auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

การเรียนรู้พระพุทธศาสนาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์

chrome_reader_modeคำอธิบาย

คำนิยมนี้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและวิทยาศาสตร์ เป็นระบบความรู้ใหม่ ดร.รุ่งเรือง พยายามนำระบบทั้งสองเข้ามาเชื่อมโยงกันด้วยการเรียนรู้ จึงน่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่ควรศึกษา เพิ่มเติมเพื่อใช้ประโยชน์

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# การเรียนรู้พระพุทธศาสนาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ โดย ดร.รุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ ## คำนิยม ดร.รุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่หันมาสนใจศึกษาพุทธศาสนาและได้เรียบเรียงหนังสือชุด "พระพุทธวิทยาศาสตร์แห่งชีวิต" อันโด่งดังและได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางไปแล้ว ท่านมาเขียนเล่มใหม่อีกเล่มหนึ่งที่เน้น "การเรียนรู้" ในชื่อว่า "การเรียนรู้พระพุทธศาสนาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์" ในยุคสมัยปัจจุบัน การเรียนรู้ที่ดี ที่สามารถพัฒนาคนให้เต็มตามศักยภาพของความเป็นมนุษย์ น่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุดที่ช่วยให้มนุษยชาติ ออกจากวิกฤตการณ์อารยธรรมปัจจุบัน พระพุทธศาสนา กับ วิทยาศาสตร์ เป็นระบบความรู้ใหม่ ดร.รุ่งเรือง พยายามนำระบบทั้งสองเข้ามาเชื่อมโยงกันด้วยการเรียนรู้ จึงน่าจะเป็นประเด็นสำคัญที่ควรศึกษาเพิ่มเติม ใช้ประโยชน์ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือการใช้ความเป็นเหตุเป็นผลในการค้นคว้าหาความรู้ พระพุทธศาสนามีความเป็นวิทยาศาสตร์อย่างยิ่ง เพราะใช้ความเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งบางทีท่านเรียกว่าธรรมะ เป็นหลักคิดและปฏิบัติทั้งเนื้อทั้งตัว ดังที่มองว่าธรรมชาติของสรรพสิ่ง เป็นกระแสของเหตุปัจจัย ที่เรียกว่าอิทัปปัจจยตาและเมื่อเอาหลักคิดความเป็นเหตุปัจจัยมาวิเคราะห์สาเหตุให้เกิดทุกข์ เรียกว่าปฏิจจสมุปบาท ทางพุทธมองว่าธรรมชาติเป็นกระแสของเหตุผล หรือเหตุปัจจัยล้วน จึงไม่มีตัวตน เป็นที่มาของไตรลักษณ์คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แต่พุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์มีเป้าหมายต่างกัน คือพุทธศาสนาเรียนรู้เพื่อพ้นทุกข์ ส่วนวิทยาศาสตร์เรียนรู้เพื่อความรู้ พุทธศาสนาจึงสนใจเรื่องจิตซึ่งเป็นนามธรรม ส่วนวิทยาศาสตร์สนใจเรื่องวัตถุอันเป็น รูปธรรม ในขณะที่พุทธศาสนามาวางระบบการเรียนรู้ไว้ตายตัวตั้งแต่ต้น คือ ไตรสิกขา (สิกขา = ศึกษา) อันได้แก่ศีล สมาธิ ปัญญา การค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบกฎของธรรมชาติ ในเรื่องสสารและพลังงานมากขึ้นๆ จนรู้เรื่องส่วนที่ใหญ่คือจักรวาล/เอกภพ และส่วนที่เล็กคือ อะตอมและย่อยลงไปอีก รวมทั้งนำความรู้มาใช้เป็นเทคโนโลยีอันวิเศษมหัศจรรย์ต่างๆ เช่น เครื่องบิน วิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เนท รวมทั้งวิจัยเข้าไปสู่เรื่องสมองและการทำงานของ สมอง และทำให้เริ่มเข้าใจว่าจิตทำงานอย่างไร อาจกล่าวได้ว่าคนสมัยนี้อยู่ในโลกวิทยาศาสตร์ พระพุทธศาสนา เป็นวิทยาศาสตร์ แต่เกิดขึ้นในยุคสมัยจิตนิยม จึงถูกเคลือบด้วย ภาษาและวัฒนธรรมที่คนรุ่นใหม่มองความเป็นวิทยาศาสตร์ไม่ออก ทำให้ไม่สนใจพุทธ ศาสตร์เท่าที่ควร นี้เป็นประเด็นที่ ดร.รุ่งเรือง หวังว่าถ้าเรียนรู้พระพุทธศาสนาอย่างเป็น วิทยาศาสตร์จะทำให้คนรุ่นใหม่สนใจมากขึ้น ก็เป็นความจริงว่า เมื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า การเจริญสติแบบพุทธ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสมองที่เห็นได้จากเครื่องแสดงภาพสมอง (Brain imaging) ด้วยเครื่อง fMRI และแสดงผลดีของการเจริญสติ มีการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ว่าจิต เกิด ดับ เป็นดวง ๆอย่างรวดเร็วตามที่พุทธศาสนามบอก มีการวิจัยที่เริ่มเข้าใจว่ามีกลไกทางสมอง ที่เกี่ยวกับอัตตาและอนัตตา วิทยาศาสตร์กำลังจะค้นพบว่านิพพานมีจริง และอธิบายได้ทาง วิทยาศาสตร์ การค้นพบทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับจิตและพฤติกรรมของจิต ทำให้คน สมัยใหม่เข้ามาสนใจพระพุทธศาสนากันมากขึ้นจริงๆ ดังที่กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ยุโรป รวมทั้งในประเทศไทยเอง การเรียนรู้พระพุทธศาสนาเชิงวิทยาศาสตร์จะให้เข้าใจศักยภาพของความเป็นมนุษย์ ว่า พระพุทธเจ้าจากมนุษย์ธรรมดา อาศัยการเรียนรู้ที่ดี เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานใน ตน (Transformation) สามารถบรรลุธรรม คือเข้าถึงความจริงอันสูงสุด พ้นทุกข์ ประสบ อิสรภาพ และมีเมตตาธรรมอันไพศาล นั่นคือก้าวข้ามข้อจำกัด (Transcend) ของปุถุชนที่มี กิเลสตัณหา สู่ชีวิตที่ประเสริฐ การเรียนรู้ที่ดีจึงเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดของมนุษย์ จึงเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะแสวงหา และช่วยให้เพื่อนมนุษย์ได้พบการเรียนรู้ที่ดี การเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์มุ่งที่เพื่อความรู้ ความรู้กับการพันทุกข์ยังไม่ใช่เรื่อง เดียวกัน ถ้าไม่ระวังความรู้จะนำไปสู่ "ตัวกู-ของกู" มากขึ้น และก่อความทุกข์ให้ตนเองและ ผู้อื่น แต่นักวิทยาศาสตร์ที่แท้ที่เข้าใจความเป็นเหตุเป็นผลของสรรพสิ่ง ก็สามารถเข้าถึง ธรรมชาติแห่งอนัตตาได้และเกิดความสงบ ฉะนั้น ในการเรียนรู้พระพุทธศาสนาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์กับการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์อย่างเป็นพระพุทธศาสนา น่าจะเป็นเรื่องที่สัมพันธ์กันไปและมีผลดี หวังว่าหนังสือของ ดร.รุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาณ์ เล่มนี้จะก่อให้เกิดความบันดาลใจให้ มหาชนสนใจว่ากระบวนการเรียนรู้ที่ดีคืออะไร เพราะการเรียนรู้ที่ดีเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุดใน ความเป็นมนุษย์ ขออวยพรให้ทุกข์ท่านได้ค้นพบศักยภาพอันสูงสุดแห่งความเป็นมนุษย์ใน ตัวของท่านเอง ประเวศ วะสี ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ PGET การเรียนรู้พระพุทธศาสนา อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

จิตใจ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2014

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
23% Match
ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย
16% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
12% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• พุทธศาสนา

history_eduหมวดหมู่

จิตใจ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

8 August 2014

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้