auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ประเวศ วะสี  สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม เอกสารลำดับที่ ๔/๒๕๕๓ กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม เดือน มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ www.culture.go.th ชื่อหนังสือ "เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ" พิมพ์ครั้งที่ ๑/๒๕๕๓ จำนวนพิมพ์ ๑๐,๐๐๐ เล่ม สถานที่จัดพิมพ์ สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ ๒/๙ ซอย กรุงเทพ-นนทบุรี ๓๑ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ๑๐๘๐๐ ISBN 978-616-543-039-5 ผู้ออกแบบ ศาสตราจารย์วิโชค มุกตามณี กราฟฟิคคอมพิวเตอร์โดย นายยุทธศักดิ์ รัตนปัญญา # เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ประเวศ วะสี Extract all text from this image. ๓ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ # คำนำ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ประเวศ วะสี เป็นปราชญ์ทางปัญญา ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นราษฎรอาวุโส ท่านเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งที่มีความห่วงใย และ ใส่ใจต่อความเป็นไปของบ้านเมืองอยู่เสมอ ข้อเสนอแนะและแนวคิดของท่านล้วนเป็น ไปเพื่อความสมานฉันท์ และเน้นการสร้างสันติสุขที่แท้จริงให้แก่ประเทศชาติ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรามีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาแล้วถึง ๑๐ ฉบับ ซึ่งมองเหมือนประเทศไทยจะมีก้าวหน้าไปในทุก ๆด้าน แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ยิ่งมีการพัฒนาด้านเศรษฐกิจไปมากเท่าใด ช่องว่างระหว่างสังคม และปัญหาที่เกิดขึ้น กลับผกผัน จนกลายเป็นภาวะวิกฤตในปัจจุบันที่คล้ายจะหาทางออกไม่พบ อย่างไรก็ดี ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ ประเวศ วะสี ได้มอบเอกสารชิ้นหนึ่งที่ชื่อว่า "เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ" ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวง วัฒนธรรม ซึ่งเป็นแง่คิด และแนวทางปฏิบัติ ในอันที่จะแก้ไขปัญหานานัปการด้วยการ ใช้ "วัฒนธรรม" เป็นหลัก ซึ่งท่านเห็นว่า แนวทางนี้เท่านั้น จึงจะช่วยให้ชาติพ้นวิกฤต และเกิดศานติสุขได้ในสังคม สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเห็นว่าเอกสารดังกล่าวมีประโยชน์ยิ่ง จึงได้จัดพิมพ์เผยแพร่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้สนใจได้ใช้เป็นแนวคิด และ นำไปปฏิบัติให้เกิดผลอย่างกว้างขวาง เพื่อประเทศของเราจะได้พัฒนาอย่างจริงจังและ ยั่งยืนต่อไป (นายสมชาย เสียงหลาย) เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ วิกฤตชาติ คือ วิกฤตแห่งการอยู่ร่วมกัน การพัฒนาที่ไม่เอาการอยู่ร่วมกันเป็นตัวตั้งจึงไม่ยั่งยืน วัฒนธรรมคือการอยู่ร่วมกัน ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติแวดล้อม เศรษฐกิจวัฒนธรรม คือ เศรษฐกิจแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ๕ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ # สารบาญ หน้า ๑. วิกฤตการณ์ปัจจุบัน : วิกฤตการณ์แห่งความไม่ยั่งยืน ๗ ๒. การพัฒนาที่ไม่เอาชีวิตและการอยู่ร่วมกันเป็นตัวตั้ง จะนำไปสู่วิกฤตเสมอ ๑๑ ๓. เศรษฐกิจวัฒนธรรม = เศรษฐกิจแห่งการอยู่ร่วมกัน ๑๕ ๔. เศรษฐกิจชุมชน = เศรษฐกิจวัฒนธรรม ๑๙ ๕. เชื่อมโยงผู้บริโภคในเมืองกับเศรษฐกิจชุมชน : พลังแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน ๒๓ ๖. ตลาดชุมชน : ตลาดสินค้าวัฒนธรรม ๒๗ ๗. ตลาดชุมชน = ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ๓๑ ๘. ชุมชนท้องถิ่นคือพลังวัฒนธรรม ๓๕ ๙. จุดยุทธศาสตร์อยู่ที่ชุมชนท้องถิ่น ๓๙ ๑๐. กระทรวงวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจวัฒนธรรม ๔๓ Extract all text from this image. Return only the extracted text, preserving layout and line breaks. เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ ๗ ## ๑ ### วิกฤตการณ์ปัจจุบัน วิกฤตแห่งความไม่ยั่งยืน วิกฤตการณ์ปัจจุบันของโลกคือวิกฤตแห่งความไม่ยั่งยืน เมื่อปลายปี ๒๕๕๒ มีการประชุมสุดยอดของโลกที่กรุงโคเปนเฮเกน เรื่องโลกร้อน ผู้นำประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งนายกฯอภิสิทธิ์ไปร่วมประชุมเพื่อหาทางคลี่คลายปัญหาที่กำลังคุกคามความอยู่รอดของสรรพชีวิตบนโลก แต่ก็ไม่มีคำตอบ ย้อนหลังไป เมื่อคุณชวนเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรก ก็มีการประชุมสุดยอดโลกที่กรุงโคเปนเฮเกน ว่าด้วยเรื่องวิกฤตการณ์ทางสังคม ซึ่งมีอาการแตกสลายทางสังคม (social disintegration) เป็นสำคัญ การแตกสลายทางสังคมก็คือความไม่ยั่งยืนทางสังคม ก่อนหน้านั้น ขึ้นไปก็มีการประชุมสุดยอดที่ริโอเดอจานิโรว่าด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อม สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ฯ เสด็จไปร่วมประชุม เป็นที่ตระหนักกันว่าการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงคุกคามต่อความยั่งยืนของสรรพชีวิตทั้งหมด ดังที่ก่อนหน้านี้สหประชาชาติก็ได้แต่งตั้งนางโกรฮาร์เล็ม บลุนท์แลนด์ นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ขณะนั้น เป็นประธานคณะกรรมการที่ทำข้อเสนอแนะเรื่อง "อนาคตของเราร่วมกัน" (Our Common Future) ทั้งหลายทั้งปวงคือความพยายามที่จะต่อสู้กับวิกฤติการณ์ของความไม่ยั่งยืน จาเรด ไดอามอนด์ ในหนังสือชื่อ Collapse ได้รวบรวมงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า สังคมบางสังคมในอดีตที่ล่มสลายไปเพราะการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเกินตัวจนขาดดุลยภาพ นั่นเป็นเรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นกับบางสังคม แต่ปัจจุบันวิกฤตการณ์ของความไม่ยั่งยืนกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก เพราะทุกประเทศถูกบีบบังคับให้มีระบบเศรษฐกิจเดียวกัน คือระบบเศรษฐกิจบริโภคนิยม ที่เน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งต้องอาศัย # เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ การกระตุ้นการบริโภคให้ต้องกินมากใช้มากเกินความจำเป็น การบริโภคอย่างเกินเลย ทำให้ต้องใช้วัสดุและพลังงานจำนวนมหาศาล เป็นเหตุให้ทำลายสิ่งแวดล้อมและ ทรัพยากร ธรรมชาติอย่างมโหฬาร จนธรรมชาติเสียดุลยภาพ ดุลยภาพของ ธรรมชาติเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตบนโลก เมื่อธรรมชาติแวดล้อมเสียดุลยภาพ ขนาดหนัก จึงก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ต่อความอยู่รอดหรือความยั่งยืนของมนุษยชาติ และสรรพชีวิตอื่นๆ ไอน์สไตน์จึงกล่าวว่า "เราต้องการวิถีคิดใหม่โดยสิ้นเชิง ถ้ามนุษยชาติจะอยู่รอดได้"  BANPU คืนนี้ เดินพร้าว หาพร้าวได้คุ้ม เราลักษ์ วัดหนองธรรมไทย เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ ๑๑ # ๒ ## การพัฒนาที่ไม่เอาชีวิตและการอยู่ร่วมกัน เป็นตัวตั้งจะนำไปสู่วิกฤตเสมอ การอยู่ร่วมกัน (Living together) ควรจะเป็นตัวตั้งของการพัฒนาทุกชนิด การอยู่ร่วมกัน หมายถึง การอยู่ร่วมกันด้วยสันติทั้งระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และ ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม การอยู่ร่วมกันด้วยสันติระหว่างมนุษย์กับมนุษย์และระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดดุลยภาพ ดุลยภาพทำให้เกิดความยั่งยืน แต่การพัฒนาปัจจุบันไม่ได้เอาการอยู่ร่วมกันเป็นตัวตั้ง แต่เอาอย่างอื่น เป็นตัวตั้ง เช่น พัฒนาเศรษฐกิจที่เอาเงินเป็นตัวตั้ง เงินเป็นสิ่งสมมติที่มีลักษณะ แปลกประหลาด คือสามารถเติมตัวเลขเข้าไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด (infinite) เช่น 1000000000000000000000 ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะทรัพยากรต่าง ๆ มีที่สิ้นสุด (finite) เมื่อเอาเงินหรือสมมติที่ไม่มีที่สิ้นสุดเป็นตัวตั้ง มันก็ไปเปลี่ยนทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีที่สิ้น สุดมาเป็นเงิน ทรัพยากรต่าง ๆ ก็ถูกทำลาย เช่น ป่าไม้หมดไป แหล่งน้ำหมดไป พลังงาน ต่าง ๆ หมดไป แล้วก็เสียดุลยภาพและเกิดความไม่ยั่งยืน แม้แต่การศึกษาก็ไม่ได้เอาชีวิตและการอยู่ร่วมกันเป็นตัวตั้ง แต่ไปเอาวิชาเป็น ตัวตั้ง ฉะนั้น การศึกษาแทนที่จะเป็นพลังของการพัฒนาอย่างยั่งยืน กลับตกเป็นเครื่อง มือของการพัฒนาที่เอาเงินเป็นตัวตั้ง จึงเป็นพลังทางลบของการพัฒนาอย่างยั่งยืน วัฒนธรรมเอาชีวิตและการอยู่ร่วมกันเป็นตัวตั้ง วัฒนธรรมคือวิถีชีวิตร่วมกันของกลุ่มชนที่สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมหนึ่ง ๑๒ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ วัฒนธรรมคำนึงถึงการอยู่ร่วมกันและคำนึงถึงการอยู่ร่วมกับธรรมชาติแวดล้อม เพราะฉะนั้นเมื่อครั้งสังคมมนุษย์อยู่ในวิถีวัฒนธรรมจึงมีความยั่งยืนมาตั้งหมื่นปี เพิ่งเมื่อประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ ปี มานี้เอง ที่มนุษย์เปลี่ยนวัตถุประสงค์จากการอยู่ร่วมกัน มาเป็นการแสวงหากำไรสูงสุด (profit driven) ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้ง ความรุนแรง สงคราม การทำลายสิ่งแวดล้อม การทำลายสังคม จนเป็นวิกฤตการณ์อารยธรรม ในปัจจุบัน ซึ่งไม่มีทางที่จะไปต่อไปในหนทางเดิม จึงมาถึงจุดเปลี่ยนทางอารยธรรม (Civilization Turning Point) จุดเปลี่ยนทางอารยธรรมต้องเกิดจากการเปลี่ยน วัตถุประสงค์ของมนุษย์ จากกำไรสูงสุดสู่การอยู่ร่วมกัน วัฒนธรรมหรือวิถีชีวิตร่วมกัน ควรจะเป็นตัวตั้งของการพัฒนา การพัฒนา จึงจะยั่งยืน  children are picking fruit from the tree. PANAMA ๑๕ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ ## ๓ ### เศรษฐกิจวัฒนธรรม = เศรษฐกิจแห่งการอยู่ร่วมกัน เศรษฐกิจที่ทำลายการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่เศรษฐกิจวัฒนธรรม เศรษฐกิจที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เศรษฐกิจวัฒนธรรม เศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ทำลายเศรษฐกิจรายย่อยไม่ใช่เศรษฐกิจวัฒนธรรม เศรษฐกิจเพื่อความร่ำรวยของคนส่วนน้อย แต่เอาเปรียบคนส่วนใหญ่ไม่ใช่ เศรษฐกิจวัฒนธรรม เศรษฐกิจต้องเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม คือวิถีชีวิตร่วมกันของกลุ่มชน ที่สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมหนึ่ง ๆ **สัมมาชีพ** หมายถึงอาชีพที่ไม่เบียดเบียนตัวเองไม่เบียดเบียนผู้อื่นไม่เบียดเบียน สิ่งแวดล้อม และมีรายจ่ายน้อยกว่ารายได้ คำว่าสัมมาชีพจึงไม่ใช่เศรษฐกิจอย่างเดียว แต่เป็นทั้งเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม และศีลธรรม พร้อมกันไป การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่จึงเป็นปัจจัยของการอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุข เศรษฐกิจวัฒนธรรมนั้นมุ่งที่การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ เศรษฐกิจวัฒนธรรมจึงเป็นปัจจัยของความร่มเย็นเป็นสุข ### เศรษฐกิจที่มีฐานอยู่ในวัฒนธรรมของตัวเองมีความมั่นคง ทุกวันนี้การว่างงานและการถูกให้ออกจากงานเป็นปัญหาใหญ่ของระบบ เศรษฐกิจปัจจุบัน กระทบกระเทือนความมั่นคงของชีวิตและจิตใจอย่างใหญ่หลวง เพราะ เป็นระบบเศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนฐานที่ไหวคลอนได้ง่าย เช่น เมืองดีทรอยด์ในสหรัฐอเมริกา ๑๖ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ เคยมีเศรษฐกิจเจริญรุ่งเรืองด้วยอุตสาหกรรมรถยนต์ บัดนี้กำลังกลายเป็นเมืองร้าง อัตราการว่างงานสูงถึง ๒๘.๙ เปอร์เซ็นต์ อาชญากรรมพุ่ง เพราะตลาดการผลิต รถยนต์แปรผันไป เพราะการแข่งขันที่รุนแรง และเศรษฐกิจฟองสบู่ที่ทำให้อุตสาหกรรม รถยนต์ในสหรัฐอเมริกาล้มละลาย ในวิกฤตเศรษฐกิจประเทศไทย เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๐ ที่เรียกว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง ที่จังหวัดตราดไม่วิกฤตเลย เพราะเศรษฐกิจที่นั่นอยู่ในฐานะวัฒนธรรม ๓ อย่าง คือ ผลไม้ การประมง และการท่องเที่ยว วัฒนธรรมคือจุดแข็งของแต่ละชุมชน ท้องถิ่น และประเทศ เพราะเป็นสิ่งที่ แต่ละแห่งมี เป็น ทำเป็น และเกี่ยวกับการดำรงชีวิต เศรษฐกิจในฐานะวัฒนธรรมจึงมี ความมั่นคงและยั่งยืน มาร์ติน วีลเลอร์ ชายชาวอังกฤษซึ่งอยู่ในหมู่บ้านคำปลาหลาย อำเภออุบรัตน์ จังหวัดขอนแก่น บรรยายให้เห็นภาพตรงนี้ได้ดี มาร์ตินเป็นลูกคนรวย จบการศึกษา มหาวิทยาลัย พ่ออยากให้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่มาร์ตินท่องโลกและมาแต่งงาน กับผู้หญิงไทยและทำนายอยู่ในหมู่บ้านดังกล่าว มาร์ตินกล่าวว่า ที่อังกฤษพ่อเขาเป็นเศรษฐีแต่มีที่ครึ่งเอเคอร์เท่านั้น ที่นี่เขากับภรรยา มีที่นา ๖ ไร่ เพราะฉะนั้นเขารวยกว่าพ่อ เขามีงานทำทั้งปี ไม่มีการว่างงาน ที่อังกฤษ มีปัญหาการว่างงาน ที่เมืองไทยเขาทำการเกษตรมีอาหารกินมากมาย มีความมั่นคง เรื่องอาหาร ที่อังกฤษอากาศไม่บริสุทธิ์ ที่นาเขาอากาศสดชื่น ลูกเขาวิ่งเล่นไปได้ ทั่วหมู่บ้าน ไม่มีอันตรายอะไรเลย เพราะทุกคนรู้จักกันหมด คุณภาพชีวิตในชุมชน หมู่บ้านไทยดีกว่าที่อังกฤษมาก คำบรรยายของมาร์ตินสะท้อนให้เห็นเศรษฐกิจที่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตหรือ วัฒนธรรม ในวิถีชีวิตไม่มีการว่างงาน ปัญหาการว่างงานเพิ่งเกิดขึ้นในระบบเศรษฐกิจแบบอุตสาหกรรม ที่แยก ระบบเศรษฐกิจออกจากระบบชีวิต การว่างงาน ความล่มสลายทางสังคม การทำลายสิ่งแวดล้อม คือลักษณะของการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน เกิดขึ้นจากการพัฒนาที่ทิ้งฐานวัฒนธรรมหรือการอยู่ร่วมกัน ถ้าต้องการพัฒนาอย่างยั่งยืนต้องกลับไปหาฐานของเศรษฐกิจวัฒนธรรม เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ ๑๗ วันดูหมู่กัน ๑๙ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ # เศรษฐกิจชุมชน = เศรษฐกิจวัฒนธรรม ชุมชนมีระบบเศรษฐกิจในวิถีชีวิตหรือเศรษฐกิจวัฒนธรรม และมีความยั่งยืน มานับพัน ๆ ปี ต่อมาภายหลังถูกชักนำจากอำนาจนอกวัฒนธรรมให้ปรับเปลี่ยนอาชีพ เป็นเอาเงินเป็นตัวตั้ง เช่น โค่นไม้ทำลายป่า ปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อประโยชน์ของนายทุน สิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ จิตใจ ก็เปลี่ยนไปสู่การขาดดุลยภาพและความไม่ยั่งยืน วิกฤตการณ์ชุมชนได้นำมาสู่จุดเปลี่ยน ที่ผู้นำและปราชญ์ชาวบ้านได้กลับมาค้นพบใหม่ ว่าวิถีชีวิตที่มีดุลยภาพนั้นคือ การทำกินเอง ใช้เอง เหลือแจกบ้าง ขายบ้าง ทำให้ชีวิตและธรรมชาติคืนกลับสู่สมดุล คือ หลุดหนี้ มีเงินออมเพิ่มขึ้น มีอาหารเหลือกิน มีต้นไม้เพิ่มขึ้น มีสุขภาพดี สังคม เกิดความสงบสุข ความรุนแรงลดลง บนพื้นฐานแห่งความพอเพียง ชาวบ้านพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรมยิ่ง ๆ ขึ้น เช่น แปรรูปอาหาร ทำโรงงานขนาดเล็กในชุมชน ทำการค้าขาย ตั้งแต่ค้าขายกันเอง ระหว่างชุมชน ตลอดไปจนส่งสินค้าไปขายในเมือง และส่งออก ไปต่างประเทศ จัดการ การท่องเที่ยวชุมชน รวมเรียกว่าวิสาหกิจชุมชน เมื่อชุมชนพัฒนาไปจนกระทั่งทำ วิสาหกิจชุมชนได้ ก็จะหายจนอย่างเด็ดขาดและถาวร ที่ถาวรก็เพราะวิสาหกิจชุมชนมีพื้นฐานจากการพึ่งตนเอง พึ่งทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีอยู่ในชุมชนท้องถิ่น และพัฒนาด้วยการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ใช้ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ชนิดของอาชีพก็หลากหลาย ๒๐ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ เชื่อมโยงค้ำยันกัน ไม่ใช่ดิ่งเดี่ยวที่เสี่ยงต่อการล่มสลาย และที่สำคัญ คำนึงถึง การอยู่ร่วมกันของคนทั้งหมด ไม่ใช่มุ่งที่ความร่ำรวยของใครคนใดคนหนึ่งอย่างแยกส่วน วิสาหกิจชุมชนจึงมีความมั่นคงยั่งยืน เพราะเป็นเศรษฐกิจวัฒนธรรม เศรษฐกิจ มหภาคกับเศรษฐกิจชุมชนควรเชื่อมโยงอย่างเกื้อกูลกัน <figure> The image shows two women sitting on a wooden boat filled with what appear to be mussels or other shellfish. They are in the process of shucking the mussels, with one woman actively shucking and another observing. The setting is a calm body of water, likely a river or coastline, with traditional wooden structures visible in the background on the left. The scene depicts local livelihood and community-based economy, possibly related to fishing or aquaculture. </figure> HAPPY BIRTHDAY TO YOU คุณย์วัฒนธรรมไทยลายใยชุมชนตำบล ๒๓ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ # เชื่อมโยงผู้บริโภคในเมืองกับเศรษฐกิจชุมชน พลังแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราพูดถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนมานาน แต่ไม่เกิดผลในการปฏิบัติ แรงส่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืนอยู่ที่พลังผู้บริโภค ขณะนี้ผู้บริโภคบริโภคผลผลิตการเกษตรที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ก็เกิดการทำลาย สิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล และเกิดการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน แต่มีการเกษตรที่นอกจากไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม แล้วยังเพิ่มพูน สิ่งแวดล้อมอีกด้วย การเกษตรชนิดนี้เรียกว่า เกษตรผสมผสานบ้าง วนเกษตรบ้าง เกษตร ธรรมชาติบ้าง เกษตรยั่งยืนบ้าง เกษตรอินทรีย์บ้าง ในขณะที่การเกษตรขนาดใหญ่ ทำลายป่าไม้ซึ่งเป็นความหลากหลายทาง ธรรมชาติลง ปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นหมื่นๆ ไร่ และใช้ยาฆ่าแมลง จนประเทศไทยเป็น เสมือนแผ่นดินอาบยาพิษ กระจายยาฆ่าแมลงสู่แม่น้ำลำคลองและห่วงโซ่อาหาร เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนและสัตว์ การเกษตรผสมผสานหรือวนเกษตรไม่ทำลายป่า ปลูกพืชหลายอย่างผสม ผสานไปกับต้นไม้มานาพันธุ์ ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี เพราะต้นไม้บางชนิดจับไนโตรเจนและ สร้างปุ๋ยได้ ดังที่ไม่ต้องมีใครไปใส่ปุ๋ยให้ป่า ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง เพราะปลูกพืช หลายชนิดคละเคล้าปะปนกัน ไม่มีแมลงชนิดใดชนิดหนึ่งเพิ่มจำนวนมากเกินไป นอกจากนั้น พืชบางชนิดยังจับแมลง ผลผลิตจากการเกษตรผสมผสานจึงปลอดยา ฆ่าแมลง ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ๒๔ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ เกษตรผสมผสานจึงทำให้ชีวิตและสังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของเกษตรกร ดีขึ้น และผลิตอาหารที่เอื้อต่อสุขภาพของผู้บริโภค จึงอาจเรียกว่าเป็นเกษตรสร้างสรรค์ หรือเกษตรยั่งยืน ถ้าชาวเมืองบริโภคอาหารที่เป็นผลิตผลของเกษตรยั่งยืน นอกจากดีต่อสุขภาพ ของตนเองแล้ว ยังไปส่งเสริมให้มีการเกษตรยั่งยืนมากขึ้น คือทำให้ชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของเกษตรกรดีขึ้น เมื่อผู้บริโภคในเมืองกับผู้ผลิตในชนบทเชื่อมโยงกันอย่างเกื้อกูลเช่นนี้ ความดี ก็เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ผู้บริโภคต้องบริโภคทุกวัน บริโภคเมื่อใดก็ส่งผลดีต่อชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของเกษตรกร เมื่อนั้น ฉะนั้น หัวใจของการพัฒนาอย่างยั่งยืน คือการเชื่อมโยงผู้บริโภคในเมือง กับผู้ผลิตในชนบทให้เกื้อกูลกัน การเชื่อมโยงนี้จะก่อให้เกิดสัมมาชีพจำนวนมาก ตลาดชุมชนคือเครื่องมือของการเชื่อมโยงนี้ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน <figure> The image shows two men in a small blue boat on calm, clear water. The man in the foreground is smiling and looking towards the right, holding what appears to be a paddle. The man in the background is also smiling and looking forward. Both are dressed in casual clothes, suggesting a relaxed environment. The boat is made of light-colored material and appears to be a simple rowboat. The water is still, reflecting the sky above. The overall scene conveys a sense of peaceful coexistence and interaction between the two men, possibly in a rural or semi-urban setting. </figure> DORAN HAPPY BIRTHDAY TO YOU ๒๗ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ # ๖ ตลาดชุมชน ตลาดสินค้าวัฒนธรรม ตลาดชุมชนเป็นเครื่องมือของเศรษฐกิจวัฒนธรรม ตลาดชุมชนเป็นที่ที่ชาวบ้านในชุมชนเอาสินค้าที่ตัวเองผลิตในวิถีชีวิตมาขาย เช่น ข้าว พืชผัก ผลไม้ กับข้าว ขนม สบู่ แชมพู กระดัง กระบุง ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ผ้าทอ ผลงานหัตถกรรมและศิลปกรรมอื่นๆ ฯลฯ ข้อสำคัญตลาดชุมชนควรขายสินค้าวัฒนธรรมที่ชาวบ้านผลิตเอง ซึ่งทำให้เงินไหลเข้าชุมชน ไม่ควรเป็นที่จำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรมอันนำมาจากที่อื่น ซึ่งทำให้เงินไหลออกจากชุมชน ตลาดชุมชนเป็นสถานที่ที่สนุกมีชีวิตชีวา คนที่ไปซื้อของที่ตลาดชุมชนจะมีความสุขมากกว่าไปศูนย์การค้า เพราะศูนย์การค้าเป็นความสัมผัสแข็งๆ ระหว่างผู้ซื้อกับสินค้า ไม่มีชีวิตเหมือนตลาดชุมชน ที่ตลาดชุมชนนี้ ราคาอาหารและเข้าของจะถูกกว่าที่ศูนย์การค้า เพราะต้นทุนต่ำกว่า ผู้ขายจะมีรายได้จากขายตรงดีกว่า ในขณะที่ผู้ซื้อก็จะซื้อตรงได้ในราคาที่ถูกกว่าต้องผ่านคนกลางหลายซับหลายช้อน ที่กำไรมากอีกอย่างคือ น้ำใจ ระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ ในขณะที่ศูนย์การค้าใหญ่ๆ ใช้พลังงานอย่างน่ากลัว ตลาดชุมชนเกือบไม่ต้องใช้พลังงานอะไรเลย ถ้ามีตลาดชุมชนอย่างทั่วถึงทุกตำบลทั่วประเทศ จะช่วยประหยัดพลังงานลงไปได้มาก นอกจากนั้น ถ้าส่งเสริมการใช้ชะลอม ตะกร้า กระทง เชือกกล้วย จะกระจายรายได้ และเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม มากกว่าการใช้พลาสติก ๒๘ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ ควรมีการจัดการการท่องเที่ยวชุมชน ควรมีการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และจัดทำพิพิธภัณฑ์ตำบล ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจะเป็นเครื่องกระตุ้นจิตสำนึกและ ความภูมิใจในรากเหง้าของตนเองของคนในท้องถิ่น พิพิธภัณฑ์ตำบลจะดึงดูดนักท่องเที่ยว ควรจะสำรวจว่าในตำบลมีจุดอะไรที่จะดึงดูดให้คนอยากมาท่องเที่ยว เช่น โบราณสถาน ธรรมชาติที่สวยงาม วัฒนธรรมชุมชน สินค้าวัฒนธรรม บริการสุขภาพ เช่น การนวด แผนไทย การประคบด้วยสมุนไพร การมีอาจารย์สอนวิปัสนากรรมฐาน การมีทีมกีฬา ที่มีชื่อเสียง ฯลฯ ควรมีการจัดการโฮมเสตย์ หรือการพักค้างที่บ้านชาวบ้าน เพื่อคนในเมืองได้ มาพักผ่อน ชื่นชมธรรมชาติ และวัฒนธรรมชุมชน ยิ่งมีกิจกรรมอะไรที่เป็นประโยชน์ ต่อสุขภาพของผู้มาพักค้างได้ยิ่งดี การจัดการท่องเที่ยวชุมชนและโฮมเสตย์ นอกจาก จะเป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชนแล้ว ยังเป็นการนำชีวิตชาวเมืองกับชาวชนบทเข้ามา เชื่อมโยงเรียนรู้จากกันเพื่อลดช่องว่างความเข้าใจความเข้าใจมิตรภาพและความเชื่อถือได้ ไว้วางใจกันระหว่างกลุ่มชนทั้งสองระหว่างผู้บริโภคในเมืองกับผู้ผลิตในชนบท จะนำมา ซึ่งพลังของผู้บริโภคในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามที่กล่าวถึงในตอน ๕ ข้างบน ตลาดชุมชนจึงเป็นเครื่องมือของเศรษฐกิจวัฒนธรรม ซึ่งเป็นไปเพื่อการ อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ทั้งระหว่างคนกับคน และระหว่างคนกับธรรมชาติแวดล้อม การไปสัมผัสธรรมชาติแวดล้อมยังเป็นการพัฒนาปัญญาและจริยธรรม เพราะธรรมชาติคือ การดำรงอยู่ร่วมกัน ของสรรพชีวิต ความสัมพันธ์ที่ถูกต้องคือ จริยธรรม มนุษย์ควรเรียนรู้จากธรรมชาติให้เห็นความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งจนเกิด จิตสำนึกของการอยู่ร่วมกัน เพื่อสร้างสรรค์อารยธรรมแห่งการอยู่ร่วมกัน เข้ามาแทนที่ อารยธรรมมุ่งกำไรสูงสุด การท่องเที่ยวชุมชนหรือการท่องเที่ยววัฒนธรรมจึงมีความสำคัญยิ่งนักต่อการ สร้างจิตสำนึกใหม่ ก้ามวัดนธรรมไทยรายใหญ่ชุมชน "ข่วงวัดนธรรม ร้าวเหนือ" Kunai Kiri Kiri Kiri เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ ๓๑ ๗ ตลาดชุมชน-ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน ในทุกๆ ตำบลควรมีศูนย์เรียนรู้ชุมชน และตลาดชุมชนสัมพันธ์กัน ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนประกอบด้วย ห้องสมุดตำบล พิพิธภัณฑ์ตำบล ศูนย์ศิลปะ ศูนย์กีฬา และศูนย์การเรียนรู้พิเศษ อยู่ในละแวกเดียวกัน และมีตลาดชุมชนอยู่รอบ ๆ ตลาดชุมชน พิพิธภัณฑ์ตำบล ห้องสมุดตำบล ศูนย์เรียนรู้พิเศษ ศูนย์กีฬา ศูนย์ศิลปะ ตลาดชุมชน รูปที่ ๑ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนและตลาดชุมชน ๓๒ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ **ห้องสมุดตำบล** มีหนังสือที่คนในชุมชนต้องอ่าน หรือควรอ่าน และมี อินเทอร์เน็ตที่จะเข้าถึงความรู้ต่างๆ ทั่วโลก ในแต่ละตำบลควรจะมีการวิจัย **ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น** ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจะทำให้คนในตำบลภูมิใจในรากเหง้า และอัตลักษณ์ของตัวเอง ทำให้เกิดความเข้มแข็ง ผลจากการวิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น นำมาแสดงใน**พิพิธภัณฑ์ตำบล** ซึ่งจากเป็นแหล่งศึกษาของคนในตำบลแล้ว ยังมี ประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวชุมชนด้วย **ศูนย์ศิลปะ** เป็นที่สร้างและแสดงงานศิลปะต่างๆ ของตำบล เป็นสถานที่ชมการแสดง ดนตรี ภาพยนต์ดีๆ **ศูนย์กีฬา** ที่คนทุกเพศทุกวัย จะมาเล่นกีฬาออกกำลังกาย **ศูนย์เรียนรู้พิเศษ** สำหรับการเรียนรู้พิเศษตามความ ต้องการของชุมชน ที่ศูนย์เรียนรู้ตำบลนี้ จึงเป็นสถานที่ที่มีกิจกรรมที่คึกคักด้วย กิจกรรมที่ สร้างสรรค์นานาชนิด ที่ประเทืองปัญญา อารมณ์ สังคม และสุขภาพ หรือวัฒนธรรม ที่สร้างสรรค์ของชุมชน กิจกรรมวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์เหล่านี้ จะทำให้มีความสุข และไม่เหลือเวลาและจิตใจที่จะไปทำสิ่งไม่ดีงามต่างๆ เช่น อบายมุข กิจกรรม วัฒนธรรมที่สร้างสรรค์จึงเป็นเครื่องจรรโลงศีลธรรม รอบๆ ศูนย์การเรียนรู้ตำบลมีตลาดชุมชนที่ขายสินค้าวัฒนธรรมตามที่กล่าว ในตอนที่ ๖ ข้างต้น กิจกรรมวัฒนธรรมที่สร้างสรรค์ในตำบลและตลาดชุมชนจะดึงดูด นักท่องเที่ยวมาสู่ชุมชน ซึ่งจะเชื่อมโยงพลังผู้บริโภคในเมืองกับผู้ผลิตในชนบทอย่าง เกื้อกูลกันดังกล่าวแล้วว่า เป็นพลังแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน ห้องกีฬาฟุตบอลชาย BAGUE ๓๕ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ # ๘ ชุมชนท้องถิ่นคือพลังทางวัฒนธรรม เรามีหมู่บ้านอยู่ประมาณ ๗๖,๐๐๐ หมู่บ้าน มีตำบลประมาณ ๗,๖๐๐ ตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ อบต. เทศบาล และ อบจ. รวมกันประมาณ ๘,๐๐๐ องค์กร ชุมชนท้องถิ่นเหล่านี้คือฐานทางวัฒนธรรมหรือการอยู่ร่วมกัน ถ้าชุมชนท้องถิ่นทั้งหมดเข้มแข็ง ฐานของประเทศก็จะเข้มแข็งรองรับสังคมทั้งหมดให้ มั่นคง ## และก็ไม่เป็นการยากเลยที่ชุมชนท้องถิ่นจะเข้มแข็ง รูปแบบของชุมชนเข้มแข็งคือ การมีสภาผู้นำชุมชน ในระดับหมู่บ้าน ซึ่ง ประกอบด้วยสมาชิกประมาณ ๕๐-๖๐ คน เป็นผู้นำที่เป็นทางการ ๓ คน คือผู้ใหญ่บ้าน ๑ คน และสมาชิกอบต. ๒ คน นอกนั้นเป็นผู้นำที่ไม่เป็นทางการ หรือผู้นำตามธรรมชาติ ได้แก่ ผู้นำกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มอาชีพ กลุ่มสตรี กลุ่มเยาวชน ฯลฯ สภาผู้นำชุมชน สำรวจข้อมูลชุมชน แล้วเอามาทำแผนชุมชน เอาแผนชุมชนให้สภาประชาชน คือที่ ประชุมของคนทั้งหมู่บ้านดูและมีส่วนร่วม คนทั้งหมู่บ้านช่วยกันขับเคลื่อนแผนชุมชน ซึ่งเป็นแผนพัฒนาอย่างบูรณาการ ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นหมด กระบวนการนี้เป็น ประชาธิปไตย โดยตรงที่คนทั้งหมู่บ้านมีส่วนร่วม การพัฒนาอย่างบูรณาการมีการพัฒนา ๘ เรื่อง เชื่อมโยงกัน คือ เศรษฐกิจ- จิตใจ-สังคม-วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม-สุขภาพ-การศึกษา-ประชาธิปไตย หรือ เรียกว่ามรรค ๘ แห่งการพัฒนาชุมชน องค์ประกอบทั้ง ๘ อย่างอยู่ในกันและกัน ไม่ได้ แยกส่วนไม่เกี่ยวข้องกัน เรื่องเศรษฐกิจนั้นมุ่งที่การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ และเป็น เศรษฐกิจแห่งการอยู่ร่วมกันหรือเศรษฐกิจวัฒนธรรม ๓๖ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ ชุมชนที่มีการพัฒนาอย่างบูรณาการดังกล่าวจึงมีสุขภาวะพร้อม ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางปัญญา มีความร่มเย็นเป็นสุข ประดุจ สวรรค์บนดิน รูปแบบสวรรค์บนดินนี้สามารถขยายตัวไปได้ทุกทุกชุมชนทั้งประเทศ รูปแบบการทำงานของท้องถิ่นคือส่งเสริมสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชน และความร่วมมือระหว่างชุมชน ท้องถิ่นหลายๆ ท้องถิ่นควรวมตัวกันเป็นท้องถิ่น ขนาดใหญ่ ในขณะที่ระดับชาติเรามีปัญหาอย่างอุกฤษฎ์ในการมีผู้นำดี ๆ และเก่ง ๆ ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งจะเป็นฐานบ่มเพาะผู้นำดี ๆ และเก่ง ๆ จำนวนมาก เนื่องจากผู้นำในชุมชนท้องถิ่นมีฐานมาจากผู้นำตามธรรมชาติ ผู้นำตาม ธรรมชาติผุดบังเกิดขึ้น จากการทำงานร่วมกัน ไม่ได้เกิดจากการเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง ในการทำงานร่วมกันจะปรากฏออกมาเองว่าใครมีคุณสมบัติเป็นผู้นำที่ผู้ร่วมงาน ยอมรับนิยมชมชอบ ผู้นำตามธรรมชาติจะมีคุณสมบัติ ๕ อย่าง ดังต่อไปนี้ หนึ่ง เป็นคนเห็นแก่ส่วนรวม สอง เป็นคนสุจริต สาม เป็นคนฉลาด สี่ เป็นคนติดต่อสื่อสาร เก่ง ห้า เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป ผู้นำตามธรรมชาติจะมีคุณลักษณะ ๕ อย่างนี้เสมอ ในขณะที่ผู้นำจากการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งไม่แน่ใจว่าจะมีคุณสมบัติเหล่านี้ หลายคน มีโทษสมบัติเสียด้วยซ้ำไป ถ้ามีผู้นำตามธรรมชาติหมู่บ้านละ ๕๐ คน ทั้ง ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ก็จะมีผู้นำ ตามธรรมชาติ ที่ทั้งดีและเก่งประมาณ ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งเป็นฐานบ่มเพาะผู้นำที่ดี และเก่งขนาดมหา ผู้นำในระดับชุมชนที่เก่ง ๆ ก็สามารถไปเป็นผู้นำท้องถิ่นขนาดเล็ก และท้องถิ่นขนาดใหญ่ เป็นลำดับไป ซึ่งอาจต่อไปเป็นผู้นำที่ดีและเก่งระดับชาติ ในสหรัฐอเมริกามีประธานาธิบดีหลายคนมาจากผู้ว่าการรัฐ เช่น คาร์เตอร์ เรแกน คลินตัน บุช รัฐของสหรัฐอเมริกาก็คือท้องถิ่นขนาดใหญ่ เราควรมีระบบที่บ่มเพาะทดสอบกลั่นกรองผู้นำที่มาจากการทำงานจากเล็กไป ใหญ่ ไม่ใช่ใครก็ไม่รู้ที่มีเงินมากๆ จู่ๆ ก็มาเป็นรัฐมนตรี ฉะนั้นเรื่องท้องถิ่นชุมชนเข้มแข็ง นอกจากจะเป็นฐานของวัฒนธรรมและการ พัฒนาอย่างบูรณาการทั้ง ๘ ประการแล้ว ยังเป็นฐานของการสร้างผู้นำทางการเมือง ๓๗ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ ที่ดี ๆ ระดับชาติด้วย ทั้งนี้ต้องสนับสนุนให้ผู้นำชุมชนท้องถิ่นสามารถสังเคราะห์ ประเด็นนโยบายที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติจะรู้ประเด็นนโยบายดีที่สุด เพราะนโยบายก็คืออะไรที่จะลดอุปสรรค และอะไรที่จะส่งเสริมให้การปฏิบัติได้ผลดียิ่งขึ้น สถาบันทางวิชาการจึงควรเข้ามา สนับสนุนชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งสนับสนุนการสังเคราะห์ประเด็นทางนโยบายที่เกิดขึ้น จากการปฏิบัติและนำไปสู่การเรียนรู้ร่วมกันทุกระดับเกิดเป็นเครือข่ายพัฒนา นโยบายจากชุมชนท้องถิ่นถึงระดับชาติ ถ้าเรามีเครือข่ายพัฒนานโยบายจากชุมชนท้องถิ่นถึงระดับชาติจะเป็น ความก้าวหน้าของระบบประชาธิปไตยอย่างใหญ่หลวง ความก้าวหน้าของระบบ ประชาธิปไตยอย่างใหญ่หลวงคือการที่สังคมระดับรากหญ้าสามารถกำหนดนโยบาย ระดับชาติได้ ซึ่งจะทำให้แก้ความยากจนและความอยุติธรรมในสังคมได้ ฉะนั้น ทุกภาคส่วนควรจะสนใจประเด็นนี้ให้ดี ๆ และช่วยกันส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน ท้องถิ่นและโยงให้ชุมชนท้องถิ่นไปกำหนดนโยบายระดับชาติ มหาวิทยาลัยจะไม่รู้ร้อน รู้หนาว และไม่ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น และช่วยให้ชุมชนท้องถิ่น สามารถเข้าไปกำหนดนโยบายระดับชาติ ได้อย่างไร <figure> The image shows a group of people, including several women and children, gathered around an elderly monk. The monk is wearing orange robes and appears to be giving a blessing or performing a ritual, with his right hand raised. The women are dressed in casual clothes, and some are holding items like a basket and a box. The scene suggests a community event where spiritual guidance is being provided, possibly in a rural or semi-urban setting. The overall atmosphere is one of respect and engagement. </figure> 18 ๓๙ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ # ๙ จุดยุทธศาสตร์อยู่ที่ชุมชนท้องถิ่น ในการทำสงครามถ้าไม่มียุทธศาสตร์ที่ถูกต้องก็จะแพ้ การดาหน้าเข้าตีหมดทุกด้านก็จะแพ้ เพราะกำลังกระจัดกระจาย ไม่รวมพลัง ตีตรงจุดยุทธศาสตร์ ประเทศกำลังวิกฤตสุดๆ ต้องคำนึงว่าจุดยุทธศาสตร์ที่จะออกจากวิกฤตได้ อยู่ที่ตรงไหนเราพัฒนาอย่างแยกส่วนเรื่อยมา เช่นว่า (๑) เศรษฐกิจ ก็ เศรษฐกิจ (๒) จิตใจ ก็ จิตใจ (๓) สังคม ก็ สังคม (๔) วัฒนธรรม ก็ วัฒนธรรม (๕) สิ่งแวดล้อม ก็ สิ่งแวดล้อม (๖) สุขภาพ ก็ สุขภาพ (๗) การศึกษา ก็ การศึกษา (๘) ประชาธิปไตย ก็ ประชาธิปไตย แล้วก็ไม่สำเร็จ เพราะทั้ง ๘ เรื่องนั้นเชื่อมโยงกัน ถ้าเขียนใหม่ดังในรูปที่ ๒ เพื่อ แสดงมรรคสามัคคีว่ามรรค ๘ แห่งการพัฒนาล้วนเชื่อมโยงกัน ไม่มีอะไรอยู่โดดๆ ไม่ว่าจับเรื่องใดขึ้นมาก็จะโยงไปสู่อีก ๗ เรื่อง ถ้ามีการพัฒนา ๘ เรื่องเชื่อมโยงกัน อย่างบูรณาการก็จะเกิดความลงตัวอย่างสงบสุข ๔๐ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ เศรษฐกิจ ประชาธิปไตย การศึกษา สุขภาพ สิ่งแวดล้อม จิตใจ วัฒนธรรม สังคม รูปที่ ๒ การพัฒนาอย่างบูรณาการทั้ง ๘ เรื่อง การพัฒนาอย่างบูรณาการต้องเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง เอารมหรือกระทรวงเป็นตัวตั้งไม่ได้ เพราะกรมและกระทรวงทำโดยเอาเรื่อง เป็นตัวตั้ง แต่กรมและกระทรวงสนับสนุนพื้นที่ได้ พื้นที่คือชุมชนท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่นสามารถพัฒนาทั้ง ๘ เรื่องอย่างบูรณาการ ดังได้แสดงมาเป็นลำดับ ฉะนั้นชุมชนท้องถิ่นคือจุดยุทธศาสตร์ของการพัฒนาประเทศ เมื่อชุมชนท้องถิ่นเข้ม แข็งก็จะพัฒนาทั้งเศรษฐกิจ - จิตใจ - สังคม- วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม-สุขภาพ - การศึกษา - ประชาธิปไตย พร้อมกันไปอย่างบูรณาการ ในขณะที่ความพยายาม พัฒนาแต่ละเรื่องแบบแยกส่วนล้มเหลวลงหมด และจะล้มเหลวต่อไปถ้ายังทำแบบ แยกส่วน ๔๑ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ เรามีทุน ทรัพยากร องค์กร และโครงสร้างมากมาย ทั้งหมดควรจะเข้ามา ทำงานตรงจุดยุทธศาสตร์ คือส่งเสริมชุมชนท้องถิ่นให้สามารถทำการพัฒนาอย่าง บูรณาการทั้ง ๘ เรื่อง เครื่องมือของการทำงานคือ "การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ" (Interactive learning through action) อย่าเอาอำนาจหรือเงินนำจะเสียการ ถ้ามหาวิทยาลัยเข้าใจความสำคัญของเรื่องที่กล่าวมา แล้วเข้ามาสนับสนุน ชุมชนท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วม ภายในขอบเขตหนึ่งมหาวิทยาลัยต่อหนึ่งจังหวัด มหาวิทยาลัยก็จะเป็นปัญญาของแผ่นดินได้ ถ้านายกรัฐมนตรีคนใดเข้าใจเรื่องที่กล่าวมาแล้วขับเคลื่อนให้เป็นยุทธศาสตร์ชาติ ประเทศก็จะพ้นวิกฤตไปสู่การพัฒนาทั้ง ๘ ด้านอย่างบูรณาการได้ ![Image of people performing traditional dance with colorful costumes and masks, surrounded by an audience] กระทรวงวัฒนธรรม MINISTRY OF CULTURE THANALONGKORN FOR RENT ๔๓ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ # ๑๐ กระทรวงวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจวัฒนธรรม เราตั้งชื่อเรื่องว่าเศรษฐกิจวัฒนธรรม เพราะคนทั่วไปสนใจเศรษฐกิจมากกว่า วัฒนธรรมและไม่เข้าใจว่าวัฒนธรรมคืออะไร หรือเข้าใจวัฒนธรรมอย่างเป็นส่วนเป็นเสี้ยว เห็นเป็นเรื่องร้องรำทำเพลงและศิลปวัตถุเท่านั้น มีการทำงานของมหาวิทยาลัยที่เรียก กันว่าทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ก็คิดถึงแต่งดนตรีไทยและสร้างเรือนไทยกันเท่านั้น แต่แท้ที่จริงวัฒนธรรมมีความหมายลึกซึ้งและครอบคลุม ภายใต้นิยามสั้น ๆว่า วัฒนธรรมคือ "วิถีชีวิตร่วมกันของกลุ่มชนที่สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมหนึ่ง ๆ" หมายถึงทุกแง่มุมของชีวิตและการอยู่ร่วมกัน ซึ่งเชื่อมโยงอีก ๗ เรื่องเข้ามาด้วยกัน คือ เศรษฐกิจ - จิตใจ - สังคม-สิ่งแวดล้อม-สุขภาพ - การศึกษา - ประชาธิปไตย เมื่อวัฒนธรรมบูรณาการเรื่องของชีวิตและการอยู่ร่วมกันเข้ามา วัฒนธรรม จึงเป็นปัจจัยของความยั่งยืน เพราะความยั่งยืนเกิดจากการบูรณาการ ความไม่ยั่งยืน เกิดจากการพัฒนาแบบแยกส่วน การพัฒนาแบบยั่งยืนคือระเบียบวาระของโลก การพัฒนาจึงควรเอาวัฒนธรรมเป็นตัวตั้ง เพราะวัฒนธรรมบูรณาการทุกอย่าง เกี่ยวกับชีวิตและการอยู่ร่วมกันเข้ามาด้วยกัน วัฒนธรรมจะมีพลังต่อเมื่อไม่มองวัฒนธรรมแบบแยกส่วน แต่มองว่า วัฒนธรรมคือการบูรณาการ ทุกเรื่องเข้ามาเพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติแวดล้อม ## และยุทธศาสตร์ของงานทางวัฒนธรรมอยู่ที่ชุมชนท้องถิ่น ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของกระทรวงคือบุคลากรทุกคนของกระทรวง พลังสูงสุดของบุคคลคือพลังจิตสำนึก พลังจิตสำนึกเกิดจากการสัมผัสความจริงของชีวิต ๔๔ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ เจ้าชายสิทธัตถะเมื่อเป็นมกุฎราชกุมารนั้น ทรงศึกษาวิชาที่มีอยู่ สมัยนั้นจบสิ้นทุกวิชา ที่เรียกว่าศิลปวิทยาทั้ง ๑๘ ก็เรียกว่าทรงมีความรู้ แต่ ยังไม่เกิดระเบิดพลังจิตสำนึก ต่อเมื่อทรงหนีออกจากวัง ไปสัมผัสชีวิตจริง ของผู้คนที่เรียกว่าคนเกิด แก่ เจ็บ ตาย จึงเกิดการระเบิดพลังจิตสำนึกที่จะ ค้นพบการสิ้นทุกข์ เกิดฉันทะวิริยะอย่างแรงกล้าเหนือวิสัยมนุษย์ ที่จะค้นให้ พบวิธีดับทุกข์ แม้ตายก็ยอม ฉันทะวิริยะอันแรงกล้าพาไปให้บรรลุปัญญาที่ มนุษย์ธรรมดากลายเป็นพระพุทธเจ้า ส่องแสงปัญญาอันเจิดจ้า ยังประโยชน์ แก่มนุษยชาติอย่างไม่มีวันดับมาจนทุกวันนี้ มนุษย์มีพลังอันมหาศาลซ่อนเร้นอยู่ในตัว เปรียบประดุจพลัง นิวเคลียร์ของมนุษย์ (Human nuclear energy) คือพลังจิตสำนึก เมื่อ เกิดระเบิดพลังจิตสำนึกออกมาจากภายในบุคคลย่อมทรงศักยภาพในการ สร้างสรรค์อย่างมหาศาล กำแพงวังกั้นไม่ให้เจ้าชายสิทธัตถะสัมผัสความจริงของชีวิตฉันใด กำแพงโรงเรียนและกำแพงอื่น ๆ ก็กั้นไม่ให้นักเรียนและผู้คนเกิดพลังจิต สำนึกอย่างน่าเสียดาย ฉันนั้น มนุษย์ทุกคนมีพลังมหาศาลซ่อนเร้นอยู่ในตัว การสัมผัสความจริงของ ชีวิตจะทำให้ระเบิดพลังจิตสำนึกออกมา เป็นพลังแห่งฉันทะวิริยะอันมหาศาล เปล่งศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์ให้เจิดจ้า ควรเป็นนโยบายของกระทรวงที่ส่งเสริมให้บุคลากรของกระทรวงจำนวนมากที่สุด ไม่ว่าดำรงตำแหน่งใด ๆ เป็นอาสาสมัครวัฒนธรรม ไปทำแผนที่ศักยภาพของมนุษย์ (Human mapping) ในหมู่บ้าน งานนี้เป็นงานวัฒนธรรมแบบที่ยังไม่เคยมีใครเคยทำ มาก่อน แต่จะเป็นพลังอันมหาศาลที่ถักทอสร้างพลังทางสังคมวัฒนธรรม ๔๕ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ ## วิธีถักทอพลังทางสังคมวัฒนธรรม (๑) มีอาสาสมัครคนหนึ่งหรือ ๒-๓ คน ไปคุยกับคนในหมู่บ้านทีละคนหมด ทุกคนในหมู่บ้าน ให้รู้หมดว่าใครมีความรู้อะไร ชอบทำอะไร พึ่งตนเอง ได้หรือไม่ได้มากน้อยเพียงใด มีความใฝ่ฝันอะไร (๒) ในการเข้าไปคุยนั้นต้องเข้าไปคุยด้วยความเคารพความรู้ในตัวคนว่าคน ทุกคนมีความรู้ในตัวที่ได้มาจากประสบการณ์ชีวิตและการทำงาน มายา คติอย่างหนึ่งในสังคมคือเคารพแต่ความรู้ในตำราไม่เคารพความรู้ในตัวคน ความรู้ในตำรามีฐานอยู่ในวิชาการ แต่ความรู้ในตัวคนนั้นมีฐานอยู่ใน วัฒนธรรมหรือวิถีชีวิต ถ้าเคารพแต่ความรู้ในตำราคนส่วนน้อยเท่านั้น ที่มีเกียรติ คนส่วนใหญ่ไม่มีเกียรติ ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่มีเกียรติแล้วสังคม จะเข้มแข็งได้อย่างไร ถ้าเคารพความรู้ในตัวคนทั้งหมดจะมีเกียรติ นี่คือ ความหมายของชีวิตวัฒนธรรม (๓) ในการไปคุยกับชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านด้วยความเคารพความรู้ในตัว คนจะทำให้คนทั้งหมดภูมิใจในตัวเอง เห็นคุณค่าความรู้ในตัวเองที่ทุกคนมี ทุกคนกลายเป็นคนมีคุณค่า การทำแผนที่มนุษย์ของคนทั้งหมู่บ้านนี้ จะทำให้เกิดพลังมหาศาล ทั้งในตัวชาวบ้านและในตัวผู้ไปทำ เพราะเกิด มุมมองใหม่คุณค่าใหม่และการเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของ คนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน อย่างไม่เคยมีมาก่อน นี้คือพลังของสังคม วัฒนธรรม (๔) ถ้ามีการทำเช่นนี้ในทุกหมู่บ้านจะเปลี่ยนประเทศไทย เพราะเป็นการตั้งฐาน การพัฒนาใหม่ไม่มีพระเจดีย์องค์ใดสร้างได้สำเร็จจากยอดเพราะจะพังลง ๆ พระเจดีย์ต้องสร้างจากฐาน ฐานพระเจดีย์ทางสังคมคือชุมชนท้องถิ่น การพัฒนาที่ผ่านมาไม่สำเร็จเพราะเป็นการพัฒนาที่ยอด โดยทิ้งฐาน ต้องตั้งฐานการพัฒนาใหม่ โดยส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น ด้วยพลังทางวัฒนธรรม การเห็นคุณค่าของคนทุกคนและคุณค่าความรู้ ในตัวคนคือการตั้งฐานพลังทางวัฒนธรรม ๔๖ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ (๕) การรู้และเห็นคุณค่าของคนทุกคนในหมู่บ้านเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นมิติแห่งความเป็นคน (Human dimension) ซึ่งมีประโยชน์ต่อการพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง การที่เราทำอะไรๆ ไม่สำเร็จเพราะใช้แต่มิติทางเทคนิค โดยไม่เข้าใจมิติคน เช่น แพทย์ดูคนไข้ก็อาจจะเห็นแต่ไข้แต่ไม่เห็นคน การที่มีคนไปสัมผัสความเป็นคนของคนทุกคนในหมู่บ้านจึงเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ (๖) ยกตัวอย่างถ้าเราจะส่งเสริมการมีห้องสมุดหมู่บ้านในทุกหมู่บ้าน ถ้าเราทำด้วยอำนาจ สั่งการจากบนลงล่าง ก็จะผิดฝาผิดตัวและล้มเหลว จากการที่รู้จักคนทุกคนทั้งหมู่บ้าน จะรู้ว่าใครมีฉันทะในการอ่านบ้าง ซึ่งจะมีเสมอในหมู่บ้าน ขอให้รู้ว่าใครคือตัวจริง แล้วส่งเสริมให้คนรักการอ่านรวมตัวกันเป็นชมรมรักการอ่านประจำหมู่บ้าน ดูแลห้องสมุดหมู่บ้านซึ่งควรมีหนังสือดีๆ และติดตั้งอินเตอร์เน็ต ชมรมรักการอ่านส่งเสริมการอ่านในหมู่บ้าน โดยเฉพาะให้พ่อแม่ทุกคู่อ่านหนังสือนิทานดีๆ ให้ลูกฝังนอกจากลูกจะมีความสุขแล้ว ยังเป็นการปลูกฝังสิ่งดีๆ ไว้แต่วัยเยาว์ รวมทั้งพ่อแม่เองก็มีความสุขด้วย (๗) อาสาสมัครของกระทรวงวัฒนธรรม ควรไปร่วมในกระบวนการทำแผนชุมชนทั้งในระดับหมู่บ้านและระดับตำบล ความรู้จักคนทุกคนในหมู่บ้านของอาสาสมัครวัฒนธรรมจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการทำแผนชุมชนและการขับเคลื่อนแผนไปสู่ความสำเร็จ (๘) อาสาสมัครวัฒนธรรมเหล่านี้จะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เพราะได้คลุกคลีกับชาวบ้านและลงมือทำจริง นอกจากนั้นคงมีพลังจิตสำนึกสูง ทั้งหมดจะเป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมต่อให้บุคคลและองค์กรต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมในการขยายความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นให้เต็มประเทศ การเชื่อมต่อทำไม่ได้ด้วยอำนาจแต่ด้วยคนที่มีความรู้จากประสบการณ์ตรง (๙) เมื่อชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งทั้งประเทศ สามารถพัฒนาอย่างบูรณาการทั้ง ๘ เรื่อง คือ เศรษฐกิจ-จิตใจ-สังคม-วัฒนธรรม-สิ่งแวดล้อม-สุขภาพ-การศึกษา-ประชาธิปไตย ฐานพระเจดีย์ของประเทศก็จะแข็งแรงรองรับสังคมไทยทั้งหมดให้มั่นคง ประเทศก็จะพ้นวิกฤต ๔๗ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ทางแก้วิกฤตชาติ การมีอาสาสมัครชุมชนเข้าไปทำงานในชุมชน โดยรู้จักคนทุกคนในชุมชนซึ่ง อาจเรียกว่า "อาสาสมัครหัวใจมนุษย์" นี้ไม่จำกัดเฉพาะบุคลากรของกระทรวงวัฒนธรรม แต่คนอื่น ๆ องค์กรอื่นๆ ทั้งของรัฐและเอกชนก็ทำได้เช่นเดียวกัน เพราะหมู่บ้าน ทั้ง ๗๖,๐๐๐ หมู่บ้านต้องการกระบวนการนี้ เช่นเดียวกัน เพราะไม่สามารถสั่งการ ให้เกิดหรือ "เลียน" แบบได้ แต่ต้องอาศัยกระบวนการ “เรียน" รู้ร่วมกันด้วยตนเอง ในแต่ละแห่ง แต่ถ้าบุคลากรของกระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้เชี่ยวชาญในกระบวนการชุมชน เข้มแข็ง โดยถือว่าชุมชนเข้มแข็งคือความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม กระทรวงก็อยู่ในฐานะ ที่จะทำงานเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ ที่จะพัฒนาประเทศโดยเอาวัฒนธรรมเป็นตัวตั้ง เพราะวัฒนธรรมเป็นร่มใหญ่ของการอยู่ร่วมกัน เศรษฐกิจวัฒนธรรมก็คือเศรษฐกิจแห่งการอยู่ร่วมกัน เศรษฐกิจแห่งการอยู่ร่วมกันจะช่วยให้ชาติพ้นวิกฤต และเกิดศานติสุข เศรษฐกิจแห่งการอยู่ร่วมกันจะช่วยให้ชาติพ้นวิกฤต และเกิดศานติสุข Extract all text from this image. Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image's main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. PCET เศรษฐกิจวัฒนธรรม : ทางแก้วิกฤตชาติ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
วัฒนธรรม
เศรษฐกิจ
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2010
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• วัฒนธรรม
• วัฒนธรรม -- แง่เศรษฐกิจ
history_eduหมวดหมู่
วัฒนธรรม
เศรษฐกิจ
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 2010
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้