auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (1 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

จดหมายจากปู่ถึงหลาน

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงจดหมายที่ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี เขียนถึง “หลานปราย” และ “ลูกหลาน” ที่หมายถึงคนทั้งหลายด้วย เพื่อสื่อถึงความรัก ความเกื้อกูล ไมตรีจิต ระหว่างเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่ง

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# จดหมายจาก กองทัพทหาร ## ช่วยกัน หว่านเมล็ดพันธุ์ แห่งความรัก ลงในหัวใจ ของเร้าทุกคน จดหมายถึงหลาน เพื่อสื่อความหมายถึง ความรัก ความเกื้อกูล ไมตรีจิต ระหว่างเพื่อนมนุษย์ และสรรพสิ่ง ในยุคที่โลกวิกฤติเพราะขาดรัก จดหมายจากปู่ถึงหลาน โดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน ๓๖/๖ ซอยประดิพัทธ์ ๑๐ ถนนประดิพัทธ์ แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐ โทรศัพท์/โทรสาร ๒๗๖-๑๘๐๖, ๒๗๔-๐๔๕๑ พิมพ์ที่ พิมพ์ดี ๒๑/๒๓๒-๔ ซอยคลองหนองใหญ่ ถนนวงแหวน เขตบางแค กรุงเทพฯ ๑๐๖๖๐ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓ # คำนำ จดหมายจากปู่ถึงหลานฉบับนี้ เขียนขึ้นด้วยความรัก ทั้งต่อเพื่อนมนุษย์ และสรรพสิ่ง โลกวิกฤติเพราะขาดรัก เนื่องจากพากันและถูกทำให้เข้าใจผิด ว่าการแข่งขันเสรีคือหลักการใหญ่หรือ ความถูกต้อง การแข่งขันเสรีเน้นที่ใคร แข็งแรงกว่าก็แย่งชิงเงินได้มากกว่าโดย มีกิเลสหนุนหลัง ในความเป็นครอบครัว เดียวกันหรือชุมชนเดียวกัน เราไม่ได้ใช้ หลักการแข่งขันเสรี ถ้าใช้ เด็กและคนแก่ ก็จะตาย และครอบครัวแตก แต่เราใช้หลักการเกื้อกูลโอบอุ้มกัน การแข่งขันเสรีได้ตัดความโยงใยเชื่อมโยงให้ขาดออกจากกัน และเกิดวิกฤติการณ์ทุกๆ ทาง ทั้งทางสิ่งแวดล้อม ทางสังคม และที่ตัวมนุษย์เอง ในศตวรรษใหม่นี้ มนุษย์ควรจะได้คิดว่า การแข่งขันเสรีไม่ใช่เครื่องผดุงโลก แต่ความรัก ความเกื้อกูล ไมตรีจิตระหว่างกันต่างหากที่จะช่วยให้โลกสดสวย สมดุล ยั่งยืนและเป็นสุข ขอให้ช่วยกันหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความรักลงในหัวใจทุกหนทุกแห่ง ให้ความรักบาน สะพรั่งในหัวใจมนุษย์ทั้งโลก โลกจะสด สวยยั่งยืน มนุษย์จะชื่นบาน พออยู่พอกิน และมีไมตรีจิตต่อกัน ขอให้ท่านมีความสุขและเป็นปัจจัย แห่งความสุขแก่กันและกัน ด้วยมิตรภาพ อันไพศาล ประเวศวะลี (ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะลี) # จดหมายจากปู่ถึงหลาน ที่บ้าน ๕พฤษภาคม ๒๕๔๒ ## ปรายหลานรัก จดหมายฉบับแรกในชีวิตของปราย ที่ปู่ส่งมาจากเบลลาจีโอ อิตาลี เมื่อต้น เดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๔๑ เมื่อปรายอายุ เพิ่ง ๔ เดือนกว่าเอง หลังจากนั้นปราย ยังได้รับจดหมายจากปู่บ้าง และจากอา แป้งบ้าง จดหมายฉบับนี้ที่ปู่เขียนถึง ๖ จดหมายจากผู้ถึงหลาน ปราย ปรายก็เพิ่งอายุได้ ๑ ปี ๕ เดือน กับ ๑๘ วัน แน่นอนปรายยังอ่านจดหมาย ฉบับนี้ไม่ออก แต่จดหมายนี้ก็สะท้อน ความรักและความรู้สึกที่ปู่ย่าอาทวดมี ต่อปราย แม้ปรายยังอ่านหนังสือไม่ออก แต่ใจกับใจก็สัมผัสกันโดยทางอื่นที่มิใช่ ตัวหนังสือได้ด้วย จดหมายนี้เพื่อให้คน อื่นๆ ในวงกว้างได้รับรู้ความรู้สึกที่ปู่มี ต่อหลาน และเมื่อปรายโตขึ้นพอที่จะ อ่านจดหมายนี้ออก จะได้รู้ว่าเมื่อปราย ยังเด็ก ปู่ย่าอาทวดมีความรู้สึกต่อปราย อย่างไรบ้าง และปรายอยู่ในสิ่งแวดล้อม อย่างไร ๗ หม่อมีข้อความว่า บ้านที่เราอยู่เป็นครอบครัวที่อบอุ่น มาก นอกจากพ่อกับแม่ของปราย ยังมีปู่ กับย่า มีอาแป้ง และมีทวดสมนึกซึ่งอายุ เกือบ ๘๐ ปีแล้ว แล้วก็ยังมีย่าสุภาพ ลุง สมจิตต์ ป้าต้อย ป้าหนู ป้าบอ พี่เจี๊ยบ พี่โจ้ นอกจากนั้นป้ากระถินยังพาพี่เต๋อ กับพี่เต๋าเข้ามาเล่นในบ้านอีกเกือบทุกวัน เช่นเดียวกับน้องแพนและแม่ของน้อง แพน ในบ้านเรามีหมาหลายตัว ซึ่งปราย ก็รู้จักหมดทุกตัว นอกจากนั้นยังมีนก มีปลา มีตะพาบน้ำในร่องสวน มีผีเสื้อ และมีต้นไม้จำนวนมาก คุณทวดซึ่งเดิมค่อนข้างเหงาเพราะ ๘ จดหมายจากผู้ถึงหลาน อายุมากแล้ว และค่อนข้างทอดอาลัยใน ชีวิต โดยพูดถึงการเข้าคิวรอความตาย บ่อยๆ แต่เมื่อปรายเกิดมา คุณทวดกลับ มีชีวิตชีวา และไม่พูดถึงความตายอีก เลย ปรายทำให้บ้านมีชีวิต ผู้คนในบ้านมี ความสัมพันธ์กันใกล้ชิดและมีชีวิตชีวา มากขึ้น ในการเลี้ยงดูและเล่นกับปราย เห็นได้ชัดว่าคนแก่กับเด็กเสริมความ สมบูรณ์ของชีวิตให้แก่กันและกัน ทำให้ ชีวิตของคนหนึ่งมีความหมายกับอีกคน หนึ่ง ชีวิตของแต่ละคนจึงมีคุณค่าแก่ คนอื่น ความสัมพันธ์และความมีคุณค่าต่อ ๙ กันทำให้ชีวิตสมบูรณ์ นี่ต่างหากคือชีวิตที่เจริญและมีความสุข น่าเสียดายที่ในโลกปัจจุบันที่ถือเอาเงินเป็นใหญ่ ทำให้เกิดการทอดทิ้งกัน มนุษย์ไปสัมพันธ์กับเงินมากกว่าสัมพันธ์ต่อกัน ครอบครัวจึงไม่อบอุ่น พ่อแม่ไม่ค่อยได้อยู่กับลูก หลานไม่ได้อยู่กับปู่ย่าตายาย ชีวิตระหว่างวัยขาดการเสริมกันให้สมบูรณ์ เป็นชีวิตที่แหว่งวิ่นอย่างน่าสงสาร ปู่เขียนตรงนี้ เพราะเมื่อปรายโตขึ้น ปู่อยากให้ปรายระลึกรู้ถึงความสำคัญของครอบครัวอบอุ่นอันเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย ที่ในตะวันตกขาดหายไป ๑๐ จดหมายจากผู้ถึงหลาน อย่างน่าสงสาร ปรายควรจะเรียนรู้และ เห็นคุณค่าในวัฒนธรรมต่างๆ ของเพื่อน มนุษย์ทั้งโลก แต่ไม่ควรลืมว่าวัฒนธรรม ไทยถือเรื่องความเป็นปึกแผ่นของครอบ- ครัวเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าคนไทยช่วยกัน รักษาวัฒนธรรมนี้ไว้ นอกจากจะให้ความ อบอุ่นและความสุขแก่เราแล้ว ยังจะเป็น ตัวอย่างที่ดีแก่คนชาติอื่นๆ ซึ่งในอนาคต เมื่อกระแสเงินนิยมจางลง ผู้คนก็จะหัน มาให้ความสำคัญแก่ครอบครัวอบอุ่น อัน เป็นธรรมชาติของมนุษย์ เพราะขาดความสมบูรณ์หรือความ พร่องในความเป็นมนุษย์ คนปัจจุบันจึง ๑๑ ต้องหันไปหาสิ่งอื่นมาเติม เช่น ยาเสพย์ ติด ความฟุ่มเฟือย และความรุนแรง โรค พวกนี้เป็นโรคเดียวกันคือโรคพร่องความ สมบูรณ์ในตัวเอง ชีวิตของปู่ที่พยายาม ทำอะไรต่ออะไรอยู่นั้น ไม่ได้ต้องการ อะไรอื่น นอกจากอยากเห็นเพื่อนมนุษย์ มีความสุข และมีมิตรภาพต่อกัน แต่งาน นี้เป็นงานยาก ต้องทำต่อเนื่องยาวนาน แม้นเมื่อปู่ตายไปแล้ว ปู่ก็หวังว่าคนที่ปู่ รักและคนที่รักปู่จะช่วยกันทำงานเพื่อ เพื่อนมนุษย์ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ลูก หลานของปู่ทุกคน ปู่ไม่ได้ต้องการให้ วิเศษวิโสอะไรมาก ขอแต่ให้เป็นคนมี ๑๒ จดหมายจากผู้ถึงหลาน ความสุขและทำเพื่อคนอื่น ปู่ก็ไม่รู้ว่า จะมีชีวิตไปจนปรายโตขึ้นเท่าใด เมื่อ ปรายโตขึ้นพอที่จะรู้ความแล้ว ขอให้ ช่วยสนใจสิ่งที่ปู่ฝากเจตจำนงนี้แก่ลูก หลานไว้ด้วย ปรายตั้งแต่อายุ ๒-๓ เดือน ก็หัว- เราจะจมูกย่นเหมือนแม่ ปรายชอบดู พระจันทร์มาตั้งแต่เด็กๆปู่ชอบกระเช้า ว่าปรายเป็นคนโรแมนติก ปรายเป็นคน อารมณ์ดี หน้าตายิ้มแย้ม และหัวเราะ เก่ง ร้องไห้ก็ไม่ร้องนาน แบบที่เรียกว่า ร้องเป็นวรรคเป็นเวร หรือร้องด้วยความ แค้นใจไม่หยุดง่ายๆ ปู่จึงหวังว่าปรายจะ ๑๓ # หมอชาวบ้าน โตขึ้นเป็นคนมีอีคิว (E.Q.) สูง เพราะ อีคิวสูงจะทำให้มีความสุขและความ สำเร็จ คนไอคิว (I.Q.) สูง แต่เป็นโรค ประสาท ก็ทำให้ตัวเองและผู้อื่นมีความ สุขได้ยาก ตั้งแต่มีปรายุ่จะกลับบ้านวัน กว่าแต่ก่อนเพื่อจะมาพาปรายไปเที่ยว การเที่ยวของเราก็คือ ปู่เข็นรถปรายนั่ง ไปดูแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานสม- เด็จพระปิ่นเกล้า บริเวณนี้เป็นที่ที่ปู่กับ ย่าเคยพาพ่อปานกับอาแป้งมาเที่ยวเล่น เสมอๆ เมื่อทั้งสองคนยังเด็กเหมือน ปราย แถวแม่น้ำอากาศเย็น ผู้คนขวัก ไขว่ ขายของบ้าง ขึ้นรถลงเรือกลับบ้าน ๑๔ จดหมายจากผู้ถึงหลาน บ้าง มีเด็กๆ มานั่งเล่นเดินเล่น มีชีวิต ชีวา แม่ค้าขายผลไม้ที่มุมถนนจะต้อง ทักทายปรายทุกครั้งที่ผ่าน หรือเข้ามากอด จูบปรายด้วยความเอ็นดู บางครั้งเราก็ ไปเที่ยววังสราญรมย์ หรือไปพุทธมณฑล หรือไปที่อื่น เช่น ไปศูนย์ศิลปาชีพฯ ปรายเป็นคนที่มีความจำดีมาก พา ไปเมืองกาญจน์ครั้งเดียวก็จำ "ปู่สาน" และ "ย่าหนุ่ย" ได้อย่างไม่รู้จักลืม อา แป้งไปแคนาดาเมื่อ ๑ เมษายน ๒๕๔๒ ปรายก็ไม่ลืมอาแป้งเลยและพูดถึงทุก วัน แต่สำหรับปรายแล้วอาแป้งอยู่บน เครื่องบินตลอดเวลา เพราะเครื่องบิน ๑๕ หมอบาวบ้าน ผ่านบ้านที่ไร่ ปรายก็จะต้องพูดว่า "อา แป้งนั่งเครื่องบินๆ" ปรายติดยามาก เพราะย่าเอาใจปรายเก่ง ปรายชอบชม ว่า "ย่ำสวย" ใครๆ ก็ว่าปรายเป็นคน ปากหวาน ชอบชมว่าคนนั้นคนนี้สวย ใครทำอะไรก็ชมว่าเขาเก่งพร้อมกับตบ มือให้ มีคนพูดว่าคนที่ปากหวานตั้งแต่ เด็กๆอย่างนี้ โตขึ้นจะเป็นคนเจ้าชู้ ซึ่ง ปู่ก็ไม่รู้ว่าเป็นความจริงมากน้อยเพียงใด เพราะปู่อยู่คนละโลกกับสิ่งที่เรียกว่า "เจ้าชู้" ประเด็นนี้ เมื่อปรายโตขึ้นก็จะ ต้อง "ดูตัวเอง" และคนอื่นช่วยกันดู ปราย ตอนปรายยังเล็กอยู่นี้ก็มีเรื่อง ๑๖ จดหมายจากผู้ถึงหลาน "เจ้าชู้" ที่ฉาวโฉ่ในประวัติศาสตร์คือ เรื่องของประธานาธิบดีคลินตันกับนาง สาวโมนิกากูลวินสกี้จนถึงรัฐสภาต้อง เข้ามาไต่สวน เมื่อปรายโตขึ้นควรจะค้น กรณีคลินตัน-ลูวินสกี้ มาศึกษาดู จะได้ เข้าใจว่าการขาด "อินทรียสังวร" ให้ผล ร้ายอย่างไร การศึกษาในโลกขณะนี้ไม่ ทำให้คน "รู้ตัวเอง" จึงเกิดวิกฤตกันทั่ว มนุษย์ควรรู้ตัวเอง "อินทรียสังวร" เป็น การฝึกให้รู้ตัวเองอย่างวิเศษ ถ้าปราย โตขึ้นพอเข้าใจเรื่องนี้ ปู่อยากให้สนใจ เรื่องการเรียนรู้ให้รู้ตัวเอง มีอินทรียสังวร เป็นอาทิ จะได้ไม่ผิดพลาดในชีวิต ๑๗ หมายชาวบ้าน ปรายดูจะชอบเครื่องยนต์กลไก ต่างๆ ตั้งแต่ยังเด็ก ชอบกดปุ่มนั้นปิดปุ่ม นี้ กดเครื่องคอมพิวเตอร์ ดีดเปียโน ดีด สายกีต้าร์ ปิดเปิดวิทยุ เครื่องเทป แอร์ รถยนต์และชอบแสดงเช่นเต้นตาม จังหวะเพลง ร้องเพลง เด็กๆ อย่างนี้ก็ ร้องเพลงผู้ใหญ่ลิได้ แกล้งแสดงว่าของ ติดคอก็ได้ โดยทำเสียงแขกๆ ในคอ แล้ว ก็บอกว่า"แกล้งปู๋" ปู้ยังดูไม่ออกว่าปราย จะถนัดอะไรเป็นพิเศษ แต่ที่แน่ๆ คือ พูดได้เร็ว พูดเก่ง หาความหมายในคำ พูดแบบที่เรียกว่า "ความหมายทางนาม- ธรรม" (abstract meaning) ได้เร็ว คง ๑๘ จดหมายจากผู้ถึงหลาน จะเป็นเพราะมีคนพูดคุยกับปรายมาก ทำให้รู้เรื่องเร็ว มีสิ่งหนึ่งที่เป็นห่วงกันมากก็คือ กลัวปรายจะเป็น"เสี้ยวหวาง" คือใน ครอบครัวที่มีเด็กคนเดียว แล้วผู้ใหญ่รุม กันรักและเอาใจเต็ก เด็กโตขึ้นเลยเป็น คนที่เอาแต่ใจตัวเอง รักคนอื่นไม่เป็น คนจีนเขาเรียกเด็กอย่างนี้ว่า "เสี้ยวหวาง" หรือเด็กจักรพรรดิ คนที่เอาแต่ใจตัวเอง และไม่เห็นแก่คนอื่นอยู่ที่ไหนสักคนก็ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนโดยทั่วไป ไม่ว่า จะเป็นในครอบครัวหรือในที่ทำงาน ปรายอยู่กับผู้ใหญ่ตั้ง ๑๐ กว่าคนที่รุมรัก ๑๙ หมายชาวบ้าน ปราย จึงเข้าเงื่อนไขนี้ จะไปห้ามไม่ให้ ใครรักปรายก็ไม่ได้ สิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดูเด็ก ใน วัยตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ ๖ ขวบ เป็น ปัจจัยกำหนดโครงสร้างในสมองและ พฤติกรรม เด็กจะโตขึ้นเป็นคนฉลาด เป็นคนดี และเป็นคนมีความสุขหรือไม่ ขึ้นกับสิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดูตั้ง แต่เกิดหรือก่อนเกิดจนถึงอายุ ๖ ขวบนี่ แหละ ปู่อยากเห็นพ่อแม่ทุกคู่เรียนรู้เรื่อง นี้เพื่อจัดสิ่งแวดล้อมและการเลี้ยงดูลูก ให้โตขึ้นเป็นคนฉลาด เป็นคนดี และ ๒๐ จดหมายจากผู้ถึงหลาน เป็นคนมีความสุข นี้คือฐานการสร้าง สังคมที่มีสันติสุข กว่าปรายจะรู้ความ ปรายก็จะผ่านช่วงวิกฤติคือ ๐-๖ ขวบไป แล้ว คือปรายจะเป็นอย่างไรขึ้นกับคน อื่นๆ ว่าเลี้ยงดูปรายมาอย่างไร ปรายทำ อะไรไม่ได้แล้ว นอกจากปรายจะเรียนรู้ ตัวเองและฝึกอินทรียสังวรที่ปูกล่าวข้าง ต้น แต่ปู่ก็ยังมีความหวังอยู่ ๒ อย่าง คือหนึ่ง ดูปรายจะเข้าใจสิ่งที่เป็นนาม- ธรรมได้เร็ว หวังว่าปฏิสัมพันธ์ระหว่าง ปรายกับพ่อแม่ และปู่ย่าอาทวด หรือ การปุจฉา-วิสัชนา หรือการสนทนา ๒๑ ( บทนำ ) ตัวอย่างบทสนทนา ( dialogue ) ระหว่างกัน จะทำให้ปราย จำแนกการควรไม่ควรได้ ตรงนี้ถ้าสมอง เจริญน้อยจะทำไม่ได้ และสองแม่กี้ของ ปรายซึ่งเป็นคนใกล้ชิดปรายมากที่สุด เป็นคนที่ดูมีความละเอียดอ่อนและ ชวนขวายศึกษาพัฒนาการของเด็ก คง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดต่ออนาคตของ ปราย และพ่อของปรายก็ไม่ได้เป็นคน งกหาเงิน จึงมีเวลากับปรายมากกว่าพ่อ แม่ที่ใช้เวลาหมดไปด้วยการหาเงินจน ไม่มีเวลาให้ลูกเพียงพอ ปู่จึงหวังว่าการ ที่พ่อแม่ของปรายมีเวลาให้ลูกนี้จะเป็น กุศลปัจจัยส่งให้ปรายมีอนาคตที่ดี เมื่อ ๒๒ จดหมายจากผู้ถึงหลาน ปรายโตขึ้นก็จะต้องไปเผชิญกับปัญหา ต่างๆ ขอให้ปรายใช้การระลึกถึงพ่อแม่ โดยเฉพาะแม่เป็นยันต์ป้องกันตัว อย่า ลืมคำของปู่ที่ว่า "คนที่รักแม่มากๆ จะ เป็นคนดี" ความรักที่ยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ ที่สุดคือความรักของแม่ที่มีต่อลูก ลูก รอดชีวิตมาได้เพราะแม่ ทุกคนมีแม่ ถ้า ทุกคนนึกถึงความดีของแม่ และตอบ แทนความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่ด้วยการ รักคนอื่น โลกก็จะมีพลังแห่งความรัก เป็นเครื่องคุ้มครอง เมื่อปรายโตขึ้น ปู่ ขอให้ปรายรักแม่มากๆ ปรายก็จะเป็น คนดี มีความดีเป็นเครื่องคุ้มครองตน ๒๓ คุ้มครองผู้อื่น และคุ้มครองซึ่งกันและ กัน เมื่อนึกถึงแม่ของตัวเองแล้ว ต้อง นึกถึงแม่ของคนอื่น และแม่ของทั้งหมด คนดีมีปัญญานั้นจะต้องนึกถึงคนอื่นและ สิ่งอื่นด้วย ตรงข้ามกับคนเขลาที่นึก ถึงแต่ตัวเอง แม่ของมนุษย์ทั้งหมดคือ ธรรมชาติ ดังที่เรียกกันว่า "พระแม่ ธรรมชาติ" หรือ Mother Nature โลกมี ชีวิตประมาณ๔,๕๐๐ล้านปีสิ่งมีชีวิต ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อประมาณ ๓,๕๐๐ ล้าน ปี และมีวิวัฒนาการมาเป็นสรรพชีวิต น้อยใหญ่นับล้านๆ ชีวิต ถ้าไม่มีธรรม- ๒๔ จดหมายจากผู้ถึงหลาน ชาติเหล่านี้ ก็มีมนุษย์ไม่ได้ มนุษย์แต่ละคนเกิดขึ้นในครรภ์มารดา ฉันใด มนุษยชาติก็เกิดขึ้นมาในครรภ์ของธรรมชาติ ฉันนั้น ถ้าแม่ตาย ลูกในครรภ์ก็ตายด้วย ถ้าธรรมชาติตาย มนุษย์ทั้งหมดก็ตายด้วย มนุษย์ที่มีความเป็นมนุษย์ไม่ฆ่าแม่ของตัว ฉันใด มวลมนุษย์ก็ไม่ควรฆ่าธรรมชาติซึ่งเป็นแม่ของมนุษยชาติฉันนั้น ฉะนั้น ถ้าปรายโตพอที่จะรู้ความแล้ว ปู่อยากเห็นปรายเช่นเดียวกับมนุษย์ทั้งหลาย มีจิตสำนึกแห่งการไม่ทำลายธรรมชาติแวดล้อมและถือว่าธรรมชาติแวดล้อมเป็นประดุจมารดาของเรา ๒๕ ทมอชาวบ้าน ที่ปู่เขียนถึงหลานนี้ ซึ่งก็ถือว่าปู่เขียนถึงคนทั้งหลายด้วย เพราะปู่ถือว่า คนทั้งหลายก็เป็นลูกหลานของปู่เหมือนกัน ปู่มีวัตถุประสงค์ประการเดียวเท่านั้น คือเพื่อให้ความสำคัญแก่ความเป็นมนุษย์ ทุกวันนี้ ในอารยธรรมวัตถุนิยม บริโภคนิยม มนุษย์นิยมเงินมากกว่าความเป็นมนุษย์ ความเป็นมนุษย์จึงตกต่ำ เป็นเหตุให้เกิดความเหนื่อยยาก ความขัดแย้ง ความรุนแรง ความยากจน การทำลายธรรมชาติ และทำลายตัวมนุษย์เอง จนเกิดวิกฤติการณ์ทุกๆ ด้าน ไม่มีทางที่มนุษย์จะแก้วิกฤติการณ์ครั้ง ๒๖ จดหมายจากผู้ถึงหลาน ## นี้ได้ โดยคิดและทำแบบเดิม ความเห็นแก่ตัวเป็นธรรมชาติของมนุษย์ก็จริง แต่ไม่ได้เป็นธรรมชาติเดียว มนุษย์มีธรรมชาติอื่น และธรรมชาติอื่นที่กำลังจะกล่าวถึงนี้มีแต่มนุษย์เท่านั้น สัตว์ไม่มี สัตว์มีความเห็นแก่ตัวเป็นธรรม- ดา ธรรมชาติความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ เป็นธรรมชาติเดียวกับสัตว์ แต่มากกว่า ธรรมชาติอื่นที่มีแต่ในความเป็นมนุษย์ เท่านั้น คือธรรมชาติที่สามารถไปพ้น ความยึดมั่นในตัวตน (transcending self) เมื่อมนุษย์ไปพ้นความมีตัวตนจะ ประสบอิสรภาพ ความสุข ความงาม ๒๓ และมิตรภาพต่อสรรพสิ่ง มนุษย์สามารถขยับภพภูมิจากภพภูมิของสัตว์ไปสู่มนุษยภูมิได้ และด้วยการเขยื้อนภูมิจากภูมิปัจจุบัน ที่เน้นตัวตนเป็นสำคัญไปสู่ภูมิที่สูงขึ้น คือมนุษยภูมิเท่านั้น ที่มนุษย์ทั้งหมดจะหลุดจากวิกฤติการณ์ครั้งนี้ไปสู่การจัดระบบการอยู่ร่วมกันด้วยสันติระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติได้ การจัดระบบการอยู่ร่วมกันด้วยสันติคือ ธรรมะสูงสุด หรือบรมธรรมสิ่งนี้จะเป็นไปได้ต่อเมื่อมนุษย์มีจิตสำนึกใหม่ที่ไปพ้นความยึดมั่นในตัวตน ๒๘ จดหมายจากผู้ถึงหลาน ปู่ขอฝากสิ่งนี้ไว้กับลูกหลานทุกคน ปู่รัก ลูกหลานทุกคน และอยากเห็นลูกหลาน มีความสุขด้วยการมีความเกื้อกูลต่อ กัน ซึ่งจะเป็นไปได้ต่อเมื่อมนุษย์เปลี่ยน จิตสำนึกใหม่ และเปลี่ยนระบบการอยู่ ร่วมกันใหม่ จากการเอาเงินเป็นใหญ่ มา เป็นเอาการอยู่ร่วมกันเป็นใหญ่ ซึ่งต้อง คำนึงถึงเพื่อนมนุษย์ทั้งหมด และสรรพ- สิ่งทั้งหมด"โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้ ที่ถูกต้อง การเรียนรู้ที่ดีเป็นสิ่งที่ประ- เสริฐที่สุดของมนุษย์ เพราะทำให้มนุษย์ บรรลุทุกอย่างได้ คือ บรรลุความจริง ความงาม ความดี อิสรภาพ ความสุข ๒๙ # ทมอชาวบ้าน มิตรภาพต่อสรรพสิ่ง และการจัดระบบ การอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ฉะนั้น ขอให้ลูกหลานปู่ทุกคน แสวงหา และช่วยให้เพื่อนมนุษย์ได้ พบกระบวนการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ด้วย ความไม่ประมาท เพื่อการบรรลุปัญญา อิสรภาพ ความสุข และมิตรไมตรีต่อกัน คือความไพบูลย์แห่งความเป็นมนุษย์ ด้วยความรักจากปู่ ๓๐ "จดหมายจากปู่ถึงหลาน" นี้ เป็นบทความหนึ่งจาก ๔๐ บทความที่ได้ถูกคัดไปเข้าร่วมในโครงการจดหมายถึงหลานเพื่อปีผู้สูงอายุ โครงการร่วมระหว่าง ๑๐ ประเทศในเอเชีย ซึ่งได้รวบรวมพิมพ์เป็นหนังสือเล่ม ชื่อ "จดหมายถึงหลาน" พิมพ์โดยสำนักพิมพ์อมรินทร์ มนุษย์ไปสัมพันธ์กับเงิน มากกว่าสัมพันธ์ต่อกัน ครอบครัวจึงไม่อบอุ่น พ่อแม่ไม่ค่อยได้อยู่กับลูก หลานไม่ค่อยได้อยู่กับปู่ย่าตายาย ชีวิตระหว่างวัย ขาดการเสริมกันให้สมบูรณ์ เป็นชีวิตที่แหว่งวิ่นอย่างน่าสงสาร หนังสือเล่มนี้ใช้กันนักนาการ / ห้ามจำหน่าย

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2000

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
29% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
24% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
17% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• ประเวศ วะสี, 2474-

• มนุษย์

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2000

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้