auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

อนาคตของประเทศไทยหลักการเพื่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงการยกร่างรัฐธรรมนูญเพื่ออนาคตของประเทศไทย โดยจำเป็นต้องพิจารณาถึงจุดอ่อน จุดแข็ง ปัญหาที่ต้องแก้ไข ความเป็นในปัจจุบัน และความเป็นไปในอนาคต และภาพรวมของประเทศต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงผลกระทบที่จะส่งถึงกัน ซึ่งรัฐธรรมนูญควรกำหนดเป็นหลักการ กรอบ กติกา โครงสร้างและกลไกที่คนไทยจะอยู่ร่วมกันด้วยความผาสุกอย่างสมดุลกับโลก

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

๙ มกราคม ๒๕๔๐ # อนาคตของประเทศไทย ## หลักการเพื่อ การยกร่างรัฐธรรมนูญ ### ๑. เพื่ออนาคตของประเทศไทย ในการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่นั้นต้องมองอนาคตของประเทศไทยว่าเรา อยากเห็นประเทศไทยของเราเป็นอย่างไรในอนาคต ในการที่จะเป็นอย่างนั้นได้ เรามีจุดอ่อน จุดแข็ง หรือปัญหาอะไร มีเรื่อง หลัก ๆ อะไรที่ต้องแก้ไข ทั้งนี้โดยคำนึงถึงอดีต ความเป็นจริงในปัจจุบัน และ ความเป็นไปในอนาคต โดยไม่มองเฉพาะเรื่องของประเทศไทยโดด ๆ เพราะ ในสังคมปัจจุบันและอนาคต ประเทศต่างๆ เชื่อมโยงและมีผลกระทบถึงกัน และกันทั่วโลก รัฐธรรมนูญควรกำหนดหลักการ กรอบ กติกา โครงสร้างและกลไกที่คน ไทยจะอยู่ร่วมกันด้วยความผาสุกอย่างสมดุลกับโลก และช่วยโลกด้วยถ้าเป็น ไปได้ ๑ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง ## ๒. จุดแข็งของสังคมไทย ### ๑. ภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่กำหนดลักษณะความ เป็นอยู่และจิตใจของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือชาติใดชาติหนึ่งที่อยู่ ณ ที่นั้น เป็นเวลานาน อันเรียกว่าวัฒนธรรม ประเทศไทยตั้งอยู่ในถิ่นที่อุดมสมบูรณ์ด้วยอาหารมีภัยธรรมชาติน้อยเช่น ความหนาวจัด แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด หรือลมมรสุม ทำให้คนไทยเป็น คนสบาย ๆ ใจคอโอบอ้อมอารีหรือมีน้ำใจ ประกอบกับมีการติดต่อค้าขายกับ ประเทศต่าง ๆ มาแต่โบราณ จึงมีการปรับตัวได้รวดเร็ว ไม่ยึดติดอุดมการณ์ อะไรแบบตายตัว มีฝีมือในการเจรจาประนีประนอมหรือมีฝีมือในการทูตสูง ลักษณะเช่นนี้ได้ก่อให้เกิดคุณอนันต์ในหลายประการ อันอาจเห็นได้ชัดเจน ในประวัติศาสตร์ เช่น (๑) เราไม่มีความขัดแย้งรุนแรงในเรื่องศาสนา ในขณะที่อื่นมี สงครามหรือการสู้รบกันรุนแรงในเรื่องศาสนาอย่างไม่มีทางแก้ไขได้แม้ในปัจจุบัน ศาสนาต่าง ๆ เมื่อเข้ามาสู่ประเทศไทย พระเจ้าแผ่นดินก็ทรงเปิดกว้างให้ ความอุปถัมภ์ให้เสรีภาพในการเผยแพร่ทำให้ศาสนิกชนต่าง ๆ อยู่ในประเทศ ไทยด้วยความผาสุกและรู้สึกถึงบุญคุณของประเทศไทย ที่ขัดแย้งกันรุนแรง ที่อื่นเมื่อมาอยู่ในประเทศไทยก็กลายเป็นสงบรักสันติ (๒) เพราะความใจกว้างรับชนชาติต่าง ๆ เข้ามาประกอบอาชีพใน ประเทศไทย เช่น จีน อินเดีย คนเหล่านี้ได้ช่วยสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และวัฒนธรรม และหลอมรวมเข้ากับสังคมไทย ทำให้สังคมไทยเข้มแข็งและ ไม่มีปัญหารุนแรงในเรื่องชนกลุ่มน้อย อันนับเป็นบุญของประเทศ ประเทศที่ มีความขัดแย้งเรื่องเชื้อชาติได้รับผลร้ายแรงอย่างหาทางออกได้ยาก (๓) ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในดินแดนแถบนี้ ที่ไม่ตกเป็นเมือง ขึ้นของมหาอำนาจตะวันตก เพราะความประนีประนอมและฝีมือในการเจรจา ทางการทูต ๒ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง (๔) ประเทศไทยสามารถยุติความรุนแรงเรื่องคอมมิวนิสต์ด้วยสันติวิธี ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยใช้นโยบายการเมืองนำการทหาร ใช้น้ำใจไมตรี คนที่เคยเข้าป่าและจับอาวุธสู้กับรัฐบาลก็กลับเข้ามาอยู่ร่วมกันได้อย่างดี บางคนมาเป็นนักการเมือง บางคนมาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ บางคนมาเป็นอาจารย์ (๕) ประเทศไทยกับลาวเคยขัดแย้งจนถึงสู้รบกัน แต่ก็สามารถปรับความเข้าใจกันได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นประเทศที่มีสัมพันธไมตรีอันดียิ่ง ต่างกับหลายแห่งที่ไม่สามารถระงับความขัดแย้งรุนแรงหรือหยุดฆ่ากันได้ ตัวอย่างที่ยกมาแสดงถึงความใจกว้าง ความประนีประนอม การให้อภัย ฝีมือทางการเจรจาตกลงอันแสดงถึงความเจริญทางจิตใจที่อาจจะมีมากกว่าหลายประเทศที่ได้ชื่อว่าเจริญแล้ว คนไทยจึงไม่ควรมีปมด้อยทางวัฒนธรรมหรือถูกภูมิธรรมของตนเอง ในทางตรงข้าม ควรเข้าใจความสูงค่าในวัฒนธรรมของเราและนำมาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น คนไทยควรพัฒนาความสามารถในการเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อช่วยสร้างสันติภาพในโลก ๒. ประเทศไทยเป็นเมืองพระพุทธศาสนาจึงได้รับอิทธิพลของความดีงามของศาสนานี้มามาก ในปัจจุบันกระเสวัตถุนิยมและบริโภคนิยมได้ทำลายความสนใจและความเข้าใจในเรื่องศาสนาลงไปมาก แต่ก็ยังมีรากเหง้าเหลืออยู่ในรูปต่างๆ ในท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางจิตวิญญาณ (spiritual crisis) ของโลก ในอนาคตอันใกล้โลกจะหันมาให้ความสำคัญแก่มิติทางจิตวิญญาณใหม่ ประเทศไทยมี "ทุนทางจิตวิญญาณ" ในทางพระพุทธศาสนาอยู่มาก สามารถนำมาฟื้นฟูบูรณะให้เป็นประโยชน์ในบริบทของสังคมสมัยใหม่ ๓ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง ๓. ประเทศไทยมีจุดแข็งในเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงเทพฯ การมีพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีที่ทรงทศพิธราชธรรมอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย มีความสำคัญต่อความเป็นชาติของเรา ความจงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นวัฒนธรรมที่เหนียวแน่นของคนไทย จนเป็นความเห็นพ้องที่ไม่จำเป็นต้องเอามากล่าวซ้ำ ๆ อีกว่าสังคมไทยได้เลือกแล้วที่จะมีระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีอยู่แต่ว่าต้องทำความเข้าใจคำว่าระบอบประชาธิปไตยให้ละเอียดประณีตมากขึ้น เพราะเรายังไม่มีความเป็นประชาธิปไตยจริง ๆ และในความที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยจริง ๆ และการขาดความละเอียดประณีต ผู้ที่เข้มแข็งก็จะมาใช้สถาบันพระมหากษัตริย์เอาเปรียบคนที่อ่อนแอ ซึ่งไม่เป็นคุณงามความดีในการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ควรคำนึงถึงความละเอียดอ่อน และความถูกต้องในเรื่องนี้ด้วย ๓. สังคมใหม่ที่เปลี่ยนไปและวิกฤตการณ์ สังคมไทยในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปจากเดิมเป็นอันมากจากสังคมที่เป็นชุมชนพึ่งตนเองขนาดเล็ก มาเป็นสังคมที่เชื่อมโยงมีขนาดใหญ่ ทั้งในประเทศของเราเองและที่เชื่อมโยงกับโลก มีความสลับซับซ้อน และเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยปัจจัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่อื่นนอกเหนือจากการควบคุมของเรา เช่น ข้อมูลข่าวสาร เทคโนโลยี การเดินทางเคลื่อนไหวของเงินตรา นโยบายและการประยุกต์นโยบายของประเทศอื่น ๆ ฯลฯ ประเทศไทยต้องเผชิญกับสิ่งใหม่ ๆ เช่น กระแสวัตถุนิยม บริโภคนิยม การค้าเสรี ข้อตกลง GATT* หรือ WTO* ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบเราก็ปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ แต่มันก็มีผลกระทบต่อเราอย่างใหญ่หลวง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ GATT* ข้อตกลงว่าด้วยพิกัดภาษีศุลกากร WTO* องค์การค้าโลก ๔ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง สลับซับซ้อน มีหลายมิติ รวดเร็ว เกินกว่าที่สังคมไทยจะปรับตัวที่จะเผชิญได้ ทัน เมื่อสังคมไทยไม่สามารถเผชิญกับสภาพสังคมใหม่ที่ใหญ่และสลับซับ ซ้อนอย่างยิ่งก็เกิดการเสียสมดุลของการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์ สังคมและ สิ่งแวดล้อม การเสียสมดุลคือ ความไม่สบายหรือความป่วย และถ้าป่วยมาก ก็วิกฤต เรามีวิกฤตการณ์ ๓ ประเภทใหญ่ ๆ คือ (๑) วิกฤตการณ์ทางสังคม การพัฒนาที่ผ่านมาทำให้ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยห่างมากขึ้น ในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ คนจนร้อยละ ๒๐ ข้างล่างเป็นเจ้าของรายได้ร้อยละ ๖ ของ รายได้ทั้งหมดของประเทศ แต่ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ สัดส่วนรายได้ของคนจนที่ สุดร้อยละ ๒๐ ข้างล่างนี้ลดเหลือร้อยละ ๓.๕ เท่านั้นและกำลังจะลดต่อไปเป็น ร้อยละ ๓ ช่องว่างที่ห่างมากเกินนี้ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา เช่น ความล่ม สลายของชุมชน ปัญหาคนจนในเมือง อาชญากรรม โสเภณี ยาเสพติด การ แพร่ระบาดของโรคเอดส์ การทำลายสิ่งแวดล้อม อาชญากรรม และความรุน แรงประเภทต่าง ๆ รวมทั้งปัญหาทางการเมืองที่เกิดจากช่องว่างระหว่างเมืองกับ ชนบท (๒) วิกฤตการณ์ทางสิ่งแวดล้อม สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติเป็นมรดกอันมีค่ายิ่งที่สืบต่อกันมา และควรจะส่งทอดต่อให้คนไทยรุ่นต่อ ๆ ไปในอนาคต แต่ปรากฏว่าขณะนี้ ประเทศไทยไม่สามารถรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติไว้ได้ สิ่ง แวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติกำลังสูญเสียอย่างรวดเร็ว ดังจะเห็นได้จากป่าไม้ถูกทำลายไปกว่าเท่าตัวใน ๓๕ ปีที่ผ่านมา ป่าชายเลนและสิ่งแวดล้อมทางทะเลถูกผู้มีอิทธิพลเข้าทำลายอย่างมาก มล ๕ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง ภาวะในดิน น้ำ อากาศ เพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว วิกฤตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมทำให้ธรรมชาติ มนุษย์ และสังคมเสียสมดุล จึงเป็นภัยร้ายแรงต่อการดำรงอยู่ของยั่งยืนของคนไทย ณ ดินแดนแห่งนี้จำเป็นต้องมีการแก้ไขโดยเร่งด่วน (๓) วิกฤตการณ์ทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ วัฒนธรรมเป็นรากฐานของสังคม สังคมใดๆ ควรพัฒนาบนรากฐานที่มั่นคงของตนเอง ที่กล่าวนี้ไม่ได้แปลว่าสังคมไม่ควรรับของใหม่หรือปรับตัว แต่วัฒนธรรมเป็นภูมิปัญญาแห่งการดำรงอยู่ร่วมกันเป็นเวลาช้านาน ณ ดินแดนแต่ละแห่ง จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการเมืองอย่างลึกซึ้ง การรับของใหม่ควรจะรับในฐานะที่เข้าใจของเก่า หรือบนฐานทางวัฒนธรรม แต่คนไทยถูกทำให้มีปมด้อยทางวัฒนธรรม และพัฒนาแบบตัดขาดรากฐานทางวัฒนธรรมของตนเอง เนื่องจากวัฒนธรรมเป็นรากของสังคมที่เชื่อมทุกสิ่งทุกอย่าง การพัฒนาแบบตัดรากทางวัฒนธรรมย่อมทำให้เสียความสมดุลและเกิดวิกฤตการณ์จิตวิญญาณเป็นมิติของความเป็นมนุษย์ เพราะหมายถึงความเชื่อมโยงกับคุณค่าอันสูงส่ง มนุษย์ถ้าได้เชื่อมโยงกับคุณค่าอันสูงส่ง เช่น ธรรมะ การทำความดี การสัมผัสกับพระผู้เป็นเจ้า ย่อมก่อให้เกิดความปิติ ซาบซ่านทั่วสรรพางค์ กายอันเป็นผลดีต่อสุขภาพและการมีชีวิตรอด วัตถุนิยมอย่างรุนแรงได้นำมาซึ่งความเห็นแก่ตัว การแก่งแย่ง การทำร้ายผู้อื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม การขาดความซื่อสัตย์สุจริต การขาดความเชื่อถือ ทำให้ความเป็นมนุษย์ลดทอนลง เมื่อมิติทางจิตวิญญาณซึ่งเป็นธรรมชาติของมนุษย์ลดน้อยลง มนุษย์ก็เข้าไปสู่ความเครียดและพฤติกรรมเบี่ยงเบนมากขึ้นเรื่อยๆ วิกฤตการณ์ทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ เป็นเรื่อง ๖ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง ที่มีผลอย่างลึกซึ้งและยาวไกลต่อทุก ๆ มิติของการพัฒนา รวมทั้งการพัฒนา เศรษฐกิจด้วย วิกฤตการณ์ทั้งหมดอาจรวมเรียกสั้น ๆ ว่าเป็นวิกฤตการณ์ทางศีลธรรม (moral crisis) เพราะศีลธรรมในความหมายที่กว้างที่สุด หมายถึงการดำรง อยู่ร่วมกันด้วยสันติระห์ว่างมนุษย์ สังคม และสิ่งแวดล้อม วิกฤตการณ์ทั้ง ๓ ดังกล่าวข้างต้นคือ วิกฤตการณ์แห่งการดำรงอยู่ร่วมกัน ด้วยสันติ จึงเป็นวิกฤตการณ์ทางศีลธรรม คนไทยมักเข้าใจคำว่าศีลธรรมในความหมายที่แคบ และเมื่อพูดถึงความ เสื่อมโทรมทางศีลธรรมหรือวิกฤตการณ์ของศีลธรรมก็มักนึกถึงการแก้ไข ด้วยการอบรมศีลธรรมเท่านั้น ในที่นี้จึงใช้คำว่า "วิกฤตการณ์ทางสังคม" ในความหมายรวมถึงวิกฤต การณ์ทั้งหมดที่กล่าวถึงข้างต้น คือทั้งวิกฤตการณ์ของมนุษย์ สังคม และสิ่งแวด ล้อม หรือถ้าใช้ "วิกฤตการณ์ทางศีลธรรม" ก็ใช้ในความหมายเดียวกัน วิกฤตการณ์ทางสังคมเกิดจากปัจจัยที่สลับซับซ้อนยากต่อการเข้าใจ และ ยากต่อการแก้ไข เมื่อขาดความเข้าใจจึงยังแก้ไขไม่ได้ ปัจจัยที่สลับซับซ้อนนั้น มีทั้งปัจจัยที่เป็นจุดอ่อนของสังคมของเราเอง และปัจจัยภายนอกที่เป็นกระแส ของโลก ปัจจัยภายนอกที่เป็นกระแสของโลกนั้นมีทั้งที่เป็นโทษและที่เป็นคุณ เราต้องมีปัญญาพอที่จะป้องกันส่วนที่เป็นโทษและนำส่วนที่เป็นคุณมาใช้ ๔. จุดอ่อนของสังคมไทย จุดอ่อนของสังคมไทยที่ทำให้เราไม่สามารถเผชิญสถานการณ์ใหม่ ๆ อย่างสามารถรักษาศีลธรรมหรือความเป็นปกติของตัวเองไว้ได้ มี ๒ ประการ ที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน คือ - โครงสร้างของสังคม - การขาดวัฒนธรรมทางปัญญา ๗ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง สังคมที่จะมีความเข้มแข็งสามารถเผชิญปัญหาต่างๆ ได้ต้องเป็นสังคมที่คน ทั้งหมดมีความร่วมมือกันสูง มีส่วนร่วมในกิจการต่างๆ มีความรักความเอื้อ อาทรต่อกันและมีปัญญา หรือเป็นสังคมที่มีกัลยาณมิตรธรรมสูง สังคมไทยเป็นสังคมที่เน้นความสัมพันธ์กันด้วยอำนาจมากกว่าความสัมพันธ์ กันด้วยความเป็นกัลยาณมิตร สังคมไทยแต่โบราณมาก็มีความสัมพันธ์เชิง นายกับไพร่ระบบราชการก็เน้นการรวมศูนย์อำนาจและให้อำนาจกับนายไว้สูง ในความสัมพันธ์เชิงนายกับไพร่มีการพัฒนาและใช้ปัญญาน้อยเพราะนาย ก็ใช้อำนาจสั่งไปเลยไม่ต้องใช้ความรู้จริง ส่วนไพร่ก็คอยทำตามที่นายสั่งไม่ ต้องไปแสวงหาความรู้อันใด ขืนไปแสวงหาความรู้นายอาจจะไม่ชอบใจก็ได้ นี้เราจะเห็นพฤติกรรมของข้าราชการระดับสูงได้อย่างชัดเจน การที่จะทำ อะไรให้สำเร็จนั้นต้องใช้ความจริง ซึ่งต้องการความจริง ในเมื่อความสัมพันธ์ แบบนายกับไพร่เป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ต้องใช้ความรู้จริง สติปัญญาในระบบ จึงอ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง ประเทศที่สติปัญญาอ่อนแอย่อมเกิดปัญหาต่างๆ ตาม มาจนวิกฤต โครงสร้างทางสังคมที่เน้นการรวมศูนย์อำนาจไว้ในระดับบนและมีความ สัมพันธ์ตามแนวดิ่งไปข้างล่าง จะเน้นความภักดีต่อมูลนายเป็นสาย ๆ ไป ความ ร่วมมือกันจึงมีน้อยและการแตกความสามัคคีมีมาก การไม่เคารพต่อส่วนรวม มีมากเพราะความสัมพันธ์แบบนี้เน้นที่ความภักดีต่อนายเหนือเท่านั้น แต่ไม่เน้น ที่ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม สังคมที่มีความสัมพันธ์ตามแนวดิ่งสูงจึงเป็นสังคมที่การเมืองไม่ดีเศรษฐ- กิจไม่ดี และศีลธรรมเสื่อม โครงสร้างกำหนดคุณสมบัติ เช่น เก้าอี้ เรือ บ้านมีคุณสมบัติต่างกันทั้ง ๆ ที่ ทำด้วยไม้เหมือนกัน แต่โครงสร้างของเก้าอี้ เรือ บ้าน ต่างกันทำให้มันมีคุณ สมบัติไม่เหมือนกัน หรือไฮโดรเจน ๒ อะตอม รวมกับ ออกซิเจน ๑ อะตอม ทำให้เกิด H2O กลายเป็นน้ำ ซึ่งมีคุณสมบัติไม่เหมือนทั้งไฮโดรเจนและออกซิ ๘ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง เจน โครงสร้างใหม่ของ H2O ทำให้มันมีคุณสมบัติเป็นน้ำ โครงสร้างของอะไร เป็นปัจจัยที่กำหนดคุณสมบัติของสิ่งนั้น โครงสร้างของสังคมก็เป็นปัจจัยที่ กำหนดคุณสมบัติของสังคม ถ้าเข้าใจเรื่องโครงสร้างความสัมพันธ์ในสังคมจะเข้าใจว่าทำไมทั้ง ๆ ที่ ประเทศไทยก็เป็นเมืองพุทธและพุทธศาสนาก็เป็นของดี จึงมีความเสื่อมเสีย ทางศีลธรรมสูง พุทธศาสนานั้นเน้นที่ภราดรภาพ และความสัมพันธ์กันด้วย ปัญญาหรือกัลยาณมิตรธรรมแต่เนื่องจากสังคมไทยมีโครงสร้างอำนาจตามแนวดิ่ง พุทธศาสนาจึงถูกโครงสร้างทางอำนาจรัฐเข้าครอบงำด้วย พุทธศาสนานั้นมีหลายมิติสังคมไทยรับเอามิติทางศรัทธาและทานไว้มาก แต่แก่นของพุทธศาสนาคือปัญญา ปัญญาจะแล่นไปได้ทั่วตลอดไม่ว่าในเรื่อง ใด ๆ หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างใดๆ ปัญญาก็จะตามรู้ทันและแก้ปัญหาได้ แต่เนื่องจากสังคมไทยขาดวัฒนธรรมทางปัญญาเพราะในครั้งโบราณอุดม ด้วยอาหารและทรัพยากรต่างๆ และมีภัยธรรมชาติน้อย ประกอบกับความ สัมพันธ์เชิงนายกับไพร่ดังกล่าวแล้ว ทำให้สังคมไทยไม่ค่อยจะได้ใช้มิติทาง ปัญญาอันเป็นแก่นของพุทธศาสนา ท่านพุทธทาสภิกขุเคยกล่าวว่าคนไทย ชอบแต่ได้บุญ แต่ไม่ค่อยชอบได้กุศล (ความฉลาด) ความรุนแรงของโครงสร้างทางอำนาจรัฐในสังคมไทยกับการขาดวัฒนธรรม ทางปัญญา จะเห็นได้จากที่ในปัจจุบันแม้เรามีโครงสร้างการศึกษาที่ค่อนข้าง กว้างขวาง แต่ก็ไม่สามารถสร้างความเข้มแข็งทางปัญญาได้มาก เพราะการ ศึกษาก็ใช้โครงสร้างทางอำนาจรัฐและขาดวัฒนธรรมทางปัญญา ดังจะเห็นได้ว่าในขณะที่ประเทศมีปัญหาอย่างสลับซับซ้อน และต้องการ ปัญญาเป็นอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยไทยไม่สามารถสร้างปัญญาให้ประเทศไทย เข้าใจ และมีความสามารถในการแก้ปัญหาเหล่านั้น เพราะมหาวิทยาลัยไทย ก็ตกอยู่ภายใต้โครงสร้างอำนาจรัฐและการขาดวัฒนธรรมทางปัญญา โครงสร้างอำนาจและการขาดวัฒนธรรมทางปัญญาจึงทำให้สังคมไทยอ่อน แอเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่ออนาคตของประเทศไทย ๙ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง เพราะทำให้เราไม่สามารถรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรอันมีค่าของเราไว้ได้ ไม่สามารถรักษาคน ครอบครัว ชุมชน และสังคมของเราไว้ให้เป็นคนที่ดี ครอบครัวที่ดี ชุมชนที่ดี และสังคมที่ดีได้ หลักการใหญ่ของประเทศไทยคือการสร้างพื้นฐานทางศีลธรรมอันได้แก่ ความเคารพธรรมชาติและเคารพคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคน โดย เฉพาะคนระดับล่างที่เสียเปรียบ รัฐธรรมนูญจะต้องคำนึงหลักการใหญ่นี้และสร้างกรอบ กติกา โครงสร้าง และกลไก ที่ปรับความสัมพันธ์เชิงอำนาจไปสู่ความสัมพันธ์ที่คำนึงถึงคุณค่า ความเป็นคนของคนทุกคน ให้คนทั้งหมดสามารถพัฒนาให้เต็มตามศักย- ภาพของความเป็นมนุษย์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชีวิตสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่ดีงามของประเทศไทย ๕. อนาคตของประเทศไทย ใครๆ ก็อยากเห็นอนาคตที่ดีของบ้านเมืองทั้งสิ้นในโอกาสที่จะมีการยกร่าง รัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ ควรช่วยกันสร้างภาพอนาคตของประเทศไทย เพื่อเป็น เป้าหมายร่วมกันที่พยายามจะบรรลุให้ถึง ทั้งโดยทางรัฐธรรมนูญและทาง อื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากรัฐธรรมนูญ อนาคตของประเทศไทยควรมีลักษณะ ๘ ประการ หรือมรรค ๘ แห่งสังคม ไทย ดังต่อไปนี้ ๑. ดำเนินไปบนเส้นทางสายกลาง ๒. เป็นสังคมที่มีสมรรถนะสูงและเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ๓. เป็นสังคมแห่งความเอื้ออาทร ๔. สามารถรักษาและพัฒนาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ๕. เป็นสังคมที่โปร่งใส มีความเชื่อถือได้ ๖. มีระบบความยุติธรรมที่เป็นอิสระถูกต้องเป็นธรรม ๑๐ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง ๗. มีระบบการเงินการคลังที่มั่นคง ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง ๘. มีความเป็นประชาสังคมและมีศานติสุข แต่ละประการสามารถขยายความได้โดยพิสดารขอให้ลองพิจารณากันให้ ละเอียด ในที่นี้จะขยายความพอเป็นสังเขป ดังนี้ ๑. ดำเนินไปบนเส้นทางสายกลาง อนาคตของประเทศไทยควรดำเนินไปบนเส้นทางสายกลางไม่สุดโต่ง ตายตัวไปทางใดทางหนึ่ง ด้านหนึ่งไม่ปฏิเสธวัฒนธรรมประเพณี แต่อีกด้าน หนึ่งไม่ปฏิเสธวิทยาการสมัยใหม่ด้านหนึ่งไม่ปฏิเสธการพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ แต่อีกด้านหนึ่งคำนึงถึงความสำคัญของจิตใจ ครอบครัว ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ด้านหนึ่งสนใจการพัฒนาชนบท แต่อีกด้านหนึ่งก็คำนึงถึงความเป็นเมืองด้วย ด้านหนึ่งสนใจเรื่องชุมชนท้องถิ่น แต่อีกด้านหนึ่งสนใจเรื่องความเชื่อมโยง กับโลกเป็นโลกาภิวัตน์ ฯลฯ ทางสายกลางคือการคำนึงถึงความสัมพันธ์ขององค์ประกอบทั้งหมดที่ เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงได้ (dynamic relationship) การดำเนินไปบนเส้น ทางสายกลางไม่สุดโต่งตายตัว จะช่วยให้ปรับตัวอย่างสมดุลต่อเนื่องและไม่ เสี่ยงต่อความผิดพลาด การที่จะดำเนินไปบนเส้นทางสายกลางได้ สังคมต้อง มีปัญญาและสมรรถนะสูงมาก ๒. เป็นสังคมที่มีสมรรถนะสูงและเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงที่มีทรัพยากรธรรมชาติน้อยลง แต่มีประ ชารมากขึ้น ที่มีระบบเศรษฐกิจเสรีที่เชื่อมโยงกันทั้งโลกและมีการแข่งขันสูง มีวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ที่ยากต่อการแก้ไข สังคมไทยจะต้องมีสมรรถนะสูงจึงจะ สามารถพัฒนาอย่างรักษาดุลยภาพได้ ในการที่สังคมจะมีสมรรถนะสูงจำเป็นต้องมีการสร้างวัฒนธรรมของ การเรียนรู้ มีการปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปทั้งระบบการศึกษา ปฏิรูปกระบวน ๑๑ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง การเรียนรู้ และปฏิรูปการจัดการให้การศึกษาสามารถสร้างความเข้มแข็งทางปัญญาให้คนทั้งประเทศใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มสมรรถภาพการเรียนรู้ส่งเสริมสื่อสารมวลชนให้เป็นอิสระ มีคุณภาพและความรับผิดชอบสูงในการส่งเสริมปัญญาของประเทศมีกองทุนขนาดใหญ่ที่เป็นอิสระทั้งของรัฐบาลและเอกชน หรือส่งเสริมสนับสนุนการวิจัยและนวัตกรรมทางปัญญาต่างๆ ทั่วประเทศปฏิรูปโครงสร้างและกลไกของรัฐที่เน้นการใช้อำนาจควบคุมมาเป็นการกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วม การประเมินผลสำเร็จ ซึ่งทำให้ต้องใช้ความรู้ความสามารถสูง ทั้งนี้เพื่อปรับโครงสร้างและวัฒนธรรมจากการเป็นสังคมใช้อำนาจไปสู่การเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Society) ๓. เป็นสังคมแห่งความเอื้ออาทร สังคมที่ปราศจากน้ำจิตน้ำใจเป็นสังคมที่ไม่น่าอยู่สังคมไทยในอนาคตจะต้องเป็นสังคมที่มีเมตตาธรรมสูง มนุษย์ทุกคนมีธรรมชาติของความเอื้ออาทรอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ต้องส่งเสริมเงื่อนไขให้ธรรมชาติแห่งความเอื้ออาทรสามารถแสดงออกได้หากมนุษย์ได้สัมพันธ์กันตามธรรมชาติประสามนุษย์ได้ร่วมทุกข์ร่วมสุข และทำงานแบบมีส่วนร่วม ความเอื้ออาทรก็จะแสดงออกได้ง่าย แต่ถ้ามนุษย์ถูกแยกจากกันด้วยโครงสร้างต่างๆ เช่น โครงสร้างทางอำนาจ โครงสร้างทางเศรษฐกิจ โครงสร้างทางวัฒนธรรม และโครงสร้างทางการศึกษา ความเอื้ออาทรก็แสดงออกได้ยาก กลายเป็นจิตใจที่แข็งกระด้างหรือโหดเหี้ยมหรือมีความไม่นำพาต่อความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์เข้ามาแทนที่ การร่วมทุกข์เป็นวิธีการที่สำคัญที่ทำให้มนุษย์มีความเห็นอกเห็นใจกัน ทำให้ความทุกข์น้อยลง เพิ่มคุณภาพชีวิต เป็นการเรียนรู้สภาพความเป็นจริง ทำให้เกิดปัญญาที่จะแก้ปัญหาตรงต่อข้อเท็จจริง การร่วมทุกข์เป็นคติที่สำคัญทางพุทธศาสนา ๑๒ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง เวลานี้สังคมแยกตัวกักขังคนออกเป็นส่วนๆ เช่น นักเรียนก็เรียน "หนังสือ" แต่ไม่เรียนจากการร่วมทุกข์กับเพื่อนมนุษย์ นักโทษก็ไปอยู่กับผู้คุม คนไข้ก็ไปอยู่กับแพทย์พระสงฆ์ก็ไปทำพิธีกรรมข้าราชการก็ไปอยู่กับกฎระเบียบ ภาคธุรกิจก็ไปอยู่กับเงิน คนรวยก็อยู่กับความสุขสบายเหมือนเทวดา โดยไม่รู้ ความทุกข์ของคนยากจน (ตามคติทางพุทธศาสนาเทวดาบรรลุธรรมะไม่ได้ ต้องเป็นมนุษย์ที่มีทุกข์มีสุขจึงจะบรรลุธรรมะได้) สังคมไทยในอนาคตควรปรับทิศทางใหม่จากสังคมที่มนุษย์แปลกแยก จากกันดังกล่าวข้างต้น มาเป็นสังคมที่มีการร่วมทุกข์กันให้มากที่สุด การศึกษาทุกระดับจะต้องถือการที่นักเรียนและครูไปร่วมทุกข์กับผู้อื่น เป็นส่วนสำคัญของการเรียนรู้ ภาคธุรกิจจะต้องส่งเสริมให้พนักงานของตนเป็นอาสาสมัครไปร่วมทุกข์ กับคนด้อยโอกาสต่างๆ เช่น คนจน คนพิการ คนแก่ คนป่วย นักโทษ ข้าราชการก็เช่นเดียวกันแพทย์จะต้องไม่ถือว่าเรื่องความเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นเรื่องของแพทย์จะไปต่อสู้กับโรคตามลำพังแต่สังคมต้องเข้ามามีบทบาทด้วย เครื่องมือสื่อสารต้องนำมาใช้เป็นเครื่องมือให้คนที่มีความทุกข์สามารถ ใช้ติดต่อสื่อสารร่วมทุกข์กันได้ ควรมีการลดภาษีให้ภาคธุรกิจที่ส่งเสริมให้ พนักงานของตนมีกิจกรรมร่วมทุกข์กับเพื่อมนุษย์ รัฐควรให้การสนับสนุน องค์กรที่ส่งเสริมการเป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม พระภิกษุสงฆ์ควรร่วมทุกข์กับ คนมีความทุกข์ให้มากที่สุด เพื่อเรียนรู้ความเป็นจริงเกี่ยวกับความทุกข์ การ ปฏิรูประบบราชการโดยลดอำนาจที่เข้าไปกระทำกับประชาชนให้ประชาชน ร่วมมือกันทำเองในรูปอาสาสมัคร ชุมชน ประชาคม ก็เป็นการส่งเสริมความ เอื้ออาทร เหล่านี้เป็นการตั้งทิศทางใหม่ของสังคมไทยไปสู่การเป็นสังคมแห่ง ความเอื้ออาทร ๔. สามารถรักษาและพัฒนาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติเป็นมรดกอันมีค่าของประเทศที่เชื่อม ๑๓ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง โยงสัมพันธ์กับเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง ประเทศไทย จะต้องสามารถรักษาและพัฒนาให้เพิ่มพูนเพื่อเป็นประโยชน์ร่วมกัน ทั้งระยะ ใกล้และระยะไกล ในระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีการทำลายและช่วงชิงสิ่งแวดล้อมและ ทรัพยากรธรรมชาติให้เสียหายอย่างน่าวิตกยิ่ง รัฐธรรมนูญใหม่จะต้องบัญญัติเรื่องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรม ชาติไว้เป็นเรื่องสำคัญที่ประเทศจะต้องรักษาไว้ให้ได้ และจัดโครงสร้าง อำนาจใหม่ให้เกื้อกูลต่อภารกิจที่สำคัญนี้ เพราะโครงสร้างอำนาจเก่าที่รัฐและ ภาคธุรกิจมีอำนาจมากกว่าสังคม เป็นต้นต่อการทำลายสิ่งแวดล้อมและ ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ รัฐธรรมนูญใหม่จะต้องส่งเสริมอำนาจของสังคมที่จะเข้ามาจัดการดูแล เรื่องทรัพยากร สิทธิของชุมชนที่จะจัดการทรัพยากรควรปรากฏในรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ ๕. เป็นสังคมที่โปร่งใส เชื่อถือได้ อนาคตของประเทศไทยจะต้องเป็นสังคมที่โปร่งใสเชื่อถือได้ความโปร่ง ใส และการมีความเชื่อถือกันได้ (trust) เป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันด้วย ความผาสุก เป็นทุนเพื่อเศรษฐกิจที่สำคัญ เพราะถ้าขาดความโปร่งใสและ เชื่อถือไม่ได้ การพัฒนาทางเศรษฐกิจย่อมเป็นไปได้ด้วยความยากลำบาก ทุกวันนี้สังคมไทยไม่โปร่งใส มีการใช้เงินใต้โต๊ะและนอกระบบสูง ขาดความเชื่อถือซึ่งกันและกัน สังคมไม่เชื่อถือว่านักการเมืองและข้าราชการ จะไม่โกง นักธุรกิจจะไม่เอาเปรียบประชาชนมากเกิน แท็กซี่จะไม่ต้มผู้โดยสาร ผู้หญิงจะไม่ถูกฆ่าข่มขืนในที่เปลี่ยว ตำรวจจะไม่รีดไถประชาชน ผู้ที่อยู่ใน กระบวนการยุติธรรมจะไม่กินสินบน ฯลฯ สังคมที่มีความมืดจะมีโสณทุจริต แฝงตัวอยู่ในรูปต่างๆ สภาพของการเป็นสังคมมืดและการขาดความเชื่อถือกัน หากดำรงอยู่ต่อไปจะทำร้ายอนาคตของประเทศชาติเหลือคณานับ คนไทยจะ ต้องร่วมกันเปลี่ยนแปลงสังคมให้เป็นสังคมที่โปร่งใส และมีความเชื่อถือซึ่ง กันและกันสูง ๑๔ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง รัฐธรรมนูญควรกำหนดโครงสร้างและกลไกเพื่อความโปร่งใสการกระทำ การใดๆ ควรให้สาธารณะรับรู้และตรวจสอบได้ มีองค์กรมหาชนอิสระที่ สามารถตรวจสอบความถูกต้อง ## ๖. มีระบบความยุติธรรมที่เป็นอิสระและถูกต้องเป็นธรรม ระบบความยุติธรรมที่ถูกต้องเป็นธรรมเป็นพื้นฐานของความเจริญบ้าน เมืองที่ขาดความยุติธรรมจะขวัญเสีย ไร้ความผาสุก และเจริญไม่ได้ ผู้ที่จะทำ ให้กระบวนการยุติธรรมไม่ยุติธรรมก็คือผู้มีอำนาจ ทั้งอำนาจรัฐและอำนาจเงิน ระบบความยุติธรรมต้องเป็นอิสระปลอดจากการแทรกแซงทางการเมือง แต่ใน ขณะเดียวกันต้องมีกลไกที่ตรวจสอบควบคุมกันอย่างละเอียดเพื่อความถูกต้อง เป็นธรรม ศาลควรเป็นอิสระ แต่ถูกตรวจสอบได้ด้วยกระบวนการที่เหมาะสม ใครที่มีอำนาจแล้วถูกตรวจสอบไม่ได้จะเป็นเผด็จการ ต้องไม่มีผู้ดำรงตำแหน่ง ระดับสูงใดๆ ที่ถูกตรวจสอบ และสอบสวนลงโทษ (impeached) ไม่ได้ ต้องสร้างระบบความยุติธรรมที่ทุกคนเสมอกันโดยกฎหมาย ทุกวันนี้ คนไทยไม่เสมอกันโดยกฎหมาย คนชั้นบนจะได้รับการยกเว้นผ่อนปรน แต่ คนชั้นล่างจะถูกลงโทษรุนแรง นี้คือการขาดพื้นฐานทางศีลธรรม พื้นฐานทางศีลธรรมที่สำคัญที่สุดคือการเคารพคุณค่าความเป็นคน ของคนทุกคน ถ้าขาดพื้นฐานอันนี้สังคมจะไม่มีวันสงบสุข ประเทศไทยใน อนาคตจะต้องทำความเข้าใจและสร้างพื้นฐานทางศีลธรรมที่เคารพคุณค่า ความเป็นคนของคนทุกคนและแปลออกไปเป็นโครงสร้างทางกฎหมายเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา และโครงสร้างทางกายภาพ เรื่องตำรวจ อัยการ ศาล จะต้องจัดระบบให้ลงตัวถูกต้องเป็นธรรม โดยรวดเร็ว มิฉะนั้นบ้านเมืองจะบอบช้ำยิ่งนัก ๑๕ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง ๗. ระบบการเงินการคลังที่มั่นคงปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง สถาบันหลักทางการเงินการคลัง เช่น กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องมีความมั่นคง มีคุณภาพสูง เชื่อถือได้ ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง และต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ส่วนตัว ถ้าสถาบันหลักมีความไม่ถูกต้องจะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง สถาบัน เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทยควรเป็นองค์กรมหาชนอิสระ ทั้งนี้ควรทำความเข้าใจเรื่ององค์กรมหาชนอิสระให้ดี ๘. มีความเป็นประชาสังคม และมีศานติสุข ความเป็นประชาสังคม (Civil Society) เป็นปัจจัยกำหนดให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี ประเทศไทยในอนาคตต้องมุ่งไปสู่ความเป็นประชาสังคม ประชาสังคมคือการที่สังคมมีผู้คนรวมกลุ่มกันทำงานในรูปต่าง ๆ เต็มพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม ชมรม สมาคม สหกรณ์ มูลนิธิ ชุมชน ด้วยความเชื่อถือไว้วางใจกัน ด้วยความเอื้ออาทร ด้วยการมีการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ และมีการจัดการที่จะทำให้บรรลุความสำเร็จ เนื่องจากความเป็นประชาสังคมเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้องค์ประกอบอีก ๗ ประการข้างต้นประสบความสำเร็จ และประชาธิปไตยมีประสิทธิผล คนไทยควรทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ดีและช่วยกันสร้างประชาสังคมหรือสังคมประชาธรรมขึ้น รัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นควรสนับสนุนความเป็นประชาสังคม สังคมต้องใช้สันติวิธีในการแก้ปัญหาความขัดแย้งเพื่อป้องกันความรุนแรง ประเทศไทยควรทำความเข้าใจเรื่องสันติวิธี ควรมีสถาบันสันติศึกษาจำนวนมากเพื่อสร้างความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องการคลี่คลายความขัดแย้งด้วยสันติวิธีมิให้บานปลายเป็นความรุนแรง เพื่อให้เวลากับสังคมไทยในการแก้ปัญหายาก ๆ ต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นพื่อสร้างสังคมที่มีสันติภาพและสันติสุข รวมทั้งมีบทบาทในการสร้างสันติภาพในโลก ๑๖ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง ## ๖. การจัดสรรอำนาจให้ถูกต้อง การเมืองคือเรื่องการจัดสรรอำนาจในประเทศ ถ้าการจัดสรรอำนาจในประเทศไม่ถูกต้องบ้านเมืองจะยุ่งเหยิงไร้ความผาสุก ถ้าการจัดสรรอำนาจถูกต้องบ้านเมืองก็จะเข้มแข็งและเจริญโดยรวดเร็ว หน้าที่หลักของรัฐธรรมนูญก็คือว่าด้วยการจัดสรรอำนาจในประเทศ ในระบอบประชาธิปไตย ฐานของอำนาจมาจากประชาชน แต่อำนาจของประชาชนจะมีเพียง ๑๐ วินาทีต่อ ๔ ปี ในการหย่อนบัตรเลือกตั้งเท่านั้นหาเพียงพอไม่ เมื่อสมัย ๒๐๐-๓๐๐ ปีก่อน การคมนาคมและการติดต่อสื่อสารยังไม่สะดวก ประชาชนแต่งตั้งตัวแทนขี่ม้าบ้าง ขี่เกวียนบ้าง เดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อเป็นตัวแทนของตน สมัยนี้การคมนาคมและการติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็วทั่วประเทศระบบประชาธิปไตยแบบตัวแทน (Represented Democracy) เท่านั้นหาเพียงพอไม่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมโดยตรง (Participatory Democracy) ภาพที่นักการเมืองท้าทายประชาชนที่วิพากษ์ วิจารณ์ทางการเมืองจึงสะท้อนความล้าสมัยในความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม การบัญญัติเรื่องการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรแล้วก็มีการแยกอำนาจเป็น ๓ คือ - อำนาจบริหาร - อำนาจนิติบัญญัติ - และอำนาจตุลาการ อย่างที่เรียนๆ กันมาหาเพียงพอไม่และถ้ามีเพียงเท่านั้นย่อมนำไปสู่ปัญหาต่างๆ จนเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองดังที่เราต้องมาพูดเรื่องปฏิรูปการเมืองกันดังในปัจจุบัน ฉะนั้นในการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่จึงควรทบทวนเรื่องการบัญญัติอำนาจ ๓ อำนาจเสียใหม่ ตามสภาพความเป็นจริง การเสียสมดุลแห่งอำนาจในสังคม คือต้นตอแห่งความเลวร้ายทั้งปวง ถ้าแบ่งอำนาจในสังคมเป็น ๓ ประเภทคือ ๑. อำนาจรัฐ ๒. อำนาจนิติบัญญัติ ๓. อำนาจตุลาการ ๑๗ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง รัฐ ธุรกิจ สังคม ก. การเสียสมดุลอำนาจ เพราะสังคมอ่อนแอ ข. ดุลยภาพของอำนาจ เพราะสังคมเข้มแข็ง ๒. อำนาจธุรกิจ ๓. อำนาจสังคม อำนาจที่แข็งแรงคืออำนาจรัฐและอำนาจธุรกิจ อำนาจที่อ่อนแอคืออำนาจสังคม ในสภาพที่เสียสมดุลดังในรูป ก. นี้ ภาคที่แข็งแรงจะดึงอะไรๆ เข้าตัวเองไม่ว่าจะเป็นการใช้กฎหมาย การใช้ทรัพยากร เงิน การศึกษา วัฒนธรรม และอำนาจทางการเมือง ทำให้เกิดการเสียสมดุล และนำไปสู่วิกฤตการณ์ แต่เดิมมีแต่อำนาจรัฐเพราะภาคธุรกิจยังไม่มีความสำคัญ แต่ปัจจุบันภาคธุรกิจได้เติบใหญ่ และมีอำนาจมาก อาจมากกว่ารัฐอีก รัฐธรรมนูญแต่เดิมที่พูดถึง ๓ อำนาจคือ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการนั้น ยังขาดเรื่องอำนาจภาคธุรกิจและอำนาจของสังคม ข้อใหญ่ใจความของรัฐธรรมนูญใหม่ควรเพิ่มอำนาจให้สังคม มีการปรับตัวของภาครัฐและภาคธุรกิจเพื่อหนุนความเข้มแข็งของภาคสังคม เมื่อภาคสังคมเข้มแข็งจะเกิดสภาพที่อำนาจในสังคมได้ดุลยภาพ (ดูเรื่อง สังคมสมานุภาพ โดย ประเวศ วะสี, มูลนิธิภูมิปัญญา พ.ศ. ๒๕๓๖) ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมีหลักการสั้น ๆ ดังนี้ ๑. สังคมเข้มแข็ง ๑.๑ ประชาชนมีสิทธิในการรวมตัวกันในรูปต่างๆ จะเรียกว่า กลุ่มชมรม ๑๘ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง สมาคม สหกรณ์ มูลนิธิ หรือประชาคม และมีสิทธิในการดำเนินการต่าง ๆ ด้วยตนเองให้มากที่สุด ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา การดูแลทรัพยากร สวัสดิ- ภาพ สวัสดิการ วัฒนธรรม รัฐธรรมนูญควรบัญญัติสิทธิชุมชน ๑.๒ ประชาชนมีสิทธิในการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน ๑.๓ ในการตัดสินใจที่สำคัญ ๆ ของประเทศต้องให้ประชาชนเห็นชอบ โดยการลงประชามติ ๑.๔ ประชาชนมีสิทธิที่จะขอให้มีการสอบสวนลงโทษผู้ดำรงตำแหน่ง ระดับสูง (impeachment) ๑.๕ สื่อมวลชนเป็นอิสระ มีคุณภาพ และมีความรับผิดชอบ (เรื่องนี้ จะกล่าวถึงต่างหาก) จะส่งเสริมความเข้มแข็งของภาคประชาชน ๒. รัฐ รัฐประกอบด้วยระบบการเมือง (องค์กรทางการเมืองระดับสูงได้แก่รัฐ สภาและคณะรัฐมนตรี) และระบบราชการ ระบบการเมือง มีการปฏิรูปให้ได้คนดีเข้าสู่ระบบการเมืองมากขึ้นและ มีการตรวจสอบการใช้อำนาจโดยปฏิรูประบบพรรคการเมืองและระบบเลือกตั้ง และทำให้มีความโปร่งใสโดยได้รับการตรวจสอบจากประชาชน สื่อมวลชน และองค์กรมหาชนอิสระ (จะกล่าวถึงต่างหาก) มีกระบวนการสอบสวนลง โทษผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง (impeachment) ระบบราชการ ระบบราชการควรปรับบทบาท โดยกระจายอำนาจไป ให้ผู้อื่นทำมากที่สุด ส่วนตัวเองทำในสิ่งที่คนอื่นทำไม่ได้ผู้ที่ควรทำมากที่สุด ได้ แก่ ชุมชน ท้องถิ่น องค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ และภาคธุรกิจ ระบบ ราชการควรมีบทบาทในการกำกับดูแลสนับสนุนให้เกิดความถูกต้องเป็นธรรม โดยตัวเองมีขนาดเล็กลงมีสมรรถนะสูงขึ้น ได้รับการตอบแทน (ที่เปิดเผย) สูง ขึ้น มีความโปร่งใสที่ถูกตรวจสอบได้ ๑๙ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง ## ๓. ภาคธุรกิจ ภาคธุรกิจเป็นอีกภาคหนึ่งที่มีอำนาจยิ่งต้องมีความถูกต้องในการใช้ อำนาจ ภาคธุรกิจควรแข่งขันโดยเสรี ไม่ผูกขาด ไม่เสียเบี้ยบ้ายรายทางให้ แก่ภาครัฐ มีการพัฒนาความรู้ (การวิจัย) เพื่อใช้ในการแข่งขัน มีความรับผิด ชอบต่อสังคม ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม ไม่แสวงอำนาจที่มากเกิน ต้องมีการตรวจตราการให้เงินกับพรรคการเมืองและข้าราชการ ห้ามการดำรง ตำแหน่งทางการเมืองพร้อม ๆ กับทำธุรกิจไปด้วย ห้ามการรวมตัวกันใหญ่เกิน เอาเปรียบผู้อื่น มีการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจสนับสนุนความเข้มแข็งของเศรษฐกิจ ครอบครัวและชุมชน ตลอดจนทะนุบำรุงการศึกษา วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และการวิจัย ## ๔. องค์กรมหาชนอิสระ ในการกำหนดโครงสร้างและกลไกการใช้อำนาจใหม่ จำเป็นต้องนำ องค์กรมหาชนอิสระเข้ามาใช้อย่างมาก จึงควรทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ดี องค์กรมหาชนอิสระเป็นอำนาจอีกอำนาจหนึ่งที่ไม่ขึ้นทั้งกับฝ่ายบริหารและ นิติบัญญัติ แต่ถูกตรวจสอบได้ ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงทั้งทางการเมือง ข้าราชการ และตุลาการ จะต้องถูกตรวจสอบได้ และมีกระบวนการสอบสวนลงโทษ (impeachment) ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการยกร่างรัฐธรรมนูญควรศึกษาเรื่องนี้ให้เข้าใจถ่องแท้ เพราะเป็นเรื่องที่ขาดไปอันเป็นต้นต่อของความไม่ถูกต้องของการใช้อำนาจรัฐ และผลเสียหายอันร้ายแรง นอกจากต้องบัญญัติให้องค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ เช่น ศาลรัฐ- ธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลยุติธรรม คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการ ทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการ (ปปป.) สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ผู้ตรวจการรัฐสภา เป็นองค์กรมหาชนอิสระแล้ว ยังต้องนำเอาเรื่อง องค์กรมหาชนอิสระมาใช้สำหรับองค์กรที่สำคัญ ๆ ที่ต้องปลอดจากการแทรก ๒๐ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง แซงทางการเมืองและระบบราชการ เช่น - องค์กรควบคุมการเลือกตั้ง - ธนาคารแห่งประเทศไทย - คณะกรรมการสื่อสารมวลชน เป็นต้น ๕. สื่อสารมวลชน ในสังคมสมัยใหม่ สื่อสารมวลชนมีอำนาจยิ่ง หากสื่อสารมวลชนดีจะทำให้ประเทศดีขึ้นโดยรวดเร็ว โดยจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ประชาชนเข้มแข็งและสามารถดูแลให้ภาครัฐและภาคธุรกิจมีความถูกต้อง สื่อสารมวลชนควรจะเป็นอิสระ มีคุณภาพสูง และมีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ วิทยุและโทรทัศน์ควรจะปลอดจากการแทรกแซงทางการเมืองและโดยระบบราชการ โดยมีคณะกรรมการสื่อสารมวลชนที่เป็นองค์กรมหาชนอิสระ เป็นผู้ควบคุมดูแล สื่อสารมวลชนมีสิทธิในการขอดูข้อมูลข่าวสารในการบริหารราชการแผ่นดิน และในธุรกิจการเงินที่อาจไม่ถูกต้อง รัฐมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูลข่าวสารในการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ธนาคารต้องเปิดเผยบัญชีที่เข้าข่ายสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต ควรมีสภาการหนังสือพิมพ์ที่ตั้งขึ้นโดยกฎหมายเพื่อส่งเสริมการศึกษาของผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการสื่อสาร กำหนดมาตรฐาน พิทักษ์ศักดิ์ศรีและผลประโยชน์ ตลอดจนสอดส่องดูแลเรื่องมรรยาท ๗. สรุป ในการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาทั้งหมดทำโดยคนจำนวนน้อย เพราะสถานการณ์ทางการเมือง อีกทั้งความเข้าใจและความตื่นตัวของประชาชนและสื่อมวลชนยังจำกัด ๒๑ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง มาบัดนี้มีกระแสสูงในสังคมที่ต้องการให้มีการปฏิรูปการเมือง และมีการ ยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ จึงเป็นโอกาสอันดีที่คนทั้งประเทศจะร่วมกันระดม ความคิดเห็นว่าอยากเห็นอนาคตของประเทศไทยเป็นอย่างไร ประเทศไทยเป็นประเทศที่ดีในขณะเดียวกับที่เป็นประเทศที่มีปัญหา ดำรงอยู่พร้อม ๆ กัน เรามีปัญหาที่หมักหมมมานานที่แก้ไขไม่ได้ อันนำสัง คมไทยเข้าไปสู่ความยุ่งยากมากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาที่ใหญ่ ๆ ยาก ๆ แก้ไม่ได้ด้วยการใช้อารมณ์และใช้ความรุนแรง แต่ ต้องใช้ปัญญา โดยวิเคราะห์เจาะลึกให้เกิดความรู้จริงและนำความรู้จริงนั้นไป เชื่อมโยงกับกระบวนการเรียนรู้ของสังคม จนสังคมเกิดปัญญาและเกิดเจต- นารมณ์ทางการเมืองที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลง เรื่อง "หลักการเพื่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ" ที่ผมเขียนนี้ไม่ได้ตั้งใจจะให้ เป็นต้นแบบ แต่เพื่อเป็นเครื่องกระตุ้นให้สังคมไทยได้ร่วมกันคิดว่าในการยก ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่นี้ เรายกร่างขึ้นบนรากฐานของอะไร ประเทศของเรา มีปัญหาอะไร เราอยากเห็นอนาคตของประเทศไทยเป็นอย่างไร และการที่จะ เป็นอย่างนั้น ประเทศจะต้องมีหลักการ กรอบ กติกา โครงสร้าง และกลไก อย่างไรจึงจะช่วยให้คนไทยสามารถอยู่ร่วมกันด้วยความผาสุก สังคมไทยมีปัญหาใหญ่ ๆ ยาก ๆ ที่ต้องการแก้ไขหลายอย่าง แต่ปัญหา ใหญ่ ๆ ยาก ๆ เหล่านี้ก็ดูเหมือนใหญ่และยากเกินกว่าที่ใครจะคิดว่าแก้ไขได้ แต่ถ้าแก้ไขไม่ได้สังคมก็จะเข้าไปสู่ความยุ่งยากและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ การปฏิรูป การเมืองเป็นตัวอย่างหนึ่งของเรื่องที่ใหญ่และยากที่กำลังท้าทายความ สามารถของสังคมไทย ซึ่งถ้าทำสำเร็จก็จะเป็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด และเป็นกำลังใจที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ต่อไป แต่ถ้าไม่สำเร็จน่ากลัว ว่าบ้านเมืองจะหลุดเข้าไปสู่ความวุ่นวายรุนแรง ฉะนั้นจึงควรที่ท่านทั้งหลายจะพิจารณาใคร่ครวญให้ดี ตั้งอยู่ในความถูก ต้อง และร่วมมือกันทำให้ถูกต้อง เพื่อลูกหลานของเราจะได้สามารถอยู่ร่วม กันด้วยความผาสุก ณ ดินแดนแห่งนี้ ๒๒ การเดินทางแห่งความคิด : ปฏิรูปการเมือง ในการที่จะทำเรื่องยาก ๆ ให้สำเร็จ วิธีการพูดจากันในสังคม โดยเฉพาะ โดยนักวิชาการ สื่อมวลชน และนักการเมือง เป็นปัจจัยสำคัญยิ่ง ถ้าพูดดีทำ ให้สำเร็จง่ายขึ้น ถ้าพูดไม่ดีทำให้ยากหรือไม่สำเร็จเลย เรื่องนี้อาจจะถือหลักวจีสุจริต หรือสัมมาวาจาที่ปรากฏเป็นอันมากในพระ ไตรปิฎกอันเป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า วจีสุจริต ประกอบด้วย ๑. พูดแต่ความจริง มีที่มา มีที่อ้างอิง ๒. เป็นปิยววาจา ๓. พูดถูกกาลเทศะ ๔. พูดแล้วเกิดประโยชน์ ขอนักวิชาการ สื่อมวลชน และนักการเมือง โปรดพิจารณาไตร่ตรองในคำ สอนของพระศาสดาในเรื่องวจีสุจริต เพื่อเป็นปัจจัยให้สังคมไทยมีพลังในการ แก้ปัญหาในเรื่องใหญ่ ๆ ยาก ๆ ได้ ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ถ้าผิดถูกอย่างใดก็ขออภัยด้วยไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่น นอกจากเป็นความปรารถนาของคนแก่คนหนึ่งที่อยากเห็นสังคมไทยมีความ สามารถที่จะอยู่ร่วมกันด้วยความผาสุก ๒๓ PQET # อนาคตของประเทศไทย หลักการเพื่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 1997

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
11% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
9% Match
คุยกับผู้อ่าน : นายแพทย์บุตร ประดิษฐวณิช (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 136 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2533)
9% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• ประชาธิปไตย

• รัฐธรรมนูญ -- ไทย

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 1997

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้