auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาประเทศไทย

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารนำเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาประเทศไทยในหลายๆ โครงสร้าง

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาประเทศไทย ความปลอดภัยและสุขภาพที่สมบูรณ์ของคนทั้งแผ่นดิน การออกแบบระบบและโครงสร้างประเทศ โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๖ ด # ๑. เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาประเทศไทย การพัฒนาเรื่องต่าง ๆ ของประเทศ ควรมีเป้าหมายสูงสุดเดียวกัน ไม่ใช่แยกย่อยเป็นส่วน ๆ การแยกส่วนทำให้ชาติไม่มีพลัง หากคนไทยทั้งประเทศมีความมุ่งมั่นร่วมกัน จะจูนคลื่นประดุจแสง เลเซอร์ที่มีพลังทะลุทะลวง เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่จีดีพี การเอาจีดีพีเป็นเป้าหมายได้พิสูจน์แล้วว่า นำไปสู่การเสียสมดุลหรือ ความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรง การเสียสมดุลทำให้ไม่มีสุขภาวะแต่เกิดทุกสภาวะแพร่หลายทั่วไป โลก ต้องการเป้าหมายใหม่ ดุลยภาพทำให้เกิดความสุขสงบหรือสุขภาวะ ถ้าร่างกายของเรามีความสมดุล เราก็มีสุขภาพดีและอายุยืน ความเจ็บป่วยทุกชนิดคือการเสีย สมดุล สุขภาวะที่สมบูรณ์ของคนทั้งหมด เป็นสิ่งสูงสุดของมนุษยชาติ ๒ # ๒. ## สุขภาวะที่สมบูรณ์คือทั้งหมด คำจำกัดความขององค์การอนามัยโลก **สุขภาพ คือ สุขภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม (และทางจิตวิญญาณ) ใน วงเล็บเป็นข้อเสนอของสมาชิกบางประเทศ** "สุขภาวะที่สมบูรณ์" มีความหมายที่สูงและลึกสุด ๆ ที่บูรณาการทุกสิ่งทุกอย่างเข้ามาไม่ได้ หมายถึง โรค มดหมอ หยูกยา และโรงพยาบาลเท่านั้น แต่บูรณาการอยู่ในการพัฒนามนุษย์และสังคม ทั้งหมด (Health is completely integral in total human and social development) จึงมีคำพูดว่า "สุขภาพคือทั้งหมด” (Health is the whole) เมื่อสุขภาพคือทั้งหมด จึงเป็นสิ่งสูงสุด ถ้าประเทศต่าง ๆ เอาสุขภาวะเป็นเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนา จะเป็นพลังของการพัฒนา อย่างบูรณาการ บูรณภาพและดุลยภาพจะทำให้ประเทศและโลกมีสันติสุข นี้เป็นเหตุผลว่าทำไม "ความปลอดภัยและสุขภาวะที่สมบูรณ์ของคนทั้งแผ่นดิน" จึงควรเป็นเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาประเทศ ถ้าช่วยกันศึกษาและใคร่ครวญจนเห็นจริงตามข้อเสนอนี้ เราสามารถออกแบบระบบและโครงสร้าง แล้วช่วยกันประกอบชิ้นส่วนตามโครงสร้าง จนครบ เป็นองค์รวมก็จะสำเร็จ ๓ # ๓. ความเป็นองค์รวม (Wholeness) ทำให้เกิดคุณสมบัติใหม่อันมหัศจรรย์ ถ้าเราต้องการอะไรที่บินได้ ก็ต้องออกแบบระบบและโครงสร้างของเครื่องบิน เมื่อเอาชิ้นส่วนประกอบโครงสร้างจนสมบูรณ์เป็นองค์รวมคือเครื่องบิน ก็มีคุณสมบัติใหม่คือบินได้ ในขณะที่ชิ้นส่วนต่าง ๆ ไม่มีอะไรที่บินได้เลย รูปที่ ๑ องค์รวมบินได้ ชิ้นส่วนบินไม่ได้ การพัฒนาแบบแยกส่วน ไม่ทำให้เกิดคุณสมบัติใหม่อันมหัศจรรย์ มหาวิทยาลัยมีความรู้ตามสาขามากมาย แต่เมื่อทำเชิงเทคนิค (Technic-driven) ก็ได้ผลเล็กน้อยเป็นส่วน ๆ เสมือนผลิตแต่ชิ้นส่วน โดยไม่สามารถสร้างเครื่องบินทั้งลำ ถ้ามหาวิทยาลัยมีสมรรถนะในการคิดเชิงระบบและการจัดการ จะเป็นหัวรถจักรทางปัญญาพาชาติออกจากวิกฤตได้ ๔ # ๔. ## ออกแบบระบบและโครงสร้าง เพื่อสุขภาวะที่สมบูรณ์ของคนทั้งหมด ### หลักการ ๑) สุขภาวะเกิดจากการพัฒนาอย่างบูรณาการ ๒) ต้องเอาพื้นที่เป็นตัวตั้งจึงจะครอบคลุมคนทั้งหมดได้ และการพัฒนาอย่างบูรณาการก็ต้องเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง เอาหน่วยงาน หรือเทคนิค หรือวิชาชีพ เป็นตัวตั้งไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนแยกส่วนเป็นส่วน ๆ เพราะฉะนั้นโครงสร้างพื้นฐานของระบบสุขภาวะของคนทั้งมวล คือ "การพัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการเต็มประเทศ" ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกอำเภอ ทุกจังหวัด โดยคนและกลไกในพื้นที่ ที่ว่าบูรณาการนั้น คือ บูรณาการ ๘ มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ - จิตใจ - สังคม - วัฒนธรรม - สุขภาพ - การศึกษา - ประชาธิปไตย ทั้ง ๘ บูรณาการอยู่ในกันและกัน โดยมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่เป็นจุดคานงัด อาจเรียกว่า มรรค ๘ แห่งการพัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการ มีคำทางพุทธว่า "มรรคสมังคี" คือ มรรคทั้ง ๘ ร่วมกัน หรือสมังคี จะว่า Synergy ก็ได้ เมื่อพื้นที่มีการพัฒนาอย่างบูรณาการก็จะเกิดสุขภาวะเต็มพื้นที่¹ --- ¹ ดู คู่มือพัฒนาอำเภออย่างบูรณาการสู่แผ่นดินศานติสุข โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ๕ ขณะนี้องค์กรทั้ง ๕ หรือเบญจภาคี อันได้แก่ พอช. สสส. สำนัก ๓ กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น กรมพัฒนาชุมชน และกรมการปกครอง กำลังพัฒนาฐานล่างของประเทศดังกล่าวอยู่ แต่ องค์กรอื่น ๆ ก็สามารถร่วมสร้างฐานแผ่นดินไทย ถ้าฐานแข็งแรงก็จะรองรับประเทศทั้งหมดให้มั่นคง พื้นที่พัฒนาอย่างบูรณาการจึงเป็น platform หรือ template ของการพัฒนา หรือโครงสร้าง ของประเทศ เปรียบเสมือนโครงสร้างทางร่างกายของมนุษย์ ระบบต่าง ๆ เข้ามาเชื่อมโยงกับโครงสร้างนี้ เพื่อให้ทำหน้าที่ได้ดี เช่นเดียวกับระบบต่าง ๆ ของร่างกายทั้งหมดบูรณาการกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างไป เสมือนการสร้างบ้าน ถ้ามีองค์ประกอบพร้อม เช่น เหล็ก อิฐ ไม้ ปูน ทราย กระเบื้อง ฯลฯ แต่เราไม่ออกแบบและ โครงสร้างบ้านแล้วเอาองค์ประกอบตามโครงสร้างเราก็ไม่มีบ้านอยู่ แม้พัฒนาองค์ประกอบให้ดีเลิศ เพียงใด ๆ ก็ตาม นั่นคือการพัฒนาแบบแยกส่วน อย่างที่ทำกัน การพัฒนาอย่างบูรณาการสู่องค์รวมของบ้าน คือ ๑) ออกแบบฐานของบ้าน คือ พื้นชั้นล่างบนเสาเข็มที่มั่นคง ได้แก่ พื้นที่บูรณาการทั้งแผ่นดิน ๒) เอาแผ่นผนัง ๘ ด้าน เข้ามาประกอบอันได้แก่ ระบบต่าง ๆ (ตามรูป ๓ และ ๔) ๓) มีหลังคาที่เชื่อมโยงผนังทั้ง ๘ ด้าน คือ ระบบภูมิคุ้มกัน หลังคา = ภูมิคุ้มกันภัย ผนังบ้าน = ระบบ ๘ ระบบ พื้นบ้าน = พื้นที่ รูปที่ ๒ โครงสร้างบ้านประเทศไทย ๖ เสมือนร่างกายของเรา ถึงแม้มีระบบและโครงสร้างครบ แต่ถ้าไม่มีระบบภูมิคุ้มกันก็เอาชีวิตไม่ รอด เพราะมีภัยจากทั้งภายในและภายนอก **ประเทศก็ต้องมีระบบภูมิคุ้มกัน** จากการส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เรื่องภูมิคุ้มกันของประเทศ จะกล่าวเพียงหลักการเพียงเท่านี้ ยังไม่ลงรายละเอียด **เมื่อเรามีบ้านและเข้าอยู่อาศัยได้แล้ว** จะทำอะไร ๆ เพิ่มเติมให้บ้านแข็งแรง น่าอยู่ สวยงาม เพิ่มขึ้นเท่าใด ๆ ก็ได้ทั้งสิ้น ฉะนั้น ทุกคน ทุกองค์กร สามารถมีส่วนสร้างและตกแต่งบ้านประเทศไทยได้ทั้งสิ้น นี้คือความหมายของการที่พูดว่า คนไทยร่วมสร้างบ้านประเทศไทยให้แข็งแรง งดงาม น่าอยู่ ที่ คนไทยทุกคนจะอยู่ร่วมกันด้วยความสุข หรือสุขภาวะที่สมบูรณ์ หรือการผนึกกำลังพัฒนาประเทศไทยอย่างบูรณาการ ให้เป็นองค์รวมประเทศไทย ระบบสุขภาพ * **ระบบการสื่อสาร** * **ระบบเศรษฐกิจ** * **ศาสนา** * **ระบบการศึกษา** * **ประชาสังคม** * **ระบบรัฐ** * **การพัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการ โดยคนและกลไกในพื้นที่** * **ระบบการเมือง** รูปที่ ๓ โครงสร้างของระบบสุขภาวะเพื่อคนทั้งมวลมีการพัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการ เป็นพื้นฐานและมีระบบอีก ๘ ระบบเข้ามาเชื่อมโยงเป็นผนัง ตามรูปที่ ๓ องคาพยพทั้งหมดของประเทศจะบูรณาการกัน เป็นองค์รวมประเทศไทย หรือ **ประเทศไทยที่มีบูรณภาพ** ทำให้เกิดคุณสมบัติใหม่อันมหัศจรรย์ นั่นคือสุขภาวะที่สมบูรณ์ของคนทั้ง แผ่นดินหรือสุขภาพองค์รวม (Holistic health) ๗ # ๕. ## ประเทศไทยที่มีบูรณภาพและดุลยภาพ = ประเทศไทยสุขภาพดี ดูรูปที่ ๓ จะเห็นว่าเรามีทรัพยากรเพื่อการพัฒนามหาศาล ทั้งพื้นที่และระบบต่าง ๆ ๘ ระบบ เหล่านี้ทำงานแบบแยกส่วน ไม่บูรณาการกัน จึงไม่มีพลัง ได้ผลน้อย ทำให้เสียสมดุล ปั่นป่วน วุ่นวาย ไม่ลงตัว แต่เมื่อทั้งหมดมาบูรณาการกันที่โครงสร้างพื้นฐาน คือ พื้นที่ที่พัฒนาอย่างบูรณาการทั้ง ประเทศ องคาพยพทั้งหมดของประเทศก็เชื่อมโยงกันเป็นประเทศไทยที่มีบูรณภาพ เมื่อมีบูรณภาพก็ จะมีดุลยภาพ หรือความสมดุล ทำให้เกิดความเป็นปรกติสุข หรือสุขภาพดีและยั่งยืน เหมือนร่างกายของเรา ถ้าทุกส่วนบูรณาการกันเกิดความสมดุล เราก็มีสุขภาพดีและอายุยืน การเจ็บป่วยทุกชนิด คือ การเสียสมดุล มะเร็งเป็นตัวอย่างของเซลล์ที่สูญเสียสำนึกแห่งองค์รวม มัน ทำตัวแยกส่วนเป็นเอกเทศ ทำให้ระบบเสียสมดุลป่วยและอายุไม่ยั่งยืน การพัฒนาแบบแยกส่วน จึงเปรียบเสมือนประเทศเป็นมะเร็ง เจ็บป่วย และไม่ยั่งยืน ฉะนั้น ประเทศไทยที่มีบูรณภาพและดุลยภาพ จึงเป็นประเทศสุขภาพดี ### ระบบทุกอย่างจะลงตัวหมด เพราะพัฒนาอย่างบูรณาการ รวมทั้งระบบการศึกษา และระบบ การเมือง ซึ่งที่ผ่านมาทำอย่างไร ๆ ก็ไม่ลงตัว เพราะพัฒนาแบบแยกส่วน ที่ว่าเมื่อเป็นระบบและโครงสร้างทุกอย่างลงตัว ลองดูตัวอย่างรถยนต์ หรือเครื่องบิน แม้ ประกอบด้วยชิ้นส่วนเป็นหมื่น ๆ ชิ้น แต่ทุกชิ้นเชื่อมโยงกำกับกันอย่างเหนียวแน่น ไม่มีชิ้นใดหลุดจาก ระบบไปทำตัวเกกมะเหรกเกเร การระเบิดน้ำมันในลูกสูบรุนแรงอย่างยิ่งแต่ก็ไม่ได้ทำร้ายใคร กลับเป็น พลังขับเคลื่อนระบบ แต่ถ้าการระเบิดโดยอยู่นอกระบบมันคือลูกระเบิด ### ประเทศไทยขาดการจัดระบบ จึงเต็มไปด้วยลูกระเบิดทางสังคม ฉะนั้น เมื่อเราสามารถพัฒนาประเทศไทยอย่างเป็นองค์รวม ทุกระบบก็จะลงตัวและกลายเป็น พลังขับเคลื่อนประเทศไทย อย่างเช่น ระบบการศึกษาและระบบการเมือง ซึ่งมีปัญหามากเพราะทำแบบแยกส่วน แต่เมื่อ บูรณาการกับองค์รวมก็จะกลายเป็นพลัง ๘ ระบบธุรกิจที่สร้างความเหลื่อมล้ำก็เช่นเดียวกัน แต่เมื่อบูรณาการกับเศรษฐกิจฐานรากก็จะทำให้กระจายอย่างทั่วถึงเป็นธรรมพร้อม ๆ กับเพิ่มพลังและความมั่นคง เพราะการมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ประชาชนจะมีอำนาจซื้อมาก ทำให้เศรษฐกิจมหภาคเติบโตและมั่นคง อยู่บนฐานกว้างและแข็งแรงภายในประเทศ เรื่องกองทัพก็เช่นเดียวกัน จะเป็นระบบภูมิคุ้มกันของประเทศ ช่วยปกป้องคุ้มครองประชาชนจากผองภัยทุกประเภท จากทั้งในและนอกประเทศ ระบบและคนทั้งหมด จะมีบทบาทในการพัฒนาประเทศอย่างบูรณาการ เหมือนร่างกายที่เซลล์ทุกเซลล์และอวัยวะทุกอวัยวะบูรณาการเป็นหนึ่งเดียวหรือองค์รวม อันได้แก่ ความเป็นคนทั้งคนอันมีคุณสมบัติอันมหัศจรรย์ยิ่ง ธรรมชาติเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นเหตุเป็นผลที่สุด และฉลาดที่สุด สามารถสร้างมนุษย์อันเป็นระบบและโครงสร้างที่วิจิตรที่สุดในจักรวาล ซึ่ง ๑,๐๐๐ ไอน์สไตน์ก็สร้างไม่ได้ แต่ธรรมชาติสร้างได้ สังคมมนุษย์มีปัญหามากจนไปอย่างเดิมไม่ได้อีกแล้ว เพราะคิดและทำแบบแยกส่วน ถึงเวลาที่มนุษย์ต้องหันมาเลียนแบบธรรมชาติ คือ คิดแบบองค์รวม และพัฒนาอย่างบูรณาการ ดังที่กล่าวมา ทั้งหมดนี้ คือ การต่อจิ๊กซอว์ประเทศไทย ร # ๖. เครื่องมือและวิธีขับเคลื่อนประเทศไทยองค์รวม องค์กรตระกูล ส. ทั้ง ๘ กลไกกลางที่น่าจะมีศักยภาพสูงสุด ในการเป็นฟันเฟืองกลางผนึกกำลังทุกภาคส่วน ขับเคลื่อนประเทศไทยองค์รวม คือ องค์กรตระกูล ส. ทั้ง ๘ อันได้แก่ สธ. = กระทรวงสาธารณสุข สวรส. = สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข สสส. = สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สปสช. = สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สรพ. = สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล สช. = สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สพฉ. = สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ มสช. = มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ การผนึกกำลังองค์กรตระกูล ส.ทั้ง ๘ น่าจะมีศักยภาพสูงยิ่ง ในการเป็นแกนกลางเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้ามาทำงานบูรณาการกัน ตามรูปที่ ๔ ภาคส่วนต่าง ๆ ก็คือระบบทั้ง ๘ ตามรูปที่ ๓ ควรมีคณะทำงานประสานพลัง ๘ คณะหรือมากกว่า เพื่อประสานภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาบูรณาการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเดียวกัน คือ ความปลอดภัยและสุขภาวะที่สมบูรณ์ของคนทั้งแผ่นดิน ๑๐ สุขภาพ ธุรกิจ ศึกษา การเมือง องค์กร ส.ส รัฐ ประชาสังคม รูปที่ ๔ ฟันเฟืองในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยอย่างบูรณาการ นี้คือการผนึกกำลังของคนทั้งมวล เพื่อสุขภาวะของคนทั้งมวล หรือ Health For All and All For Health ๑๑ # ๗. ## ที่ประชุมองค์กรตระกูล ส.ทั้ง ๘ คณะรัฐมนตรียังประชุมทุกสัปดาห์วันอังคาร องค์กรตระกูล ส. ทั้ง ๘ เป็นฟันเฟืองที่เชื่อมโยงเรื่องของบ้านเมืองทั้งหมด บ้านเมืองใหญ่กว่า "การเมือง” มากและจะทำให้การเมืองดีขึ้นด้วย เพราะเข้ามาบูรณาการกันทั้งหมด องค์กรตระกูล ส. ทั้ง ๘ จึงควรประชุมกันสัปดาห์ละครั้ง อาจใช้เวลารับประทานอาหารกลางวันร่วมกันก็ได้ อาหารอร่อย ๆ หน่อยก็ดี ผลัดกันเป็นเจ้าภาพหมุนเวียนกันไปก็ได้ แต่มีคณะเลขานุการร่วม (Joint Secretariat) ที่มีสมรรถนะสูงเป็นผู้ประสานงาน กลไกที่สำคัญของฟันเฟืองกลาง คือ **คณะทำงานประสานพลัง** ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาบูรณา การกันตามรูปที่ ๓ และ ๔ องค์กรตระกูล ส. ทั้ง ๘ อยู่ในฐานะที่จะคัดเลือกคณะทำงานประสานพลัง ที่มีศักยภาพสูง ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญที่ประสานพลังทุกภาคส่วนเป็น Grand Synergy อย่างแท้จริง ลองพิจารณาระบบโครงสร้างและกลไกการขับเคลื่อนให้ดี ๆ จะเห็นว่าเป็นระบบการร่วมจัดการ **พัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการ** ที่สภาพัฒนาใฝ่ฝันมานาน² เป็นระบบการจัดการที่ทรงพลังยิ่งที่สามารถทำให้สำเร็จทุกเรื่อง ทำให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เป็นไปได้ --- ² ในการระดมความคิดทำแผน ๘ ได้มีการพูดถึง AFP Area - Function - Participation ซึ่งก็คือ ระบบการร่วมจัดการพัฒนาโดยเฉพาะพื้นที่เป็นตัวตั้ง ๑๒ # ๘. สรุป Synergy for Safety and Well being จากความฝันใหญ่สู่ความเป็นจริงในประเทศไทย ความปลอดภัยและสุขภาวะที่สมบูรณ์ของคนทั้งแผ่นดิน เป็นความฝันที่ใหญ่มากของคนไทย (Big Dream Thailand) เป็นสิ่งที่ยังไม่เคยมีประเทศใดทำสำเร็จ ## ความฝันยิ่งใหญ่ยิ่งมีพลังมาก Einstein กล่าวว่า "Imagination is more Important than knowledge" เพราะจินตนาการไม่มีข้อจำกัด แต่ความรู้มีข้อจำกัด ที่กล่าวมาทั้งหมดใน ๗ ตอนข้างต้น คือ แนวคิดและวิธีการที่จะทำให้ความฝันใหญ่เป็นความจริง ประเทศไทยน่าจะเป็นประเทศแรกในโลกที่ทำเรื่องนี้สำเร็จ เพราะโชคดีที่มีระบบสุขภาพที่เข้มแข็งและสมาทานในแนวคิดว่า "สุขภาพคือทั้งหมด" (Health is the whole) เมื่อสุขภาพคือทั้งหมด ก็มีความชอบธรรมที่ระบบสุขภาพจะเข้ามาเป็นฟันเฟืองที่ประสานทั้งหมดเข้ามาบูรณาการประเทศไทย บรรพชนคนสาธารณสุขได้พัฒนากระทรวงและระบบสาธารณสุขมาอย่างดียิ่ง ประดุจมหา กาพย์แห่งการสาธารณสุขไทย ประกอบกับมีองค์กรตระกูล ส. อีก ๗ องค์กร เข้ามาเสริมทำให้การผนึกกำลังองค์กรตระกูล ส. ทั้ง ๘ เป็นกลไกที่ทรงพลังยิ่งในการพัฒนาประเทศไทยอย่างเป็นองค์รวม เมื่อประเทศไทยมีความเป็นองค์รวม ก็จะเกิดคุณสมบัติใหม่อันมหัศจรรย์ ประดุจเครื่องบินที่เป็นองค์รวมบินได้ ในขณะที่ชิ้นส่วนหลายหมื่นชิ้นไม่มีชิ้นใดบินได้เลย ต้องเป็นองค์รวมจึงจะบินได้ เมื่อคนไทยผนึกกำลังการสร้างประเทศไทยที่เป็นองค์รวมสำเร็จ ก็จะเกิดวิถีคิดใหม่ คือวิถีคิดแบบองค์รวม วิถีคิดแบบองค์รวมจะช่วยโลกได้ เพราะโลกวิกฤตจากวิถีคิดแบบแยกส่วน ๑๓ ไอสไตน์กล่าวว่า "เราต้องการวิถีคิดใหม่โดยสิ้นเชิง" ถ้ามนุษยชาติจะอยู่รอดได้ (We shall need a radically new manner of thinking, if mankind is to survive) ## พระพุทธองค์สอนวิธีคิดทางสายกลาง ซึ่งเป็นทางสายปัญญา ความเป็นเหตุเป็นผล ไม่แยกข้างแยกขั้ว ไม่เป็นปฏิปักษ์ แต่เน้นที่ไมตรีจิตและความร่วมมือ ไม่มีอะไรดำรงอยู่อย่างแยกส่วนเป็นเอกเทศ แต่เชื่อมโยงกันอย่างไม่สิ้นสุดด้วยความเป็นเหตุ ปัจจัยต่อกันและกัน (อิทัปปัจจยตา) จึงไปถึงองค์รวมได้ นี้ต่างจากวิถีคิดของชาวยุโรป ที่คิดแบบตายตัวแยกส่วน เผชิญหน้า (Confrontation) ซึ่งนำไปสู่ความแตกแยกและรุนแรง อันเป็นเหตุให้โลกวิกฤตอยู่ในเวลานี้ การออกแบบและโครงสร้างประเภทไทย ทำให้ชิ้นส่วนต่าง ๆ เข้ามาประกอบหรือผนึกกัน เป็น การผนึกกำลัง (Synergy) ทั้งหมดทั้งสิ้น สร้างประเทศไทยที่มีบูรณภาพเป็นองค์รวม และเกิด คุณสมบัติใหม่อันมหัศจรรย์ คุณสมบัติใหม่อันมหัศจรรย์ขององค์รวมประเทศไทย คือ "ความปลอดภัยและสุขภาวะที่สมบูรณ์ของคนทั้งแผ่นดิน" อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาประเทศไทยของเราร่วมกัน ๑๔ # บทต่อท้าย คำขอร้องหรือคำสั่งเสีย ขอให้องค์กร ส.ทั้ง ๘ หมั่นประชุมกันเป็นเนืองนิตย์ แล้วสิ่งดี ๆ จะเกิดตามมา ตามคำสอนของพระศาสดา ในเรื่องอปริหานิยธรรม (ธรรมเพื่อความเจริญถ่ายเดียว) ๒ ข้อ แรกมีความว่า ๑) หมั่นประชุมกันเป็นเนืองนิตย์ ๒) พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียงกันกระทำกิจที่ควรทำ นี้คือมงคลอันสูงสุด --- ๑๕ PQET เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนา ประเทศไทย ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

27 February 2023

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
25% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
23% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
16% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• เป้าหมายการพัฒนาแบบยั่งยืน

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

27 February 2023

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้