auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ปี พ.ศ. 2563 จุดพลิกผัน (Tipping point) ทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

chrome_reader_modeคำอธิบาย

บทความนำเสนอเกี่ยวกับจุดพลิกผันทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย โดยนำเสนอเป็น 6 ข้อ ได้แก่ 1. วิกฤตใหญ่ประไทย 2563 2. ทำไมวิกฤตจึงเป็นโอกาส 3. ประเทศไทย มีทรัพยากรมากมาย ควรจะอยู่ร่วมกันอย่างผาสุข 4. การคิดเชิงอำนาจ นำไปสู่โครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรม 5. พลิกความคิดจากคิดเชิงอำนาจสู่การคิดเชิงปัญญา 6. โดยสรุปและรูปธรรมในการปฏิบัติ

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

ปี พ.ศ.๒๕๖๓ จุดพลิกผัน (Tipping point) ทางประวัติศาสตร์ ของประเทศไทย ประเวศ วะสี ๑. วิกฤตใหญ่ประทไทย ๒๕๖๓ ในปี ๒๕๖๓ วิกฤตการณ์ต่างๆ จะมาบรรจบกันเป็นวิกฤตใหญ่ประเทศไทย นั่นคือ (๑) ความยากจนและความเหลื่อมล้ำสุดๆ ที่แก้ไม่ได้ (๒) วิกฤตเศรษฐกิจ ที่เชื่อมโยงกับความตกต่ำ และผกผันของเศรษฐกิจโลก (๓) ความขัดแย้งทางการเมือง (๔) ภัยทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ความแห้งแล้ง ฝุ่นจิ๋วในอากาศ อันแก้ไขไม่ได้ (๕) ซ้ำเติมด้วยโรคระบาดโคโรนาไวรัส ทั้งหมด จะผลักดันประเทศไทยไปถึงจุดพลิกผัน (Tipping point) ที่จุดพลิกผันเหมือนกระดานหก คือพลิกไปสู่ร้ายสุดๆ เช่น เกิดมิคสัญญีกลียุค หรือ พลิกจากร้ายกลายเป็นดีอย่างกระทันหันก็ได้ คนโบราณจึงกล่าวว่า "วิกฤตเป็นโอกาส" ๑ ๒. # ทำไมวิกฤตจึงเป็นโอกาส การที่บ้านเมืองหนึ่งบ้านเมืองใดเดินเข้าไปสู่สภาวะวิกฤต เพราะเข้าไปสู่ความเชื่อ และ ความคิดที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง หรือไม่มีประโยชน์จริง ที่ทางพระเรียกว่า "สีลัพพตป รามาส" ความเชื่อผิดๆ จะนำไปสู่สภาวะวิกฤตและความรุนแรง เพราะสังคมไม่สามารถถอนจาก ความคิดเช่นนั้นได้ แต่เมื่อบ้านเมืองวิกฤตจนไม่มีทางไป หรือล่มสลายลงแล้ว สังคมไม่มีทางเลือก เป็นอย่างอื่นนอกจาก **พลิกความคิด** การพลิกความคิดทำให้เปลี่ยนร้ายกลายเป็นดีอย่างกระทันหัน จึงกล่าวว่าวิกฤตเป็นโอกาส ยกตัวอย่าง ญี่ปุ่น และเยอรมัน แพ้สงครามโลกครั้งที่ ๒ บ้านเมืองย่อยยับทุกๆ ทางแต่ หลังจากนั้นกลับเจริญอย่างรวดเร็ว ญี่ปุ่นกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในเอเชีย เยอรมันใน ยุโรป ทั้งนี้เกิดจากการ**พลิกความคิด** จากเผด็จการและการก่อสงคราม เป็นประชาธิปไตยและ สันติภาพ ประเทศไทยก็มีตัวอย่างของการพลิกความคิด เช่น เมื่อคำสั่ง ๖๖/๒๕๒๓ ออกมา การสู้รบ ระหว่างคนไทยด้วยกันในกรณีนักศึกษาปัญญาชนเข้าป่าร่วมกับพรรคคอมมูนิสต์ จับอาวุธต่อสู้ อำนาจรัฐยุติลงทันที เพราะคำสั่ง ๖๖/๒๕๒๓ คือ การพลิกความคิดว่านักศึกษาปัญญาชนเหล่านั้น ไม่ใช่ศัตรูแต่เป็น "ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย" เมื่อไม่ใช่ศัตรูก็ยุติการสู้รบกัน ณ จุดพลิกผันประเทศไทย ๒๕๖๓ สังคมไทยจะพลิกความคิดอะไร จึงจะสามารถเปลี่ยน ร้ายกลายเป็นดีอย่างกระทันหัน ก็ต้องมาดูว่าความคิดอะไรที่นำประเทศไทยมาสู่จุดวิกฤตเช่นนี้ ๒ # ๓. ## ประเทศไทย มีทรัพยากรมากมาย ควรจะอยู่ร่วมกันอย่างผาสุข ประเทศไทยมีทรัพยากรมากมาย และอยู่ในที่ตั้งอันเหมาะสม ทรัพยากรนั้นมีมากกว่าสิงคโปร์ มากกว่าญี่ปุ่น และมากกว่าสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งควรจะเป็นทุนให้คนไทยใช้เพื่อสร้างประเทศไทยให้เป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุด ที่คนไทยอยู่ร่วมกันอย่างผาสุข ความเป็นธรรมทางสังคมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างผาสุข หากสังคมมีความเป็นธรรม ผู้คนจะรักกันและรักส่วนรวม ถ้าขาดความเป็นธรรม คนจะไม่รักกันและไม่รักส่วนรวม ธรรมชาติเป็นเช่นนั้นแม้แต่สังคมสัตว์ก็เป็นเช่นนั้น สังคมไทยมีความเหลื่อมล้ำมากเป็นมาแต่โบราณ แต่ปัจจุบันเป็นไปอย่างสุดๆ จนประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงเป็นที่ ๑ หรือที่ ๓ ในโลก ความเหลื่อมล้ำกับการขาดความเป็นธรรมอยู่ในกันและกัน อะไรที่เหลื่อมล้ำมากจะเกิดความปั่นป่วนวุ่นวายรุนแรง ดังเช่น ฟ้าผ่าแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด เกิดขึ้นเพราะพลังประจุไฟฟ้าก็ดี หรือพลังใต้และเหนือแผ่นพิภพไม่ได้ดุล ความเหลื่อมล้ำคือการเสียสมดุลอันนำไปสู่ความปั่นป่วนวุ่นวายรุนแรง ฉะนั้นสังคมไทยที่ว่ามีทรัพยากร มากมาย และควรจะอยู่ร่วมกันอย่างผาสุข ก็หาเป็นเช่นนั้นไม่ ความไม่เป็นธรรมเป็น "ปัญหาเชิงโครงสร้าง" ฉะนั้นการอบรมทางศีลธรรมจึงไม่ได้ผล จะเห็นได้ชัดเจนว่าประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ พุทธศานาก็เป็นของดี แต่มีความเสื่อมเสียทางศีลธรรมเต็มไปหมด เพราะ "โครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรม" อันดำรงอยู่ ซึ่งถ้าไม่ระวังสถาบันทางศาสนาก็ถูกดึงไปอยู่ในโครงสร้างนั้นด้วย ถ้าคิดเชิงโครงสร้างจะเข้าใจว่าทำไมเมื่อรัฐบาลอัดฉีดทรัพยากรเข้าไปในภาคเศรษฐกิจจำนวนมากจึงแก้ความยากจนไม่ได้ เพราะเมื่อทรัพยากรผ่าน "โครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรม" ก็กระจายออกมาอย่างไม่เป็นธรรม ๓ "ทรัพยากร" การกระจายทรัพยากร อย่างไม่เป็นธรรม "โครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรม" "โครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรม" นี้มีหลายมิติเข้ามาถักทอกันอย่างซับซ้อนแน่นหนา ยากแก่การเข้าใจ โดยเฉพาะสังคมไทยขาดการคิดเชิงระบบและโครงสร้าง คิดแต่ว่าดีชั่วเป็นกรรม ส่วนบุคคล จึงไม่เข้าใจโครงสร้างนี้และออกจากโครงสร้างไม่ได้ ตกอยู่ในสภาพ "คนไทยเหมือนไก่ อยู่ในเข่ง"จิกตีกันร่ำไป แต่จิกตีกันจนเลือดตกยางออกหรือตาย ก็ออกจากเข่งไม่ได้ เพราะ "เข่ง" คือโครงสร้างอันแน่นหนาที่กักขังไว้ แต่คนไม่ใช่ไก่ ๔ ๔. การคิดเชิงอำนาจ นำไปสู่โครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรม อย่างน้อยตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นมาสังคมไทยคิดเชิงอำนาจ จะโทษว่าเพราะรับ เอาความคิดเทวสิทธิ์ของฮินดูจากขอมหรืออะไรก็แล้วแต่ ประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยาเต็มไปด้วย เรื่องกบฏ ปฏิวัติรัฐประหารจนอ่อนแอทุกๆ ทาง มาสมัยรัตนโกสินทร์จึงต้องสร้างระบบควบคุม อำนาจเพื่อป้องกันกบฏ ปฏิวัติ รัฐประหาร แบบกรุงศรีอยุธยา แต่ก็ประสบความสำเร็จเฉพาะช่วง ต้น แสดงว่าการคิดเชิงอำนาจยังต่อเนื่องมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งสังคมวิวัฒน์ไปเป็นสังคมที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็น ระบบซับซ้อน (Complex system) ระบบซับซ้อนต่างจากสังคมโบราณที่มีปรากฏการณ์ใหม่ๆ อันยากต่อการ เข้าใจและแก้ไข ในสังคมแบบนี้การใช้อำนาจได้ผลน้อยหรือไม่ได้ผลเลย แต่ระบบรัฐก็เป็นระบบอำนาจร่วมศูนย์ จึงได้ผลน้อยหรือไม่ได้ผลเลย ทำให้จัดการปัญหา ต่างๆไม่ได้ เช่น ไม่สามารถจัดการการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ไม่สามารถจัดการ การศึกษาอย่างได้ผล และธรรมชาติของระบบอำนาจกับการศึกษาขัดแย้งกัน ระบบอำนาจรัฐคือ ระบบควบคุม การศึกษาคือการเติบโตอย่างหลากหลายไม่มีที่สิ้นสุด ระบบการศึกษาที่ผิดที่ทำมา ๑๐๐ ปีเศษ ทำให้ประเทศไทยอ่อนแอทุกทาง ที่สำคัญคือการศึกษาที่เน้นการท่องวิชา โดยไม่เอา ความเป็นจริงของแผ่นดินไทยเป็นตัวตั้ง ได้สร้างคนไทย ๔ - ๕ ชั่วคน ซึ่งก็เท่ากับคนไทยทั้งหมด ในปัจจุบัน ที่ไม่รู้ความจริงของประเทศไทย ไม่ว่าเขาจะเป็นข้าราชการ หรือนักการเมืองก็ตาม เมื่อ ไม่รู้ความจริงก็ทำให้ถูกต้องไม่ได้ การคิดเชิงอำนาจทำให้ไม่เรียนรู้ บนแผ่นดินไทยมีเรื่องดีๆ ให้เรียนรู้มากมาย แต่ ข้าราชการและนักการเมืองก็ไม่ไปเรียนรู้ จึงแก้ความยากจนและความแห้งแล้งไม่ได้ เช่น ชาวบ้าน ได้ค้นพบด้วยการปฏิบัติว่าถ้ามีสระน้ำประจำครอบครัวที่เก็บน้ำได้ทั้งปีจะหายจนและเกิดความชุ่ม ๕ ชิ้น เพราะสระน้ำใช้เลี้ยงปลาได้ ทำสวนครัว และปลูกต้นไม้ต่างๆ ทำให้เกิดความสมดุลทางธรรมชาติ ทางเศรษฐกิจ และชีวิตซึ่งเชื่อมโยงกัน ถ้าข้าราชการและนักการเมืองเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ และนำมาเป็นนโยบาย คือมีสระน้ำประจำครอบครัวทั่วประเทศ จะกักเก็บน้ำจำนวนมาก ป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝน และป้องกันความแห้งแล้งในฤดูแล้งและยังหายจนถ้วนหน้า แต่เมื่อไม่เรียนรู้ก็แก้ความยากจนความแห้งแล้ง และเรื่องน้ำท่วมไม่ได้ ดังนี้เป็นต้น การคิดเชิงอำนาจทำให้ขาดปัญญา และเป็นต้นตอของโครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรมหลายมิติที่เข้ามาถักทอกัน เช่น (๑) โครงสร้างการคิดที่ขาดเหตุผล เช่น คิดว่าดีชั่วเป็นกรรมส่วนบุคคล ซึ่งซ้ำเติมคนจน เพราะความจนเกิดจากโครงสร้างอันไม่เป็นธรรม (๒) โครงสร้างทางดิ่งทางสังคม คือคนชั้นบนมีอำนาจคนชั้นล่างไม่มีอำนาจ สังคมทางดิ่งทำให้เกิดพฤติกรรมเบี่ยงเบนนานาประการ และมีการเรียนรู้น้อย เป็นสังคมที่มีสมรรถนะต่ำ (๓) โครงสร้างทางจิตสำนึกที่ขาดความเป็นธรรมในสังคมทางดิ่ง คนเล็กคนน้อย คนยากจนจนไม่มีความหมาย ไม่มีศักดิ์ศรี ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะสังคมขาดจิตสำนึกแห่งความเป็นธรรม (๔) โครงสร้างอำนาจรัฐรวมศูนย์ที่ไม่สามารถอำนวยความสะดวกเป็นธรรม (๕) โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ขาดความเป็นธรรม เพราะการกระจายทรัพยากรที่ไม่เป็นธรรม และอำนาจของทุนขนาดใหญ่ แบบปลาใหญ่กินปลาเล็ก ต่างๆ เหล่านี้ถักทอกันเป็น "โครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรม" อันหนาแน่นและมหึมาฉะนั้น การต่อสู้แย่งชิงอำนาจทางการเมือง ไม่ว่าใครชนะก็ไม่สามารถฝ่าโครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรมอันมหึมานี้ได้ หรือถูกดูดเข้าไปอยู่ในโครงสร้างอันไม่เป็นธรรมนั้นเสียด้วย นี้จะทำให้เราเข้าใจว่าทำไม นับตั้งแต่ ๒๔๗๕ เป็นต้นมา การต่อสู้ทางการเมือง การปฏิวัตรัฐประหาร การเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ตั้ง ๒๐ ฉบับแล้ว ไม่สามารถสร้างความลงตัวให้ประเทศไทยเพราะยังไม่ได้พลิกความคิดยังคิดเชิงอำนาจเหมือนเดิม เพียงแต่ต่อสู้แย่งชิงกันว่าใครได้อำนาจ ๖ # ๕. ## พลิกความคิดจากคิดเชิงอำนาจสู่การคิดเชิงปัญญา การคิดเชิงปัญญาคือ คิดด้วยข้อมูล ความรู้ ความจริง ความเป็นเหตุเป็นผล คิดเชิงอำนาจ ออกจาก "เข่ง" หรือโครงสร้างอันแน่นหนาไม่ได้ แต่คิดเชิงปัญญาพาออกได้ เพราะการคิดเชิง อำนาจทอนกำลังกันเอง แต่การคิดเชิงปัญญาเพิ่มพูนพลัง ๕ ประการ หรือพละ ๕ คือ (๑) พลังจิตสำนึกถึงสังคมทั้งหมดไม่ใช่เฉพาะตัวหรือพรรคพวก (๒) พลังทางสังคมจากการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ ก้าวข้ามความแบ่งแยก (๓) พลังทางความรู้ที่เป็นความจริงและการใช้เหตุผล (๔) พลังทางการคิดเชิงระบบ (๕) พลังทางการจัดการ การคิดเชิงปัญญาที่มีองค์ประกอบทั้ง ๕ จะทำให้สามารถออกจากโครงสร้างอันไม่เป็น ธรรม แก้ความเหลื่อมล้ำได้ ๗ # ๖. โดยสรุปและรูปธรรมในการปฏิบัติ เมื่อบ้านเมืองวิกฤตจนไม่มีทางไป คนไทยต้องใช้เป็นโอกาสเปลี่ยนร้ายให้กลางเป็นดี ฉับพลัน โดย (๑) รวมใจกันก้าวข้ามการแบ่งแยกทุกประเภท (๒) คนทั้งประเทศ ทุกองค์กร ทุกสถาบัน มีความมุ่งมั่นร่วมกันในการแก้ปัญหาความยากจน และการขาดความเป็นธรรม (๓) โดยการพัฒนาอย่างบูรณาการเต็มพื้นที่ประเทศไทย โดยมีตำบลเป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่ครอบคลุม ๘,๐๐๐ ตำบล ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน (๔) ทำเป้าหมายตำบล (ผู้เขียนทำเป้าหมายตำบลไว้ ๑๖ ประการ*¹ ที่ครอบคลุมการพัฒนาทุกด้าน (๕) เป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมที่ชัดเจนจะทำให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตรงไปสู่เป้าหมายเดียวกัน (๖) ควรงดเว้นการใช้กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ ก้าวข้ามการแบ่งแยกทุกประเภท (๗) เครื่องมือที่ใช้ในการขับเคลื่อน คือการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (Interactive learning through action) ในสถานการณ์จริง กระบวนการนี้ทรงพลังยิ่งในการนำไปสู่ความสำเร็จ (ไม่ใช่การใช้อำนาจ) และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ทั้งวิธีคิด จิตสำนึก สัมพันธภาพ ระบบ และโครงสร้าง (๘) กระบวนการนี้ยิ่งทำยิ่งรักกันมากขึ้น ยิ่งเชื่อถือไว้วางใจกันมากขึ้น ยิ่งฉลาดขึ้น และฉลาดร่วมกัน ยิ่งมีความสำเร็จมากขึ้น และยิ่งมีคงวามสุขมากขึ้น ประดุจบรรลุนิพพาน *ดูรายละเอียดในหนังสือโดยผู้เขียน ชื่อ "แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เอาชนะความยากจนและการขาดความเป็นธรรม" โดย สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน ๘ ปี พ.ศ. 2563 จุดพลิกผัน (Tipping point) ทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

เศรษฐกิจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
29% Match
ปฏิรูปตำรวจ: ประชาชนถนอมรักตำรวจ – ตำรวจถนอมรักประชาชน
25% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
19% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การพัฒนาสังคม

• การพัฒนาประเทศ

• การเปลี่ยนแปลงทางสังคม

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

เศรษฐกิจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้