auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

“หลักสูตร WBL” พลิกโฉมประเทศไทย

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียนรู้ และประโยชน์ของการเรียนรู้

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

"หลักสูตร WBL" พลิกโฉมประเทศไทย ง่าย ทันที อภิประโยชน์ ประเวศ วะสี (๙ กรกฎาคม ๒๕๖๖) ## ๑. ชีวิตคนประดุจฟ้า ชีวิตคนมีความสำคัญสูงสุด การทำอะไรถ้าไม่เอาชีวิตคนเป็นตัวตั้งจะผิดพลาดเสมอ เช่น เศรษฐกิจไปเอาประสิทธิภาพและความมั่งคั่งเป็นตัวตั้ง จึงก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำสุด ๆ เรียกว่า วิกฤตความเหลื่อมล้ำก็ได้ อะไรที่เสียสมดุลมากก็จะไม่สงบสุข เกิดความปั่นป่วน วุ่นวาย รุนแรง โกลาหล วิกฤต ไม่ยั่งยืน อย่างที่กำลังเป็นไป การศึกษาก็เช่นเดียวกันไปเอาวิชาเป็นตัวตั้งไม่ได้เอาชีวิตคนเป็นตัวตั้ง จึงเกิดปัญหาสารพัด เช่น ทำงานไม่เป็น ไม่มีงานทำ ยากจนทั่วถึง ทั้งนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และประเทศ ประเทศมี สมรรถนะต่ำเพราะเต็มไปด้วยคนทำงานไม่เป็น จะปฏิรูปการศึกษาเท่าใด ๆ ก็ไม่สำเร็จ เพราะไม่ตรง ประเด็น ประเด็น คือ ต้องเอาชีวิตคนเป็นตัวตั้ง ๑ ## ๒. ### ชีวิตคือการเรียนรู้ การเรียนรู้คือชีวิต ธรรมชาติคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เป็นเหตุเป็นผลที่สุดและฉลาดที่สุด อย่างชีวิตมนุษย์ซึ่งเป็นระบบ ที่วิจิตรที่สุดในจักรวาล ไม่มีใครสร้างได้นอกจากธรรมชาติ ฉะนั้น ทำอะไรควรเรียนและเลียนธรรมชาติ อย่าคิดว่าคิดเอาเองว่าฉลาดกว่าธรรมชาติ การที่ อารยธรรมปัจจุบันดำเนินมาได้ ๕๐๐ ปี ก็วิกฤตสุด ๆ แล้ว ไปต่อไปไม่ได้ เพราะนำโดยกลุ่มชนที่คิดว่า ตัวเองฉลาดกว่าธรรมชาติและทำลายธรรมชาติ จนธรรมชาติเสียสมดุล การปฏิรูปการศึกษาที่ตรง ประเด็น คือ เปลี่ยนมาเป็นเอาชีวิตเป็นตัวตั้ง ## ๓. ### ชีวิตเรียนรู้ให้ทำเป็น เด็กตั้งแต่คลอดออกมาก็เริ่มเรียนรู้แล้ว เรียนรู้ให้ดูดนมเป็น ร้องไห้เป็นเมื่อต้องการความ ช่วยเหลือ เคลื่อนไหวเป็น นั่งเป็น ยืนเป็น เดินเป็น ทำอะไร ๆ เป็น ทำงานเป็น คิดเป็น ตัดสินใจเป็น จัดการเป็น และอะไรอื่น ๆ เป็น ล้วนแต่เรียนรู้ให้ทำเป็น ไม่ใช่ท่องเป็น **การตัดสินใจเป็น** เป็นการใช้สมองสูงสุด เพราะทำให้ประสบความสำเร็จและรอดชีวิต ถ้า ตัดสินใจไม่เป็น นอกจากไม่ประสบความสำเร็จแล้วยังอาจไม่รอดชีวิต สมรรถนะของคนและของ ประเทศจึงอยู่ที่การตัดสินใจเป็น แล้วการเรียนแบบท่องวิชาโดยไม่ได้ลงมือทำจะทำให้ตัดสินใจเป็น หรือ พูดแค่นี้ก็จะเห็นว่าปัญหาของระบบการศึกษาคืออะไร ๒ # ๔. ## การเรียนรู้แบบทำเป็นก็คือ การเรียนรู้ในการทำงาน (Work-Based Learning) ชีวิตต้องมีการทำงาน ไม่มีการว่างงาน การว่างงานเกิดจากการพัฒนาที่ไม่ได้เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง จึงเกิดปัญหาชีวิตและสังคมเต็มไปหมดทั้งโลก ### การทำงานพัฒนาชีวิต จิตใจ สังคม ปัญญา นักปราชญ์ว่าการพัฒนามนุษย์มี ๔ ด้าน คือ กาย จิต สังคม จิตวิญญาณ หรือปัญญา การทำงานพัฒนามนุษย์ทั้ง ๔ ด้าน ดังจะเห็นต่อไป ท่านอาจารย์พุทธทาสจึงกล่าวว่า การทำงานคือการปฏิบัติธรรม ### หลักสูตรการเรียนรู้ในฐานะการทำงาน (Work-Based Learning) ทำได้ง่าย ทำได้ทันที ไม่ต้องไปรื้อโครงสร้างอะไร ไม่มีใครเดือดร้อน แต่ได้ประโยชน์หมดทุกฝ่าย จะกล่าวภายหลัง แต่ตอนนี้จะกล่าวถึงคุณค่า ๑๐ ประการ ของการเรียนรู้ในการทำงาน ๓ # ๕. ## คุณค่า(Virtues) ๑๐ ประการ ของการเรียนรู้ในการทำงาน มีดังนี้ ๑. คุณค่าทางเศรษฐกิจ การทำงานทำให้มีรายได้หายจน ทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และประเทศ จะยกระดับการผลิต เพราะทั้งประเทศเต็มไปด้วยคนเรียนรู้จากการทำงาน ๒. จิตใจ การได้ทำอะไรที่ชอบทำให้มีความสุข คนมีความชอบไม่เหมือนกันควรเลือกเรียนในงานที่ ชอบ ไม่ใช่ถูกบังคับให้ท่องวิชาเหมือน ๆ กันทำให้บีบคั้นประสาทอย่างยิ่ง ทำให้คนเกลียด การศึกษา ถ้าเรียนแล้วมีความสุขก็จะรักในการเรียนรู้ ถ้ามีคนรักการเรียนรู้ทั้งประเทศ ประเทศ จะพลิกโฉมเพียงใด ๓. การได้ทำอะไรที่ชอบทำให้ทำได้ยาวนาน เหมือนเด็กได้เล่นอะไรที่เขาชอบจะทำได้นานเป็น ชั่วโมง ๆ ต่างจากท่องวิชาที่เขาไม่ชอบ ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายเซ็ง คนไทยไม่สามารถทนทำ อะไรซ้ำ ๆ ได้ยาวนานเพราะเซ็งง่าย สมัยปัจจุบันมีงานหลายอย่างที่ต้องการคนที่สามารถทำได้ ต่อเนื่องยาวนาน ๔. ได้ทำงานที่ชอบทำให้ทำได้ดี ทุกคนจึงเป็นคนเก่ง เมื่อได้ทำงานที่ตนชอบก็จะทำได้ดี ทุกคน กลายเป็นคนเก่งในทางที่ต่างกัน ในการเรียนแบบท่องจำมีไม่กี่คนที่จำเก่ง นอกนั้นเป็นคนที่ ไม่เก่ง เป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำและลดทอนศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ การเคารพศักดิ์ศรี แห่งความเป็นมนุษย์ของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกันเป็นศีลธรรมพื้นฐานของสังคม ซึ่งเป็นฐาน ของความดีงามทั้งปวง เช่น ประชาธิปไตย การเคารพสิทธิมนุษยชน ความเป็นธรรม ๕. การได้ทำสิ่งที่ชอบทำให้ทำด้วยความประณีต กลายเป็นศิลปะหรือความงามในงาน หล่อเลี้ยง จิตใจ ๖. การทำงานมีรายได้เป็นแรงจูงใจให้เกิดพฤติกรรมทางบวก เช่น * ถ้ารับผิดชอบจะมีรายได้เพิ่มขึ้น * ถ้าขยันจะมีรายได้เพิ่มขึ้น * ถ้าชวนขวายหาความรู้ให้ทำงานได้ดีขึ้นจะมีรายได้มากขึ้น ๔ ผมเคยคุยกับชาวนาที่ชัยภูมิเขาเล่าว่ามีลูก ๒ คน คนหนึ่งทำงาน อีกคนหนึ่งไปเรียนต่อ ผมถามว่าคนไหนมีพฤติกรรมดีกว่า เขาตอบว่าคนที่ทำงาน ๗. ทำให้จัดการเป็น งานทุกชนิดต้องการการจัดการทั้งสิ้น เช่น เลี้ยงไก่ ขายของชำ การเรียนแบบ ท่องวิชาทำให้ภูมิปัญญาในการจัดการเกือบจะหายไปจากสังคมไทยโดยสิ้นเชิง ทำให้ชาติอ่อนแอ เพราะทำอะไรไม่สำเร็จ การจัดการเป็นอิทธิปัญญา หรือปัญญาที่ทำให้สำเร็จ (อิทธิ = สำเร็จ) ๘. ทำให้ตัดสินใจเป็น เพราะการจัดการต้องการการตัดสินใจเก่ง ถ้าตัดสินใจเก่งการงานก็ประสบ ความสำเร็จสูง การตัดสินใจเป็นปัญญาสูงสุด ในขณะที่การท่องจำเป็นปัญญาต่ำสุด มีตัวอย่างคน ที่เก่งระดับชาติที่มีการศึกษาน้อยแต่เรียนรู้จากการทำงานมาก เช่น คุณกำพล วัชรพล ผู้สร้าง อาณาจักรไทยรัฐ และได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกเรียนจบ ป. ๔ เท่านั้น แต่ทำงานต่าง ๆ มาก คุณบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีก็เช่นเดียวกัน ๙. ทำให้เห็นคุณค่าของคนอื่น การทำงานทุกชนิดต้องเกี่ยวข้องกับคนอื่น ทำให้เห็นคุณค่าของคน อื่น ทำให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีต่างจากคนที่อยู่กับวิชาโดยไม่เคยปฏิบัติ หลุดเข้าไปสู่การเอาตัวเอง เป็นศูนย์กลางและคิดอย่างสุดโต่งได้ง่าย ๑๐. เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (Interactive learning through action) ในการทำงานที่ ยากให้สำเร็จ ทำคนเดียวไม่ได้ต้องร่วมกัน ใช้ความรู้สำเร็จรูปก็ไม่สำเร็จ ต้องเรียนรู้ร่วมกันในการ ปฏิบัติ ในกระบวนการนี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (transformation) ในทุกมิติ ทั้ง โลกทัศน์ วิธีคิด จิตสำนึก และสัมพันธภาพ ที่เป็นไปเพื่อความเจริญถ่ายเดียวเป็น Transformative Learning ที่มีความสำคัญสูงสุด การเรียนรู้ในฐานการทำงาน (Work-Based Learning) มีคุณถึงเพียงนี้ จึงกล่าวว่าจะ พลิกโฉมประเทศไทย ๕ # ๖. ง่าย ๆ ไม่ต้องปฏิรูปองค์กร เพียงเพิ่มหลักสูตร "การเรียนรู้ในฐานะการทำงาน" มีรายได้ไม่ตกงาน หลักสูตร "การเรียนรู้ในฐานะการทำงาน" มีรายได้ไม่ตกงานจะได้รับความนิยมสูงทันที เพราะมี รายได้ระหว่างเรียนไปด้วย และจบแล้วก็มีงานทำต่อไปเลย แบบนี้ใครจะไม่อยากเรียน วิธีทำคือ ๑. ทุกโรงเรียนและสถาบันการศึกษาเปิดหลักสูตรการเรียนรู้ในฐานะการทำงาน (WBL) อย่างอื่น ๆ ก็ ทำไปตามเดิม ๒. ทำข้อมูลกลุ่มอาชีพว่าในประเทศไทยมีกลุ่มอาชีพอะไรบ้าง ที่ไหน รวมทั้งโรงเรียนและ สถาบันการศึกษา ก็จัดตั้งกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ขึ้นด้วย วัดก็อาจทำได้เช่นเดียวกัน สัมมาอาชีโวเป็น หนึ่งในมรรค ๘ และการทำงานเป็นการปฏิบัติธรรม ๓. ให้นักเรียน นักศึกษา รวมทั้งผู้ใช้แรงงาน เลือกสมัครเข้าเรียนกับกลุ่มอาชีพที่ตนชอบและสะดวก มีการจ่ายค่าจ้างให้ผู้เรียนในฐานะผู้ฝึกงาน คล้ายระบบแพทย์ฝึกหัดและแพทย์ประจำบ้าน ๔. โรงเรียนและสถาบันการศึกษา เข้าไปสังเกตการณ์ว่าในการปฏิบัติงานต้องการความรู้และทักษะ อะไรที่จะทำงานได้ดีขึ้น แล้วจัดให้ผู้เรียนได้เรียนความรู้และทักษะเหล่านั้นนี้ ก็เป็นการจูนความ รู้และทักษะให้เข้ากับงาน ผู้เรียนก็จะอยากเรียนเพราะได้ประโยชน์ กลุ่มอาชีพก็ได้ประโยชน์ เพราะมีสถาบันการศึกษามาเสริมทักษะให้ผู้ปฏิบัติงาน ต่างไปจากเดิมที่เป็น Non-engaged education ซึ่งเป็นการศึกษาที่เอาวิชาเป็นตัวตั้งลอย ๆ แยกส่วนจากงาน ๕. องค์กรต่าง ๆ ก็สามารถจัดหลักสูตรเช่นนี้ เช่น กศน. ภาคธุรกิจ อย่างเช่น สถาบันปัญญาภิวัฒน์ ที่ทำได้โดยกลุ่มซีพีออล อย่างได้ผลดี วัด มูลนิธิ เรียกว่าทุกภาคส่วน สามารถจัดหรือส่งเสริม หลักสูตรนี้ ๖ ## ๗. ### ผลจากหลักสูตรเรียนรู้ในฐานะการทำงาน ๑. ขจัดความยากจน เพราะทุกคนมีงานทำมีรายได้ ๒. เศรษฐกิจของประเทศจะดีขึ้นทันที เพราะระบบการศึกษาทั้งประเทศเปลี่ยนเป็นระบบสร้าง เศรษฐกิจ (Productive education system) จากระบบที่เป็นภาระทางงบประมาณโดยไม่ผลิต ดังคำพูดที่ว่าเปลี่ยนจาก load เป็น battery ๓. คนไทยจะมีสมรรถนะสูงเพราะทำเป็น คิดเป็น จัดการเป็น ยกระดับสมรรถนะของชาติ ๔. ประเทศไทยจะมีอารยธรรมใหม่ ที่ไม่มีการว่างงาน ไม่มีความยากจน อีกต่อไป เพื่อนคนไทยและรัฐบาลใหม่ลองพิจารณาวิธีง่าย ๆ พลิกโฉมประเทศไทย ด้วยการศึกษาที่เอา ชีวิตเป็นตัวตั้ง --- PQET # "หลักสูตร WBL" ## พลิกโฉมประเทศไทย ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

การศึกษา

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

9 July 2023

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
14% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
11% Match
สำหรับระดมความคิด มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ในวันที่ 2 สิงหาคม 2560
11% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• หลักสูตร

• การศึกษา

history_eduหมวดหมู่

การศึกษา

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

9 July 2023

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้