hotel_class เนื้อหาคัดสรร

ดูเพิ่มเติม

auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

11 เรื่องใหญ่ที่ไทยควรทำ

chrome_reader_modeคำอธิบาย

บทความลายมือเขียนอธิบายถึง 11 เรื่องใหญ่ที่ไทยควรทำ เพื่อก่อให้เกิดปัญญา ความคิดแบบบูรณาการไปสู่ความเป็นองค์รวม เพื่อการพัฒนาสังคมที่ยั่งยืน ได้แก่ 1. การคิดและทำอย่างบูรณาการ 2. ปฎิรูปโครงสร้างอำนาจ 3. สร้างระบบเศรษฐกิจภูมิคุ้มกันให้เป็นฐานของระบบเศรษฐกิจของประเทศ 4. สนับสนุนการสร้างสถาบันการเงินของคนจนโดยทั่วถึง 5. จัดการเรื่องการใช้ทรัพยาการอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน 6. ทำความเข้าใจและขับเคลื่อนระบบสุขภาพบูรณาการในฐานะเครื่องมือไปสู่การพัฒนาทั้งหมด 7. ปฎิรูปการพัฒนาคุณภาพคนไทยอย่างใหญ่หลวง และก้าวกระโดด 8. ธุรกิจเพื่อการพัฒนา 9. บทบาทนำของไทยในภูมิรัฐศาสตร์โลกและสันติภาพ 10. สร้างเครือข่ายพลังพลเมืองที่ตื่นรู้ให้เต็มประเทศ 11. การสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของประเทศไทย

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

๑๑ เรื่องใหญ่ที่ไทยควรทำ ประเวศ วะสี (๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๒) ความจริงประเทศไทยมีทรัพยากรมาก มากเกินพอที่จะสร้างสังคมสันติสุข แต่ที่เป็นสังคมอุดมทุกข์และติดอยู่ในสภาวะวิกฤตเรื้อรังไม่สามารถปลดปล่อยตนเองออกจากวงจรอุบาทว์ได้ เพราะ "คิดเล็ก" ไม่มีสมรรถนะในการ "คิดใหญ่" "คิดเล็ก" คือการคิดแบบแยกส่วน ตัดขาด เช่นคิดเพื่อตัวเอง เพื่อพรรคหรือพวกของตัว คิดเฉพาะกรม กอง หรือกระทรวงของตัว อาชีพหรือองค์กรของตัวแยกส่วนจากสังคม เช่น การศึกษา หรือธุรกิจแบบแยกส่วนจากความเป็นส่วนรวม คือชาติบ้านเมืองรวมเรียกว่า "ขาดสำนึกแห่งองค์รวม" เซลล์มะเร็งเป็นตัวอย่างของเซลล์ที่ขาดสำนึกแห่งองค์รวม มันเติบโตแบบแยกส่วนจากความเป็นองค์รวมของระบบร่างกายทั้งหมด ทำให้ร่างกายเสียสมดุล คนเป็นมะเร็งจึงเจ็บป่วยอย่างยิ่งและไม่ยั่งยืน ประเทศที่องค์ประกอบต่าง ๆ ขาดสำนึกแห่งองค์รวมก็ย่อมเจ็บป่วยเหมือนคนเป็นมะเร็ง จำเป็นที่คนไทยและองค์กรต่าง ๆ ต้องถามตัวเองว่าเราขาดสำนึกแห่งองค์รวมเหมือนเซลล์มะเร็ง หรือเปล่า การคิดแบบแยกส่วนตัดขาดเกิดจากการคิดเชิงอำนาจ อำนาจทำให้ตัดขาดและแยกส่วน การชำแหละอะไรออกเป็นส่วนๆ ทำเหมือนชำแหละโคหรือสุกร ทำให้สิ้นชีวิต ความมีชีวิตเกิดจากการเชื่อมโยงหรือบูรณาการเป็นองค์รวม "คิดใหญ่" คือคิดเชื่อมโยงหรือบูรณาการเป็นองค์รวม บูรณาการเป็นองค์รวมเกิดจากปัญญาที่เข้าถึงความจริงของความเป็นทั้งหมด ในขณะที่อำนาจทำให้ตัดขาด แยกส่วน แบ่งเป็นขั้ว เป็นข้าง ปะทะและทอนกำลังกัน ปัญญานำไปสู่ความคิดแบบบูรณาการไปสู่ความเป็นองค์รวม หรือทั้งหมด ความเป็นองค์รวมจึงมีพลังมหาศาลที่จะออกจากสภาวะวิกฤตแห่งการแยกส่วนหรือการเป็นมะเร็ง อนาคตของประเทศไทยใน ๒ ปีข้างหน้า จึงอยู่ที่ว่าคนไทยจะยังคิดและทำแบบแยกส่วน เหมือนเดิม หรือสามารถคิดและทำอย่างบูรณาการ ๑๑ เรื่องใหญ่มีดังต่อไปนี้ ๑. การคิดและทำอย่างบูรณาการ ดังกล่าวข้างต้น ๒. ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ เป็นหัวใจของการปฏิรูปประเทศไทย เพราะประเทศไทยมี โครงสร้างอำนาจจากบนลงล่างและรวมศูนย์ไว้ที่ส่วนกลาง อันเป็นต้นเหตุของปัญหาใหญ่ ๆเกือบ ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงความเหลื่อมล้ำ คอร์รัปชั่น ความไม่มีสมรรถนะของประเทศ ความรุนแรงที่ ชายแดนใต้ การทำปฏิวัติรัฐประหารได้ง่าย ถ้าไม่ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจจะแก้ปัญหาประเทศไทย ไม่ได้ ต้องกระจายอำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่นและองค์กรในพื้นที่ เช่นโรงเรียนและโรงพยาบาล และ สนับสนุนให้จัดการกันเองแบบมีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด พร้อม ๆ กับปฏิรูประบบราชการส่วนกลางจากองค์กรอำนาจให้เป็นองค์กรทางปัญญา ที่ สามารถทำงานเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ได้ สมรรถนะทางปัญญาของระบบรัฐเป็นความเป็น ความตายของประเทศ ๓. สร้างระบบเศรษฐกิจภูมิคุ้มกันให้เป็นฐานของระบบเศรษฐกิจของ ประเทศ ทีมเศรษฐกิจควรตระหนักรู้ว่าด้วยความเหลื่อมล้ำหลายมิติในสังคมไทย และความ พลิกผันโดยรวดเร็วและพยากรณ์ไม่ได้ของระบบเศรษฐกิจโลก ลำพังความช่วยเหลือและการ พัฒนาอย่างรัฐบาลที่แล้วทำไม่ทำให้คนจนและรายย่อยดีขึ้น ดังที่ปรากฏเป็นวิกฤตรายย่อยอยู่ใน ปัจจุบัน ประเทศไทยอยู่ในฐานะที่จะจัดให้มีระบบเศรษฐกิจภูมิคุ้มกันเป็นฐานที่เรียกว่า "ระบบ เศรษฐกิจชุมชนฐานการเกษตรพลังบวก" (Farm-Based Community Economy Plus) นั่นคือจัดที่ดินให้ชุมชนพอเพียงที่ทุกคนจะมีหลักประกันว่ามีบ้านอยู่มีอาหารกินมีครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็งพลังบวกหมายถึง บวกการทำอย่างอื่นๆได้อย่างเต็มที่ การที่คนไทยทุกคนมี หลักประกันอย่างบูรณาการ "ที่อยู่-อาหาร-ครอบครัวอบอุ่น-ชุมชนเข้มแข็ง" จะเป็นฐานแห่ง ความแข็งแรงให้พัฒนาอย่างอื่นต่อไปยังก้าวข้ามข้อจำกัด รัฐบาลใหม่และคนไทยควรทำความ เข้าใจในเรื่องนี้ให้ดี ๆ ๔. สนับสนุนการสร้างสถาบันการเงินของคนจนโดยทั่วถึง ในขณะที่ภาครัฐและภาคธุรกิจมีเครื่องมือเชิงสถาบันมากมาย แต่ภาพที่สำคัญที่สุดคือภาคประชาชนกลับไม่มีเครื่องมือเชิงสถาบันเลย สภาพกลับตาลปัตรเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยไปไม่ได้ เครื่องมือเชิงสถาบันที่สำคัญที่สุดคือสถาบันการเงินของชุมชนหรือของคนจน โดยการสนับสนุนให้ชุมชนและผู้ใช้แรงงานรวมตัวกันจัดการการเงินของตัวเอง มีตัวอย่างของความสำเร็จแล้วในรูปต่าง ๆ รูปแบบหนึ่งคือสถาบันการเงินของชุมชนระดับตำบลที่ชุมชนจัดการเอง มีเงินหมุนเวียนกว่า ๑๐๐ ล้านบาทต่อตำบล เป็นเครื่องมือในการออม ส่งเสริมอาชีพ ส่งเสริมการฝึกอบรม สวัสดิการ และการทำความดี เพราะเกิดนวัตกรรมที่ว่าการทำความดีเป็นเครดิตให้กู้เงินจากสถาบันการเงินของชุมชนได้ สถาบันการเงินของชุมชนหรือของคนจนจึงเป็นเครื่องมือส่งเสริมการพัฒนาอย่างบูรณาการ รัฐบาลควรมีนโยบายให้ ธกส. ธนาคารออมสิน สมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย มหาวิทยาลัย องค์กรพัฒนาทั้งของรัฐและเอกชน สามารถสนับสนุนชุมชนและผู้ใช้แรงงานให้สร้างสถาบันการเงินของคนจนได้อย่างทั่วถึงภายใน ๒ ปี ข้อนี้เป็นปัจจัยแห่งความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ๕. จัดการเรื่องการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน การจัดการการใช้ทรัพยากรอย่างไม่เป็นธรรมและไม่ยั่งยืนเป็นสาเหตุใหญ่ของการที่แก้ความยากจนและความเหลื่อมล้ำไม่ได้ ทรัพยากรมีหลายประเภททั้งทรัพยากรทางธรรมชาติ ทรัพยากรทางเศรษฐกิจ ทรัพยากรทางสังคม และทรัพยากรทางบริการภาครัฐ ควรมีการสำรวจสภาพของทรัพยากรทุกประเภทและการจัดการการใช้และขับเคลื่อนให้มีการปฏิรูปการใช้อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ข้อนี้เป็นปัจจัยของการสร้างสรรค์สังคมที่เป็นธรรม ๖. ทำความเข้าใจและขับเคลื่อนระบบสุขภาพบูรณาการในฐานะเครื่องมือไปสู่การพัฒนาทั้งหมด คำว่า Health and Well-being หรือสุขภาพและสุขภาพจะเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ ดังที่เมื่อมีการก่อตั้งมูลนิธิรอกกีเฟลเลอร์ เมื่อหนึ่งศตวรรษมาแล้ว เขาตั้งปณิธานของมูลนิธิว่าเพื่อ "Health and Well-being of Mankind Around the World" - เพื่อสุขภาพและสุขภาวะของมนุษยชาติทั่วโลก การคิดถึงภาพรวมที่ใหญ่ทำให้มีพลังที่ไปพ้นการคิดเล็กแบบแยกส่วน แบบเอาองค์กรหรือวิชาชีพของตนเป็นตัวตั้ง สุขภาพนั้นหมายถึงสุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางปัญญา จึงเป็นเรื่องที่ใหญ่มากและเกี่ยวข้องไปกับทุกเรื่อง จนมีคำพูดว่า Health is The whole หรือสุขภาพ คือทั้งหมด ประเทศไทยแม้จะมีความอ่อนแอในหลายเรื่อง แต่มีจุดแข็งในเรื่องระบบสุขภาพ ลอง ทำความเข้าใจให้ดี ๆ แล้วใช้จุดแข็งนี้ขับเคลื่อนไปสู่การพัฒนาอย่างบูรณาการจะเกิดพลังบูรณา การอย่างมหาศาล ๗. ปฏิรูปการพัฒนาคุณภาพคนไทยอย่างใหญ่หลวง และก้าวกระโดด ถ้าพูด ถึงปฏิรูปการศึกษาจะทำให้ตกลงไปสู่ที่แคบ เพราะความคับแคบในการคิดและสิ่งที่เรียกว่าระบบ การศึกษา อย่างในช่วงรัฐบาล ๕ ปีที่ผ่านมาไม่มีความคิดใหญ่ทางการศึกษาเลย เป็นการเสีย โอกาสอย่างยิ่ง คราวใหม่นี้ไม่ควรตกไปสู่ที่แคบอีก จึงตั้งกรอบความคิดเป็น การพัฒนาคุณภาพคน ไทยทั้งมวลตั้งแต่ครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอน โดยสังเคราะห์ความคิดว่าคุณภาพคนไทยที่พึง ปรารถนาคืออะไร โดยเปรียบเทียบกับชนชาติอื่น เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมัน ยิว เป็นต้น และ คุณค่าที่เรารู้ว่าดีและศึกษาวิธีการพัฒนาคุณภาพคนที่ว่าดีๆจากทั่วโลกทั้งวิธีเก่าและวิธีใหม่ เมื่อมี แนวคิดและวิธีการแล้ว เปิดให้เกิดการมีส่วนร่วมพัฒนาคนจากทุกภาคส่วนของสังคม กระทรวงศึกษาธิการไม่เป็นเจ้าของระบบการศึกษาอีกต่อไปซึ่งเป็นความคิดเชิงอำนาจ แต่เป็น ส่วนหนึ่งของภาคีอันหลากหลายที่เชื่อมโยงกันเป็นบูรณาการ คนไทยทั้งมวลควรร่วมมือกันในการปฏิรูปการพัฒนาคุณภาพคนไทยอย่างใหญ่หลวงและ ก้าวกระโดดที่เชื่อมโยงอยู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บนแนวคิดบูรณาการ ภาคธุรกิจควรเข้ามามีบทบาทอย่างเต็มที่ ๘. ธุรกิจเพื่อการพัฒนา (Business for development) ถ้าธุรกิจทำเพื่อธุรกิจนั้นเป็น กระบวนทัศน์เก่า ขณะนี้ภาคธุรกิจเป็นภาคที่มีกำลังคนที่มีสมรรถนะมากกว่าภาคอื่น ๆ โดยเฉพาะ สมรรถนะในการจัดการ ซึ่งขาดแคลนมากในภาคอื่น ๆ การศึกษาที่เน้นการท่องวิชาโดยไม่เน้นการ เรียนรู้จากการปฏิบัติ ทำให้ภูมิปัญญาในการจัดการเกือบจะหายไปจากสังคมไทยโดยสิ้นเชิง ในยุค แห่งความคิดใหญ่หรือความคิดบูรณาการ ภาคธุรกิจควรจะมีบทบาทในการพัฒนาโดยเฉพาะนำ ความเชี่ยวชาญในการจัดการเข้าสู่การพัฒนา ซึ่งมีความต้องการในทุกพื้นที่ ทุกองค์กร และทุก เรื่อง การจัดการทำให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เป็นไปได้ (Management makes the impossible possible) การจัดการจึงเป็นอิทธิปัญญา หรือสัมฤทธิศาสตร์ ปัญหาใหญ่ของสังคมไทยอย่างหนึ่ง คือการคิดว่าความดีความชั่วเป็นเรื่องกรรมส่วนบุคคล ไม่เข้าใจว่าระบบและโครงสร้างเป็นปัจจัย กำหนดพฤติกรรมของบุคคลอย่างสำคัญ การขาดความคิดเชิงระบบและการจัดการทำให้ทำอะไร ไม่สำเร็จ เพิ่มความขัดแย้งและออกจากสภาวะวิกฤตไม่ได้ ภายใน ๒ ปีนี้ควรสร้างความคิดบูรณา- การในเรื่องธุรกิจเพื่อการพัฒนาให้ได้ ๙. บทบาทนำของไทยในภูมิรัฐศาสตร์โลกและสันติภาพ - "ประเทศไทยเหมาะแก่การที่ นานาประเทศจะมาคุยกันเรื่องสันติภาพ" - พระราชดำรัสของในหลวง ร.๙ ด้วยวัฒนธรรมยึดหยุ่นประนีประนอม คนไทยมีสมรรถนะในทางการทูตและนั่นเป็นเหตุให้ ประเทศไทยเอาตัวรอดจากการตกเป็นเมืองขึ้นของมหาอำนาจตะวันตก ต่างจากประเทศเพื่อน บ้านโดยรอบ มีกรณีต่าง ๆ มากมายที่แสดงถึงทักษะของคนไทยในด้านนี้ เช่น เมื่อครั้งเสนาบดี ต่างประเทศไทยขึ้นเหยียบเรือรบฝรั่งเศสที่เข้ามาจอดคุกคามในแม่น้ำเจ้าพระยา กรณีการเจรจา กับกลุ่ม Black September ที่เข้ามายึดสถานทูตอิสราเอลในกรุงเทพ ฯ ในวันสถาปนาสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราช หรือกรณียุติการสู้รบในความขัดแย้งอุดมการทางการเมืองระหว่าง กระบวนการคอมมิวนิสต์กับรัฐไทยด้วยคำสั่ง 66/2523 วัฒนธรรมยึดหยุ่นประนีประนอมของไทย นี้ เหมาะที่จะทำให้ประเทศไทยไปมีบทบาทนำในโลกสากลที่กำลังเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ไทย ควรสร้างผู้นำระดับโลกที่รอบรู้ในภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitic) เศรษฐกิจ วัฒนธรรมหรืออารยธรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นั่นคือรู้รอบ และเข้าไปมีบทบาทผนึกประเทศอาเซียนให้เข้มแข็งทุก ด้าน รวมทั้งพลังทางสันติภาพ และอาศัย ASEAN+3 ... +4+5 ... ไปช่วยโลกสร้างสันติภาพ การที่มี คนไทยมีความสามารถในการเป็นผู้นำระดับโลกและมีบทบาทสำคัญในโลกสากล จะทำให้คนไทย ภาคภูมิใจในประเทศของตน และส่งเสริมให้คนไทยกล้าคิดใหญ่ แทนที่จะคิดเล็กคิดน้อยแยกส่วน ทะเลาะเบาะแว้งกันด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการนี้ฝ่ายต่าง ๆ ทั้งกระทรวงต่างประเทศ กองทัพ มหาวิทยาลัย และภาคธุรกิจ ต้อง ทุ่มเทใน "การวิจัยยุทธศาสตร์ชาติ" ซึ่งหมายถึงวิจัยให้รู้สถานการณ์ความเป็นจริงของประเทศ ต่าง ๆ และแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเพื่อวาง Position ของประเทศไทยให้เหมาะสม ภาคธุรกิจที่ใหญ่ ใหญ่ เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์ SCG ปตท. ซีพี และไทยเบฟ น่าจะรวมตัวกันตั้ง Global Leadership Thailand foundation เพื่อพัฒนาคนไทยให้สามารถเป็นผู้นำระดับโลก เพื่อ บทบาทนำของประเทศไทยในอาเซียนและโลกสากล มูลนิธินี้จะเป็นเครื่องมือในการพัฒนา สมรรถนะของประเทศไทยโดยรอบด้าน ๑๐. สร้างเครือข่ายพลังพลเมืองที่ตื่นรู้ให้เต็มประเทศ การที่ประเทศไทยไม่มีกำลัง ในตัวเองที่จะฝ่าความซับซ้อนและยากของสังคมปัจจุบันไปข้างหน้าได้ เพราะมีแต่โครงสร้าง อำนาจ แต่ไม่มีโครงสร้างทางสมอง ประเทศไทยเป็นรัฐราชการ (Bureaucratic state) ซึ่งเป็น ระบบอำนาจควบคุม สังคมปัจจุบันต่างจากสังคมโบราณโดยสิ้นเชิง ที่เป็นระบบซับซ้อน (Complex system) ที่เชื่อมโยงยาวไกลหลายมิติ และพลิกผันโกลาหลได้โดยรวดเร็วอย่าง พยากรณ์และควบคุมไม่ได้ ระบบอย่างนี้การใช้อำนาจได้ผลน้อยหรือไม่ได้ผลเลย แต่ต้องใช้พลัง ทางสังคมและทางปัญญา อย่างที่พูดว่าต้องเปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่าง กว้างขวาง โครงสร้างอำนาจในประเทศไทยเป็นโครงสร้างที่ปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญา วิธีเปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง คือ ส่งเสริมการรวมตัวร่วมคิด ร่วมทำในทุกพื้นที่ ในทุกองค์กร และในการแก้ปัญหาและพัฒนาในทุกประเด็น ในการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำจะเป็น ๔ - ๕ คน ๗ - ๘คน หรือ ๑๐ คนก็ต่างเป็นกลุ่มศึกษา และพัฒนาในเรื่องต่างๆ ในกลุ่มจะมีสัมพันธภาพใหม่ใหม่ คือเป็นสัมพันธภาพทางราบ ไม่มีใครมี อำนาจเหนือใคร คือมีความเสมอภาคและภราดรภาพ การที่กลุ่มจะทำอะไรให้สำเร็จต้องมีการ เรียนรู้ร่วมกันในทางปฏิบัติ (Interactive learning through action) ในสถานการณ์จริงกลุ่ม ปฏิบัติการทางสังคมขนาดเล็กเช่นนี้มีชื่อเรียกต่างๆกันเช่นชุมชนผู้ปฏิบัติ (Community of practice) บ้าง micropractitionersบ้าง กลุ่มนวัตกรรมทางสังคมบ้าง กลุ่มศึกษาและพัฒนาบ้าง กลุ่มINNบ้าง จะเรียกว่าอะไรก็ตามกลุ่มเช่นนี้เป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) เพราะมีความเสมอภาค ภราดรภาพ ความรัก ความเชื่อถือไว้วางใจกัน พลัง ทางสังคม พลังทางปัญญาจากการเรียนรู้ร่วมกัน พลังแห่งความสำเร็จและมีความสุขเปี่ยมล้นจนมี ผู้ใช้คำว่า ประดุจ บรรลุ นิพพาน กลุ่มปฏิบัติการทางสังคมขนาดเล็กนี้ เปรียบประดุจเป็นเซลล์สมองของสังคม เมื่อมีมากจน เต็มประเทศจะทำให้โครงสร้างของประเทศเปลี่ยนจากโครงสร้างแห่งอำนาจ เป็นสังคมเครือข่าย ใช้สมอง สังคมเครือข่ายคล้ายสมองจะมีคุณสมบัติใหม่โดยสิ้นเชิง คือเป็นสังคมอุดมปัญญาและ สังคมอุดมสุข นี้เป็นการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) หรือการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกเชิง โครงสร้าง ซึ่งทำไม่ได้โดยการต่อสู้กันด้วยอำนาจ แต่ทำได้โดยประชาชนทุกคนที่เกิดสำนึกใน ศักดิ์ศรีและศักยภาพในความเป็นมนุษย์ของตนเอง แล้วมารวมตัวร่วมคิดร่วมทำกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ในประเด็นสาธารณะที่หลากหลาย ให้เต็มประเทศและเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย เป็นเครือข่ายของ พลังพลเมืองที่ตื่นรู้ นี้เป็นทางอันเอก เป็นเส้นทางสายปัญญาหรือมัชฌิมาปฏิปทา เป็นสันติวิธี จึง น่าจะเรียกได้ว่า เป็นอริยะพัฒนา Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. ๑๑. การสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนใหญ่ประเทศไทย ขณะนี้เทคโนโลยีการสื่อสารสมัยใหม่ ทำให้เป็นไปได้ที่คนไทยทั้งประเทศจะสามารถรับรู้ความจริงอย่างทั่วถึงพร้อมกัน และสามารถสื่อสารให้รู้ถึงกัน ร่างกายของเราเป็นระบบที่ดีที่สุดที่มีความหลากหลายสุดประมาณ แต่สามารถรักษาบูรณภาพและดุลยภาพได้ ทำให้เรามีสุขภาพดีและอายุยืน ระบบร่างกายเป็นระบบข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารที่รู้ถึงกันหมดเป็นองค์รวม การที่สังคมที่มีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จะสามารถรักษาบูรณภาพและดุลยภาพได้ จึงต้องสร้างระบบข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารให้รู้ถึงกันหมด ผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการสื่อสารต้องช่วยกันสร้างระบบข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารให้คนไทยรู้ความจริงอย่างทั่วถึงและทันกาล ในการนี้จำเป็นต้องมีความรอบรู้ ความจริงและประเด็นใหญ่ หรือประเด็นสำคัญของประเทศไทย ระบบการสื่อสารที่ดีจะทั้งสื่อและกระตุ้นการคิดและพัฒนาเรื่องดี ๆ รวมทั้งเป็นเครื่องมือให้คนไทยทั้งประเทศเรียนรู้ร่วมกัน และต่อยอดยกระดับทางปัญญาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยรวดเร็ว เป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่สังคมไทยจะออกจากการติดอยู่ในโครงสร้างทางอำนาจไปสู่การเปิดพื้นที่ทางสังคม และพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง เกิดอิริยะพัฒนาได้ เพื่อนคนไทยครับ ไม่ว่าท่านจะเป็นคนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ เป็นนักการเมือง พรรคใด ๆ หรือฝ่ายใด เป็นทหาร หรือพลเรือน หรือเป็นอะไร ๆ ล้วนเป็นสิ่งสมมุติ ที่แท้เป็นเพื่อนมนุษย์ร่วม เกิดแก่เจ็บตาย และร่วมรับผลจากปัจจัยอันหลากหลายทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ระบบและโครงสร้าง สถานการณ์ของโลก และความซับซ้อนของสังคมปัจจุบัน การคิดเล็ก แบบแยกส่วน เป็นข้าง เป็นขั้ว ไม่ทำให้เราสามารถออกจากวิกฤตการณ์ของความซับซ้อนได้ ถึงเวลาที่เราจะต้องคิดใหญ่ คิดอย่างบูรณาการ คิดถึงองค์รวม คิดถึงประเด็นใหญ่ ๆ ที่ถ้าเราขับเคลื่อนร่วมกันไปสู่ความสำเร็จ แล้วสามารถสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้ลูกหลานของเราอยู่ร่วมกันอย่างศานติสุขบนแผ่นดินนี้ ก็จะเป็นเรื่องที่เราจะภูมิใจร่วมกันที่มีส่วนร่วมสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด ความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลึกซึ้งยากต่อความเข้าใจและยากต่อการแก้ไข แก้ไม่ได้ด้วยวาทกรรมที่นำไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรง การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติในสถานการณ์จริงเท่านั้นที่เป็นพลังของการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transforming power) อันนำมาซึ่งจิตสำนึกใหม่ ปัญญาร่วม นวัตกรรม อัจฉริยะกลุ่ม พลังแห่งความสำเร็จและความสุขอันลึกล้ำ ขอให้คนไทยและประเทศไทยมีความสวัสดี PQET 99 เรื่องใหญ่ที่ไทยควรทำ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

เศรษฐกิจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
32% Match
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
24% Match
ปฏิรูปตำรวจ: ประชาชนถนอมรักตำรวจ – ตำรวจถนอมรักประชาชน
20% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การพัฒนาสังคม

• การพัฒนาประเทศ

• สังคม

• การพัฒนาเศรษฐกิจ

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

เศรษฐกิจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้