auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

กระทรวงศึกษาธิการกับการกู้ชาติบ้านเมืองให้พ้นวิกฤต

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงกระทรวงศึกษาธิการมีบทบาทสำคัญในการแก้วิกฤตเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เนื่องจากในกระทรวงศึกษาธิการมีวัด โรงเรียน และหน่วยงานทางวัฒนธรรม หากนำการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมมาเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตจริง สิ่งเหล่านี้จะเป็นพลังมหาศาลช่วยให้สังคมไทยพ้นวิกฤตและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

กระทรวงศึกษาธิการ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๑ กระทรวงศึกษาธิการ กับการกู้ชาติบ้านเมืองให้พ้นวิกฤติ มติชนรายวัน วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๑ กระทรวงศึกษาธิการมีกำลังพลและอาวุธเกรียงไกรที่สุด ควรจะเคลื่อนทัพมาทำสัประยุทธ์ เพื่อกู้ชาติให้พ้นวิกฤติ สงครามเศรษฐกิจสังคมในปัจจุบันสลับซับซ้อนยิ่งนัก ต่างกันโดย สิ้นเชิงกับสงครามไทยพม่า จะให้คุณธารินทร์ไปชนช้างอยู่คนเดียวจะไหว หรือ และมิเป็นการคิดแบบเดิม ๆ มากไปหน่อยหรือ การจะพ้นจากวิกฤติ ต้องการวิธีคิดใหม่ ถ้าใช้วิธีคิดใหม่จะเห็นใหม่ และจะเห็นว่าแท้ ที่จริง กระทรวงศึกษาธิการคือกองทัพที่มีรี้พลเกรียงไกรใหญ่ที่สุด ประกอบด้วย อาวุธอันทรงพลัง สามารถทำสงครามปูพรมได้ทุกพื้นที่ ถึงเวลาแล้วที่จะ เคลื่อนกองทัพอันเกรียงไกรนี้เข้าทำสัประยุทธ์เพื่อกู้ชาติให้พ้นวิกฤติ ๑. ทุนทางสังคมคือทางออกจากวิกฤติ ประเทศไม่มีเงินไม่ได้แปลว่าเราไม่มีอะไร ทุนไม่ได้มีแต่ทุนที่เป็นเงินเท่านั้น แต่มีทุนประเภทอื่น ๆ อีก เป็นทุน ทางสังคม (social capital) ทุนทางวัฒนธรรม และทุนทางสิ่งแวดล้อม ทุน ที่เป็นเงินนั้นระเหิดง่าย เพราะเคลื่อนไหวได้เร็วเท่ากับความเร็วของแสงลัก ๑ กระทรวงศึกษาธิการ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๑ ขโมยได้ง่าย และกว่าร้อยละ ๙๐ ของการเคลื่อนไหว ไม่ได้เกี่ยวกับการ สร้างสรรค์เศรษฐกิจ แต่หากเป็นการเก็งกำไร ที่นำไปสู่ความวิบัติมากกว่า ความวิวัฒน์ ส่วนทุนทางสังคม ทุนทางวัฒนธรรม และทุนทางสิ่งแวดล้อมนั้นเป็น ทุนของเราจริง ๆ คนอื่นมาลักขโมยไม่ได้ และทุนเหล่านี้ ซึ่งอาจเรียก รวม ๆ ว่าทุนทางสังคม เป็นฐานของความงอกงามทางเศรษฐกิจอย่างน้ำบ่อ ทราย หรืออย่างยั่งยืน ทุนทางสังคมเรามีอยู่อย่างมากมาย ขอให้คนไทยช่วยกันทำความ เข้าใจ และใช้ทุนทางสังคมมาฟันฝ่าให้พ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจและสังคม เถิด ในที่นี้จะกล่าวถึงทุนทางสังคมในแวดวงของกระทรวงศึกษาธิการ ## ๒. ทุนทางสังคมในกระทรวงศึกษาธิการ ในกระทรวงศึกษาธิการ มีวัด โรงเรียน และหน่วยงานทางวัฒนธรรม วัด มีกว่า ๓๐,๐๐๐ วัด มีพระประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ รูป สามเณร ๑๐๐,๐๐๐ รูป มีพื้นที่ มีอาคาร มีอุปกรณ์ มีเงินที่ชาวบ้านถวายด้วยศรัทธา มีจิตวิญญาณหรือความดีสูงสุด คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เหล่านี้ คือทรัพยากรอันมโหฬารของสังคม โรงเรียน มีโรงเรียนประถมศึกษากว่า ๓๐,๐๐๐ แห่ง โรงเรียนมัธยม อีกเกือบ ๓,๐๐๐ แห่ง สถาบันราชภัฏ สถาบันราชมงคล และสถาบัน อุดมศึกษา มีครูกว่า ๖๐๐,๐๐๐ คน นักเรียนกว่า ๑๐ ล้านคนจำนวนคนที่ เกี่ยวข้องสามารถเปลี่ยนให้เป็นทุนทางสังคมอันมหึมาได้ วัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการมีหน่วยงานระดับกรมที่เกี่ยว กับ วัฒนธรรม ๒ กรม คือ กรมศิลปากร และสำนักงานคณะกรรมการวัฒน- ธรรมแห่งชาติ แต่ความจริงหน่วยงานอื่นก็ล้วนเกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ทั้งสิ้น ศาสนา ก็เกี่ยวกับวัฒนธรรม การศึกษาทั้งหมดก็เกี่ยวกับวัฒนธรรม ๒ กระทรวงศึกษาธิการ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๑ ดังนั้นกระทรวงศึกษาจึงเป็นกระทรวงวัฒนธรรมทั้งเนื้อทั้งตัว และวัฒนธรรมคือเครื่องมือต่อสู้ให้พ้นวิกฤติทางเศรษฐกิจ เพราะใครได้วัฒนธรรมคนนั้นได้เศรษฐกิจ เรื่องเศรษฐกิจไม่ได้มีแต่กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ หรือ กระทรวงอุตสาหกรรมเท่านั้น นั่นคือทรรศนะแบบแยกส่วน และเพราะคิดแบบนี้จึงทำให้วิกฤติ แต่กระทรวงศึกษาธิการ คือกองทัพที่มีกำลังคนมากที่สุด ประกอบด้วยปัญญา วัฒนธรรม และศาสนธรรม เป็นอาวุธ และกำลังเหล่านี้อยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศไทย กำลังอะไรจะเกรียงไกรเท่านี้! ขอให้กองทัพอันมหึมาของคนไทยนี้ เข้าสู่การสัประยุทธ์เถิด เพื่อกู้ชาติกู้แผ่นดิน แก้วิกฤติอันร้ายแรงที่กำลังเผชิญอยู่ ๓. สาเหตุของการไม่มีพลัง กองทัพที่มีกำลังมากและจะชนะสงครามได้ต้องมียุทธศาสตร์ ถ้าขาดยุทธศาสตร์ก็แพ้ ก่อนที่จะกำหนดยุทธศาสตร์ ก็ต้องเข้าใจว่าที่แล้วมาทำไมจึงไม่มีพลัง ที่ไม่มีพลัง เพราะคิดและทำแบบแยกส่วน อุปมาเหมือนวัวฝูงหนึ่งมีเป็นร้อยตัว มีเสืออยู่ตัวเดียว เสือตัวเดียวเป็นปัญหาของวัวทั้งฝูงยิ่งนัก พอได้กลิ่นเสือหรือได้ยินเสียงเสือ วัวก็กลัวจนขี้แตกเยี่ยวแตก เสือตัวเดียวเป็นปัญหาของวัวทั้งฝูงเรื่อยมา ที่จริงวัวมีจำนวนมาก ถ้ารวมตัวกันขวิดเสือหรือถีบเสือไปตัวละที เสือก็จะหมดสภาพการเป็นปัญหาของวัว แต่วัวรวมตัวไม่เป็น เสือจึงเป็นปัญหาของวัวเรื่อยมา ๓ กระทรวงศึกษาธิการ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๑ สังคมเผชิญปัญหา (เสือ) มาก แต่สังคมคิดและทำแบบแยกส่วน จึงไม่มีพลังที่จะเผชิญกับปัญหา เช่น คิดแยกกายกับใจ คนกับสังคม คนกับสิ่งแวดล้อม เมืองกับชนบท เศรษฐกิจกับสังคม กระทรวงกับกระทรวงกรม กับกรม คนกับคนก็ต่างคนต่างอยู่ไม่รวมตัวกัน เหมือนเรื่องวัว กับเสือ งานในกระทรวงศึกษาธิการก็แยกส่วน คือ * พระทำพิธีกรรม * โรงเรียนสอนนักเรียนท่องหนังสือ วัฒนธรรม หมายถึงศิลปวัตถุกับการร้องรำทำเพลงเท่านั้น ไม่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิต การคิดและทำแบบแยกส่วนทำให้ไม่มีพลัง **กุญแจคือการเชื่อมโยง** เชื่อมโยงกายกับใจ คนกับสังคม คนกับสิ่งแวดล้อม เมืองกับชนบท เศรษฐกิจกับสังคมวัฒนธรรม การศึกษากับสังคมเศรษฐกิจ และคนกับคน หรือที่เรียกว่า **การถักทอกันทางสังคม** สังคมกำลังเผชิญปัญหาที่ยากและสลับซับซ้อนอย่างยิ่ง ยากและสลับซับซ้อนเกินกว่าที่สถาบันใด ๆ ในสังคมตามลำพังจะแก้ไขได้สำเร็จ ดังจะเห็นว่ารัฐบาลก็ไม่มีพลังที่จะแก้ปัญหา มีพลังอย่างเดียวที่จะแก้ปัญหาที่ยากและสลับซับซ้อนนี้ได้ คือ พลังงานทางสังคม (social energy) ซึ่งเกิดจากการร่วมคิดร่วมทำ หรือการสร้างทุนทางสังคม หรือการถักทอ ทางสังคม ยุทธศาสตร์ทุนทางสังคม คือส่งเสริมให้ประชาชนรวมตัวกัน ร่วมคิด ร่วมทำในเรื่องต่าง ๆ ให้เต็มทุกพื้นที่ หรือเรียกว่าเปิดพื้นที่ทางสังคม ๔. รวมตัวร่วมคิดร่วมทำทุกพื้นที่ทางสังคม การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ทางสังคมมีความหมายมาก ที่อยากฝากทุกฝ่ายให้ตีความ การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ทาง ๔ กระทรวงศึกษาธิการ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๑ สังคม จะทำให้เกิดพลังงานทางสังคมมหาศาล ที่ทำให้เอาชนะวิกฤติ เศรษฐกิจสังคมได้ เพื่อให้เห็นภาพเป็นรูปธรรม ขอยกตัวอย่าง ๒ ตัวอย่าง คือ หนึ่ง ตำบลหัวสำโรง อำเภอท่าวัง จังหวัดลพบุรี ที่ตำบลนี้ ครู พระ กรรมการ อบต. และผู้นำชุมชนอื่น ๆ พบปะ ปรึกษาหารือกันในเรื่องของตำบลของตนอย่างสม่ำเสมอ และส่งเสริมให้มี การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ ภายในตำบลเดียวมีกลุ่มต่าง ๆ เกิดขึ้นประมาณ ๓๐ กลุ่ม และกำลังจะเพิ่มเป็น ๕๐ กลุ่ม เช่น กลุ่มเกษตรผสมผสาน กลุ่ม หัตถกรรม กลุ่มแปรรูปอาหาร กลุ่มสตรี กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มศึกษาประวัติ- ศาสตร์ตำบล กลุ่มทำพิพิธภัณฑ์ตำบล กลุ่มธุรกิจตำบล กลุ่มสมุนไพร ซึ่ง จะตั้งเป็นศูนย์การแพทย์แผนไทยในอนาคต และกลุ่มกองทุนสัจจะสะสม ทรัพย์ ฯลฯ กิจกรรมทางสังคมและเศรษฐกิจจะมีประโยชน์เชื่อมโยงกัน การรู้ ประวัติศาสตร์ตำบล และการมีพิพิธภัณฑ์ตำบล จะทำให้เกิดพลังทางจิต วิญญาณของชุมชน ในแต่ละตำบลจะมีโรงเรียนประมาณ ๕ โรงเรียน และ วัดประมาณ ๕ วัด ครู พระ และปราชญ์ชาวบ้าน สามารถร่วมกันศึกษา ประวัติศาสตร์ตำบล และตั้งพิพิธภัณฑ์ตำบล ทุกตำบลควรมีพิพิธภัณฑ์ ตำบล โดยตกลงกันว่าจะใช้วัดใดวัดหนึ่งเป็นที่ตั้ง ทั้งนี้โดยไม่ต้องใช้งบ ประมาณของรัฐบาล การรู้ประวัติศาสตร์ตำบล และการมีพิพิธภัณฑ์ตำบล จะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจการท่องเที่ยวชุมชน เมื่อตำบลหัวสำโรงมีกลุ่มกิจกรรมต่าง ๆ เต็มตำบลอย่างนี้ ก็แน่นอน ว่าจะหายจน และสามารถป้องกันหรือแก้ปัญหาทางสังคมต่าง ๆ ได้ เป็น ตัวอย่างของการสร้างทุนทางสังคม ซึ่งในที่นี้หมายถึงการรวมตัวร่วมคิด ร่วมทำ ๕ กระทรวงศึกษาธิการ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๑ **สอง พระสุบิน ปณิโต จังหวัดตราด** จังหวัดตราดมี ๒๓๖ หมู่บ้าน พระสุบินรูปเดียวสามารถส่งเสริมให้ชาวบ้านรวมตัวกันจัดตั้งกองทุนสัจจะสะสมทรัพย์ได้กว่า ๑๐๐ หมู่บ้าน หรือกว่าครึ่ง การที่ชาวบ้านรวมตัวกันออมทรัพย์และมีกองทุนของตัวเอง ทำให้เขาเข้มแข็ง สามารถแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจสังคมได้ ซึ่งในแต่ละจังหวัด พระไม่กี่รูปก็สามารถส่งเสริมให้ชาวบ้านรวมตัวกันตั้งกองทุนของหมู่บ้านได้ทุกหมู่บ้าน ตัวอย่างมีมากกว่านี้มาก ขอให้ศึกษาให้เข้าใจ **๕. บทบาทของวัด** ในสมัยโบราณ วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน ทั้งทางการศึกษา วัฒนธรรม และการช่วยให้เกิดความสมดุลทางเศรษฐกิจ ในการพัฒนาสมัยใหม่ สังคมทิ้งวัดไปสู่ความทันสมัย แต่ก็ไปไม่รอด และกำลังวิกฤติสังคมควรกลับเข้าวัด และวัดควรเปิดพื้นที่ให้ประชาชนรวมตัวกันทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น มีกลุ่มธรรมะ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มศึกษาวัฒนธรรมกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียง วัดใดพร้อมจัดทำโรงเรียนเป็นต้น วัดเป็นแหล่งหมุนเวียนทรัพยากรที่สำคัญ เพราะชาวบ้านถวายด้วยศรัทธา เมื่อวัดเป็นพื้นที่ทางสังคมและมีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำเช่นนี้ก็จะเกิดภูมิคุ้มกันไปในตัว ทั้งทางเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม ชาวบ้านจะมีวิธีการเลี้ยงดูกันไปเอง ไม่อดตาย และเป็นการลดการฆ่าตัวตายจากการพลาดหวังในชีวิตด้วย เพราะในวัดมีธรรมะประโลมใจ กรมการศาสนาควรส่งเสริมเชิงนโยบาย เชื่อมโยงทรัพยากร และประเมินผลการปฏิบัติในเรื่องนี้ ๖ กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๔๑ ## ๖. บทบาทของโรงเรียนและครู จุดสำคัญคือการเชื่อมโยงโรงเรียนกับชุมชนเข้าด้วยกัน ควรลดการเรียนในห้องเรียนลงให้มาก แต่ไปเพิ่มการเรียนจากการลงมือปฏิบัติจริง ร่วมกับชุมชนในทางเศรษฐกิจสังคม จะได้ทำเป็นคิดเป็น และทำให้การศึกษาเป็นกุญแจที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ในแต่ละตำบลครูควรไปร่วมคิดร่วมทำกับพระ และผู้นำชุมชนอื่น ๆ ส่งเสริมการรวมตัวทำกิจกรรมทางสังคม เศรษฐกิจต่าง ๆ ทำนองเดียวกับตัวอย่างตำบลหัวสำโรง ที่กล่าวในข้อ ๔ ครูหลายคนจะมีฝีมือในการส่งเสริมการรวมตัวของประชาชนในรูปต่าง ๆ ถ้ากระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายส่งเสริมให้ครูทำหน้าที่นี้เท่านั้นครูเหล่านี้จะกระโจนใส่ทันที ครูควรส่งเสริมการรวมตัวของผู้บริโภคในเมืองต่าง ๆ ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะพลังของผู้บริโภคเท่านั้นที่จะเอาชนะธุรกิจที่ไม่ถูกต้องได้ เพราะหากรวมกลุ่มกันแล้ว ผู้บริโภคย่อมกำหนดมาตรฐานและราคาสินค้าได้ ตลอดจนเลือกบริโภคสินค้าที่มีคุณค่าต่อชีวิตและสุขภาพ รวมทั้งบริโภคอย่างไรทำให้ชุมชนเข้มแข็งได้ ในขณะที่ผู้คนมีความเครียดเพราะวิกฤติเศรษฐกิจ และหลายคนคิดฆ่าตัวตายเพราะไม่มีทางออก พระและครูมีจำนวนมาก และหลายท่านมีฝีมือในการให้คำปรึกษาหารือ ควรส่งเสริมให้พระและครูเหล่านี้เปิด hotline เพื่อให้คำปรึกษาหารือ หรือจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครเพื่อบรรเทาทุกข์สังคม กระทรวงศึกษาธิการควรส่งเสริมจิตใจ (spirit) แห่งการเป็นอาสาสมัคร ถ้าสังคมไทยมีจิตใจแห่งการเป็นอาสาสมัคร สังคมจะเย็นและคลายเครียดลง ## ๗. วัฒนธรรมไทยสู้ภัยเศรษฐกิจ กระทรวงศึกษาธิการมีคนอยู่ในสังกัด ๑๕-๑๖ ล้านคน ถ้ารวมถึงผู้ปกครองนักเรียนอีกมากกว่านั้นมาก นับเป็นมวลประชากรที่ร่วมกันทำอะไรได้มาก ทั้งในตัวเองและที่เชื่อมโยงกับสังคมภายนอก วัฒนธรรมเป็น ๗ กระทรวงศึกษาธิการ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๔๑ เครื่องมือต่อสู้ทางเศรษฐกิจ ถ้ารณรงค์ในหมู่นักเรียนและครูให้นิยมกินของไทย ใช้ของไทย จะส่งผลกระทบเทือนทางเศรษฐกิจ โดยประหยัดการสูญเสียเงินตราไปต่างประเทศ แต่ไปเพิ่มรายได้ให้ชุมชน นอกจากนั้นถ้าส่งเสริมการผลิตและบริการที่ตั้งบนฐานวัฒนธรรมไทย และธุรกิจสินค้าวัฒนธรรมไทย ก็จะทำให้เกิดเศรษฐกิจพอเพียงขึ้น ประชาคมกระทรวงศึกษาธิการสิบกว่าล้านคน อาจรวมตัวตั้งบริษัทมหาชนเพื่อเศรษฐกิจพอเพียงขนาดใหญ่ เพื่อทำตามทฤษฎีใหม่ขั้นที่ ๓ บริษัทมหาชนขนาดใหญ่เพื่อเศรษฐกิจพอเพียงจะเป็นพลังแห่งการกู้วิกฤติ กระทรวงศึกษาธิการจะมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งในการก่อให้เกิดเศรษฐกิจพอเพียง ๘. วิธีดำเนินการ กระทรวงศึกษาธิการกำลังมาถึงจุดเปลี่ยน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน (นายชุมพล ศิลปอาชา) เป็นคนตั้งใจดีและมุ่งมั่นในการทำสิ่งดีๆ จึงเป็นโอกาสของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ซึ่งอาจดำเนินการดังต่อไปนี้ (๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการตั้งคณะทำงาน เพื่อทำแนวคิดและวิธีการเรื่องกระทรวงศึกษาธิการกับเศรษฐกิจพอเพียงให้ชัดเจนขึ้น และจัดทำเอกสารและสื่ออื่นๆ เพื่ออธิบายกับผู้เกี่ยวข้องและสาธารณะ (๒) จัดประชุมใหญ่ที่หอประชุมใหญ่พุทธมณฑล ให้มีการถ่ายทอดวิทยุและโทรทัศน์ทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของทุนทางสังคมต่อการแก้วิกฤติของประเทศ ให้มวลสมาชิกแสดงความกล้าหาญออก "ประกาศแห่งพุทธมณฑล" (declaration) ว่าชาวกระทรวงศึกษาธิการจะเคลื่อนพลังประดามี เข้าสัประยุทธ์กับปัญหาเศรษฐกิจสังคม ๘ # กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๔๑ ให้ประเทศไทยพ้นวิกฤติ (ซึ่งจะเป็นการปฏิรูปการศึกษา ไปด้วยในขณะเดียวกัน) (๓) บทบาทของพระและครูนั้นให้เป็นไปตามความสมัครใจ แต่เรื่องวัฒนธรรมไทยสู้ภัยเศรษฐกิจนั้นให้มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง เรื่องกระทรวงศึกษาธิการกับเศรษฐกิจพอเพียงให้มีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในภาคและจังหวัด (๔) จากการกระทำตามข้อ ๑-๓ จะมีพระและครูจำนวนหนึ่งที่มีฉันทะในเรื่องนี้อย่างแรงกล้า บุคคลเหล่านี้ควรรวมตัวเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย แกนนำ หรือแกนประสานงานที่จะประสานกับกลุ่มแกนในกระทรวง และองค์กรอื่น ๆ เพื่อขับเคลื่อนเรื่องการสร้างเศรษฐกิจพอเพียง และประชาสังคมให้เต็มพื้นที่ (๕) ฝ่ายการเมือง ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และที่จริง รัฐบาลทั้งคณะควรจะชูทิศทางนโยบายและอำนวยความสะดวก ให้ประชาคมศึกษาธิการร่วมสร้างสรรค์เศรษฐกิจพอเพียงและประชาสังคมได้สำเร็จ ที่จริงกองทัพกระทรวงศึกษาธิการสามารถทำสัญญาธุรกิจกับปัญหาสังคมเศรษฐกิจมากกว่าที่กล่าวมาข้างต้น สภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจสังคมอย่างร้ายแรงขณะนี้ เป็นโอกาสของกระทรวงศึกษาธิการที่จะปรับภารกิจเอาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มาเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตจริงของสังคมไทย การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จะเป็นพลังมหาศาลในการนำสังคมไทยให้พ้นวิกฤติสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน แต่ทั้งนี้ต้องการวิธีคิดใหม่ วิธีคิดเก่า ๆ ก็จะทำให้ได้ผลเหมือนเดิม ๙ PGET # กระทรวงศึกษาธิการ กับการกู้ชาติบ้านเมืองให้พ้นวิกฤต ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 1998

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
18% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
16% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
12% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• กระทรวงศึกษาธิการ

• การพัฒนาสังคม

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 1998

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้