auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

วิธีป้องกันมิคสัญญีกลียุค

chrome_reader_modeคำอธิบาย

ประเวศ วะสี ได้เขียนบทความ วิธีป้องกันมิคสัญญีกลียุค โดยบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ความรุนแรงในการต่อต้านและการเกิดสงครามกลางเมือง หลากหลายประเทศที่ได้ยกตัวอย่างมา อีกทั้งได้ยกตัวอยางประเทศไทยในอดีตที่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้ง รุนแรงและการการฆ่าฟัน ล้มตายกัน เช่น เหตุการณ์ 14 ตุลาคม และ 18 พฤษภาคม โดยให้แนวทางและข้อคดสำคัญในการป้องกันไม่ให้ประเทศไทยไปสู่มิคสัญญีกลียุค

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# วิธีป้องกันมิดสัญญีกลียุค ประเวศ วะสี สังคมไทยวิกฤตสุด ๆ ทุกด้าน และเข้าไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองจนสุดทางไป เมื่อ หมดทางไปก็จะเกิดสงครามกลางเมือง อย่างที่เคยเกิดมาในประวัติศาสตร์ของชาติต่าง ๆ ใน ยุโรปเมื่อ ๔๐๐ ปีมาแล้ว เกิดสงคราม ๓๐ ปีบ้านแตกสาแหรกขาดล้มตายกันเป็นเบือ ใน สหรัฐอเมริกาเหนือใต้ตกลงกันไม่ได้เกิดสงครามกลางเมืองคนตายไป ๖๐๐,๐๐๐ คน ที่ศรีลังกา การสู้รบระหว่างทมิฬและสิงหลเกือบ ๓๐ ปีผู้คนล้มตายไปหลายหมื่นคน ที่รวันดาความขัดแย้ง ระหว่างชนเผ่าฮูตูกับทุตซี นำไปสู่การสังหารผู้คนประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ คน ภายใน ๓ เดือน ยังมี ตัวอย่างอื่น ๆ อีกมากที่ความติดขัดทางประวัติศาสตร์ ต้องนำไปสู่การตายของคนจำนวนมาก จึงสามารถหลุดไปสู่จุดลงตัวใหม่ได้ สังคมไทยมีความขัดแย้งในตัวเอง ที่เรียกกันว่าความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง และพยายาม ดิ้นรนหาจุดลงตัวมากว่า ๑๐๐ ปีตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ ผ่านการนองเลือดมาก็หลายครั้ง เมื่อ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ กับ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๓๕ ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายกองทัพกับฝ่าย ประชาธิปไตย มีพระเจ้าอยู่หัวทรงมาไกล่เกลี่ยก็ระงับไปได้ แต่เป็นการระงับตามอาการ ไม่ได้ ระงับต้นเหตุ โรคก็คงคุกรุ่นลุกลามขยายตัวมาเป็นความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบัน ซึ่ง ซับซ้อนกว่าเดิม ไม่มีใครไกล่เกลี่ยได้ สถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งเคยเป็นศูนย์รวมใจ และทรง ศักยในการไกล่เกลี่ย ก็ถูกดึงเข้ามาสู่ความขัดแย้งและเป็นเป้าของการถูกโจมตีท่ามกลางการ ต่อสู้ในปัจจุบันด้วย ท่ามกลางวิกฤตการณ์ในปัจจุบัน ที่ไม่มีใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะแก้ไขหรือเอาชนะได้ สังคมไทยจึงมาจ่ออยู่ที่ทางสองแพร่ง ทางหนึ่งคือไปสู่มิคสัญญีกลียุค ฆ่าฟันล้มตายกันเป็นเบือ อีกทางหนึ่ง เมื่อไม่มีทางไปในระนาบเดิมแล้ว สังคมไทยสามารถยกระดับออกจากภพภูมิเดิม ไปสู่จุดลงตัวใหม่ ที่สังคมไทยจะเคลื่อนตัวไปข้างหน้าได้ เราไม่มีทางถอยไปสู่สภาพเก่า เพราะ สภาพเก่าเป็นเหตุปัจจัยให้คนไทยขัดแย้งจนแทบจะฆ่ากันตายในวันนี้ สังคมไทยควรถือโอกาส ที่มีสภาวะวิกฤตอย่างไม่มีทางออกในสภาพเดิม เปลี่ยนแปลงหรือปฏิรูปประเทศไทยไปสู่จุดลง ตัวใหม่ในภูมิที่สูงขึ้น ต่อไปนี้คือข้อเสนอ ๕ ประการในการป้องกันมิดสัญญีกลียุคและปฏิรูปประเทศไทยไปสู่ การลงตัวในระนาบใหม่ ## ๑. การป้องกันความรุนแรงเฉพาะหน้า ความขัดแย้งไม่สามารถระงับดับลงได้ในเร็ววัน เรื่องเฉพาะหน้าจึงมีประการเดียว เท่านั้น คือป้องกันความรุนแรงอย่าให้ฆ่ากันตาย จะทะเลาะทุ่มเถียงชุมนุมเดินขบวนอะไรก็ทำ ไป แต่อย่าให้เกิดความรุนแรง สังคมไทยได้แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ต้องการความรุนแรง และมอง ในแง่ดี สังคมไทยมีจุดแข็งตรงนี้ ทั้ง ๆ ที่มีคนพยายามจุดชนวนให้เกิดการจราจลหลายครั้ง ทั้ง เมื่อ ๗ ตุลาคม ในการประชุมอาเซียนที่พัทยา ในเหตุการณ์สงกรานต์เลือด และในการยิงสนธิ คนไทยก็ไม่บ้าคลั่งก่อจราจลเผาผลาญบ้านเผาเมือง เหมือนที่เกิดขึ้นในประเทศอื่นๆ นี่เป็นจุดที่เจริญของคนไทย ใครก่อความรุนแรง ความชอบธรรมจะลดลงในสายตาของสาธารณะ และต้องนอนเลียแผลกันอยู่ หรือรับกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง นับตั้งแต่กรณีฆ่านักศึกษากลางเมืองอย่างทารุณเมื่อ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เรื่อยมาจนถึงพฤษภามหาวิปโยคและกรณียิงสนธิ เมื่อ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๒ ทุกฝ่ายต้องระลึกรู้ การฆ่าคนแล้วไม่บาปไม่มี จะขัดแย้งกันอย่างไรๆ ก็จะฆ่ากันไม่ได้ สังคมต้องเข้ามาช่วยกันป้องกันความรุนแรง สังคมควรจะเข้ามาร่วมกำหนดและกำกับกรอบ กติกา และกลไก ที่จะป้องกันความรุนแรง ทั้งนี้เพื่อให้เวลาประเทศไทยในการเปลี่ยนแปลงไปสู่จุดลงตัวใหม่ ## ๒. ยกสถาบันพระมหากษัตริย์ และแยกคุณทักษิณออกจากสมการของความขัดแย้ง สังคมก็เช่นเดียวกับบุคคล เมื่อเกิดความรุนแรงแล้วจะปิดการรับความจริง เมื่อไม่รู้จักและใช้ความจริงก็ไม่มีทางออกด้วยสันติวิธี ในขณะนี้จุดเร้าอารมณ์รุนแรงมีอยู่ ๒ จุด คือจุดหนึ่งอยู่ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ อีกจุดหนึ่งอยู่ที่คุณทักษิณ คุณทักษิณจะดีชั่วอย่างไรหรือเพราะอะไรก็ตาม เป็นจุดแตกแยกใหญ่ที่มีคนรักจำนวนมากและคนเกลียดจำนวนมาก ข้างละเป็นล้านๆ คน รักก็รักสุดๆ เกลียดก็เกลียดสุดๆ ขนาดทำอย่างไรกูก็ไม่ยอมแม้นแผ่นดินกลบหน้าก็ตาม การที่จะแก้วิกฤติได้จึงต้องแยกจุดเร้าอารมณ์ทั้งสองจุดออกจากสมการความขัดแย้ง คือ หนึ่ง ต้องไม่ดึงสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาสู่ความขัดแย้งทางการเมือง เลิกกล่าวหาใครว่าไม่จรรักภักดี หรือกล่าวหาเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกันง่ายๆ ไม่กระทำการใดๆ ที่ดึงสถาบันเข้ามาสู่ความขัดแย้งทางการเมือง ในท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองทุกวันนี้ ทุกฝ่ายลำบากหมด รวมทั้งพระเจ้าอยู่หัวด้วย พระมหากษัตริย์จะมั่นคงปลอดภัยต่อเมื่อบ้านเมืองมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ที่ประเทศอังกฤษเริ่มต้นก็เป็นการต่อสู้กันระหว่างกษัตริย์กับฝ่ายประชาธิปไตย แต่เมื่อบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย แล้วสถาบันกษัตริย์ก็มั่นคง พระเจ้าแผ่นดินอังกฤษหลายพระองค์ก็ไม่ใช่คนเก่ง หรือบางพระองค์ก็ไม่ใช่คนดีเสียด้วยซ้ำไป แต่บ้านเมืองก็อยู่ได้ เพราะในระบอบประชาธิปไตย ผู้คนอันหลากหลายช่วยกันประคับประคองบ้านเมือง ถ้าคิดว่าพระเจ้าแผ่นดินต้องเป็นคนดีและคนเก่ง ก็จะเครียดมาก เพราะเป็นเรื่องที่พยากรณ์ไม่ได้ เราต้องการความคิดใหม่ สัมพันธภาพใหม่ ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับสังคมประชาธิปไตย สอง ต้องไม่ดึงคุณทักษิณเข้ามาสู่เกมการต่อสู้ ซึ่งจะสาหัสและบอบช้ำมาก และไม่มีใครชนะ มีคนต้องการใช้คุณทักษิณเป็นเครื่องมือด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆ กัน จึงเป็นเรื่องของคุณทักษิณจะต้องตัดสินใจด้วยตนเอง ว่าจะยุติเกมการต่อสู้หรือไม่ คุณทักษิณสามารถเปลี่ยนจากยุทธศาสตร์การต่อสู้ ซึ่งจะก่อมิคสัญญีกลียุค ไปสู่ยุทธศาสตร์สร้างสรรค์ได้ ซึ่งจะกล่าวต่อไป ถ้าคุณทักษิณปรับไปสู่ยุทธศาสตร์สร้างสรรค์ จะเปิดทางออกให้คุณทักษิณอย่างหลากหลาย สังคมไทยจะได้เรียนรู้ความยุติธรรมเชิงฟื้นฟู (Restorative Justice) ความยุติธรรมไม่ได้มีแต่ ความยุติธรรมเชิงตัดสินเท่านั้น ซึ่งมักแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนไม่ได้ ต้องใช้ความยุติธรรมเชิงฟื้นฟูบูรณะด้วย ๓. เหลือทางไปทางเดียวเท่านั้น ที่เราจะต้องมีเป้าหมายร่วมกัน จากการดิ้นรนต่อสู้ในทางการเมืองกันมากว่า ๑๐๐ ปี และเลือดตกยางออกกันมาหลาย ครั้ง ได้ให้บทเรียนแล้วว่าสังคมไทยปฏิเสธอะไรและต้องการอะไร เช่น (๑) เราไม่สามารถกลับไปเป็นระบอบราชาธิปไตยได้ (๒) เราไปเป็นระบอบคอมมูนิสต์ไม่ได้ (๓) เราไปเป็นระบอบเผด็จการทหารไม่ได้ (๔) การปฏิวัติรัฐประหารแก้ปัญหาของประเทศไม่ได้ (๕) ระบอบการเลือกตั้งแบบใช้เงินซื้อเสียง แล้วเข้ามาโกงกินกัน แก้ปัญหาประเทศ ไม่ได้ (๖) ระบอบการปกครองแบบอำนาจรัฐรวมศูนย์แก้ปัญหาประเทศไม่ได้ และก่อให้เกิด ความรุนแรง (๗) ระบบความยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรมแก้ปัญหาประเทศไม่ได้ (๘) การขาดความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคมก่อให้เกิดความขัดแย้งและรุนแรง ฯลฯ ท่านอาจจะเติมต่อลงไปได้อีกหลายข้อ บทเรียนว่าทางไหน ๆ ก็ตีบตัน จึงเหลือทางไปทางเดียวเท่านั้น คือประชาธิปไตยที่แท้ หรือประชาธิปไตยที่เป็นธรรม ไม่ใช่ประชาธิปไตยปลอม ๆ และต้องเป็นประชาธิปไตยที่สามารถ แก้ปัญหาของคนยากจน และสร้างความเป็นธรรมได้ เราไม่มีทางออกอย่างอื่นเลย ฉะนั้นจะสังเกตว่าแม้ฝ่ายที่ขัดแย้งกันก็ใช้คำว่า ประชาธิปไตยเหมือนกัน เช่น "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" (พธม.) "แนวร่วม ประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ" (นปช.) ลูกศิษย์อาจารย์ประเสริฐ ทรัพย์สุนทร ก็ชู "ปฏิวัติประชาธิปไตย" มานานแล้ว เมื่อก่อนก็มีทหารประชาธิปไตย จึงเหลือประชาธิปไตยทางเดียวเท่านั้นที่จะเป็นทางไปร่วมกัน แทนที่จะตีกันตาย ฝ่าย ต่าง ๆ น่าจะมาร่วมกันขับเคลื่อนประชาธิปไตยที่ถูกต้องเป็นธรรม ถ้ามีเป้าหมายร่วมกันก็จะเกิด พลังแห่งสันติวิธีอันมหาศาล ๔. ร่วมกันปฏิรูปประเทศไทย เรามักมองการเมืองแบบแยกส่วน การปฏิรูปการเมืองที่ทำกันมาจึงไม่ได้ผล ในสังคมที่ เชื่อมโยงซับซ้อนและมีหลายมิติ จนเป็นระบบซับซ้อน (Complex System) การทำให้เกิดสิ่งดี ๆ นั้นยากมาก ต้องทำหลายอย่างเชื่อมโยงกันทั้งเรื่องจิตสำนึก โครงสร้าง ระบบ การจัดการ ที่รวม เรียกว่าปฏิรูปประเทศไทย อย่างน้อย ๑๐ ด้านอย่างเชื่อมโยงกัน ซึ่งไม่มีใครคนใดคนหนึ่ง องค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง สามารถทำได้ นอกจากทุกภาคส่วนจะต้องเข้า มาร่วมมือกัน จึงจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่ จุดลงตัวในระนาบใหม่ ได้ ที่จริงประเทศไทยมีทรัพยากรประเภทต่าง ๆ อย่างมหาศาล และมีเรื่องดีๆ อยู่มาก มาก พอที่จะสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดในโลก ถ้าคนไทยเปลี่ยนมุมมอง และ เปลี่ยนจินตนาการใหม่ รวมทั้งเปลี่ยนเกียร์จากเกียร์ต่อสู้มาเป็นเกียร์การทำงานสร้างสรรค์ ร่วมกัน การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดจากการต่อสู้อย่างเดียว การเปลี่ยนแปลงเกิดจากการทำงาน ร่วมกัน เรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติได้ด้วย และได้อย่างดีด้วย ๕. สื่อสารสร้างสังคมใช้ความรู้และเหตุผล สังคมไทยเป็นสังคมอำนาจมาแต่โบราณ จึงใช้อำนาจมากใช้ความรู้และเหตุผลน้อย การ ใช้ความรู้และเหตุผลน้อยทำให้ตีบตัน ขัดแย้ง และรุนแรง มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลง สังคมอย่างเร่งด่วน ไปเป็นสังคมที่ใช้ความรู้และเหตุผล อะไรที่เร่งด่วนต้องใช้การสื่อสารอย่าง ทั่วถึง เครื่องมือสื่อสารมีมาก แต่ปัญญาในการสื่อสารมีน้อย เครื่องมือสื่อสารจึงถูกใช้ไปในทาง ผิดๆ ที่ทอนพลังสังคมและมีส่วนนำสังคมไปสู่วิกฤต รัฐบาลดควรจะเอาจริงเอาจังในยุทธศาสตร์การสื่อสารที่ดีในฐานะเป็นจุดคานงัดที่จะงัด สังคมออกจากวิกฤต ในยุทธศาสตร์นี้ต้องสร้างนักสื่อสารที่มีความรอบรู้มีวิจารณญาณว่าอะไร จริง อะไรไม่จริง อะไรมีประโยชน์ อะไรมีโทษอย่างไร มีศิลปะในการสื่อสารที่ทำให้สาธารณะหัน มาเห็นคุณค่าของการใช้ความรู้และเหตุผล ผู้สื่อข่าวทั้งหมด หนุ่มเหน้า สาวสวย ดาราทั้งหลาย ควรจะได้รับการฝึกอบรมอย่างดี ที่สุดให้เต็มตามศักยภาพของความเป็นมนุษย์ สามารถสื่อสารอย่างมีเสน่ห์กินใจผู้คน ช่วยให้ สังคมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี หนุ่มเหน้าสาวสวยและดาราถูกใช้ไปในการกระตุ้นกิเลศตัณหา เนื้อหนังมังสาอย่างน่าสลดใจ ถึงเวลาที่สังคมไทยต้องเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคน และศักยภาพในการสร้างสรรค์ของเขาเหล่านี้ ถ้าได้รับการสนับสนุนที่ดี คนหนุ่มสาวเหล่านี้จะ เป็น กัลยาณโฆษก ของสังคม ที่ทำให้สังคมไทยสามารถเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งดีงามได้ เรื่องยุทธศาสตร์การสื่อสารที่ดีก็ดี เรื่ององค์กรการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ก็ดี ผมได้พูดมา มาก แต่ไม่ปรากฏว่ารัฐบาลจะตอบรับอย่างใดเลย ถ้าเรื่องใดดีแล้วรัฐบาลไม่ทำ สังคมก็ต้องนำ การเมือง คนไทยและสังคมไทยถูกมายาคติครอบงำ ให้ดูถูกตัวเองจนหมดแรง ที่จริงคนไทยและ สังคมไทยมีอะไรดีๆ เยอะแยะทีเดียว เราต้องสลัดมายาคติออกไปเป็นอิสระ มีสำนึกในศักดิ์ศรี และคุณค่าความเป็นคนของเรา ใช้ศักยภาพในตัวเอง ป้องกันการตกเข้าไปสู่สภาพมิดสัญญีกลี ยุค ร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ไปสู่จุดลงตัวใหม่ ที่คนไทยมีศานติสุขถ้วนหน้า .- PCET วิธีป้องกันมิคสัญญีกลียุค ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
20% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
16% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
15% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การเมือง

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้