auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
เอกสารปาฐกถาพิเศษในการประชุมเรื่อง World Peace เรื่อง บทบาทของสังคมไทยในการสร้างสันติภาพโลก นำเสนอแนวคิด 9 ข้อ ได้แก่ 1. โลกที่ขาดสันติภาพกระทบทุกคนทุกประเทศ 2. จินตนาการใหญ่ 3. ประชาชนเพื่อสันติภาพ (People For Peace = P4P) คือจุดยืน 4. การอยู่ร่วมกัน (Living Together) ต้องเป็นตัวตั้งของการพัฒนา 5. ออกจากสัญชาตญาณชนเผ่า (Tribal instinct) สู่จิตสำนึกใหม่ (New Consciousness) 6. สมรรถนะในการคลายความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (Peaceful Conflict Resolution) 7. สู่วิถีคิดใหม่ที่สอดคล้อง กับความจริงตามธรรมชาติ ทางสายกลาง - มัชฌิมาปฏิปทา 8. การเจริญสติเป็นที่ต้องการในที่ทั้งปวง รวมหลักการ 5 ประการ ในการสร้างสันติภาพ 9. เครื่องมือในการขับเคลื่อนการสร้างสันติภาพโลก
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# บทบาทของสังคมไทยในการสร้างสันติภาพโลก โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประเวศ วะสี ปาฐกถาพิเศษในการประชุมเรื่อง World Peace จัดโดย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโม (มศว) และหนังสือพิมพ์มติชน ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ ๑ # ๑. โลกที่ขาดสันติภาพกระทบทุกคน ## ทุกประเทศ โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยความรุนแรง ทั้งความรุนแรงอย่างโจ่งแจ้งและความรุนแรงอย่างเงียบ (Silent violence) ความรุนแรงอย่างเงียบหมายถึงความยากจน และการขาดความเป็นธรรม อันก่อให้เกิดความยากลำบาก ความเจ็บป่วย และการสูญเสียชีวิตของเพื่อนมนุษย์จำนวนมหาศาล อันจะเห็นได้จากประชาชนจำนวนมากเป็นร้อยล้านคนต้องอพยพหลบภัย พลัดพรากจากบ้านเกิดเมืองนอน เพราะความยากจนและสงคราม ลูกเล็กเด็กแดงต้องไปล้มตายบนหนทางอพยพจำนวนมาก เช่น เรือล่มจมน้ำตายในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มวลผู้อพยพจำนวนมหาศาลที่เข้าไปสู่ยุโรป ก่อให้เกิดวิกฤตต่อยุโรป วิกฤตทั้งทางจิตใจ วิธีคิด วิกฤตทางเศรษฐกิจ และวิกฤตทางการเมือง ก่อกระแสการเมืองเอียงขวาขึ้นในยุโรป คือเอียงไปทางเอาตัวเองเป็นที่ตั้งหรือใจแคบ และเผด็จการ การก่อการร้ายแผ่กระจายกลายเป็นสากล การสะสมอาวุธนิวเคลียร์ และความตึงเครียดอาจก่อให้เกิดการทำลายล้างขนาดใหญ่ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพิ่มสมรรถนะในการทำลายล้าง เช่น ใช้เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดในนิวยอร์ก หรือใช้โดรนฆ่านายพลอิหร่านในประเทศอิรัก เมื่อเร็ว ๆ นี้ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจอย่างสุดๆ ทั้งในประเทศเดียวกันและระหว่างประเทศ นำโลกไปสู่การเสียสมดุลในทุกมิติ การขาดสมดุลนำไปสู่ความปั่นป่วนวุ่นวาย รุนแรง การทำลายสมดุลของธรรมชาติจนเกิดสภาวะโลกร้อนนำไปสู่หายนะภัยต่าง ๆ มากขึ้น ก็เพิ่มความรุนแรงบนดาวนพเคราะห์ดวงนี้ นี้คือสภาพโดยย่อของโลกที่ขาดสันติภาวะที่กระทบทุกคนทุกประเทศ เราไม่มีทางไปต่อไปเหมือนเดิม นอกจากต้องร่วมมือกันสร้างสันติภาพโลก Commented [11]: หายนภัย ไม่มีในพจนานุกรมนะคะ หายนะ เค้า ภัยอีกคำ แยกกันเป็น สมาสคำเอามาติดกันเฉยๆ ดีกว่ามั้ย ๒ ๓ # ๒. จินตนาการใหญ่ สันติภาพโลกดูเสมือนเรื่องใหญ่มหาศาลสุดเอื้อม แต่สิ่งที่ใหญ่กว่า คือ "พลังของ จินตนาการ" มนุษย์สามารถมีจินตนาการใหญ่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เจ้าชายสิทธัตถะทรงมี จินตนาการที่ใหญ่มากว่า "มนุษย์พันทุกข์ได้" ในขณะนั้นไม่ทรงมีความรู้ว่าทำอย่างไร แต่ จินตนาการใหญ่ทำให้ทรงมีฉันทะและวิริยะอย่างแรงกล้าในการค้นหาความรู้ว่าทำอย่างไร จนใน ที่สุดก็ทรงค้นพบวิถีทางแห่งปัญญาที่ทำให้มนุษย์พันทุกข์ได้ อันเป็นปัญญาที่ส่องชี้นำโลกมากกว่า ๒,๕๐๐ ปี ฉะนั้นในการขับเคลื่อนสร้างสันติภาพโลก ก่อนอื่นมนุษย์ต้องมีจินตนาการใหญ่ว่า "สันติภาพโลกสร้างได้" แล้วเกิดฉันทะวิริยะอย่างแรงกล้าที่จะแสวงหาหลักการและจุดยืนที่จะงัด โลกทั้งใบไปสู่สันติภาพ ทั้งนี้โดยอาศัยคำพูดของอาคีเมตีสอาร์คิมีดีสที่ว่า "ถ้าหาจุดยืนที่เหมาะสมและมีคานที่ยาว พอ ข้าพเจ้าสามารถงัดโลกทั้งใบได้" นี้คือกฎของธรรมชาติในเรื่องคานงัด ถ้ามีจุดยืนที่จะงัด_และมีคานที่ยาวพอ จะงัดอะไรที่ ใหญ่โตเท่าใดก็ได้ ฉะนั้น เราต้องหาจุดยืนและคานที่เหมาะสมที่จะงัดโลกแห่งสันติภาพให้ลอยขึ้น ๔ # ๓. ประชาชนเพื่อสันติภาพ (People For Peace = P4P) ## คือจุดยืน เมื่อหลายปีมาแล้วมีเครือข่ายแพทย์นานาชาติ เพื่อป้องกันสงครามนิวเคลียร์ที่เรียกว่า International Physicians for the Prevention of Nuclear War ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ ในช่วงนั้นมีการเผชิญหน้ากันด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ระหว่างสหรัฐอเมริกากับโซเวียตรัสเซีย มีหมอ โรคหัวใจอเมริกันกับหมอโรคหัวใจรัสเซียคู่หนึ่ง พบกันในการประชุมวิชาการและชวนการตั้ง เครือข่ายแพทย์นานาชาติเพื่อป้องกันสงครามนิวเคลียร์ เครือข่ายนี้มีแพทย์นานาชาติเข้าร่วมมาก ขึ้นทุกทีจนมีจำนวนหลายหมื่นคน ทำการประชุมและขอพบผู้นำในประเทศต่าง ๆ เพื่อขอให้ลด อาวุธนิวเคลียร์ ผลกระทบของความเคลื่อนไหวของเครือข่ายแพทย์นานาชาติ ทำให้ได้รับรางวัล โนเบลด้านสันติภาพ ธรรมชาติของประชาชนหรือสังคมในประเทศต่าง ๆ ต้องการการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มากกว่านักการเมือง ธรรมชาติของนักการเมืองมักจะตรงข้าม คือยึดถือในศักดิ์ศรี ผลประโยชน์ หรือต้องการหาเสียง เป็นเหตุให้เกิดสงครามมากกว่าประชาชน ผมเคยมีเพื่อนเป็นหมอผู้ใหญ่ชาว ศรีลังกาซื่อ ศาสตราจารย์นายแพทย์ชัยวีระ เคยเป็นคณบดีคณะแพทย์ พูดกับผมว่า ที่ชาวสิงหล กับทมิฬในศรีลังการบราฆ่าฟันกันนั้น ไม่ใช่เพราะประชาชน_แต่เป็นเพราะนักการเมืองยุยง ประชาชนนั้นเขาอยู่ side by side ต้องการอยู่ร่วมกันโดยสันติ แต่นักการเมืองต้องการหาเสียง ลองนึกดูว่าเมื่อคราวไทยกับกัมพูชาขัดแย้งกันเรื่องเขาพระวิหาร มีคนพวกที่หยิ่งในศักดิ์ศรีของ ชาติ พูดจาปลุกระดมแบบ “เลือดต้องล้างด้วยเลือด” แต่พูดถึงประชาชนที่ตะเข็บชายแดนทั้ง ๒ ประเทศ เขาอยากจะทำมาค้าขายระหว่างกันมากกว่าการรบราฆ่าฟัน หรือมองในประวัติศาสตร์ จีนในยุคสามก๊ก ๖๐ ปี คนจีนตายไปหลายสิบล้านคน ในการรบกันระหว่างก๊กโจโฉ _นุ่นกวนซุน ๕ กวน และเล่าปี่ ประชาชนทั้ง ๓ ก๊ก เขาไม่มีเรื่องบาดหมางอะไรกันเลย แต่นักการเมืองทั้ง ๓ พา เขาไปตาย หรืออย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งฆ่านายพลอิหร่าน ชีวิต ประชาชนอเมริกันจะไม่ปลอดภัยมากขึ้น แต่ทรัมป์ก็คิดว่าการกระทำดังกล่าวจะทำให้เขาชนะการ เลือกตั้ง ตั้งแต่ประธานาธิบดีจิมมี่ คาร์เตอร์ ผู้รักในสันติภาพ ใช้ไม้อ่อนกับอิหร่าน แล้วไม่ได้รับ การเลือกตั้ง ก็เลยกลายเป็นบทเรียนให้ประธานาธิบดีคนต่อ ๆ มา มักใช้ความรุนแรงเพื่อหาเสียง ให้ได้รับการเลือกตั้งซ้ำ ฉะนั้นในการสร้างสันติภาพจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักการเมืองอย่าง เดียวไม่ได้ ประชาชนเพื่อสันติภาพ (People For Peace หรือ P4P) จึงควรเป็นจุดยืน เพราะ ประชาชนสามารถเป็นมิตรกันได้ทั่วโลก เพราะฉะนั้นในการประชุมเรื่องสันติภาพโลกในวันนี้ จึง เชื่อมด้วยเรื่อง บทบาทของสังคมในการสร้างสันติภาพ Commented [Ill2]: ส่วนใหญ่เขียน ชนกวน // ภาษาจีน pin in ออกเสียงเป็นเสียงสามัญ ไม่ควรมีวรรณยุกต์ ๖ ๔. การอยู่ร่วมกัน (Living Together) ต้องเป็นตัวตั้งของการพัฒนา สันติภาพคือการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสมดุล ทั้งระหว่าง_คนกับคน_และระหว่าง_คนกับ สิ่งแวดล้อม ในทุก ๆ ระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ชุมชน ท้องถิ่น ระดับชาติ จนถึงระดับโลก ในการพัฒนาหรือกิจการทั้งหลายเรามักเอาอย่างอื่นเป็นตัวตั้ง เช่น เอาลัทธิ อุดมการณ์ ศาสนา ระบบ เศรษฐกิจ หรือแม้แต่เหตุผล ซึ่งเป็นคนละเหตุผล มีตัวอย่างตั้งแต่เล็ก ๆ ไปหาใหญ่ เช่น ยายกับหลานทะเลาะกัน ต่างอ้างว่าอีกฝ่ายไม่มี เหตุผล เหตุผลของคนอายุ ๘๐ กับของวัยรุ่น คงจะมีที่มาต่างกัน แต่เมื่อได้รับการบอกเล่าว่าไม่ ควรใช้เหตุผลเป็นตัวตั้งของความสัมพันธ์ แต่ควรใช้หลักการ "การอยู่ร่วมกัน" มากกว่า ก็หาย ทะเลาะกัน หรือในครอบครัวเมื่อสามีภรรยาทะเลาะกันก็อย่างเดียวกัน การใช้เหตุผลไม่ทำให้หาย ทะเลาะกันหรือยิ่งทะเลาะกันใหญ่ การอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว_นอกจากเหตุผลแล้วยังมีธรรมะ ข้ออื่น ๆ อีกมากเพื่อการอยู่ร่วมกัน เช่น ความเห็นใจ ความรัก ความเมตตา การให้อภัย ความ อดทน_ไม่ได้มีแต่เหตุผล (ของใครของมัน) แต่เพียงอย่างเดียว ถ้าใช้หลักการ "การอยู่ร่วมกัน" คงจะไม่เกิดสงคราม ๓๐ ปี ในยุโรป เมื่อ ๔๐๐ ปีก่อน ระหว่างแคลิคคาทอลิกกับโปรเตสแตนท์ แดนต์ ไม่เห็นแปลกเลยที่ใครจะเป็นแคลิคคา ทอลิก ใครจะเป็นโปรเตสแตนต์ โปรเตสแตนท์ ใครจะเป็นอะไร ๆ ก็อยู่ร่วมกันได้ ถ้าเราถือ หลัก "การอยู่ร่วมกัน" เป็นตัวตั้ง เช่นเดียวกันสำหรับการเป็นฮินดูหรือมุสลิม หรือเป็นมุสลิม ชีอะฮ์ห์ หรือมุสลิมสุหนี่ซูนนี หรือคริสเตียน หรือยิว และไม่ว่าจะมีการปกครองระอบใด ๆ Commented [Ill]: ดูใน http://www.royin.go.th/?knowledges=%E0%B8%84%E0%B8%B9%A3%E0%B8%B8%A %E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%A8C-%E0%B9%92%E0%B9%B9%9D- %E0%B8%B9%E0%B8%A4%E0%B8%A8%E0%B8%8B%E0%B8%B9%A4%E0%B8 %E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99- %E0%B9%92%E0%B9%95%E0%B9%95%E0%B8%B9%92 ๗ ไม่ใช่ว่าเวียนามต้องการเป็นคอมมูนิสต์แล้วสหรัฐอเมริกาจะต้องส่งกองทัพเข้าไปฆ่าฟันเขา เพื่อไม่ให้เขาเป็นอย่างที่เขาอยากเป็น ถ้าถือหลัก "การอยู่ร่วมกัน" ไม่ว่าใครจะเป็นอะไร ๆ หรือระบบเศรษฐกิจการค้าเสรีเป็นตัวตั้งก็ไม่น่าจะถูก ควรจะเอาการอยู่ร่วมกันเป็นตัวตั้งส่วนจะใช้ระบบอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งอาจต้องใช้หลายระบบประกอบกันเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสมดุล ## ชุมชนคือระบบการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ฉะนั้น ชุมชนในส่วนต่าง ๆ ของโลกจึงยิ่งยืนอยู่ได้ถึง ๑๐,๐๐๐ ปี แต่ล่มสลายลงในโลกสมัยใหม่ ที่เอาอย่างอื่นเป็นตัวตั้ง ทำให้เกิดการพัฒนาแบบแยกส่วน การคิดและทำแบบแยกส่วน นำไปสู่การเสียสมดุลและสภาวะวิกฤตเสมอ บัดนี้ โลกเสียสมดุลและวิกฤตจนไปไม่ไหวแบบเดิมแล้ว ต้องพลิกความคิด_หันมาสร้างชุมชนเข้มแข็ง (Community building) ## ชุมชนเข้มแข็งเป็นรูปประธรรมของการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ฉะนั้น หลักการข้อที่ ๑ -คือ ถือการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลเป็นตัวตั้ง โดยสร้างชุมชนเข้มแข็งทุก ๆ ระดับ ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน องค์กร ท้องถิ่น ระดับประเทศ และ World community นี้ถึงจะเป็นโลกาภิวัตน์ที่แท้จริง ๘ # ๕. ## ออกจากสัญชาตญาณชนเผ่า (Tribal instinct) ### สู่จิตสำนึกใหม่ (New Consciousness) มีความขัดแย้งระหว่างสถานการณ์ความเป็นจริงของสังคม กับสัญชาตญาณของมนุษย์ ที่ไม่สอดคล้องกันและเป็นต้นเหตุของความรุนแรง กล่าวคือ สภาพสังคมเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากชุมชนเล็กที่อยู่กันตามชนเผ่า มาเป็นสังคมใหญ่ที่ผู้คนเข้ามาอยู่คละปะปนกันอย่างหลากหลาย แต่สัญชาตญาณของมนุษย์เปลี่ยนช้า ยังเป็นสัญชาตญาณแบบชนเผ่า ในครั้งโบราณมนุษย์อยู่รวมกันตามชนเผ่า แต่ละชนเผ่ามีวิธีคิด ขนบธรรมเนียมประเพณีแตกต่างกัน อาจมีความขัดแย้ง หรือปะทะ หรือปล้นสะดมระหว่างชนเผ่า คนในชนเผ่าจึงมีสัญชาตญาณระวังภัยจากคนต่างเผ่า และเห็นคนต่างเผ่าเป็นศัตรูได้ง่าย ๆ ในสมัยใหม่ที่คนมาอยู่ใกล้ชิดกันจำนวนมากและมีความหลากหลาย การจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติได้ต้องมีใจกว้างนึกถึงคนทั้งหมด คนที่ยังมีสัญชาตญาณชนเผ่าย่อมเป็นคนที่มีจิตสำนึกแคบ หรือจิตเล็ก เห็นคนที่คิดต่างเป็นศัตรู คนที่มีสัญชาตญาณชนเผาก็จะดึงสิ่งที่ควรใหญ่ไม่มีประมาณ เช่น พระเจ้า มาเป็นพระเจ้าเฉพาะของชนเผ่าของตน แล้วเข้าไปสู่ความขัดแย้งและรุนแรงทางศาสนา และแม้แต่นิกายในศาสนาเดียวกัน จะเป็นไปได้อย่างไรที่พระเจ้าองค์เดียวกันจะไม่เป็นพระเจ้าของคนทั้งหมด แต่เป็นเพียงพระเจ้าของ แคธอลิคคาทอลิกเท่านั้น ไม่ใช่พระเจ้าของโปรรแตสแตนต์ห์ หรือคนยิวเป็นเผ่าพันธุ์พิเศษของพระยะโฮวาห์ หรือของซีอะฮ์ห์ หรือของสุหนี่ ซุนนี Commented [14]: พระยาห์เว่ห์แม (อังกฤษ: Yahweh) พระยโฮวาห์ (อังกฤษ: Jahovah) พระยะโฮวา (ศัพท์พยานพระยะโฮวา) (อังกฤษ: Yahova) ยฮวาฮ (ศัพท์ศาสนายูดาห์ - เลือกจะสะกดอย่างไร ส Commented [14]: พระยาห์เว่ห์แม (อังกฤษ: Yahweh) พระยโฮวาห์ (อังกฤษ: Jahovah) พระยะโฮวา (ศัพท์พยานพระยะโฮวา) (อังกฤษ: Yahova) ยฮวาฮ (ศัพท์ศาสนายูดาห์ - เลือกจะสะกดอย่างไร สัญชาตญาณเผ่าพันธุ์หรือจิตสำนึกอันค้นคับแคบ ดึงเรื่องทั้งหมดที่เป็นสากล-ให้เป็นสิ่งเล็ก แยกส่วนเฉพาะพวกหรือชนเผ่าของตน เป็นต้นเหตุของความขัดแย้งและรุนแรง ฉะนั้นหลักการที่ ๒ ของการสร้างสันติภาพ คือการสร้างจิตสำนึกใหม่ (New Consciousness) อันเป็นจิตใหญ่ที่คิดถึงความเป็นหนึ่งเดียวของทั้งมวล (The Same Oneness) มนุษย์และธรรมชาติทั้งหมดมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน คนที่เข้าถึงความเป็นหนึ่งเดียวของธรรมชาติทั้งหมด จิตใจจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง โดย เกิดความเป็นอิสระ_เบาสบาย และมีความสุขอย่างลึกล้ำ เพราะหลุดจากการติดอยู่ในที่คับ แคบของการแยกส่วน ประสบความงามอันล้นเหลือ เพราะความงามเกิดจากความเป็นทั้งหมด เช่น ดอกไม้ที่งามเพราะความเป็นทั้งหมด_แต่ถ้าสับให้ละเอียดแยกย่อยไปเป็นองค์ประกอบ ต่าง ๆ เช่น คาร์บอน ออกซิเจน ไฮโดรเจน .... ความงามก็จะหายไป และเกิดมิตรภาพอัน ไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่ง อันเป็นไปเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ยกตัวอย่าง เมื่อมนุษย์อวกาศชื่อ Edgar Mitchell ไปลงบนดวงจันทร์ เขามองมาเห็นโลก ทั้งใบลอยฟ่องอยู่ในอวกาศ จิตเขาเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง เขากล่าวว่า "I Came came back to Earth, a totally changed man" ผลกลับมายังโลกเป็นคนที่เปลี่ยนไปแล้วโดยสิ้นเชิง กล่าวคือ กลายเป็นคนที่มีความสุขอย่างลึกล้ำ ประสบความงามอันล้นเหลือ มีมิตรภาพอันไพศาลต่อเพื่อน มนุษย์และสรรพสิ่ง อันเป็นสภาวะของการเกิดจิตสำนึกใหม่ดังกล่าวข้างต้น เอ็ดการ์ มิทเซลล์ รู้ว่า การเกิดจิตสำนึกใหม่ เป็นไปได้และสำคัญยิ่ง จึงตั้งสถาบันศึกษาค้นคว้าและเผยแพร่เกี่ยวกับ จิตสำนึกใหม่ที่แคลิฟอร์เนีย มีเส้นทางอันหลากหลายที่นำไปสู่การเกิดจิตสำนึกใหม่ ทั้งที่เกี่ยวกับ ศาสนาและไม่เกี่ยว การเกิดจิตสำนึกใหม่เป็นกระแสใหญ่ (Mega Trend) อย่างหนึ่งของโลก และ จำเป็นสำหรับการสร้างสันติภาพของโลก ๑๐ # ๖. ## สมรรถนะในการคลายความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ### (Peaceful Conflict Resolution) ในสถานการณ์ปัจจุบันซึ่งเต็มไปด้วยความขัดแย้ง หลักการที่ ๓ ของการสร้างโลกแห่งสันติภาพ คือสร้างสมรรถนะในการคลายความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ความขัดแย้งที่ยาก ๆ เป็นความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ความถูกผิดส่วนบุคคล การสอนธรรมะแบบลอยตัว เช่น "ใจเย็น ๆ ไว้นะโยม" ถึงไม่ได้ผล แต่ต้องเข้าใจบริบทของความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง และมีสมรรถนะในการส่งเสริมการเจรจาหาทางคลายตัวออกจากความขัดแย้งด้วยสันติวิธี มิฉะนั้นความขัดแย้งเหล่านี้จะบานปลายกลายเป็นความรุนแรง ทุกประเทศควรจะพัฒนาสมรรถนะในการคลายความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ทุกมหาวิทยาลัยควรจะมีศูนย์สันติวิธี และอื่น ๆ ถ้าทำได้ดีสมรรถนะในการคลายความขัดแย้งด้วยสันติวิธีจะมีประโยชน์ต่อการสร้างสันติภาพระดับโลกด้วย ๑๑ # ๗. ## สู่วิถีคิดใหม่ที่สอดคล้อง กับความจริงตามธรรมชาติ ทางสายกลาง - มัชฌิมาปฏิปทา "ความจริงใช้มีขัยเหนือทุกสิ่ง" "สตฺยเมว ชยเต" - จารึกเสาพระเจ้าอโศกที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน¹ ความจริงคือความจริงตามธรรมชาติหรือกฎของธรรมชาติ ในอิทัปปัจจยตาปฏิจฺจสมฺปบาท มีพระบาลีอันไพเราะ ซึ่งแปลว่า "พระตถาคตจะบังเกิด ก็ ตาม หรือไม่บังเกิด ก็ตาม ธรรมธาตุย่อมตั้งอยู่แล้ว นั่นเที่ยว" ธรรมธาตุ หมายถึง ความจริงของธรรมชาติ หรือกฎของธรรมชาติ ซึ่งดำรงอยู่แล้ว พระพุทธองค์ไม่ได้ทรงสร้างขึ้น แต่ทรงเป็นผู้ค้นพบและนำมาเผยแพร่ กฎของธรรมชาตินั้นมีชื่อเรียกว่า "อิทัปปัจจยตา" หรือ ความเป็นกระแสของเหตุปัจจัยของธรรมชาติ อิทะ แปลว่า นี้ อิทัปปัจจย-ตา มีความหมายว่า นี้เป็นปัจจัยให้เกิดนี้ นี้เป็นปัจจัยให้เกิดนี้ ๆ ๆ ... > กระแสของเหตุปัจจัย หรือความเป็นเหตุเป็นผล ธรรมชาติเป็นกระแสของความเป็นเหตุเป็นผล หนุนเนื่องไม่ขาดสาย ไม่มีจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุด ไม่มีการแยกส่วนตายตัว ¹ ศรีศากยอโศก : พระราชประวัติจอมจักรพรรดิอโศกมหาราช ๑๒ ความเป็นเหตุปัจจัยก็ย้อนหลังไปได้เรื่อยๆ โดยไม่พบจุดเริ่มต้น และเคลื่อนไปข้างหน้า อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ฉะนั้น จึงไม่มีส่วนสุด (Extremes) ทั้ง ๒ ข้าง มีแต่ "ทางสายกลาง" ของความ เป็นเหตุปัจจัยที่หนุนเนื่อง ไม่มีตัวตนที่แยกส่วนใดตายตัว จึงไม่แยกเป็นข้างเป็นขั้ว **วิถีคิดในโลก_มักคิดแบบตายตัวแยกส่วน** แบ่งเป็นข้างเป็นขั้ว อันเป็นเหตุให้เกิดความ ขัดแย้งและรุนแรง การคิดและทำแบบแยกส่วนจะนำไปสู่การเสียสมดุลและสภาวะวิกฤตเสมอ การพัฒนาต่าง ๆ ในโลกมักเกิดจากการคิดและทำแบบแยกส่วน จึงนำไปสู่การเสียสมดุลในทุกมิติ และสภาวะวิกฤต หลักการข้อที่ ๔ ของการสร้างสันติภาพ คือการปรับวิถีคิด จากการคิดแบบตายตัวแยก ส่วน สู่การคิดที่สอดคล้องกับความจริงของธรรมชาติ คือ คิดแบบทางสายกลางหรือ มัชฌิมาปฏิปทา การคิดแบบทางสายกลาง จะปลดปล่อยตนเองไปสู่อิสรภาพจากการติดอยู่ในความไม่จริง แบบแยกส่วนแยกข้างแยกขั้ว อิสรภาพทำให้เกิดความสุขและความบรรสานสอดคล้อง (Harmony) ในตัวเองและสังคม ความเป็นเหตุเป็นผล_คือปัญญาที่ไม่ติดอยู่ในอารมณ์โกรธเกลียด แยกข้างแยกขั้ว นำไปสู่การสร้างสันติภาพทางสายกลาง หรือมัชฌิมาปฏิปทากับการพัฒนา จึงมี ความสำคัญยิ่ง มหาวิทยาลัยสงฆ์มีปัญญาชนจำนวนมาก อยู่ในฐานะที่จะทำความเข้าใจและเผยแพร่เรื่อง มัชฌิมาปฏิปทากับการพัฒนาได้เป็นอย่างดี ๑๓ ## ๘. การเจริญสติเป็นที่ต้องการในที่ทั้งปวง รวมหลักการ ๕ ประการ ในการสร้างสันติภาพ รูปข้างล่างแสดงหลักการ ๔ ประการในการสร้างสันติภาพที่กล่าวไปแล้ว คือ  ทั้ง ๔ เรื่อง แต่ละเรื่องก็ยังเป็นการยาก แต่ถ้าเติมหลักการที่ ๕ ลงไปตรงกลาง จะเชื่อมโยงทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น จะทำให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เป็นไปได้ นั่นคือการเจริญสติ การเจริญสติเป็นที่ต้องการในที่ทั้งปวง การเจริญสติทำให้เกิดสุขภาวะ สติปัญญา และความสัมพันธ์ดี ทำให้การคิดแบบทางสายกลางเป็นไปได้มากขึ้น การเจริญสติเป็นที่นิยมมากขึ้น และจะเข้ามาเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งของการสร้างสันติภาพ ## ๑๔ # ๙. ## เครื่องมือในการขับเคลื่อนการสร้างสันติภาพโลก ภาพข้างล่างแสดงการงัดโลก สังคมหรือประชาชนเพื่อสันติภาพ หลัก ๕ ประการ โลกแห่ง สันติภาพ สังคมหรือประชาชนเพื่อสันติภาพ (P4P) คือพื้นที่มั่นคงสำหรับยืนเพื่องัดโลก ประชาชนเป็นพื้นที่ที่มั่นคง ยั่งยืน มีใจเพื่อสันติภาพ และคล่องตัวมากกว่ากลไกที่เป็นทางการของรัฐ ฉะนั้น สังคมหรือความร่วมมือของประชาชนเพื่อสันติภาพ (People For Peace) จึงควรเป็นพื้นที่แห่งการขับเคลื่อนสันติภาพโลก ทั้งนี้โดยไม่ปฏิเสธความสำคัญของภาครัฐ ส่วนคานงัด คือ หลักการเพื่อสันติภาพ ๕ ประการ ดังกล่าวในตอนที่ผ่านมา อันได้แก่ ๑. ถือการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสมดุล เป็นตัวตั้งของการพัฒนา ๒. สร้างจิตสำนึกใหม่ อันเป็นจิตใหญ่ที่คิดถึงความเป็นทั้งหมด (The Whole) ๓. สร้างสมรรถนะในการคลายความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ๑๕ ๑๖ ๔. ปรับวิถีคิดใหม่ สู่การคิดที่สอดคล้องกับความเป็นจริงของธรรมชาติ - แนวทางสายกลาง หรือมัชฌิมาปฏิปทา ๕. ส่งเสริมการเจริญสติให้เต็มสังคม หากทุกองค์กรและสถาบันในชาติพัฒนาหลักการแห่งสันติภาพทั้ง ๕ ประการ ก็จะเติบโต เป็นคานงัดที่แข็งแรงและยาวพอ ประกอบกับพื้นที่ หรือจุดยืนของคานงัดที่มั่นคงคือ P4P ก็จะ สามารถงัดโลกทั้งใบให้ลอยขึ้นได้ นั่นคือสันติภาพโลก เรื่องใหญ่สามารถเริ่มได้จากจุดเล็ก คือวันนี้ ๓ ฝ่าย ที่มาร่วมประชุมคือ มศว. หนังสือพิมพ์ มติชน และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ร่วมกันก่อตั้ง "**มูลนิธิสันติภาพนานาชาติ**" International Peace Foundation (IPF) ขึ้นมาเป็นเครื่องมือ แล้วค่อย ๆ ชวนองค์กรอื่น ๆ มาร่วมมากขึ้น ๆ เช่น มหาวิทยาลัยทั้งหมด องค์กรศาสนาต่าง ๆ สื่อมวลชน ฯลฯ ขับเคลื่อนเพื่อ สันติภาพอย่างต่อเนื่อง การเชิญทูตจากต่างประเทศเข้าร่วม_อย่างในวันนี้ เป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่ง เพราะสถานทูตต่าง ๆ ก็ตั้งอยู่แล้ว และการสร้างสันติภาพก็เป็นเรื่องที่ดีงาม การที่สถานทูต ทั้งหมดซึ่งก็จะเชื่อมโยงไปถึงทรัพยากรเพื่อสันติภาพของแต่ละประเทศ จะเข้าร่วมย่อมเป็นสิ่งไม่ ยาก การนี้ก็จะเป็นไปสมกับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช อันทรงเป็นที่รักของ ปวงชน เคยตรัสไว้ว่า > "ประเทศไทยเหมาะแก่การที่นานาชาติ จะมาคุยกันเรื่องสันติภาพ" --- ๑๗ PQET บทบาทของสังคมไทยในการสร้าง สันติภาพโลก ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• การพัฒนาสังคม
history_eduหมวดหมู่
ประชาธิปไตย
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้