่ผลิตคนให้รัฐ (อำนาจ) และภาคพานิชยกรรมอุตสาหกรรม (เงิน) เท่านั้น ภาคความรู้ - อำนาจ - เงิน มีวิถีคิดของตัวเอง ซึ่งแปลกแยกจากวิถีคิดเชิงรัตนธรรมหรือวิถีคิดของคนที่อยู่ร่วมกัน รูปที่ ๑ แสดงประเด็นนี้ การมีชีวิตร่วมกัน (Living together) ระหว่างคนกับคนและระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญ การต้องอยู่ร่วมกันไปกำหนดความเชื่อ ระบบคุณค่าและการปฏิบัติเพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ดี การจะอยู่ร่วมกันได้ดี เขาต้องมีความประณี- ประนอม การใกล้เกลื่อความขัดแย้ง การแบ่งปันและระบบการจัดการใช้ทรัพยากร เช่น น้ำ เพื่อการอยู่ร่วมกัน ความรู้ - อำนาจ - เงิน อยู่นอกฐานวัฒนธรรม มีวิถีคิดของตัวเอง ซึ่งแปลกแยกจากฐานวัฒนธรรม แต่เพราะความรู้ - อำนาจ - เงิน มีอำนาจมาก อำนาจนี้จึงทำลายการอยู่ร่วมกันอย่างรุนแรง วิถีชีวิตร่วมกัน (วัฒนธรรม) รูปที่ ๑ ชีวิตดิ้งเดิมอยู่ในกรอบวัฒนธรรม คือวิถีชีวิตร่วมกันอันสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม ความรู้ - อำนาจ - เงิน มาจากข้างนอกและแปรเปลี่ยนจากการควบคุมธรรมชาติ จึงทำลายการอยู่ร่วมกันอย่างรุนแรง ๒-๔ ปลูกดอกไม้บนประชุมวิชาการ พระเจ้าอยู่หัวกับราชสพัฒนาใหม่ ฉะนั้น การพัฒนาสมัยใหม่จึงทำลายสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และชีวิตวิญญาณอย่างรุนแรง และนำไปสู่วิกฤตการณ์ทางสังคม ดังกล่าวในตอนที่ ๓ ซึ่งแก้ไขไม่ได้เลยในการพัฒนาตามกระบวนทัศน์เก่า ระบบการค้าเสรีมุ่งส่งเสริมการบริโภคแบบปัจเจก คือเอาประโยชน์คนเป็นสำคัญ ทอดทิ้งวิถีชีวิตร่วมกัน ดังที่ร้านค้าปลีกเล็ก ๆ อันเป็นวิถีชีวิตชุมชนพอได้เลี้ยงลูกเค้า ต้องถั่มระเบนหาคลองเมื่อศูนย์การค้าขนาดใหญ่เข้ามาตั้ง ซึ่งอำนวยความสะดวกสบาย แต่ก็ทำลายวิถีชีวิตชุมชนเอง ดึงกำไรมสู่ทุนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นทุนข้ามชาติ ทุนขนาดใหญ่มีอำนาจมาก ไม่มีอะไรจะหามได้เลย นอกจากชุมชนเข้มแข็ง ชุมชนเข้มแข็งคือวิถีชีวิตร่วมกัน หรือชีวิตวัฒนธรรม โลกจะไม่หายวิกฤตเลย ถ้ามนุษย์ไม่เปลี่ยนวิถีคิดจากคิดเชิงประโยชน์ของปัจเจกแบบตัวใครตัวมัน ทอดทิ้งกัน มาเป็นคิดเชิงอยู่ร่วมกัน ฉะนั้น ความเป็นชุมชน (Community) หรือชีวิตวัฒนธรรม (Culture) หรือตัว C จึงเข้ามาอยู่ในรหัสพัฒนาใหม่ที่ว่า GCk ความรู้ (K) เป็นตัวตามมา ถ้าเรื่องรหัส GC คือ ความดี - การอยู่ร่วมกัน ได้แล้ว ความรู้ตามมาอันเป็นไปเพื่อความดีและการอยู่ร่วมกัน ไม่มีปัญหาเลย ยิ่งมากยิ่งดี แต่ต้องเข้าใจว่ามีความรู้สองประเภท คือ หนึ่ง ความรู้ในตัวตน (ความรู้เชิงวัฒนธรรม) สอง ความรู้ในตำรา (ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์) ประมวล วารี ๒๕ ๒๐ ปี แห่งพระราชกรณียกิจ ฯลฯ ความรู้ในตัวคนได้มาจากประสบการณ์ชีวิตและการทำงาน นั่นคือมีฐานอยู่ในวัฒนธรรม ความรู้ในตำนานนี้มีฐานอยู่ในการวิจัยค้นคว้าหรือวิทยาศาสตร์ ความรู้ในตัวคนนั้นทุกคนมี แต่ความรู้ในตำนานนี้น้อยคนมี ถ้าเอาความรู้ในตัวคนเป็นตัวตั้ง จะเชื่อมโยงกับฐานทางวัฒนธรรมและคนทุกคนจะกลายเป็นคนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีความมั่นใจในตัวเอง แล้วเอาความรู้ในตำราเป็นตัวต่อยอดหรือตกแต่ง แต่ระบบการศึกษาของเราเอาความรู้ในตำราเป็นตัวตั้ง และทิ้งความรู้ในตัวคนไปเลย คนส่วนใหญ่จึงกลายเป็นคนไม่มีเกียรติ ไม่มีศักดิ์ศรี ไม่มีความมั่นใจในตนเอง ทำให้ประเทศชาติอ่อนแอ และความรู้ในตำราที่เป็นอำนาจนอกวัฒนธรรม ดังกล่าวแล้ว ถ้าเคารพความรู้ในตัวคน ฉากทัศน์ของสังคมจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง คนทั้งหมดจะมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีคุณค่า มีความมั่นใจในตัวเอง การพัฒนาที่มีวัฒนธรรมเป็นฐาน ประเทศไทยจะแข็งแรง การจัดการความรู้ (Knowledge Management) มีรากฐานอยู่ในความสามารถความรู้ในตัวคน พระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระทัยในความรู้สมัยใหม่ทุกสาขาวิชา แต่ในฐานะเอามารับใช้ความดีและการอยู่ร่วมกัน ในพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนก มีการใช้เทคโนโลยีชีวภาพมาขยายพันธุ์พืช เพื่ออนุรักษ์และเพิ่มพูนทรัพยากรธรรมชาติ อันจักเป็นไปเพื่อความสมดุลของการอยู่ร่วมกัน หินกลับไปพูดเรื่องความดี ที่จริงความดีที่ใช้ในที่นี้เป็นเรื่องเดียวกับปัญญา ปัญญาหมายถึงรู้ทั้งหมด รู้ถูกต้อง และเข้าถึงความดี ในปัญญาจึงมีศีลธรรมและจริยธรรมอยู่ด้วยเสมอ ๒๖ ป่าชุกกลับมาในประชุมวิชาการ Extract all text from this image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. # มรรควิธี วิถีแห่ง ความพอเพียง การปรับเปลี่ยนจากวิถีเศรษฐกิจวัตถุนิยม - บริโภคนิยม - เงิน นิยม ไปสู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องยาก เพราะวิถีคิดและโครงสร้างอัน เหนียวแน่นที่มีมานาน ทั้งในประเทศและที่เชื่อมโยงกันทั้งโลก จึงต้องมี การทำงานอย่างเป็นระบบ ทั้งจิตสำนึก โครงสร้างการพัฒนา การศึกษา และเครื่องมือใหม่ทางสังคม ขอเสนอแนวคิด ๔ ประการ เพื่อปรับไปสู่วิถีเศรษฐกิจพอเพียง คือ ๒.๘ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงวิชาการ (๑) สร้างทิฐิและจิตสำนึกใหม่ (๒) ออกแบบโครงสร้างการพัฒนาที่ถูกต้อง (๓) ส่งเสริมจิตต์ปัญญาศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลงขั้มพื้นฐานในคน (๔) สร้างเครื่องมือใหม่ทางสังคม (New social tool) ซึ่งจะอธิบายขยายความดังต่อไปนี้ (๑) สร้างทิฐิและจิตสำนึกใหม่ เศรษฐกิจพอเพียงเป็นกระบวนทัศน์ใหม่เกี่ยวกับชีวิตและการอยู่ร่วมกัน ซึ่งต้องการการปรับทิฐิและจิตสำนึก ควรมีการรณรงค์ให้ผู้คนเปลี่ยนคำถาม จากคำถามเก่าว่า "ทำอย่างไรจะรวย" ไปเป็นคำถามใหม่ว่า "ความดีคืออะไร" ให้ทุกคนพยายามตอบคำถามว่าความดีคืออะไร เมื่อถามซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น ทิฐิและจิตสำนึกจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป ว่าเป้าหมายของชีวิตและการพัฒนาคือ ความดีและการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่การทำกำไรสูงสุด ทิฐิและจิตสำนึกใหม่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเป้าหมายของชีวิต และองค์กรโดยเฉพาะของบริษัทต่าง ๆ บริษัทดัง ๆ ต้องไม่ใช้สัดส่วนเศรษฐกิจที่คิดแต่กำไรสูงสุดอย่างเดียว แต่เป็นบริษัทที่มีจิตสำนึกสูง (Conscious corporations) ที่มีเป้าหมายการส่งเสริมความดีและการอยู่ร่วมกันด้วย รหัสพัฒนาใหม่ คือ GCK หรือ ความดี - การอยู่ร่วมกัน - ความรู้ ความดีต้องเป็นตัวตั้ง การอยู่ร่วมกันเป็นเป้าหมาย ความรู้เป็นเครื่องมือ ชีวิตและเศรษฐกิจพอเพียงเป็นผล ประเวศ ระดี ๒๙ ๖๐ ปี แห่งพระราชดำริ ฯลฯ # (๒) ออกแบบโครงสร้างการพัฒนาที่ถูกต้อง เรื่องการออกแบบโครงสร้างการพัฒนาที่ถูกต้องเป็นเรื่องไม่ยากเลยที่จะเข้าใจ แต่ถ้าคอกอยู่ในมหภูมิก็จะมองไม่เห็น สังคมมีเครื่องมือมาก แต่ขาดการออกแบบ เสมือนเรามีข้อน มีสิ่งที่เป็นเครื่องมือ สามารถออกแบบ และอะไรต่างๆ ได้ แต่ถ้าไม่มีการออกแบบว่าจะให้แกะเป็นรูปพระหรือรูปช้าง เครื่องมือทำงานไปเรื่อยๆ ก็จะเปะปะ ไม่มีผลอันสวยงาม อย่างวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่มีพลังมาก ให้สัมฤทธิ์อะไรก็ได้ เช่น แม้ส่งจรวดไปยังดวงดาวต่างๆ ถ้ามีเป้าหมายชัดเจน และมีการออกแบบ โครงสร้างการพัฒนาที่ถูกต้องคืออะไร โครงสร้างทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นศึก ปิระมิด หรือพระเจดีย์ ต้องมีฐานที่แข็งแรง โครงสร้างนั้นจึงจะมั่นคง สังคมก็เช่นเดียวกันที่ต้องมีฐานที่แข็งแรง สังคมจึงจะเติบใหญ่และมั่นคงได้ หากฐานอ่อนแอหรือทำให้ฐานอ่อนแอ แต่พยายามทำข้างบนให้ใหญ่และหนัก ก็จะเกิดการพังทลายลง หรือการพังทลายของสังคม (Social disintegration) การพัฒนาที่ผ่านมาไม่คำนึงถึงฐาน หรือเป็นการพัฒนาแบบทุนฐาน สังคมจึงพังทลายลง ฐานของสังคมคืออะไร ฐานของสังคมคือชุมชนท้องถิ่น ๓๐ ปีพุทธศาสนาประชุมวิชาการ Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. ๑๐ ปี แห่งพระราชกรณียกิจ จรา โครงสร้างของการพัฒนาที่ถูกต้องคือฐานล่างของสังคมเข้มแข็ง และส่วนบนเชื่อมต่อบูรณาการ ชุมชนเข้มแข็งคือฐานของเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนเข้มแข็งเกิดจากการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ สามารถวิเคราะห์วิจัยเรื่องของตนเอง และวางแผนแม่บทชุมชน ซึ่งเป็นแผนพัฒนาอย่างบูรณาการ และขับเคลื่อนแผนพัฒนาที่ชุมชนทำเองได้ ซึ่งทำให้หายจน อุปกรณ์สิ่งแวดล้อม อุปกรณ์วัฒนธรรม และแก้ปัญหาสังคมเช่น ยาเสพติด และความรุนแรงได้ นั่นคือเกิดวิถีเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาอย่างบูรณาการต้องเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง การพัฒนาโดยเอากรมเป็นตัวตั้งไม่สามารถบูรณาการได้ เพราะกรมแยกเป็นเรื่องๆ แต่หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งมหาวิทยาลัยสามารถสนับสนุนการพัฒนาอย่างบูรณาการโดยเอาพื้นที่คือชุมชนท้องถิ่นเป็นตัวตั้งได้ หากมหาวิทยาลัยต่างๆ รู้จักมองลงไปข้างล่าง เรียนรู้เรื่องข้างล่าง สนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยจะเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง ถ้าเราเข้าใจความสำคัญของฐานล่างของสังคม ก็จะเข้าใจว่าทำไมพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงตะลอน ๆ ไปช่วยคนข้างล่าง จนพระเสไทหยดจากปลายพระนาสิก การพัฒนาต่างๆ ข้างบนไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การศึกษา การพระศาสนา การสาธารณสุข การสื่อสาร มีพลังมากถ้าเชื่อมต่อบูรณาการ ข้างล่างกับข้างบนเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ประเทศไทยจะแข็งแรงพอเพียง และเรื่องแสง ๓๒ ปลูกดอกไม้บนประชุมวิชาการ # พระเจ้าอยู่หัวกับทรัพย์สินนาถใหม่ ## (๓) ส่งเสริมจิตตปัญญาศึกษา เพื่อการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตน การศึกษาทุกวันนี้เป็นการศึกษาวิชาต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องนอกตัว ทั้งสิ้น จึงไม่สามารถดึงศักยภาพภายในขึ้นมาใช้ บัดนี้โลกวิกฤตอย่างที่ ถ้าพังโลกภายนอกอย่างเดียวแก้ไม่ได้แล้ว จำเป็นต้องดึงเอาพลังภายในขึ้น มาใช้ มีความจำเป็นที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Trans- formation) ทั้งในตนเอง (Personal transformation) และเชิงองค์กร (Organizational transformation) มนุษย์จึงจะไปผันวิกฤตการณ์ของอารยธรรมปัจจุบันได้ การเรียนรู้ นอกจากจะเรียนความรู้ต่างๆ แล้ว การเรียนรู้ต้อง ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformative learning) หรือ ที่บ้างก็เรียกว่า จิตตปัญญาศึกษา (Contemplative Education) เมื่อเรามีการเรียนรู้ที่เข้าถึงความจริงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขั้น พื้นฐานในตัวเอง เกิดความเป็นอิสระ ความสุข และความรักอันไพศาลต่อ เพื่อนมนุษย์และธรรมชาติทั้งหมด อันเป็นไปเพื่อชีวิตและการอยู่รวมกันที่ดี มีวิธีการอันหลากหลายที่ทำให้มนุษย์เข้าถึงความจริง ทั้งวิธี การตั้งเดิมทางการปฏิบัติภาวนา วิธีการทางศิลปะ วิธีการทางสิ่งแวดล้อม วิธีการทางการทำงาน วิธีการทางสังคม วิธีการทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น การเข้าถึงความจริงอาจทำให้เกิดความสุขอับพลัน (Instant Happiness) ปรารภ 2563 ๓๓ ๑๐ ปี แห่งพระราชกรณียกิจ ฯลฯ ซึ่งเป็นความสุขราชาถูก เมื่อราคาถูกก็เป็นไปได้สำหรับทุกคน และไม่ล้างผลาญทรัพยากรธรรมชาติของโลก ความพอใจนั้นต้องการการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในจิตใจ ของตัวเอง ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวทั่วโลกเพื่อพัฒนามิติทางจิตวิญญาณใน ชื่อด่างๆ กัน เรียกว่ากระบวนการจิตสำนึกใหม่บ้าง เรียกว่ากระบวนการจิตจักรวาลบ้าง เรียกจิตวิวัฒน์บ้าง เรียกสุนทรีอสนทนาบ้าง เรียกพฤษฎิรูปตัว U บ้าง หรือเรื่องการเจริญสติแบบพุทธอย่างตรงไปตรงมาบ้าง เพราะเมื่อมีสติที่จะให้เข้าถึงความจริง ที่มหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตต์ ดร.คาบัด ซินน์ เปิดสอนการ เจริญสติแบบพุทธ (Buddhist Mindfulness Meditation) มีคนมาลง ทะเบียน ๘๗,๐๐๐ คน ที่แคสิฟอร์เนียมี IONS (Institute Noetic Science) ทำการศึกษาวิจัยและให้การฝึกอบรมเกี่ยวกับจิตสำนึกใหม่ ซึ่งมี คนมาร่วมด้วยมากขึ้นทุกปี ฯลฯ กระแสใหญ่ของโลกในอนาคตคือกระแสการพัฒนาจิตใจหรือ โลกภายใน เพื่อเผชิญวิกฤตจากอารยธรรมรัตนนิยม-บริโภคนิยม-เงินนิยม จิตศรัณญาติกาจะช่วยให้การปรับไปสู่วิถีแห่งความพอใจ เป็นไปได้ง่ายมากขึ้น จึงควรทำความเข้าใจและส่งเสริมอย่างจริงจัง ๓.๔ ปฏิกูลในงานประชุมวิชาการ # (๔) สร้างเครื่องมือใหม่ทางสังคม (New Social tool) สังคมปัจจุบันเป็นระบบซับซ้อน (Complex System) ปัญหาต่างๆ เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่แก้ไขได้ยากหรือแก้ไขไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความยากจน ความอยุติธรรมทางสังคม การละเมิดสิทธิมนุษยชน ยาเสพติด ความรุนแรง และความเอื้อมเสียทางศีลธรรมต่างๆ ระบบหรือสถาบันต่างๆ ทางสังคม เช่น ระบบการเมือง ระบบราชการ ระบบการศึกษา ระบบธุรกิจ ระบบการพระศาสนา ดูจะอ่อนเพลียไม่มีพลังที่จะเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่สลับซับซ้อนในปัจจุบัน เราต้องทำความเข้าใจถึงสาเหตุของความอ่อนล้าทางระบบและองค์กรต่างๆ ทางสังคม และสร้างนวัตกรรมองค์กรเพื่อให้เกิดพลังงานทางสังคมที่จะเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างที่สลับซับซ้อนและยาก โครงสร้างในองค์กรทุกชนิดเป็นโครงสร้างทางดิ่ง โครงสร้างทางดิ่ง หมายถึงเน้นการใช้กฎหมาย กฎระเบียบ และการสั่งการจากบนลงล่าง (รูปที่ ๕) <table><tr><td>การเมือง</td><td>ราชการ</td><td>การศึกษา</td><td>ธุรกิจ</td><td>ศาสนา</td></tr><tr><td></td><td></td><td></td><td></td><td></td></tr><tr><td></td><td></td><td></td><td></td><td></td></tr><tr><td></td><td></td><td></td><td></td><td></td></tr></table> รูปที่ ๕ องค์กรทุกชนิดเป็นโครงสร้างทางดิ่ง ไม่มีพลังพอที่จะแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ประเวศ วะสี ๓๕ ๒๐ ปี แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ โครงสร้างชนิดนี้ไม่มีพลังเพียงพอที่จะแก้ปัญหาที่ยากและซับซ้อน เพราะเป็นองค์กรอำนาจ อำนาจแก้ปัญหาที่ซับซ้อนไม่ได้ รัฐบาลบางรัฐบาลมีอำนาจมากก็แก้ปัญหาของประเทศไม่ได้ การจะแก้ปัญหายาก ๆ ได้จะต้องอาศัยการเรียนรู้และการร่วมมือกัน ในความสัมพันธ์ทางดิ่ง มีการเรียนรู้น้อย เพราะผู้มีอำนาจต้องการใช้อำนาจสั่งการโดยไม่ต้องการเรียนรู้ และไม่ต้องการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเรียนรู้ แต่ต้องการให้ทำความสำเร็จในองค์กรอำนาจ ความร่วมมือมีน้อย มีการเฉื่อยง่าย การวิ่งเต้นเส้นสาย การแสวงหาอิทธิพล การนินทวาร้าย การออกใบปลิว การลอบแทงข้างหลัง มีการทะเลาะเบาะแว้ง ขาดความสุขและความสร้างสรรค์ องค์กรทางดิ่งจึงเป็นอุปสรรคต่อการสร้างสิ่งดี ๆ ในสังคม จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานเชิงองค์กร (Organizational Transformation) ซึ่งไม่ใช่การใด่นอันหรือทำลาย เพราะถ้าได้นอันหรือทำลายคนใหม่ที่เข้ามาก็เหมือนเดิม เพราะยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตัวตนตามที่กล่าวถึงในข้อ (๓) ข้างบน วิธีการต่อการสร้างความสัมพันธ์ทางงาน เป็นความสัมพันธ์ใหม่ ทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยอีกหลักว่าทุกคนมีศักดิ์ศรี มีคุณค่า และมีศักยภาพ สามารถเข้ามารวมกลุ่มร่วมคิดร่วมทำด้วยความเสมอภาค และเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย ๓๖ ปลูกดอกในงานประชุมวิชาการ พระเจ้าอยู่หัวกับทรัพย์สินนาใหม่ หลักการข้างต้น จะเกิดเป็นโครงสร้างทางสังคมใหม่ ที่เรียก เป็นสัญญลักษณ์ว่า INN ดังนี้ I = Individual หรือปัจเจกบุคคลที่มีจิตสำนึกใหม่ว่าเรามี เกียรติ มีศักดิ์ศรี มีคุณค่า และมีศักยภาพที่จะทำอะไรดี ๆ และร่วมกันทำอะไรดี ๆ จิตสำนึกใหม่นี้จะปลดปล่อยผู้คน ไปสู่ศักยภาพ อิสรภาพ และความสุขอันมหาศาล N = Nodes คนที่มีความสนใจร่วมกันและถูกจริตกัน รวมตัว ร่วมคิดร่วมทำ เป็นกลุ่ม ๆ อย่างหลากหลาย กลุ่มเหล่านี้ จะมีความสุขและสร้างสรรค์ เพราะเป็นความสัมพันธ์ทาง รายด้วยความเสมอภาค N = Networks มีการเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายทั้งระหว่าง บุคคลและระหว่างกลุ่ม รูปที่ ๖ แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ทางสังคมใหม่ ซึ่งเป็น ความสัมพันธ์ทางรายด้วยความเสมอภาค เป็นเครือข่ายทางสังคมใน โครงสร้างใหม่นี้ ไม่มีใครครอบงำใคร แต่มีการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ โครงสร้างใหม่นี้จะมีความรัก ความสุข พลังทางปัญญา และพลังทางสังคม การเมือง ราชการ การศึกษา ธุรกิจ ศาสนา รูปที่ ๖ ศักยภาพส่วนบุคคล การรวมกลุ่ม การเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย ประวัติ ๓๗ ๒๐ ปี แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ อันมหาศาล ที่สามารถเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างอันซับซ้อนของสังคมใน สมัยใหม่ได้ เป็นเครื่องมือใหม่ทางสังคม จะเกิดความสัมพันธ์ใหม่ทางราบ โดยไม่ไปได้กับโครงสร้างเก่า การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในตัวตนและในองค์กร จึงเป็นวิธี การที่ไปให้พันริกฤตของอารยธรรมปัจจุบัน หากระบบการศึกษาทั้งหมด จัดให้มีการเรียนรู้เพื่อการ เปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformative learning) ทั้งในตัวตนและ ในองค์กร ระบบการศึกษาก็จะสามารถพัฒนาพลังทางสังคมอันยิ่งใหญ่ เพื่อ การหลุดพ้นจากวิกฤตการณ์ปัจจุบัน และทำให้สังคมสามารถปรับเปลี่ยน ไปสู่วิถีชีวิตและเศรษฐกิจพอเพียง เกิดความร่มเย็นเป็นสุขได้ การสร้างผู้นำควรจะไปพ้นจากการสร้างผู้นำเชิงอำนาจไปสู่ผู้นำ ในสังคมที่มีความสัมพันธ์ใหม่ อันเป็นสังคมที่สัมพันธ์กันทางรายแบบ เครือข่าย มรรควิธีทั้ง ๔ ประการข้างต้นร่วมกัน จะก่อให้เกิดการเปลี่ยน แปลงทิฐิ สร้างโครงสร้างการพัฒนาที่ถูกต้อง การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน ในตัวตนและในองค์กร อันจักเป็นไปเพื่อวิถีชีวิตอันพอเพียงและสันติ ๓๘ ปลูกอนาคตในงานประชุมวิชาการ # ปัจฉิมบท ตลอดเวลาแห่งการครองสิริราชสมบัติ ๖๐ ปี พระบาทสมเด็จ- พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงประกอบพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการ พัฒนาประเทศเป็นอเนกปริยาย ทั้งด้านการศึกษา ศาสนา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศิลป์วัฒนธรรม เกษตรกรรม สิ่งแวดล้อม การแพทย์ การ สาธารณสุข และอื่น ๆ อาจเรียกว่าทุกด้าน เมื่อมองหาความหมายเชิงลึกของแนวทางการพัฒนาของ พระเจ้าอยู่หัว จะเห็นว่าเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ของการพัฒนา ซึ่งแตกต่าง ไปจากการพัฒนากระแสหลักของโลก ซึ่งมีความสำคัญยิ่งนักที่จะช่วยให้ มนุษย์พ้นวิกฤตจากอารยธรรมปัจจุบันได้ ประเวศ ระสี ๓๙ การพัฒนาตามแนวทางตะวันตกอีกเนื่องมาจากการใช้ความรู้ เป็นอำนาจเข้าแย่งชิงเพื่อเงินหรือความร่ำรวย ซึ่งอาจเขียนเป็น รหัสพัฒนา ว่า KPM (Knowledge-Power-Money) หรือ สวามรู้ - อำนาจ - เงิน ขณะนี้มีผู้กล่าวกันทั่วไปว่า การพัฒนาตามอารยธรรมตะวันตก กำลังพาโลกเข้าไปสู่ความเจ็บป่วยและวิกฤตการณ์มากขึ้นทุกที่ ๆ แนวทางการพัฒนาของพระเจ้าอยู่หัวอาจเรียกว่าเอาความดี เป็นตัวตั้ง เพื่อการอยู่ร่วมกัน โดยใช้ความรู้ ซึ่งอาจเขียนเป็น รหัสพัฒนา ว่า GCK (Goodness-Community-Knowledge) หรือ สวามดี - การอยู่ร่วมกัน - ความรู้ การพัฒนาแบบเก่านำโลกเข้าไปสู่ความเสื่อมเสียทางศีลธรรมและ เจ็บป่วยมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะใช้เงินเป็นตัวตั้ง หากจะเยียวยาโลก (Heal the world) ได้ ต้องใช้รหัสพัฒนา ใหม่ ฉะนั้น จึงควรสนใจศึกษาหาความหมายเชิงลึกของแนวทาง การพัฒนาของพระเจ้าอยู่หัวให้ดี เพราะอาจบรรทัดพัฒนาใหม่ ที่ช่วยให้โลก รอดได้ ๔๐ ปัญหาในงานประชุมวิชาการ ปาฐกถาในงานประชุมวิชาการ ๖๐ ปี แห่งพระราชกรณียกิจ เกี่ยวกับการพัฒนาการแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษา พระเจ้าอยู่หัวกับรหัสพัฒนาใหม่ สำนักงานประสานงานจัดพิมพ์ เลขที่ ๑๑๖๘ ซอยพหลโยธิน ๒๒ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐ โทรศัพท์ : ๐ ๒๕๑๑-๕๘๕๕ โทรสาร : ๐ ๒๙๓๙-๒๒๓๙ พระเจ้าอยู่หัว กับ รหัส พัฒนาใหม่ ประเวศ วะสี ปาฐกถาในงานประชุมวิชาการ "๖๐ ปี แห่งพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาการแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษา" โดย ชมรมผู้รับพระราชทานสมบูรณ์ชีวานันทมหิดล

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

เศรษฐกิจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2006

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
22% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
20% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
14% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การพัฒนาประเทศ -- ไทย

• เศรษฐกิจพอเพียง

• การพัฒนาแบบยั่งยืน

history_eduหมวดหมู่

เศรษฐกิจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2006

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้