auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
ปาฐกถาในงานจิตตปัญญาศึกษาเฟสติวัล ณ สวนสิรีรุกขชาติ ศาลายา มหาวิทยาลัยมหิดล ในวันที่๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# จิตตปัญญาศึกษา สู่สุขภาวะสูงสุดและอารยธรรมใหม่ ประเวศ วะสี มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติและมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ปาฐกถาในงานจิตตปัญญาศึกษาเฟสติวัล ณ สวนสิรีรุกขชาติ ศาลายา มหาวิทยาลัยมหิดล ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ๑ # ๑. ## ภาพรวมจิตตปัญญาศึกษากับวิกฤตโลก จิตตปัญญาศึกษาเป็นเครื่องมือสร้างศักยภาพสูงสุดแห่งความเป็นมนุษย์ เพื่อให้เผชิญกับวิกฤต โลกในปัจจุบันอันไม่มีทางออก มนุษย์เป็นสัตว์ที่ฉลาดที่สุดบนพื้นพิภพ แต่กลับไม่สามารถสร้างการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ทั้ง ระหว่างคนกับคน และระหว่างคนกับธรรมชาติแวดล้อม มีการทำลายธรรมชาติอย่างรุนแรง จนมีผู้ กล่าวว่าธรรมชาติสิ้นสุดแล้ว - The End of Nature สังคม เศรษฐกิจ มีความเหลื่อมล้ำอย่างรุนแรง เรียกว่ามีการเสียสมดุลอย่างรุนแรงทุกมิติจนถึงตัวมนุษย์เอง อะไรที่เสียสมดุล ย่อมปั่นป่วน วุ่นวาย รุนแรง โกลาหล ไม่ยั่งยืน จนมีผู้สรุปว่าอารยธรรมปัจจุบันวิกฤตจนไม่มีทางไปในรูปเดิมแล้ว คำถาม คือ ทำไมทั้ง ๆ ที่มนุษย์ก็มีศักยภาพสูงจึงไม่สามารถแก้วิกฤตโลกได้ คำตอบเบื้องต้น คือ มนุษย์ถูกทำให้ด้อยศักยภาพ ระบบต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นมามีอำนาจใหญ่โตเหนือมนุษย์ เช่น ระบบการเงิน ระบบพลังงาน ระบบ การสื่อสาร ระบบการทำสงคราม มีนักปั่นการเงิน นักปั่นพลังงาน นักปั่นข่าวสาร นักปั่นสงคราม เพียง ไม่กี่คน ก็มีอำนาจครอบงำคนทั้งโลก มนุษย์จึงถูกลดทอนศักดิ์ศรีและศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์ ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ ใหญ่โตเกินตัวได้ ทำอย่างไร ๆ ก็ไม่มีทางออกจากวิกฤต มีทางเดียวเท่านั้น คือ ต้องหันมาหาศักยภาพสูงสุดในตัวมนุษย์ที่ซ่อนเร้นหลับไหลอยู่ในตัว ที่ ธรรมชาติได้ให้เครื่องมือไว้ ธรรมชาติฉลาดที่สุดดูเหมือนจะรู้ล่วงหน้าว่าในอนาคตจะต้องเผชิญ ๒ # ๒. ## มนุษย์มีศักยภาพที่จะเข้าถึงสิ่งสูงสุด ### ความจริง - ความดี - ความงาม คือสิ่งสูงสุด มนุษย์มีสมองส่วนหน้าที่ทำให้เข้าถึงสิ่งสูงสุด เมื่อเข้าถึงความจริงสูงสุดจะทำให้เกิดความสุข สูงสุด ประสบความงามอันล้นเหลือ และมีไมตรีจิตอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่ง แต่มนุษย์ถูกโปรแกรมมาให้ใช้สมองส่วนหลัง ซึ่งเป็นสมองสัตว์เลื้อยคลาน (Reptilians) เพื่อ ความอยู่รอดด้วยการต่อสู้ แย่งชิง หลอกลวง เพราะมนุษย์มีชีวิตอยู่ในยุคดึกดำบรรพ์ยาวนานถึง ๑๙๐,๐๐๐ ปี ซึ่งเป็นชีวิตในป่าดงพงพี เต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและอันตรายต่าง ๆ สมองจึงถูกโปรแกรมมา ให้ทำหน้าที่ปกป้องหลบภัยจากอันตรายต่าง ๆ เหล่านั้น จนเป็นสัญชาตญาณ และเป็นสัญชาตญาณที่ ทำให้ยึดมั่นใน**ตัวตนหรืออัตตา** แม้ต้องเป็นเช่นนี้เพื่อความอยู่รอด ตัวตนก็เป็นที่แคบ เมื่อแคบก็บีบคั้น จิตที่มีตัวตนเป็นใหญ่จึงถูกบีบคั้น ก่อให้เกิดทุกข์แก่ตัวอื่นและผู้อื่น ### สมองสัตว์เลื้อยคลานจึงกำหนดความเป็นไปของโลก ในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีอายุประมาณ ๕๐๐ ปี เริ่มต้นเมื่อชาวยุโรปค้นพบวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีอันมีอำนาจมาก จึงใช้อำนาจที่พบใหม่นี้ไปแย่งชิงทั่วโลกและสร้างอารยธรรมตะวันตกขึ้นมา ซึ่งมีความเจริญทางวัตถุมากแต่เสียสมดุลอย่างรุนแรง จึงปั่นป่วน วุ่นวาย รุนแรง โกลาหล ไม่ยั่งยืน ในสภาวะเช่นนี้ แทนที่มนุษย์จะมีความสุขกลับประสบความทุกข์ ความคับแค้นต่าง ๆ นานา กันทั่วโลก แทนที่จะมี**สุขภาวะด้วยความรู้ความเจริญสมัยใหม่** กลับประสบ**ทุกขภาวะกันถ้วนหน้า** ความต้องการมากที่สุดแต่ขาดแคลนที่สุด คือ **ความสุข** แต่มักจะได้ทุกข์แทนหรือความสุข เทียมที่พลิกเป็นทุกข์ได้ง่าย ๆ การพัฒนาทางเทคโนโลยี เศรษฐกิจ การเมือง การศึกษา ที่ทำกันอยู่ใน ปัจจุบันไม่ทำให้โลกหายวิกฤต จำเป็นต้องหันมาหาศักยภาพสูงสุดในตัวมนุษย์แต่ละคน ๓ # ๓. ศักยภาพสูงสุดของความเป็นมนุษย์ ศักยภาพสูงสุดของความเป็นมนุษย์ คือ การเข้าถึงสิ่งสูงสุด ได้แก่ การเข้าถึงความจริงสูงสุด ทำให้เกิดสุขภาวะสูงสุด หรือสุขภาวะทางปัญญา **ความงาม** เมื่อเข้าถึงความจริงก็ปรากฏความงามอยู่ทั่วไป จิตใจได้รับรู้ความงามเป็นกำไรชีวิต **ความดี** เกิดไมตรีจิตอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่ง อันเป็นไปเพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยดี หรือการปฏิวัติสัมพันธภาพ สัมพันธภาพที่ดีเป็นปัจจัยแห่งความสุข **สุขภาวะทางปัญญา** เป็นผลจากการเข้าถึงสิ่งสูงสุด จึงเป็นสุขภาวะสูงสุดอันเป็นไปเพื่อการอยู่ ร่วมกันอย่างสันติ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติย้อนกลับมาเพิ่มพูนความสุขให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป **ปัญญา ไมตรีจิต การอยู่ร่วมกัน** คือไตรยางค์แห่งความเจริญที่แท้จริง อันเกิดจากศักยภาพ สูงสุดแห่งความเป็นมนุษย์ **จิตตปัญญาศึกษา** ที่ปลุกการตื่นรู้สู่ศักยภาพในตัวมนุษย์ จึงมีผลใหญ่ถึงเพียงนี้ อะไรที่มีผลใหญ่ก็ ควรทำให้มาก "พหุลีกะตา มหัปผลา" ๔ # ๔. ## จิตตปัญญาศึกษาคืออะไร จิตตปัญญาศึกษา คือ การศึกษาให้รู้จิตของตนเอง การศึกษาให้รู้วิชา กับการศึกษาให้รู้จิตต่างกัน วิชาเป็นเรื่องภายนอก เรียนรู้โดยข้อมูลและการคิดด้วยตรรกะ จิตเป็นเรื่องภายใน คือ ใจที่ไร้รูป เคลื่อนไหวรวดเร็วยิ่ง การคิดไม่สามารถทำให้เข้าใจความจริง ของจิตได้ ตรงข้ามการคิดยังเกิดจากการปรุงแต่งปัจจัยอันหลากหลาย ประกอบด้วยมายาคติมากมาย ไม่สามารถเข้าถึงความจริงทางจิตได้ ต้องอาศัยจิตที่สงบบรู้ความจริงของปัจจุบันจึงจะรู้ทันจิต จิตที่รู้ความจริงของปัจจุบัน คือ สติ สติ จึงเป็นทางอันเอกให้เข้าถึงความจริง การเข้าถึงความจริง คือ ปัญญา จิตตปัญญาศึกษาใช้วิธีการต่าง ๆ สู่ประตูสติเพื่อเข้าไปสู่ปัญญา วิธีการต่าง ๆ ของจิตตปัญญาศึกษา มีทั้งวิธีที่เป็นศาสนาที่เรียกว่า ภาวนา (Meditation) ซึ่งมี มาแต่เดิมทุกศาสนา แต่มีวิธีการอื่น ๆ ที่ไม่เรียกว่าเป็นศาสนา อันเป็นทางไปสู่สติหรือกำกับด้วยสติ เช่น กิจกรรม ทางกาย ทางศิลปะ ทางการทำงานและทางสังคม รวมกันทุกวิธี มีชื่อว่าจิตตปัญญาศึกษา เป็นคำกลาง ๆ รวมถึงเป็นการสื่อถึงผู้ที่เกลียดหรือกลัวคำว่าศาสนา สรุปจิตตปัญญาศึกษา เป็นปฏิบัติศึกษาด้วยวิธีอันหลากหลาย เพื่อให้เกิดปัญญา รู้ความจริง ของจิต อันก่อให้เกิดการตื่นรู้ ๕ สติ # การตื่นรู้ * การสัมผัสธรรมชาติ ที่เชื่อมโยงกว้างไกล * การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ * การทำกิจเพื่อสังคม * การภาวนา * กิจกรรมทางกาย อย่างมีสติ * การทำงาน อย่างมีสติ * งานศิลปะ จากความงาม สู่ความจริง * การทำความดี เข้าสู่ความงาม ความจริง รูปที่ ๑ พหุวิธีสู่การตื่นรู้ ทั้งหมดอาจเรียกว่า ภาวนา ภาวนา คือ การทำให้เกิดหรือพัฒนา ๖ # ๕. ## สุขภาวะที่สมบูรณ์ของมนุษยชาติทั่วโลก (Complete well - being of mankind around the world) คือ อุดมการณ์อันสูงส่งขององค์กรพัฒนาจำนวนมาก เช่น องค์การอนามัยโลก มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ ฯลฯ สุขภาวะที่สมบูรณ์ มีความหมายลึกและครอบคลุมที่สุด องค์การอนามัยโลกได้ให้คำจำกัดความของสุขภาพไว้ว่า Health is complete well - being, physically, mentally, socially (and spiritually) สุขภาวะที่สมบูรณ์ ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางจิตวิญญาณ (หรือทางปัญญา) สุขภาวะที่สมบูรณ์ จึงสูงส่งและครอบคลุมทั้งหมด จึงควรเป็นเป้าหมายสูงสุดของมนุษยชาติร่วมกันทั้งโลก อาจเรียกว่าเป็น "สิ่งสูงสุด" ก็ได้ สุขภาวะทางจิตวิญญาณ (spiritual health) แปลอีกอย่างหนึ่งว่า สุขภาวะทางปัญญา เพราะ Spiritual หมายถึงการเข้าถึงความจริงสูงสุดเหนือตัวตน การเข้าถึงความจริงก็คือ ปัญญา ปัญญา เข้าถึงความจริงสูงสุด ทำให้เกิดความสุขสูงสุด สุขภาวะทางปัญญา จึงเป็น ความสุขสูงสุด - ปรมัง สุขัง จิตตปัญญาศึกษาทำให้เกิดสุขภาวะทางปัญญา ซึ่งเป็นความสุขสูงสุด สุขภาวะทางปัญญาช่วยให้ความเป็นมนุษย์สมบูรณ์ สิ่งที่มนุษย์ต้องการมากที่สุดคือความสุข แต่มักได้ทุกข์เพราะความไม่รู้ (อวิชชา) ของจิต ๗ เมื่อจิตรู้ คือ จิตตปัญญา จึงเกิดความสุขและเรียกว่าสุขภาวะทางปัญญา เมื่อความสุขเป็นแรงจูงใจสูงสุด และจิตตปัญญาศึกษาก็เป็นเครื่องมือสร้างสุขสูงสุด จึง พยากรณ์ได้ไม่ยากว่า ผู้คนจะหันมาหาจิตตปัญญาศึกษากันมากขึ้น ๆ ส่งผลให้อุดมการณ์ "สุขภาวะที่ สมบูรณ์ของมนุษยชาติ" เกิดขึ้นจริง การที่มีการจัดจิตตปัญญาศึกษาเฟสติวัลก็ดี หรือการจัดประชุมระดับชาติว่าด้วยจิตตปัญญาก็ ดี เพื่อเป็นกลไกส่งเสริมความเข้าใจและเห็นคุณค่าของจิตตปัญญาศึกษาและสุขภาวะทางปัญญา เพื่อ การขยายผลสู่มนุษยชาติ ๘ # ๖. สุขภาวะที่สมบูรณ์ถ้วนหน้า ในเมื่อจิตสำนึกใหม่หรือจิตใหญ่เป็นเครื่องมือสร้างสุขและเปลี่ยนยุค จิตตปัญญาศึกษาจึงควรขยายตัวให้เป็นเครื่องเรียนรู้ของคนทั้งปวง เพื่อสร้างสุขภาวะทางปัญญาถ้วนหน้า ก็ต้องคิดถึงแนวทางที่จะใช้ในการขับเคลื่อน คำว่าจิตตปัญญาศึกษาก็ดี คำว่าสุขภาวะทางปัญญา เป็นคำใหม่ที่คนทั่วไปไม่คุ้นเคย ต้องใช้เวลาตีความจึงจะเข้าใจ เป็นคำที่จะใช้ในยุทธศาสตร์หลักไม่ได้ ยุทธศาสตร์หลักต้องเลือกใช้คำที่สาธารณะเข้าใจทันที และเห็นคุณค่าคำว่าเจริญสติ เป็นคำเก่าที่สาธารณะคุ้นเคยอยู่แล้ว และเริ่มเป็น Big Trend ในโลก ที่มีการพูด การเขียนถึง Mindfulness & Meditation กันมากขึ้นเรื่อย ๆ บางทีก็เรียกว่า Vipassana ซึ่งแต่เดิมคนที่กลัวเรื่องศาสนาไม่กล้าพูดถึง แต่เดี๋ยวนี้เริ่มติดตลาด และคำว่า "เจริญสติ" ยังมีโครงสร้างสถาบันรองรับมาก "เจริญสติถ้วนหน้า” จึงควรเป็นยุทธศาสตร์หลัก (Main strategy) "จิตตปัญญาศึกษาถ้วนหน้า” และ "สุขภาวะทางปัญญาถ้วนหน้า" ควรเป็นยุทธศาสตร์เสริม (Complementary) หรือยุทธศาสตร์โดยสาร ที่อาศัยยุทธศาสตร์เจริญสติเป็นพาหนะ หรือขี่ยุทธศาสตร์เจริญสติไปสู่เป้าหมาย โดยจะเพิ่มเสริมแต่งให้หลากหลายหรือวิจิตรอย่างใดก็เป็นการดี ถือเป็นการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ ๙ # ๗. ## แนวทางในการส่งเสริมการเจริญสติถ้วนหน้า ๑. ทำการศึกษา สำรวจ (Mapping) ว่า สถานปฏิบัติธรรม หรือฝึกสอนการเจริญสติมีที่ใดบ้าง ใครเป็น ครูอาจารย์ มีวิธีการสอนอย่างใด องค์กรที่เหมาะจะทำงานนี้ คือ **สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ของ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย** ที่มีพระสุธีรัตนบัณฑิต (ดร.มหาสุทิตย์) เป็นผู้อำนวยการ โดยที่มหาจุฬาฯ มีวิทยาเขตกระจายทั่วประเทศ และมีพระนิสิตหลายหมื่นรูป จึงมีกำลังพอเพียงที่ จะทำการวิจัย ศึกษา สำรวจข้อมูลในเรื่องนี้ และเป็นแหล่งข้อมูลเรื่องสถานเจริญสติ ที่ทำการ เผยแพร่ข้อมูลอย่างแพร่หลาย เพื่อประโยชน์ของผู้ต้องการฝึกเจริญสติ และเพื่อการพัฒนาต่อไป ๒. การพัฒนา "สติภาวนาสถาน" มีทั้งด้านกายภาพ ด้านบุคลากร ด้านวิชาการ และด้านการจัดการ เพื่อให้คนอยากไป เข้าถึงได้ง่าย และได้ประโยชน์มากขึ้น เรื่องนี้องค์กรที่ปฏิบัติคือ สำนักพุทธ ศาสนา กรมการศาสนา และกระทรวงวัฒนธรรม ๓. ส่งเสริม**เศรษฐกิจธรรมะ** กิจการในข้อ (๑) และ (๒) จะทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจธรรมะ เช่น การ ท่องเที่ยวธรรมะ และตลาดชุมชนรอบ ๆ สติภาวนาสถาน ซึ่งต่อไปจะรวมถึงชาวต่างประเทศที่ เดินทางเข้ามาเพื่อฝึกการเจริญสติในประเทศไทย ฉะนั้น ระบบเศรษฐกิจธรรมะอาจขยายใหญ่มาก เป็นเศรษฐกิจที่มีส่วนสำคัญในระบบ เศรษฐกิจชาติ เมื่อมีคนจำนวนมากได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากระบบเศรษฐกิจธรรมะ ก็จะ เป็นพลังอย่างสำคัญเข้ามาหนุนส่งยุทธศาสตร์การเจริญสติถ้วนหน้า ทั้งองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงพาณิชย์ จึงควรเข้า มามีบทบาทส่งเสริมระบบเศรษฐกิจธรรมะ ๔. ส่งเสริมองค์กรเจริญสติ เนื่องจากในสมัยปัจจุบัน คนส่วนใหญ่มักสังกัดอยู่ในองค์กร ไม่ชนิดใดก็ ชนิดหนึ่ง เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ที่สำคัญคือ ส่งเสริมองค์กรเจริญสติ ให้องค์กรจำนวนมากที่สุด ที่จะมากได้เป็นองค์กรเจริญสติ เป้าหมายหลักคือ องค์กรธุรกิจหรือ**บริษัทเจริญสติ** เพราะ ประโยชน์เห็นได้ชัด ที่ถ้า**บริษัทเจริญสติ**จะมีกำไรมากขึ้น โดยที่พนักงานจะเจ็บป่วยและลางาน น้อยลง มีความสุข และร่วมกันทำงานดีขึ้น ต่อไปบริษัททุกบริษัทจะเป็นบริษัทเจริญสติ และภาค ธุรกิจมีแรงผลักดันมาก สามารถขับเคลื่อนให้บุคคลและองค์กรอื่นๆ เป็นบุคคลและองค์กรเจริญ สติ รวมทั้งการพัฒนาต้นน้ำ คือ **สติภาวนาสถาน**ให้ดีขึ้นด้วย อาจเรียกว่าบริษัทเจริญสติ คือ ยุทธศาสตร์หลักก็ได้ ๑๐ วิธีการคือ มีกลุ่มนักธุรกิจเจริญสติเป็นพลังขับเคลื่อน ฉะนั้น ต้องหานักธุรกิจเจริญสติมาเป็นพลังขับเคลื่อน ๕. เครือข่ายจิตตปัญญาศึกษา และเครือข่ายสุขภาวะทางปัญญา นอกจากขับเคลื่อนงานของ เครือข่ายเองแล้ว ควรเชื่อมโยงกันและเชื่อมโยงกับสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ของมหาจุฬาฯ และ สสส. สำนัก ๑๑ และสำนัก ๗ พัฒนายุทธศาสตร์เจริญสติถ้วนหน้า และแสวงหานักธุรกิจเจริญ สติมาร่วมงานให้ได้ ควรดูตัวอย่างมูลนิธิพุทธฉือจี้ที่มีนักธุรกิจที่มีศรัทธาเข้ามาช่วยจัดการ จน เป็นกิจการเพื่อประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ที่ใหญ่โต เทคโนโลยี และการจัดการเนี้ยบมาก ๑๑ # ๘. ## ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมใหม่ จากการวิจัย ศึกษา สำรวจ จะพบว่าประเทศไทยมีทุนทางธรรมที่ใหญ่มาก และถ้านำทุนนี้มา ทำให้เกิดประโยชน์ตามยุทธศาสตร์เจริญสติถ้วนหน้า ต่อไปคนทั้งโลกจะเจริญสติเพราะมีแรงจูงใจสูง มาก ### แรงจูงใจสูงสุด คือ ความสุข ในเมื่อการเจริญสติทำให้เกิดความสุขสูงสุดอย่างไม่เคยเจอมาก่อน และเป็นความสุขราคาถูก (Happiness at low cost) จึงพยากรณ์ได้ว่ามนุษย์เจริญสติกันทั้งโลก จิตสำนึกใหม่ด้วยการเจริญสติ หรือจิตตปัญญาศึกษา นอกจากทำให้เกิดสุขภาวะทางปัญญา แล้ว ยังก่อให้เกิดไมตรีจิตอันไพศาล อันเป็นไปเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสมดุล ทั้งระหว่างคนกับ คน และระหว่างคนกับธรรมชาติแวดล้อม จึงเป็นที่มาของยุคใหม่ หรืออารยธรรมใหม่ ที่เป็นอารยธรรมที่แท้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงคำว่า อารยธรรม (Civilization) แต่โดยสาระหาใช้อารยะใหม่ ส่วนจะเรียกชื่ออารยธรรมใหม่ว่าอะไร ก็จะปรากฏขึ้นเอง เช่น * อารยธรรมสมองส่วนหน้า * อารยธรรมสุขภาวะที่สมบูรณ์ (Complete well - being) ของมนุษยชาติ * ยุคศรีอาริยะ ฯลฯ ประชาชนจะเป็นผู้ให้ชื่อเอง และมีหลายชื่อ ประเทศไทยจะกลายเป็น ศูนย์กลางแห่งการเจริญสติของโลก ประเทศไทยจะกลายเป็น ประเทศเจริญสติ Thailand A Mindful Country ๑๒ ถ้ามีการทำภาพยนตร์ดี ๆ ชื่อ Thailand, A Mindful Country ฉายให้ดูกันทั่วโลก และทั่วประเทศ ผลจะเป็นอย่างไร ก็จินตนาการได้ไม่ยาก คำว่า เยียวยาโลก - Heal the World ก็จะเป็นความจริงและความงามที่เกิดขึ้นกับมนุษยชาติ --- ๑๓ PCET จิตตปัญญาศึกษา สู่สุขภาวะสูงสุดและอารยธรรมใหม่ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สุขภาพ
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
29 May 2023
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• จิตตปัญญาศึกษา
• สุขภาวะ
• อารยธรรม
history_eduหมวดหมู่
สุขภาพ
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
29 May 2023
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้