auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เอกสารคำนิยมอธิบายถึง หลักการของการสาธารณสุขมูลฐาน จึงมีเป้าหมายอยู่ที่สุขภาพของคนทั้งหมด ระบบบริการสุขภาพ ที่มีความทั่วถึงเป็นธรรม มีคุณภาพดี และมีความคุ้มค่า โดยการระดมพลังทุกภาคส่วน (All For Health) ทั้งพลังทางสังคม พลังทางวิชาการ พลังทางนโยบาย พลังผู้เชี่ยวชาญทุกสาขา ตลอดจนพลังทางศาสนา ที่จะเปลี่ยนโลกทัศน์ วิธีคิด และจิตสำนึก เพื่อมนุษยชาติ
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
๔๐ ปี การสาธารณสุขมูลฐาน โดย นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน คำนิยม ๔๐ ปี การสาธารณสุขมูลฐาน - ประวัติศาสตร์แห่งความเพียรพยายาม เพื่อการพันทุกข์ร่วมกันของมนุษยชาติในโลกสมัยใหม่ ถ้าถามว่า "๔๐ ปี การสาธารณสุขมูลฐาน" โดยนายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน คืออะไร คำตอบ ของผมคือ "ประวัติศาสตร์แห่งความเพียรพยายามเพื่อการพันทุกข์ร่วมกันของมนุษยชาติในโลก สมัยใหม่" อันเป็นโลกอีกโลกหนึ่งที่แตกต่างโดยสิ้นเชิงจากโลกแห่งสงครามและโลกของการต่อสู้ทาง การเมือง นายแพทย์วิชัย ได้เขียนรายละเอียดทางประวัติศาสตร์ของความคิดและบุคคลในโลกที่ก่อตัว ขึ้นจนเป็นกระแสใหญ่ที่เรียกว่า "Health For All" หรือ "สุขภาวะเพื่อคนทั้งมวล" โดยนิยามคำ ว่าสุขภาพเสียใหม่ว่า "สุขภาพคือสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางจิต และทางสังคม ไม่ใช่การไม่มีโรค และ ความพิการเท่านั้น" คำนิยามนี้แรงและคลอบคลุมมาก ลองคิดดูคำว่าสุขภาวะ (Well - being) ที่สมบูรณ์ ที่ สมบูรณ์นั้นแรงและคลอบคลุมแค่ไหน ยังแถมขยายความต่อไปอีกว่าทั้งทางกาย ทางจิต และทาง สังคม ทางกายหรือทางกายภาพนั้นนอกจากร่างกายแล้วยังหมายถึงอะไรๆ ที่เกี่ยวกับทางวัตถุทั้งหมด เช่น เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัย ภูมิทัศน์ ศิลปวัตถุ เป็นต้น สุขภาวะทางจิตที่สมบูรณ์นั้นไปสุดๆ ก็ถึงนิพพานทีเดียว! สุขภาวะทางสังคมหมายถึงการอยู่ร่วมกันด้วยดีในทุกระดับ ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น ชาติ ไปจนถึงระดับโลก ซึ่งหมายถึงการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรม ไม่เหลื่อมล้ำมากเกิน ด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงสรุปกันว่า Health is the whole - สุขภาพคือทั้งหมด หรือ การอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ทั้งระหว่างคนกับคน และระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม พิจารณาให้ลึกๆ เพราะเป็นกระบวนทัศน์ใหม่โดยสิ้นเชิง จากกระบวนทัศน์การพัฒนาในโลกสมัยใหม่ ที่ถือเอาการแข่งขันโดยเสรี เป็นตัวตั้ง แนวคิดใดๆ ที่ไม่เอาการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลเป็นตัวตั้ง ย่อมนำไปสู่การเสียสมดุลเสมอ ดังที่แนวคิดเรื่องการค้าเสรีที่ว่าดีนักหนา มีนักคิดแนวนี้ที่ได้รับรางวัลโนเบลหลายคน โดยเห็นว่า "มือที่มองไม่เห็น" (The invisible hand) จะจัดการให้เกิดความลงตัว แต่บัดนี้ปรากฏแล้วว่านำไปสู่ความเหลื่อมล้ำสุดๆ และการเสียสมดุลอย่างรุนแรง มีผลกระทบต่อสุขภาพ สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การเมือง จนโลกวิกฤตอย่างรุนแรงขณะนี้ จนเรียกกันว่าวิกฤตอารยธรรม เบื้องหลังที่ลึกที่สุดของอารยธรรมหนึ่งใดคือทิฐิ หรือวิธีคิด ถ้าวิธีคิดไม่ถูกต้องแม้ดูว่าดีในเบื้องต้น ลงท้ายจะนำไปสู่วิกฤต แนวคิดสุขภาพ มีฐานอยู่ในอุดมคติทางมนุษยธรรมที่สูงส่ง คือสุขภาวะของคนทั้งมวล และวิธีคิดอย่างบูรณาการ คือการพัฒนาทั้งทางกาย ทางจิต และทางสังคม ไม่ได้คิดแบบแยกส่วน โดยมีการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่การแข่งขันเสรี ฉะนั้น แนวคิดสุขภาพจึงเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ของการพัฒนา ในหนังสือเล่มนี้คุณหมอวิชัยได้เล่าว่า รัฐบุรุษทางสุขภาพ จากหลายประเทศได้ร่วมกันผลักดันให้มีการก่อตั้ง องค์การอนามัยโลก หรือ WHO อันเป็นองค์กรที่สามารถระดมสติปัญญาจาก ทั่วโลก และผูกพันรัฐบาลทุกรัฐบาลในการรับรองสิทธิของมนุษยชาติในการมีสุขภาพดี และหาวิธีทั้งทางวิชาการ ทางบริหารจัดการ และทางระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อสุขภาพของคนทั้งมวล อะไรจะขนาดนี้ "ระดมสติปัญญาจากทั่วโลก และผูกพันรัฐบาลทุกรัฐบาล ในการสร้างสุขภาวะของคนทั้งมวล" ช่างมีมนุษย์ที่จิตใจดี ชาญฉลาด และเพียรพยายามถึงขนาดนี้ ที่จะช่วยให้มนุษยชาติพ้นทุกข์ร่วมกันได้ในโลกสมัยใหม่ ใน "๔๐ ปี การสาธารณสุขมูลฐาน" เล่มนี้ คุณหมอวิชัยได้เล่าให้เราเห็นอย่างกับได้ไปร่วมประชุมที่กรุงอัลมา-อตา กับเขาด้วยเมื่อปีพ.ศ.๒๕๒๑ ให้เห็นหมดตั้งแต่ความคิดริเริ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องและผลักดันรายละเอียดและเนื้อหาไปจนถึงสุนทรพจน์ปิดประชุม คุณหมอวิชัยได้กล่าวถึง นายแพทย์ฮาล์ฟดาน มาห์เลอร์ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกขณะนั้นเป็นพิเศษ ผมมีโอกาสได้ร่วมประชุมและฟังปาฐกถาของท่านผู้นี้หลายครั้งในประเทศต่างๆ มีความประทับใจตรงกับที่กล่าวไว้ในหนังสือเล่มนี้ว่านายแพทย์มาห์เลอร์เป็นผู้มีวิสัยทัศน์กว้างยาวไกล และมีอนุสาสนีปาฏิหาริย์ คือมีความสามารถในการสื่อสารที่ก่อให้เกิดความบันดาลใจ (Aspiration) สมกับที่มีคนกล่าวว่า "Great leader is great communicator" ท่านเป็นผู้ขับเคลื่อนเรื่อง Health For All และ Primary Health Care หรือ สาธารณสุขมูลฐาน ประดุจหมุนธรรมจักรแห่งการพัฒนาสุขภาพ เป็นรัฐบุรุษโลกในเรื่องสุขภาพอย่างแท้จริง "การสาธารณสุขมูลฐาน" คือคำตอบว่า "สุขภาพดีถ้วนหน้า" หรือ Health For All จะเป็นจริงได้อย่างไร เพราะเมื่อมีการชูเป้าหมาย "สุขภาพดีถ้วนหน้า" ใหม่ๆ หลายคนคิดว่าเป็นจินตนาการที่ไม่มีทางเป็นจริง รัฐธรรมนูญทางสุขภาพนำโดยนายแพทย์มาห์เลอร์ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เห็นว่า "การสาธารณสุขมูลฐาน" คือคำตอบ จึงได้ผลักดันให้มีการประชุมใหญ่ระดับโลกที่กรุงอัลมา-อตาเมื่อพ.ศ.๒๕๒๑ เพื่อมีมติโลกรับรองการสาธารณสุขมูลฐานให้เป็นจักรกลในการขับเคลื่อนโลกไปสู่การมีสุขภาพดีถ้วนหน้า การสาธารณสุขมูลฐานเปรียบประดุจหลักการสร้างพระเจดีย์จากฐาน พระเจดีย์สร้างจากยอดไม่ได้เพราะจะพังลงๆ ถ้าไม่มีฐานรองรับ แต่ถ้าฐานใหญ่และแข็งแรง จะรองรับพระเจดีย์ทั้งองค์กรวมทั้งยอดด้วยให้ตั้งมั่น แต่เรามักทำอะไรประดุจสร้างพระเจดีย์จากยอด คืออะไรๆ ก็เอาแต่ข้างบน จึงเกิดความไม่ทั่วถึง ไม่เป็นธรรม และไม่ยั่งยืน เพราะฉะนั้นหลักการของการสาธารณสุขมูลฐาน จึงมีเป้าหมายอยู่ที่สุขภาพของคนทั้งหมด ไม่ใช่คนส่วนน้อย ระบบบริการสุขภาพจึงต้องมีความทั่วถึงเป็นธรรม มีคุณภาพดี และมีความเป็นไปได้ ทางเศรษฐกิจ หรือมีความคุ้มค่า โดยการระดมพลังทุกภาคส่วน (All For Health) ทั้งพลังทางสังคม พลังทางวิชาการ พลังทางนโยบาย พลังผู้เชี่ยวชาญทุกสาขา ตลอดจนพลังทางศาสนา นี้เป็นการ เปลี่ยนโลกทัศน์ วิธีคิด และจิตสำนึก เพื่อมนุษยชาติโดยสิ้นเชิง และเป็นที่มาของการที่นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน มีฉันทะวิริยะอย่างแรงกล้าในการนิพนธ์เรื่อง "๔๐ ปี การสาธารณสุขมูลฐาน" ด้วยเห็นว่า เป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ครั้งใหญ่ ศาสนาใหญ่ๆ ในโลกที่เกิดขึ้นในช่วง ๑,๕๐๐ - ๒,๖๐๐ ปี ก่อน ล้วนพยายามยกจิตใจของ มนุษย์ให้สูง เพื่อความสุขและการอยู่ร่วมกันด้วยดี อันเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งในสุขภาวะเพื่อคนทั้งมวล ทั้งในสมัยนั้นและในสมัยนี้ แต่ในเวลาที่ผ่านไปเป็นพันปีสังคมสมัยใหม่เปลี่ยนไปจากสังคมโบราณ เกือบจะโดยสิ้นเชิง ที่มีประชากรหนาแน่นสังคมเชื่อมโยงและซับซ้อน กลายเป็นระบบซับซ้อน (Complex System) ที่มีระบบซ้อนระบบที่มีมากำหนดพฤติกรรมของบุคคลและองค์กรเกือบจะ ทั้งหมดทั้งสิ้น ถ้าขาดความเข้าใจเชิงระบบและความสามารถในการจัดการ ก็จะเกิดทุกขภาวะขนาด ใหญ่ เป็นมหทุกขภาวะไม่ใช่ปัจเจกทุกขะแบบครั้งโบราณ อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อมและ การกลายพันธุ์ของเชื้อโรคอาจทำให้เกิดโรคระบาดที่ผู้คนได้รับความทุกข์ทรมานล้มตายเป็นสิบๆ หรือ ร้อยล้านคน ดังที่ใช้ดำระบาดในคริสตศตวรรษที่ ๑๓ ทำให้คนยุโรปตายไปประมาณครึ่งทวีป ยังไข้ ทรพิษ ไข้หวัดใหญ่ โรคเอดส์ ฯลฯ การที่สามารถขจัดโรคไข้ทรพิษให้หมดไปจากโลกได้แสดงให้เห็น ความสำคัญของความรู้และเทคโนโลยี รวมทั้งการจัดการเชิงระบบ แสดงให้เห็นว่าการที่มนุษยชาติจะพันทุกข์ร่วมกันในโลกสมัยใหม่ได้ แม้ศาสนาจะสำคัญยิ่งแต่ ศาสนาแบบแยกส่วนเอาเป็นตัวตั้งไม่ได้ ต้องการปัญญาเชิงระบบและการจัดการ ทั้งมิติทางกาย ทาง จิต ทางสังคม และทางปัญญา ใช้ความรู้และศาสตร์ทุกแขนง ทั้งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม และการจัดองค์กร ศาสนาแบบแยกส่วนไม่สามารถ นำไปสู่การพันทุกข์ร่วมกันของมนุษย์ชาติได้ แต่ศาสนาสามารถบูรณาการเป็นหนึ่งเดียวกับระบบ สุขภาพได้ ความพยายามสร้างสุขภาพเพื่อคนทั้งมวลเป็นโลกอีกโลกหนึ่ง ที่ต่างจากโลกที่ขับเคลื่อน ด้วยโลภะ โทสะ โมหะ อันนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำ ความรุนแรงและการเสียสมดุล เมื่อพระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนาที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันแขวงพาราณสี ที่เรียกว่าธัมม จักกัปปวัตตนสูตร เพราะถือว่าเป็นการเคลื่อนธรรมจักรสู่โลกมนุษย์ ถ้าอ่านเรื่อง "๔๐ ปี แห่งการ สาธารณสุขมูลฐาน" ให้ดีๆ จะเห็นกระบวนการเคลื่อนธรรมจักรในโลกอีกครั้งหนึ่งแล้ว เป็นธรรมจักร แห่งการพันทุกข์ร่วมกันของมนุษยชาติในโลกสมัยใหม่ ในนามของ Health For All - สุขภาพของ คนทั้งมวล และทั้งมวลเพื่อสุขภาวะ (All For Health) โดยที่ธรรมจักรแห่งสุขภาวะเพื่อคนทั้งมวล เป็นเป้าหมายทางมนุษยธรรมสูงสุด และเส้นทาง เป็นมัชฌิมาปฏิปทา หรือสายปัญญา จึงน่าจะเป็นประดุจแม่เหล็กที่ดึงดูดผู้คนให้หันเหจากเส้นทาง แห่งโลภะ โทสะ โมหะ มาสู่สันติวรบทมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมนุษย์มีเมล็ดพันธุ์แห่งความดีอยู่ในหัวใจ และมีศักยภาพทางปัญญา นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน มีฉันทะทางหนังสือ ชื่นชมในประวัติศาสตร์และแจ่มแจ้งแทงทะลุ ในระบบสุขภาพ จึงอยู่ในเอกฐานะที่จะนิพนธ์ "๔๐ ปี การสาธารณสุขมูลฐาน" สู่บรรณพิภพ ประดุจ “หงายของที่คว่ำ" (อุตตานีกะโรติ) จนเห็นได้ชัดว่านี่คือประวัติศาสตร์แห่งความเพียรพยายามเพื่อ การพันทุกข์ร่วมกันของมนุษยชาติในโลกสมัยใหม่ ขอให้ช่วยกันเผยแพร่ให้มีการอ่านกันให้มาก เพื่อ ความปิติสุขในนุษยธรรมอันสูงส่ง และร่วมขับเคลื่อนธรรมจักรแห่งสุขภาวะของมนุษยชาติให้หมุนไป เป็นอนันตกาล ประเวศ วะสี ๑๕ เมษายน ๒๕๖๒ PQET <figure> A line drawing depicts a group of six medical professionals, three men and three women, all wearing face masks. They are seated around a table, with some holding clipboards or documents, suggesting a medical consultation or office setting. The men are wearing lab coats over short-sleeved shirts, while the women are wearing V-neck tops. The overall style is simple and clean, emphasizing the professionals' roles in medical care. </figure> ๔๐ ปี การสาธารณสุขมูลฐาน ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สุขภาพ
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• สุขภาพ
• ธรรมะกับชีวิตประจำวัน
history_eduหมวดหมู่
สุขภาพ
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้