auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
คำนิยม หนังสือ “ระหว่างบรรทัด ลัดเลาะเรื่องร้อยระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ” นำเสนอเกี่ยวกับ โครงสร้างอำนาจที่ไม่สมดุลนำไปสู่การกระจายทรัพยากรอย่างไม่สมดุล เกิดความเหลื่อมล้ำหรือความไม่เป็นธรรมขึ้น การสร้างสังคมเข้มแข็งจึงต้องอาศัยการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ มีจิตสำนึกเพื่อส่วนรวม มีปัญญา และมีสมรรถนะในการจัดการ จากอำนาจทั้ง 3ที่มีลักษณะและเป้าหมายต่างกัน กล่าวคือ 1. อำนาจรัฐ = ความมั่นคง 2. อำนาจทุน =ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ 3. อำนาจสังคม = ความเป็นธรรม ดังนั้นการคิดแบบองค์รวม ประเทศจึงต้องการทั้ง 3 อำนาจ ร่วมมือกัน
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# ระหว่างบรรทัด ลัดเลาะเรื่องร้อยระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ คำนิยม สิ่งดีเกิดขึ้นในประเทศไทยได้อย่างไร > "ความดีเกิดขึ้นได้ยากในประเทศไทย" คือบทสรุปของผู้เคยพยายามทำเรื่องดีๆ ในประเทศนี้ ความจริงไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย ในสหรัฐอเมริกาประธานาธิบดีคลินตันและฮิลลารีภรรยาผู้เก่งกาจ พยายามปฏิรูประบบบริการสุขภาพที่ไม่เป็นธรรมยังไม่สำเร็จ สถานการณ์ในประเทศนั้นกลับเลวร้ายมากขึ้น ขณะที่คนที่เป็นปฏิปักษ์ต่อศีลธรรมยังได้รับรองเชิง "ระบบ" ให้ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี > > "สิ่งดีๆ" ที่สูงสุดคือความจริง ความดี ความงาม > > ความจริงคือทุกคนมีศักดิ์ศรีและคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน ความดีคือการเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ทำให้เกิดความเป็นธรรม ถ้ามีความเป็นธรรมทางสังคม ผู้คนจะรักกันมากและรักส่วนรวม นั่นเป็นความงามอย่างยิ่ง > > แต่ด้วยมายาคติ (ความไม่จริง) ต่างๆ ในสังคม คนธรรมดาสามัญ คนเล็กคนน้อย คนยากจน จน ถูกทำให้ด้อยในศักดิ์ศรีของความเป็นคนและไม่ได้รับความเป็นธรรม > > สิ่งดีจึงหมายถึงการเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนธรรมดาสามัญ คนเล็กคนน้อย คนยากจน และความเป็นธรรม > > เรื่อง "หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ" ไม่ใช่เรื่องทางเทคนิคและเรื่องทางการเงินเท่านั้น แต่เรื่องใหญ่ที่สุดคือ เรื่องคุณค่าและจิตสำนึกทางศีลธรรม ที่เปลี่ยนจากมายาคติมาสู่ความจริงว่า ราษฎรที่ยากไร้นั้นมิใช่คนอนาถา แต่มีศักดิ์ศรีและคุณค่าแห่งความเป็นคน และมีสิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรม ความจนของเขาเป็นมายาคติ แต่ความจริงคือเขาเป็นผู้สร้างเศรษฐกิจและเสียภาษีทางอ้อมให้รัฐแล้ว การให้บริการฟรีไม่ใช่การสงเคราะห์คนอนาถา แต่เป็นคนกลไกคืนความเป็นธรรมให้กับคนที่มีสิทธิและความชอบธรรม > > "หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ" จึงอยู่บนฐานที่ลึกในทางศีลธรรม > > ฉะนั้นจึงสวนกระแสกับระบบและโครงสร้างที่ดำรงอยู่ จึงเกิดได้ยาก ๑ ในเมื่อสามารถเกิดขึ้นได้ท่ามกลางระบบและโครงสร้างที่ยากสุดๆ และได้รับการกล่าวขวัญ ทั่วไปในโลก จึงเป็นเรื่องควรศึกษาว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร "ระหว่างบรรทัด ลัดเลาะเรื่องร้อยระบบ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ" เล่มนี้ เป็นบันทึกเรื่องราวอย่างค่อนข้างละเอียดของการเกิดขึ้นของ "สิ่งดี" ที่ว่านี้ ตลอดจนอุปสรรคต่างๆ ยังโชคดีที่มีการสัมภาษณ์ร้อยเรียงเรื่องราวจากบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในกาลเวลาที่ไม่เนิ่นนานเกินไป ก่อนที่ความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์จะละลายหายไปในสายลม แม้บุคคลที่เป็นแกนกลางของเรื่องนี้คือ นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ จะล่วงลับดับสูญไปแล้ว แต่ความทรงจำของผู้ร่วมงานใกล้ชิดก็ยังสดใหม่ อย่างไรก็ตาม ถ้าเราทำความเข้าใจ "โครงสร้าง" อันทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม จะทำให้เราเข้าใจความยากลำบากของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ลดอารมณ์โกรธเกลียด และมองเห็นวิธีการขับเคลื่อนความเป็นธรรมต่อไปข้างหน้าได้ดีขึ้น ## การขาดความเป็นธรรมเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง สังคมไทยติดปัญหาวิธีคิดอย่างหนึ่งคือ คิดว่าเรื่องดีชั่วเป็นกรรมส่วนบุคคล โดยขาดความเข้าใจว่า ระบบและโครงสร้างเป็นปัจจัยกำหนดพฤติกรรมของบุคคลและองค์กรในสังคมอย่างสำคัญ ทำให้เกิดอารมณ์โกรธเกลียดและเข้าไปสู่ความขัดแย้งกัน โดยไม่สนใจต้นเหตุคือระบบและโครงสร้างทำให้ออกจากปัญหาไม่ได้ นำไปสู่สภาพ "คนไทยเหมือนไก่อยู่ในเข่ง" คือจิกตีกันร่ำไป แต่ออกจาก "เข่ง" ไม่ได้ คือโครงสร้างอันแน่นหนาที่กักขังไกว้ ถ้าใช้กฎทางฟิสิกส์ เรื่องแรงโน้มถ่วง (gravity) เข้ามาใช้กับสังคม จะช่วยให้เข้าใจโครงสร้างใหญ่อันทำให้ไม่เป็นธรรม นั่นคือ อะไรที่มีมวลมากจะมีแรงดึงดูดมาก ฉะนั้นโลกจึงโคจรรอบดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์จึงโคจรรอบโลก เราจะอธิษฐานขอหรือสาปแช่ง หรือใช้เวทมนต์คาถาใดๆ ก็ไปเปลี่ยนการโคจรของโลก และดวงจันทร์ไม่ได้ เพราะความจริงหรือกฎของธรรมชาติมันเป็นอย่างนั้น ในทางสังคม มวลอำนาจรัฐ เป็นมวลอำนาจที่หนาแน่นมาก เพราะ * เป็นอำนาจติดอาวุธ * เป็นอำนาจบังคับใช้กฎหมาย * เป็นอำนาจกำหนดการใช้ทรัพยากร * เป็นอำนาจกำหนดนโยบาย ประชาชนถึงมีจำนวนมาก แต่ไม่เป็นมวลอำนาจทางสังคมที่หนาแน่น อำนาจทางสังคม จึงมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับมวลอำนาจรัฐ ซึ่งอาจเขียนเป็นภาพดังข้างล่าง ๒ # อำนาจรัฐ ## ประชาชน ## อำนาจบังคม มวลอำนาจที่หนาแน่นกว่าย่อมดึงดูดสิ่งต่างๆ เข้าหาตัวได้มากกว่า เช่น ทรัพยากร ความเป็นธรรม ฉะนั้นตลอดเวลาในประวัติศาสตร์ตั้งแต่มีรัฐ ประชาชนก็ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตกอยู่ในความอดอยากจากจน ถูกใช้แรงงาน ถูกเกณฑ์ไปทำสงคราม แม้จะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น เช่น นักปราชญ์ การสอนทางศีลธรรม ผู้นำทางศาสนา สิ่งดีๆ เหล่านี้เป็นเพียงส่วนย่อยเมื่อเทียบกับแรงดึงดูดอันมหึมาของอำนาจรัฐ ต่อมาเมื่อ อำนาจทุน เติบโตขึ้น อำนาจทุนก็ใหญ่โตมาก อำนาจบางอย่างก็สูงกว่ารัฐ และข้ามรัฐ มวลอำนาจทุนจึงเป็นมวลอำนาจใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นอันดับ ๒ ส่วนอำนาจทางสังคมก็ยังเล็กอยู่ตามเดิม ## อำนาจรัฐ ## อำนาจทุน ## อำนาจบังคม ภาพของมวลอำนาจที่ไม่ได้ดุล โครงสร้างอำนาจที่ไม่สมดุลนำไปสู่การกระจายทรัพยากรอย่างไม่สมดุล นั่นคือเกิดความเหลื่อมล้ำหรือความไม่เป็นธรรมขึ้น ๓ ใช่ว่าในโครงสร้างอำนาจรัฐและโครงสร้างอำนาจทุน จะไม่มีคนที่พยายามทำเรื่องดีๆ ทาง สังคม แต่แรงโน้มถ่วง (gravity) ของมวลอำนาจนั้นเป็นแรงมหภาคที่ดึงดูดความเป็นธรรมไป เกิน กว่าที่แรงความดีระดับจุลภาคจะต้านได้ แม้แต่ประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้งอย่างใน สหรัฐอเมริกาก็ยังไม่มีพลังที่สร้างความเป็นธรรม จึงเกิดความเหลื่อมล้ำขึ้นอย่างสุดๆ ทั้งๆ ที่เป็น ประชาธิปไตยแล้ว ทั้งนี้เพราะอำนาจมหาศาลของทุน ประชาธิปไตยจึงเป็นเพียงพลังจุลภาคที่ไม่ สามารถทานอำนาจของมวลอำนาจมหาศาลของรัฐและทุนได้ ฉะนั้นจะต้องมองหา **มวลอำนาจมหาภาคอื่น** ที่จะมาสร้างความสมดุลกับอำนาจรัฐและ อำนาจทุนได้ มวลอำนาจมหาคที่ ๓ คือ **มวลอำนาจของสังคม** ถ้าเรียกอำนาจรัฐว่า **รัฏฐานุภาพ** อำนาจทุนว่า **ธนานุภาพ** อำนาจทางสังคมก็ควรเป็น **สังคมานุภาพ** หรือ **สังคมเข้มแข็ง**  **มวลอำนาจทั้ง ๓ สมดุลกัน เกิดเป็นสังคมสมานุภาพ** สังคมตัวใครตัวมันเป็นสังคมอ่อนแอ สังคมเข้มแข็งหมายถึงมีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ มี จิตสำนึกเพื่อส่วนรวม มีปัญญา และมีสมรรถนะในการจัดการ อำนาจทั้ง ๓ มีลักษณะและเป้าหมายต่างกัน กล่าวคือ * **อำนาจรัฐ** = ความมั่นคง * **อำนาจทุน** = ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ * **อำนาจสังคม** = ความเป็นธรรม ถ้าคิดแบบองค์รวม (Whole) ประเทศต้องการทั้ง ๓ อำนาจ ทั้ง ๓ จึงควรร่วมมือกัน แต่ถ้าคิดแบบแยกส่วน ก็คิดเชิงปฏิปักษ์ (Antagonistic) ๔ ความไม่เป็นธรรมทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึก เช่น ความโกรธ ความเกลียด แล้วเข้าไปสู่ ความคิดเชิงปฏิปักษ์ ฉะนั้นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ เราจึงเห็นการคิดการปฏิบัติที่ เป็นปฏิปักษ์อำนาจรัฐในรูปต่างๆ เช่น การกบฏ การล้มล้างสถาบัน การเปลี่ยนราชวงศ์ การปฏิวัติ รัฐประหาร การเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือคอมมูนิสต์ก็คิดล้มล้างทั้งอำนาจรัฐและอำนาจทุน ถ้า เข้าใจเรื่องโครงสร้างอำนาจมหภาคดังกล่าวข้างต้น จะเข้าใจว่าทำไมความพยายามเหล่านั้นจึงไม่ ได้ผล เพราะไม่ได้สร้างความสมดุลแห่งโครงสร้างมหภาคทางอำนาจ คือสร้างอำนาจทางสังคม หรือ สังคมเข้มแข็ง ให้อำนาจทั้ง ๓ สมดุลกัน สังคมที่อำนาจทั้ง ๓ สมดุลกันเรียกว่า สังคมสมานุภาพ (สมะ = เสมอกัน) สังคมสมานุภาพ = สังคมที่อานุภาพเสมอกัน (รัฐ ทุน สังคม) และร่วมมือกัน **ควรเข้าใจว่ากระบวนการปฏิรูประบบสุขภาพที่เกิดองค์กรตระกูลส.ทั้งหลาย** รวมทั้ง **สปสช. ใช้แนวคิดใหม่ คือ แนวคิดสังคมสมานุภาพ** โดยไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐและต่อทุน แต่ส่งเสริม สังคมเข้มแข็งให้เป็นมวลอำนาจที่ ๓ เพื่อสร้างดุลยภาพและร่วมมือกับมวลอำนาจที่ ๑ และที่ ๒ ถ้า ทราบแนวทางใหม่ที่ใช้ จะเข้าใจและเห็นใจพฤติกรรมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่มิได้บันทึกในหนังสือเล่มนี้คือ ความทุกข์ความบีบคั้นแสนสาหัสของนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เมื่อแรกที่พยายามผลักดันหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยทำงานในระบบราชการ ของกระทรวงสาธารณสุข ระบบราชการเป็นระบบควบคุมไม่ใช่ระบบการพัฒนา การผลักดัน นวัตกรรมภายในระบบรัฐจึงพบกับความบีบคั้นมาก และเกือบเป็นไปไม่ได้เลย หมอสงวนโทรศัพท์ มาปรับทุกข์กับผมครั้งละเป็นชั่วโมงๆ ผมเชื่อว่าความบีบคั้นที่เกิดจากความพยายามในระบบในครั้ง นั้น มีส่วนก่อให้เกิดโรคมะเร็งในตัวเขา งานปฏิรูประบบสุขภาพทั้งหมดเป็นนวัตกรรม ไม่อาจทำได้ ในระบบรัฐ จึงจำเป็นต้องสร้างองค์กรอิสระที่เรียกว่าองค์กร**ส.ต่างๆ ขึ้นมาเป็นเครื่องมือ เช่น **สวรส. สสส. สปสช. สข.** ทั้งหมดเกิดขึ้นโดยพระราชบัญญัติ **ทุกองค์กรตระกูลส.** จะทำงานกับภาคสังคม ตามแนวทาง**สังคมสมานุภาพ** ธรรมดาเมื่อมีของใหม่เกิดขึ้น อำนาจเก่าย่อมหวั่นไหวและต่อต้าน จึงไม่แปลกที่อำนาจรัฐและ อำนาจทุนพยายามต่อต้านขัดขวาง และทำลายของใหม่ที่ว่านี้ตลอดมา แต่ที่ระบบตระกูลส.ยืนยงมาได้ ก็เพราะไม่ได้ใช้แนวคิดปฏิปักษ์ต่อสู้อำนาจรัฐและอำนาจทุน แต่ใช้แนวคิดร่วมมือและส่งเสริมสังคม สมานุภาพ สังคมเข้มแข็งเป็นภูมิคุ้มกัน ถ้างานนี้อยู่เฉพาะภายใต้อำนาจรัฐก็จะสลายไปนานแล้ว ในประวัติศาสตร์ “ของใหม่” มักดำรงอยู่ได้ประมาณ ๑๕ ปี ก็จะโดนคลื่นลมของ “ของเก่า” อันมหึมากลับมากลืนกิน เช่น จิ๋นซีฮ่องเต้อันเกรียงไกรอยู่ได้ ๑๕ ปี พระเจ้าตากสินมหาราชอยู่ได้ ๑๕ ปี คณะราษฎรอยู่ได้ ๑๕ ปี (๒๔๗๕ - ๒๔๙๐) ระบบตระกูลส. **อยู่มาได้เกินเกณฑ์ ๑๕ ปีแล้ว** ทั้งนี้ เพราะ "**สังคมสมานุภาพ**" ๕ Joseph Harris แห่งมหาวิทยาลัยบอสตันได้ทำการวิจัยอย่างละเอียดในกระบวนการปฏิรูป ระบบสุขภาพไทย รวมไปถึงรู้บทบาทของบุคคลต่างๆ เขาตีพิมพ์ผลงานไว้ในบทความวิชาการและ หนังสือเล่ม ซึ่งสามารถค้นดูได้ เขาแสดงความแปลกใจว่าทำไมข้าราชการ (Bureaucrats) ใน กระทรวงสาธารณสุข จึงเป็นผู้นำในการปฏิรูปได้ เพราะปรกติข้าราชการจะติดอยู่ในระบบ ขาดพลัง ที่จะริเริ่มทำของใหม่ๆ อีกเรื่องหนึ่งที่เขาแปลกใจก็คือ ทำไมภาครัฐจึงยินยอมให้กลุ่มปฏิรูปผลักดัน ออกกฎหมายตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาเป็นเครื่องมือได้ตั้งหลายองค์กร แนวทาง "สังคมสมานุภาพ" คง ให้คำตอบแก่ศาสตราจารย์แฮร์ริสได้ส่วนหนึ่ง การที่ผมกล่าวถึง "สิ่งดีเกิดขึ้นในประเทศไทยได้อย่างไร" มาอย่างค่อนข้างยืดยาว เพื่อช่วย ให้เพื่อนคนไทยได้บทเรียนในการช่วยสร้างสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง ประเทศไทยมีทรัพยากรและ สถานที่ตั้งอันเหมาะสมที่คนทั้งปวงควรจะมีโอกาสอยู่ร่วมกันอย่างมีเกียรติ มีความเป็นธรรม และมี ความสุข แต่สังคมไทย "ติดกับดักความคิดที่คิด" ที่คิดแต่กรรมส่วนบุคคล จึงทะเลาะกันมากแต่ ขาดความคิดเรื่องระบบและโครงสร้างที่เข้ามากำหนดพฤติกรรมของบุคคลและองค์กร ความคิด เช่นนี้จึงไม่มีพลังออกจาก "เข่ง" หรือโครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรมที่กักขังคนไทยไว้ในสภาวะ วิกฤตตลอดกาล เมื่อใดที่คนไทยพลิกความคิดได้ ก็สามารถร่วมกันบินออกจาก "เข่ง" สร้าง บ้านเมืองที่เป็นธรรม เป็นไท เพื่อประโยชน์สุขแห่งคนไทยทุกคนได้ แนวคิด "สังคมสมานุภาพ" ใช่จะใช้เฉพาะสังคมไทย แต่มีความเป็นสากลด้วย ดูอย่าง สหรัฐอเมริกา แม้มีประชาธิปไตยด้วยการเลือกตั้งแล้ว แต่ก็เกิดความเหลื่อมล้ำสุดๆ เพราะอำนาจ ของการเลือกตั้งเล็กกว่าอำนาจของทุนขนาดใหญ่ ประชาธิปไตยจึงไม่มีคุณภาพ ประชาธิปไตยใน สหรัฐอเมริกาจะมีคุณสมบัติได้ก็ต่อเมื่อมีมวลอำนาจที่ ๓ คืออำนาจของสังคมเข้มแข็ง เข้ามาถ่วงดุล กับอำนาจรัฐและอำนาจทุน นั่นก็คือสังคมสมานุภาพนั่นเอง ซึ่งเป็นไปได้ยากในสหรัฐอเมริกา มากกว่าไทย อาจต้องการปฏิวัติใหญ่ครั้งที่ ๒ ของประเทศนั้น หวังว่าหนังสือ "ระหว่างบรรทัด ลัดเลาะเรื่องร้อยระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ" เล่มนี้ จะเป็นกัลยาณมิตรของปวงชนชาวไทยในการสร้างความรู้สึกดีๆ และการเรียนรู้เพื่อช่วยกัน สร้างการเคารพศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ และสังคมที่เป็นธรรม ให้เป็นธรรมชาติธรรมดา ทั้งใน ประเทศนี้และในสากล ประเวศ วะสี ๒๕ มกราคม ๒๕๖๓ ๖
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• การพัฒนาสังคม
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้