auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
บทความรมต. พาณิชย์คนใหม่ นโยบายภาคธุรกิจกับการพัฒนาประเทศไทย ซึ่งเขียนโดยศ.นพ.ประเวศ วะสี
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# รมต. พาณิชย์คนใหม่ นโยบายภาคธุรกิจกับการพัฒนาประเทศไทย ## ประเวศ วะสี (๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๖) ### ภาคธุรกิจมีคนเก่งมากที่สุด ขณะนี้ ภาคธุรกิจเป็นภาคที่มีคนเก่งมากที่สุด ไม่ใช่ราชการหรือมหาวิทยาลัย เริ่มต้นในการพัฒนาสมัยใหม่ คนเก่งคือพวกขุนนางที่ไปศึกษามาจากต่างประเทศ ต่อมาคือ มหาวิทยาลัยซึ่งมีครูบาอาจารย์จำนวนมากที่มีการศึกษาขั้นสูง แต่ทั้ง ๒ ระบบ คือ ราชการและ มหาวิทยาลัยไม่สามารถเติบโตทางสมรรถนะได้ เพราะปัญหาเชิงระบบ ระบบราชการเป็นระบบ ควบคุม เมื่อมาใช้กับระบบการศึกษาจึงบอนไซ ถ้าดูระดับปัญญา ๖ ขั้น ก็จะเข้าใจว่า ทำไมระบบการศึกษาจึงอยู่ในขั้นต่ำทางปัญญา แต่ระบบ ธุรกิจไปสู่ระดับสูงสุด ปัญญา ๖ ระดับ พูดเป็นตัวย่อว่า จำ ใจ ใช้ วิ สัง ประ ดังนี้  - **จำ**: ความจำ - **ใช้**: ประยุกต์ใช้เป็น - **วิ**: เคราะห์ - **สัง**: เศราะห์ - **ประ**: เมินค่าเพื่อการตัดสินใจ - **ภาคธุรกิจ**: ระบบการศึกษาไทย ๑ จำ = ความจำ ไม่ต้องเข้าใจอะไร ใจ = เข้าใจ สูงกว่าจำเฉย ๆ แต่ก็ยังทำไม่เป็น ใช้ = ประยุกต์ใช้หมายถึง ทำเป็น การทำเป็นเป็นปัญญาปฏิบัติ ที่สูงกว่าเพียงจำได้ และเข้าใจแต่ปฏิบัติไม่เป็น วิ = วิเคราะห์ แยกแยะให้เข้าใจองค์ประกอบดีขึ้น สัง = สังเคราะห์ รวบรวมเข้ามาให้เห็นภาพรวมจะได้จัดการได้ ประ = ประเมินค่าเพื่อตัดสินใจ การตัดสินใจถูกเป็นปัญญาสูงสุด เพราะทำให้สำเร็จ หรือเจริญหรือรอดชีวิต ถ้าตัดสินใจผิดชีวิตอาจไม่รอดหรือหายนะ ภาคธุรกิจ เน้นที่การปฏิบัติ ต้องทำเป็น คิดเป็น ตัดสินใจเป็น จัดการเป็น จึงไปสู่ระดับปัญญา สูงสุด การศึกษาแบบท่องวิชาทำให้คนไทยทำไม่เป็น คิดไม่เป็น ตัดสินใจไม่เป็น จัดการไม่เป็น มี สมรรถนะต่ำ นี่เป็นเหตุว่าทำไมคนเก่งอยู่ในภาคธุรกิจมากที่สุด โดยสรุปภาคธุรกิจมีทั้งคนที่มีสมรรถนะสูง มี ปัญญาทางการจัดการ มีความคล่องตัว และมีทุนที่เป็นเงินซึ่งมาจากกำไรที่งอกเงย จึงกล่าวว่า ภาค ธุรกิจมีทุนเพื่อการพัฒนาสูงสุด โจทย์คือภาคธุรกิจจะใช้ทุน (Capitalize) เพื่อการพัฒนาอย่างไร นี่คือโจทย์ใหญ่ทางนโยบาย ภาคธุรกิจกับการพัฒนา ๕ เรื่องใหญ่ ๆ ดังต่อไปนี้ ๒ # ๑. ภาคธุรกิจกับการปฏิรูปการศึกษา ภาคธุรกิจ คือ สถาบันการศึกษาที่ดี สามารถรับคนเข้ามาฝึกงานได้เป็นล้านคน ทำงานไปด้วย เรียนรู้ไปด้วย มีรายได้จากการทำงานไปด้วย ได้เรียนรู้ให้ทำเป็น คิดเป็น ตัดสินใจเป็น จัดการเป็น เรียนรู้เพิ่มเติมเป็น โดยเลือกเรียนวิชาที่จะ ทำให้ทำงานได้ดีขึ้น โดยภาคธุรกิจโยงสถาบันการศึกษาเข้ามาทำความเข้าใจสภาพการทำงาน ทำให้รู้ว่า จะต้องจัดสอนวิชาอะไร อย่างไร จึงจะช่วยให้ผู้ทำงานทำงานได้ดีขึ้น จะเกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ดังนี้ ๑. นายจ้างจะได้แรงงานราคาถูก คือ ผู้เข้ามาฝึกงาน เรื่องนี้ทางการแพทย์ทำมานานแล้ว นั่นคือ แพทย์ฝึกหัดและแพทย์ประจำบ้านเป็นแรงงานราคาถูก แต่เขาได้เรียนรู้ให้มีความชำนาญเป็น แพทย์ที่เก่งต่อไป นอกจากนั้น บริษัทยังได้ประโยชน์จากการที่มีสถานศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมใน การจัดหลักสูตรการเรียนรู้ ที่จะสนับสนุนให้การทำงานในบริษัทมีคุณภาพสูงขึ้น ๒. ผู้เรียนได้เรียนรู้จากคนเก่ง ๆ ในภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันได้ค่าจ้างไปด้วย แม้ไม่สูงมาก ก็ทำให้มี รายได้ขณะเรียน วิธีนี้จะสร้างคนไทยที่มีสมรรถนะสูงกว่าการเรียนโดยท่องวิชาอย่างเดียว ๓. สถาบันการศึกษาสามารถปรับการสอนวิชาที่ตรงต่อความต้องการใช้งาน ไม่ใช่บังคับให้ผู้เรียน เรียนวิชาตามใจผู้สอน ถ้าจะให้ดี รัฐบาลควรมีนโยบายคูปองการศึกษา แทนที่จะหมดงบประมาณมหาศาลกับระบบ โดยได้ผลไม่คุ้มค่า นำงบประมาณส่วนใหญ่มาจ่ายคูปองการศึกษาให้ผู้เรียนและผู้ใช้แรงงาน สำหรับ เลือกเรียนรู้ในวิชาที่สอดคล้องกับความต้องการ สถานศึกษาและครูที่ใดที่จัดการเรียนการสอนที่มีผู้ นิยมมาก ก็จะมีรายรับมากจากคูปองการศึกษา ระบบการศึกษาทั้งหมดก็จะปรับตัวเองโดยไม่มีการบังคับ เมื่อคนทั้งประเทศมีอาชีพและมี สมรรถนะสูงความยากจนก็จะหมดไป ความเหลื่อมล้ำก็จะลดลง คนทั้งประเทศจะมีอำนาจซื้อสูง เศรษฐกิจก็จะเติบโตและมั่นคง รัฐบาลก็จะเก็บภาษีได้มากขึ้น การปฏิรูปเช่นนี้ทำง่ายนิดเดียวและ ประโยชน์สูง แก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง แต่ระบบการศึกษาติดอยู่ในกับดักวิธีคิดทำไม่ได้ ภาคธุรกิจทำได้ รัฐบาลควรมีนโยบายหนุนให้ภาคธุรกิจทำ ภาคธุรกิจอาจตั้ง Business Council for Education (BCE) หรือคณะมนตรีเศรษฐกิจเพื่อการศึกษา ๓ ## ๒. ### ภาคธุรกิจกับการสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ความยากจนและความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ที่ก่อปัญหาสังคมเป็นลูกโซ่ยาว ไกลข้ามชั่วคน การพัฒนาเศรษฐกิจมหภาคอย่างเดียวขจัดความยากจนลดความเหลื่อมล้ำไม่ได้ เพราะ ธรรมชาติของเศรษฐกิจมหภาคทำให้รวยกระจุกจนกระจาย ดูตัวอย่างในสหรัฐอเมริกาเกิดความ เหลื่อมล้ำสุด ๆ ที่เรียกว่าปรากฏการณ์ 99 : 1 พิสูจน์ว่าทฤษฎี Trickle down ไม่เป็นความจริง **การสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่เป็นจุดคานงัดประเทศไทย** เพราะเมื่อประชาชนทั้งประเทศมี งานทำ มีรายได้ มีเงินออม ก็จะอยู่เย็นเป็นสุข สุขภาพดี พัฒนาเด็กปฐมวัยซึ่งเป็นอนาคตของประเทศได้ ฯลฯ เมื่อมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ประชาชนก็จะมีอำนาจซื้อสูง ทำให้เศรษฐกิจมหภาคเติบโตและมั่นคง เพราะอยู่บนฐานความเข้มแข็งของเราเอง ไม่ต้องพึ่งตลาดโลกอย่างเดียวที่พลิกผันได้ง่าย เศรษฐกิจชุมชนกับเศรษฐกิจมหภาคที่เกื้อกูลกัน จะทำให้เป็นเศรษฐกิจบูรณาการที่ทั้งกระจาย ทั้งเข้มแข็ง ภาคธุรกิจสนับสนุนการสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ด้วยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์จะเป็นอุดมคติอัน สูงส่ง ยกระดับจิตวิญญาณของคนทั้งประเทศ จึงน่าทำและไม่ยากสำหรับพระยาอินทรีอย่างภาคธุรกิจ ๔ # ๓. ภาคธุรกิจกับการขับเคลื่อนระบบนโยบาย ประเทศไทยเกือบไม่มีความสำเร็จเชิงนโยบายเลย เพราะคิดแต่เชิงเทคนิคขาดการคิดเชิงระบบ นโยบายเป็นระบบถ้าทำไม่ครบวงจรก็ไม่สำเร็จ แต่ถ้าทำทั้งระบบให้ครบวงจร ๑๒ ขั้นตอน ก็จะสำเร็จ ทุกเรื่อง * จึงเรียกว่า **สัมฤทธิศาสตร์ (Delivery Science)** ถ้าประเทศไทยมีความสำเร็จทางนโยบายเรื่องใหญ่ ๆ ประมาณ ๒๐ - ๒๕ เรื่อง ก็จะหลุดจาก วิกฤตและเจริญรุ่งเรือง ภาคธุรกิจอาจตั้งสถาบันขับเคลื่อนระบบนโยบายหลาย ๆ สถาบันก็ได้ ภาค ธุรกิจมีคนเก่ง ๆ มากมาย ศึกษานิดหน่อยก็ทำได้ **กระบวนการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม หรือ P4 (Participatory Public Policy Process)** เป็นประชาธิปไตยอย่างยิ่ง ที่คนทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมในการกำหนด นโยบาย มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนโยบาย และมีส่วนร่วมในการได้รับประโยชน์จากนโยบาย ประเทศจะลงตัวเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ * คู่มือขับเคลื่อนระบบนโยบายครบวงจร ๑๒ ขั้นตอนสู่ความสำเร็จ (คู่มือสัมฤทธิศาสตร์พาชาติออกจากวิกฤต) โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ๕ # ๔. ## ภาคธุรกิจกับการสนับสนุนการต่างประเทศและสันติภาพ ขณะนี้โลกไร้สันติภาพประชาชนล้มตายเป็นล้าน ๆ คน คนกว่า ๑๐๐ ล้านคน ต้องอพยพจาก บ้านเกิดเมืองนอน และเสี่ยงต่อสงครามนิวเคลียร์ **ถ้าโลกมีสันติภาพ** โลกมีทรัพยากรและความรู้เพียงพอที่จะทำให้มนุษย์ทุกคนบนดาว นพเคราะห์ดวงนี้อยู่ดีมีสุข การสร้างสันติภาพโลกจึงเป็นอนาคตร่วมกันของมนุษยชาติ **ประเทศไทยมีจุดแข็งเรื่องสันติภาพ** มีฝีมือในทางการทูตสูง แต่ระบบราชการขาดความ คล่องตัวและขาดความต่อเนื่อง หากภาคธุรกิจเข้ามาสนับสนุนกระทรวงการต่างประเทศให้มีบทบาท เรื่องสันติภาพอย่างเต็มตามศักยภาพ อาจสร้างสันติภาพสำเร็จ พระเจ้าอยู่หัว ร. ๙ เคยตรัสว่า "ประเทศไทยเหมาะแก่การที่นานาประเทศจะมาคุยกันเรื่อง สันติภาพ" เพื่อสนองพระราชดำริของพระมหาภูมิพล ภาคธุรกิจอาจขอพระบรมราชานุญาตจัดตั้ง **King Bhumibol International Peace Foundation** เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนสันติภาพโลก ในการนี้จะสร้างคนไทยขึ้นมาเป็นผู้นำระดับโลกหลายคน ๖ # ๕. ## ภาคธุรกิจกับการสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศแห่งการเจริญสติ ขณะนี้การเจริญสติเป็น Mega Trend อย่างหนึ่งของโลก เมื่อคนตะวันตกพบว่าการเจริญสติ ทำให้พบความสุขที่ไม่เคยเจอมาก่อน สุขภาพดี สมองดี ความสัมพันธ์ดี อะไร ๆ ก็ดีขึ้นหมด จึงแตกตื่น เจริญสติและศึกษาวิจัยกันเป็นการใหญ่ เมื่อเร็ว ๆ นี้ นักวิทยาศาสตร์อเมริกันและยุโรป ๔,๐๐๐ คน รวมตัวกันขับเคลื่อน IDGs for SDGs โดยเห็นว่า SDGs (Sustainable Development Goals) ที่ขับเคลื่อนกันมาหลายปีแล้ว ไม่มี ทางสำเร็จถ้าปราศจาก IDGs (Inner Development Goals) การพัฒนาภายในก็คือ การพัฒนาจิตใจ อันมีการเจริญสติเป็นทางอันเอก มีแนวโน้มว่าในอนาคตมนุษย์จะเจริญสติทั่วโลก เพราะมีแรงจูงใจ สูง คือ ทำให้เกิดความสุขอย่างลึกซึ้ง ประเทศไทยมีสำนักสอนเจริญสติจำนวนมาก คนไทยหลายแสนคนอาจเกินล้านเป็นบุคคล เจริญสติ ลำพังสำนักหลวงพ่อวิริยังค์สำนักเดียวก็ฝึกคนไปหลายแสนคนแล้ว ควรมีการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศแห่งการเจริญสติ ประเทศ ไทยจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดดและช่วยโลกด้วย ควรมีการผลิตภาพยนตร์ชื่อ Thailand, A Mindful Country ออกฉายทั่วโลก ภาคธุรกิจมีสมรรถนะในการจัดการเชิงระบบสูง ถ้าเข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้ นอกจากภาค ธุรกิจจะมีกำไรสูงขึ้นแล้ว ยังจะทำให้ประเทศไทยและโลกได้กำไวด้วย ขอกล่าวถึงบทบาทภาคธุรกิจกับการพัฒนาประเทศเพียง ๕ ประการนี้ ที่จริงยังทำอื่น ๆ ได้อีกมาก รมต.กระทรวงพาณิชย์คนใหม่ พร้อม ๆ กับเป็นรองนายกรัฐมนตรีไปด้วย จึงอยู่ในฐานะที่ดีที่ จะเป็นผู้นำนโยบาย "ภาคธุรกิจกับการพัฒนาประเทศไทย" ไปสู่ความสำเร็จ นโยบายนี้อยู่ภายในองค์ รวมที่เรียกว่า "คนไทยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์" --- ๗ PQET รมต.พาณิชย์คนใหม่ นโยบายภาคธุรกิจกับการพัฒนา ประเทศไทย ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
29 August 2023
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• นโยบายการพาณิชย์
• นโยบายการค้า
• การพัฒนา
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
29 August 2023
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้