auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เอกสารระดมความคิดเห็นนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการขับเคลื่อนประชาธิปไตย
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# สถาบันพระปกเกล้า กับการบรรจบของประชาธิปไตยทางตรงและทางอ้อม ประเวศ วะสี (๘ กรกฎาคม ๒๕๖๖) ## ๑. วิกฤตประชาธิปไตยเก่า ระบบประชาธิปไตยเกิดขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน สมัยนั้นการคมนาคมและการสื่อสาร ไม่สะดวก ประชาชนต้องเลือกตัวแทนเดินทางไปประชุมที่เมืองหลวง จึงเป็นประชาธิปไตยทางอ้อม หรือประชาธิปไตยแบบตัวแทน (Representative democracy) อย่างที่ใช้กันในปัจจุบัน แต่ปัจจุบัน เปลี่ยนไปมากที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และเงินขนาดใหญ่เข้ามามีบทบาทจนบางคนเรียกว่า ธนาธิปไตย ระบบประชาธิปไตยเก่าจึงไม่สนองประโยชน์ของประชาชน ดังที่ในสหรัฐอเมริกาเกิดความเหลื่อมล้ำ อย่างสุด ๆ ที่เรียกว่าปรากฏการณ์ 99 : 1 การเมืองแบ่งขั้วแบบสุด ๆ และรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพจน บางคนใช้คำว่า The End of democracy หรืออาจเรียกว่า วิกฤตประชาธิปไตย และเกิดอาการเอียงขวา ลุกลามขึ้น ซึ่งคงไม่ใช่คำตอบ คำตอบอยู่ที่ ๑ ## ๒. ### การบรรจบของประชาธิปไตยทางตรงกับประชาธิปไตยทางอ้อม คำตอบที่น่าจะดีที่สุดคือ การมีประชาธิปไตยทางตรง (Direct democracy) เข้ามาบรรจบกับ ประชาธิปไตยเก่า อาจเรียกว่า (Twin democracy) ก็ได้ ปัจจุบันต่างจากครั้งโบราณ ที่การคมนาคมและการสื่อสารสะดวกที่คนทั้งประเทศสามารถรู้ เห็นสิ่งเดียวกันทั้งประเทศเกือบจะทันที จึงสามารถมีระบบประชาธิปไตยทางตรงที่ประชาชนมี บทบาทโดยตรง นอกเหนือจากการผ่านตัวแทนแบบเก่า จะเกิดประชาธิปไตยที่แท้ตามความหมาย ของคำว่าประชาธิปไตย ## ๓. ### ประชาธิปไตย คือ ประชาชนมีอธิปไตย อธิปไตยในการกำหนดนโยบาย ในการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่ความสำเร็จ และได้รับผลจาก ความสำเร็จอย่างเป็นธรรม นี้เรียกว่า ประชาธิปไตยครบวงจร ไม่ใช่ประชาธิปไตยบางส่วน ประชาธิปไตยครบวงจรที่ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมเรียกว่า "กระบวนการนโยบาย สาธารณะแบบมีส่วนร่วม" หรือ P⁴ (Participatory Public Policy Process) นโยบายสาธารณะ คือ ปัญญาสูงสุดของชาติใดชาติหนึ่ง เพราะมีผลใหญ่ต่อทุกอุณของสังคม ถ้าถูกต้องชาติก็วัฒนะ หรือเจริญรุ่งเรือง ถ้าไม่ถูกต้องก็หายนะ ฉะนั้น กระบวนการนโยบายสาธารณะจึงต้องเป็นกระบวนการที่ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วม รวมทั้งภาคการเมืองหรือประชาธิปไตยทางอ้อม P⁴ จึงเป็นการบรรจบกันของประชาธิปไตยทางตรงและประชาธิปไตยทางอ้อม เป็น ประชาธิปไตยคู่แฝด (Twin democracy) ทำได้ไม่ยากเพราะมีเครื่องมืออยู่แล้ว เครื่องมือนั้นคือ ๒ ๔. สถาบันพระปกเกล้า สถาบันทางวิชาการของรัฐสภา สถาบันพระปกเกล้าถูกออกแบบมาดี ให้เป็นสถาบันทางวิชาการของรัฐสภา เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย โดยมี**ประธานรัฐสภา**เป็นประธานโดยตำแหน่ง อะไรจะเหมาะสมอย่างนี้ เป็นสถาบันวิชาการของรัฐสภาและมี**ประธานรัฐสภา**เป็นประธาน จึงเป็นสถาบันที่เหมาะสมในการขับเคลื่อน P4 หรือกระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นประชาธิปไตยทางตรง เท่ากับ**รัฐสภามีประชาธิปไตยทางตรงเป็นเครื่องมืออีกอย่างหนึ่ง** หรือจะกล่าวในทางกลับก็ได้ว่า **ประชาธิปไตยทางตรงมีรัฐสภาเป็นเครื่องมือ** อะไรจะดีอย่างนั้น ซึ่งที่แท้แล้วก็คือ **ประชาธิปไตยคู่แฝด** ประชาธิปไตยคู่แฝด จะเพิ่มพลัง (Empower) ให้ระบบประชาธิปไตยเก่าที่ว่าวิกฤต และเติมเต็มให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ที่ผ่านมาสถาบันพระปกเกล้าใช้เวลาสร้างตัว บัดนี้พร้อมแล้วที่จะทำหน้าที่สำคัญยิ่ง สังคมอาจจะไม่ได้สังเกตว่าในการแถลงนโยบายการทำงานของ ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ก่อนที่จะได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรตอนหนึ่งว่า ท่านจะทำงานหรือ**ส่งเสริมการทำหน้าที่ของสถาบันพระปกเกล้า** เจตนารมณ์ของประธานรัฐสภาเช่นนี้ เป็นแรงส่งท้ายให้สถาบันพระปกเกล้าทำหน้าที่พัฒนาประชาธิปไตยให้สมบูรณ์ ๓ # ๕. ## วิธีทำงานของสถาบันพระปกเกล้า โดยการสนับสนุนของประธานรัฐสภา สถาบันพระปกเกล้าสามารถมีวิธีทำงาน ดังต่อไปนี้ ๑. ตั้งศูนย์ Big Data ประชาธิปไตย เพื่อรับข้อเสนอของประชาชนทั้งประเทศ ทุกช่องทางตลอดเวลา ๒. รวบรวมข้อมูลประเด็นใหญ่ประเทศไทย (Thailand big issues) จากข้อเสนอของประชาชน จากข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปต่าง ๆ รวมทั้งจากสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ฯลฯ ๓. เผยแพร่ประเด็นนโยบาย ให้สาธารณะรับรู้อย่างกว้างขวาง เพื่อทำให้เกิดความมุ่งมั่นร่วมกัน และพลัง ขับเคลื่อนทางสังคม ๔. สังเคราะห์นโยบายสาธารณะ สถาบันพระปกเกล้าเชิญนักวิชาการนโยบายที่มีสมรรถนะสูง ทำ การสังเคราะห์ประเด็นนโยบาย ให้เป็นนโยบายสาธารณะที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเป็นของหายากและ มีค่าสูงสุด ๕. เผยแพร่นโยบายสาธารณะที่สังเคราะห์มาด้วยดีให้สาธารณะรับรู้อย่างทั่วถึง เพื่อความมุ่งมั่น ร่วมกันและพลังขับเคลื่อนทางสังคม เมื่อเป็นประเด็นทางสังคมที่คนทั้งประเทศมีส่วนร่วม ก็ไม่มีใคร หยุดยั้ง หรือไม่ทำไม่ได้แล้ว ๖. สถาบันพระปกเกล้า เชิญบุคคลที่เหมาะสมมาร่วมกันเป็น กลุ่มขับเคลื่อนนโยบาย ๒๐ - ๒๕ กลุ่ม แต่ละกลุ่มมีบุคคลผู้มีปัญญาบารมีเป็นประธาน กลุ่มขับเคลื่อนนโยบายมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ที่จะขาดมิได้ ๗. กลุ่มขับเคลื่อนนโยบาย ขับเคลื่อนระบบนโยบายครบวงจร ๑๒ ขั้นตอน สู่ความสำเร็จ* ถ้า ครบวงจรก็จะสำเร็จทุกเรื่อง ไม่มีทางไม่สำเร็จ ที่แล้วมาที่ไม่มีผลสำเร็จทางนโยบายก็เพราะทำ เป็นบางส่วน ไม่ครบวงจร ก็เช่นเกี่ยวกับวงจรไฟฟ้า ถ้าไม่ครบวงจรไฟฟ้าก็เดินไม่ได้ ฉะนั้น ถ้า ครบวงจรก็สำเร็จ จึงเรียกวิธีนี้ว่า สัมฤทธิศาสตร์ (Delivery science) ๘. จุดบรรจบของประชาธิปไตย ๒ ระบบ ในกระบวนการขับเคลื่อนระบบนโยบาย มี ๓ องค์ประกอบ ๑๒ ขั้นตอน คือ I. การสังเคราะห์นโยบาย ๔ ขั้นตอน II. การตัดสินใจทางการเมือง ๑ ขั้นตอน III. การบริหารจัดการนโยบายที่ตัดสินใจแล้วไปสู่ความสำเร็จ ๗ ขั้นตอน รวม ๑๒ ขั้นตอน * คู่มือขับเคลื่อนระบบนโยบายครบวงจร ๑๒ ขั้นตอน สู่ความสำเร็จ (คู่มือสัมฤทธิศาสตร์พาชาติออกจากวิกฤต) โดย ศ.นพ.ประเวศ วะสี ๔ ตรงการตัดสินใจนโยบายนั้น เป็นการตัดสินใจโดยรัฐสภา นี้คือจุดบรรจบของระบบ ประชาธิปไตย ๒ ระบบ "กระบวนการนโยบายแบบมีส่วนร่วม" จึงเป็นกระบวนการที่ทุกภาคส่วนมี ส่วนร่วมจริง ๆ จึงเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ๙. เมื่อนโยบายที่สำคัญ ๆ ประสบความสำเร็จ ประเทศก็พ้นวิกฤตและเจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริง เป็น ประเทศที่มีความสงบสุขโดยทั่วตลอด รวมทั้งที่ชายแดนใต้ ประชาธิปไตยคู่แฝดหรือประชาธิปไตย ที่สมบูรณ์สามารถสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด เป็นแผ่นดินศานติสุข ๖. การติดกับวิธีคิดของสังคมไทยและการหลุดออก ประเทศไทยมีทรัพยากรเพื่อการพัฒนามากมายหลายประเภท ควรที่คนไทยทุกคนจะอยู่ดีมีสุข แต่กลับติดอยู่ในวิกฤตการณ์เรื้อรัง ไม่สามารถหลุดออกมาได้เพราะ "ติดกับดักวิธีคิด" สังคมไทยคิดแต่กรรมส่วนบุคคล ขาดความเข้าใจว่าระบบและโครงสร้างกำหนดพฤติกรรมของ บุคคลและองค์กร จึงทะเลาะกันสูงและไม่สามารถออกจากวิกฤตได้ ถ้าเราต้องการอะไรก็ต้องออกแบบระบบและโครงสร้าง เช่น ถ้าต้องการอะไรที่บินได้ก็ต้อง ออกแบบระบบและโครงสร้างของเครื่องบิน แล้วเอาชิ้นส่วนมาประกอบตามโครงสร้าง เมื่อครบเป็น องค์รวม คือ เครื่องบิน ก็มีคุณสมบัติใหม่อันมหัศจรรย์ คือ บินได้ ในขณะที่ชิ้นส่วนต่าง ๆ ไม่มีชิ้นใด บินได้เลย ต้องเป็นองค์รวมจึงจะบินได้ ประเทศไทยผลิตแต่ชิ้นส่วน จึงไม่มีประเทศไทยที่บินได้ ที่กล่าวมาในตอน ๑ - ๕ คือ การออกแบบระบบและโครงสร้างประชาธิปไตย เมื่อเอาชิ้นส่วน มาประกอบ ที่เรียกว่าเป็น "ระบบครบวงจร" ก็จะเกิดเป็นองค์รวมของประชาธิปไตย ทำให้เกิด คุณสมบัติใหม่ คือ ความสำเร็จทางนโยบายทุกอย่าง ทำให้ประเทศไทยบินได้ ๕ เมื่อประเทศไทยเป็นระบบทุกอย่างก็จะเข้าที่เข้าทาง ไม่มีใครหรือองค์กรใดเกะกะเกเรแตกแถว เหมือนรถยนต์หรือเครื่องบินที่ประกอบเครื่องดีแล้วทุกชิ้นส่วนก็อยู่ในที่ของตนและสัมพันธ์กับส่วนอื่น ไม่มีส่วนใดแตกแถว อย่างการระเบิดน้ำมันในเครื่องยนต์ของรถยนต์หรือเครื่องบินนั้นรุนแรงยิ่ง แต่ไม่ เป็นอันตรายกับใคร แต่กลายเป็นพลังขับเคลื่อนระบบ แต่ถ้ามันอยู่นอกระบบมันคือลูกระเบิด ประเทศไทยเต็มไปด้วยลูกระเบิด เพราะเราไม่ประกอบเครื่องตามระบบ มัวแต่คิดเรื่องกรรมส่วน บุคคล แต่เมื่อใดเราคิดเชิงระบบและโครงสร้าง ทุกคนและทุกองค์กรจะมีประโยชน์หมด ประเทศที่เป็น องค์รวมจะลงตัว และเกิดคุณสมบัติใหม่อันมหัศจรรย์ ฉะนั้น คนไทยทั้งหมดควรสนับสนุนสถาบันพระปกเกล้าและประธานรัฐสภา ในการขับเคลื่อน ระบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เพื่อความวัฒนาสถาพรของคนไทยและประเทศไทยร่วมกัน --- <page_number>๖</page_number> PQET สถาบันพระปกเกล้า กับการบรรจบของประชาธิปไตย ทางตรงและทางอ้อม ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 July 2023
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• ประชาธิปไตย
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
8 July 2023
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้