auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

มหาวิทยาลัยกับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น : จุดเปลี่ยนประเทศไทยจุดเปลี่ยนการศึกษาไทย

chrome_reader_modeคำอธิบาย

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

จุดเปลี่ยนประเทศไทย จุดเปลี่ยนการศึกษาไทย มหาวิทยาลัย กับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ประเวศ วะสี # มหาวิทยาลัย กับความเข็มแข็งของชุมชนท้องถิ่น จุดเปลี่ยนประเทศไทย จุดเปลี่ยนการศึกษาไทย (คตม.) พิเศษทั้งหมดของชาติอันเป็น บริษัทพ.ศ. ๑๗๒๓ บริษัทพ.ศ. ๒๔๐๑ ๐๐๗๐๐๐ รพ.พรุก รถดีเซล คตม.วัฒนธรรม ๐๒๑๐๖ ๓๗๕๐๐ ๔๐๒๐๖๑๐๐ ทิพย์พร gro.thiborit@gmail.com; libm-๑ มหาวิทยาลัย กับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น จุดเปลี่ยนประเทศไทย จุดเปลี่ยนการศึกษาไทย ประเวศ วะสี พิมพ์ครั้งที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๒ จำนวน ๓,๐๐๐ เล่ม จัดพิมพ์ โดย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) สนับสนุน โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ออกแบบ วัฒนสินธุ์ สุวรัตนานนท์ พิมพ์ที่ บ. ทีคิวพี จก. มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) ๑๑๖๘ ซ.พหลโยธิน ๒๒ ถ.พหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐ โทรศัพท์ ๐-๒๕๑๑-๕๘๕๕ โทรสาร ๐-๒๙๓๙-๒๑๒๒ e-mail : thainhf@thainhf.org /www.thainhf.org " มหาวิทยาลัยเป็นพลังแห่งการเรียนรู้อันมหาศาล หากมหาวิทยาลัยเข้าไป สนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น จะเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย " <figure> The image features a person's hand holding a pen, poised over an open book. The background is dark with some light, creating a stark contrast. The text on the left side of the image is in Thai, presented in two paragraphs. The overall impression is one of contemplation or writing. </figure> โครงการสร้างที่จะทำให้สังคมมั่นคง และยั่งยืนคือ ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง และส่วนบนต้องเชื่อมโยงกับฐาน อย่างเกื้อกูลกัน ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น คือจุดเปลี่ยนประเทศไทย # ๑. จุดเปลี่ยนประเทศไทย ปัญหาของการพัฒนาประเทศไทยในเกือบ ๑๐๐ ปีที่ผ่านไป คือการทำแยกเป็นเรื่อง ๆ ส่วน ๆ เหมือนรถยนต์ที่เครื่องหลุดออกจากกัน ไม่ประกอบกันเข้าเป็นโครงสร้างและระบบ จึงไม่เห็นภาพรวมของทั้งหมด และไม่รู้ว่าวิกฤตการณ์ที่คืบคลานมาสู่เรามากขึ้นเรื่อย ๆ นั้นเกิดเพราะอะไร การที่ประเทศจะเกิดภาวะปรกติสุข โครงสร้างและระบบจะต้องสามารถธำรงบูรณภาพและดุลยภาพของสังคมได้ โครงสร้างอะไรที่มั่นคงฐานต้องกว้างและแข็งแรง ถ้าเป็นสามเหลี่ยมก็ต้องเอาฐานลง (รูปที่ ๑) ไม่ใช่เอาหัวลง พระเจดีย์ต้องสร้างจากฐาน ถ้าสร้างจากยอดก็จะพังลง ๆ ฐานของสังคมคือชุมชนท้องถิ่น ที่เราพัฒนาแล้วไม่สำเร็จเพราะเป็นการพัฒนาแบบทิ้งฐาน พัฒนาแต่ข้างบน และให้ข้างบนบ่อนเชาะทำลาย ประเวศ วะสี | ๕ ท้องถิ่นเข้มแข็งและส่วนบนต้องเชื่อมโยงกับฐานอย่างเกื้อกูลกัน - ความเป็นธรรม - ระบบต่าง ๆ - ชุมชนท้องถิ่น (ก.) มั่นคง (ข) ไม่มั่นคง (ค) พระเจดีย์สร้างจากฐาน (ง) ถ้าสร้างจากยอดก็จะพังลง ๆ รูปที่ ๑ โครงสร้างใด ๆ ฐานต้องกว้างและแข็งแรงจึงมั่นคง ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นคือจุดเปลี่ยนประเทศไทย ระบบต่าง ๆ จะต้องเชื่อมกับฐาน เช่น ระบบเศรษฐกิจ ระบบการศึกษา ระบบสุขภาพ ระบบการเมืองการปกครอง ระบบการสื่อสาร ฯลฯ โดยมีความเป็นธรรมเป็นความสรุปรวบยอด หรือยอดพระเจดีย์ 5 | มหาวิทยาลัยกับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น # ๒. การพัฒนาอย่างบูรณาการ โดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง การพัฒนาเป็นชิ้น ๆ ส่วน ๆ ไม่นำไปสู่ความสำเร็จ ประดุจเรามีปูน ทราย ไม้ กระเบื้อง เราจะพัฒนาแต่ละเรื่อง ๆ ให้วิเศษวิโสอย่างไร เราก็ ไม่มีบ้านอยู่ตราบเท่าที่เราไม่เอาสิ่งเหล่านั้นมาเชื่อมต่อกันเป็นบ้าน การ พัฒนาของเราเอากรมเป็นตัวตั้ง กรมนั้นแยกเป็นเรื่อง ๆ เช่น กรมดิน กรมน้ำ กรมต้นไม้ กรมข้าว จนมีคนล้อว่าแม้แต่ข้าวเม็ดเดียวกันยังแยก เป็นกรมข้าว กรมรำ กลมแกลบ การพัฒนาคือการเชื่อมโยง การพัฒนา โดยเฉพาะกรมหรือหน่วยงานเป็นตัวตั้งจึงบูรณาการไม่ได้ การพัฒนาอย่าง บูรณาการจึงต้องเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง เช่น ชุมชน ท้องถิ่น จังหวัด <table><tr><td>จังหวัด</td><td>๗๖</td><td></td><td>๐๐</td></tr><tr><td>อำเภอ</td><td>๗๖๐</td><td></td><td>๐๐๐</td></tr><tr><td>ตำบล</td><td>๗,๖๐๐</td><td></td><td>๐๐๐๐๐</td></tr><tr><td>หมู่บ้าน</td><td>๗๖,๐๐๐</td><td></td><td>๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐</td></tr></table> ประเวศ วะสี | ๗ ในแต่ละจังหวัดมีประมาณ ๑๐ อำเภอ แต่ละอำเภอมี ๑๐ ตำบล แต่ละตำบลมี ๑๐ หมู่บ้าน ทั้งหมดจึงประมาณ ๗,๖๐๐ ตำบล ๗๖,๐๐๐ หมู่บ้าน ท้องถิ่นประกอบด้วยหลายชุมชนในพื้นที่ที่มีอาณาบริเวณใหญ่ขึ้น เช่น ตามลุ่มน้ำ ตามหุบเขา ตามที่ราบ ตามห้วยหนองคลองบึงขนาดใหญ่ ท้องถิ่นมีทั้งที่ไม่เป็นทางการและเป็นทางการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นองค์กรการปกครองที่เป็นทางการมี ๓ ประเภท คือ อบต. เทศบาล และ อบจ. ชุมชนท้องถิ่นจึงเป็นฐานที่กว้างใหญ่ไพศาลของสังคมถ้าฐานของ สังคมเข้มแข็งทุกด้านก็จะรอบรับสังคมทั้งหมดให้มั่นคง เรามีตัวอย่างของ การพัฒนาอย่างบูรณาการในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย มหาวิทยาลัยกับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ๘ | # ๓. ตัวอย่างดีๆ จากชุมชนท้องถิ่น มีพัฒนาการดี ๆ เกิดขึ้นในชุมชนท้องถิ่นมามายจะขยายตัวอย่าง เพียงเล็กน้อยดังต่อไปนี้ (๑) ประชาธิปไตยชุมชนที่บ้านหนองกลางดง อำเภอสาม- ร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีสภาผู้นำชุมชนประกอบด้วยผู้นำ ชุมชน ๕๙ คน เป็นผู้นำที่เป็นทางการ ๓ คน คือผู้ใหญ่บ้าน ๑ คน และ สมาชิก อบต. ๒ คน ผู้นำไม่เป็นทางการ ๕๖ คนได้แก่ผู้นำกลุ่มต่าง ๆ สภาผู้นำชุมชนทำการสำรวจข้อมูลชุมชน แล้วเอาข้อมูลมาทำแผนชุมชน เอาแผนชุมชนไปเสนอสภาประชาชน ซึ่งประกอบด้วยประชาชนทั้ง หมู่บ้าน เมื่อสภาประชาชนหรือสภาชุมชนเห็นชอบแล้ว ก็ช่วยกันขับเคลื่อน แผนชุมชน ทุกอย่างก็ดีขึ้นเป็นลำดับ เช่น ความยากจนลดลง สิ่งแวดล้อมดี ขึ้น สังคมดีขึ้น ผู้คนมีความสุขมากขึ้น ประเวศ วะลี | ๙ นี้เป็นรูปแบบประชาธิปไตยระดับชุมชนที่ประชาชนมีส่วนร่วมด้วย โดยตรงที่ทำให้เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สุขภาพดีขึ้น รูปแบบนี้ สามารถขยายตัวไปได้ทั้ง ๗๖,๐๐๐ หมู่บ้าน เป็นฐานประชาธิปไตยที่กว้าง ขวางที่ก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างบูรณาการพร้อมกันไป (๒) แผนแม่บทชุมชน ตัวแทนผู้นำชุมชนระดับหมู่บ้านไปรวมตัวกัน เป็นสภาผู้นำชุมชนระดับตำบล เช่นที่ตำบลไม้เรียงจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีนายประยงค์ รณรงค์ ผู้ได้รับรางวัลแมกไซไซเป็นผู้นำ ตำบลนี้ประกอบ ด้วย ๑๐ หมู่บ้าน ผู้นำชุมชนระดับหมู่บ้าน ๆ ละ ๕ คนมารวมตัวกันเป็น สภาผู้นำชุมชนระดับตำบล มีสมาชิก ๕๐ คน สภาผู้นำชุมชนทำแผนแม่บท ชุมชน ซึ่งเป็นแผนพัฒนาอย่างบูรณาการทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม สวัสดิการ เมื่อช่วยกันขับเคลื่อนแผนแม่บทชุมชน การพัฒนาอย่างบูรณาการก็เกิดขึ้น เครือข่ายแผนแม่บทชุมชน ๔ ภาค พยายามขับเคลื่อนกระบวนการทำแผนแม่บทชุมชนให้ขยายตัวออกไปทุกภาค (๓) วิสาหกิจชุมชน ที่ตำบลเขาคราม จังหวัดกระบี่ คนในตำบบนี้ รวมตัวกันรวบรวมข้อมูลตำบล เช่น ค่าน้ำปลา ค่าขนมลูก ค่าเครื่องดื่ม ข้อมูล รวมของทั้งตำบลทำให้เกิดสำนึก แล้วเกิดการปรับพฤติกรรมการบริโภค และพฤติกรรมการผลิต ที่ทำให้เกิดดุลยภาพทางเศรษฐกิจมากขึ้น ชาวบ้าน ได้วิเคราะห์การเป็นหนี้ว่าเป็นหนี้ใคร เท่าไร ทำไมจึงเป็นหนี้ จากการ วิเคราะห์แสดงให้เห็นว่าการเกษตรกรรมที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวทำให้ขาดทุน คนในตำบบนี้ก็ปรับมาทำอาชีพอันหลากหลายตั้ง ๕๐-๖๐ ชนิดรวมเรียกว่า วิสาหกิจชุมชน ชาวบ้านที่ผ่านการวิเคราะห์และสามารถปรับเกษตรกรรม เชิงเดี่ยวไปเป็นวิสาหกิจชุมชนที่ทำอาชีพหลายอย่างเชื่อมโยงกันเป็นกลุ่ม (Clusters) จะพ้นจากความยากจนอย่างเด็ดขาดและถาวร ๑๐ | มหาวิทยาลัยกับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น (๔) เกษตรพอเพียง-วิถีชีวิตพอเพียง ปราชญ์ชาวบ้านทั่วทุกภาค ได้ค้นพบวิถีชีวิตที่พอเพียง อันยังให้กาย ใจ สังคม สิ่งแวดล้อมคืนสู่สมดุล เช่นผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม พ่อมหาอยู่สุนทรชัย ผู้ใหญ่ผาย สร้อยสระกลาง คุณคำเดื่อง ภาษี ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ฯลฯ ดร.เสรี พงศ์พิศ แห่ง มูลนิธิหมู่บ้านและสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ซึ่งส่งเสริมวิถีชีวิตพอเพียง ในระดับชุมชนมานาน กำลังทำมหาวิทยาลัยชีวิตเพื่อเปิดโอกาสให้ชาวบ้าน ได้เรียนระดับอุดมศึกษาอย่างที่สอดคล้องกับความต้องการของเขา นาย แพทย์อภิสิทธิ์ - พญ.ทานทิพย์ ธำรงวรางกูร ร่วมกับปราชญ์ชาวบ้านใน ภาคอีสานได้สนับสนุนให้ชาวบ้านทำเกษตรพอเพียงขยายตัวมากขึ้น เรื่อย ๆ ซึ่งเห็นผลชัดเจนว่าทำให้หลุดหนี้ มีเงินออม มีกินอิ่ม สุขภาพดีขึ้น มีต้นไม้มากขึ้น (๕) กองทุนสัจจะออมทรัพย์ ครูชบ ยอดแก้ว คุณอัมพร ด้วงปาน ที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ส่งเสริมให้ชาวบ้านออมเงิน และมารวมกัน ตั้งเป็นกองทุนสัจจะออมทรัพย์ เพื่อให้ชาวบ้านกู้ไปทำมาหากินด้วยอัตรา ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบเป็นอันมาก ดอกเบี้ยที่ได้รับก็ นำมาใช้เพื่อสวัสดิการชุมชนกองทุนสัจจะออมทรัพย์ทำให้คุณภาพชีวิต ของคนในชุมชนดีขึ้น กองทุนชุมชนที่ชาวบ้านจัดตั้งขึ้นจากออมของเขาเอง เป็นรูปแบบที่ดีมากที่ขยายตัวออกไปเรื่อย ๆ เช่นที่จังหวัดตราด โดยการนำ ของพระสุบิน มณีโต* มีกองทุนสัจจะออมทรัพย์ในกว่าครึ่งของหมู่บ้านทั้ง จังหวัด (๖). กองทุนสุขภาพชุมชน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมมือกับ อบต. หรือเทศบาล ตั้งกองทุนสุขภาพชุมชน โดย สปสช. ออก ๓๗.๕๐ บาทต่อประชากรหนึ่งคน อบต.หรือเทศบาล ออก ประเวศ วะสี | ๑๑ สมทบตามฐานะ กองทุนนี้ใช้สนับสนุนระบบสุขภาพชุมชน ขณะนี้มีในกว่า ๓,๐๐๐ ตำบล สปสช.มีแผนจะขยายจำนวนกองทุนให้ครบทุกตำบลทั่ว ประเทศ (๗) การผลิตพยาบาลของชุมชน อบต. เลือกคนในชุมชนส่งไป เรียนพยาบาลที่คณะพยาบาลศาสตร์หรือวิทยาลัยพยาบาล มีโรงพยาบาล ชุมชนร่วมมือในการฝึกภาคปฏิบัติ เมื่อจบแล้วไปประจำปฏิบัติงานใน ชุมชนโดย อบต. จ่ายเงินเดือน ความร่วมมือเป็นสามเส้าระหว่าง อบต. คณะพยาบาลศาสตร์ และโรงพยาบาลชุมชน ทำให้ก้าวข้ามข้อจำกัดต่าง ๆ ในการผลิตและการมีพยาบาลเป็นของชุมชนเอง ซึ่งมีความหมายต่อระบบ สุขภาพชุมชนมาก สภาการพยาบาลสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ เป็น ตัวอย่างของการผลิตบุคลากรเพื่อชุมชน (๘) เด็กเล็กเข้าเรียนฟรี กินนมฟรี หญิงตั้งครรภ์กินนมฟรี ที่ ตำบลปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช มีศูนย์เด็กเล็ก ๗ แห่ง มีครูพี่เลี้ยง ๒๐ กว่าคน เด็กเล็กทุกคนในตำบลนี้เข้าเรียนฟรี เข้าเมื่อไรก็ได้ ไม่มีการ สอบเข้า ทุกคนกินนมสดฟรีทุกวัน หญิงตั้งครรภ์ในตำบลนี้ได้กินนมสดฟรี ทุกวัน ที่ทำได้เพราะในตำบลนี้เลี้ยงวัวนม ๑๐๐ ตัว แต่ละตัวให้นม ๒๐ กก. ต่อวัน แสดงให้เห็นว่าเรื่องการศึกษาและสุขภาพ ถ้าบูรณาการอยู่กับการ พัฒนาทั้งหมดในพื้นที่ก็ทำได้ง่ายขึ้น ถ้าทำแบบแยกส่วนเป็นเรื่อง ๆ ก็ยาก (๙) ธุรกิจเพื่อชุมชน คุณมีชัย วีระไวทยะ ได้ชักชวนบริษัทธุรกิจ ไปสนับสนุนชุมชนที่อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยไปสนับสนุนการ ฝึกอาชีพและการรวมตัวกันทำธุรกิจชุมชน แม้แต่เด็ก ๆ ก็รวมตัวกันทำ ธุรกิจได้ ๑๒ | มหาวิทยาลัยกับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น (๑๐) สภาองค์กรชุมชน สภาองค์กรชุมชนเกิดขึ้นโดยพระราช- บัญญัติ สนับสนุนโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) มี ๓ ระดับ คือ ระดับตำบล ระดับจังหวัด และระดับชาติ สภาองค์กรชุมชนมีฐานกว้างใน ชุมชนทั่วประเทศ ตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นระบบประสาท ที่รับรู้ปัญหาศักยภาพ และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย กลไกนี้เพิ่งก่อตัว ต้องการพัฒนาและใช้ ประโยชน์ต่อไป หากมหาวิทยาลัยเข้าไปช่วยสนับสนุนการทำงานของ ระบบสภาองค์กรชุมชนก็จะเป็นพลังมหาศาลเชิงนโยบาย ที่เล่ามา ๑๐ กรณี นี้เป็นตัวอย่างเพียงเล็กน้อยของสิ่งดี ๆ ที่กำลัง เกิดขึ้นกับชุมชนท้องถิ่น ควรจะมีการวิจัยรวบรวมของดี ๆ ในแผ่นดิน แล้ว นำมาเผยแพร่เพื่อเป็นกำลังใจ เพื่อการเรียนรู้และขยายตัว และเพื่อ สังเคราะห์ให้เห็นระบบชุมชนท้องถิ่น ประเวศ วะสี | ๑๓ Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image's main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. # ๔. ระบบชุมชนท้องถิ่น ## ก. องค์กรชุมชน องค์กรท้องถิ่น * **๑๐.** ระบบสุขภาพ * **๑.** ชุมชนไม่ทอดทิ้งกัน * **๒.** เศรษฐกิจพอเพียง ธนาคารชุมชน * **๓.** อนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม และทรัพยากร * **๔.** ชุมชนปลอดภัย * **๕.** แม่และเด็กศูนย์เด็กเล็ก * **๖.** การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม * **๗.** การสื่อสาร * **๘.** โครงสร้างทางกายภาพ * **๙.** พลังงานชุมชน ## ค. ระบบสนับสนุนจากภายนอก สัมมาทิฐิ - สังคม - ความรู้และเทคโนโลยี - นโยบาย รูปที่ ๒ สรุประบบชุมชนท้องถิ่น # ระบบชุมชนท้องถิ่นประกอบด้วย ก. องค์กรชุมชน/องค์กรท้องถิ่น เช่น สภาผู้นำชุมชน ระดับหมู่บ้าน อบต. เทศบาล อบจ. องค์กรเหล่านี้ส่งเสริมการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ ทำแผนชุมชนขับเคลื่อนการปฏิบัติตามแผนชุมชน ประเมินการปฏิบัติตามแผน ปรับแผน แสวงหาการสนับสนุนจากภายนอก ข.แผนชุมชนและการพัฒนาอย่างบูรณาการ แผนชุมชนเพื่อการพัฒนาอย่างบูรณาการ ๑๐ เรื่อง มากหรือน้อยกว่านี้แล้วแต่ชุมชนท้องถิ่นแต่ละแห่ง คือ (๑) เป็นชุมชนไม่ทอดทิ้งกัน (ระบบสวัสดิการชุมชน) ทุกชุมชนสำรวจผู้ที่อาจถูกทอดทิ้ง เช่น คนแก่ คนจน คนเจ็บ คนพิการ เด็กกำพร้า ให้รู้หมดทุกคนและจัดให้มีอาสาสมัครดูแลช่วยเหลือ โดยใช้กองทุนสุขภาพชุมชน หรือกองทุนสวัสดิการชุมชน (๒) เศรษฐกิจพอเพียง/ธนาคารชุมชน ทุกพื้นที่ต้องดูแลให้ทุกครอบครัวมีสัมมาชีพ สัมมาชีพหมายถึงอาชีพที่ไม่เบียดเบียนตัวเองไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม และมีรายจ่ายน้อยกว่ารายได้ สัมมาชีพจึงเป็นทั้งเศรษฐกิจ จิตใจ ศีลธรรม และสิ่งแวดล้อมพร้อมกันไปในตัว การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดของความร่มเย็นเป็นสุข ทุกครอบครัวควรได้รับการสนับสนุนให้มีปัจจัยพื้นฐานของการมีสัมมาชีพ ถ้าเป็นไปได้ควรผลิตอาหารกินเองให้ได้มากที่สุด เพราะความมั่นคงด้านอาหารเป็นพื้นฐานของความมั่นคงชีวิต นอกจากนั้นก็ทำวิสาหกิจชุมชนซึ่งรวมทั้งจัดการการท่องเที่ยวชุมชนด้วย ทุกชุมชนควรมี มหาวิทยาลัยกับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ๑๖ | ระบบการเงินชุมชน เช่น กองทุนสัจจะออมทรัพย์ ซึ่งอาจพัฒนาไปเป็น ธนาคารชุมชนที่ชาวบ้านจัดการเองและรวมตัวกันเป็นธนาคารท้องถิ่น ขนาดใหญ่ (๓) อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากร มีการออมน้ำ ออมดิน ออมต้นไม้ ออมสัตว์ และใช้ประโยชน์อย่างเป็นธรรม มีระบบการจัดการ ขยะและน้ำเสีย (๔) เป็นชุมชนปลอดภัย จากการลักขโมย ฆ่า ข่มขืน อุบัติเหตุ การสำรวจว่ามีความไม่ปลอดภัยอะไรบ้าง และจัดการป้องกันระวังระไวให้ เป็นชุมชนปลอดภัยรวมทั้งไม่ให้มีเด็กจมน้ำตาย และอุบัติเหตุบนถนน (๕) แม่และเด็ก-ศูนย์เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ทุกคน ควรได้รับ โภชนาการที่ดี อย่าให้มีเด็กเกิดใหม่ที่น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์เพราะต่อไปเมื่อ อายุมากแล้วจะเป็นโรคแห่งความเสื่อมหลายอย่าง มีการคลอดที่ปลอดภัย โดยสมบูรณ์ เด็กได้รับวัคซีนป้องกันโรคพ่อแม่มีความรู้ในการดูแลเด็ก ปฐมวัย มีศูนย์เด็กเล็กที่มีครูพี่เลี้ยงที่ได้รับการอบรมเป็นอย่างดี เด็กเล็ก ทุกคนในชุมชนท้องถิ่นเข้าเรียนฟรีและมีนมสดดื่มฟรีอย่างพอเพียงทุกวัน (๖) การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระบบการศึกษาต้องมอง กว้างกว่าระบบโรงเรียน โดยจัดให้มีการเรียนรู้ของคนทั้งหมด (Education for All) ให้เหมาะแก่วัย ครอบครัว และการงาน โดยนำทรัพยากรทั้งหมด ของชุมชนท้องถิ่นและจากภายนอกเข้ามาใช้ประโยชน์ในการเรียนรู้ (All for Education) และส่งเสริมให้มีกระบวนการเรียนรู้ที่พัฒนาคนให้เต็ม ตามศักยภาพของความเป็นมนุษย์ ให้มีจิตสำนึกที่ดี ทำเป็น คิดเป็น อยู่รวม กันเป็น จัดการเป็น ให้สามารถพัฒนาชีวิตและการอยู่ร่วมกันได้ดี ประเวศ วะสี | ๑๗ ควรส่งเสริมการอ่านอย่างทั่วถึง ทุกหมู่บ้านมีชมรมรักการอ่านมี ห้องสมุดหมู่บ้าน มีหนังสือนิทานดี ๆ ที่พ่อแม่ทุกครอบครัวอ่านให้ลูกฟัง ทุกวัน ทุกตำบลมีศูนย์การเรียนรู้ ซึ่งมีห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปะ ศูนย์กีฬา ศูนย์การเรียนรู้พิเศษ อยู่ใกล้เคียงกันเป็นกลุ่ม รอบ ๆ มีตลาด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้พิเศษ ศูนย์ศิลปะ ศูนย์กีฬา ตลาดชุมชน รูปที่ ๓ ศูนย์การเรียนรู้ตำบล ชุมชนทุกตำบลควรศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของตัวแล้วเอามา จัดทำพิพิธภัณฑ์ตำบล ณ บริเวณศูนย์เรียนรู้ตำบลจะเป็นที่ที่เด็กและ ผู้ใหญ่จะมามีกิจกรรมเรียนรู้และบันเทิงร่วมกันอย่างคึกคัก รอบ ๆ มีตลาด ชุมชน ชุมชนควรจัดการการท่องเที่ยวชุมชนและจัดให้มีโฮมสเตย์ เป็นราย ได้และเป็นการที่ผู้คนได้มาเรียนรู้เรื่องชุมชนทุกตำบล มีวัดประมาณ ๕ วัด ๑๘ | มหาวิทยาลัยกับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น และโรงเรียนประมาณ ๕ โรง ทั้งวัดและโรงเรียนควรเป็นส่วนหนึ่งของ ชุมชนท้องถิ่น และร่วมพัฒนาเรื่องต่าง ๆ อย่างเชื่อมโยงกัน ชุมชนควรจะ ร่วมกับพระดูแลวัดให้ร่มรื่นสะอาดสงบมีต้นไม้มาก มีอาจารย์สอน วิปัสสนากรรมฐานท้องถิ่นขนาดใหญ่อาจจัดให้มีวิทยาลัยท้องถิ่นหรือ ตกลงกับสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่ให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อท้องถิ่น โดยใช้แนวคิดมหาวิทยาลัยชีวิตที่ดร.เสรี พงศ์พิศ กำลังทำอยู่ (๗) การสื่อสารชุมชน ควรมีการสื่อสารทุกรูปแบบที่ทำให้ ประชาชนรู้ถึงกัน สื่อสารระหว่างกันและสื่อสารกันภายนอก ซึ่งอาจรวม ระบบเสียงตามสาย วิทยุชุมชน อินเตอร์เนตชุมชน และอาจทดลองทำ หนังสือพิมพ์ชุมชน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ชุมชนสามารถเป็นผู้สื่อได้ แทนที่จะ เป็นผู้รับสารแต่เพียงอย่างเดียว (๘) พัฒนาโครงสร้างทางกายภาพ เช่น ถนนหนทาง แม่น้ำ ลำคลอง ไฟฟ้า ประปา การตั้งบ้านเรือน ให้น่าอยู่ สวยงาม ปลอดภัย (๙) พลังงานชุมชน ควรมีการศึกษาวิจัยพัฒนาพลังงานชุมชน โดยไม่ต้องพึ่งพิงน้ำมันปิโตรเลียมให้มากที่สุด (๑๐) ระบบสุขภาพ ระบบสุขภาพชุมชนมีความสำคัญที่สุดใน ระบบสุขภาพทั้งหมด เพราะถ้าทำได้ดีจะเป็นฐานของสุขภาพของคนส่วน ใหญ่ และตัดค่าใช้จ่ายแพง ๆ ของบริการในสถานพยาบาลขนาดใหญ่ลง ระบบสุขภาพนั้นครอบคลุมการพัฒนาอย่างบูรณะการทั้ง ๙ ข้อ ดังกล่าว ข้างต้น เพราะถ้าทั้ง ๙ ข้อทำได้ดีก็จะเป็นปัจจัยส่งให้เกิดสุขภาพดี นอก เหนือจากนั้นต้องพัฒนาการป้องกันโรค การสร้างเสริมสุขภาพ การดูแล รักษาโรคที่พบบ่อยการควบคุมโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ดูแล ผู้สูงอายุและคนพิการ เป็นต้น สถานบริการระดับต้น เช่น สถานีอนามัย ประเวศ วะสี | ๑๙ และโรงพยาบาลชุมชน เป็นกระดูกสันหลังของระบบสุขภาพชุมชน จึงควร สนับสนุนให้มีกำลังพอเพียงและทำหน้าที่ได้ดี อบต. อาจส่งคนไปเรียน พยาบาล แล้วกลับมาเป็นพยาบาลของชุมชน โดยประจำอยู่ในหมู่บ้าน หนึ่งคนต่อสองหมู่บ้าน โดยได้รับเงินเดือนจาก อบต. ค. ระบบสนับสนุนจากภายนอก การสนับสนุนจาก ภายนอกมิได้หลายอย่าง เช่น ความเข้าใจที่ถูกต้อง และการเห็นคุณค่าของความเข้มแข็งของ ชุมชนท้องถิ่น การสนับสนุนทางสังคม เช่น การเป็นอาสาสมัครเพื่อชุมชน การสนับสนุนทางความรู้และเทคโนโลยี กระทรวง ทบวง กรม มหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจเอกชน กองทัพ ภาคการสื่อสาร ฯลฯ มีความรู้และ เทคโนโลยีเป็นเอนกประการที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนถ้าเข้าใจชุมชน การสนับสนุนทางนโยบาย ระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับจังหวัดและระดับชาติ รัฐบาลควรเข้าใจความสำคัญและมีนโยบาย เพื่อชุมชนท้องถิ่น มีการรับข้อเสนอเชิงนโยบายของชุมชนท้องถิ่นมาปฏิบัติ เท่าที่กล่าวเรื่องระบบชุมชนท้องถิ่นตามข้อ ก. ข. ค. จะเห็นความ กว้างขวางครอบคลุมและประโยชน์มหาศาลเพียงใด หากชุมชนท้องถิ่น เข้มแข็งหมดทั้งประเทศ ๒๐ | มหาวิทยาลัยกับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น # ๕. การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (Interactive learning through action) เครื่องมือของการพัฒนาอย่างบูรณาการ ในระบบที่ซับซ้อนมีหลายมิติที่เชื่อมโยงกัน มีบุคคลและองค์กรต่าง สังกัดต่างสถาบันเกี่ยวข้อง ในสภาพอย่างนี้การใช้อำนาจไม่ทำให้เกิดผล สำเร็จได้ การใช้ความรู้สำเร็จรูปโดยไม่เรียนรู้ในการปฏิบัติก็ไม่สำเร็จ การ เรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติจึงมีความสำคัญที่สุด เพราะในการปฏิบัติจริงมี ปัจจัยต่าง ๆ หลากหลายและมีความจำเพาะ ถ้าไม่เรียนรู้ในการปฏิบัติก็ ทำให้ถูกต้องไม่ได้ ใครคนใดคนหนึ่งจะเรียนรู้เฉพาะตัวคนเดียวทำให้สำเร็จ ไม่ได้ เพราะมีบุคคลและองค์กรเกี่ยวข้องมากหลายบุคคลและองค์กรที่ เกี่ยวข้องเป็นทั้งปัจจัยหรืออุปสรรคของความสำเร็จ ถ้าไม่เรียนรู้ร่วมกันก็ เป็นอุปสรรค ถ้ามีการเรียนรู้ร่วมกันก็เป็นปัจจัยของความสำเร็จ ตามปรกติมนุษย์คิดเชิงอำนาจ ต้องการให้เป็นไปตามความคิด ความต้องการของตัว แต่ละคนก็เป็นเช่นนั้น จึงขัดแย้งและติดขัด แม้ ประเวศ วะสี | ๒๑ ระหว่างพ่อแม่กับลูก ครูกับนักเรียน การเรียนรู้ร่วมกันจึงเป็นการลดตัวตน ของแต่ละฝ่าย และเปลี่ยนพฤติกรรมอำนาจมาเป็นพฤติกรรมยอมรับว่า เรายังไม่รู้และต้องเรียนรู้ ฉะนั้นเมื่อเกิดการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติจึง รักกันมาก มีความสุข และมีความสำเร็จในการอยู่ร่วมกันหรือทำงานร่วม กัน การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติจึงควรเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ ทุกองค์กร และทุกเรื่องของการทำงานที่มีหลายคน ทุกคนควรมีทักษะในการรวมตัว ร่วมคิดร่วมทำหรือการเชื่อมโยงทางสังคม ซึ่งเรียกเล่น ๆ ว่าเป็น "ช่างเชื่อม ทางสังคม" ในองค์กรควรมีกลุ่มคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการส่งเสริมการ เรียนรู้ร่วมกัน หรือบางท่านเรียกว่าเป็นหน่วยจัดการความรู้ (KM) กรม กรม กรม กรม พัฒนากร โรงพยาบาลชุมชน สาธารณสุข จังหวัด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เกษตร ตำบล สถานีอนามัย ครู อบต. เทศบาล วัด โรงเรียน ประชาชน รูปที่ ๔ ในพื้นที่มีบุคคลและองค์กรต่าง ๆ มากหลาย แต่ต่างคนต่างทำไม่รู้ถึงกัน ไม่เชื่อมโยงกัน เหมือนสังคมไม่มีเซลล์สมอง ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งจะมีบุคคลและองค์เกี่ยวข้องมากหลาย เช่น ประชาชน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน พระ ครู โรงเรียน อบต. เทศบาล เกษตรตำบล ๒๒ | มหาวิทยาลัยกับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น พัฒนากรตำบล สถานีอนามัย โรงพยาบาลชุมชน สาธารณสุขอำเภอ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ต้นสังกัดของหน่วยงานต่างๆ (รูปที่ ๔) บุคคล และองค์กรต่างๆ เหล่านี้เป็นทรัพยากรอันมหาศาลที่สามารถสร้างความ สุขให้แก่คนไทยทั้งมวล แต่ที่ทำไม่ได้เพราะบุคคลและองค์กรต่างๆ อัน หลากหลายต่างคนต่างทำไม่รู้ถึงกัน ไม่เชื่อมโยงกัน ซึ่งต่างจากระบบร่างกาย ซึ่งแม้หลากหลายสุดประมาณ แต่เชื่อม โยงบูรณาการกันเป็นเอกภาพ ถ้าหัวใจไปทาง ปอดไปทาง ตับไปทาง เราก็ เป็นคนอย่างนี้ไม่ได้ การที่อวัยวะต่างๆ ของร่างกายเชื่อมโยงกันเป็น เอกภาพเพราะรู้ถึงกันและเชื่อมโยงกัน ระบบสมองและข่ายประสาทที่ ครอบคลุมทั่วสรรพางค์กายทำหน้าที่ให้ระบบทั้งหมดรู้ถึงกันและทำงาน อย่างเชื่อมโยงกัน โดยนัยนี้ ย้อนกลับไปมองรูปที่ ๔ ที่บุคคลและองค์กรทั้งหลายต่าง คนต่างทำไม่รู้ถึงกัน ไม่เชื่อมโยงกัน จึงเปรียบเสมือนสังคมไม่มีเซลล์ สมอง สังคมไม่มีเซลล์สมองก็จะทำอะไรไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้นประเด็น ที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาอย่างบูรณาการคือการสอดใส่เซลล์ สมองให้สังคม รูปที่ ๕ เซลล์สมอง ทำหน้าที่เชื่อมต่อส่วนต่างของสังคมเข้าด้วยกัน ประเวศ วะสี | ๒๓ รูปที่ ๕ คือรูปที่ ๔ ซึ่งแสดงบุคคลและองค์กรต่าง ๆในพื้นที่แต่คราวนี้ มีเซลล์สมองเข้าไปทำการเชื่อมต่อ เซลล์สมองของสังคมคือหน่วยหรือ ศูนย์จัดการการเรียนรู้ร่วมกัน (ในการปฏิบัติ) หรือ ศจรร. ศจรร.มี หน้าที่ดังนี้คือ (๑) สำรวจข้อมูลในพื้นที่ (๒) ส่งเสริมการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ (๓) เป็นหน่วยจัดการความรู้ (KM) (๔) ส่งเสริมการวิจัยประกอบการปฏิบัติ (Action research) (๕) สังเคราะห์ประเด็นนโยบายที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ (๖) ทำการสื่อสารให้รู้ถึงกัน ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ เมื่อมีศูนย์จัดการเรียนรู้ร่วมกัน (ศจรร.) หรือเซลล์สมองที่ทำ หน้าที่ ๖ ประการ ก็จะเชื่อมโยงบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้า ด้วยกันโดยการเรียนรู้ นำไปสู่ความสำเร็จ ศจรร. หรือเซลล์สมองนี้อาจจะมีขนาดเล็กใหญ่และครอบคลุม พื้นที่แตกต่างกันสุดแต่ภารกิจ ที่สำคัญต้องมีขนาดเล็กพอที่สามารถ ทำงานอย่างทั่วถึงและประณีต เป็น micromanagement unit หรือ หน่วยจัดการขนาดเล็ก ในสังคมที่ซับซ้อนไม่มีทางที่การจัดการขนาด ใหญ่ลงมาจะประสบความสำเร็จ เพราะทำให้ถูกต้องไม่ได้ ต้องเป็นหน่วย จัดการขนาดเล็กที่ทำให้ถูกต้อง และหน่วยจัดการขนาดเล็กเชื่อมโยงกันขึ้น ไปเป็นเครือข่ายของการจัดการขนาดใหญ่ อย่างระบบร่างกายของเราที่ ซับซ้อนเริ่มมาจากเซลล์เซลล์เดียว ที่ก่อตัวและถักทอดความซับซ้อนขึ้นมา ๒๔ | มหาวิทยาลัยกับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น นี้เป็นประเด็นที่ต้องการความเข้าใจจากทุกภาคส่วนว่าประเด็นสำคัญของประเทศไปถึงเรื่องจัดการแล้ว เราได้ผ่านการถกเถียงเรื่องอุดมการณ์เรื่องหลักการและเรื่องโครงสร้างกันมาจนเห็นตรงกันแล้ว แต่ขาดการจัดการ **การจัดการคือจัดการการเรียนรู้ร่วมกัน (ไม่ใช่จัดการเชิงอำนาจ)** และหน่วยจัดการนี้ควรเป็นหน่วยจัดการขนาดเล็ก หน่วยจัดการขนาดเล็กเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายในระดับต่าง ๆ เต็มประเทศ รูปที่ ๖ เมื่อมีเครือข่ายเซลล์สมองเต็มประเทศ คนทุกคน องค์กรทุกองค์กร ทั้งประเทศเข้ามาเรียนรู้ร่วมกันเพื่อการพัฒนาทุก ๆ ด้าน การมีเซลล์สมองเพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ จะเปลี่ยนแปลงประเทศ โดยสิ้นเชิงจากสังคมที่คิดเชิงอำนาจ และทำเชิงอำนาจ (ซึ่งไม่สำเร็จประโยชน์แต่ก่อโทษจนวิกฤติ) ไปสู่สังคมเชิงปัญญาที่มีการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เกิดสุขภาวะทางสังคมอย่างยิ่ง รูปที่ ๖ เครือข่ายเซลล์สมองของสังคม (Social neuronal networks) เต็มประเทศ ประเวศ วะสี | ๒๕ บุคคลและองค์กรต่าง ๆควรปรับตัวไปสู่การจัดการเรียนรู้ร่วมกัน หรือเซลล์สมองของสังคมให้มากที่สุด ทุกคนทุกองค์กรมีศักยภาพที่จะ เป็นเซลล์สมองของสังคม ไม่ว่าจะเป็นผู้นำชุมชน ครู พระ นักพัฒนา เอกชน นักธุรกิจ อบต. โรงเรียน สถานีอนามัย โรงพยาบาลชุมชน ฯลฯ โดยทำหน้าที่ ๖ ประการของศูนย์จัดการการเรียนรู้ร่วมกันที่กล่าวถึงข้างต้น ในรูปแบบ "หนึ่งมหาวิทยาลัยต่อหนึ่งจังหวัด" ที่จะกล่าวต่อไป มหาวิทยาลัยหนึ่ง ๆ อยู่ในฐานะจะหนุนช่วย ศูนย์จัดการการเรียนรู้ร่วมกัน ย่อย ๆ ในจังหวัดทั้งหมด และมหาวิทยาลัยอาจเป็นแม่ข่ายของเครือข่าย การจัดการการเรียนรู้ร่วมกันทั้งจังหวัด หรือเครือข่ายเซลล์สมองของ จังหวัด ทำให้ทรัพยากรทั้งหมดของจังหวัดและจากภายนอกเชื่อมโยงกัน และนำไปสู่การสร้างจังหวัดสุขภาวะทั้งจังหวัด และทุกจังหวัดทั้งประเทศ มหาวิทยาลัยกับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ๒๖ | # ๖. มหาวิทยาลัย กับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น หนึ่งมหาวิทยาลัยต่อหนึ่งจังหวัด มหาวิทยาลัยเป็นพลังแห่งการเรียนรู้อันมหาศาล หากมหาวิทยาลัยเข้าไปสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น จะเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย เรามีมหาวิทยาลัยจำนวนมากพอที่จะคิดถึงเรื่อง "หนึ่งมหาวิทยาลัยต่อหนึ่งจังหวัด" เพื่อเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง มีขอบเขตเป้าหมายที่ชัดเจน และคิดถึงความร่วมมือที่เอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง โดยเฉลี่ยจังหวัดหนึ่งประกอบด้วย ๑๐ อำเภอ ๑๐๐ ตำบล ๑,๐๐๐ หมู่บ้าน ซึ่งอยู่ในวิสัยที่มหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาลัยหนึ่ง จะสนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็งได้โดยทั่วตลอดโดยมิยากจนเกินไปนัก มหาวิทยาลัยอาจมีบทบาทได้ดังต่อไปนี้ (๑) ก่อให้เกิดกระแสความสนใจและการเห็นคุณค่าของชุมชนท้องถิ่นในประชาคมมหาวิทยาลัยโดยทั่วตลอดทุกคณะและสถาบัน ประเวศ วะสี | ๒๗ (๒) จัดให้มีการรวบรวมแนวคิดและความรู้เกี่ยวกับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น จากทั้งในและต่างประเทศ และเผยแพร่ (๓) ทำการสำรวจทั่วทั้งจังหวัดและทำฐานข้อมูลว่ามีชุมชนและท้องถิ่นใดเข้มแข็งเรื่องใดโดยละเอียด แล้วนำข้อมูลนี้มาเผยแพร่เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเพื่อขยายเครือข่ายชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งให้เต็มจังหวัด (๔) ส่งอาจารย์ นักวิชาการ นิสิตนักศึกษา ไปร่วมในกระบวนการทำแผนชุมชน เพื่อเรียนรู้และเพื่อสนับสนุนให้การทำแผนมีคุณภาพมากขึ้น (๕) วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมแก่การใช้งานของชุมชนท้องถิ่น (๖) ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่ดีในสถานการศึกษาทั้งหมดในจังหวัด เป็นการปฏิรูปการเรียนรู้ ดร.สีลาภรณ์ บัวสายแห่ง สกว. และคณะได้ทำการทดลองที่เรียกว่า LLEN (Local Learning Enriching Network) อันจะก่อให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาในพื้นที่โดยดึงทรัพยากรทั้งหมดเข้ามาร่วมกัน โดยมีมหาวิทยาลัยเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ (๗) ผลิตบุคลากรตามความต้องการของชุมชนท้องถิ่น (๘) ช่วยชุมชนท้องถิ่นสังเคราะห์ประเด็นนโยบาย และสื่อสารประเด็นนโยบายไปสู่สาธารณะ และองค์กรที่เกี่ยวข้อง (๙) สร้างความเชี่ยวชาญในการส่งเสริมการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำหรือการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักการของการพัฒนาและสนับสนุนให้มีศูนย์จัดการการร่วมเรียนรู้ในพื้นที่ เชื่อมโยงกัน ๒๘ | มหาวิทยาลัยกับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เป็นเครือข่ายทั้งจังหวัด จะเปรียบเสมือนเครือข่ายเซลล์สมองของจังหวัด มหาวิทยาลัยเป็นแม่ข่ายใหญ่ของเครือข่าย เซลล์สมองของแต่ละจังหวัด (ดูตอนที่ ๕) (๑๐) ประเมินความก้าวหน้าของการพัฒนาในจังหวัดเป็นระยะ ๆ และรายงานให้ทุกฝ่ายรู้เพื่อการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง บทบาททั้ง ๑๐ ประการของมหาวิทยาลัยดังกล่าวข้างต้น นอกจาก จะช่วยให้ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง สามารถสร้างความร่มเย็นเป็นสุขขึ้นเต็ม พื้นที่แล้ว ตัวมหาวิทยาลัยก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้มหาวิทยาลัยรู้ ความเป็นจริงของชุมชนท้องถิ่น เข้าใจวัฒนธรรม ปรับการเรียนการสอน การวิจัย สามารถสังเคราะห์และพัฒนานโยบายสาธารณะ ทำให้มหาวิทยาลัย แข็งแรงมีความหมาย มีความภูมิใจในตัวเองและมีความสุข งานเพื่อชุมชนท้องถิ่นนั้นข้ามพรมแดนสาขาวิชา ขณะนี้อาจารย์ มหาวิทยาลัยที่มีอยู่และความก้าวหน้าทางวิชาการตามสาขา เป็นอุปสรรค ต่อการทำงานวิชาการเชิงพัฒนา จำเป็นที่มหาวิทยาลัยจะต้องให้คุณค่า และความก้าวหน้าทางวิชาการกับอาจารย์ที่ทำงานวิชาการเชิงพัฒนาที่ ข้ามพรมแดนสาขาวิชา มหาวิทยาลัยควรเปิดโอกาสให้นักวิชาการจากทุก คณะทุกสถาบันทุกสาขาวิชา มีส่วนร่วมในงานเพื่อชุมชนท้องถิ่นอาจมี ศูนย์ประสานงานเพื่อชุมชนท้องถิ่นของมหาวิทยาลัย ประเวศ วะสี | ๒๙ Extract all text from this image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image's main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. # ๗. การลงมือทำ และการสนับสนุนเชิงนโยบาย เนื่องจากบทบาทของมหาวิทยาลัยกับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย และจุดเปลี่ยนระบบการศึกษาไทย ทุกภาค ส่วนของสังคมจึงควรเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมให้เป็นจริง ซึ่งอาจมีได้ ดังต่อไปนี้ (๑) มีการรณรงค์เผยแพร่ความคิดเรื่องบทบาทของมหาวิทยาลัย กับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น และพากันไปดูงานของจริง (๒) รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีมีนโยบายและสนับสนุนให้ มหาวิทยาลัยทำงานเพื่อชุมชนท้องถิ่น (๓) มหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาลัยหนึ่งที่สนใจสามารถริเริ่มลงมือได้ ด้วยตนเองไม่ว่าจะมีนโยบายจากรัฐบาลหรือไม่ (๔) คณะกรรมการอุดมศึกษาส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เห็น คุณค่าของความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น และสนับสนุนเชิงนโยบาย ประเวศ วะสี | ๓๑ (๕) ที่ประชุมอธิการบดีซึ่งมีศาสตราจารย์นายแพทย์ภิรมย์ กมล-รัตนกุล เป็นประธานในขณะนี้ควรนำเรื่องนี้ขึ้นปรึกษาหารือกันและหาทางนำไปสู่การปฏิบัติ (๖) องค์กรปกครองท้องถิ่นและจังหวัดร่วมกันท้าทายมหาวิทยาลัย ที่ตั้งอยู่ในหรือใกล้จังหวัดของตัวให้มาทำงานเชิง "หนึ่งมหาวิทยาลัยต่อหนึ่งจังหวัด" (๗) องค์กร ส. ทั้งหลายมี สสส. สปสช. สวรส. สช. สกว. ซึ่งล้วนต้องการสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เพราะความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นคือสุขภาวะของสังคมไทย เข้ามาสนับสนุนและเป็นเพื่อนให้มหาวิทยาลัยกล้าทำและทำได้ ความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นจะทำให้ประเทศไทยหายวิกฤตภายใน ๑๐ ปีข้างหน้า ๓๒ | มหาวิทยาลัยกับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image's main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. จุดเปลี่ยนประเทศไทย จุดเปลี่ยนการศึกษาไทย มหาวิทยาลัย กับความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

การศึกษา

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2009

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
22% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
17% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
12% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การศึกษาขั้นอุดมศึกษา

history_eduหมวดหมู่

การศึกษา

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2009

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้