auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

บทนำ : หากไม่มีวันนั้น ย่อมไม่มีวันนี้

chrome_reader_modeคำอธิบาย

บทนำนี้ ผู้เขียนได้เขียนให้กับหนังสือหากไม่มีวันนั้นย่อมไม่มีวันนี้ สายธารความคิดสู่โค้งสุดท้ายของชีวิต ของระพี สาคริก

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# บทนำ โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี อาจารย์ระพี สาคริก เป็นบุคคลที่ผมถือว่าเป็นมงคลที่ได้รู้จัก บุคคลย่อมมีความแตกต่างกันเป็นธรรมดา จนกระทั่งกล่าวได้ว่าไม่มีใคร สองคนในโลกที่เหมือนกัน แม้พี่น้องฝาแฝดจากไข่ใบเดียวที่มีดีเอ็นเอ เหมือนกันทุกอย่าง แต่ความแตกต่างของอาจารย์ระพีที่แตกต่างจากคน อื่น ๆ ไม่ใช่ความแตกต่างธรรมดา หากเป็นความแตกต่างที่แปลกเด่นใน วิธีคิด อันทำให้ท่านมีบุคลิกเฉพาะตัว มักจะมีคนพูดว่าอ่านและฟังเรื่องที่ ท่านเขียนและพูดไม่เข้าใจ แต่ก็มีความเคารพและรักในตัวอาจารย์ระพี แสดงว่าภาษาไม่ใช่การสื่อสารประเภทเดียว ผมเองเข้าใจภาษาของ อาจารย์ระพีเป็นอย่างดีและเห็นว่าเป็นของที่มีประโยชน์มากถ้าใครได้ "เข้าถึง" จึงขอทำหน้าที่เขียนคู่มือการเข้าถึง เพื่อประโยชน์แห่งพหุชน โดยจะเขียนเป็นเค้าโครงให้เห็นดังต่อไปนี้ สิ่งที่อาจารย์ระพีพูดหรือเขียนสามารถแบ่งเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ ดังนี้ 1. สิ่งที่ควรเจริญ 2. สิ่งที่ควรเลี่ยง 3. วิธีการหรือเครื่องมือ ซึ่งขยายความดังนี้ (8) หากไม่มีวันนั้น ... ย่อมไม่มีวันนี้ **สิ่งที่ควรเจริญ** * สัจธรรมหรือธรรมชาติ * การเข้าถึงความงาม * ความเป็นอิสระ * ความเมตตา **สิ่งที่ควรเลี้ยง** * ความโลภ * อำนาจ * ความหลง **วิธีการ** * การทำงาน * ธรรมชาติ * ความเป็นอิสระ * สติ * การคิดแบบเชื่อมโยง สิ่งที่ควรเลี้ยงคือความโลภ อำนาจ ความหลง สิ่งที่ควรเจริญคือสัจธรรมหรือธรรมชาติ การเข้าถึงธรรมชาติ ทำให้ประสบความงาม ความเป็นอิสระ และเกิดความเมตตา วิธีการ คือใช้การทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ได้ที่ชอบ เมื่อได้ทำอะไรที่ชอบก็จะมีความสุข ตั้งใจทำให้ประณีตก็จะเป็นศิลปะหรือความงามที่เข้ามาพัฒนาจิตใจของตนเองให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เน้นที่ความมีอิสระและการมีสติ เพื่อระวังไม่ให้ถูกครอบงำด้วยความโลภด้วยอำนาจที่จะครอบงำผู้อื่น และโมหจริต วิธีการอีกอย่างหนึ่งที่นำมาใช้คือ การสัมผัส กับธรรมชาติ ฉะนั้นท่านจะพูดถึงต้นไม้ ใบไม้ ดอกไม้ ดิน น้ำ ป่า เขา สัตว์ท้องฟ้า เพราะธรรมชาติเป็นเครื่องมืออย่างดีในการเข้าถึงสัจธรรม เพราะธรรมชาติมีอยู่รอบตัวและในตัวเราอยู่แล้ว ถ้าบุคคลเข้าถึงธรรมชาติก็เข้า บทนำ (9) ถึงสัจธรรม เพราะธรรมชาติคือ สัจธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ถ้าบุคคลสัมผัส ธรรมชาติด้วยความมีอิสระ สติ และการคิดอย่างเชื่อมโยง ก็จะเข้าถึง ธรรมชาติหรือสัจธรรมได้ **การคิดอย่างเชื่อมโยง** เป็นสิ่งที่อาจารย์ระพีใช้อยู่ตลอดในการพูด และการเขียนของท่าน ท่านมักจะกล่าวว่า "ต้องโยงไปสู่ฐาน" "ไปให้ถึง นามธรรม" "โยงให้ถึงรากฐาน" **ธรรมชาติคือความเชื่อมโยงโดยทั่วตลอด** แต่มนุษย์มักรู้เห็นและคิดในทำนองสำเร็จรูปตายตัวเป็นก้อน ๆ ตรงนี้เป็น ตรงที่อาจารย์ระพีต่างจากคนทั่ว ๆ ไป ถ้าคิดอย่างสำเร็จรูปตายตัวก็เข้าไม่ ถึงความจริงตามธรรมชาติ แต่ถ้าคิดอย่างเชื่อมโยงให้ทั่วตลอดก็จะเข้าถึง ความจริงตามธรรมชาติ เพราะธรรมชาติคือความเชื่อมโยง คนจำนวน มากเมื่ออ่านบทความของอาจารย์ระพีแล้วรู้สึกหงุดหงิด เพราะความขัด แย้งระหว่างความเคยชินกับกระแสธรรมที่อาจารย์ระพีนำเสนอความเคย ชินคือ การแสวงหาความรู้เป็นก้อน ๆ ให้ชัดเจน เมื่ออ่านบทความของ อาจารย์ระพีแล้วไม่ได้ "ความรู้" เป็นก้อน ๆ ออกมา เพราะอาจารย์ระพี เสนอให้คิดเชื่อมโยงแตกตัวออกไปเรื่อย ๆ การได้ความรู้เป็นก้อน ๆ บ่อยครั้งไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใน ส่วนลึกหรือจิตใจของเราหรือถ้าไม่ระวังกลับทำให้เราเลวลง เพราะความ กำเริบแห่งโลภะ โทสะ และโมหะ วิธีที่อาจารย์ระพีเสนอให้คิดเชื่อมโยง ไปเรื่อย ๆ นั้นเป็น**การขยายจิตวิญญาณ (consciousness)** ของเราให้ใหญ่ ออกไป ปรกติมนุษย์มีจิตวิญญาณที่เล็ก คับแคบ และแยกส่วน อันนำไป สู่การแยกส่วน ขัดแย้ง วุ่นวาย และรุนแรง ธรรมชาตินั้นใหญ่โตไม่มีที่ สิ้นสุด หากขยายจิตวิญญาณของเราให้ใหญ่จนเข้าไปเชื่อมกับธรรมชาติ และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติได้ จิตวิญญาณของเราจะใหญ่อย่าง ไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อจิตวิญญาณของเราใหญ่อย่างนั้นเราจะประสบอิสรภาพ (10) หากไม่มีวันนั้น ... ย่อมไม่มีวันนี้ ความงาม และความเมตตาอันไพศาล นั่นคือวัตถุประสงค์ของอาจารย์ระพี ลองย้อนกลับไปดูเค้าโครง หรือไดอะแกรมที่เขียนไว้ข้างต้น จะเข้าใจดีขึ้นว่าที่ว่าอาจารย์ระพีเสนอ วิธีการเพื่อเลี่ยงจากสิ่งอันไม่สมควรไปสู่สิ่งอันควรเจริญ อันได้แก่การเข้า ถึงสัจธรรมหรือความเป็นธรรมชาตินั้นคืออย่างไร ฉะนั้น ในการอ่านบทความของอาจารย์ระพี ถ้าเข้าใจเค้าโครงตาม ที่เขียนให้ดู อย่ารีบร้อน สัมผัสคำและความหมายและคิดตามไปเรื่อย ๆ จะประสบความงาม และความเป็นอิสระ เพราะจิตวิญญาณที่จับกระแส ธรรมของธรรมชาติที่เชื่อมโยงจะขยายใหญ่ออกไปเรื่อย ๆ เพื่อความเชื่อม โยงและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติดังกล่าวแล้ว ฉะนั้นข้อเขียน ของอาจารย์ระพีไม่ว่าจะตั้งชื่อหัวข้อว่าอะไร จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ "ความ รู้" ในหัวข้อนั้น ๆ แต่อยู่ที่ความเป็นกระแสธรรมอันเดียวกันที่จะนำเรา เข้าไปเชื่อมโยงกับความเป็นธรรมชาติ มนุษย์เป็นสัตว์ประเภทเดียวในสิ่งที่มีชีวิตหลายสิบล้านประเภทที่ ธรรมชาติของสมองทำให้มีศักยภาพที่จะเกิดจิตวิญญาณใหญ่ที่เชื่อมโยง กับธรรมชาติได้ ขอให้ทุกคนสนใจที่จะแสวงหาความรู้ว่าทำอย่างไรได้บ้าง สิ่งที่อาจารย์ระพีเสนอนั้นเป็นวิธีการที่จะใช้การทำงานและการสัมผัส ธรรมชาติรอบตัว อันเป็นเรื่องที่เราประสบอยู่แล้วเป็นประจำวันมาขยาย จิตวิญญาณของเราเพื่อเข้าไปเชื่อมโยงกับธรรมชาติอันใหญ่อย่างไม่มีที่จำกัด เพื่อการบรรลุถึงซึ่งอิสรภาพ ความงาม และความเมตตา อันจักช่วยปลด ปล่อยมนุษย์ทั้งมวลไปสู่การดำรงชีวิตร่วมกันอย่างศานติ ระหว่างมนุษย์ กับมนุษย์ และระหว่างมนุษย์กับสรรพสิ่งทั้งหลายเป็นนิรันดร หากไม่มีวันนั้น ย่อมไม่มีวันนี้ สายธารความคิดสู่โค้งสุดท้ายของชีวิต ลายเซ็น

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2001

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
17% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
15% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
11% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• ระพี สาคริก

• คำนำ

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2001

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้