auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงวิกฤติเศรษฐกิจ โดยส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจของคนฐานล่างที่วิกฤติมานาน และเมื่อพิจารณาถึงสาเหตุ มาจาก การเมืองการปกครองที่รวมศูนย์อำนาจ ประสิทธิภาพการทำงานต่ำ แต่มีคอร์รัปชันสูง ระบบการศึกษาที่อ่อนแอทางสติปัญญา สังคมอ่อนแอหรือขาดความเป็นประชาสังคม (Civil society) การที่สังคมไทยจะพ้นวิกฤติได้ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ จากการคิดพึ่งพิงคนอื่น มาเป็นพึ่งตนเอง สร้างความเข้มแข็งให้ตัวเอง ส่วนหนึ่ง คือ การพัฒนาเศรษฐกิจจากพื้นฐานของตนเอง ที่มีจุดเด่น โดยเฉพาะวัฒนธรรมไทยที่ไม่มีประเทศใดเหมือน เช่น อาหารไทย ผักผลไม้ การแพทย์แผนไทย การทอผ้าพื้นเมือง ศิลปหัตถกรรม เป็นต้น นอกจากนั้น ในกระบวนการพัฒนาเศรษฐกิจต้องคำนึงถึงจิตใจ ครอบครัว ชุมชน วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมและการเมือง หรือ เศรษฐกิจแบบบูรณาการ เพื่อการพึ่งตนเองและสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้น
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# เศรษฐกิจแห่งการพึ่งตนเอง ความเข้มแข็งจากฐานล่าง วันเข้าพรรษา+กรกฎาคม+๒๕๔๐ ## ๑. ประเทศไทยเหมือนโรงแรมรอยัลพลาซ่าถล่ม เมื่อหลายปีก่อนโรงแรมรอยัลพลาซ่าที่โคราชถล่มลงมาทั้งหลัง+มีผู้เสียชีวิตเกือบ; ๒๐๐; คน+สาเหตุที่ถล่มก็เพราะไปต่อเติมข้างบนจนหนักฐานล่างรับไม่ไหวจึงถล่ม อะไรที่ข้างบนหนักแต่ฐานล่างไม่แข็งแรงก็จะถล่ม สังคมไทยเป็นสังคมที่หนักข้างบนแต่ฐานล่างอ่อนแอจึงถล่มอาการต่าง ๆ; รวมทั้งการพังทลายทางเศรษฐกิจด้วยคือการถล่ม++ถ้าเราไม่ทำความเข้าใจถึงสาเหตุของการถล่ม+ก็จะถล่มแล้วถล่มอีกเรื่อยไป สิ่งก่อสร้างใดหรือสถาปัตยกรรมใด ๆ+ถ้าฐานล่างแข็งแรงก็สามารถรองรับสิ่งที่ใหญ่และสูงข้างบนได้+แต่ถ้าฐานล่างไม่แข็งแรงสถาปัตยกรรมข้างบนจะใหญ่และสูงไม่ได้++ขืนใหญ่และสูงก็ถล่ม สังคมก็เช่นเดียวกัน+ถ้าฐานล่างไม่เข้มแข็ง+สร้างแต่ข้างบนให้หนักสังคมก็พังทลายลงมา ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์สังคม+ก็จะเห็นได้ว่าโครงสร้างสังคมไทย นั้นข้างบนดูดข้างล่างขึ้นไปหล่อเลี้ยงตลอดเวลา++ถ้าดูดพอทำเนาก็ยังพอประ ๑ # เศรษฐกิจแห่งการเมืองตนเอง ฯ วันเข้าพรรษา กรกฎาคม ๒๕๔๐ คง ๆ; กันไปได้+แต่ระยะหลังข้างบนดูดข้างล่างรุนแรงมาก+เกิด สภาพข้าง ล่างอ่อนแอ+ข้างบนเลอะเทอะ เศรษฐกิจของคนข้างล่างวิกฤติมานานแล้ว++ข้างบนลอยละล่องอยู่ ในฟองสบู่ซึ่งบัดนี้แตกแล้ว+++ที่ว่าวิกฤตนี้คือข้างบนก็วิกฤติด้วยแล้ว หรือ วิกฤติอย่างทั่วถึง+++แต่เครื่องสูบทางเศรษฐกิจที่สูบเอาของคนข้างล่างไป เลี้ยงคนข้างบนก็ยังทำงานอยู่ตามเดิม+คือเมื่อสถาบันการเงินเลอะเทอะจน ซวนเซ+รัฐก็เอาเงินของประเทศไปค้ำจุน+++ที่ว่าเลอะเทอะคือ คนข้างบน โกงกันมาก+ (โดยไม่ถูกลงโทษ -นี้ก็เป็นลักษณะอย่างหนึ่งของสังคมที่หนัก บนอ่อนล่าง+คือถ้าคนจนทำผิดหรือแม้ไม่ผิดก็จะถูกลง โทษหนัก+แต่ถ้า คนรวยทำผิดจะไม่ถูกลงโทษ)++และไปกู้เงินจากต่างประเทศมาหมุนเวียน เก็งกำไรกัน+โดยไม่มีการสร้างสรรค์ทางเศรษฐกิจ เป็นเศรษฐกิจเทียมไม่ ใช่เศรษฐกิจแท้ เมื่อไม่ใช่เศรษฐกิจแท้เงินบาทต้องอ่อนตัวลง แต่ก็เอาเงิน ของประเทศไปอัดฉีดพยุงค่าเทียมไว้เพื่อประโยชน์ของคนบางพวก แต่ใน ที่สุดไปไม่ไหวก็พังทลายลงทั้งแผง+เกิดความทุกข์และขวัญเสียกันถ้วน หน้า ในภาวะเช่นนี้ทุกคนต้องร่วมทุกข์กัน++การร่วมทุกข์ทำให้พอทนได้ หรือความทุกข์ลดลง+แต่ขณะเดียวกันต้องทบทวนสาเหตุเพื่อให้เกิด ปัญญา+ถ้าไม่มีปัญญาก็จะดำเนินไปตามแบบเดิม ๆ;แล้วก็จะถล่มซ้ำ ๆ แต่ แรงขึ้นเรื่อย ๆ;จนเกิดมิคสัญญี++บ้านเมืองยามนี้จะต้องมีความเมตตาและ คงความเอื้ออาทรต่อกันไว้ให้มาก+อย่างไรเสียก็คงไม่เหมือนแอฟริกา ขอบคุณเกษตรกรที่เรายังมีอาหารกินเพียงพอ++ยังเคราะห์ดีที่ที่ดินเกษตร กรรมไม่ถูกเอาไปเก็งกำไรกันหมดจนไม่มีข้าวกิน ## ๒. ครุกรรมของชาติ เรื่องเศรษฐกิจพังทลายนี้เพราะกรรมสะสม+หรือ+collective+กรรม ของชาติ+++เรามีกรรมหนัก ๆ;ในชาติที่นำไปสู่ความล่มสลายอย่างหลีกเลี่ยง ๒ # เศรษฐกิจแห่งการพึ่งตนเอง ฯ วันเข้าพรรษา กรกฎาคม ๒๕๔๐ ไม่พ้น+เพราะสังคมมีกรรมอันใดก็หลีกเลี่ยงผลกรรมอันนั้นไปไม่พ้น กรรมอันหนักหรือครุกรรมของชาติ+ได้แก่ (๑) การเมืองการปกครองที่รวมศูนย์อำนาจ;ที่มีประสิทธิภาพใน การ ทำงานต่ำ+แต่มีคอร์รัปชันสูง (๒) ระบบการศึกษาที่อ่อนแอทางสติปัญญา+ถ้าประเทศโดยรวม มี สติปัญญาต่ำหรือปัญญาอ่อน+ย่อมวิกฤติเรื่อยไป (๓) สังคมอ่อนแอหรือขาดความเป็นประชาสังคม; (Civil+So- ciety) ข้อนี้ก็สัมพันธ์ทางกลับกับข้อ; ๑++ความเป็นประชาสังคมทำให้ เศรษฐกิจดี+การเมืองดี+และศีลธรรมดี+ถ้าขาดความเป็นประชาสังคม เศรษฐกิจก็จะไม่ดี+การเมืองไม่ดี+และศีลธรรมไม่ดี++ไม่ว่าพระจะสอนเรื่อง ศีลธรรมเท่าใด ๆ ทั้ง;๓;ประการเป็นกรรมที่หนักมาก+ถ้าไม่แก้ครุกรรมทั้ง;๓;ก็ไม่มี ทางที่สังคมไทยจะเจริญรุ่งเรืองและสงบสุข++ต้องช่วยกันทำความเข้าใจการ แก้กรรมทั้ง;๓;ของชาติ+ซึ่งจะไม่กล่าวในที่นี้ ## ๓. เศรษฐกิจแห่งการพึ่งตนเอง และความเข้มแข็งของฐานล่าง หลักการที่สำคัญที่สุดทางพุทธศาสนาที่เราไม่ได้นำมาใช้คือ+หลักการ พึ่งตนเอง อัตตาหิ+อัตตโน+นาโถ เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้นั้น+บรรยายกันว่า โลกธาตุสั่นสะเทือน+โลกธาตุ ก็คือจักรวาล++ที่ว่าจักรวาลสั่นสะเทือนนั้นเพราะมีการค้นพบใหม่ว่า+มนุษย์ พึ่งตนเองได้+ก่อนหน้านั้นมนุษย์พึ่งพิงสิ่งภายนอกตัวเอง+เช่น+ต้นไม้+ภูเขา เทวดา+พระอินทร์+พระพรหม++แต่เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้นั้นบรรยายกันว่า พระอินทร์+พระพรหม+ก็มาแสดงความเคารพพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นมนุษย์ แสดงว่ามนุษย์ที่บรรลุความรู้และความดีนั้น+แม้แต่เทวดายังต้องเคารพ ๓ # เศรษฐกิจแห่งการพึ่งตนเอง ฯ วันเข้าพรรษา กรกฎาคม ๒๕๔๐ ## การพึ่งตนเองได้คือความเข้มแข็ง แต่คนไทยอยู่ในระบบอุปถัมภ์มาเสียจนเคย++ ในระบบอุปถัมภ์นั้น สอนให้พึ่งพิงผู้อื่น+เช่น+พึ่งพิงเจ้านาย+พึ่งพิงเจ้าพ่อ+พึ่งพิงข้าราชการ+พึ่ง พิงนักการเมือง+พึ่งพิงโชคชะตา+พึ่งพิงต่างประเทศ เมื่อคิดพึ่งพิงอยู่เรื่อยก็อ่อนแอ ความอ่อนแอก็คือไม่มีภูมิคุ้มกัน+หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง++เมื่อภูมิ คุ้มกันบกพร่องก็เจ็บป่วยและวิกฤติเรื่อยไป ## การที่สังคมไทยจะพ้นวิกฤติได้ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เปลี่ยนวิธีคิดจากการคิดพึ่งพิงผู้อื่นและสิ่งอื่น+มาเป็นคิดพึ่งตนเอง สร้างความเข้มแข็งให้ตัวเอง+สร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเอง และเปลี่ยนวิธีคิดจากการทำให้ฐานล่างอ่อนแอ+มาเป็นสร้างความ เข้มแข็งที่ฐานล่าง+ถ้าฐานแข็งแรงสังคมข้างบนก็เติบใหญ่ด้วยความมั่นคง และยั่งยืน ถ้าเปลี่ยนวิธีคิดใหม่มาเป็นเศรษฐกิจพึ่งตัวเอง+และความเข้มแข็งของ ฐานล่างแล้ว+เราทำอะไรได้มากทีเดียว+และจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพลิกฟื้น ## ๔. เศรษฐกิจจากพื้นฐานของตนเอง ### เศรษฐกิจวัฒนธรรม การพัฒนาหรือการแข่งขันทางเศรษฐกิจ+ควรจะพัฒนาหรือแข่งขัน จากจุดแข็งของตัวเอง++ถ้าแข่งขันจากจุดอ่อนของเราแต่เป็นจุดแข็ง ของ คนอื่นเราก็ลำบาก+เช่น+การเอาเทคโนโลยีและทุนจากต่างประเทศ เข้ามา ผลิตสินค้า+โดยใช้แรงงานราคาถูกในประเทศ+เราตกเป็นเพียงผู้รับจ้างทำ ของและรับผลเสีย+เช่น+ผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม+และตกเป็น ฝ่ายรับ++เมื่อเขาย้ายการผลิตไปประเทศอื่นก็ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของ เรา+เพราะเศรษฐกิจของเราเป็นเศรษฐกิจพึ่งพิงต่างประเทศ ต้องขึ้นกับเขา ว่าเขาจะทำอะไรต่อเรา ๔ # เศรษฐกิจแห่งการพึ่งตนเอง ฯ วันเข้าพรรษา กรกฏาคม ๒๕๔๐ จุดแข็งที่สุดของเราที่คนอื่นไม่มีก็คือวัฒนธรรมไทย++วัฒนธรรมของ แต่ละประเทศเป็นลักษณะจำเพาะของประเทศนั้น ๆ+การที่คนนิยมเดินทาง ไปท่องเที่ยวประเทศต่าง ๆ;เพื่อไปเสพวัฒนธรรม+เช่น ชมโบราณสถาน ชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน+อาหารพื้นเมือง+ศิลปวัฒนธรรม+ศิลปการแสดง เหล่านี้ล้วนเป็นสินค้าวัฒนธรรม+วัฒนธรรมจึงเป็นบ่อเกิดทางเศรษฐกิจที่ สำคัญ วัฒนธรรม+หมายถึง+วิถีทางการดำรงชีวิตทั้งหมด+จึงรวมถึงความ เชื่อ+ระบบคุณค่า+อาชีพ+การกิน+การอยู่+การแต่งตัว+ขนบธรรมเนียม ประเพณี+ศิลปะ+ไปจนกระทั่งนิสัยใจคอและวิธีแก้ปัญหา+การดำรงรักษา สุขภาพหรือการแพทย์พื้นบ้าน+เหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องเศรษฐกิจทั้งสิ้น ถ้าใส่การวิจัยและการจัดการไปในเรื่องวัฒนธรรมให้มาก+เศรษฐกิจ วัฒนธรรมจะก่อให้เกิดและกระจายได้อย่างสำคัญ ควรมีการวิจัยวัฒนธรรมในทุกจังหวัดและทุกตำบล+ให้รู้ว่าเรามีของ ดีอะไรอยู่ที่ไหนบ้าง++การรู้และเห็นคุณค่าของของดีในชุมชนท้องถิ่นจะทำ ให้ชุมชนท้องถิ่นมีศักดิ์ศรี++การมีศักดิ์ศรีทำให้มีความสุข+“การกระจาย อำนาจทางวัฒนธรรม”++จะลดความเครียดในสังคม+และเปิดโอกาสให้ ชุมชนท้องถิ่นมีทางออก++ความรู้ทางวัฒนธรรมเป็นประโยชน์ต่อ;การท่อง เที่ยว+ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ+ซึ่งจะเพิ่มพูนและกระจายรายได้ อย่างสำคัญ อาหารไทย;นอกจากอร่อย+สวย+แล้วยังมีคุณค่าต่อสุขภาพมาก กว่าอาหารฝรั่ง+จนพูดได้ว่าอาหารไทยเป็นอาหารสุขภาพ+(Thai+Food- Health+Food)+ขณะนี้ทั่วโลกกำลังคลั่งไคล้เรื่องอาหารสุขภาพกันมาก ควรจะรวบรวมหลักฐานทางวิชาการมาสนับสนุนให้เห็นว่า+อาหารไทยเป็น อาหารสุขภาพ+และส่งเสริมให้เกิดความนิยมอาหารไทยทั้งในประเทศและ ต่างประเทศทั่วโลก ผักและผลไม้;ถ้าบริโภคมาก ๆ;จะลดการเป็นมะเร็ง+ลดการเป็นโรค ๕ # เศรษฐกิจแห่งการเมืองตนเอง ฯ วันเข้าพรรษา กรกฎาคม ๒๕๔๐ หัวใจ+และลดการเป็นโรคสมองเสื่อม+yิ่งบริโภคผักผลไม้กันมาก ๆ+เกษตร- กรยิ่งมีรายได้มากขึ้น++และมีการปลูกต้นไม้มากขึ้น+++ประเทศไทยมีผลไม้ ที่ดีมาก+แต่ยังส่งไปขายทั่วโลกไม่ได้+ควรจะทุ่มการวิจัยที่จะเก็บผักผลไม้ ได้คงทน+การบรรจุหีบห่อ+การขนส่ง+การตลาดในต่างประเทศ+ให้เรา สามารถส่งผลไม้และอาหารไทยไปขายได้ทั่วโลก+เช่น+เราควรทำและส่ง Instant+ต้มยำไปขายให้ได้ทั่วโลก การแพทย์แผนไทย;ก็เป็นวัฒนธรรมไทย++ถ้าศึกษาค้นคว้าและส่ง เสริมให้มีบริการการแพทย์แผนไทยอย่างทั่วถึง+เช่น+การนวด+การประคบ ด้วยสมุนไพร+การใช้สมุนไพร+และการพัฒนายาสมุนไพรที่มี คุณภาพ ดี+รวมทั้งการส่งออกสมุนไพรซึ่งมีตลาดที่ใหญ่มาก+จะเกิดเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม+เกษตรกรรม+ที่เชื่อมโยงกันขนาดใหญ่+++เป็นการ กระจาย รายได้สู่ชุมชน++และเป็นการสร้างความเป็นป่าให้กลับคืนมา ผ้าทอพื้นเมือง+เรามีวัฒนธรรมการทอผ้าพื้นเมืองอันสวยงามของ ท้องถิ่นต่าง ๆ+ถ้าได้รับการส่งเสริมให้ดีขึ้น++และได้รับความนิยมทั้งในประ เทศและต่างประเทศ+ก็จะเป็นเศรษฐกิจวัฒนธรรมใหญ่อีกอย่างหนึ่ง ศิลปหัตถกรรม+ถ้าคนไทยนิยมกระเป๋ากุชชี่+หลุยส์วิตตอง+ต่าง ประเทศก็จะโกยเงินของเราไป+แต่ถ้าเรานิยมย่าม+ชาวบ้านไทยก็จะได้ราย ได้เพิ่มขึ้น++เครื่องจักสาน+กระบุง ตะกร้า+ที่ทำด้วยไม้ไผ่ หรือหวายของ เราสวยกว่าถังพลาสติกเป็นไหน ๆ+ไม้แกะสลักลายสวย ๆ;ก็เป็นที่ต้องการ ของต่างประเทศ+เป็นต้น พระพุทธศาสนา+พระพุทธศาสนานี้เป็นสิ่งที่คนไทยรับเป็นคุณค่าก็ เป็นวัฒนธรรมไทยด้วยเหมือนกัน++ขณะที่ชาวโลกกำลังประสบความแห้ง แล้งทางจิตใจ+และโหยหาความสุขทางจิตวิญญาณ++ถ้าเราพัฒนาคนไทย ให้สามารถอธิบายพุทธศาสนามาได้จับใจผู้คนและมีการจัดการที่ดี+พุทธ- ศาสนาในประเทศไทยก็จะเป็นแรงดึงดูดให้ผู้คนอยากเดินทางเข้ามาเพื่อ พัฒนาจิตวิญญาณ+เป็นประโยชน์แก่ชาวโลกและเป็นประโยชน์กับประ- ๖ # เศรษฐกิจแห่งการพึ่งตนเอง ฯ วันเข้าพรรษา กรกฎาคม ๒๕๔๐ เทศไทยเอง+ทั้งทางเศรษฐกิจ++และทางที่จะรื้อฟื้นความสนใจในหมู่คนไทย ด้วยกันเอง++ให้เห็นคุณค่าของของดีที่เรามีอยู่ ดนตรีและศิลปการแสดง++ไมเคิล+แจ็คสัน+มาแสดงในประเทศไทย ทีหนึ่งก็โกยเงินคนไทยไปเป็นจำนวนมาก++เราควรจะพัฒนาดนตรีไทย และศิลปการแสดงให้ได้รับความนิยม++ตรงนี้ก็เป็นเศรษฐกิจวัฒนธรรมที่ ใหญ่อีกอย่างหนึ่ง ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงตัวอย่างเศรษฐกิจวัฒนธรรม+เพื่อให้เห็นว่า วัฒนธรรมกับเศรษฐกิจนั้นเชื่อมโยงกัน++และเศรษฐกิจวัฒนธรรมเป็น เศรษฐกิจที่อยู่บนพื้นฐานความเข้มแข็งของเราเอง+เชื่อมโยงกับการกระ- จายรายได้ที่ดี+เพราะวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่ชาวบ้านปฏิบัติอยู่+และเชื่อมโยง กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม++และคุณค่าที่ดีงาม+ฉะนั้นจึงควรมี;ยุทธศาสตร์ เศรษฐกิจวัฒนธรรม ในยุทธศาสตร์นี้ควรคำนึงถึงการวิจัย+การจัดการ++และการสร้างความ เข้าใจในคุณค่าของวัฒนธรรมไทย++สื่อมวลชนเป็นประตูวัฒนธรรม+จึง เป็นจริยธรรมที่สื่อมวลชนควรจะต้องเข้าใจเรื่องวัฒนธรรม++ควรมีการจัด หลักสูตรวัฒนธรรมศึกษาสำหรับสื่อมวลชนและบุคคลสาธารณะ+โดยจัด ให้สนุก+น่าสนใจ+น่านิยม++และมีการตกลงกันในระดับนโยบาย+ที่จะให้สื่อ มวลชนทุกแขนงได้เข้าเรียนในหลักสูตรวัฒนธรรมศึกษา ถ้าสังคมไทยมีสติและมีปัญญาในวัฒนธรรมแล้ว+จะสามารถพึ่งตน เองทางเศรษฐกิจได้++ในครั้งโบราณเราก็พึ่งตนเองทางเศรษฐกิจได้+เป็น เศรษฐกิจวัฒนธรรม++เมื่อเราตกเป็นทาสทางวัฒนธรรมต่างชาติ+เราก็ตก เป็นทาสเขาทางเศรษฐกิจด้วย ## ๕. เศรษฐกิจบูรณาการ เศรษฐกิจที่คำนึงถึงแต่เงินโดยไม่คำนึงถึงจิตใจ+ครอบครัว+ชุมชน วัฒนธรรม+สิ่งแวดล้อม++และการเมือง+เรียกว่าเศรษฐกิจแบบแยกส่วน การ ๗ # เศรษฐกิจแห่งการพึ่งตนเอง ฯ วันเข้าพรรษา กรกฎาคม ๒๕๔๐ ทำอะไร ๆแบบแยกส่วนก็จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อส่วนอื่น ๆ+และเกิด สภาวะวิกฤติ++วิกฤติการณ์ของประเทศและของโลก+เกิดจากความคิด แบบแยกส่วน+และการกระทำแบบแยกส่วน การเปลี่ยนวิธีคิดอย่างหนึ่งก็คือ+เปลี่ยนจากการคิดแบบแยกส่วน เป็นการคิดแบบเชื่อมโยงเป็นบูรณาการหรือเป็นองค์รวม เศรษฐกิจแห่งการพึ่งตนเองและความเข้มแข็งของฐานนี้++เป็น เศรษฐกิจแบบบูรณาการ+คือมีการเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจ+จิตใจ+สังคม วัฒนธรรม+สิ่งแวดล้อม และการเมือง พร้อมกันไปในตัว เศรษฐกิจแบบนี้ จะทำให้เกิดความเป็นป่ากลับคืนมา+ครอบครัวอบอุ่น+ชุมชนเข้มแข็งมีการ อนุรักษ์และพัฒนาวัฒนธรรม+พร้อม ๆกับความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และ การพัฒนาจิตใจ++สิ่งเหล่านี้ทำได้ไม่ยาก+ขอให้เปิดใจและปรับวิธีคิดใหม่ เท่านั้น ## ๖. เศรษฐกิจของตำบล+โดยตำบล+และเพื่อตำบล นี่ก็เป็นการปรับวิธีคิดใหม่อีกอย่างหนึ่ง+คือจากการคิดถึงตำบลใน ฐานะเป็นหน่วยการปกครอง+มาเป็นหน่วยพัฒนาเศรษฐกิจพึ่งตนเอง ถ้า ยังคิดเรื่องตำบลในกรอบการปกครองจะเกิดการพัฒนาซ้ำมาก+ติดขัด+และ นำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง++แย่งผลประโยชน์++แต่ถ้าคิดถึงตำบลในฐานะ เป็นหน่วยพัฒนาการเศรษฐกิจพึ่งตนเองแบบบูรณาการ+จะมีความร่วมมือ กัน++และเกิดการพัฒนาอย่างรวดเร็วจากพื้นฐาน การพัฒนาเศรษฐกิจพึ่งตนเองในตำบล+หมายถึงกิจกรรมทาง เศรษฐกิจที่คนทั้งตำบลร่วมคิด+ร่วมทำ+และร่วมได้ประโยชน์++เป็น เศรษฐกิจของตำบล+โดยตำบล+และเพื่อตำบล โดยพัฒนาการเรียนรู้++พัฒนาครอบครัว+พัฒนาชุมชน+วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม+พร้อมกันไป++หรืออีกนัยหนึ่ง+อาศัยเศรษฐกิจหรือการ สร้างรายได้++เป็นตัวนำไปสู่การพัฒนาในมิติอื่น ๆ;พร้อมกันไป+การพัฒนา ๘ # เศรษฐกิจแห่งการพึ่งตนเอง ฯ วันเข้าพรรษา กรกฎาคม ๒๕๔๐ ## ศูนย์ส่งเสริมวิชาการ * กลุ่มเกษตรผสมผสาน * หัตถกรรม * ประวัติศาสตร์ * วัฒนธรรม * สังคมเศรษฐกิจตำบล * อบต. * ป่าชุมชน * ความหลากหลายทางชีวภาพ * พิพิธภัณฑ์ตำบล * โรงเรียนและวัด * กองทุนตำบล * อุตสาหกรรมชุมชน * ศูนย์การแพทย์แผนไทย * บริษัทชุมชนตำบลทำธุรกิจชุมชน ปั๊มน้ำมัน+อาหาร+อาหารปลอดสารพิษ การท่องเที่ยว+ฯลฯ บริษัทธุรกิจเพื่อชุมชน ในมิติต่าง ๆ; เหล่านี้จะเสริมซึ่งกันและกันดังนี้ **กิจกรรมทางเศรษฐกิจ+ประกอบด้วยกลุ่มที่ทำเกษตรผสมผสาน** มากที่สุด+เพราะทำให้พอกินพอใช้+และผลิตอาหารเกิน++นอกจากนั้นการปลูกไม้ยืนต้น+นอกจากสร้างความเป็นป่าแล้ว+ยังสามารถเลือกตัดไปทำกระดานอันสวยงามซึ่งมีราคาแพง+และมีตลาดใหญ่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด **กลุ่มผลิตสินค้าหัตถกรรม+สามารถประดิษฐ์สินค้าศิลปหัตถกรรม** อันสวยงามน่าใช้ **อุตสาหกรรมชุมชน+เช่น+โรงสีข้าวชุมชน+และการแปรรูปอาหาร** อุตสาหกรรม++ชุมชนควรแปรรูปอาหารที่มีคุณภาพ+ให้สามารถนำไปวาง ๙ # เศรษฐกิจแห่งการเมืองตนเอง ฯ วันเข้าพรรษา กรกฎาคม ๒๕๔๐ ขายในร้านค้าในเมืองได้+เป็นการประชาสัมพันธ์ชุมชนไปด้วยในตัว และ ในอนาคตสามารถส่งออกได้ด้วย ศูนย์การแพทย์แผนไทย+แต่ละตำบลควรมีศูนย์การแพทย์แผน ไทยหนึ่งแห่ง+บริการพื้นฐานคือ+การนวดแผนไทย+การประคบด้วยสมุน ไพร+การจำหน่ายยาสมุนไพร+โดยผู้ให้บริการเป็นเกษตรกรที่ได้รับการ อบรม++บริการนี้ถ้าทำให้สะอาด+มีคุณภาพดี+คนในเมืองก็จะมารับบริการ จะเป็นทางสร้างรายได้เข้าชุมชนอีกทางหนึ่ง บริษัทชุมชนตำบล+โดยสมาชิกในตำบลทุกคนเป็นหุ้นส่วนบริษัท ทำธุรกิจในหลายอย่าง+เช่น+เป็นเจ้าของปั๊มน้ำมัน+ขายอาหาร+ขายอาหาร ปลอดสารพิษ+จำหน่ายสมุนไพร+จัดการการท่องเที่ยวในตำบล กองทุนออมทรัพย์ตำบล+ให้มีการจัดตั้งกองทุนออมทรัพย์ตำบล โดยสมาชิกทั้งตำบลออมทรัพย์และฝาก++ทุนนี้ให้สมาชิกกู้ไปลงทุนทาง เศรษฐกิจต่าง ๆ+ดอกผลนอกจากปันให้ผู้ฝากแล้ว+ยังสามารถแบ่งไปหนุน กิจการต่าง ๆของชุมชน++กองทุนนี้เปรียบเสมือนธนาคารของชุมชน+จะ ช่วยชุมชนให้เข้มแข็ง โรงเรียนและวัด+เป็นศูนย์กลางของความรู้ข้อมูลข่าวสารของตำบล และเพื่อตำบล++ครูกับพระควรร่วมกันให้มีการศึกษาประวัติศาสตร์+วัฒน- ธรรม+สังคม+เศรษฐกิจ+และความหลากหลายทางชีวภาพ++ความรู้เหล่านี้ จะเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ+เช่น+ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในตำบล+ความ รู้เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพก็จะเป็นบ่อเกิดของสมุนไพร+เป็นต้น พิพิธภัณฑ์ตำบล+ควรจะเลือกวัดใดวัดหนึ่งที่เหมาะสมเป็นพิพิธ- ภัณฑ์ตำบล++ใครมีของเก่าอะไรก็เอามาเก็บรักษาที่วัด+และศึกษาความเป็น มา++พิพิธภัณฑ์ตำบล+นอกจากจะช่วยในการเก็บรักษาของเก่าแล้วจะช่วย ให้คนในตำบลเข้าใจในรากเหง้าของตนเอง+เป็นการยกระดับจิตใจ และจิต วิญญาณ+ให้พลังแก่ชุมชน++และช่วยให้คนอยากมาท่องเที่ยวที่ตำบลด้วย ๑๐ # เศรษฐกิจแห่งการพึ่งตนเอง ฯ วันเข้าพรรษา กรกฎาคม ๒๕๔๐ **อบต. +องค์การบริหารส่วนตำบล** เป็นองค์กรที่มีอำนาจทางการเมือง- การปกครอง++อบต. ควรดูแลผลประโยชน์ของชุมชนทั้งหมด เช่น+ที่ ดิน+ป่าไม้+ป่าชุมชน+แหล่งน้ำ++รายได้จากภาษีอากร+โรงเรียนและวัดควร เปลี่ยนมาสัมพันธ์กับชุมชน++หน่วยเหนือที่เคยบังคับบัญชานั้นเปลี่ยนมา เป็นสนับสนุน++อบต. สามารถเอื้ออำนวยให้ตำบลทำกิจกรรมทางเศรษฐ- กิจที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดได้+โดยร่วมกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของชุม ชน ด้วยวิธีดังกล่าว อบต. จะมีพัฒนาการและวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว++ถ้า สนใจ;อบต. แต่ในกรอบของการเมือง+อบต. จะพัฒนาซ้ามาก **การสนับสนุนโดยองค์กรภายนอกตำบล++กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ของตำบลต้องการการสนับสนุนโดยองค์กรภายนอก+เช่น** **การส่งเสริมอุตสาหกรรม++สนับสนุนในการแปรรูปอาหารและมาตร- ฐานสินค้า** ศูนย์วิชาการการเกษตร+ที่สนับสนุนทางวิชาการเกี่ยวกับคุณภาพดิน และเลือกพันธุ์พืช+ฯลฯ+โดยอาจมีอำเภอละหนึ่งศูนย์+แต่ควรมีความเข้ม แข็งที่จะสนับสนุนตำบลได้จริง บริษัทธุรกิจเพื่อชุมชนขนาดใหญ่+ที่เชื่อมโยงกับผู้บริโภคในเมือง และในต่างประเทศ+เพื่อโยงธุรกิจของชุมชนให้ยาวขึ้น++และลดความเสี่ยง ให้ชุมชน++บริษัทธุรกิจเพื่อชุมชนนี้+อาจเกิดจากบริษัทเอกชนล้วน ๆ;ที่เข้า ใจเรื่องนี้++หรือหากทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ร่วมมือกับเอกชนตั้ง บริษัทธุรกิจเพื่อชุมชนขนาดใหญ่+ก็จะเป็นการเพิ่มพลังให้ฐานรากของสังคม อย่างสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนอื่น ๆ;ที่จะทำได้อีกมาก+โดยเฉพาะกระ ทรวงการคลัง++ถ้าเข้าใจแนวคิด;**การคลังเพื่อสังคม**;ก็จะเป็นกำลังสำคัญ ในการหนุนความเข้มแข็งจากฐานล่าง ถ้าหน่วยราชการ+ภาคธุรกิจ+ภาควิชาการ+ภาคองค์กรเอกชน+เข้าใจ รูปแบบเศรษฐกิจตำบลดังกล่าวมาข้างต้น+ก็สามารถสนับสนุนตำบลเป็น ๑๑ # เศรษฐกิจแห่งการพึ่งตนเอง ฯ วันเข้าพรรษา กรกฎาคม ๒๕๔๐ ตำบล ๆ;ให้สามารถพัฒนาเศรษฐกิจของตนได้++ข้อสำคัญควรเข้าใจว่าต้อง ส่งเสริมสนับสนุนประชาชนในตำบลให้สามารถรวมตัวกัน+มีการเรียนรู้และ มีการจัดการได้ด้วยตนเอง+ตำบลจึงจะพึ่งตนเองและปรับตัวได้++ไม่ใช่ หน่วยงานต่าง ๆ;เข้าไปทำแทนประชาชนในตำบล+ซึ่งจะทำให้เขาอ่อนแอ พึ่งตนเองไม่ได้ ตำบลทั้งประเทศมี;๖,๐๐๐;กว่าตำบล+ถ้าทุกตำบลเข้มแข็ง+พึ่งตน- เองได้+ก็จะเป็นฐานทางเศรษฐกิจ+จิตใจ+สังคม+วัฒนธรรม+สิ่งแวดล้อม และการเมือง+พร้อมกันไป++ฐานทางเศรษฐกิจที่ใหญ่จะเพิ่มอำนาจซื้อของ คนทั้งประเทศ+ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจข้างบนดีขึ้นด้วย+(trickle+up) ## ๗. สรุป การพึ่งตนเองเป็นหลักการที่สำคัญในทางพระพุทธศาสนา++การพึ่ง ตนเองได้+หมายถึงความเข้มแข็ง+ความยั่งยืน+ความเป็นอิสระ+การมีภูมิ คุ้มกัน++เศรษฐกิจกระแสหลักควรเป็นเศรษฐกิจแห่งการพึ่งตนเอง การ พึ่งตนเองต้องคำนึงถึงพื้นฐานของตนเอง+พื้นฐานของสังคมคือวัฒนธรรม วัฒนธรรมของประเทศใดก็เป็นจุดแข็งของประเทศนั้น++วัฒนธรรมเกี่ยว ข้องกับเศรษฐกิจ+++เศรษฐกิจวัฒนธรรม+จึงเป็นเศรษฐกิจที่อยู่บนพื้นฐาน ความเข้มแข็งของตนเอง++เศรษฐกิจวัฒนธรรมไม่ใช่เศรษฐกิจที่คำนึงถึง เงินโดด ๆ+แต่เป็นเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงเป็นบูรณาการกับจิตใจ สังคม+วัฒน- ธรรม+สิ่งแวดล้อม+และการเมือง+พร้อมกันไป สังคมที่จะเข้มแข็งและมั่นคงนั้นฐานล่างต้องแข็งแรง+ถ้าพัฒนาแต่ ข้างบน+โดยชอนเซาะให้ข้างล่างอ่อนแอ+สังคมทั้งสังคมจะถล่ม++การ พัฒนาเศรษฐกิจจึงควรพัฒนาความเข้มแข็งจากฐานล่าง+ได้ยกตัวอย่างรูป แบบพัฒนาการเศรษฐกิจของตำบล+โดยตำบล+และเพื่อตำบล+ซึ่งสามารถ พัฒนาเศรษฐกิจได้ทั้งทางเกษตรกรรม+อุตสาหกรรมชุมชน+ธุรกิจ ชุมชน ซึ่งรวมถึงการท่องเที่ยวที่จัดการโดยชุมชน+และเชื่อมโยงไปถึงการส่งออก ๑๒ # เศรษฐกิจแห่งการพึ่งตนเอง ฯ วันเข้าพรรษา กรกฎาคม ๒๕๔๐ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของตำบล+ทั้งนี้โดยกระบวนเรียนรู้และการจัดการของชุมชน เชื่อมโยงกับการสนับสนุนส่งเสริมจากภายนอก++ถ้าเศรษฐกิจของตำบล เข้มแข็งหมดทุกตำบล+ทั่วประเทศ++ก็เท่ากับเรามีฐานใหญ่ทางเศรษฐกิจ+จิต ใจ+สังคม+วัฒนธรรม+สิ่งแวดล้อม++และการเมือง+++ฐานล่างที่เข้มแข็งของ สังคม+จะช่วยให้สังคมส่วนบนเติบโตด้วยความมั่นคงและยั่งยืน ๑๓ PQET # เศรษฐกิจแห่งการพึ่งตนเอง ความเข้มแข็งจากฐานล่าง ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
เศรษฐกิจ
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 1997
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• เศรษฐกิจพอเพียง
• การพัฒนาชุมชน -- แง่เศรษฐกิจ
history_eduหมวดหมู่
เศรษฐกิจ
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 August 1997
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้