auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (1 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# พุทธวิธี (ลัดตรง) สร้างสุข (ที่นี่และเดี๋ยวนี้) ## ๑๒. ### นิวรรณ์ สมัยใหม่ - นิวรรณ์ ๖ นิวรรณ์มาตรฐานที่พระพุทธเจ้าสอนและจำกันมามี ๕ อย่าง นิวรรณ์ คือ เครื่องกีดขวางการเจริญสติ สมาธิ และปัญญา เป็นเครื่องรบกวนจิตใจทำให้เกิด สมาธิได้ยาก นิวรรณ์ ๕ คือ ๑. กามฉันทะ ๒. พยาบาท ๓. ถีนะมิทธะ ง่วงเหงาหาวนอน ซึม ๔. อุทธัจจะกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่าน รำคาญใจ ๕. วิจิกิจฉา ความสงสัย ลังเลใจ สังคมปัจจุบันต่างจากสังคมครั้งพุทธกาลมาก ครั้งพุทธกาลสังคมเป็นชุมชนเกษตรกรรม พึ่งตนเองขนาดเล็ก ค่อนข้างสงบสุขไม่ค่อยมีเรื่องวุ่นวายมาก แต่สังคมปัจจุบันมีระบบและโครงสร้าง ใหม่ ๆ ที่สลับซับซ้อนเกิดแรงกดดันในสังคมเต็มไปหมด ทำให้ความเครียดเป็นโรคระบาดที่สำคัญที่สุด ความเครียดมากับการหลั่งสารอะดรีนาลีน (Adrenaline) ที่กระตุ้นกล้ามเนื้อ กระตุ้นหัวใจ กระตุ้น สมอง ทำให้เครียด เกร็ง ใจสั่น สมองไม่สงบ กระเพาะอาหารลำไส้ปั่นป่วน ไม่สบายกายไม่สบายใจ ภูมิคุ้มกันต่ำ เป็นโรคต่าง ๆ ง่าย บางทีมีการเจ็บปวดตามร่างกายโดยไม่ปรากฏสาเหตุ ทำให้ต้องพึ่งยา แก้ปวดหรือยาเสพติด ในสหรัฐอเมริกาปีหนึ่ง ๆ มีคนตายเพราะใช้ยาแก้ปวดเกินขนาด กว่า ๑๐๐,๐๐๐ คน รวมทั้งพวกดาราต่าง ๆ เช่น มาริลีน มองโร ไมเคิล แจ็คสัน ฯลฯ **ความเครียดจึงเป็นเครื่องรบกวนความสงบของจิตใจ** ของคนสมัยใหม่จำนวนมากที่สุด อาจจะเรียกว่าเป็นนิวรณ์ตัวที่ ๖ หรือนิวรณ์สมัยใหม่ ๑ นิวรรณ์สมัยเก่า ๕ อย่าง ท่านให้ใช้กำลังใจอย่างเข้มแข็งระงับหรือป้องกันไม่ให้เกิด เครื่องมือ เก่าน่าจะใช้ไม่ได้ผลกับนิวรรณ์ใหม่ คือ ความเครียด ที่มีต้นตอมากจากสารเคมียดที่หลั่งมาจากภายใน เพื่อทำให้ความสงบทางจิตใจเป็นไปได้ นักกรรมฐานน่าจะต้องเรียนรู้วิธีบำบัดความเครียดไปด้วย สาเหตุของความเครียด มนุษย์มีชีวิตอยู่เป็นช่วงเวลายาวนานที่สุด คือ ยุคดึกดำบรรพ์ ซึ่งเป็น คนป่าล่าสัตว์เก็บของป่ากิน ปัญหาของคนสมัยนั้น คือ การเผชิญภัยจากสัตว์ร้าย เช่น เจอเสือเขา จะต้องตัดสินใจฉับพลันว่าจะสู้หรือหนี ไม่ว่าจะสู้หรือหนีร่างกายจะต้องใช้พลังกล้ามเนื้อมาก ร่างกาย จึงหลั่งสารกระตุ้นพวกอะดรีนาลีนออกมา ซึ่งไปกระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดแรง กระตุ้นกล้ามเนื้อให้มี พลัง กระตุ้นสมองให้ว่องไว ระบบร่างกายถูกโปรแกรมมาอย่างนั้น สมัยปัจจุบันปัญหาของมนุษย์ไม่ใช่เสือ แต่เช่น ทำงานไม่ทัน สภาพบีบคั้นทางการงาน ทาง การเงินทางครอบครัว ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ใช้พลังกล้ามเนื้อในการแก้ไข แต่ร่างกายก็ยังตอบโต้ตามที่ โปรแกรมไว้เมื่อครั้งดึกดำบรรพ์ นั่นคือหลั่งสารเร่งพวกอะดรีนาลีนไปเร่งเปล่า ๆ ปลี้ ๆ โดยไม่ได้ใช้พลังที่ ถูกเร่งล้นเกินในตัว ก็ไปทำร้ายตัวเอง คือทำให้เกิดความเครียดในร่างกาย ปวดหัว ลำไส้ ปั่นป่วน การบำบัด ออกกำลังให้มากเพื่อปลดปล่อยพลังเกินในตัวออกไป สมัยนี้คนทำงานมักไม่ค่อยได้ ใช้กล้ามเนื้อจึงเครียดมาก ฉะนั้นจึงต้องออกกำลังให้มากเพื่อลดความเครียด พระภิกษุสมัยนี้ก็ออกกำลังน้อย เพราะมีอารามใหญ่โตมีเครื่องอำนวยความสะดวกสมัย โบราณเป็นพระป่ากันทั้งนั้น ต้องเดินมากบิณฑบาตทางไกลเข้าไปในหมู่บ้าน และเดินทางอยู่ ตลอดเวลานอกจากจำพรรษาในฤดูฝน พระสมัยนี้จึงเครียดประกอบกับต้องท่องบาลีมากยิ่งเครียดจัดเข้าไปอีก สมัยหนุ่ม ๆ ผมตรวจ โรคที่ห้องตรวจโรคนอกภาควิชาอายุรศาสตร์ที่โรงพยาบาลศิริราช ตรวจคนไข้มากมาย มีครู มีพระ มา ตรวจเป็นประจำด้วยโรคเครียดเพราะออกกำลังกายน้อย แต่เข้าใจผิดมีอุปทานว่าเป็นโรคนั้นโรคนี้ยิ่ง รักษาไม่หาย ผมต้องทำหน้าที่ถอนอุปทานและแนะนำให้ออกกำลังกาย ทำเช่นนี้อยู่เป็นอันมาก ผมพบคนไข้ที่ติดอยู่ในอุปทานเป็นปี ๆ ว่าตนเป็นโรคหัวใจบ้าง โดยเฉพาะคนที่ถูกบอกว่าเป็น "โรคหัวใจอ่อน" ซึ่งไม่มีอยู่ในสารระบบการแพทย์ แต่บางครั้งหมอไม่รู้จะบอกว่าคนไข้เป็นโรคอะไร เขามีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง แต่ตรวจไม่พบอะไร จะบอกว่าหมอไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไรก็ไม่กล้าพูด จึง พลั้งปากไปว่าเป็นโรคหัวใจอ่อน โดยไม่รู้ว่าคำนี้มันก่อผลร้ายให้คนไข้แค่ไหน คนไข้เข้าไปยึดมั่นว่า หัวใจของตนมีปัญหา มันอ่อน เมื่ออ่อนมันก็หยุดเต้นเมื่อไรก็ได้ ตกอยู่ในความกลัวและเป็นทุกข์ ผู้หญิง ๒ คนหนึ่งที่เป็นอย่างนี้ไม่กล้าไปตลาดเป็นปี ๆ ผู้หญิงอีกคนหนึ่งควักกระดาษขึ้นมาพูดว่า "คุณหมอฟัง ฉันหน่อย" ฉันมีอาการ ๕ อย่าง ดังต่อไปนี้ ๑ หายใจไม่ทั่วท้องกลัวจะเป็นโรคปอด ๒ อ่อนเพลียไม่มี แรงอาจจะเป็นโรคหัวใจ ๓ มีอาการแน่นท้องสงสัยจะมีอะไรที่ลำไส้ .... ผมตรวจแล้วไม่พบโรคอะไร เลย อธิบายให้คนไข้ฟังว่าเขาไม่เป็นโรคอะไรไม่ต้องใช้ยาก็ได้ แต่ถ้าต้องการหมอจะสั่งให้ ให้ไปออก กำลังเสีย คนไข้เขียนมาถึง "หมอชาวบ้าน" ว่าเจอหมอแปลกฟังดูก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่เนื่องจากหมอ ตั้งใจฟังเขาจึงทำตาม เมื่อออกกำลังปรากฏว่า "โรคทั้ง ๕ อย่าง" หายไปหมดจริง ๆ เธอหายโรคหาย ภัยโดยสิ้นเชิง **พระภิกษุพระยานรรัตน์** วัดเทพศิรินทร์ เขียนเล่าว่าท่านเคยเป็นมหาดเล็กในหลวง ร.๖ มี อาการซีดเซียว ไม่มีแรง ในหลวง ร.๖ รับสั่งว่า "แกนี่น่าจะเป็นคอนซัมชั่น" (Consumption = วัน โรค) ต่อมาท่านออกกำลัง โรคภัยไข้เจ็บหายไปหมด ร่างกายจิตใจแข็งแรง เมื่อบวชเป็นพระท่านปิด ประตูกุฏิออกกำลังกายเป็นประจำ เรื่องเหล่านี้มีมากมาย ผมเล่าวับบ้างเพื่อเตือนใจว่าการออกกำลังกายเป็นประจำ เป็นเรื่อง สำคัญมากต่อการมีสุขภาพดี **การออกกำลังกล้ามเนื้อขนาดเล็ก** การวิ่ง หรือกายบริหารโดยมากเป็นการออกกำลัง กล้ามเนื้อขนาดใหญ่ แต่พลังงานเกินอาจอยู่ในกล้ามเนื้อขนาดเล็กด้วย การออกกำลังกล้ามเนื้อขนาด เล็กทั่วตัวจึงจำเป็นในการขับไล่ความเครียด **มวยไทเก๊ากับการออกกำลังแบบโยคะ** เป็นตัวอย่างการออกกำลังกล้ามเนื้อเล็กทั่วทุกมัด ทำ แล้วเบาเนื้อเบาตัว สุขสบายทั้งเนื้อทั้งตัว เพราะขับไล่ความเครียดออกไปจากตัว **การนวดกล้ามเนื้อขมับและกล้ามเนื้อตา** การปวดหัวบ่อย ๆ ครั้ง เป็นเพราะความเครียดที่ กล้ามเนื้อขมับทั้งสอง กินพาราเซตามอลก็ไม่หายปวด แต่ถ้านวดกล้ามเนื้อขมับทั้ง ๒ ข้าง โดยใช้ นิ้วหัวแม่มือกดนวดทีละข้าง หายดีแล กล้ามเนื้อในเบ้าตาก็เครียดได้ วิธีนวดลูกตาทีละข้าง คือ ใช้ฝ่ามือตรงโคนฝ่ามือทางด้านนิ้วก้อย ตรวจที่เป็นเนื้อนูนอยู่ติดข้อมือ คลึงไปในเบ้าตาได้พอดี กดเบา ๆ และคลึงหมุนไปรอบ ๆ ครั้งละ ๕๐ - ๖๐ รอบ ทำทีละข้างประมาณ ๔ - ๕ ยก เป็นจำนวนคลึงข้างละประมาณ ๒๐๐ รอบ ทำให้กล้ามเนื้อ หย่อนคลาย สบายลูกตา และคล้ายจะลดความตึงเครียดที่กล้ามเนื้อขมับหายปวดหัวไปด้วย มีจักษุ แพทย์ท่านหนึ่งชื่อ สมเกียรติ อธิคมกุลชัย ว่าการนวดลูกตาทำให้ความดันในลูกตาลดลง รักษาโรคต้อ หิน (glaucoma) ได้ด้วย เรื่องนี้น่าจะวิจัยได้ไม่ยาก ถ้าการนวดลูกตาลดความดันได้จริงก็จะดีมาก ๓ การนวดแผนไทย การนวดแผนไทยเป็นการนวดกล้ามเนื้อทุกมัดทั่วตัว ปลดปล่อยความเครียดออกจากตัวผู้ได้รับการนวดจึงรู้สึกสบายมาก บางคนว่าประดุจบรรลุนิพพาน คุณหมอกรุงไกร เจนพาณิชย์ อาจารย์ภาควิชาสรีรวิทยา ศิริราช เคยทำวิจัยผลการนวดพบว่า ความดันโลหิตลดผู้ป่วยคลายเครียดจนหลับไปขณะที่กำลังนวดก็มี ผู้นวด (หมอนวดแผนไทย) มักคุยกันกระหนุงกระหนิงกับผู้รับบริการ ทั้งการสัมผัสร่างกาย ทั้งการคุยอย่างเป็นกันเอง มีผลดีต่อสุขภาพของผู้สูงอายุ รวมทั้งผู้เป็นอัมพาตอัมพฤกษ์ ควรส่งเสริมให้มีศูนย์การแพทย์แผนไทยอย่างน้อยตำบลละ ๑ แห่ง โดยให้บริการปฐมภูมิอย่างน้อย ๓ อย่างคือ ๑. การนวดแผนไทย ๒. การประคบด้วยสมุนไพร ๓. การขายยาสมุนไพรที่พิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง ศูนย์การแพทย์แผนไทย จะเป็นข้อต่อระบบการแพทย์และสมุนไพรไทยให้ครบวงจร ทั้งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ วิชาการ และเศรษฐกิจ เศรษฐกิจการแพทย์และสมุนไพรไทยครบวงจรจะมีขนาดใหญ่มาก รวมทั้งลดการใช้ยาแผนปัจจุบันที่ไม่จำเป็น จากต่างประเทศลงด้วย กายภาพบำบัด เป็นการลดความเครียดและส่งเสริมสุขภาพอย่างดี ควรสนใจกันให้มาก อัตโนกายภาพบำบัด โดยที่กายภาพบำบัดสำหรับคนทั้งมวล (Physical Therapy for All) เป็นสิ่งที่ดี แต่จะรอพึ่งนักกายภาพบำบัดเสียทั้งนั้นก็เป็นไปไม่ได้ ประชาชนควรเรียนรู้ที่จะทำกายภาพบำบัดตัวเอง ป้องกันและรักษาโรคปวดเข่าก็ได้ รักษาหมอนกระดูกสันหลังเคลื่อนก็ได้ รักษาโรคกระดูกคอกดทับเส้นประสาทคอทำให้ปวดร้าวไปที่แขนก็ได้ ถ้าทำเป็นก็ไม่ต้องไปโรงพยาบาลอัตโนกายภาพบำบัด ขับไล่ความเครียดออกจากร่างกายได้ด้วย ทุกคนจึงควรทำอัตโนกายภาพบำบัดภาควิชาและคณะกายภาพบำบัดในทุกมหาวิทยาลัย ควรหาทางสอนประชาชนให้ทำกายภาพบำบัดตัวเองเป็น พัฒนา app ใส่โทรศัพท์มือถือก็ได้ Post Trauma Stress Syndrome (PTSS) เป็นกลุ่มอาการที่ทางการแพทย์พึ่งรู้จัก เป็นความเครียดตกค้างในร่างกายเป็นเวลานาน หลังจากได้รับความกระทบกระเทือนรุนแรงเข้ามาทางจิตหรือทางกาย เช่น ทหารที่เผชิญความรุนแรงในสนามรบ เด็กที่เป็นโรคหัวใจแต่กำเนิด ภายหลังได้รับการผ่าตัดแก้ไขปัญหาที่หัวใจ หรือวัยเด็กที่ปริแยกแตกร้าว (Childhood disrupted) หรือ เช่นเด็กคลอดออกมาน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์เพราะภาวะทุโภชนาการของแม่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือแม่ติดเหล้าระหว่างตั้งครรภ์ พ่อหรือแม่ตายในวัยเด็ก พ่อแม่ทะเลาะและหย่าร้าง พ่อติดเหล้า พ่อไปติดคุก ฯลฯ ๔ ผู้ที่ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงเหล่านี้ ภายหลังเกิดอาการต่าง ๆ นานา ทั้งทางกาย และทางจิต รักษาอย่างใดอย่างใดก็ไม่หายทรมานยิ่งนัก ต่อมาเขาพบว่ามีกระเปาะหรือถุงพลังงาน ตกค้างอยู่ตามที่ต่าง ๆ ในร่างกาย กระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเครียดออกมากระทบความเป็นปรกติสุข ของร่างกาย เช่น เกิดการอักเสบ หรือเจ็บปวดตามที่ต่าง ๆ รักษาทางจิตไม่หาย ต้องรักษาทาง กายภาพบำบัด เพราะพลังงานตกค้างมันค้างอยู่ในกล้ามเนื้อหรือเนื้อหนังในร่างกาย ต้องปลดปล่อยมัน ออกไปเสียด้วยการบีบนวดหรือทุบ ผู้เชี่ยวชาญอาจมีวิธีตรวจหาว่ากระเปาะพลังงานมันอยู่ที่กล้ามเนื้อ มัดใดแล้วเจาะจงไปที่นั่น สำหรับเราที่ไม่รู้ก็ออกกำลังกล้ามเนื้อเล็กหรือบีบนวดไปทั่วตัวก็แล้วกัน ## การใช้ยา ๑. ยากล่อมประสาท (Tranquilizers) ซึ่งมีหลายตัวมากมาย เป็นกลุ่มยาที่ขายดีที่สุด เพราะมีคน เครียดเต็มโลก ๒. ยาบล็อกการหลั่งสารเครียดที่เรียกว่า Beta blocker เชลล์เบต้าเป็นกลุ่มเซลล์ที่หลั่งสาร เครียดพวกองดรีนา (Adrenaline) ที่กล่าวข้างต้น ยาพวกนี้ไปบล็อกการหลั่งอะดรีนาลีน จึงมีผล ลดความเครียดได้ชะงัด มีขายในท้องตลาดหลายยี่ห้อ เช่น Inderal, Betalol ขนาดเม็ดละ ๑๐ มิลลิกรัม กินครั้งละครึ่ง หรือหนึ่ง หรือสองเม็ด มีขนาดความปลอดภัยสูง ต้องลองดูเองว่ากิน ขนาดไหนที่พอสบาย ถ้ามากไปก็จะซึม เชื่องช้า คิดอะไรไม่ออก ถ้ากำลังดีก็จะสบายหายกังวล ผมเคยเจอคนที่เครียดมากจนกระสับกระส่าย ผุดลุกผุดนั่ง ทำอะไรไม่ถูก ทำอย่างไรก็ไม่หาย พอ กินยาเบต้าบล็อกเกอร์ไปแค่นั้น หายเป็นปรกติทำหน้าที่ได้ ที่เบากว่านั้นผมเคยเจอคนที่บอกว่า ไม่มีความสุขในตัวไม่รู้เป็นอะไร ผมบอกชื่อยาให้ไปซื้อที่ร้านยา คือ ยา Betalol ก็กลับรู้สึก สบายดีได้ ## เมื่อออกกำลังหรือกินยาแล้วต้องถือโอกาสเจริญสติ อานาปานสติอย่างที่พูดถึงมาแล้ว มากมายในตอนก่อน ๆ พอสติสมาธิติดลมบน อาการปวดหัว ปวดหู และอาการเครียดในเนื้อในตัว ก็ ถูกเผด็จออกไปโดยสิ้นเชิง ดีนักแล นี้คือเรื่องนิวรณ์สมัยใหม่ หรือนิวรณ์ตัวที่ ๖ สาเหตุและการขจัด เพื่อให้การเจริญสติเจริญ สมาธิเป็นไปได้ เกิดความสุข ที่นี่และเดี๋ยวนี้ (ยังมีต่อ) ๕
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
19 January 2023
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
19 January 2023
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้