auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
มนุษย์ใฝ่ฝันถึงยุคใหม่แห่งสุขภาวะทางปัญญาที่สมบูรณ์มานาน สุขภาวะทางปัญญา 15 เส้นทาง บรรลุได้
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
สุขภาวะทางปัญญา 15 เส้นทาง สู่สุขภาวะที่สมบูรณ์ของมนุษยชาติ โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี ที่ปรึกษาศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สุขภาวะทางปัญญา 15 เส้นทางสู่สุขภาวะที่สมบูรณ์ของมนุษยชาติ เขียนโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี ที่ปรึกษาศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกในงานประชุมวิชาการระดับชาติ สุขภาวะทางปัญญา ครั้งที่ 1 : สุขภาพ จิตวิญญาณ และสังคม 17-18 สิงหาคม พ.ศ. 2566 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย งานประชุมนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Soul Connect Fest มหกรรมพบเพื่อนใจ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-20 สิงหาคม พ.ศ. 2566 โดยสำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่ายด้านสุขภาวะทางปัญญามากกว่า 50 องค์กร พิมพ์ครั้งที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 จำนวน 2,000 เล่ม ข้อมูลทางบรรณานุกรมของสำนักหอสมุดแห่งชาติ **ประเภท วะสี.** สุขภาวะทางปัญญา 15 เส้นทางสู่สุขภาวะที่สมบูรณ์ของมนุษยชาติ .- กรุงเทพฯ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), 2566. 48 หน้า. 1. ปัญญา. 2. สุขภาวะ. 3. ความสามารถทางกลไกกับปัญญา. I. ปราย วะสี. ผู้วาด ภาพประกอบ. II. ชื่อเรื่อง. 153 ISBN 978-616-393-402-4 **จัดทำโดย :** ศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 84 ซอยประกอบผล 1 ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า 4 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700 โทร. 08-6772-2312 https://www.jitwiwat.com/ f จิตวิวัฒน์ - New Consciousness **อำนวยการผลิต :** จารุปภา วะสี **บรรณาธิการ :** ศิริศักดิ์ คุ้มรักษา **พิมพ์จากต้นฉบับลายมือและวาดภาพประกอบ :** ปราย วะสี **พิสูจน์อักษร :** กนกวรรณ โสภณวัฒนวิจิตร **ออกแบบปกและจัดรูปเล่ม :** ฉาย ภัควรกาญจน์ **พิมพ์ที่ :** บริษัท ภาพพิมพ์ จำกัด เลขที่ 45/12-14, 33 หมู่ 4 ตำบลบางขนุน อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี 11130 โทรศัพท์ 02-879-9154-6 # สารบัญ <table><tr><td>บทที่ 1</td><td>9</td></tr><tr><td>สุขภาวะทางวัตถุ และสุขภาวะทางปัญญา</td><td></td></tr><tr><td>บทที่ 2</td><td>11</td></tr><tr><td>ลักษณะและความเป็นไป ของสุขภาวะทางวัตถุ</td><td></td></tr><tr><td>บทที่ 3</td><td>13</td></tr><tr><td>วิกฤตอารยธรรม วัตถุนิยม</td><td></td></tr><tr><td>บทที่ 4</td><td>15</td></tr><tr><td>สุขภาวะทางปัญญา (Spiritual Health)</td><td></td></tr><tr><td>บทที่ 5</td><td>17</td></tr><tr><td>ธรรมชาติ 2 ประการ</td><td></td></tr><tr><td>บทที่ 6</td><td>19</td></tr><tr><td>ลักษณะของ สุขภาวะทางปัญญา</td><td></td></tr></table> # บทที่ 7 15 เส้นทางสู่ สุขภาวะทางปัญญา 21 # บทที่ 8 สุขภาวะที่สมบูรณ์ ของมนุษยชาติทั่วโลก 37 # บทที่ 9 โลกแห่งสุขภาวะที่สมบูรณ์ ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป 39 # บทที่ 10 บทบาทของประเทศไทยในการ สร้างโลกแห่งสุขภาวะที่สมบูรณ์ 41 # บทที่ 11 สรุปภาพรวม โลกยุคใหม่ แห่งสุขภาวะที่สมบูรณ์ 43 # แทนคำตอบคุณ 46 - มนุษย์ใฝ่ฝันถึงยุคใหม่ แห่งสุขภาวะทางปัญญา ที่สมบูรณ์มานาน สุขภาวะทางปัญญา 15 เส้นทาง บรรลุได้ Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. # 1 สุขภาวะทางวัตถุ และสุขภาวะทางปัญญา ## สุขภาวะมี 2 ประเภทใหญ่ คือ * สุขภาวะทางวัตถุ * สุขภาวะทางปัญญา มนุษย์ต้องการวัตถุปัจจัยสำหรับชีวิต เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ปัจจัย 4 เป็นพื้นฐานในเบื้องต้น เบื้องถัดมา ก็เพิ่มปัจจัย 5 ปัจจัย 6 7 8 9 10 ... มากขึ้นไปเรื่อย ๆ แต่ชีวิตไม่ได้ประกอบด้วยวัตถุซึ่งเป็นรูปธรรมเท่านั้น ยังประกอบ ด้วยนามธรรม เช่น **ความรู้สึกนึกคิด** เกิดเป็นความพอใจ ไม่พอใจ หรือความรู้สึกเป็นสุขหรือทุกข์ มนุษย์เป็นสัตว์ก็จริง แต่ต่างจากสัตว์อื่นที่สมองพัฒนาจน สามารถรับรู้ในสิ่งนอกเหนือจากวัตถุ คือ **คุณค่า** สัตว์เป็นไปตามสัญชาตญาณอย่างสัตว์ ที่เรียกว่า **กิน ขี้ ปื้น นอน** หรือเรื่องทางวัตถุเท่านั้น ไม่มีบุญ ไม่มีบาป แต่มนุษย์มีสำนึกทางคุณค่า จึงมีบุญ มีบาป เพิ่มขึ้นเป็นอีกมิติหนึ่งของชีวิต ฉะนั้น เรื่องสุขทุกข์ของมนุษย์จึงมีมิติที่เพิ่มขึ้นมากกว่าของสัตว์ จนมีคำจำกัดความว่า 9 สุขภาวะที่สมบูรณ์ (Complete well-being) ประกอบด้วย * สุขภาวะทางกาย (Physical well-being) * สุขภาวะทางจิต (Mental well-being) * สุขภาวะทางสังคม (Social well-being) * สุขภาวะทางจิตวิญญาณ (Spiritual well-being) จิตวิญญาณ หรือ Spiritual หมายถึง คุณค่าเหนือวัตถุ ซึ่งแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า สุขภาวะทางปัญญา เพราะเกิดจาก การเข้าถึงความจริงเหนือตัวตน ซึ่งจะได้อธิบายขยายความภายหลัง ในขั้นนี้เพียงสรุปว่า มีสุขภาวะทางวัตถุกับสุขภาวะทางปัญญา ซึ่งจะเปรียบเทียบลักษณะที่ต่างกัน --- • • 10 • • # 2 ลักษณะและความเป็นไป ของสุขภาวะทางวัตถุ มี 10 ประการ ดังต่อไปนี้ 1. ตื้น จึงคลอนแคลนพลิกผลันได้ง่าย อาจพลิกเป็นทุกข์ได้ โดยรวดเร็ว หรือระคนกับทุกขภาวะ เช่น ความรักระหว่างหญิงชาย สุขเปลี่ยนเป็นทุกข์ และทุกข์หนักได้ง่าย ๆ 2. ชีวิตของความสุขที่ได้จากวัตถุสิ้นมาก เช่น ต้องการสิ่งใด พอได้มา เกิดสุข แต่ไม่ช้าสิ่งที่ได้มาก็ไม่เป็นปัจจัยให้เกิดสุขอีกต่อไป และต้องการเพิ่มขึ้นหรือต้องการสิ่งใหม่ตลอดเวลา เช่น เดิมอยากได้ จักรยาน ต่อมาก็อยากได้รถยนต์คันเล็ก ต่อมาก็ค้นใหญ่ หรือเงิน 10,000 บาทเคยทำให้เกิดความสุข ต่อมาก็ไม่แล้ว ต้อง 100,000 แล้วก็เพิ่มขึ้น ๆ กี่ล้านก็ไม่พอ 3. ความโลภ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เครียดเขม็งตลอดเวลา และ นำไปสู่ความขัดแย้ง 4. โทสะ เมื่อไม่ได้ดังใจ ก็โกรธและคิดทำร้ายผู้อื่น ซึ่งเป็น ความรุนแรง 5. ความรุนแรง แย่งชิง ทะเลาะเบาะแว้ง จนถึงสงคราม 6. การแย่งชิงอย่างรุนแรง เช่น ฆ่าชาวพื้นเมืองและชนชาติต่าง ๆ เพื่อแย่งชิงพื้นที่และทรัพยากร • • 11 •• 7\. มีการทำลายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างรุนแรง เพื่อมาเปลี่ยนเป็นความร่ำรวยอันไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้ธรรมชาติเสียสมดุล อย่างรุนแรง 8\. ทำให้โลกเสียสมดุลอย่างรุนแรงในทุกมิติ ทั้งทางธรรมชาติ แวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม การเมือง และในตัวมนุษย์เอง 9\. เมื่อเสียสมดุลก็ขาดความเป็นปกติสุข ปั่นป่วน วุ่นวาย รุนแรง โกลาหล ไม่ยั่งยืน 10\. สรุปคือ เกิดวิกฤตศีลธรรม หรือวิกฤตอารยธรรม อารยธรรมวัตถุนิยมดำเนินมาได้ประมาณ 500 ปี มาถึง จุดวิกฤตอย่างยิ่งจนไม่มีทางไปแบบเดิม จึงต้องมีวิถีใหม่โดยสิ้นเชิง สุขภาวะทางปัญญา มีลักษณะตรงข้ามโดยสิ้นเชิงกับลักษณะ 10 ประการของสุขภาวะทางวัตถุ • • 12 •• # 3 วิกฤตอารยธรรม วัตถุนิยม ## มีนักปราชญ์หลายท่านได้มองเห็นวิกฤตอารยธรรมวัตถุนิยม เช่น 1. ท่านพุทธทาสภิกขุ ตั้งแต่ พ.ศ. 2475 ที่พยายามตะโกนว่า "ถ้าศีลธรรมไม่กลับคืนมา โลกาวินาศ" และกล่าวเสมอว่า ต้องช่วยให้มนุษย์ถอนตัวจากวัตถุนิยม 2. อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ กล่าวว่า "We shall need a radically new manner of thinking, if mankind is to survive" (เราต้องการวิถีคิดใหม่โดยสิ้นเชิง ถ้ามนุษยชาติจะอยู่รอดได้) 3. ท่านทะเลไลลามะ กล่าวว่า โลกป่วยเป็นโรคพร่องทางจิตวิญญาณ (Spiritual deficiency) จึงต้องรักษาด้วยการปฏิวัติทางจิตวิญญาณ (Spiritual revolution) 4. เออร์วิน ลาสซโล, สตานิสลาฟ กรอฟ และ ปีเตอร์ รัสเซลล์ (Laszlo, Grof และ Russell) เห็นว่า ทางออกจากวิกฤตอารยธรรมวัตถุนิยมมีอย่างเดียวเท่านั้น คือ การปฏิวัติจิตสำนึก (Consciousness revolution) • • 13 • • สิ่งที่นักปราชญ์ดังกล่าวพูดถึงด้วยคำพูดต่างกัน คือสิ่งเดียวกัน ใช่หรือไม่ คือ สุขภาวะทางจิตวิญญาณ (Spiritual Health) หรือสุขภาวะทางปัญญา เพราะมีลักษณะตรงข้ามกับสุขภาวะทางวัตถุโดยสิ้นเชิง *** . . 14 . . # 4 สุขภาวะทางปัญญา (Spiritual Health) Spiritual หมายถึง คุณค่าเหนือวัตถุ ปัญญา หมายถึง การเข้าถึงความจริงเหนือวัตถุ ตามปกติมนุษย์รับรู้ได้จำกัด รับรู้แต่ธรรมชาติทางวัตถุเท่านั้น เมื่อมนุษย์เกิดขึ้นอย่างที่เป็นมนุษย์ปัจจุบันเมื่อประมาณ 200,000 ปีก่อน ก็คล้ายกับสัตว์ คือรับรู้ได้แต่วัตถุธรรม อยู่มา ๆ มนุษย์บางคน เมื่อจิตสงบ เกิดสัมผัสอะไรบางอย่าง ที่มองไม่เห็น รู้สึกว่าธรรมชาติมีคุณค่าอะไรบางอย่างที่สูงส่ง ดังมีคำเรียกว่า พระแม่ธรรมชาติ (Mother Nature) พระแม่ธรณี พระแม่คงคา ในต้นไม้ก็เหมือนมีรุกขเทวดา เกิดความเคารพธรรมชาติ ชนพื้นเมือง เช่น อินเดียนแดงหรือกะเหรี่ยง จึงล้วนเคารพธรรมชาติ และรักษาธรรมชาติ มนุษย์เริ่มสัมผสนามธรรม หรือคุณค่าสูงของธรรมชาติ นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Spiritual ต่อมา มนุษย์บางคน เมื่อจิตสงบ เกิดสัมผัสความสุขอันลึกล้ำ แปลกประหลาด ไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่ได้เกิดจากวัตถุ ไม่เหมือนความสุขที่เกิดจากวัตถุ มันละเอียดอ่อน ประณีต ลึกซึ้ง แผ่ซ่านไปทั้งเนื้อทั้งตัว • • 15 • • ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร ต่อมารู้จักกันในคำว่า ความสุขอันเป็นทิพย์ สัมผัสความสุขอันเป็นทิพย์นี้เกิดขึ้นในชนทุกเผ่าที่อยู่ห่างไกล ไม่เคยพบปะกัน จึงเป็นธรรมชาติทั่วไปที่เกิดกับมนุษย์ สัตว์คงจะไม่มี เป็น Spiritual happiness มนุษย์เริ่มเข้าใจว่า ในโลกที่เขาอยู่ นอกจากธรรมชาติทางวัตถุที่ จับต้องได้ ยังมีธรรมชาติลึกลับที่จับต้องไม่ได้ แต่สัมผัสได้ด้วยใจ แต่ ไม่เข้าใจว่าคืออะไร เป็นที่มาเกี่ยวกับความคิดว่ามีเทพ จึงมีแนวคิด เกี่ยวกับเทพขึ้นในชนเผ่าต่างๆ เรียกว่า ผีบ้าง เทวดาบ้าง และต่อมา ก็เป็นเทพใหญ่ คือพระเจ้า ฮินดูน่าจะเป็นชนชาติแรกที่พยายามศึกษาเรื่องจิตวิญญาณอย่าง เป็นระบบ เมื่อก่อนพุทธกาลประมาณ 1,500 ปี เกิดเป็นคัมภีร์พระเวท สมัยอุปนิษัท โดยเชื่อว่ามีวิญญาณใหญ่ หรือพรหมัน มนุษย์แต่ละคนมี วิญญาณเล็ก ที่เรียกว่าอาตมัน ถ้าวิญญาณเล็กได้ออกจากตัวไปรวมกับ วิญญาณใหญ่ ก็จะเป็นอิสระ และมีความสุขอย่างล้นเหลือ เกิดมีโยคี ที่บำเพ็ญเพียรเพื่อเข้าถึงบรมวิญญาณกันอย่างมากมาย สั่งสม ประสบการณ์มหาศาลทางจิตวิญญาณก่อนชาติใดๆ ในโลก และเรียก ธรรมชาติเหนือตัวตนนี้ว่า ความจริงอันยิ่งใหญ่ หรือบรมสัจจะ ศาสนาใหญ่ๆ ที่เกิดขึ้นตามลำดับ คือ พุทธ คริสต์ อิสลาม องค์ศาสดาคือผู้ตรัสรู้ความจริงเหนือตัวตน • • 16 • • # 5 ธรรมชาติ 2 ประการ ธรรมชาติหรือธรรม มี 2 ประการ คือ 1. ธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง 2. ธรรมชาติที่ปรุงแต่ง เรารู้จักคุ้นเคยแต่กับธรรมชาติที่ปรุงแต่ง เช่น จักรวาล ดวงดาว พระอาทิตย์ พระจันทร์ โลก ต้นไม้ใบหญ้า สรรพสัตว์ และมนุษย์ ส่วนธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง เป็นนามธรรม ไม่มีตัวตน ดำรงอยู่ เป็นฉากหลัง (Background) ของสรรพสิ่งและในสรรพสิ่ง ประดุจเมื่อฉายภาพยนตร์ลงไปบนจอ ภาพที่เห็นบนจอเป็นเรื่อง เป็นราวต่างๆ นั้นคือธรรมชาติที่ปรุงแต่งหรือภาพมายา ส่วนจอที่ ว่างเปล่านั้นเป็นธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง เป็นฉากหลังให้ภาพมายาปรากฏ ฉากหลังของจักรวาลจึงกว้างใหญ่ไพศาล ไม่มีที่สิ้นสุด เป็น อนันตสภาวะ ไม่มีจุดเริ่มต้น ไม่มีจุดสิ้นสุด เป็นนิรันดรสภาวะ สงบ ไม่มีคลื่น ไม่มีความสั่นสะเทือน เป็นสันติสภาวะ ดำรงอยู่ทั่วทุกหน ทุกแห่ง ทั้งในและนอกธรรมชาติที่ปรุงแต่ง เป็น Omnipresent หรือ ดำรงอยู่ทั่วไป แต่ไม่มีตัวตน อยู่เหนือความมีตัวตน • • 17 • • บางทีเรียกความจริงนี้ว่า ความจริงสูงสุด หรือ บรมสัจจะ หรือ ธรรมะเหนือโลก (โลกุตตรธรรม) โลกหมายถึงตัวตน จึงหมายถึงความจริงเหนือตัวตน หรือ ธรรมชาติสูงสุด (ปรมัตถธรรม) มนุษย์โดยสัญชาตญาณติดอยู่ในตัวตนหรืออัตตา อัตตาเป็นที่แคบและบีบคั้น เหมือนคุกที่มองไม่เห็น (The invisible prison) ที่กักขังจิตมนุษย์ไว้ ไม่มีอิสระ รู้เห็นคับแคบและบิดเบือนไป จากความเป็นจริง ทำให้ไม่รู้ (อวิชชา) หรือขาดปัญญา อวิชชา เป็นต้นเหตุของทุกข์ การรู้ความจริงหรือปัญญา ทำให้เป็นอิสระและเป็นเป็นสุข อย่างยิ่ง ที่เรียกว่าสุขภาวะทางปัญญา *** • • 18 • • # 6 ลักษณะของ สุขภาวะทางปัญญา สุขภาวะทางปัญญามีลักษณะ 3 ประการ คือ 1. **ความสุขยิ่ง** หรือบรมสุข ยิ่งกว่าความสุขทางวัตถุใด ๆ เป็นความสุขเหนือคำบรรยาย ต้องชิมเองจึงรู้รส เสมือนการบรรยาย รสอร่อยของอาหารบางอย่าง อธิบายอย่างไร ๆ ก็เข้าไม่ถึง นอกจาก ชิมดู การรู้ด้วยตัวเองนี้แหละที่เรียกว่าสันทิฏฐิโก ที่แปลกันว่า พึงรู้ได้ ด้วยตนเอง 2. **ประสบความงามอันล้นเหลือ**ในสิ่งทั้งปวง ความจริง - ความดี - ความงาม อยู่ที่เดียวกัน ฉะนั้นเมื่อเข้าถึงความจริงแล้ว ทุกสิ่ง ทุกอย่างก็กลายเป็นความงามไปหมด เรียกว่าตะลึงในสัมผัสใหม่ที่ ไม่เคยรู้สึกมาก่อน สุนทรียธรรมเป็นเครื่องประเทืองจิตใจยิ่งนัก 3. **เกิดไมตรีจิตอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่ง** ไมตรีคือ มิตตะ และ เมตตา หรือความรักอันบริสุทธิ์ที่ไม่หวังผลตอบแทน เป็น "Universal Love" หรือความรักอันไพศาล ไม่มีที่สิ้นสุด คือรัก ทั้งจักรวาล ตรงข้ามกับโลกในขณะนี้ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ประทุษร้าย และความรุนแรง • • • 19 • • • มนุษย์มีศักยภาพที่จะมีความรักบริสุทธิ์อันไพศาล ลองจินตนาการ ดูว่า ถ้าโลกเต็มไปด้วยความรัก โลกยุคใหม่จะเป็นอย่างไร โดยสรุป สุขภาวะทางปัญญามีคุณ 3 ประการ คือ บรมสุข - สุนทรียธรรม - ไมตรีจิตหรือความรักอันไพศาล สุขภาวะทางปัญญาจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ น้อยๆ แต่เป็นเครื่องมือ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการเปลี่ยนยุคของมนุษยชาติทีเดียว และมีแรงจูงใจสูง ที่จะทำให้เป็นไปได้ ถ้าได้รู้ความจริง และรู้วิธีการอันหลากหลายในการเข้าถึงความ จริง ใครจะไม่อยากสัมผัส บรมสุข - ความงาม - ความดี ดังที่บรรยาย --- 20 --- # 7 15 เส้นทาง สู่สุขภาวะทางปัญญา ระบบสุขภาวะทางปัญญา คิดตามลำดับจากความเป็นเหตุเป็นผล ได้ดังนี้ (ดรูปประกอบ) 1. สุขภาวะทางปัญญา เป็นผล อยู่วงในสุด 2. ปัญญาเข้าถึงความจริง ความดี ความงาม เป็นเหตุ ความจริง ความดี ความงาม เป็นสิ่งสูงสุด ความจริงสูงสุดคือความจริงตาม ธรรมชาติเหนือตัวตน (อัตตา) 3. จิตสงบจากความเร่าร้อนของตัวตน เป็นปัจจัยให้เข้าถึง ความจริง จิตที่ติดอยู่ในตัวตนเป็นจิตร้อน จิตที่ข้องอยู่ในโลภะ โทสะ โมหะ เป็นจิตวุ่น ไม่สงบ เข้าถึงความจริงไม่ได้ 4. เป็นอยู่ด้วยปัญญา พยายามอยู่กับความจริงตามธรรมชาติ ว่าธรรมชาติไม่มีตัวตน เป็นไปตามเหตุปัจจัย ไม่เป็นอย่างอื่น อะไรเกิด หรือไม่เกิดก็เพราะมีเหตุปัจจัยให้เป็นเช่นนั้น มันเป็นเช่นนั้นเอง ๆ ตถตา ตถตา ไม่เข้าไปขัดแย้งกับความเป็นจริงเพราะอยากให้มันเป็น อย่างอื่น ปัญญาเห็นความเป็นจริงตามธรรมชาติทำให้จิตสงบ มีความสุข พยายามให้รู้กายรู้ใจของเราอยู่เสมอๆ ว่าเราคิด พูด ทำอะไร ด้วย ความเห็นแก่ตัว มีความโลภ ความโกรธ ความหลงหรือเปล่า contem- plate หรือดูใจของเราเสมอๆ อย่างนี้เรียกว่า เป็นอยู่ด้วยปัญญา เป็น ชีวิตที่เป็นสุข มีอย่างน้อย 15 เส้นทาง คือ • • 21 • • # การเป็นอยู่ด้วยปัญญา หรือ "จิตตปัญญาศึกษา" 15 วิธี 1. ระลึกบรมสัจจะ หรือจิตจักรวาล หรือพระเจ้า 2. สัมผัสธรรมชาติ 3. ตถตา - ความเป็นเช่นนั้นเอง 4. เมตตา - ความรักอันไพศาล 5. กรุณา - ช่วยเหลือสงเคราะห์ 6. ภาวนา (Meditation) 7. ทำจิตให้บันเทิง - มองในแง่ดี 8. สัมมาวาจา - สื่อสร้างสรรค์ 9. ไม่เบียดเบียน - อยู่ร่วมกันด้วยดี 10. ศิลปะ สุนทรียธรรม 11. การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีสติ 12. ทำงานทุกชนิดด้วยจิตรู้ 13. ปฏิวัติสัมพันธภาพ รวมตัว ความเป็นชุมชน 14. ชีวันตาภิบาล - การตายดี 15. การเรียนรู้ที่ดี ชีวันตาภิบาล การตายดี ปฏิวัติสัมพันธภาพ รวมตัว ความเป็นชุมชน 13 ทำงาน ทุกชนิด ด้วยจิตรู้ 12 การเคลื่อนไหว ร่างกาย อย่างมีสติ 1 สุขภาวะทางปัญญา 15 การเรียนรู้ที่ดี 1 บรมสัจจะ จิตจักรวาล 2 สัมผัส ธรรมชาติ 3 ตถตา 4 เมตตา 5 กรุณา 6 ภาวนา 7 ทำจิตให้บันเทิง มองในแง่ดี 8 สัมมาวาจา สื่อสร้างสรรค์ 9 ไม่เบียดเบียน 10 ศิลปะ สุนทรียธรรม จิตสงบ ความจริง สติ-สมาธิ การเป็นอยู่ด้วยปัญญา จิตตปัญญาศึกษา 15 วิธี ธรรมจักรแห่งสุขภาวะทางปัญญา 15 เส้นทาง ... 23 ... # 1. บรมสัจจะหรือจิตจักรวาล บรมสัจจะหรือจิตจักรวาลคือความจริงของธรรมชาติเหนือตัวตน เรียกชื่อต่าง ๆ เช่น บรมสัจจะ พระเจ้า โลกุตตรธรรม จิตจักรวาล พยายามระลึกรู้อยู่เสมอ หรือให้จิตเข้าถึงบรมสัจจะ หรือพระเจ้า จิตก็ จะคลายจากความยึดมั่นในตัวตน เข้าถึงปัญญา และความสุขอันเป็น ทิพย์ หรือสุขภาวะทางปัญญา # 2. สัมผัสธรรมชาติ ธรรมชาติไม่มีตัวตน และเชื่อมโยงอย่างกว้างใหญ่ไพศาลทั้ง จักรวาลหรือเลยไป ธรรมชาติมีทั้งใกล้ตัวเราและไกลออกไป เช่น สายลม แสงแดด ต้นไม้ ใบหญ้า ภูเขา ทะเล ทะเลทราย ท้องฟ้า พระอาทิตย์ พระจันทร์ ดวงดาว จักรวาล การสัมผัสธรรมชาติทำให้ จิตใจสงบและมีความสุข พยายามโยงให้เห็นความว่างจากตัวตน ทำให้ เกิดปัญญา จิตที่โยงกับธรรมชาติได้ ทำให้จิตใหญ่ เรียกว่าจิตจักรวาล หรือจิตที่เข้าถึงพระเจ้า พระเจ้าคือธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด # 3. ตถตา ตถตาหรือระลึกถึงกฎของธรรมชาติ คือ ความเป็นกระแสของ เหตุปัจจัยที่เรียกว่าอิทัปปัจจยตา ไม่แยกส่วนเป็นเอกเทศ (ตัวตน) ไม่ สุดโต่ง ไม่แยกข้างแยกขั้ว เห็นทางสายกลางคือปัญญา และมีสุขภาวะ ทางปัญญาด้วยการเห็นความเป็นเช่นนั้นเอง ตถตา • • 24 • • # 4. เมตตา เมตตาหรือไมตรีจิต หรือความรักต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่ง การเจริญเมตตาหรือมีความรักที่บริสุทธิ์ในหัวใจเสมอๆ จะลดความ เห็นแก่ตัว เกิดความสุข และทำให้ผู้อื่นมีความสุข ถ้าโลกเติมไปด้วย ความรักแทนที่ความชังอย่างที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน โลกจะเป็นโลกใหม่ที่ สงบสุข # 5. กรุณา มีการให้และการช่วยเหลือผู้อื่น หรือเรียกว่าทำความดี เมื่อทำ แล้วจะรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ มีความสุขในเนื้อในตัว ที่รู้สึกว่าได้บุญ ทำให้ สุขภาพดี ธรรมชาติได้สร้างสมองของมนุษย์มาให้มีส่วนที่ทำให้มีความ เห็นใจ (Empathy) เมื่อเห็นผู้อื่นมีความยากลำบาก และอยากช่วยเหลือ (Altruism) ทำให้สรุปว่ามนุษย์ขาดความดีไม่ได้ ชีวิตจะขาดความปิติสุข ในตัว การทำบุญจึงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมาตั้งแต่โบราณโดยไม่ต้องรู้ หลักการอะไร แต่เกิดจากประสบการณ์ธรรมชาติ ที่เมื่อทำแล้วรู้สึก ได้บุญ ศาสนาทุกศาสนาจึงสอนเรื่องการให้ หรือทาน หรือบริจาค ชีวิตปัจจุบันที่เร่งรีบ บีบคั้น การทำบุญอาจมีข้อจำกัด แต่การ เป็นอาสาสมัครเพื่อสังคม หรือจิตอาสาเพื่อสังคมในเรื่องต่างๆ เป็นสิ่งที่ น่าทำมาก และเป็นการพัฒนาจิตใจอย่างดี โดยลดการเห็นแก่ตัว เพิ่ม ความเห็นแก่ผู้อื่นและสิ่งอื่น เป็นสุขภาวะทางปัญญาอย่างหนึ่ง • • 25 • • # 6. ภาวนา ทุกศาสนามีการภาวนา (Meditation) ทั้งสิ้น เพื่อให้จิตสงบ เป็นสุข และเข้าถึงความจริงได้ ถ้าเข้าใจว่าทุกศาสนาเหมือนกันใน ความพยายามเข้าถึงความจริงเหนือตัวตน แม้จะเรียกความจริงเหนือ ตัวตนด้วยคำที่ต่างกัน แต่เป็นสิ่งเดียวกัน ถ้าทราบความจริงข้อนี้จะเห็น คุณค่าของทุกศาสนา และมีความร่วมมือระหว่างศาสนา ซึ่งจะเป็นพลัง มหาศาลในการขับเคลื่อนไปสู่ยุคใหม่ของมนุษยชาติ คือยุคแห่ง สุขภาวะทางจิตวิญญาณ ## 7. ทำจิตให้บันเทิง - มองในแง่ดี การทำจิตให้บันเทิง มองสิ่งต่างๆ ในแง่ดี ทำให้มีความสุข สงบ และเปิดให้สิ่งดีๆ วิ่งเข้าหาตัว รวมทั้งปัญญา ตรงข้ามกับการมองใน แง่ร้าย ขี้ทุกข์ ขี้บ่น ทำให้หัวใจปิด เรื่องดีๆ เข้าไม่ได้ จิตถูกกักขังอยู่ ในโทสะ งุ่นง่าน รำคาญใจ ไปถึงปัญญาไม่ได้ หัดมองแง่ดีของสรรพสิ่ง ในธรรมชาติทุกสิ่งมีความจริง ความดี ความงาม สุดแต่เราจะเลือกรับหรือไม่ ถ้ามีปัญญาเห็นความจริง จิตก็ จะบันเทิง ฝึกจิตให้บันเทิงจนเป็นวิสัยจะกำไรชีวิตเป็นอย่างยิ่ง ## 8. สัมมาวาจา - สื่อสร้างสรรค์ พูดแต่ความจริง พูดเป็นปิยวาจา ถูกกาลเทศะ และเกิดประโยชน์ สัมมาวาจาทำให้ผู้พูดมีความสุข และผู้ฟังมีความสุข มีสติ มีปัญญา • • 26 • • # 9. ไม่เบียดเบียน การไม่เบียดเบียนผู้อื่นและสิ่งอื่น หรือศีล คือการลดอัตตา อัตตา ทำให้เกิดโลภะ โทสะ โมหะ เบียดเบียนผู้อื่นทั้งทางใจ ทางวาจา และ ทางกาย การไม่เบียดเบียนทำให้จิตใจสงบ มีความปิติสุข และเข้าถึง สิ่งสูงสุด คือ ความจริง ความดี ความงาม ## 10. ศิลปะ - สุนทรียธรรม ความงาม - ความจริง - ความดี คือสิ่งสูงสุด งานศิลปะทุกชิ้น จึงโยงเข้าสู่ความจริงเหนือตัวตนได้ ถ้าทำให้งานทุกชนิดมีความงาม ก็เป็นศิลปะโยงลึกถึงสัจธรรมได้ ทุกคนจึงควรเป็นศิลปิน การทำงาน ศิลปะจึงเป็นเส้นทางใหญ่มากในการเข้าสู่สุขภาวะทางปัญญา ## 11. การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีสติ การรำมวยจีน ไทเก็กก็ดี โดยกะก็ดี ทำอย่างมีสติกำกับทุกท่า การเคลื่อนไหว การบริหารร่างกายด้วยวิธีอื่นใดก็ตาม ถ้าทำอย่าง เดียวกันก็สามารถโยงจิตไปถึงสัจธรรมได้ ทำให้เกิดสุขภาวะทางปัญญา • • 27 • • # 12. การทำงานทุกชนิดด้วยจิตรู้ ไม่ว่าจะกวาดบ้าน ล้างชาม ล้างส้วม ฯลฯ ถ้ามีสติรู้อยู่กับกาย ที่ทำงาน ตัวงาน และผลของงาน ก็จะมีความสุขอย่างยิ่ง ไม่ย่อท้อ ไม่เบื่อ ไม่หงุดหงิดรำคาญ หรือโกรธที่จำใจต้องทำงานนั้นๆ จิตใจจะ กล้าหาญ ไม่กลัวลำบาก เพราะไม่ลำบาก และมีความปิติสุขในงาน ชีวิตจึงกำไรมหาศาลที่ได้ทั้งงานได้ทั้งความสุข ท่านอาจารย์พุทธทาส กล่าวว่า "การทำงานคือการปฏิบัติธรรม" ท่านอาจารย์หมอเสม พริ้งพวงแก้ว กล่าวว่า "ชีวิตที่ลำบากคือ ชีวิตที่เจริญ" คุณจำลอง ศรีเมือง กล่าวว่า "ผมโชคดีที่เกิดมาเป็นคนจน" เห็นไหมครับ สุขภาวะทางปัญญาพลิกโซคร้ายกลายเป็นดีได้ ทุกคนสามารถเป็นคนโชคดีได้โดยมีสุขภาวะในการทำงาน ผมเคยไปที่พระเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล ที่อยุธยา เห็นแม่ชีสูงอายุกำลัง กวาดใบไม้รอบๆ พระเจดีย์ด้วยหน้าตาสงบสุข ทำให้นึกย้อนไปถึง วันหนึ่งที่นิวยอร์ก ผมโผล่มาจากสถานีรถไฟใต้ดินแล้วไม่รู้ทาง แวะไป ถามคนขายหนังสือพิมพ์ที่ร้านริมถนน ซึ่งหน้าตาบอกบุญไม่รับ นอกจากไม่บอกทางแล้ว ยังตะคอกด่าผมอีก แม่ชีที่กวาดใบไม้รอบองค์พระกับคนที่นิวยอร์กช่างแตกต่าง ห่างไกลกัน และน่าสงสารคนในประเทศที่เจริญด้วยวัตถุธรรม แต่ขาด สุขภาวะทางปัญญา • • 28 • • 13. การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนทุกคนอย่างเท่ากัน ปฏิวัติสัมพันธภาพ บูรณภาพทางสังคม ความเหลื่อมล้ำและขาดความเป็นธรรมเป็นปัญหาใหญ่ของโลก หรือทำให้โลกวิกฤต การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนทุกคนอย่างเท่าเทียม กัน เป็นศีลธรรมทางสังคมที่ลึกที่สุด และเป็นฐานรองรับสิ่งดีๆ ทั้งปวง แต่ขาดไปอย่างที่สุด สิ่งดีๆ จึงเกิดไม่ได้ เพราะความไม่เท่าเทียมกัน จึงเกิดสัมพันธภาพเชิงอำนาจแบบ บนลงล่าง หรือท็อปดาวน์ ความสัมพันธ์ทางดิ่งหรือท็อปดาวน์นี้เห็น ทั่วไปตามรูป สัมพันธภาพแบบท็อปดาวน์ * พ่อแม่ * ลูก * ครู * นักเรียน * นาย * ลูกน้อง * ข้าราชการ * ราษฎร * พระ * แม่ชี * แพทย์ * คนไข้ ... 29 ... สัมพันธภาพด้วยอำนาจ ก่อความบีบคั้น แต่ไม่ก่อปัญญา อำนาจกับปัญญาเป็นปฏิภาคกัน อาจเขียนเป็นสมการว่า $$ \text{อำนาจ} = \frac{1}{\text{ปัญญา}} $$ ถ้าอำนาจน้อย ปัญญาน้อย ถ้าอำนาจน้อย ปัญญามาก บุคคลควรตระหนักรู้ว่า ชีวิตคนประดุจฟ้า คือมีคุณค่าสูงสุด มีความศักดิ์สิทธิ์ มีศักดิ์ศรี ทำอะไรต้องเอาชีวิตคนเป็นตัวตั้ง ถ้าเอา อย่างอื่นเป็นตัวตั้งจะผิดพลาดเสมอ เช่น ระบบเศรษฐกิจไปเอา ประสิทธิภาพและความมั่งคั่งเป็นตัวตั้ง ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำและ เสียสมดุลไปทั่วโลก ระบบการศึกษาที่ไม่ได้เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง แต่ไป เอาวิชาเป็นตัวตั้ง ก่อให้เกิดปัญหาสาหัสสากรรจ์ที่แก้ไม่ได้จนถึงบัดนี้ ฉะนั้นจึงกล่าวว่า การเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนทุกคน อย่างเท่าเทียมกัน เป็นศีลธรรมพื้นฐานทางสังคมที่ลึกที่สุด ที่เป็น รากฐานของสิ่งดีงามทั้งปวง **สัมพันธภาพใหม่** หรือการปฏิวัติสัมพันธภาพ (Associational revolution) คือ **ความเสมอภาค** ภราดรภาพ และการเรียนรู้ระหว่างกัน (Interactive learning) ไม่ใช่สัมพันธภาพเชิงอำนาจซึ่งไม่เกิดการ เรียนรู้ • • 30 • • การเรียนรู้ระหว่างกันเป็นความสุข และทำให้บรรลุธรรมได้ เช่น แม่คนหนึ่งมีลูกเป็นออทิสติก มีความทุกข์เพราะลูกเป็นอย่างนั้น แต่เมื่อเลี้ยงลูกไป ๆ เกิดพบว่าตนเองมีความสุขซาบซ่านไปทั้งเนื้อทั้งตัวเหมือนคนบรรลุธรรม ตามปกติแม่ท็อปดาวน์กับลูก คอยห้ามลูกไม่ให้ทำโน่น ทำนี่ แบบที่ฝรั่งพูดว่า แม่พูด "Don't" กับลูกทุก 10 นาที แต่ลูกที่เป็นออทิสติกมีจังหวะการรับรู้และความเข้าใจที่ต่างไป ไม่สามารถ ท็อปดาวน์ได้ ต้องสังเกตจังหวะจะโคนของลูก และสัมพันธ์ด้วยการเรียนรู้ระหว่างกัน กลายเป็นสัมพันธภาพเชิงปัญญา ไม่ใช่สัมพันธภาพเชิงอำนาจ ทำให้เกิดความสุขด้วยกันทั้งคู่ ปลดปล่อยแม่จากอำนาจจึงบรรลุธรรมได้ ปฏิวัติสัมพันธภาพจึงเป็นเส้นทางใหญ่สู่สุขภาวะทางปัญญา อีกสิ่งหนึ่งคือ การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ หรือการสร้างความเป็นชุมชน นายแพทย์สกอตต์ เพ็ก (Scott Peck) จิตแพทย์อเมริกัน รักษาคนอเมริกันที่มีความทุกข์จำนวนมากจนรักษาไม่ไหว เขาพบว่าตัวเองต้องช่วยส่งเสริมการรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ ซึ่งเขาเรียกว่าการสร้างความเป็นชุมชน (Community building) ซึ่งทำสำเร็จร้อยละ 80 ไม่สำเร็จ 20 ในที่ที่ทำสำเร็จพบว่า ทุกคนมีความสุขประดุจบรรลุนิพพาน 31 ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น สัตว์หรือคนที่ดำรงชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ต้องใช้พลังงานมาก ในการระแวดระวังภัยและเอาชีวิตรอด อะไรที่ต้องใช้พลังงานในการ ดำรงตน (entropy) จำนวนมาก จะเหลือพลังงานไปทำอย่างอื่นน้อย มีความเครียดในตัวสูง และเป็นภาวะไม่เสถียร แต่เมื่อมีการรวมตัวกัน ช่วยกันดูแลความปลอดภัยของกลุ่ม แต่ละคนลดการใช้พลังงานในการ ดำรงตนเอง จึงลดความเครียดจากการต้องต่อสู้เพื่อเอาตัวรอดและการ เอาอัตตาเป็นศูนย์กลาง ความเป็นกลุ่มทำให้มีความปลอดภัยเพิ่ม และมีการอยู่รอดเพิ่ม ขึ้น อัตตาจึงลดลง การคลายเครียดและคลายจากอัตตาทำให้เกิดความ สุขประดุจบรรลุนิพพาน นี่ก็เป็นสุขภาวะทางปัญญา เพราะอัตตาลด ทำให้มีปัญญาที่เข้าถึงความจริงเหนือตัวตน นายแพทย์สกอตต์ เพ็ก จึงตั้งชื่อหนังสือของเขาว่า A World Waiting To Be Born -- โลกใหม่ที่รอคอยจะบังเกิดขึ้น เพราะโลกเก่า ไปไม่ไหวแล้ว • • 32 • • อปริหานิยธรรมที่พระพุทธองค์ตรัสสอนเป็นอันมากเมื่อประทับบนเขาคิชฌกูฏเป็นครั้งสุดท้าย ก็คือธรรมะเพื่อการรวมตัวร่วมคิด ร่วมทำ เพื่อการเกิดขึ้นของปัญญาร่วม (Collective wisdom) หรือ ปัญญากลุ่ม (Group wisdom) หรืออัจฉริยภาพกลุ่ม (Group genius) นี่ก็เป็นสุขภาวะทางปัญญา บุคคลจึงไม่ควรอยู่อย่างโดดเดี่ยวหรือมีความเป็นปัจเจกสูงเกินไป เพราะจะเกิดโรคโดดเดี่ยว (Loneliness) และซึมเศร้าได้ง่าย ควรรวมตัวกันเป็นกลุ่ม ๆ เป็นกลุ่มสุขภาวะ เมื่อเป็นกลุ่มก็มีจิตวิญญาณเกิดขึ้น เป็นจิตวิญญาณกลุ่ม (Group spirit หรือ Group spirituality) เกิดสุขภาวะทางจิตวิญญาณหรือ สุขภาวะทางปัญญา สิ่งสำคัญคือ การรวมกลุ่มทุกแห่งหน ทั้งในพื้นที่และในกิจกรรมต่างๆ ทั้งในชนบทและในเมืองมีการอยู่กันเป็นชุมชน ชุมชนจะเป็นภูมิคุ้มกันทั้งทางจิตใจ ทางสังคม ทางเศรษฐกิจ และจากโรคระบาด ทุกคนควรไปเรียนรู้ชีวิตในชุมชน และสร้างความเป็นชุมชนจิตวิญญาณชุมชน (Community spirituality) ก็จะก่อให้เกิดสุขภาวะทางจิตวิญญาณหรือสุขภาวะทางปัญญา ชุมชนจึงเป็นเส้นทางใหญ่ - Highway สู่สุขภาวะทางปัญญา 33 14. ชีวันตาภิบาล หรือการตายดี ชีวันตะ = ชีวะ + อันตะ อันตะ = ส่วนสุด, สิ้นสุด (อนันตะ = ไม่มีที่สิ้นสุด) ชีวันตาภิบาล = อภิบาลในช่วงท้ายของชีวิต ให้ตายดี หรือตายอย่างมีคุณภาพ การตายอย่างมีคุณภาพคืออะไร ต้องช่วยกันพิจารณาจากแง่มุมหลาย ๆ ส่วน แพทย์มักพยายามช่วยชีวิตด้วยเทคโนโลยีจนถึงที่สุด ซึ่งหมายถึงตายที่โรงพยาบาลกับเทคโนโลยี ส่วนผู้ตายมักอยากเลือกตายในที่ที่เขาคุ้นเคย รู้สึกสบายใจ มีศักดิ์ศรี อยากให้มีคนอยู่ด้วยขณะกำลังจะสิ้นใจ และทำอะไรให้ ในสมัยโบราณ ลูกเมียก็จะบอกให้นึกถึงพระพุทธเจ้า หรือพระเจ้า หรือนิมนต์พระมาสวดมนต์ด้วยบทสวดโพชฌงค์ ชีวันตาภิบาล จะมีหลายฝ่ายช่วยกันให้ผู้ตายตายอย่างมีความรู้สึกนึกคิดจิตใจที่ดี หรือถึงกับมีความสุขขณะกำลังตาย การคิดถึงความตายหรือมรณานุสติ และช่วยกันให้เกิดการตายดี เป็นการพัฒนาจิตใจให้คลายจากการยึดมั่นถือมั่นในอัตตา จึงถือเป็นจิตตปัญญาศึกษาและสุขภาวะทางปัญญาอย่างหนึ่ง การตายมีในทุกบ้าน บ้านจึงเป็นที่พัฒนาจิตได้ที่หนึ่ง โรงพยาบาลเป็นที่ที่มีการตาย จึงเป็นจิตตปัญญาสถานได้ ถ้าจัดวัดทุกวัดให้มีชีวันตาภิบาลสถาน ก็จะเป็นที่ที่มีการปฏิบัติธรรมทั้งของพระและฆราวาสที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งชุมชนด้วย 34 ถ้าพิจารณาเชิงระบบ ก็จะเห็นว่ามีชีวันตาภิบาลสถานเพื่อสุขภาวะทางจิตวิญญาณได้จำนวนมหาศาล จึงควรมีกลุ่มหรือสถาบันที่ทำงานด้านชีวันตาภิบาลเชิงระบบ 15. การเรียนรู้ที่ดี การเรียนรู้ที่ดีต้องเกิดปัญญาและความสุข ไม่ใช่ก่อทุกข์อย่างทุกวันนี้ ทุกคนควรเป็นบุคคลเรียนรู้ ที่เรียนรู้ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทุกวัน ไม่ว่าชีวิตพบเจอเรื่องอะไร เพราะชีวิตคือการเรียนรู้ เรียนรู้ให้ได้ความรู้ ได้ปัญญา และความสุข ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกเหตุการณ์ ต้องทำให้เราฉลาดขึ้นด้วยความเป็นเหตุเป็นผล รู้ว่าอะไรคืออะไร อะไรเกิดจากอะไร อะไรมีประโยชน์อย่างไร และวิธีที่จะสำเร็จประโยชน์นั้นทำได้อย่างไร ประโยชน์อย่างสำคัญคือสุขภาวะทางปัญญา ปัญญายังให้เกิดสุข ปัญญาคือการลดน้อยถอยลงของอัตตา เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วต้องย้อนมาลดตัวตนลง จึงจะเกิดปัญญาและความสุข การที่จัดเรื่องการเรียนรู้ที่ดีเป็นข้อที่ 15 เพื่อจะได้มองย้อนไปที่ 14 ข้อแรกว่า แต่ละข้อคือการเรียนรู้ให้เกิดสุขภาวะทางปัญญา ฉะนั้น การเรียนรู้ที่ดี คือการเรียนรู้ทั้ง 15 วิธีในสิ่งที่เรียกว่า "เป็นอยู่ด้วยปัญญา" • • 35 • • อาจสรุปเป็นหลักการว่า การเรียนรู้ที่ดีเป็นสิ่งประเสริฐที่สุดของมนุษย์ มนุษย์มีศักยภาพในการเรียนรู้สูงสุด สามารถเรียนรู้ให้บรรลุ อะไรก็ได้ เป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะแสวงหา และช่วยให้เพื่อนมนุษย์ ได้พบการเรียนรู้ที่ดี การเรียนรู้ที่ดีจึงเป็นเส้นทางใหญ่สู่สุขภาวะทางปัญญา *** . . 36 . . <figure> The image displays a grid of numerous small, light blue circles, resembling a crossword puzzle or a tiled background. In the lower-middle section of this grid, there are three dark gray dots, with the number "36" in between them. This arrangement suggests a numerical or counting element within the grid. </figure> # 8 สุขภาวะที่สมบูรณ์ ของมนุษยชาติทั่วโลก * * * โลกยุคใหม่เป็นความฝันขององค์กรทางมนุษยธรรมต่างๆ และ องค์การอนามัยโลก โดยมีการนิยามคำว่า "สุขภาพ" คือ "สุขภาวะ ที่สมบูรณ์" ว่า Health is complete well-being. physically, mentally, socially (and spiritually) (ในวงเล็บเป็นข้อเสนอของสมาชิกบางประเทศ) สุขภาพ คือสุขภาวะที่สมบูรณ์ ทางกาย จิต สังคม และจิต วิญญาณ ฉะนั้น "สุขภาพคือทั้งหมด" (Health is the whole) เมื่อทบทวนความคิดนี้แล้ว ลองย้อนกลับไปมองรูป "ธรรมจักร สุขภาวะทางปัญญา" ที่ประกอบด้วย 15 เส้นทางนั้น จะเห็นภาพ "สุขภาพคือทั้งหมด" "สุขภาพที่สมบูรณ์ทั้งทางกาย จิต สังคม และปัญญา" * * * 37 * * * สุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิต สุขภาวะทางปัญญา สุขภาวะทางสังคม ธรรมจักรแห่งสุขภาวะที่สมบูรณ์ = สุขภาพคือทั้งหมด กาย จิต สังคม จิตวิญญาณ เชื่อมกันโดย 15 เส้นทางสู่สุขภาวะ ทางปัญญา สุขภาวะทางปัญญาเชื่อมโยงอยู่กับสุขภาวะทางกายหรือทางวัตถุ ทางจิต และทางสังคม สุขภาวะทางปัญญาจึงทำให้สุขภาวะอีก 3 มิติควบแน่น และรวม เป็นสุขภาวะที่สมบูรณ์ หรือสุขภาวะสูงสุด หรือมนุษยธรรมสูงสุด (Supreme humanity) การขับเคลื่อนสุขภาวะทางปัญญาจึงเป็นการขับเคลื่อนไปสู่ มนุษยธรรมสูงสุด อันเป็นเป้าหมายของโลกยุคใหม่ 38 # 9 โลกแห่งสุขภาวะที่สมบูรณ์ ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป แต่เป็นความจริง ที่มีรูปธรรมแห่งการปฏิบัติได้ไม่ยาก ทำด้วย ความสุข มีระบบและโครงสร้างแห่งการปฏิบัติ และมีองค์กรส่งเสริม อยู่แล้ว ดังนี้ 1. รูปธรรมที่ปฏิบัติได้ คือ การขับเคลื่อนสุขภาวะทางปัญญา 15 เส้นทาง 2. ที่ว่าไม่ยาก เพราะเป็นเส้นทางแห่งความสุขทุกเส้นทาง เพียง แต่คิดก็มีความสุขแล้ว เมื่อปฏิบัติก็มีความสุข และเป็นความสุขที่ลึกซึ้ง เหนือความสุขทางวัตถุเพียงอย่างเดียว เพราะมีสุขภาวะทางจิตวิญญาณ เข้าประกอบด้วย ทำให้ความสุขทุกชนิดเป็นความสุขแท้ ลึก และไม่ คลอนแคลน จึงมีแรงจูงใจสูงที่คนทั้งโลกจะทำ ถ้ารู้หรือเคยชิม 3. ระบบและโครงสร้างที่มีอยู่แล้วคือ **ระบบและโครงสร้างทาง สุขภาพ** ซึ่งมีอยู่แล้วในทุกประเทศและทั่วโลก เป็นโครงสร้างที่ใหญ่และ ทั่วถึงกว่าโครงสร้างอื่นๆ เพราะเกี่ยวกับชีวิตของทุกคน 4. องค์กรในประเทศ คือกระทรวงสาธารณสุขและองค์กร สุขภาพอื่นๆ องค์กรระดับโลกก็มีองค์การอนามัยโลกและองค์กร สุขภาพอื่นๆ • • 39 • • องค์การอนามัยโลกมีระบบและโครงสร้างที่ดีมาก คือมี สำนักงานใหญ่ (HQ) ที่เจนีวา และสำนักงานส่วนภูมิภาค (RO) ในทุก ภูมิภาค เชื่อมโยงกับประเทศสมาชิกทั่วโลก เป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกัน ทั้งโลก เพื่อให้ความคิดและประสบการณ์จากการปฏิบัติเกิดการแลก เปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันได้ทั้งโลก และมีคนดีๆ เก่ง ๆ มีส่วนร่วมใน โครงสร้างนี้จำนวนมหาศาล โครงสร้างสุขภาพโลกจึงดีกว่าโครงสร้างอื่นๆ ทั้งด้านจำนวน และคุณภาพของคนที่เกี่ยวข้อง มโนธรรม วิชชาและจรณะ รวมทั้ง เป้าหมายในการสร้างสุขภาวะที่สมบูรณ์ของมนุษยชาติทั่วโลก ฉะนั้นระบบและโครงสร้างที่ถูกต้องคือระบบสุขภาพ เครื่องมือขับเคลื่อน คือธรรมจักรแห่งสุขภาวะทางปัญญา หรือ เส้นทาง 15 สายสู่สุขภาวะทางปัญญา องค์กรขับเคลื่อน คือองค์กรสุขภาพของประเทศและของโลก เมื่อองค์ประกอบครบทั้งสาม การบรรลุเป้าหมายก็เป็นไปได้และ ไม่ยาก นั่นคือ สุขภาวะที่สมบูรณ์และสูงสุดของมนุษยชาติทั่วโลก นี่คือโลกยุคใหม่ โลกแห่งสุขภาวะที่สมบูรณ์ 40 # 10 บทบาทของประเทศไทย ในการสร้างโลก แห่งสุขภาวะที่สมบูรณ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ที่มีการตั้ง สวรส. (สถาบันวิจัยระบบ สาธารณสุข) ซึ่งเกิดจากการคิดเชิงระบบ ระบบสุขภาพ และนิยาม คำว่าสุขภาวะ คือ สุขภาวะที่สมบูรณ์ ทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางปัญญา สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ) ได้พยายามหาความหมายของคำว่า "สุขภาวะทางปัญญา" ตลอดมา รวมทั้งกำหนดให้มีสำนักว่าด้วยเรื่องนี้คือสำนัก 11 (สำนัก สร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา) และ สสส. ได้ตั้ง "ศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา" ที่ประสานงาน จัดประชุมวิชาการระดับชาติเรื่องสุขภาวะทางปัญญาขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันที่ 17-18 สิงหาคม 2566 เป็นการระดมความคิดระดับชาติเรื่อง สุขภาวะทางปัญญา หรือ Spiritual Health อาจเป็นครั้งแรก ๆ ในโลก "ธรรมจักรแห่งสุขภาวะทางปัญญา 15 เส้นทาง" ซึ่งนำเสนอใน การประชุมนี้และเอกสารนี้ ขอให้เป็นของสาธารณะที่ทุกคนเป็นเจ้าของ และช่วยกันตบแต่งให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะกลายเป็นเครื่องมือขับเคลื่อน สุขภาวะทางปัญญาของคนไทยทั้งประเทศ ผ่านระบบและโครงสร้าง สุขภาพ ในเวลาไม่ช้านักจะเกิดความชัดเจนและผลเชิงประจักษ์ในเรื่อง Spiritual Health • • 41 • • เมื่อนั้นประเทศไทยควรนำเสนอเรื่อง Spiritual Health ต่อโลก ผ่านองค์การอนามัยโลกและช่องทางอื่นๆ และประเทศไทยควรนำเสนอ เรื่องนี้ในที่ประชุมสมัชชาองค์การอนามัยโลก (World Health Assembly) ปีใดปีหนึ่ง ควรมีการสื่อสารผ่านสื่อและช่องทางทุกประเภท ให้ความรู้ถึงกัน อย่างทั่วถึง รวมทั้งการสร้างภาพยนตร์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ภาพยนตร์ภาษาไทย ชื่อ "สุขภาวะทางปัญญา สุขภาวะที่ สมบูรณ์ของคนไทยทุกคน" หรืออะไรทำนองนี้ที่ดีกว่านี้ ฉายดูกันทั้ง จอเล็กและจอใหญ่ ให้คนไทยได้ดูกันทั้งประเทศ ภาพยนตร์ภาษาอังกฤษ "Spiritual Health for Mankind around the world" ทำอย่างสุดฝีมือแบบสปิลเบิร์ก ฉายกันดูใน ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ดังนี้เป็นต้น สุขภาวะทางจิตวิญญาณหรือสุขภาวะทางปัญญา ก็จะเป็นความ เคลื่อนไหวของคนทั้งโลกร่วมกัน --- 42 --- # 11 สรุปภาพรวม โลกยุคใหม่ แห่งสุขภาวะที่สมบูรณ์ เมื่อโลกยุคเก่าวิกฤต ก็จะอัสดง และเกิดโลกยุคใหม่ขึ้นแทนที่ นี่เป็นกฎของธรรมชาติที่จะต้องเกิด มนุษย์ใฝ่ฝันถึงโลกยุคใหม่กันมานานแล้ว ในชื่อเรียกอะไรก็ตาม เช่น ยุคศรีอาริย์ โลกพระศรีอริยเมตไตรย โลกใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นจริงๆ เรียกเป็นคำกลาง ๆ ว่า "โลกแห่งสุขภาวะที่สมบูรณ์ของมนุษยชาติ" ส่วนจะมีชื่อเล่นว่าอะไรก็สุดแต่ความรู้สำนึกคิดหรือจินตนาการ ในวัฒนธรรมที่หลากหลาย ครั้งโบราณ มีศาสดาที่บรรลุธรรมผุดบังเกิดขึ้นมา และสั่งสอน ให้มีผู้บรรลุธรรมได้เป็นส่วน ๆ แต่โลกยุคใหม่แห่งสุขภาวะที่สมบูรณ์นั้นไม่มีศาสนา แต่เกิดจากปัญญาร่วม (Collective wisdom) ที่นักคิดในระบบ สุขภาพครุ่นคิด เรียนรู้ร่วมกัน สะสมแนวคิดและแนวปฏิบัติ เป็นปัญญา ร่วมสะสม (Accumulated collective wisdom) ที่ชัดเจนมากขึ้น ๆ จนถึงปัจจุบันมีความชัดเจนถึงระดับหนึ่งว่า • • 43 • • สุขภาพที่สมบูรณ์คืออะไร สุขภาวะทางปัญญาคืออะไร สุขภาพองค์รวม (Holistic Health) คืออะไร และค้นพบว่า "สุขภาวะทางปัญญา" คือทางอันเอกสู่ "สุขภาวะ ที่สมบูรณ์" ที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้ ไม่เหมือนระบบการเมือง ระบบเศรษฐกิจ ระบบการเงิน หรือ อื่นๆ ที่แม้อยากร่วมก็ร่วมด้วยไม่ได้ เส้นทางสุขภาวะทางปัญญาจึงเป็นประชาธิปไตยอย่างยิ่ง เพราะ ทุกคนมีส่วนร่วมได้ เส้นทางอย่างน้อย 15 เส้นทาง มากพอที่ทุกคนจะ เลือกได้ หรือเลือกหลายเส้นทาง หรือทุกเส้นทาง เพียงนึกถึงไม่ว่าเส้นทางใดก็มีความสุข ทุกคนจึงอาจมีแผนที่ สุขภาวะทางปัญญา 15 เส้นทางไว้ใกล้ตัว ให้เห็นและนึกถึงบ่อยๆ ก็มี ความสุขแล้ว และเมื่อเดินไปตามเส้นทาง ยิ่งเดินก็ยิ่งมีความสุข เพิ่มขึ้นๆ การเข้าถึงความสุขที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และยังมี เพื่อนร่วมทางจำนวนมาก และมากขึ้นเรื่อยๆ จนหมดทั้งโลก ระบบสุขภาวะทางปัญญาเป็นของสาธารณะ ไม่มีเจ้าเข้าเจ้าของ ไม่มีศาสดา สาธารณะสามารถเรียนรู้จากการปฏิบัติ แล้วนำปัญญาจาก ประสบการณ์มาตกแต่งให้ดีเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เช่นนี้ ระบบสุขภาวะ ทางปัญญาก็จะมีชีวิต 44 เมื่อมีชีวิตก็เรียนรู้ได้ งอกงามได้ไม่สิ้นสุด ต่างจากองค์กรที่ยกตัวเป็นเอกเทศ เป็นส่วน ๆ ที่ไม่เชื่อมโยง อะไรที่ทำแหละเป็นส่วน ๆ เช่น ตำแหน่งโค ตำแหน่งสุกร ก็จะสิ้นชีวิต เรียนรู้ไม่ได้ งอกงามไม่ได้ มีแต่เน่าเปื่อยผุพังไป ## ชีวิตคือการเชื่อมโยง เพราะฉะนั้นเมื่อระบบสุขภาวะทางปัญญามีชีวิต ก็จะเรียนรู้และ งอกงามได้อย่างหลากหลายไม่มีที่สิ้นสุด ฉะนั้นจะเห็นคุณค่าว่า โลกใหม่แห่งการมีสุขภาวะที่สมบูรณ์ ไม่มีศาสดา ไม่มีเจ้าเข้าเจ้าของ แต่เป็นกระบวนการสาธารณะที่มีชีวิต เมื่อมีชีวิตและดำเนินไปบนเส้นทางที่ถูกต้อง ก็จะถึงเป้าหมายอย่าง แน่นอน และเยียวยาโลก (Heal the World) ที่ป่วยหนัก ให้กลายเป็น โลกที่ดีกว่าเดิม นั่นคือ โลกยุคใหม่แห่งสุขภาวะที่สมบูรณ์ของมนุษยชาติ ฉะนี้ 45 # แทนคำตอบคุณ อาจารย์ประเวศเขียนต้นฉบับบทความ "สุขภาวะทางปัญญา : 15 เส้นทางสู่สุขภาวะที่สมบูรณ์ของมนุษยชาติ" ขึ้น ในฐานะเป็นองค์ปาฐก ของการประชุมวิชาการระดับชาติสุขภาวะทางปัญญาครั้งที่ 1 : สุขภาพ จิตวิญญาณ และสังคม ท่านใช้เวลาใคร่ครวญและเขียนบทความนี้ หลายเดือน คู่ขนานไปกับการตระเตรียมงานจัดประชุมที่ท่านคอยให้ คำปรึกษาเป็นระยะตลอดมา ท่านบอกว่า สิ่งที่ดีที่สุดที่จะเกิดจากการ ประชุมครั้งนี้คือ การที่ผู้คนจำนวนมากได้มาทำงานร่วมกัน และขอให้ พวกเราใช้พลังของการรวมตัวนี้เป็นแรงส่งเพื่อเคลื่อนงานต่อไปข้างหน้า บทความเขียนเสร็จในคืนวันที่ 22 มิถุนายน 2566 อาจารย์มี ความสุขมากที่เขียนเสร็จ ท่านบอกว่าเป็นบทความที่ดีที่สุดในบทความ ทั้งหมดมากกว่า 1,000 ชิ้นที่เคยเขียนมา และวันถัดมาอาจารย์ได้ทำพิธี เล็ก ๆ ขึ้นที่บ้าน เพื่อมอบบทความนี้ให้แก่ศูนย์ความรู้และประสานงาน สุขภาวะทางปัญญาไว้ใช้เพื่อทำงานต่อ อาจารย์ประเวศมักมีเรื่องมาเล่าด้วยความยินดี ถึงคนกลุ่มต่าง ๆ ที่ทำงานทางจิตวิญญาณอยู่ตรงโน้นตรงนี้ ทั้งที่ท่านทราบข่าวคราวมา และที่ท่านคอยเชียร์และให้กำลังใจในการทำงานอยู่เสมอ 46 สิ่งที่อาจารย์เน้นย้ำเสมอในการทำงานสุขภาวะทางปัญญาคือ "เราแต่ละคนต้องเรียนรู้และฝึกฝน และช่วยเหลือกันและกันให้มีโอกาส ที่ดีในการเรียนรู้และฝึกฝน จนเกิดมีประสบการณ์ตรงของการเป็นอยู่ ด้วยปัญญา สามารถเข้าถึงความจริงของโลกและชีวิตในส่วนที่เป็น นามธรรม เพื่อการอยู่ร่วมกับผู้อื่นและธรรมชาติได้อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นมิตร เคารพศักดิ์ศรีของกันและกัน แล้วเราจะพบความสุขล้นเหลือ จากการลดน้อยถอยลงของอัตตา" ท่านบอกเสมอว่า การทำงานสุขภาวะทางปัญญาเป็นหนทางใหญ่ ที่ทุกคนเข้าร่วมเดินทางได้ โดยเฉพาะในสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วย ความบีบคั้น ผู้คนจะมีแรงจูงใจสูงมากในการเข้าร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ และจะมาร่วมกันจนกลายเป็นเส้นทางขนาดใหญ่และสวยงามอย่างยิ่ง เป็น "สันติวรบท" ร่วมกันของคนในสังคม ในฐานะองค์กรประสานงานการจัดประชุมครั้งนี้ ขอน้อมใจ ขอบคุณอย่างยิ่งต่อผู้มีส่วนร่วมทุกท่านที่ทำให้งานครั้งนี้เกิดขึ้นได้จริง อย่างเป็นความงาม ความสุข และเป็นโอกาสสำคัญของการเรียนรู้ที่ มีค่า ที่ผู้คนในขบวนแห่งมิตรภาพและปัญญานี้ต่างมอบให้กันและกัน และเป็นเครื่องยืนยันอีกครั้งถึงสิ่งที่อาจารย์ประเวศบอกไว้เสมอว่า "ชีวิตของเราจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าไม่มีคนอื่น" ศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) 47 “ชีวิตของเรา จะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าไม่มีคนอื่น” ประเวศ วะสี - สุขภาวะทางปัญญา สุขภาวะที่สมบูรณ์ของมนุษยชาติ ประเวศ วะสี ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๖ การประชุมวิชาการระดับชาติ เครือข่ายความรู้สุขภาวะทางปัญญา ครั้งที่ ๑ "Complete well-being of mankind Around the world" WHO Health is complete well-being, physically, mentally, socially, (and spiritually) สุขภาวะทางกาย, ทางจิต, ทางสังคม และทางปัญญา สสส สุขภาวะทางปัญญา = สุขภาวะที่เกิดจากการเข้าถึงความจริงเหนือตัวตน Spiritual = คุณค่าเหนือวัตถุ # ธรรมชาติ ๑. ธรรมชาติที่ปรุงแต่ง (สังขตธรรม) ๒. ธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง (อสังขตธรรม) # คนโบราณ ๑. สัมผัสคุณค่าเหนือวัตถุ ๒. จิตสงบ เกิดความสุขอันเป็นทิพย์ เทพ บรมสัจจะ พระเจ้า โลกุตตรธรรม # สุขภาวะทางวัตถุ ๑. ตื้น เปลี่ยนแปลงเร็ว ๒. อายุสั้น ๓. โลภไม่มีที่สิ้นสุด ๔. โทสะ ๕. แย่งชิง รุนแรง เหลื่อมล้ำ วิกฤต ไม่ยั่งยืน # วิกฤตอารยธรรมวัตถุนิยม * อายุ ๕๐๐ ปี * เสียสมดุลทุกมิติ * ปั่นป่วน วุ่นวาย รุนแรง โกลาหล ไม่ยั่งยืน Laslo, Grof, Russell : Consciousness Resolution Dalai Lama : Spiritual Revolution Einstein : A radically new manner of thinking ท่านพุทธทาส : ถอนตัวจากวัตถุนิยม สมองส่วนหลัง Prefrontal cortex สมองส่วนหน้า # สุขภาวะทางปัญญา ๑. สุข ๒. งาม ๓. ไมตรีจิต สิ่งสูงสุด = ความจริง ความดี ความงาม สุขภาวะทางปัญญา = เข้าถึงสิ่งสูงสุด IDG Inner Development Goal จิตตปัญญา จิตวิวัฒน์ สุขภาวะทางปัญญา นานาวิถี เป็นอยู่ด้วยปัญญา จิตสงบ ความจริง สุขภาวะ ทางปัญญา เหนือตัวตน สติ สมาธิ ๑๕ เส้นทาง # ธรรมจักรแห่งสุขภาวะทางปัญญา การเป็นอยู่ด้วยปัญญา จิตสงบ ความจริง สุขภาวะ ทางปัญญา เหนือตัวตน สติ สฺมาธิ จิตตปัญญาศึกษา ๑๕ วีร ๑. ๔. ๒. ๓. ๔. ๕. ๖. ๗. ๘. ๙. # ๑๕ เส้นทาง ๑. เข้าถึงความจริงสูงสุด จิตจักรวาล ความว่าง ๒. สัมผัสธรรมชาติ ๓. ตถตา ความเป็นเช่นนั้นเอง ๔. เมตตา ๕. กรุณา (Compassion) หัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ # ๑๕ เส้นทาง ๖. ภาวนา (Meditation) การเจริญสติ ๗. ทำจิตให้บันเทิง ๘. สัมมาวาจา - สื่อสร้างสรรค์ ๙. ไม่เบียดเบียน - กาย วาจา ใจ ๑๐. ศิลปะ สุนทรียธรรม # ๑๕ เส้นทาง ๑๑. การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างมีสติ ๑๒. การทำงานทุกชนิดด้วยจิตรู้ ๑๓. ปฏิวัติสัมพันธภาพ - ความเป็นชุมชน ๑๔. ชีวันตาภิบาล ๑๕. การเรียนรู้ที่ดี - นวัตกรรมการเรียนรู้ # จิตตปัญญาศึกษา สุขภาวะทางปัญญา ## การเจริญสติ Mindfulness Big Trend # มนุษย์จะเจริญสติทั่วโลก * บุคคลเจริญสติ * องค์กรเจริญสติ * ประเทศเจริญสติ ## ภาพยนต์ Thailand, A Mindful Country Spiritual Economy ประเทศไทยกับการขับเคลื่อน Spiritual Health ระดับโลก สสส World Health Assembly # สุขภาพคือทั้งหมด Health is the whole ## ยุคเก่า * พัฒนาแบบแยกส่วน * การเสียสมดุล * ป่วย * ไม่ยั่งยืน ## ยุคใหม่ * พัฒนาแบบบูรณาการ * ดุลยภาพ * สุขภาพดี * ความยั่งยืน "Complete well-being of mankind around the world" สสส สุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางปัญญา ทางจิต ทางสังคม Heal the World สุขภาวะทางปัญญา 15 เส้นทาง สู่สุขภาวะที่สมบูรณ์ของมนุษยชาติ โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี ที่ปรึกษาศูนย์ความรู้และประสานงานสุขภาวะทางปัญญา สำนักสร้างเสริมระบบสื่อและสุขภาวะทางปัญญา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สุขภาพ
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
17 August 2023
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• สุขภาวะ
• ปัญญา
history_eduหมวดหมู่
สุขภาพ
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
17 August 2023
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้