auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เอกสารฉบับนี้เป็นการระดมความคิดเห็นถึงข้อเสนอแนะกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# ข้อเสนอแนะกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดย ประเวศ วะสี ๑. มโนทัศน์ สื่อสร้างสรรค์สร้างสังคมอุดมปัญญา สังคมอุดมปัญญาเป็นสังคมอุดมสุข เป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะสื่อสารสร้างสรรค์ประเทศไทยของเราร่วมกัน ๒. หลักคิด ปัจจุบันมีเทคโนโลยีและช่องทางการสื่อสารมากมายมหาศาล ทำอย่างไรประเทศไทยจะมีการสื่อสารสร้างสรรค์เต็มประเทศ ๓. หลักปฏิบัติในการให้ทุน การพัฒนาโครงการ การมีทุนแล้วประกาศให้มีการเสนอโครงการมาขอรับทุนมักไม่ได้ผล เพราะโครงการ ไม่ได้ผ่านการพัฒนามาอย่างดีพอ จำเป็นต้องมีการพัฒนาโครงการ กล่าวคือ เมื่อมีความคิด หรือโครงการที่น่าสนใจ มีการประชุมระดมความคิดของผู้ที่เกี่ยวข้องหลายๆ ครั้ง เพื่อทำความ ชัดเจน แผนปฏิบัติ ผู้ปฏิบัติ การจัดการโครงการ พัฒนาเป็นโครงการที่สมบูรณ์ แล้วจึงให้ทุน สนับสนุน ๔. ตัวอย่างเรื่องที่มีความสำคัญ (๑) จัดตลาดนัดความคิดเรื่องสื่อสร้างสรรค์ ปีละ ๒ ครั้ง ให้ประชาชนมีส่วนร่วมเสนอและ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นว่า สื่อสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดมีเรื่องอะไรบ้าง และทำอย่างไร เรียกว่า ประชาชนมีส่วนร่วม หรือกำหนดแนวทางสื่อสร้างสรรค์ มีการสังเคราะห์ข้อเสนออันหลากหลายที่ได้ มาเป็นเรื่องและแนวทางการดำเนินงาน ๑ (๒) ส่งเสริมสมรรถนะของคนทั้งมวลในการวิเคราะห์ข่าว การที่จะทำให้การสื่อสารมีคุณภาพดีที่แน่นอนที่สุด คือ ประชาชนมีสมรรถนะในการวิเคราะห์ข่าว ว่าข่าวใดมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ข่าวใดมีประโยชน์หรือมีโทษอย่างใด สมรรถนะของประชาชนเช่นนี้ จะสะท้อนกลับไปทำให้ข่าวสารมีคุณภาพ ฉะนั้น ทุกครอบครัว ทุกโรงเรียน ทุกองค์กร ควรมี “ชั่วโมงวิเคราะห์ข่าว” ในแต่ละวัน โดยมีผู้เชี่ยวชาญช่วยแนะนำ ควรสนับสนุนให้ทุกมหาวิทยาลัยสร้างผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข่าว (๓) ส่งเสริมสมรรถนะของผู้เสนอข่าวสาร * นักข่าวเชิงสืบสวน * นักเขียนวรรณกรรมเก่ง ๆ * นักเขียนสื่อสารความรู้ (Rewriter) (๔) สนับสนุนกลุ่มสื่อสารถักทอพลังบวกบนแผ่นดินไทย ทั่วประเทศมีผู้ทำเรื่องดี ๆ อย่างหลากหลายมากมายแต่ไม่มีการสื่อสาร ถ้านำมาสื่อสารจะสร้างกำลังใจให้ประเทศ ทำให้แผ่นดินมีพลัง มีการทำความดี และเรื่องดี ๆ เพิ่มขึ้น (๕) กลุ่มสื่อสารเรื่อง "ชุมชนเข้มแข็ง" “ชุมชนเข้มแข็ง” เป็นเครื่องมือขจัดความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และทำให้ประเทศไทยเดินต่อไม่ได้ ถ้าแก้ไขความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำได้ ประเทศไทยจะได้ทุกอย่าง (๖) สนับสนุนมหาวิทยาลัยจัดตั้งศูนย์สื่อสารความรู้โดยเฉพาะประชาชนเป็นตัวตั้ง มหาวิทยาลัยทั้งประเทศมี ๑๔๐ แห่ง มีนิสิตนักศึกษา ๒ ล้านคน มีอาจารย์และนักวิชาการอีกหลายแสนคน เป็นชุมกำลังทางวิชาการอันมหาศาล ถ้าสามารถจัดการสื่อสารความรู้ที่เอาประชาชนเป็นตัวตั้ง ประชาชนทั้งประเทศจะฉลาดขึ้นอย่างยกระดับ แต่มหาวิทยาลัยมักสื่อสารโดยเอาตัวเองเป็นตัวตั้ง เช่น ประชาสัมพันธ์ตัวเอง หรืออวดว่าตัวเองเก่งเรื่องอะไรบ้าง การสื่อสารจึงไม่ตรงต่อการใช้งานของประชาชน จึงเน้นคำว่า **โดยเฉพาะประชาชนเป็นตัวตั้ง** ซึ่งต่างจากคำว่า “เพื่อประชาชน” ที่จะทำอะไรและอย่างไรก็อ้างได้เสมอว่า “เพื่อประชาชน” คำว่าโดยเฉพาะประชาชนเป็นตัวตั้งนั้น หมายถึง ต้องไปสำรวจความต้องการของประชาชนว่าต้องการความรู้อะไร แล้วเอามาจัดการความรู้ให้ตรงกับความต้องการของประชาชน และสื่อสารออกไปอย่างมีประสิทธิผล อย่างนี้จะเป็นการสื่อสารสร้างสรรค์ขนาดใหญ่ที่มีประโยชน์มาก ๒ (๗) สนับสนุนการสื่อสารนวัตกรรมการเรียนรู้หรือการเรียนรู้ที่ดี "การเรียนรู้ที่ดีเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดของมนุษย์ มนุษย์มีศักยภาพในการเรียนรู้ สูงสุด สามารถเรียนรู้ให้บรรลุอะไรก็ได้ เป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะแสวงหาและช่วย ให้เพื่อนมนุษย์ได้พบการเรียนรู้ที่ดี" "การเรียนรู้ที่ดี" คืออะไร เป็นโจทย์ปลายเปิดที่แสวงหาโดยไม่มีที่สิ้นสุด ที่ทุกคนทุก องค์กรควรช่วยกันตอบ ควรมีกลุ่มผู้จัด Platform นวัตกรรมการเรียนรู้ ที่เปิดให้คนทั้งประเทศมีส่วนร่วมนำ ความรู้ ประสบการณ์ และข้อเสนอของตน ๆ เข้ามาแปะและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน อย่างนี้ จะเป็นกลไกที่ข้อมูลเกี่ยวกับการเรียนรู้ที่ดีจากทั่วโลกไหลเข้ามาสู่สังคมไทย ให้เลือกสรร ไปทดลองปฏิบัติ ปรับปรุงต่อยอดให้ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ ประเทศไทยจะมีการเรียนรู้ที่ดี ขยายตัวและเพิ่มคุณภาพขึ้นไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด (๘) สนับสนุนกลุ่มขับเคลื่อนนโยบายสร้างหนังสือดีและอ่านหนังสือดี อุปสรรคทางปัญญา ของสังคมไทยอย่างร้ายแรง คือ วงจรอุบาทว์แห่ง "การเขียนน้อย การอ่านน้อย" คือ จำนวนคนที่รักการอ่านหนังสือดี ๆ มีน้อย หนังสือดี ๆ จำหน่ายได้เพียง ๑ - ๒ พันเล่ม ทำ ให้ขาดแรงจูงใจให้มีผู้เขียนหนังสือดี ๆ แปลหนังสือดี ๆ วนเวียนกันเป็นวัฏจักร "อ่านน้อย เขียนน้อย" รัฐจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดอย่างนี้ไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องมี รัฐบาล ให้กลไกตลาดเป็นรัฐบาลเสียเอง ซึ่งจะแก้ปัญหาหลายอย่างไม่ได้ เช่น ปัญหาการ อ่านน้อยเขียนน้อย รัฐบาลต้องมีนโยบายที่จะแก้ไข จะใช้งบประมาณปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไม่นับว่า มาก เพราะรัฐใช้เงินไปมากกว่านี้มากในเรื่องที่ให้ประโยชน์น้อยกว่า วิธีทำ ก) ตั้งคณะกรรมการการอ่านแห่งชาติ บริหารงบประมาณปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ข) สนับสนุนให้มีนักเขียนเขียนเรื่องดี ๆ และแปลเรื่องดี ๆ ให้มากที่สุด โดยไม่คำนึงถึง ยอดขาย ค) สนับสนุนกลุ่มรักการอ่านในชุมชน และห้องสมุดชุมชน แม้สังคมไทยจะขาดวัฒนธรรม การอ่าน แต่ในชุมชนทุกชุมชนจะมีคนรักการอ่านอยู่จำนวนหนึ่งเสมอ ค้นหาคนเหล่านี้ และให้ทุนสนับสนุนกลุ่มรักการอ่านชุมชน ในชุมชนทั้งประเทศประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ แห่ง ให้จัดตั้งและดูแล "ห้องสมุดชุมชน" ๑๐๐,๐๐๐ แห่ง ส่งหนังสือดี ๆ ตามที่กล่าว ๓ ในข้อ ข) ไปให้ห้องสมุดชุมชนเหล่านี้ทุกแห่ง เพราะฉะนั้นหนังสือดีก็จะ "ขาย" ได้อย่างน้อย ๑๐๐,๐๐๐ เล่ม อบต.และเทศบาลตำบลก็มีงบประมาณอาจจะซื้อเพิ่มเติม ที่ระดับตำบลก็ควรมีห้องสมุดตำบลทุกตำบล ประมาณ ๘,๐๐๐ ตำบล ง) กลุ่มรักการอ่านนั้นเขามีความสุขในการอ่าน และมีฉันทะในการชักชวนให้คนอื่นอ่าน บ้าง ถ้าได้รับการสนับสนุนก็น่าจะทำหน้าที่ส่งเสริมการอ่านได้ในทุกชุมชนและตำบล เรียกว่าเต็มพื้นที่ประเทศไทย ในการนี้รวมถึงการส่งเสริมให้พ่อแม่อ่านนิทานดี ๆ ให้ลูกฟัง ซึ่งมีผลใหญ่ต่อการพัฒนาการของเด็กปฐมวัย และเพิ่มทุนทางปัญญาให้ชาติ จ) ส่งเสริมการอ่านด้วยประการอื่น ๆ เช่น จัดให้มีการประกวดการอ่านระหว่างตำบล ระหว่างจังหวัด และระดับชาติ หรือมีรายการโทรทัศน์ส่งเสริมการอ่าน เป็นต้น นี้เป็นตัวอย่างการขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมการอ่าน มีผู้พยายามส่งเสริมการอ่าน แต่ทำเชิงเทคนิคซึ่งก็ได้ผลส่วนหนึ่ง และเป็นฐานให้ขับเคลื่อนนโยบายซึ่งจะมีผลทั้งหมด ประเทศไทยควรสนใจวิธีขับเคลื่อนนโยบาย *กันให้มาก ทั้ง ๘ เรื่องนี้เป็นตัวอย่างเรื่องที่สำคัญ อาจมีเรื่องอื่นอีกเมื่อดำเนินการไป ๕. วิธีการดำเนินการ (๑) ประกาศให้ทราบทั่วกันว่า มีเรื่องอะไรบ้างที่อยู่ในข่ายจะได้รับการสนับสนุน อาจมีผู้เสนอเรื่องอื่น ๆ อีก ก็รับไว้พิจารณา (๒) จัดประชุมกลุ่มระดมความคิดในแต่ละเรื่องหลาย ๆ ครั้ง จนกระทั่งเกิดความชัดเจนถึงขั้นปฏิบัติได้ แล้วเปิดให้มีการเสนอโครงการ (๓) สนับสนุนโครงการที่ดีที่สุด (๔) ติดตามการปฏิบัติโครงการ เพื่อช่วยแก้ไขอุปสรรคขัดข้อง (๕) ประเมินผลการปฏิบัติโครงการเป็นข้อมูลป้อนกลับ มาทำให้กระบวนการทั้งหมดปรับตัวให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เป็นอันครบวงจรสู่ความสำเร็จ เรียกว่า สัมฤทธิศาสตร์ * คู่มือขับเคลื่อนระบบนโยบายครบวงจร ๑๒ ขั้นตอน สู่ความสำเร็จ (คู่มือสัมฤทธิศาสตร์พาชาติออกจากวิกฤต) ๔ PGET ข้อเสนอแนะกองทุนสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
9 November 2022
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• สื่อสังคมออนไลน์
• สื่อสังคมออนไลน์กับสังคม
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
9 November 2022
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้