auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

สมัชชาประชาธิปไตย เครื่องมือออกจากความขัดแย้งสู่การร่วมสร้างประเทศไทยยุคใหม่

chrome_reader_modeคำอธิบาย

บทความนำเสนอเกี่ยวกับสมัชชาประชาธิปไตย เพื่อขจัดความขัดแย้งสู่การร่วมสร้างประเทศไทยยุคใหม่ โดยนำเสนอ ได้แก่ 1. ประธานชวนขอให้สถาบันพระปกเกล้าช่วยคิด 2. “การพัฒนาไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่คือการรวมตัวกันทำสิ่งใหม่ที่ดี” 3. สมัชชาประชาธิปไตยเครื่องมือการรวมตัวกันทำสิ่งใหม่ที่ดี 4. สถาบันพระปกเกล้า และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกันเป็นฝ่ายเลขานุการของสมัชชาประชาธิปไตย 5. กรอบการทำงานของสมัชชาประชาธิปไตย 6. สมัชชา ประชาธิปไตย ใช้กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (Interactive learning through action) ในสถานการณ์จริง เป็นเครื่องมือ 7. สมัชชาประชาธิปไตยช่วยให้ระบบประชาธิปไตยมีความสมบูรณ์

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# สมัชชาประชาธิปไตย เครื่องมือออกจากความขัดแย้งสู่การร่วมสร้างประเทศไทยยุคใหม่ โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประเวศ วะสี ## ๑. ประธานชวนขอให้สถาบันพระปกเกล้าช่วยคิด ภายหลังการประชุมสมัยวิสามัญของรัฐสภาเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติชาติเมื่อ ๒๖-๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๓ แล้ว ประธานรัฐสภา คุณชวน หลีกภัย ได้ขอให้สถาบันพระปกเกล้าไปคิดถึงกลไกสร้าง ความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติเพื่อให้ประเทศเคลื่อนสู่อนาคตได้ เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะสถาบันพระปกเกล้าเป็นสถาบันทางวิชาการเพื่อประชาธิปไตยในสังกัดรัฐสภา โดยมี ประธานรัฐสภาเป็นประธานคณะกรรมการสถาบันโดยตำแหน่ง จึงนับว่ามีความเหมาะสมด้วย ประการทั้งปวง ตามข่าวกล่าวว่า ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า มีความ หนักใจพอสมควรในภาระที่ได้รับมอบ เพราะการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ในท่ามกลาง ความแตกแยกที่ฝังรากลึกเป็นเรื่องยากสุดๆ บ่อยครั้งความพยายามปรองดองสมานฉันท์ยิ่งทำให้แตกร้าวกันมากขึ้น เพราะมาพูดถึง ปัญหาที่ทำให้แตกแยก ยิ่งพูดยิ่งกล่าวโทษกัน ยิ่งก่ออารมณ์ ยิ่งแตกแยกมากขึ้น ฉะนั้น เบื้องต้นต้องทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างการแก้ปัญหาในอดีต กับการ รวมตัวกันทำสิ่งใหม่ที่ดี ๑ ## ๒. "การพัฒนาไม่ใช่การแก้ปัญหา แต่คือการรวมตัวกันทำสิ่งใหม่ที่ดี" ผู้รู้เอ่ยวจนะข้างต้นเพราะ ปัญหาเป็นอดีตที่มีรากยาวไกล มีผู้คนและองค์กรเกี่ยวข้องมากหลาย เมื่อใช้การแก้ปัญหาเป็นตัวตั้ง จึงนำไปสู่ความขัดแย้ง บาดหมางและทะเลาะกันวุ่นวาย อี รุงตุงนังไปหมด จับต้นชนปลายไม่ได้ ทำให้ออกจากหลุมดำของความขัดแย้งไม่ได้ นี้คือที่เรียกว่า ติดอยู่ในอดีตจนเคลื่อนสู่อนาคตไม่ได้ อดีตไม่มีพลังที่จะดึงประเทศออกจากหลุมดำแห่งวิกฤตการณ์ปัจจุบัน ### ต้องใช้พลังอนาคตมาดึงประเทศออกจากวิกฤต อนาคตยังไม่มีจำเลย จึงสามารถร่วมมือกันได้ นี่เป็นที่มาของคำกล่าวว่า การพัฒนาคือการ รวมตัวกันทำสิ่งใหม่ที่ดี มีตัวอย่างที่จะยกมาให้เรียนรู้ มหาวิทยาลัยมหิดลย้อนหลังไป ๔๐ ปี มีศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐ ภมรประวัติ ซึ่งเป็นคนเก่งมากเป็นอธิการบดี อธิการบดีสั่งให้ตั้งเครือข่ายวิชาการ ขึ้น ๓ เครือข่าย มีเครือข่ายหนึ่งประกอบด้วยสมาชิกประมาณ ๔๐ ท่าน เมื่อเริ่มประชุมประธานก็ ถามว่า "ใครคิดว่ามีปัญหาอะไรบ้าง" สมาชิกแต่ละคนจึงพูดถึงปัญหาๆๆ หนักเข้าปัญหาท่วมท้น จนเคลื่อนต่อไปไม่ได้ สังคมไทยไม่ค่อยเรียนรู้ หลักการเรื่องรวมตัวกันทำสิ่งใหม่ที่ดี จึงไม่มีแรงเคลื่อนสู่อนาคต ๒ # ๓. ## สมัชชาประชาธิปไตย ### เครื่องมือการรวมตัวกันทำสิ่งใหม่ที่ดี สมัชชาประชาธิปไตยเป็นการประชุมของสมาชิก ซึ่งเป็นตัวแทนจากทุกภาคส่วนของ สังคมไทย ซึ่งสามารถร่วมกันกำหนดได้ว่าสังคมไทยมีทั้งหมดกี่ภาคส่วน เช่น ๑๐๐ แล้วศึกษาว่า แต่ละภาคส่วนมีกลไกอะไรที่จะเลือกตัวแทนภาคส่วนละ ๕ - ๑๐ คน ไปเป็นสมาชิกสมัชชา ประชาธิปไตย โดยวิธีนี้สมัชชาประชาธิปไตยจะมีสมาชิกที่เป็นผู้แทนครบทุกภาคส่วนของสังคมมากกว่า องค์กรอื่นๆ แม้แต่สภาผู้แทนราษฎรซึ่งค่อนข้างประกอบด้วยคนประเภทเดียวคือ นักการเมืองที่มี ความเชี่ยวชาญในการหาเสียงและได้รับการเลือกตั้ง การที่มีสมาชิกที่มีความหลากหลาย สะท้อนความหลากหลายของสังคม ทำให้ที่ประชุม สมัชชาประชาธิปไตยลดความเป็นข้างเป็นขั้ว และลดอิทธิพลของเงินที่เข้าไปมีบทบาทสำคัญอย่าง ในทางการเมือง ทำให้ที่ประชุมสมัชชาประชาธิปไตยมีความชอบธรรมสูง และเป็นกลไกที่คนไทย จะรวมตัวร่วมคิดร่วมทำเพื่อบ้านเมืองได้อย่างอิสระและกว้างขวางด้วยความเป็นกลาง โดยใช้ทาง สายกลางคือความเป็นเหตุเป็นผลโดยไม่แบ่งข้างแบ่งขั้ว ### สมัชชาประชาธิปไตยเป็นกลไกการรวมตัวกันทำสิ่งใหม่ที่ดี ไม่ย้อนกลับไปทะเลาะกันในเรื่องอดีต ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เป็นความใฝ่ฝันของทุกฝ่าย เป็นสิ่งใหม่ที่ดี เป็นอนาคต ไม่มีจำเลย ไม่มีอะไรจะต้องทะเลาะกัน มีแต่รวมตัวร่วมคิดร่วมทำในสิ่ง ดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ๓ ๔. สถาบันพระปกเกล้า และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ร่วมกันเป็นฝ่ายเลขานุการของสมัชชาประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้าตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องมือของรัฐสภาในการพัฒนาประชาธิปไตย จึงมี ความเหมาะสมที่จะทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ (Secretariat) ของสมัชชาประชาธิปไตย ควรร่วมมือ กับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สช.มีประสบการณ์ในการจัดประชุมสมัชชา สุขภาพแห่งชาติมากกว่า ๑๐ ปี สมัชชาสุขภาพแห่งชาติจำลองรูปแบบมาจากสมัชชาองค์การ อนามัยโลก (World Health Assembly) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วน ร่วมในกระบวนการนโยบายสาธารณะหรือ P4 (Participatory Public Policy Process) กระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมคือหัวใจของประชาธิปไตย นโยบายสาธารณะที่ดี เป็นปัญญาสูงสุดของชาติใดชาติหนึ่ง เพราะกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ และกำหนดว่า ประเทศจะทำหรือไม่ทำอะไรและทำอย่างไร นโยบายสาธารณะที่ดีหมายถึง วัฒนะ นโยบาย สาธารณะที่ไม่ดีหมายถึง หายนะ สถาบันพระปกเกล้าอยู่ในฐานะที่จะชวนนักวิชาการที่เก่งๆ และผู้ที่มีสมรรถนะสูงในการ สังเคราะห์นโยบายสาธารณะจากทั่วประเทศ รวมทั้งแสวงหาความรู้ได้จากทั่วโลกโดยไม่มีข้อจำกัด แบบที่ เรียกว่า "Unlimited access to expertise around the world" เข้ามาช่วยงานของสมัชชาประชาธิปไตย โดยที่สมัชชาประชาธิปไตยไม่เป็นการเมือง คนดีๆ มีความสามารถเป็นจำนวนมากที่ไม่ถนัดที่ จะร่วมกับการเมืองที่แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย สามารถที่จะเข้าร่วมกับสมัชชาประชาธิปไตยได้อย่างสะดวก ใจ สมัชชาประชาธิปไตยจึงเป็นกลไกที่คนไทยทั้งชาติจะสามารถร่วมทำเพื่อบ้านเมืองได้ จึงเป็นกลไก เปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง กลไกรัฐทั้งทางราชการและการเมืองเปิดพื้นที่ ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาน้อย บ้านเมืองจึงไม่มีพลังก้าวสู่อนาคตที่ควรงดงาม ๔ ระบบรัฐสภาที่มีสมัชชาประชาธิปไตยผ่านสถาบันพระปกเกล้า เป็นเครื่องมืออีกอย่างหนึ่ง จะมีสมรรถนะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เป็นการนำพลังทางสังคมและพลังทางปัญญาเข้ามาบรรจบ กับพลังทางการเมืองเกิดเป็น "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" ทำให้ทำสิ่งยากๆ หรือทำให้สิ่งที่เป็นไป ไม่ได้เป็นไปได้ (Make the impossible possible) "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" รัฐสภา พลังทางสังคม พลังทางปัญญา สมัชชาประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ที่ผ่านมาการเมืองค่อนข้างโดดเดี่ยว ทั้งๆ ที่ทำงานที่สำคัญที่สุดคือ ตัดสินใจทางนโยบาย แต่กลับไม่มีระบบสนับสนุน สังคมกลับมองการเมืองแบบเวทีมวย ดูจากการสื่อสารโดยสื่อมวลชน ก็ได้ มหาวิทยาลัยมีตั้งกว่า ๑๐๐ แห่ง ก็ไม่ได้สนับสนุนการทำงานทางการเมืองหรือไม่กล้า เพราะ ความเป็นฝักเป็นฝ่ายของการเมือง แต่เมื่อมีสมัชชาประชาธิปไตย/สถาบันพระปกเกล้าเข้ามาเป็น ข้อต่อ พลังทางสังคมและพลังทางปัญญาทั้งประเทศในรูปแบบต่างๆ สามารถเข้ามาบรรจบกับงาน ของรัฐสภาได้อย่างสะดวกใจ เมื่อ "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา" เกิดขึ้น ต่อไปประเทศไทยจะทำอะไร ก็สำเร็จ ๕ # ๕. ## กรอบการทำงานของสมัชชาประชาธิปไตย กรอบการทำงานของสมัชชาประชาธิปไตยคือ P4 เพื่อประชาธิปไตย หรือกระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม (Participatory Public Policy Process) เพื่อประชาธิปไตย โดยคำว่าประชาธิปไตยหมายถึง การที่ประชาชนทุกคนมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาบ้านเมืองของตนอย่างหลากหลาย ซึ่งรวมถึงการตัดสินใจเชิงนโยบายในระดับต่างๆ อันมีผลทำให้เกิดสังคมสันติสุข โดยสรุป สมัชชาประชาธิปไตยมีหน้าที่ดังนี้ ๑. ระดมความคิดอย่างกว้างขวางถึงหลักการในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อสร้างระบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันจะทำให้บ้านเมืองมีความเจริญอย่างแท้จริง หรือมีความเป็นอารยะ ๒. เสนอชื่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จากตัวแทนทุกภาคส่วนของสังคม หรือเป็นส่วนย่อของสมัชชาประชาธิปไตย ซึ่งมาจากทุกภาคส่วนของสังคมอยู่แล้ว ๓. ระดมความคิดเห็นช่วยสสร.ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ ๔. ให้การยอมรับร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนเสนอรัฐสภามีมติต่อไป ๕. ติดตามการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และช่วยแก้ไขอุปสรรคติดขัดให้ปฏิบัติได้ด้วยดี ๖. ๖. ให้ฝ่ายเลขานุการจัดตั้งระบบ Big Data ประชาธิปไตย อันเป็นระบบดิจิทัลที่ประชาชนทั่ว ประเทศสามารถสื่อสารข้อเสนอแนะได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทำการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล มหาศาล เพื่อหาความหมายและนำไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม รวมทั้งเป็นประเด็น นโยบายเสนอรัฐสภาต่อไป การนี้จะทำให้ประชาธิปไตยทางตรงเข้ามาบรรจบกับ ประชาธิปไตยทางอ้อม หรือเกิดประชาธิปไตยฐานกว้าง ๗. ให้ฝ่ายเลขานุการส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยและสถาบันวิชาการต่างๆ ทำการสังเคราะห์ นโยบายสาธารณะ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมที่ดำเนินการ โดยสมัชชาประชาธิปไตย ๘. เป็นฐานเสริมสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยให้บ้านเมืองมีทางออก ๙. เมื่อดำเนินไปด้วยดีและที่ประชุมสมัชชาประชาธิปไตยได้รับความเชื่อถือศรัทธาจาก ประชาชนสูง จะเป็นสถาบันที่มีบทบาทในการให้ความชอบธรรมต่อเรื่องดีๆ ในบ้านเมือง ประดุจผู้ใหญ่ที่มีพรหมวิหาร ๔ เป็นหลักของบ้านเมือง ๗ # ๖. ## สมัชชา ประชาธิปไตย ใช้กระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (Interactive learning through action) ในสถานการณ์จริง เป็นเครื่องมือ สังคมปัจจุบันต่างจากสังคมโบราณโดยสิ้นเชิง โดยเป็นระบบซับซ้อน (Complex system) ที่ยากต่อการเข้าใจและบริหารจัดการ การใช้อำนาจหรือใช้เงินไม่ได้ผล วาทกรรม บริภาษสกรรม หรือการใช้ความรู้สำเร็จรูปตายตัว ก็ไม่ได้ผล กระบวนการสมัชชาประชาธิปไตยใช้เครื่องมือใหม่คือ การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (Interactive learning through action) ในสถานการณ์จริง กระบวนการนี้ทรงพลังในการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) มหาศาล ที่ยิ่งทำยิ่งรักกันมากขึ้น ยิ่งเชื่อถือไว้วางใจกัน (Trust) มากขึ้น ยิ่งฉลาดมากขึ้นและฉลาดร่วมกัน เกิดปัญญาร่วม (Collective wisdom) อัจฉริยภาพกลุ่ม (Group genius) และนวัตกรรมทำให้ฝ่าความยากไปสู่ความสำเร็จ และทุกคนมีความสุขประดุจบรรลุนิพพาน ต่างจากวิธีการใช้อำนาจ ที่นำไปสู่ความบีบคั้น ความขัดแย้ง และแตกแยก ความด้อยปัญญา และวิกฤตชาติ ที่เรียกร้องความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติอยู่ในขณะนี้ กระบวนการสมัชชาประชาธิปไตยที่ใช้การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติดังกล่าว ไม่ต้องเรียกร้องความปรองดองสมานฉันท์ เพราะความรัก ความเชื่อถือไว้วางใจกัน จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ๘ # ๗. ## สมัชชาประชาธิปไตยช่วยให้ระบบประชาธิปไตยมีความสมบูรณ์ สหรัฐอเมริกาที่กำลังประสบวิกฤตการณ์ทางการเมืองอยู่ในขณะนี้เป็นตัวอย่างของระบบประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์หรือพิการ เพราะมีแต่กลไกที่เป็นประชาธิปไตยทางการเมือง เมื่อกลไกนี้ต้านอำนาจเงินไม่ได้ ก็เกิดความเหลื่อมล้ำสุดๆ และในเมื่อกลไกทางการเมืองแบ่งขั้วสุดๆ ประชาธิปไตยและรัฐบาลก็ทำงานไม่ได้ สมัชชาประชาธิปไตยช่วยทำให้ระบบประชาธิปไตยสมบูรณ์ขึ้น เพราะเป็นกลไกที่เปิดพื้นที่ทางสังคมและพื้นที่ทางปัญญาอย่างกว้างขวาง โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคม เป็นการเมืองที่ไม่เป็นการเมือง หรือเป็นการบ้านเมืองที่ไม่แบ่งข้างแบ่งขั้ว เป็นประชาธิปไตยทางสังคม ประชาธิปไตยทางปัญญา และประชาธิปไตยทางจิตสำนึก (Spiritual democracy) หากประเทศไทยริเริ่มเรื่องสมัชชาประชาธิปไตยและได้ผลดี จะเป็นตัวอย่างให้ประเทศอื่นๆ หันมาหานวัตกรรมทางประชาธิปไตยอย่างนี้ด้วย ความจริงคนไทยมีความดีหลายอย่าง บางอย่างก็ดีกว่าฝรั่ง แต่ไปติดกับความคิดที่ว่าดีชั่วเป็นการส่วนบุคคล ขาดความคิดเชิงโครงสร้างและระบบ โครงสร้างและระบบเป็นปัจจัยกำหนดพฤติกรรมของบุคคลและองค์กรอย่างสำคัญ หากระบบดี คนที่น่าจะไม่ดีก็จะดี คนที่น่าจะไม่เก่ง ก็จะกลายเป็นคนเก่ง (ตามคำของ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์) ส Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. คนไทยประสบความทุกข์ยากจากการขาดโครงสร้างและระบบที่ดีมานานเกินพอแล้ว ควร ใช้โอกาสแห่งการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ออกแบบโครงสร้างและ ระบบที่ทำให้บ้านเมืองพัฒนาอย่างถูกต้องเป็นธรรม เพื่อให้คนไทยพ้นทุกข์ร่วมกันเสียที ประเทศไทยมาถึงยุคใหม่แล้ว ที่คนไทยจะได้ร่วมกันสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่า อยู่ที่สุด ที่คนไทยทุกคนมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ สามารถรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ สร้างประเทศ ไทยที่มีความถูกต้องเป็นธรรม และดีงาม --- ๑๐ PQET สมัชชาประชาธิปไตย เครื่องมือออกจากความขัดแย้งสู่การร่วม สร้างประเทศไทยยุคใหม่ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
25% Match
ปฏิรูปตำรวจ: ประชาชนถนอมรักตำรวจ – ตำรวจถนอมรักประชาชน
23% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
20% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การพัฒนาสังคม

• การพัฒนาประเทศ

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้