auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
การป้องกันประเทศให้ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งภายนอกและภายใน เป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ทำให้ประเทศสามารถพัฒนาด้านอื่น ๆ ให้เจริญรุ่งเรืองได้ สถานการณ์ของโลกและของประเทศเปลี่ยนไปมาก กลายเป็นระบบซับซ้อน (Complexity system) มีปัญหาใหม่ ๆ ที่เข้าใจยากและแก้ไขได้ยาก กองทัพจึงต้องมีสมรรถนะทางปัญญาสูงยิ่ง
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
(ยกร่างเพื่อการปรึกษาหารือ) ระบบการศึกษาของกองทัพ ๑. กองทัพ คือ สถาบันป้องกันประเทศ ประเทศต้องมีระบบภูมิคุ้มกัน ร่างกายเป็นระบบที่ดีที่สุดในจักรวาล จึงควรเป็นตัวอย่างการจัดระบบ ร่างกายแม้สมบูรณ์แข็งแรงเพียงใด ถ้าปราศจากระบบภูมิคุ้มกันชีวิตก็ไม่รอด เพราะภยันตราย จากทั้งภายนอกและภายใน โลกเปลี่ยน ภยันตรายต่อประเทศทั้งภายในและภายนอกก็เปลี่ยน เป็นเรื่องที่เข้าใจยากและ ซับซ้อนขึ้น ระบบป้องกันประเทศต้องมีสมรรถนะสูง ติดตามให้เข้าใจสถานการณ์ความเป็นจริง ทั้ง ภายในและภายนอก ที่พลิกผันเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ป้องกัน ประเทศได้ทันท่วงที กองทัพจึงต้องเป็นองค์กรที่มีความเข้มแข็งทางปัญญา มีสมรรถนะสูง จึงจะสามารถ ปกป้องคุ้มครองประชาชนให้ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวงได้ ระบบการศึกษาของกองทัพจึงมีความสำคัญยิ่ง ๑ ## ๒. ### ประเทศไทยที่มีบูรณภาพและภูมิคุ้มกัน **ประเทศไทยป่วย** เพราะเสียสมดุลอย่างรุนแรงในทุกมิติ เนื่องจากพัฒนาแบบแยกส่วน ร่างกายมนุษย์ทุกส่วนต้องบูรณาการกันอย่างสมบูรณ์จึงจะมีดุลยภาพ ความสมดุลทำให้เกิด ความสงบสุข หรือสุขภาพดี และอายุยืน การเจ็บป่วยทุกชนิดคือการเสียสมดุล เซลล์มะเร็งเป็นเซลล์ที่สูญสำนึกแห่งองค์รวม แยกส่วนเป็นเอกเทศ ทำให้ระบบเสียสมดุล จึง ป่วยและชีวิตไม่ยั่งยืน ประเทศและโลกที่พัฒนาอย่างแยกส่วน จึงเสียสมดุล ปั่นป่วน วุ่นวาย รุนแรง วิกฤต เหมือน เป็นมะเร็ง ถ้าระบบมีบูรณภาพและดุลยภาพ ระบบภูมิคุ้มกันจะดี แต่ถ้าระบบเสียสมดุล ภูมิคุ้มกันจะ บกพร่อง ฉะนั้น การพัฒนาอย่างบูรณาการให้ประเทศไทยมีบูรณภาพ จึงเป็นการป้องกันประเทศที่ดี ที่สุด ๒ ๓. การพัฒนาอย่างบูรณาการต้องเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง เอาหน่วยงาน หรือประเด็น หรือเทคนิควิธีเป็นตัวตั้งไม่ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้แยกส่วนเป็นเรื่อง ๆ พื้นที่ประกอบด้วย * หมู่บ้านหรือชุมชน ประมาณ ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน * ตำบล ประมาณ ๘,๐๐๐ ตำบล * อำเภอ ประมาณ ๘๐๐ อำเภอ * จังหวัด ประมาณ ๘๐ จังหวัด (พูดให้จำง่าย) โดยย่อเรียกว่า ชุมชนท้องถิ่น ชุมชนท้องถิ่นคือพื้นฐานของประเทศ ถ้าฐานของประเทศแข็งแรงจะรองรับประเทศทั้งหมดให้มั่นคง ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง จึงควรเป็นยุทธศาสตร์ของประเทศ ชุมชนท้องถิ่นจะเข้มแข็งต่อเมื่อ พัฒนาอย่างบูรณาการ ๘ มิติ เชื่อมโยงอยู่ในกันและกัน คือ เศรษฐกิจ - จิตใจ - สังคม - สิ่งแวดล้อม - วัฒนธรรม - สุขภาพ - การศึกษา - ประชาธิปไตย โดยมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่เป็นจุดคานงัด ภาพของประเทศไทยที่พัฒนาอย่างบูรณาการ ๘ x ๘ ระบบการเมือง * ระบบการสื่อสาร * ระบบบริษัท, รวมกองทัพ * ระบบธุรกิจ, การเงิน * ระบบสุขภาพ * ระบบศึกษา * ระบบศาสนา และวัฒนธรรม * พื้นที่พัฒนาอย่างบูรณาการ ๘ มิติ รูปที่ ๑ ประเทศไทยที่พัฒนาอย่างบูรณาการ ๘ x ๘ คือพื้นที่บูรณาการ ๘ มิติ และระบบอีก ๘ ระบบบูรณาการกับพื้นที่และระหว่างกัน ประเทศไทยที่มีบูรณภาพจะมีภูมิคุ้มกันดี ๓ # ๔. ## สมรรถนะทางปัญญาของกองทัพในการป้องกันประเทศ กองทัพควรมีสมรรถนะทางปัญญาดังต่อไปนี้ ๑. **ปัญญาเชิงองค์รวมประเทศไทยและการคิดเชิงระบบ** สังคมไทยมีปัญหาเชิงทัศนะที่ไม่เห็น ทั้งหมดหรือองค์รวม จึงเหมือน "**ตาบอดคลำช้าง**" ที่รู้เป็นส่วน ๆ แล้วทะเลาะกันใหญ่ ถ้าเห็นช้างทั้งตัวก็ไม่มีอะไรจะทะเลาะกัน สังคมไทยคิดเชิงเทคนิคเท่านั้น ขาดการคิดเชิงระบบ ทำให้ทำอะไรแบบแยกส่วนเป็นส่วน ๆ ไม่เข้าใจการพัฒนาอย่างบูรณาการ มหาวิทยาลัยก็ยังไม่มีเค้าลางว่าจะพัฒนาปัญญาเชิงทัศนะและการคิดเชิงระบบ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศควรมี **วิทยาลัยองค์รวมประเทศไทย** เพื่อสร้างทัศนะองค์รวม และความคิดเชิงระบบ เพื่อพัฒนาประเทศไทยที่มีบูรณภาพ ๒. **ปัญญาในการรู้สถานการณ์ความเป็นจริงประเทศและของโลก** ถ้าไม่รู้ความจริงก็ไม่สามารถคิดนโยบายและยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศได้ กองทัพจึงต้องมีสมรรถนะสูงสุดในการวิจัยรวบรวมสถานการณ์ความเป็นจริงอย่างมีพลวัต ๓. **ปฏิบัติปัญญารู้ความจริงของแผ่นดินไทย** ระบบการศึกษาที่ทำมา ๑๐๐ กว่าปี ทำให้คนไทยไม่รู้ความจริงของแผ่นดินไทย เพราะเป็นการศึกษาแบบท่องวิชาแต่ไม่รู้ความจริงและทำอะไรไม่เป็น จึงทำให้สมรรถนะของชาติต่ำเป็นเหตุให้ชาติวิกฤต การไม่รู้ความจริงของแผ่นดินเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ไม่ตระหนักกันเลยว่าการรู้แต่เทคนิควิธีแต่ไม่รู้ความจริงนั้น รบ ๑๐๐ ครั้ง ก็แพ้ทั้ง ๑๐๐ ตัวอย่างมีมาก เช่น เมื่อกองกำลังคอมมิวนิสต์จีนสู้รบกับกองทัพเจียงไคเซ็ค เริ่มต้นบัญชาการโดยปัญญาชนจีนที่ไปเรียนมาจากมอสโก ปรากฏว่าแพ้แล้วแพ้อีก ต่อเมื่อเหมาเจ๋อตุงเข้ามาบัญชาการรบแทน เหมาไม่ใช่นักเรียนนอกแต่รู้ความจริงของแผ่นดินจีน จึงชนะเรื่อยมา จึงรวมเป็นประเภทจีนที่เข้มแข็ง อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ สงครามเวียดนาม อเมริกันยกทัพกำลังพล ๕๐๐,๐๐๐ นาย เข้าไปในเวียดนาม เพียบพร้อมด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์และงบประมาณ เวียดนามเกือบเหมือนคนตัวเปล่า แต่กองทัพอเมริกันแพ้ออกมาเพราะไม่รู้ความจริงของแผ่นดินเวียดนาม ๔ ขณะที่ระบบการศึกษาไทยทุกระดับยังไม่ตระหนักในเรื่องนี้ ระบบการศึกษาของกองทัพ ควรนำโดยปฏิบัติปัญญา รู้ความจริงของแผ่นดินไทย โดยส่งกำลังพลลงไปทำงานร่วมกับองค์กรใน พื้นที่ในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างบูรณาการ กำลังพลหลายแสนคนได้เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติ ไม่ใช่เรียนแบบท่องวิชา ปฏิบัติในการร่วมพัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการ จะเกิดผลดังนี้ คือ ๑) มีการพัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการ นำไปสู่ประเทศไทยที่มีคุณภาพดังกล่าว ๒) กำลังพลจะมีปฏิบัติปัญญา ทำเป็น คิดเป็น จัดการเป็น อยู่ร่วมกันเป็น เป็นคนที่มีสมรรถนะสูง ๓) เมื่อปลดประจำการก็ไปเป็นพลังพลเมือง เป็นฐานของประเทศต่อไป ๔) ประชาชนจะนิยมมาเป็นทหารมากขึ้นเพราะได้เงินเดือนเบี้ยเลี้ยงยังชีพได้ และยังได้เรียนรู้ด้วย การปฏิบัติการจริง มีสมรรถนะสูงกว่าคนที่เข้าเรียนระบบปริญญา กองทัพจะกลายเป็นสถาบันการศึกษาที่ดีที่สุด ที่ผลิตพลังพลเมืองที่มีสมรรถนะสูง จำนวนมาก รุ่นแล้วรุ่นเล่า พร้อม ๆ กับการพัฒนาพื้นที่อย่างบูรณาการ ชาติพ้นวิกฤต ๕) ในการปฏิบัติการในพื้นที่ จะส่งข้อมูลพื้นที่ขึ้นมาสู่คลังข้อมูลสถานการณ์ความเป็นจริงของ พื้นที่ ดังกล่าวในข้อ ๒ เพื่อใช้พัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ ดังจะกล่าวต่อไป ๔. ปัญญาเชิงสมองป้องกันประเทศ การป้องกันประเทศต้องการสมองที่ว่องไวเฉียบแหลม สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อมูลสถานการณ์ความเป็นจริงของประเทศของโลก มาเป็น นโยบายและยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ ควรมี สถาบันศึกษาและพัฒนานโยบายและ ยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศที่มีสมรรถนะสูง ถ้าจะใช้ระบบราชการของกองทัพก็จะไม่มีความ คล่องตัวทันการ และความต่อเนื่องทางปัญญา (Continuity of wisdom) ความต่อเนื่องทาง ปัญญามีความสำคัญยิ่งยวดต่อความสำเร็จ ไม่ค่อยมีในระบบราชการและระบบการเมือง น่าจะ อยู่ในรูปมูลนิธิอาจเรียกว่า "มูลนิธิสถาบันผู้นำไทย" ที่มีหลายองค์กรร่วมเป็นเจ้าของ ทำหน้าที่เชิญผู้นำจากทุกภาคส่วนของสังคม มาร่วม วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ความเป็นจริง และพัฒนาเป็นนโยบายและยุทธศาสตร์ ป้องกันประเทศ ส่งนโยบายและยุทธศาสตร์ที่สงเคราะห์ดีแล้วให้ * รัฐบาล * กองทัพ * ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง * และสื่อสารให้สาธารณะรู้อย่างทั่วถึง เพื่อสร้างปัญญาร่วม หรือความมุ่งมั่นร่วมกัน ๕ ๕. ปัญญาในการสื่อสารสร้างสรรค์ป้องกันประเทศ ทุกวันนี้เทคโนโลยีสื่อสารสมัยใหม่ ทำให้คนไทยได้รับข่าวสารมากมายอย่างท่วมท้นก็ตาม แต่โดยมากไม่เป็นสาระ สร้างสรรค์ปัญญา ทำให้เกิดสภาพ "มั่ว" มากกว่า คือ มากมายท่วมท้นจนงงงวย ไม่รู้ว่าข่าวใดเชื่อถือได้ มีประโยชน์จริง หรือไม่จริง สื่อให้เกิดอารมณ์ก็มีมาก ที่สำคัญเกือบไม่มีผู้ใดหรือองค์กรใดทำความเข้าใจประเด็นสำคัญ (Crucial issues) ของประเทศ ที่คนทั้งประเทศรับรู้ หัวข้อทางปัญญาของกองทัพที่นำเสนอมาข้างต้น คือ ประเด็นสำคัญของประเทศที่สาธารณะควรรับรู้ ขณะนี้ฝ่ายต่าง ๆ ยังเชื่องช้าในการทำความเข้าใจสาระสำคัญของประเทศที่ควรนำมาสื่อสาร กองทัพควรริเริ่มทำเรื่องที่สำคัญนี้ โดยแสวงหานายทหารเสนาธิการที่มีสมรรถนะทางปัญญาสูง มาทำความเข้าใจสาระสำคัญของประเทศ แล้วทำการสื่อสารทุกรูปแบบ รวมทั้งผ่านศิลปะทุกแขนง ตลอดไปจนสามารถสร้างภาพยนตร์ดี ๆ ซึ่งจะยกระดับจิตสำนึกและสติปัญญาของคนทั้งประเทศอย่างรวดเร็ว ๖. ปัญญาในการบูรณาการทุกภาคส่วน การพัฒนาประเทศไทยที่มีบูรณภาพ ต้องบูรณาการทุกระบบให้เชื่อมโยงกัน ดังในรูปที่ ๑ ที่เรียกว่าบูรณาการ ๘ x ๘ ถ้ากองทัพสร้างเสริมการพัฒนาอย่างบูรณาการตามที่กล่าวมา กองทัพก็จะนำหน้าระบบอื่น ๆ แต่จะทอดทิ้งใครไว้ข้างหลังไม่ได้ ต้องไปพร้อม ๆ กัน และบูรณาการกัน ฉะนั้น กองทัพควรจะมีศูนย์ส่งเสริมการเป็นภาคีของทุกระบบในการพัฒนาประเทศอย่างบูรณาการ ถ้าทั้ง ๙ ระบบ บูรณาการการตามรูปที่ ๑ ประเทศไทยก็จะมีบูรณภาพ เป็นแผ่นดินศานติสุข ๗. ปัญญาในการเตรียมความพร้อมสำหรับปัญหาฉุกเฉิน ปัญหาฉุกเฉินขนาดใหญ่อาจเกิดขึ้น กองทัพมีบุคลากรและเครื่องมือที่จะแก้ปัญหาฉุกเฉินได้รวดเร็วและมากกว่าหน่วยงานอื่น จึงควรมีศูนย์วิจัยเตรียมความพร้อมสำหรับปัญหาฉุกเฉิน (Emergency Preparedness Center) ๖ ๘. ปัญญาในการส่งเสริมการเจริญสติในกองทัพ ขณะนี้การเจริญสติกำลังเป็นกระแสใหญ่ของโลก เนื่องจากตะวันตกได้มาพบว่า การเจริญสติที่ทำกันมานานในตะวันออกนั้นมีประโยชน์ยิ่งยวด ใน การพัฒนาสุขภาพสมองและความสัมพันธ์ ในอนาคตบุคคลและองค์กรต่าง ๆ จะเจริญสติกันมาก ขึ้น กองทัพควรเป็นองค์กรแห่งการเจริญสติ ๙. วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) เป็นเครื่องมือที่ดีในการพัฒนาผู้นำจากทุกภาคส่วนของ สังคม ให้เข้าใจและมีส่วนร่วมในการสร้างประเทศไทยที่มีบูรณภาพหรือแผ่นดินศานติสุข ปัญญา ทั้ง ๘ ประเภทข้างต้น จะเข้ามาเป็นปัจจัยนำเข้าอย่างดีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของนักศึกษา วปอ. ขณะเดียวกันการแลกเปลี่ยนความรู้ของนักศึกษาวปอ.ก็จะสร้างนวัตกรรมทางความคิด และปัญญาเข้ามาเพิ่มเติม ให้ระบบปัญญาดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดเป็นระบบปัญญาบูรณาการ ที่ขาดไปในสถาบันการศึกษาทุกประเภท มีแต่ความรู้หรือ วิชาการเป็นเรื่อง ๆ ที่ขาดทัศนะองค์รวมประเทศไทย ๗ ๕. มหาวิชชาลัยแห่งการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติของคนทั้งประเทศ "มหาวิชชาลัย" เป็นคำที่พระเจ้าอยู่หัว ร. ๙ ทรงประดิษฐ์ขึ้น ในพระราชนิพนธ์พระมหาชนก วิทยา = ความรู้ วิชชา (ช ช้าง ๒ ตัว) = ปัญญา มหาวิทยาลัย = ที่อยู่แห่งความรู้ มหาวิชชาลัย = ที่อยู่แห่งปัญญา ในพระราชนิพนธ์ คงจะทรงมีความรู้สึกว่า "ความรู้" ไม่เพียงพอต่อการพัฒนาประเทศอย่าง บูรณาการ แต่ต้องการ "วิชชา" หรือ ปัญญาซึ่งเชื่อมโยงมากกว่า ในปัญญา ๙ ประการของกองทัพ ตามที่กล่าวในตอน ๔ เป็น "กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันใน การปฏิบัติ" หรือ PILA (Participatory Interactive Learning through Action) ของคนทั้งประเทศ ความรู้สำเร็จรูปใช้ได้ผลน้อยในเรื่องที่ซับซ้อนและยาก การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติใน สถานการณ์จริง เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ทรงพลังที่สุดต่อความสำเร็จและการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ในทุกมิติ ที่ยิ่งทำยิ่ง * รักกันมากขึ้น เพราะมีความเสมอภาคและภราดรภาพ * ยิ่งเชื่อถือไว้วางใจกันมากขึ้น (Trust) * ยิ่งฉลาดขึ้น และฉลาดร่วมกัน มากกว่าการเรียนแบบท่องวิชา * เกิดปัญญาร่วม (Collective wisdom) นวัตกรรม และอัจฉริยภาพกลุ่ม (Group genius) * ทั้งหมดร่วมกันเป็นพลังมหาศาล ที่จะฝ่าความยากทุกชนิดไปสู่ความสำเร็จ * เกิดความปิติสุขร่วมกัน ประดุจบรรลุนิพพาน ถ้ากองทัพพยายามขับเคลื่อนกระบวนการทางปัญญา บูรณาการ ๙ ประการ ซึ่งเป็น PILA คน ไทยทั้งหมดจะร่วมสร้างประเทศไทยที่มีบูรณภาพเป็นแผ่นดินศานติสุข และประเทศไทยกลายเป็น "มหาวิชชาลัย" อันยิ่งใหญ่ ตามสายพระเนตรอันยาวไกลของพระผู้ทรงเป็นพลังแผ่นดิน ๘ # ๖. การจัดองค์กรของกระบวนการทางปัญญา ๙ ประการ เมื่อเห็นความเป็นองค์รวมและเป้าหมายของระบบปัญญาบูรณาการแล้ว สถาบันวิชาการป้องกันประเทศควรคิดลักษณะขององค์กรทางปัญญาแต่ละประเภท เพื่อให้พันธกิจ (Mission) เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบูรณาการกันสู่เป้าหมายร่วม ถ้าจะเปลี่ยนสถานภาพของสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ เป็นมหาวิทยาลัยวิชาการป้องกันประเทศ ต้องศึกษาให้ดี ๆ เพราะระบบราชการพลเรือนมีปัญหามาก ที่ไม่เชื่อมโยงหนุนช่วยกันเหมือนการจัดองค์กรของกองทัพ การจัดองค์กรของกองทัพต้องพิถีพิถันมาก เพราะในการรบถ้าจัดองค์กรไม่ดีถึงมีกำลังคนมากกว่าก็จะแพ้ ควรสังเกตว่าแม่ทัพที่ว่าเก่ง ๆ เมื่อไปเป็นรัฐมนตรีก็ไม่ค่อยมีน้ำยา เพราะการจัดองค์กรของกระทรวงทำให้ไม่มีประสิทธิภาพ มหาวิทยาลัยก็เช่นเดียวกัน ที่จัดองค์กรแบบตายตัวแยกส่วน ไม่เชื่อมโยงหนุนช่วยกัน หรือไม่บูรณาการกัน มีคณะและสถาบันที่มีสภาพเหมือนตายซากจำนวนมาก ในการออก พรบ. มหาวิทยาลัยวิชาการป้องกันประเทศ ต้องออกแบบการจัดองค์กรที่มีประสิทธิภาพ อย่าไปลอกรูปแบบมหาวิทยาลัยทั่ว ๆ ไป ที่ขาดสมรรถนะการคิดเชิงระบบและการจัดการ ถ้ามหาวิทยาลัยวิชาการป้องกันประเทศมีการออกแบบองค์กรที่มีประสิทธิภาพ จะเป็นตัวอย่างแก่มหาวิทยาลัยอื่น ๆ เราต้องดีไปพร้อมๆ กัน ๙ # ๗. สรุป การป้องกันประเทศให้ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งภายนอกและภายใน เป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ทำให้ประเทศสามารถพัฒนาด้านอื่น ๆ ให้เจริญรุ่งเรืองได้ สถานการณ์ของโลกและของประเทศเปลี่ยนไปมาก กลายเป็นระบบซับซ้อน (Complexity system) มีปัญหาใหม่ ๆ ที่เข้าใจยากและแก้ไขได้ยาก กองทัพจึงต้องมีสมรรถนะทางปัญญาสูงยิ่ง นักคิดของกองทัพตระหนักในเรื่องนี้ดี จึงได้สร้าง "สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ" ไว้เป็นเครื่องมือทางปัญญาของกองทัพ การศึกษามีความสำคัญยิ่ง แต่ระบบการศึกษาที่เน้นการท่องวิชา แต่ทำไม่เป็น คิดไม่เป็น ตัดสินใจไม่เป็น และจัดการไม่เป็น ทำให้คำว่า "การศึกษา" ด้อยค่าและด้อยศักยภาพ คำว่าการศึกษาของกองทัพ ไม่ได้หมายถึงระบบการศึกษาแบบท่องวิชาอย่างที่พบทั่ว ๆ ไป แต่หมายถึง กระบวนการทางปัญญาบูรณาการ ๙ องค์ประกอบ เพื่อสร้างประเทศไทยที่มีบูรณภาพ คือมีทั้งเป้าหมายสูงสุดและกระบวนการที่นำไปสู่เป้าหมายนั้น ไม่ใช่แค่เพียงให้รู้วิชาอย่างระบบการศึกษาทั่วไป ที่ยกร่างนำเสนอเป็นเค้าโครงให้คิดต่อไปได้ง่าย เมื่อนักคิดที่มีวิสัยทัศน์และประสบการณ์เข้ามาร่วมคิด จะสามารถสร้างระบบปัญญาบูรณาการของกองทัพได้ดีกว่าที่ยกร่างเสนอมาเป็นเบื้องต้น ขอให้เพื่อนคนไทยร่วมคิดร่วมทำ เพื่อสร้างประเทศไทยที่มีบูรณภาพ เป็นแผ่นดินศานติสุขที่คนไทยทุกคนมีความปลอดภัยและสุขภาวะที่สมบูรณ์ ต้องมีจินตนาการใหญ่และศรัทธาสูงว่า คนไทยสามารถร่วมสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด เพื่ออนาคตร่วมกันของลูกหลานของเรา ที่จะอยู่บนแผ่นดินแม่อย่างมีศักดิ์ศรีและภาคภูมิใจที่เป็นคนไทย --- ๑๐ PQET (ยกร่างเพื่อการปรึกษาหารือ) ระบบการศึกษาของกองทัพ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
การศึกษา
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
20 September 2023
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• การศึกษา
• กองทัพ
history_eduหมวดหมู่
การศึกษา
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
20 September 2023
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้