hotel_class เนื้อหาคัดสรร

ดูเพิ่มเติม

auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (1 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

แผนสงครามเบ็ดเสร็จเพื่อเอาชนะความยากจนและขาดความเป็นธรรม

chrome_reader_modeคำอธิบาย

หนังสือแผนสงครามเบ็ดเสร็จเพื่อเอาชนะความยากจนและขาดความเป็นธรรม นำเสนอ จุดพลิกผันของประเทศไทย ที่ถือเป็นวิกฤตชาติจากการขาดความเป็นธรรมเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยนำเสนอ 9 ข้อ ได้แก่ 1. ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงเป็นที่ 1 หรือที่ 3 ในโลก 2. ปัญหาเชิงโครงสร้าง 3. วิธีคิด 4. สังคมสมานุภาพ 5. “สังคมเข้มแข็ง” คือ องค์รวม 6. สังคมเข็มแข็ง 7. การพัฒนาอย่างบูรณาการเต็มพื้นที่ 8. การจัดกระบวนทัพทำสงครามเบ็ดเสร็จ 9. กระบวนทัศนใหม่ในการพัฒนา (New Development Paradigm)

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

แผน สงคราม เบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะ ความยากจน และการขาดความเป็นธรรม (Plan for Total Warfare to Conquer Poverty and Injustices) โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประเวศ วะสี ราชบัญฑิตกิตติมศักดิ์ สำหรับเพื่อนคนไทยใช้ก้าวข้ามวิกฤตชาติ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ mac10_final.indd 1 3/4/2563 BE 6:03 PM แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนและการขาดความเป็นธรรม โดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วะสี พิมพ์ครั้งที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ข้อมูลทางบรรณานุกรมของสำนักหอสมุดแห่งชาติ National Library of Thailand Cataloging in Publication Data ประเวศ วะสี. แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนและการขาดความเป็นธรรม. -- กรุงเทพฯ : มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ, 2563. 100 หน้า. 1. สุขภาพ. I. ชื่อเรื่อง. 326.5 ISBN 978-616-8178-07-2 ประสานงาน/พิสูจน์อักษร แก้ว วิฑูรย์เธียร, นิฤมล ลิมปิโชติพงษ์ ศิลปกรรม อดิศร จินดาอนันต์ยศ จัดพิมพ์โดย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) ๑๑๖๘ ซอยพหลโยธิน ๒๒ ถนนพหลโยธิน แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ๑๐๙๐๐ โทรศัพท์ ๐ ๒๕๑๑ ๕๘๕๕ โทรสาร ๐ ๒๙๓๙ ๒๑๒๒ www.thainhf.org ออกแบบ/ดำเนินงาน บริษัท สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน จำกัด ๓๖/๖ ซอยประดิพัทธ์ ๑๐ ถนนประดิพัทธ์ แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพฯ ๑๐๔๐๐ โทรศัพท์ ๐ ๒๒๗๘ ๕๕๓๓ โทรสาร ๐ ๒๒๗๑ ๑๘๐๖ www.thaihealthbook.com ราคา ๙๙ บาท 000000000_mac10_final.indd 2 3/4/2563 BE 6:03 PM ประเทศไทย ณ จุดพลิกผัน (Tipping Point) วิกฤตชาติ จากการขาดความเป็นธรรม เหลื่อมล้ำสุด ๆ วิกฤตเศรษฐกิจและ ความขัดแย้งทางการเมือง กำลังนำ ประเทศสู่จุดพลิกผัน ที่จะพลิกสู่ความปั่นป่วนกลียุคหรือ พลิกจากร้ายกลายเป็นดีอย่างฉับพลัน ขึ้นอยู่กับ ปรีชาญาณของคนในชาติ 000000000_mac10_final.indd 3 3/4/2563 BE 6:03 PM # สารบัญ ## บุพพกถา (๗) 1. ประเทศไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงเป็นที่ ๑ หรือที่ ๓ ในโลก จาก ๐ (ศูนย์) บาท ถึง ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภพชาติแห่งความทุกข์ยากของชาติ (๑๓) 2. ปัญหาเชิงโครงสร้าง โครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรม (๑๙) 3. วิธีคิด ความคิดที่สอดคล้องกับความเป็นจริง นำไปสู่ความสำเร็จ ความคิดที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง นำไปสู่ความติดขัด (๒๗) 000000000_mac10_final.indd 4 3/4/2563 BE 6:03 PM สังคมสมานุภาพ มวลอำนาจรัฐ มวลอำนาjtุน มวลอำนาจสังคม มีความสมดุล นำไปสู่การพัฒนาที่สมดุล หรือมีความเป็นธรรม (๓๙) "สังคมเข้มแข็ง" คือ "องค์รวม" (Whole) ประเทศไทย (๔๗) สังคมเข็มแข็ง คืออะไร และอย่างไร (๕๓) 000000000_mac10_final.indd 5 3/4/2563 BE 6:03 PM การพัฒนาอย่างบูรณาการเต็มพื้นที่ ตำบล คือ จุดยุทธศาสตร์ เป้าหมายตำบล ๑๖ ประการ (๕๙) การจัดกระบวนทัพทำสงครามเบ็ดเสร็จ เอาชนะความยากจนและการขาดความเป็นธรรม (๗๓) กระบวนทัศน์ใหม่ในการพัฒนา (New Development Paradigm) เครื่องมือขับเคลื่อนอันทรงพลัง (๘๙) ปัจฉิมกถา (๙๖) 000000000_mac10_final.indd 6 3/4/2563 BE 6:03 PM # บุพพกถา * ที่ใช้คำว่า "สงคราม" ในการต่อสู้เอาชนะวิกฤตชาติครั้งนี้ เพราะในสภาวะสงคราม คนในชาติทั้งหมดจะรวมตัวกัน ก้าวข้ามความขัดแย้งทุกประเภท ไม่ถือโทษกันด้วยเรื่อง ปลีกย่อย บางครั้งแม้พระก็สึก นักโทษก็ออกจากคุก เพื่อ เข้าร่วมสู้รบ ทั้งชาติรวมใจเป็นหนึ่งเดียว * "วิกฤตการณ์คลื่นลูกที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์" หรือ วิกฤตการณ์ปัจจุบันยากอย่างไม่เคยพบมาก่อน เพราะ ความซับซ้อน (complexity) ของโครงสร้างหลายมิติที่เข้ามา ถักทอกัน เกือบไม่มีคนเข้าใจความซับซ้อนนี้ เมื่อไม่เข้าใจ ก็แก้ไขไม่ได้ ปัญหาก็เพิ่มพูนขึ้นจนเป็นวิกฤตชาติ ความยากจนและความเหลื่อมล้ำอย่างสุด ๆ หรือการขาด ความเป็นธรรม นำไปสู่ความปั่นป่วน ไร้ระเบียบ ขัดแย้ง รุนแรง ความยากของปัญหาเชิญโครงสร้างทำให้ไม่มีรัฐบาล ใด ๆ จะแก้ปัญหาได้ ไม่ว่าจะจิกตี ต่อสู้ ล้มล้าง กันอย่างไร ๆ ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤตชาติได้ ประเวศ วะสี 7 3/4/2563 BE 6:03 PM * "อวิชชา" เป็นต้นเหตุของความทุกข์ยาก การจะแก้ไขได้ต้องใช้ "วิชชา" หรือ "มหาวิชชา" คือปัญญาใหญ่ หรือความจริง เพราะ "ความจริงมีชัยเหนือทุกสิ่ง" (สตฺยเมว ชยเต) * จากจารึกเสาอโศก จะต้องทำความเข้าใจว่าความจริงนี้คืออะไร แล้วนำหลักความจริงมาใช้วิเคราะห์ปัญหา และสังเคราะห์ไปสู่การออกแบบและการจัดการ จึงจะแก้วิกฤตความซับซ้อนได้ ความจริงหรือกฎของความจริงตามธรรมชาตินี้ คือ ความเป็นเหตุเป็นผล หรือความเป็นกระแสของเหตุปัจจัยต่อเนื่อง ที่เรียกว่าอิทัปปัจจยตา หรือ "ทางสายกลาง" เพราะไม่แยกข้างแยกขั้ว ไม่มีส่วนปลายสุดสองข้าง ทางสายกลาง คือการไหลอย่างอิสระของความเป็นเหตุเป็นผล คนทั้งหลาย รวมทั้งฝรั่งที่ว่าเก่ง ๆ ด้วยมักคิดแบบตายตัว แยกส่วน จึงติดขัด ปัญญาไม่สามารถทะลุทะลวงไปได้ไกล แต่ปัญญาอย่างเป็นกลาง หรือทางสายกลาง สามารถทะลุทะลวงไปได้อย่างไม่มีข้อจำกัด จะทำให้เข้าใจ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 3/4/2563 BE 6:03 PM 00000000 mac10_final.indd 8 * เมื่อวิเคราะห์เชิงโครงสร้างจะเข้าใจว่า ทำไมเราจึงสร้าง ระบอบประชาธิปไตยไม่สำเร็จ และทำไมแม้เป็น ประชาธิปไตยแล้ว อย่างในสหรัฐอเมริกา จึงเกิดความ เหลื่อมล้ำหรือขาดความเป็นธรรมอย่างสุด ๆ เพราะ ประชาธิปไตยอย่างที่เข้าใจ เป็นเพียงส่วนย่อยในโครงสร้าง ใหญ่ จึงถูกกระทบได้ง่ายโดยโครงสร้างที่ใหญ่กว่ามากและ มีอำนาจมากกว่ามาก * เมื่อเข้าใจธรรมชาติของโครงสร้างใหญ่ จะเข้าใจว่า ยุทธศาสตร์ในการทำให้โครงสร้างอำนาจสมดุลนั้นคือ อย่างไร โครงสร้างอำนาจที่สมดุลย่อมทำให้เกิดการพัฒนา อย่างสมดุล ดุลยภาพ คือ ความสงบ ความเป็นปกติ ความสุข และความยั่งยืน * เมื่อเห็นตามความเป็นจริง หรือสัมมาทิฐิ (ทิฐิ = เห็น) และ เข้าใจยุทธศาสตร์ที่จะเอาชนะสงคราม ก็สามารถออกแบบ หรือวางแผนสงครามเพื่อเอาชนะได้โดยมิยากนัก ประเวศ วะลี 3/4/2563 BE 6:03 PM * ประดุจถ้าจะสร้าง "เครื่องบินประเทศไทย" ให้บินได้ ต้องออกแบบให้ถูกต้อง เมื่อประกอบชิ้นส่วนครบและ สัมพันธ์กันอย่างถูกต้อง ก็จะเกิด ความเป็นองค์รวม (Whole) ซึ่งมีคุณสมบัติใหม่ คือบินได้ ถ้าเราออกแบบถูกต้องและประกอบชิ้นส่วนให้ครบ เครื่องบิน ประเทศไทยก็สามารถบินสู่ฟ้าไกล ที่ผ่านมาเพราะคิดแบบ แยกส่วน ทำแบบแยกส่วน จึงไปไม่ถึงองค์รวม จึงไม่เกิด ประเทศไทยที่บินได้ การคิดแบบแยกส่วน ทำแบบแยกส่วน เป็นมิจฉาทิฐิโดยแท้ เราจะใช้สัมมาทิฐิ หรือทางสายกลาง หรือมัชฌิมาปฏิปทา ซึ่งเป็นสายปัญญา นำเราไปสู่องค์รวม คือ ประเทศไทยที่มีคุณสมบัติใหม่ บินสู่ฟ้าไกลได้ * มนุษย์ชอบความมีเหตุผล ถ้าอะไรสามารถอธิบายได้ด้วย เหตุด้วยผลลงตัว จะรู้สึกสบายใจ เป็นอิสระ มีความสุข มี ปัญญา นั่นคือผลของทางสายกลาง หรือทางแห่งความเป็น เหตุเป็นผล แม้เรื่องยากและซับซ้อนเพียงใด ถ้าเราใช้หลัก คิดที่ถูกต้อง เราก็มีทางที่จะเข้าใจและแก้ไขได้ แผ่นสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ ๑๐ 3/4/2563 BE 6:03 PM * ผู้เขียน แม้จะล่วงกาลผ่านวัยไปมากแล้ว แต่ก็บรรลุอิสรภาพ พอสมควร จะพยายามสุดความสามารถที่จะแสดงความเป็น เหตุเป็นผลตามหลักทางสายกลาง นำเสนอการวิเคราะห์ ปัญหาวิกฤตชาติ ซึ่งก็เชื่อมโยงกับวิกฤตมนุษยชาติ และ ออกแบบหรือวางแผนการดำเนินการแก้ไข ที่เรียกว่า "แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนและการ ขาดความเป็นธรรม" เสนอต่อเพื่อนคนไทยทั้งชาติ พิจารณา ใช้เป็นคู่มือในการศึกษาและปฏิบัติในส่วนของตนได้ทุกคน อย่างที่ส่งผลต่อองค์รวม เพื่อการเปลี่ยนใหญ่ประเทศไทย หลุดออกจากวิกฤตชาติ เป็นการถาวร * ด้วยรำลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และ ด้วยอำนาจของสัจจะ ขอประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา ร่วมกัน จงได้รับพรอันประเสริฐ ให้สัมฤทธิ์ความดีงามสูงส่ง ตามความปรารถนาสูงสุดของคนไทยร่วมกัน ประเวศ วะลี 11 3/4/2563 BE 6:03 PM "แม้เรื่องยากและซับซ้อนเพียงใด ถ้าเราใช้หลักคิดที่ถูกต้อง เราก็มีทางที่จะเข้าใจและแก้ไขได้" 99 00000000_mac10_final.indd 12 3/4/2563 BE 6:03 PM # ประเทศไทย มีความ เหลื่อมล้ำสูง เป็นที่ ๑ หรือที่ ๓ ในโลก จาก ๐ (ศูนย์) บาท .... ถึง ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ภพชาติแห่ง ความทุกข์ยากของชาติ 00000000 mac10_final.indd 13 3/4/2563 BE 6:03 PM “ ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การขาดความเป็นธรรมในประเทศไทย เป็นปัญหาใหญ่ของชาติ เป็นวิกฤตชาติและเป็นต้นเหตุของวิกฤตอื่น ๆ รวมทั้งวิกฤตทางการเมือง ซึ่งหาทางออกไม่ได้ แม้เขียนรัฐธรรมนูญกันมา ๒๐ ฉบับแล้ว หรือจะเขียนกันต่อไปอีกกี่ฉบับ เพราะโครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรมนั้น ซับซ้อนแน่นหนา เกินปัญญาของรัฐธรรมนูญ ” 3/4/2563 BE 6:03 PM mac10_final.indd 14 ประเทศไทยมีคนที่มีเงิน ๐ บาท หรือติดลบ เป็นหนี้เป็นสินจำนวนมาก แต่ก็มีคนที่มีเป็น ๑,๐๐๐ เป็น ๑๐,๐๐๐ เป็น ๑๐๐,๐๐๐ หรือหลายแสนล้านบาท ในสังคมไทยโบราณ มีความเหลื่อมล้ำอยู่แล้วระหว่างไพร่กับขุนนาง แต่ไม่มากสุด ๆ ทำนองระหว่าง ๐ - ๗๐๐,๐๐๐ ล้าน อย่างปัจจุบัน **ความแตกต่าง ถ้ามากเกินไป ทำให้เสียสมดุล** ความไม่สมดุลนำไปสู่ความรุนแรง เช่น ฟ้าผ่า แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ซึ่งเกิดจากประจุไฟฟ้าหรือแรงดันของแผ่นดินที่แตกต่างกัน มาก ความรุนแรงเป็นอาการของความพยายามปรับไปสู่สภาวะสมดุล ความเหลื่อมล้ำกับการขาดความเป็นธรรมอยู่ในกันและกัน **ความเป็นธรรมเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของการอยู่ร่วมกันด้วยความสงบ** ไม่ว่าจะเป็นสังคมมนุษย์หรือสังคมสัตว์ หากมีความเป็นธรรม ผู้คนจะรักกันและรักส่วนรวม หากขาดความเป็นธรรม ผู้คนก็จะไม่รักกันและไม่รักส่วนรวม เกิดความขัดแย้งแตกแยก พฤติกรรมเบี่ยงเบนต่าง ๆ นานา ปั่นป่วนรุนแรง เกิดความเครียดและความเจ็บป่วยทางสังคม (social ill) และมีผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนในสังคม* * อ้างอิงจาก Wilkinson R., Pickett K. The spirit level: Why greater equality makes societies stronger. 2nd edition. New York: Bloomsbury Press, 2010. ประเวศ วะสี ๑๕ 3/4/2563 BE 6:03 PM รูปที่ ๑ ภาพชาติแห่งความทุกข์ยากของชาติ อันเกิดจากวัฏจักรของความเหลื่อมล้ำ สังคมอ่อนแอ สังคมเสียสมดุล แรงเครียดในตัวมนุษย์ สังคม สิ่งแวดล้อม ผลกระทบทางลบต่อ ครอบครัว และการเลี้ยงดูลูก วัยเด็กที่ปริแยกแตกร้าว กระทบโครงสร้างสมอง และร่างกาย โรคในผู้ใหญ่ ทุกข์กาย ทุกข์ใจ ทุกข์ทางสังคม ส่งผลจนต่อลงไปเป็นชั่วคน ความเหลื่อมล้ำ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ ๑๖ 3/4/2563 BE 6:03 PM # วัฏจักรของความเหลื่อมล้ำก่อให้เกิดภพชาติแห่งความทุกข์ยากของ ชาติ ดังต่อไปนี้ (รูปที่ ๑) * ความเหลื่อมล้ำ -> สังคมเสียสมดุล * สังคมเสียสมดุล -> แรงเครียดในตัวมนุษย์ สังคมสิ่งแวดล้อม * แรงเครียด -> ผลกระทบทางลบต่อครอบครัวและการเลี้ยงดูลูก * วัยเด็กที่ปริแยกแตกร้าว -> โครงสร้างทางสมองและร่างกาย (childhood disrupted) ขณะนี้ทราบแล้วว่า วัยเด็กที่ปริแยกแตกร้าวนำไปสู่การเกิดโรคในผู้ใหญ่เกือบทุกชนิด \* เช่น ความดันเลือดสูง โรคหัวใจ มะเร็ง โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน เช่น ภูมิแพ้ ลูปุส (ลูปัสหรือเอสแอลอี) โรคอ้วน โรคทางสมอง และจิตประสาทต่าง ๆ และพยาธิสภาพเหล่านี้สามารถถ่ายทอดไปสู่รุ่นลูกหลานต่อไป เป็นความทุกข์ยากข้ามภพข้ามชาติ วนเวียนไม่รู้จบ ตามรูปที่ ๑ ความเหลื่อมล้ำและการขาดความเป็นธรรมอยู่ในกันและกัน ความไม่เป็นธรรมทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ความเหลื่อมล้ำทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม ความยากจนเป็นส่วนหนึ่งของความเหลื่อมล้ำ จึงแก้ไม่ได้ง่าย ๆ เพราะโครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรมหรือโครงสร้างแห่งความเหลื่อมล้ำนั้น ถักทอกันซับซ้อนแน่นหนา ยากต่อความเข้าใจและการแก้ไข \* อ้างอิงจาก Nakazawa DJ. Childhood disrupted: How your biography becomes your biology, and how you can heal. New York, NY: Atria Books; 2015. ประเวศ วะสี ๑๗ 3/4/2563 BE 6:03 PM ดูตัวอย่างสหรัฐอเมริกา ประเทศมหาอำนาจในโลก เป็นประชาธิปไตย มีวิทยาการสูงส่ง มีผู้ได้รับรางวัลโนเบลจำนวนมากกว่าประเทศใด ๆ ในโลก แต่มีความเหลื่อมล้ำสูงสุดในหมู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว\* มีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ๙๙ : ๑ คือ การพัฒนาเป็นประโยชน์ต่อคน ๑ เปอร์เซ็นต์ โดยคนอีก ๙๙ เปอร์เซ็นต์ไม่ได้รับประโยชน์หรือเสียประโยชน์ ความเหลี่ยมล้ำสุด ๆ นี้นำไปสู่ผลกระทบทางลบ ทางสังคม สุขภาพ เศรษฐกิจ จิตใจ และการเมืองอย่างเหลือคณานับ (ดูหนังสือหลายเล่มโดย Joseph Stiglitz นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ชาวอเมริกัน) ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ การขาดความเป็นธรรมในประเทศไทยเป็นปัญหาใหญ่ของชาติ เป็นวิกฤตชาติและเป็นต้นเหตุของวิกฤตอื่น ๆ รวมทั้งวิกฤตทางการเมือง ซึ่งหาทางออกไม่ได้ แม้เขียนรัฐธรรมนูญกันมา ๒๐ ฉบับแล้ว หรือจะเขียนกันต่อไปอีกกี่ฉบับ เพราะโครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรมนั้น ซับซ้อนแน่นหนาเกินปัญญาของรัฐธรรมนูญ คนไทยจึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจโครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรม \* อ้างอิงจาก Wilkinson R., Pickett K. The spirit level: Why greater equality makes societies stronger. 2nd edition. New York: Bloomsbury Press, 2010. ๑๘ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 00000000 mac10_final.indd 18 3/4/2563 BE 6:03 PM ปัญหา เชิง โครงสร้าง โครงสร้างแห่งความ ไม่เป็นธรรม ๒ 00000000_mac10_final.indd 19 3/4/2563 BE 6:03 PM "สังคมไทย ขาดความคิด เชิงระบบและโครงสร้าง มักคิดว่าเรื่องดีชั่วเป็นกรรมส่วนบุคคล ไม่เข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง ทำให้ถูกโครงสร้างที่มีปัญหาทำร้าย และไม่เข้าใจพอที่คิดจะแก้ไข จึงติดอยู่ในปัญหาจนวิกฤต ซึ่งอาจจะเรียกว่า เป็นวิกฤตความซับซ้อนเชิงโครงสร้าง " mac10_final.indd 20 3/4/2563 BE 6:03 PM # ความจริงตามธรรมชาติอย่างหนึ่ง คือ โครงสร้างกำหนด คุณสมบัติและพฤติกรรม เป็นเช่นนั้นตั้งแต่ระดับอะตอมไปจนถึงจักรวาล เช่น ธาตุต่าง ๆ ตั้งแต่ไฮโดรเจนซึ่งเบาที่สุด ไปจนถึงธาตุที่หนัก เช่น เหล็กหรือยูเรเนียม มี คุณสมบัติแตกต่างกันมาก แต่ล้วนประกอบด้วยอนุภาค ๓ ตัวเหมือนกัน คือ โปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน ลิ่งที่ต่างกัน คือโครงสร้าง ทำให้ธาตุต่าง ๆ มีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน คน ๆ เดียวกันแต่เมื่ออยู่ในโครงสร้างต่างกันก็มีพฤติกรรมต่างกัน เช่น หมอคนเดียวกัน ขณะที่อยู่ที่คลินิกส่วนตัวกับอยู่ที่โรงพยาบาล ของรัฐจะมีพฤติกรรมไม่เหมือนกัน หรือตำรวจนเดียวกัน ขณะที่อยู่ในระบบความยุติธรรมที่เป็น ทางการทางดิ่ง กับขณะที่อยู่ในระบบความยุติธรรมชุมชนอันเป็นทางราบ จะมีพฤติกรรมไม่เหมือนกัน ในระบบทางดิ่งชาวบ้านจะเกลียดตำรวจ แต่ในระบบทางราบ ชาวบ้านจะรักตำรวจ ทั้ง ๆ ที่เป็นตำรวจนเดียวกัน ทั้งนี้เพราะโครงสร้างกำหนดพฤติกรรมของตำรวจ ## สังคมไทยขาดความคิดเชิงระบบและโครงสร้าง ประเวศ วะสี ๒๑ 3/4/2563 BE 6:03 PM มักคิดว่าเรื่องดีชั่วเป็นกรรมส่วนบุคคล ไม่เข้าใจปัญหาเชิงโครงสร้าง ทำให้ถูกโครงสร้างที่มีปัญหาทำร้ายและไม่เข้าใจพอที่คิดจะแก้ไข จึงติดอยู่ใน ปัญหาจนวิกฤต ซึ่งอาจจะเรียกว่า เป็นวิกฤตความซับซ้อนเชิงโครงสร้าง บัดนี้เราไม่มีทางออกอย่างอื่น นอกจากทำความเข้าใจปัญหาเชิง โครงสร้างและโครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรม โครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรม เกิดจากโครงสร้างที่มีปัญหา หลายมิติเข้ามาถักทอกันอย่างซับซ้อนแน่นหนา จะกล่าวโดยสังเขปเพียง ๕ ประการ เพื่อให้พอเข้าใจได้ง่ายขึ้น คือ ๑. โครงสร้างทางความคิด โครงสร้างทางความคิดที่คิดเรื่องกรรมส่วนบุคคล ขาดความ คิดเชิงโครงสร้างดังกล่าวข้างต้น ทำให้เป็นอุปสรรค และซ้ำเติม คนจน คือเป็นคนจนเพราะทำไม่ดีหรือเป็นคนไม่ดี ดังที่ในเวลาที่ล่วงมา เขาเรียกคนจนว่าคนเลว ทำให้สังคม ไทยเป็นสังคมที่เกลียดคนจน ส่งผลเป็นจิตสำนึกที่ขาดความเป็น ธรรมดังกล่าวในข้อ ๒. ๒. โครงสร้างทางจิตสำนึกแห่งความเป็นธรรม การเคารพศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ของคนทุกคนอย่าง เท่าเทียมกัน เป็นฐานแห่งความดีงามทั้งปวง เช่น ประชาธิปไตย การเคารพสิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม ความเป็นธรรม สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำในศักดิ์ศรีของความ เป็นมนุษย์มาแต่โบราณ ไพร่ ทาส คนเล็กคนน้อย คนยากจนจะมีศักดิ์ศรีได้ อย่างไร ๒๒ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ mac10_final.indd 22 3/4/2563 BE 6:03 PM เพราะฉะนั้นสังคมไทยโดยความเคยชินจนไม่รู้ตัว ขาดจิตสำนึกแห่งความเป็นธรรม การขาดจิตสำนึกแห่งความเป็นธรรมสัมพันธ์อยู่กับ โครงสร้างและระบบต่าง ๆ อันไม่เป็นธรรม (ดูรูปที่ ๒) ## ๓. โครงสร้างทางสังคม โครงสร้างทางสังคมเป็นโครงสร้างแห่งความเหลื่อมล้ำเป็น โครงสร้างทางดิ่ง (Vertical society) ระหว่างผู้มีอำนาจข้างบน กับผู้ไม่มีอำนาจข้างล่าง โครงสร้างทางดิ่งนำไปสู่พฤติกรรมเบี่ยงเบนนานาประการ เช่น คนมีอำนาจจะโกงมาก คนไม่มีอำนาจแสวงหาความ อุปถัมภ์ เกงาน ขโมยของหลวง นินทาว่าร้าย ออกใบปลิว สังคมทางดิ่งจะมีการเรียนรู้น้อย เศรษฐกิจจะไม่ดี การเมือง จะไม่ดี และศีลธรรมจะไม่ดี* ถึงเคร่งศาสนา ศีลธรรมก็ไม่ดี ถ้า สัมพันธภาพในสังคมเป็นทางดิ่ง ## ๔. โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม ทุนตั้งแต่เกิดระหว่างคนจนกับคนรวยก็ไม่เท่ากัน ทุนมีอำนาจดึงดูดอำนาจและทรัพยากรเข้าหาตัวสูง ทำให้ เกิดความเหลื่อมล้ำ การจัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ อย่างไม่เป็นธรรม เช่น การถือครองที่ดิน การกระจายงบประมาณ ทั้งหมดร่วมกันเป็น โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม * อ้างอิงจาก Putnam RD. Making Democracy Work: Civic Traditions in Modern Italy. New Jersey: Princeton University Press, 1993. ประเวศ วะสี ๒๓ mac10_final.indd 23 3/4/2563 BE 6:03 PM รูปที่ ๒ ตรงกลางหรือนิวเคลียสของประเทศ คือ โครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรม ซึ่งถักทอกันอย่างแน่นหนาโดยโครงสร้างที่มีปัญหา ๕ มิติ รอบนอกออกมาคือ ระบบต่าง ๆ ในสังคม ซึ่งเชื่อมโยงอยู่กับโครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรม เป็นเหตุให้ทำให้ดีได้ยาก หรือไม่ได้ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 24 3/4/2563 BE 6:03 PM # ๕. โครงสร้างอำนาจรัฐที่รวมศูนย์ โครงสร้างอำนาจรัฐที่รวมศูนย์ไม่สามารถอำนวยความสะดวกเป็นธรรมและสัมพันธ์ไปมากับโครงสร้างอันไม่เป็นธรรมตามข้อ ๑. - ๔. ดังในรูปที่ ๒ ยิ่งทำให้โครงสร้างอำนาจรัฐไม่สามารถอำนวยความสะดวกเป็นธรรม ทั้ง ๕ ประการ ถักทอกันอย่างแน่นหนาเป็นโครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรม อยู่ตรงกลางหรือเป็นนิวเคลียสของสังคม ที่ผลิตดีเอ็นเอแห่งความไม่เป็นธรรม อันส่งผลต่อระบบทุกระบบในสังคม (ดูรูปที่ ๒) ดูรูปที่ ๒ ให้ดี ๆ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมจึงพัฒนาระบบต่าง ๆ ได้ยากเย็นแสนเข็ญ หรือไม่ได้ผลสักเท่าไร ไม่ว่าจะเป็นระบบการศึกษา ระบบความยุติธรรม ระบบเศรษฐกิจ ระบบการเมือง เพราะทั้งหมดเป็นส่วนย่อยของโครงสร้างใหญ่ที่ขาดความเป็นธรรม เพราะฉะนั้น เมื่อพัฒนาไปๆ ความเหลื่อมล้ำกลับมากขึ้นๆ เพราะทำไปบนโครงสร้างที่ขาดความเป็นธรรม ระบบการเมือง ก็ไม่สามารถพัฒนาระบบประชาธิปไตยได้สักที เกิดการต่อสู้รุนแรงล้มตายก็หลายครั้ง เพราะการต่อสู้ทางการเมืองเป็นเพียงการต่อสู้ในส่วนย่อย ท่ามกลางโครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรมอันใหญ่มาก ฉะนั้น ความพยายามทำแบบแยกส่วนในส่วนย่อยต่าง ๆ จึงไม่มีความหวังว่าจะนำไปสู่ความสำเร็จ นั่นเป็นที่มาของการใช้คำว่า "สงครามเบ็ดเสร็จ" หรือ Total Warfare ในการเอาชนะความยากจนและการขาดความเป็นธรรม โดยมุ่งแก้ไขโครงสร้างใหญ่แห่งความไม่เป็นธรรม ซึ่งเป็นการแก้ "ทั้งหมด" ประเวศ วะสี ๒๕ mac10_final.indd 25 3/4/2563 BE 6:03 PM ท่านอาจจะคิดว่า "แก้ใหญ่" หรือ "แก้ทั้งหมด" ยากกว่าแก้ย่อย ๆ กาลเวลาได้พิสูจน์มาแล้วว่า แก้ย่อย ๆ ไม่สำเร็จ เพราะติดใหญ่ แก้ใหญ่เบ็ดเสร็จง่ายกว่าแก้ย่อยเป็นส่วน ๆ เราจะได้เห็นกันต่อไปว่าทำอย่างไร ๒๖ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 00000000 mac10_final.indd 26 3/4/2563 BE 6:03 PM # ๓ ## วิธีคิด ### วิธีคิดที่สอดคล้อง กับความจริง นำไปสู่ ความสำเร็จ วิธีคิดที่ไม่สอดคล้องกับความจริง นำไปสู่ ความติดขัด และสภาวะวิกฤต 0000000000_mac10_final.indd 27 3/4/2563 BE 6:03 PM "สตฺยเมว ชยเต" "ความจริงมีชัยเหนือทุกสิ่ง" จารึกเสาพระเจ้าอโศก ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน *ศรีศากยอโศก : พระราชประวัติจอมจักรพรรดิอโศกมหาราช 000000000_mac10_final.indd 28 3/4/2563 BE 6:03 PM # การเห็นความจริง ตามที่เป็นจริง เป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะทำให้มีวิธีคิดที่สอดคล้องกับความจริง นำไปสู่พฤติกรรม และการกระทำต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับความจริง จึง "มีชัยเหนือทุกสิ่ง" ตรงกันข้าม ถ้าไม่เห็นความจริงหรือเห็นพลาดไปจากความจริง ก็นำไปสู่วิธีคิดที่ไม่สอดคล้องกับความจริง แล้วนำไปสู่ปัญหาและสภาวะ วิกฤต วิกฤตโลกในปัจจุบันอันเสียสมดุลในทุกมิติ ทั้งในตัวมนุษย์เอง สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการเมือง เกิดจากการเห็นที่ผิดไปจากความจริง และวิธีคิดที่ผิด วิกฤตประเทศของเราก็เป็นส่วนหนึ่งและได้รับผลกระทบจาก วิกฤตโลก ฉะนั้น การที่เราจะทำสงครามเบ็ดเสร็จ เอาชนะความยากจนและ การขาดความเป็นธรรม เราจะต้องเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจความจริง และวิธีคิดที่สอดคล้องกับความจริง ก็แล้วความจริงที่ว่านี้คืออะไร คือ ความจริงของธรรมชาติ หรือกฎของความจริงของธรรมชาติ ธรรมชาติหรือธรรมเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่มีขอบเขต ไม่มีกาลเวลา ในพระสูตรที่เรียกว่า อิทัปปัจจยตาปฏิจจสมุปบาท มีพระบาลีอัน ไพเราะ ซึ่งแปลว่า ประเวศ วะลี ๒๙ mac10_final.indd 29 3/4/2563 BE 6:03 PM "พระตถาคต จะอุบัติก็ตาม หรือไม่อุบัติก็ตาม ธรรมธาตุย่อมตั้งอยู่ แล้ว นั้นเที่ยว" หมายความว่า ธรรมธาตุ หรือกฎแห่งความจริงของธรรมชาติมีอยู่ แล้ว ไม่เกี่ยวกับการอุบัติของพระพุทธเจ้า พระองค์ท่านไม่ได้สร้างขึ้น แต่ทรง ค้นพบและนำมาเผยแพร่ กฎของธรรมชาตินั้น คือ อิทัปปัจจยตา หรือกระแสของความเป็น เหตุปัจจัย หรือกระแสของความเป็นเหตุเป็นผล อิทะ = นี้ อิทัปปัจจยตา หมายถึง นี้ทำให้เกิดนี้ นี้ทำให้เกิดนี้ ....... หรือ ความเป็นกระแสของเหตุปัจจัยหนุนเนื่องไม่ขาดสาย ดังในรูปที่ ๓ รูปที่ ๓ กระแสของความเป็นเหตุปัจจัยที่หนุนเนื่องไม่ขาดสาย จึงไม่มีจุดตั้งต้นและ จุดสิ้นสุด (extremes) สองข้าง เพราะสามารถสืบเหตุปัจจัยย้อนหลังไปได้ เรื่อย ๆ และไปข้างหน้าได้เรื่อย เป็นอนันตกาล กล่องดำ ■ แทนการคิดแบบ ตายตัว แยกส่วน เข้าไปขัดแย้งกับกระแสของความเป็นจริง แห่งความเป็น เหตุปัจจัย หรือความเป็นเหตุเป็นผลต่อเนื่อง ที่ไม่ตายตัวแยกส่วน ๓๐ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 3/4/2563 BE 6:03 PM การเห็นตามความเป็นจริงอาจเรียกว่า สัมมาทิฐิ (สัมมา = ถูก, ทิฐิ = เห็น) การคิดแบบกระแสของความเป็นเหตุปัจจัย เนื่องจากไม่มีส่วนสุด ทั้งสองข้าง (extremes) หรือความสุดโต่ง บางครั้งจึงเรียกว่า "ทางสายกลาง" หรือมัชฌิมาปฏิปทา ควรสังเกตว่า ทางสายกลาง คือทางสายปัญญา เพราะเป็นทางแห่ง ความเป็นเหตุเป็นผล เห็นอะไรมีเหตุมีผลไปหมด ไม่เข้าไปสู่อารมณ์โกรธ เกลียด เพราะอยากให้มันเป็นอย่างอื่นอย่างที่เราคิด อย่างอื่นอย่างที่เราคิด นั่นแหละเป็นการขาดเหตุผล อะไรที่เกิดขึ้นหรือดำรงอยู่ก็เพราะมีเหตุผล หรือเหตุปัจจัยที่ทำให้ มันเกิดขึ้นหรือดำรงอยู่ ไม่ใช่เกิดขึ้นหรือดำรงอยู่โดยลอย ๆ โดยปราศจากเหตุ ปัจจัย "มันเป็นเช่นนั้นเอง" หรือ ตถตา ความเป็นเช่นนั้นเอง เพราะมีเหตุ ปัจจัยให้เป็นเช่นนั้น การเห็นไม่ตรงตามความจริงอาจเรียกว่า มิจฉาทิฐิ (มิจฉา = ผิด, ทิฐิ = เห็น) คำว่ามิจฉาทิฐิไม่ใช่คำประณามอะไร แต่เป็นการบอกว่าเห็นผิดไป จากความจริง เห็นผิดอย่างไร คือ เห็นว่าอะไร ๆ มีความตายตัว เมื่อตายตัวจึงแยกส่วน (ดูรูปที่ ๓) แยกส่วนจากความจริง ที่เป็นกระแสของความเป็นเหตุปัจจัยอันหนุนเนื่อง ไม่มีตัวตน แบบแยกส่วนเป็นเอกเทศ ประดุจว่าความจริงนั้นเป็นคลื่น ไม่มีตัวตน แต่การมองผิด มองเห็นความเป็น "ก้อน" แบบตายตัวแยกส่วน ประเวศ วะลี 31 3/4/2563 BE 6:03 PM "ก้อน" นี้ จึงไปขัดแย้งกับความจริงที่เป็นคลื่น ไม่มีตัวตนของตนเอง ความขัดแย้ง (conflict) นี้ คือ ทุกขตา ความทุกข์หรือปัญหา มิจฉาทิฐิ พาให้เกิดทุกข์หรือปัญหา เพราะมิจฉาทิฐิทำให้คิดและทำแบบแยกส่วน อันเป็นวิธีคิดที่ผิด เพราะไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง วิธีคิดแบบทางสายกลาง กับวิธีคิดแบบแยกส่วน นำไปสู่ผลแตกต่าง กันมากมาย และบานปลายเป็นเรื่องใหญ่โต วิธีคิดแบบทางสายกลาง ไม่นำไปสู่การแยกข้างแยกขั้ว ไม่นำไปสู่ความโกรธเกลียดและความเป็นปฏิปักษ์ ทำให้เห็นความ เป็นเหตุเป็นผล ทะลุทะลวงไม่ติดขัด เข้าใจความจริง อันเป็นทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค ซึ่งนำมาใช้กับทุกข์ของชาติ สาเหตุ การระงับเหตุ และมรรค วิธีในการดับทุกข์ของชาติได้ ในขณะที่วิธีคิดแบบตายตัวแยกส่วนนำไปสู่การแยกข้างแยกขั้ว อารมณ์โกรธเกลียด อารมณ์ทำให้เห็น (perception) บิดเบี้ยวไปตาม อารมณ์ ไม่ตรงต่อความจริง ทำให้ไม่เข้าใจทุกข์และการดับทุกข์ แต่ทำให้เกิดความขัดแย้งใน ตัวเอง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ความขัดแย้งและรุนแรงในสังคม แต่แก้ ปัญหาไม่สำเร็จ เพราะไม่ได้ใช้ทางแห่งปัญญา มีข้อสังเกตว่าฝรั่ง แม้เก่ง มีวิทยาการมากมาย มีคนได้รับรางวัล โนเบลเพราะค้นพบความรู้ใหม่ที่ก้าวหน้า แต่ลึก ๆ แล้วเป็นมิจฉาทิฐิและมีวิธี คิดที่ไม่สอดคล้องกับความจริง คือคิดแบบแยกส่วนตายตัว จึงนำโลกทั้งโลก ไปสู่การเสียสมดุลในทุกมิติ ดังกล่าวแล้วข้างต้น เมื่อโลกตะวันตกคิดถึงเรื่องอะไรดี ๆ เช่น เสรีภาพ ประชาธิปไตย ๓๒ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ mac10_final.indd 32 3/4/2563 BE 6:03 PM ระบบเศรษฐกิจที่มีการแข่งขันอย่างเสรี แต่เนื่องจากขาดสัมมาทิฐิ สิ่งดี ๆ เหล่านี้ก็บิดเบ้ไปไม่งอกงามในความดี เช่น **เสรีภาพ** กลายเป็นความเห็นแก่ตัวที่จะกอบโกยเข้าตัวเอง อย่างไม่มีที่สิ้นสุด **ประชาธิปไตย** ถูกอำนาจของทุนขนาดใหญ่เข้าครอบงำ จนไม่สามารถอำนวยความสะดวกเป็นธรรม เกิดความเหลื่อมล้ำอย่างสุด ๆ **การแข่งขันเสรี** กลายเป็นไม่เสรีจริง ทุนขนาดใหญ่ครอบงำผูกขาด ไม่เป็นธรรมกับผู้ใช้แรงงานและผู้บริโภค เกิดความไม่เป็นธรรมขนาดหนัก\* เมื่อ ๓๐ ปีก่อนที่เคยเชื่อว่า ประชาธิปไตยและทุนนิยมเสรี เป็นคำตอบสุดท้าย มาบัดนี้เกิดความไม่เป็นธรรมและความเหลื่อมล้ำขึ้นอย่างสุด ๆ แล้วก็กำลังตั้งคำถามว่า ประชาธิปไตยกับการค้าเสรีดีจริงหรือ ซึ่งเป็นคำถามที่ผิด หรือไม่ใช่คำถาม (non-question) ขึ้นไปตอบเข้าจะทำให้หลงทางกันใหญ่ สิ่งที่ควรทบทวน คือทิฐิและวิธีคิดอันนำไปสู่ปัญหา **ตัวอย่างของการคิดและทำแบบแยกส่วน** โลกเต็มไปด้วยการคิดและทำแบบแยกส่วนอันไม่สอดคล้องกับความจริงตามธรรมชาติ จะขอยกตัวอย่างเพียง ๒ - ๓ ตัวอย่าง พอให้เห็นภาพ \* อ้างอิงจาก Joseph E Stiglitz. The Price of Inequality: How Today's Divided Society Endangers Our Future. New York: WW Norton & Co, 2012. ประเวศ วะสี 33 3/4/2563 BE 6:03 PM # ๑) การเกษตรสมัยใหม่ เป็นการเกษตรแบบแยกส่วน ในธรรมชาตินั้น ต้นไม้มานาพันธุ์ขึ้นคละปะปนกันและมีสัมพันธภาพต่อกัน ทำให้มีความสมดุลตามธรรมชาติ ไม่มีใครต้องไปใส่ปุ๋ยให้ป่า ไม่ต้องมีใครต้องไปใช้ยาฆ่าแมลงที่ลงกินป่าราบ เพราะป่าสร้างปุ๋ยได้เอง และการมีต้นไม้หลายชนิดขึ้นคละปะปนกันก็เป็นการป้องกันไม่ให้แมลงชนิดใดชนิดหนึ่งเพิ่มจำนวนมากเกิน และต้นไม้บางชนิดก็ฤทธิ์ขับแมลงชาวบ้านที่ทำเกษตรกรรมธรรมชาติจึงมีชีวิตที่สมดุล มีกินมีใช้ ไม่เหนื่อยมาก ไม่ต้องเจ็บป่วยจากการใช้ยาฆ่าแมลง เกษตรสมัยใหม่มุ่งปลูกพืชเชิงเดี่ยว คือ ข้าวก็ข้าวอย่างเดียว อ้อยก็อ้อยอย่างเดียว มันสำปะหลังก็อย่างเดียว ติดต่อกันเป็นพรีด ๆ เป็นพัน ๆ ไร่ การปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นการแยกส่วน ทำให้ธรรมชาติเสียสมดุล ความเป็นป่าหมดไป ดินจืด ต้องซื้อปุ๋ยมาใส่เป็นการเพิ่มรายจ่าย แมลงเพิ่มจำนวนมากลงกินพืช ต้องซื้อยาฆ่าแมลงมาฉีดยาฆ่าแมลงฆ่าอย่างอื่น ๆ ด้วย เช่น ฆ่าจุลชีพในดินที่สร้างปุ๋ย ฆ่าไส้เดือนที่ช่วยพรวนดิน ฆ่ากุ้งหอยปูปลาที่อยู่ในนา และยาฆ่าแมลงก็เข้าไปในห่วงโซ่อาหาร ไปเป็นพิษเป็นภัยต่อผู้บริโภค เกษตรกรก็ขาดทุน เป็นหนี้เป็นสิน เจ็บป่วย ล้มละลาย ขายลูกสาวไปเป็นโสเภณีในเมือง แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 3/4/2563 BE 6:03 PM mac10_final.indd 34 34 นี่คือการเสียสมดุล เพราะการคิดและทำแบบแยกส่วน ส่วนเกษตรทฤษฎีใหม่ของพระเจ้าอยู่หัว ร.๙ นั้น อยู่บน วิธีคิดทางสายกลาง คือคำนึงถึงสัมพันธภาพของทั้งหมด เป็น เกษตรกรรมบูรณาการที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างคืนสู่สมดุล รวมทั้ง ชีวิตของเกษตรกรด้วย ๒) ลัทธิการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Economic growth) ลัทธิการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นการคิดที่ขาดเหตุผล เพราะคิดแบบแยกส่วน ถ้าจะเอาแต่เศรษฐกิจที่เติบโต โดยไม่บูรณาการกับมิติอื่น ๆ ก็นำไปสู่การเสียสมดุลในทุกมิติ ดังที่กล่าวมาแล้ว ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของในหลวง ร.๙ เป็นแนวคิด เศรษฐกิจบูรณาการ ตามหลักทางสายกลางหรือมัชฌิมาปฏิปทา ๓) ระบบการเมืองรัฐสภา ที่แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ระบบการเมืองรัฐสภาที่แบ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลกับ ฝ่ายค้านที่ทำกันทั่วไป และคิดว่าเป็นหลักการสากล แท้ที่จริงเป็นการคิดแบบแบ่งข้างแบ่งขั้ว ซึ่งไม่ตรงต่อ ความจริงตามธรรมชาติที่เป็นกระแสของความเป็นเหตุเป็นผล ไม่ได้แบ่งข้างแบ่งขั้ว ขณะนี้ก็ปรากฏแล้วว่าการเมืองแบ่งขั้ว (polarized) สุด ๆ ถ้าเป็นพรรคฉันก็ถูก พรรคอื่นก็ผิด ประเวศ วะสี 35 3/4/2563 BE 6:03 PM คอยดูในสหรัฐอเมริกา วุฒิสภาซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียง ข้างมากจะโหวตว่า ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ไม่ผิด เพราะเป็น พวกเดียวกัน ไม่ได้ให้แต่ละคนใช้วิจารณญาณของตนเอง ตาม ความเป็นเหตุเป็นผล เป็นการฆ่าตัดตอนความเป็นเหตุเป็นผล เอาพวกมากลาก ไปเป็นเกณฑ์ จึงเสื่อม หรือจะหันมาดูรัฐสภาของเราก็ได้ ตั้งแต่เลือกตั้งเมื่อ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ เป็นต้นมา หมดเวลาไปกับการต่อสู้กันเอง ระหว่างพรรคการเมือง โดยไม่ได้เชื่อมโยงกันใช้ปัญญาไปเอา ชนะวิกฤตชาติ เพราะวิธีคิดแบบตายตัวแยกส่วนอันเอาอย่าง เขามา ไม่ใช่สัมมาทิฐิ และวิธีคิดทางสายกลางอันเป็นทางสาย ปัญญา ไม่แยกข้างแยกขั้ว ถ้าท่านใช้วิธีคิดแบบทางสายกลาง กับวิธีคิดแบบตายตัว แยกส่วน ไปพิจารณาหรือวิเคราะห์การทั้งหลายที่เป็นไปในโลก จะเห็นความเสียหายจากการเสียสมดุล เพราะการใช้วิธีคิดที่ผิด เหลือคณานับ กลับมาที่ "สงครามเบ็ดเสร็จ เอาชนะความยากจนและการขาดความ เป็นธรรม" ของเรา ในการทำสงครามแพ้หรือชนะอยู่ที่การกำหนดยุทธศาสตร์ ถ้ายุทธศาสตร์ผิดก็เดินไปสู่ความพ่ายแพ้ ถ้ายุทธศาสตร์ถูกก็ชนะ การกำหนดยุทธศาสตร์จึงเป็นการใช้ปัญญาสูงสุด ใช้อารมณ์ไม่ได้ ถ้าใช้อารมณ์กำหนดยุทธศาสตร์จะนำไปสู่ความพ่ายแพ้ ประวัติศาสตร์มีให้ เรียนรู้ได้มาก ลองไปดูเถิดว่าเล่าปี่ตายเพราะเหตุใด ๓๖ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ mac10_final.indd 36 3/4/2563 BE 6:03 PM การกำหนดยุทธศาสตร์ได้ถูกต้องต้องมีฐานอยู่ในความจริงและความ เป็นจริง "ความจริงมีซัยเหนือทุกสิ่ง" - จารึกเสาพระเจ้าอโศก เรามีเครื่องมืออันทรงพลังแล้วที่จะเดินหน้าไปหาความจริงนั่นคือ สัมมาทิฐิ และ "ทางสายกลาง" หรือ มัชฌิมาปฏิปทา ดังกล่าวมาข้างต้นในบท นี้ สัมมาทิฐิและวิธีคิดแบบทางสายกลาง จะทำให้เราเข้าใจความจริงใน ทุกข์ของชาติ สมุทัย นิโรธ และมรรค ทุกข์ของชาติได้กล่าวไปแล้วในบทที่ ๑ สมุทัย ได้กล่าวไปบางส่วนในบทที่ ๒ เรื่องโครงสร้างแห่งความไม่ เป็นธรรม ในบทที่ ๔ ต่อไป จะกล่าวถึงโครงสร้างที่ใหญ่กว่านั้น อัน จะทำให้เห็นว่า ยุทธศาสตร์ที่ถูกต้องในการลดความเหลื่อมล้ำ คืออะไร และเห็นอดีตทั้งหมดว่าทำไมความพยายามต่าง ๆ จึงไม่ ได้ผล ประเวศ วะสี 37 3/4/2563 BE 6:03 PM "วิกฤตโลกในปัจจุบัน อันเสียสมดุลในทุกมิติ ทั้งในตัวมนุษย์เอง สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และการเมือง เกิดจากการเห็น ที่พลาดจากความจริง และวิธีคิดที่ผิด วิกฤตประเทศของเราก็เป็นส่วนหนึ่ง และได้รับผลกระทบจากวิกฤตโลก ฉะนั้น การที่เราจะทำ สงครามเบ็ดเสร็จ เอาชนะความยากจนและการขาดความเป็นธรรม เราจะต้องเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจความจริง และวิธีคิดที่สอดคล้องกับความจริง " 00000000_mac10_final.indd 38 3/4/2563 BE 6:03 PM สังคม สมานุภาพ มวลอำนาจรัฐ มวลอำนาจทุน มวลอำนาจสังคม มีความสมดุล นำไปสู่การพัฒนาที่สมดุล หรือมีความเป็นธรรม ๔ 00000000_mac10_final.indd 39 3/4/2563 BE 6:03 PM # อาทิตย์ ดวงจันทร์ โลก รูปที่ ๔ โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์โคจรรอบโลก เพราะสิ่งที่มีมวลหนาแน่น มากกว่า มีแรงดึงดูดมากกว่า ๔๐ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ mac10_final.indd 40 3/4/2563 BE 6:03 PM กฎความจริงของธรรมชาติบางอย่างน่าจะเป็นจริงทั้งใน โลกทางฟิสิกส์ โลกทางชีววิทยา และโลกทางสังคม โลกทางกายภาพ หรือทางฟิสิกส์ และต่อมาทางชีววิทยามีมา เนิ่นนานก่อนโลกทางสังคม สังคมมนุษย์ยังเป็นเรื่องที่ใหม่มากในกาลเวลาของธรรมชาติ ยังไม่มี เวลาจัดตัวไปสู่ความลงตัวหรือความสมดุล จึงยังคงปั่นป่วนวุ่นวายรุนแรง เราอาจลองเอกฎความจริงทางฟิสิกส์และทางชีววิทยามามอง ปรากฏการณ์ทางสังคม กฎทางฟิสิกส์อย่างหนึ่ง คือ เรื่องแรงโน้มถ่วง (gravity) สิ่งใดที่มีมวลหนาแน่นมากย่อมมีแรงดึงดูดเข้าหาตัวมาก ฉะนั้น โลกจึงโคจรรอบดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์จึงโคจรรอบโลก ไม่กระเด็นหลุดไปไหน เป็นเช่นนี้มาหลายพันล้านปีแล้ว (รูปที่ ๔) ไม่ว่าใครจะมีวิชาการ เวทมนต์คาถา คำอ้อนวอน หรือคำสาปแช่ง ใด ๆ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ รอบโลกได้ เพราะกฎแห่งแรงโน้มถ่วงมันมีเป็นความจริงตามธรรมชาติที่ทำ ให้เป็นเช่นนั้น ถ้าเราจะเอกฎเรื่องมวลที่มีความหนาแน่น มีแรงดึงดูดมาก มาพิจารณาความเป็นไปทางสังคมบนโลก โดยมองถึงความหนาแน่น ของมวลอำนาจในสังคม ประเวศ วะลี 41 3/4/2563 BE 6:03 PM (ก) สมัยโบราณ รัฐเป็นอำนาจเดี่ยว ประชาชนถึงแม้มีจำนวนมาก ก็ไม่มี อำนาจทางสังคม ระบบอำนาจจึงไม่ สมดุล (ข) สมัยต่อมา ทุนมีมวลอำนาจมาก อำนาจบางอย่างก็มากกว่ารัฐ มวล อำนาจของสังคมก็ยังเล็ก ส่วนที่มีมวล อำนาจมากก็จะดึงดูดทรัพยากรและ ความเป็นธรรมเข้าหาตัว การขาดความ เป็นธรรมและความเหลื่อมล้ำก็เกิดขึ้น (ค) สิ่งที่ควรทำ คือ ขยายพลังอำนาจทาง สังคมให้สมดุลกับอำนาจรัฐและอำนาจ ทุน เมื่อโครงสร้างทั้ง ๓ สมดุล เรียกว่า เกิด สังคมสมานุภาพ (สม = เสมอ; อานุภาพ = อำนาจ) ความสมดุลของ โครงสร้างอำนาจทำให้เกิดความเป็น ธรรม อำนาจทางสังคมที่ขยายใหญ่ขึ้น เรียกว่า "สังคมเข้มแข็ง" รูปที่ ๕ ความไม่สมดุลระหว่างอำนาจ (ก) และ (ข) และสภาพที่อำนาจรัฐ อำนาจทุน อำนาจสังคม สมดุลกัน เป็นสังคมสมานุภาพ แผ่นสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 42 3/4/2563 BE 6:03 PM ในรูป ๕ (ก) ในรัฐโบราณ รัฐเป็นอำนาจเดี่ยว เป็นอำนาจเบ็ดเสร็จ ที่มีมวลสูงมาก เพราะเป็นอำนาจติดอาวุธ เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย เป็นผู้ จัดสรรทรัพยากร และเป็นผู้กำหนดนโยบาย อำนาจรัฐจึงเข้มข้นมาก ประชาชนถึงมีจำนวนมากกว่าผู้ถืออำนาจรัฐ แต่ไม่มีอำนาจทาง สังคม หรือเล็กมาก โครงสร้างอำนาจจึงไม่สมดุล ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม ลำบากยากจน ถูกรัฐเกณฑ์ไปใช้แรงงาน และถูกเกณฑ์ไปทำสงคราม ไม่ไป เขาก็ฆ่า ไปก็ไปตาย ทางรอดมีน้อยมาก ถ้าอ่านประวัติศาสตร์จีนอันยาวนานและบันทึกไว้ละเอียดก็จะเห็น ความยากลำบาก ความไม่เป็นธรรม และความตายของประชาชนจำนวนมาก ที่เกิดจากอำนาจรัฐ เมื่อทนไม่ไหว ประชาชนก็รวมตัวกันเป็นกบฏเสียที ส่วนใหญ่ถูก ปราบ ขุนศึกที่ยกทัพมาปราบ ก็ตั้งราชวงศ์ใหม่ การเปลี่ยนราชวงศ์ก็คือ การเปลี่ยนผู้ถืออำนาจรัฐ ข้างประชาชนก็ยังไม่มีความเป็นสังคมเข้มแข็งอยู่ เหมือนเดิม โครงสร้างอำนาจก็ยังไม่สมดุล ความไม่เป็นธรรมก็ยังคงอยู่ มากหรือ น้อยแล้วแต่จิตสำนึกของผู้ปกครอง แต่สำนึกของบุคคลแม้ดีเท่าใด ก็ไม่อาจ ทานอำนาจแรงดึงดูดของมวลอำนาจรัฐได้ รูปที่ ๕ (ข) สมัยต่อมา อำนาจทุนขยายใหญ่ขึ้น แม้จะเป็นอำนาจ คนละแบบกับอำนาจรัฐ แต่ทุนก็มีอำนาจมาก บางอย่างก็มีอำนาจเหนือรัฐ และข้ามรัฐ อำนาจทุนขนาดใหญ่มีอิทธิพลครอบงำอำนาจรัฐ ซึ่งรวมถึงระบบ การเมืองด้วย ทำให้ประชาธิปไตยบิดเบี้ยวไป อำนาจทางสังคมก็ยังคงเล็กอยู่ ประเวศ วะลี 43 3/4/2563 BE 6:03 PM โครงสร้างอำนาจที่ไม่สมดุล ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมและความ เหลื่อมล้ำ รูปที่ ๕ (ค) ตามความเป็นเหตุเป็นผล ต้องขยายมวลอำนาจสังคมที่ เรียกว่า "สังคมเข้มแข็ง" ให้สมดุลกับมวลอำนาจรัฐและมวลอำนาจทุน เมื่อ มวลอำนาจทั้ง ๓ สมดุลอันเรียกว่า "สังคมสมานุภาพ" ก็สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ นี้ดูออกจะตรงไปตรงมาที่สุด ถ้าคิดด้วยวิธีทางสายกลาง หรือความ เป็นเหตุเป็นผล แต่ถ้าย้อนไปพิจารณาตาม รูปที่ ๕ (ก) และ (ข) ในสภาพที่ขาด ความเป็นธรรม ประชาชนทุกข์ยากแสนสาหัส ย่อมเกิดอารมณ์ คือความโกรธ ความเกลียด อันนำไปสู่การคิดเชิงปฏิปักษ์ (antagonistic) เช่น การพยายาม สังหารผู้มีอำนาจ การกบฏ การปฏิวัติรัฐประหาร ในโลกตะวันตกได้เกิดลัทธิ ประชาธิปไตยและอุดมคติฝ่ายซ้ายขึ้นมา เพื่อเป็นแนวทางสร้างความเป็น ธรรม คำว่าฝ่ายซ้าย โดยรวมหมายถึงคนที่เห็นใจคนจนและรักความเป็น ธรรม แต่โดยพฤติกรรมเป็นเฉด หรือสเปกตรัม หรือสีที่ต่างกัน ประดุจ สายรุ้ง อาจเรียกว่าเป็นฝ่ายซ้ายสายรุ้ง (leftist rainbow) ก็ได้ คือ ตั้งแต่ ซ้ายคุณธรรม ซ้ายประชาธิปไตย ซ้ายวรรณกรรม ซ้ายวาทกรรม ซ้ายบริภาษ กรรม ซ้ายสังคมสงเคราะห์ ซ้ายจิตอาสา ซ้ายชุมชนเข้มแข็ง ไปจนถึงซ้ายโค่น ล้มรุนแรง ซ้ายโค่นล้มรุนแรงกับซ้ายวาทกรรม บริภาษกรรม ทำให้ฝ่ายตรงข้าม หวาดกลัว ความกลัวนำไปสู่ความรุนแรง ๔๔ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ mac10_final.indd 44 3/4/2563 BE 6:03 PM ย้อนกลับไปเรื่องกฎของแรงโน้มถ่วงที่ทำให้โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ และคำพูดที่ว่า ไม่มีวิชาการ เวทมนต์คาถา คำอ้อนวอน หรือคำสาปแช่งใด ๆ ที่จะไปเปลี่ยนการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ได้ เพราะกฎความจริงของ ธรรมชาติทำให้เป็นเช่นนั้น ฉันใด มวลอำนาจทางสังคมขนาดใหญ่ คือมวลอำนาจรัฐ และมวลอำนาจ ทุนก็มีแรงดึงดูดมหาศาล ที่ดึงดูดทุกสิ่งทุกอย่างเข้าหาตัว เช่น ทรัพยากรและ ความเป็นธรรม เป็นโครงสร้างใหญ่ของความไม่เป็นธรรม ภายใต้โครงสร้างใหญ่แห่งความไม่เป็นธรรมนี้ การทำเรื่องอัน เป็นส่วนย่อยทั้งหลาย เช่น การสอนศีลธรรม การกบฏ การเปลี่ยนผู้ถือ ครองอำนาจรัฐ การโค่นอำนาจรัฐแล้วสถาปนาอำนาจรัฐใหม่ แม้ระบอบ ประชาธิปไตย โดยไม่มีการสร้าง "สังคมเข้มแข็ง" ขึ้นมา ความไม่สมดุลแห่ง โครงสร้างอำนาจใหญ่ยังคงดำรงอยู่ ดังนั้น ความไม่เป็นธรรมก็ยังดำรงอยู่ ที่เรียกว่า ระบอบประชาธิปไตยเป็นเพียงกลไกที่เลือกผู้เข้าไปใช้ อำนาจรัฐเท่านั้น แต่ในเมื่อขาดฐาน "สังคมเข้มแข็ง" กลไกนี้ก็บิดเบี้ยวไปได้ ด้วยอำนาจทุนขนาดใหญ่ ดังในสหรัฐอเมริกาที่เกิดความเหลื่อมล้ำสุด ๆ ขึ้น ทั้งที่เป็นประชาธิปไตยแล้ว แล้วก็มาถามกันว่าประชาธิปไตยดีจริงหรือ อัน เป็นคำถามที่ผิด โดยที่ประชาธิปไตยยังไม่ได้สร้างให้เกิดความสมดุลของโครงสร้าง อำนาจใหญ่ (macro power structures) จึงถือว่ายังเป็นการทำให้ในส่วน ย่อย คือเป็นกลไกส่งคนไปใช้อำนาจรัฐเท่านั้น โดยสรุป ความพยายามทั้งหมดที่จะสร้างความเป็นธรรมที่ผ่านมา ยังขาดความคิดเรื่องความสมดุลของโครงสร้างอำนาจใหญ่ จึงสร้างความเป็น ธรรม ลดความเหลื่อมล้ำไม่สำเร็จ และยังไม่รู้ว่าจะไปอย่างไรต่อไป วิธีเก่า ๆ ก็กำลังนำไปสู่ความรุนแรง และไม่มีความหวังว่าสำเร็จ ประเวศ วะสี 45 3/4/2563 BE 6:03 PM แนวทาง "สังคมสมานุภาพ" เป็นความคิดใหม่ อาศัยวิธีคิดแบบทาง สายกลางหรือความเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช้อารมณ์โกรธเกลียดแบ่งข้างแบ่งขั้ว และการคิดเชิงปฏิปักษ์ ไม่มุ่งทำลาย แต่มุ่งสร้าง คือ สร้างมวลอำนาจสังคม หรือ "สังคมเข้มแข็ง" เพื่อให้มวลอำนาจทั้ง ๓ คือ มวลอำนาจรัฐ มวลอำนาจ ทุน มวลอำนาจสังคม สมดุลและสัมพันธ์กันด้วยดี ส่งผลให้เกิดความสมดุล ของสรรพสิ่ง หรือความเป็นธรรม เมื่อนำแนวคิดนี้มาเป็นยุทธศาสตร์ที่จะเอาชนะความยากจนและการ ขาดความเป็นธรรม ยุทธศาสตร์นี้ คือ **ยุทธศาสตร์สังคมเข้มแข็ง โดยดึงอำนาจรัฐและอำนาจทุน เข้ามาเป็นภาคี** ๔๖ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 000000000_mac10_final.indd 46 3/4/2563 BE 6:03 PM สังคมเข้มแข็ง คือ "องค์รวม" (Whole) ประเทศไทย 0000000000_mact0_final.indd 47 3/4/2563 BE 6:03 PM “ ร่างกายมนุษย์ ประกอบด้วยแร่ธาตุสสารต่าง ๆ ที่กระจัดกระจายกันอยู่ในธรรมชาติ ก็มีคุณสมบัติของสสารนั้น ๆ แต่เมื่อมารวมตัวอย่างมีระเบียบ (organize) เป็นเซลล์ เป็นอวัยวะต่าง ๆ และทั้งหมด รวมกันเป็น "องค์รวม" ใหญ่ คือ คนทั้งคน ความเป็นคน คือคุณสมบัติใหม่ อันไม่ใช่คุณสมบัติของสสารต่าง ๆ ที่มาประกอบกับขึ้นเป็นร่างกายมนุษย์ ” 3/4/2563 BE 6:03 PM mac10_final.indd 48 คำว่า "สังคมเข้มแข็ง" ใช้ในเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ ดังจะได้กล่าวในบทหลัง ๆ ความหมายในเชิงลึกและโดยรวม หมายถึง "องค์รวม" (whole) หรือความเป็นทั้งหมดของประเทศไทย คนในภาครัฐและคนในภาคทุนก็เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นทั้งหมดด้วย เมื่อมีความเป็น "องค์รวม" ก็จะมีคุณสมบัติใหม่อันมหัศจรรย์ผุดบังเกิดขึ้น ถ้ายกตัวอย่างร่างกายมนุษย์ จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น ร่างกายมนุษย์ก็ประกอบด้วยแร่ธาตุสสารต่าง ๆ ที่มีอยู่ในโลกนี้เอง สสารเหล่านี้ เมื่อกระจัดกระจายกันอยู่ในธรรมชาติ ก็มีคุณสมบัติของสสารนั้น ๆ แต่เมื่อมารวมตัวอย่างมีระเบียบ (organize) เป็นเซลล์ เป็นอวัยวะต่าง ๆ และทั้งหมดรวมกันเป็น "องค์รวม" ใหญ่ คือคนทั้งคน ความเป็นคน คือคุณสมบัติใหม่อันมหัศจรรย์ที่ผุดบังเกิดขึ้น อันไม่ใช่คุณสมบัติของสสารต่าง ๆ ที่มาประกอบกับขึ้นเป็นร่างกายมนุษย์ ความเป็นคนทำอะไรต่าง ๆ ได้มากมาย ที่สสารส่วนประกอบของร่างกายทำไม่ได้ เซลล์ทุกเซลล์ ธรรมชาติสร้างไว้ให้มี "สำนึก" แห่งองค์รวม ความเป็นองค์รวมจึงเป็นไปได้ ประเวศ วะลี 49 3/4/2563 BE 6:03 PM เซลล์มะเร็งเป็นตัวอย่างของเซลล์ที่สูญสำนึกแห่งองค์รวม มันทำอะไรแบบแยกส่วน เป็นเอกเทศ ไม่คำนึงถึงองค์รวม จึงทำให้ เกิดการเสียสมดุล เกิดความปั่นป่วนรวนเร ไม่เป็นปกติสุขหรือความเจ็บป่วย ขึ้น และชีวิตไม่ยั่งยืน ถ้าเข้าใจระบบชีววิทยาดังกล่าวข้างต้น จะเข้าใจสภาวะและปัญหา ในสังคมได้ดีขึ้น เพราะการคิดและทำแบบแยกส่วน แยกข้างแยกขั้ว มนุษย์จึงติดอยู่ ในส่วนแยกย่อยต่าง ๆ เป็นปฏิปักษ์และปะทะกันมาในหรือเพื่อส่วนแยกย่อย ทำให้ไปไม่ถึงความเป็นองค์รวมของประเทศ และเลยไม่ได้เสพเสวยคุณสมบัติ ใหม่ อันมหัศจรรย์ของความเป็นองค์รวม ไปอย่างน่าเสียดาย การไม่เห็นความจริง (ขาดสัมมาทิฐิ) ทำให้คิดอย่างไม่สอดคล้อง กับความจริง คือคิดแบบแยกส่วน นำไปสู่การทำแบบแยกส่วน ทำให้ติดและ ปะทะกันอยู่ในส่วน ๆ ไปไม่ถึงความเป็นองค์รวมของประเทศ ประเทศจึงเจ็บป่วยเหมือนคนเป็นมะเร็ง ฉะนั้นจึงกล่าวว่า การเห็นความจริง (สัมมาทิฐิ) การคิดที่สอดคล้อง กับความจริง คือคิดแบบทางสายกลาง หรือความเป็นเหตุเป็นผล ไม่แยกข้าง แยกขั้ว ทำให้สามารถไปถึงความเป็นองค์รวมของประเทศไทยได้ และทำให้ พ้นจากวิกฤตชาติ ใน "ยุทธศาสตร์สังคมเข้มแข็ง" อันเป็นเส้นทางไปสู่ความเป็น องค์รวมของประเทศไทย จึงเป็น "กระบวนทัศน์ใหม่ในการพัฒนา" (New Development Paradigm) ที่เลิกความเป็นข้างเป็นขั้ว หรือการคิดเชิง ปฏิปักษ์ แต่คนไทยทุกคนต้องถักทอมุ่งเดินไปด้วยกัน เพื่อสร้างความเป็น องค์รวมของประเทศไทย องค์รวมที่มีชีวิต ประกอบด้วยความหลากหลาย ๕๐ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ mac10_final.indd 50 3/4/2563 BE 6:03 PM ของอย่างใดอย่างเดียวสร้างความมีชีวิตไม่ได้ ทั้งความอนุรักษ์และความก้าวหน้ามีประโยชน์ประกอบกัน บางเรื่อง บางมิติก็ต้องการการอนุรักษ์ บางเรื่องบางมิติก็ต้องการก้าวไปข้างหน้า ฉะนั้น จึงไม่สมเหตุสมผลหรือสอดคล้องกับการคิดแบบทางสาย กลางเลย ในเรื่องขวาพิฆาตซ้าย หรือซ้ายพิฆาตขวา หรือการปะทะระหว่าง ฝ่ายอนุรักษ์กับฝ่ายก้าวหน้า เป็นเพราะ "อวิชชา" โดยแท้ ในยุทธศาสตร์สังคมเข้มแข็งไปสู่ความเป็นองค์รวมของ ประเทศไทยนี้ จึงใช้ "วิชชา" เข้ามาแทนที่ "อวิชชา" หรือโมหภูมิ แห่งการแยกข้างแยกขั้ว และการคิดเชิงปฏิปักษ์ แต่ใช้การถักทอ พลังบวกของคนไทยทั้งมวล เพื่อไปสู่คุณสมบัติใหม่อันมหัศจรรย์ ของความเป็นองค์รวมประเทศไทย ประเวศ วะสี 51 3/4/2563 BE 6:03 PM “เซลล์ทุกเซลล์ ธรรมชาติสร้างไว้ให้มี “สำนึก” แห่งองค์รวม ความเป็นองค์รวมจึงเป็นไปได้ เซลล์มะเร็ง เป็นตัวอย่างของเซลล์ที่สูญสำนึกแห่งองค์รวม มันทำอะไรแบบแยกส่วน เป็นเอกเทศ ไม่คำนึงถึงองค์รวม จึงทำให้เกิดการเสียสมดุล เกิดความปั่นป่วนวนเร ไม่เป็นปกติสุข หรือความเจ็บป่วยขึ้น และชีวิตไม่ยั่งยืน ถ้าเข้าใจระบบชีววิทยาดังกล่าวข้างต้น จะเข้าใจสภาวะและปัญหาในสังคมได้ดีขึ้น ” 00000000_mac10_final.indd 52 3/4/2563 BE 6:03 PM สังคมเข้มแข็ง คืออะไร และอย่างไร 3/4/2563 BE 6:03 PM > > ระบบร่างกายมนุษย์ > เป็นระบบที่ดีที่สุดในจักรวาล > เพราะเป็นผลจากวิวัฒนาการ > ถึง ๓,๕๐๐ ล้านปี > ในการพัฒนาระบบสังคม > เราจึงสามารถ > เลียนแบบระบบชีววิทยาได้มากพอสมควร > และเรียนรู้ได้มาก > ความเป็นระบบสังคมที่ดี > หรือ "สังคมเข้มแข็ง" << 3/4/2563 BE 6:03 PM mac10_final.indd 54 วัวทั้งฝูงตั้ง ๑๐๐ ตัว เสือตัวเดียว เป็นปัญหาของวัวทั้งฝูง เป็นอย่างยิ่ง เพราะมันคอยฆ่าวัวทีละตัว ๆ วัวทั้งฝูงพอได้กลิ่นเสือ ก็กลัวจนปัสสาวะอุจจาระไหล ทั้งนี้เพราะวัวรวมตัวกันเป็น "สังคมเข้มแข็ง" ไม่เป็น เสือตัวเดียวจึงเป็นปัญหาของวัวทั้งฝูงเรื่อยมา แต่คนไม่ใช่วัว คนถึงมีจำนวนมากเท่าใด ถ้าไม่รวมตัวกันเป็นความร่วมมือหรือ "สังคมเข้มแข็ง" ก็ไม่มีพลังที่จะเผชิญกับปัญหาและสร้างภูมิคุ้มกัน การรวมตัวเป็นความร่วม หรือ "สังคมเข้มแข็ง" เป็นอะไรที่มากกว่า อยู่เป็นกระจุกหรือเป็นฝูง ดังตัวอย่างฝูงวัวที่ไม่มีพลังเผชิญเสือตัวเดียว การรวมตัวเป็นความร่วม ภาษาอังกฤษว่า organize นี้ หมายถึง การก่อตัวจัดโครงสร้างและระบบเป็นองค์รวมในระดับต่าง ๆ เช่น ในระบบ ร่างกาย ๑. สสารประมาณ ๓๐๐ ล้านอนุ ก่อตัวเป็นระบบ มีผนังหุ้มเกิด เป็นเซลล์ เซลล์เป็นองค์รวมในระดับหนึ่ง มีคุณสมบัติใหม่ที่ไม่ใช่คุณสมบัติ ของสสารอันเป็นส่วนย่อย คุณสมบัติใหม่นี้รวมถึงการมี "สำนึก" แห่งองค์รวม ประเวศ วะลี ๕๕ 3/4/2563 BE 6:03 PM ๒. เซลล์หลายๆ เซลล์เป็นส่วนย่อยของอวัยวะ เช่น หัวใจ ตับ ปอด อวัยวะเป็นองค์รวมอีกระดับหนึ่ง ที่มีคุณสมบัติใหม่ อันไม่ใช่ คุณสมบัติของเซลล์ ๓. อวัยวะต่าง ๆ รวมทั้งระบบ เช่น ระบบไหลเวียนเลือด ระบบ สมอง ระบบภูมิคุ้มกัน บูรณาการกันเป็นองค์รวมใหญ่คือความ เป็นคน ความเป็นคนมีคุณสมบัติใหม่อันมหัศจรรย์ต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่ คุณสมบัติของอวัยวะ ระบบร่างกายมนุษย์เป็นระบบที่ดีที่สุดในจักรวาล เพราะเป็นผลจาก วิวัฒนาการถึง ๓,๕๐๐ ล้านปี ในการพัฒนาระบบสังคม เราจึงสามารถเลียนแบบระบบชีววิทยาได้ มากพอสมควรและเรียนรู้ได้มาก ความเป็นระบบสังคมที่ดีหรือ "สังคมเข้มแข็ง" จึงน่าจะมีลักษณะ โดยสังเขปดังต่อไปนี้ ๑) มีพลังพลเมืองที่มีจิตสำนึก ไม่ใช่มีแต่ราษฎรที่อยู่แบบตัวใครตัวมัน แต่มีความเป็นพลเมือง (citizen) ที่ใส่ใจส่วนรวม และมีจิตสำนึกองค์รวม พลังพลเมืองที่มีจิตสำนึกจึงเป็นพื้นฐานของ "สังคมเข้มแข็ง" ๒) มีการรวมกลุ่มหรือก่อตัว มีการรวมกลุ่มหรือก่อตัว (organize) กันขึ้นเป็นหน่วย หรือ เป็นกลุ่มที่เรียกว่า "รวมตัวร่วมคิดร่วมทำ" ขนาดต่าง ๆ เรียกกัน ว่า "สร้างความเป็นชุมชน" (community building) แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 56 3/4/2563 BE 6:03 PM ความเป็นชุมชนจะอยู่บนฐานพื้นที่ เช่น หมู่บ้าน หรือไม่ก็ได้ ขนาดมีตั้งแต่เล็กไม่กี่คน เช่น ความเป็นชุมชนในครอบครัว หรือ ขนาดใหญ่มากก็ได้ เช่น ยุโรปทั้งทวีปยังเรียกว่า European Community แต่ในภาษาไทยการรวมตัวขนาดใหญ่มักเรียกว่า “ประชาคม” ถ้าชุมชนมีขนาดเล็ก เช่น ๑๐ คน ก็เป็นกลุ่มจัดการตนเอง คือ ทุกคนร่วมจัดการ แต่ถ้าชุมชนมีขนาดใหญ่ ต้องมีองค์รวม จัดการ เรียกว่า “องค์กรชุมชน” องค์กรชุมชนที่มีสมรรถนะในการจัดการสูง เป็นปัจจัยสำคัญที่ ขาดเสียมิได้ในการเป็น “สังคมเข้มแข็ง” ลักษณะของ "สังคมเข้มแข็ง" คือมีการรวมตัวร่วมคิด ร่วมทำ ขนาดลักษณะและในเรื่องต่าง ๆ เต็มพื้นที่ของประเทศ และมี องค์กรจัดการที่มีสมรรถนะสูง ๓) ชุมชนหลายๆ ชุมชน รวมกันเป็นท้องถิ่น ท้องถิ่นขนาดเล็กหลายแห่งรวมกันเป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่ ชุมชนท้องถิ่นทั้งหมดรวมกันเป็นประเทศ โดยชุมชนท้องถิ่นมีความเป็นอัตโนมัติ (autonomy) ดังที่อวัยวะ ต่าง ๆ ของร่างกายมี เช่น หัวใจเต้นเอง ปอดหายใจ ต่อมเอ็นโด- ครีนต่าง ๆ ทำงานโดยอัตโนมัติ ถ้ารอให้ใครมาสั่งการ ไม่ทันการ และสั่งผิด ความเป็นอัตโนมัติ ของส่วนต่าง ๆ เป็นลักษณะอย่างหนึ่งของสังคมเข้มแข็ง ๔) ชุมชน ท้องถิ่น ประชาคม จัดให้ระบบต่างๆ เช่น ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการมีสถาบันการเงินของชุมชน ระบบ ประเวศ วะลี ๕๗ mac10_final.indd 57 3/4/2563 BE 6:03 PM การศึกษา ระบบการดูแลสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ระบบการสื่อสาร และระบบการตัดสินใจ (สมอง) ที่ส่งเสริม "สังคมเข้มแข็ง" และมีภูมิคุ้มกัน ๕) ระบบสังคมต้องมีสมองที่มีสมรรถนะสูง คือ สามารถรับรู้ข้อมูล (data) แปรข้อมูลไปเป็นข้อสนเทศ (information) แปลงข้อสนเทศเป็นความรู้ (knowledge) ที่เหมาะสมกับการใช้งาน และสื่อสารความรู้ออกไปทั่วองคาพยพของสังคมเพื่อการปฏิบัติ และการกำหนดนโยบายที่ถูกต้อง ลักษณะ ๕ ประการ หรือเบญจลักษณ์ดังกล่าวข้างต้น น่าจะเป็นแก่นแกนของ "สังคมเข้มแข็ง" อันอาจเพิ่มเติมลักษณะอื่น ๆ เข้าไปได้อีก ภาครัฐและภาคธุรกิจสามารถส่งเสริมความเข้มแข็งของสังคมได้มาก โดยผ่านการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (Interactive learning through action) ในสถานการณ์จริง การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติเป็นกระบวนการที่ทรงพลังมากในการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (transformation) ในทุกมิติ ทั้งจิตสำนึก ความรู้สึกนึกคิด สัมพันธภาพ และการจัดองค์กร อันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่ขาดความเป็นธรรม ให้เป็นโครงสร้างที่เป็นธรรม มีผลต่อการสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานขนาดนี้เกิดไม่ได้จากการคิดเชิงปฏิปักษ์ หรือปฏิรูป หรือปฏิวัติ Transformative development เป็นผลจากวิธีคิดแบบทางสายกลาง หรือมัชฌิมาปฏิปทา ๕๘ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 000000000_mac10_final.indd 58 3/4/2563 BE 6:03 PM การพัฒนา อย่างบูรณาการเต็มพื้นที่ ตำบล คือ จุดยุทธศาสตร์ เป้าหมายตำบล ๑๖ ประการ 0000000000_mac10_final.indd 59 3/4/2563 BE 6:03 PM " ในการพัฒนาอะไรก็ตาม มักจะมี องค์ประกอบ ของการพัฒนามากหลาย แต่จะมีอยู่จำนวนหนึ่ง เป็น "องค์ประกอบสำคัญยิ่งยวด" ของความสำเร็จ ซึ่งถ้าขาดไป แม้ทำอย่างอื่น ๆ ทั้งหมด ก็จะไม่สำเร็จ " 3/4/2563 BE 6:03 PM mac10_final.indd 60 การที่จะขจัดความยากจนและการขาดความเป็นธรรม ได้อย่างยั่งยืนต้องมีการพัฒนาอย่างบูรณาการเต็มพื้นที่ ไม่ใช่ การพัฒนาแบบแยกส่วน เพราะการพัฒนาแบบแยกส่วนจะนำ ไปสู่การเสียสมดุลและสภาวะวิกฤตเสมอ เนื่องจากสรรพสิ่งล้วน เชื่อมโยง การพัฒนาอย่างเชื่อมโยง ให้ เศรษฐกิจ - จิตใจ - สังคม - สิ่ง แวดล้อม - วัฒนธรรม - สุขภาพ - การศึกษา - ประชาธิปไตย ทั้ง ๘ หรือ มรรค ๘ แห่งการพัฒนาอยู่ในกันและกัน การที่มรรค ๘ บูรณาการอยู่ในกันและกัน ทางพระเรียกว่า มรรค สมังคี ในการพัฒนาก็เช่นเดียวกันที่มรรคทั้ง ๘ ต้องสมังคี หรือบูรณาการอยู่ ในกันและกัน **การพัฒนาอย่างบูรณาการต้องเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง** เอากรมเป็นตัวตั้งไม่ได้ เพราะกรมแยกส่วนเป็นเรื่อง ๆ กรมเป็น ผู้สนับสนุนในเรื่องนั้น ๆ แต่ไม่ใช่ตัวตั้ง ตัวตั้งคือพื้นที่ พื้นที่ประกอบด้วย ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ๘,๐๐๐ ตำบล ๘๐๐ อำเภอ ๗๖ จังหวัด ถ้าพื้นที่ทั้งประเทศเข้มแข็ง ประเทศไทยจะเข้มแข็ง หายจนและมี ภูมิคุ้มกัน ประเวศ วะสี 61 3/4/2563 BE 6:03 PM # ตำบล คือจุดยุทธศาสตร์ เพราะเป็นจุดที่องค์กรของรัฐใกล้ชิดประชาชนคือชุมชนที่สุด มีขนาด ไม่ใหญ่นัก ทำให้ทำได้สมบูรณ์โดยไม่ยากนัก จำนวนประมาณ ๘,๐๐๐ พ่อ ทำได้พร้อมกันทั้งประเทศ และมีความสะดวกที่ทุกภาคส่วนจะเข้าสนับสนุน แต่ละตำบลมีประมาณ ๑๐ หมู่บ้านหรือชุมชน ฉะนั้น ยุทธศาสตร์ ตำบลอยู่ที่ ๑ ตำบล ๑๐ หมู่บ้าน หรือหน่วยของการพัฒนา ซึ่งมีประมาณ ๘,๐๐๐ ตำบล หรือ ๘,๐๐๐ หน่วย ในการพัฒนาอะไรก็ตาม มักจะมีองค์ประกอบของการพัฒนามาก หลาย แต่จะมีอยู่จำนวนหนึ่งเป็น "องค์ประกอบสำคัญยิ่งยวด" (crucial components) ของความสำเร็จ ซึ่งถ้าขาดไป แม้ทำอย่างอื่น ๆ ทั้งหมดก็จะ ไม่สำเร็จ ## องค์ประกอบสำคัญยิ่งยวดของความสำเร็จของเป้าหมาย ตำบล องค์ประกอบสำคัญยิ่งยวดของความสำเร็จมี ๓ คือ (๑) การมีองค์กรชุมชนและองค์กรตำบลที่มีสมรรถนะในการ จัดการสูงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้ามีก็เป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จทุกอย่าง ถ้าไม่มี ทำอย่างอื่นเท่าใด ๆ ก็ไม่สำเร็จ องค์กรชุมชนระดับหมู่บ้าน ประกอบด้วยผู้นำตามธรรมชาติ ซึ่ง มีอยู่หมู่บ้านละประมาณ ๔๐-๕๐ มาก่อตัวกันขึ้นเป็นสภาผู้นำ ชุมชนหรือองค์กรชุมชน สมทบด้วยผู้ใหญ่บ้านอีก ๑ คน และ สมาชิกสภา อบต. ซึ่งมีหมู่บ้านละ ๒ คน องค์กรตำบลก็คือ อบต. หรือเทศบาลตำบล ถ้ามีสภาผู้นำชุมชน ระดับตำบล แบบที่ตำบลไม้เรียง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่นำ แผ่นสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 3/4/2563 BE 6:03 PM โดย ประยงค์ รณรงค์ ผู้ได้รับรางวัลแมกไซไซ ด้วยก็ยิ่งดี องค์กรทั้งสองควรได้รับการส่งเสริมสนับสนุนให้มีสมรรถนะใน การจัดการสูงที่สุด ทั่วทั้ง ๘,๐๐๐ ตำบล ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน นี้คือกุญแจแก้ความยากจนและสร้างความเป็นธรรมเต็มพื้นที่ ประเทศไทย (๒) ได้รับการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม การจัดสรรทรัพยากรอย่างไม่เป็นธรรม คือสาเหตุใหญ่ของ ความไม่เป็นธรรม ฉะนั้นถ้าจะสร้างความเป็นธรรมต้องมีการจัดสรรทรัพยากร อย่างเป็นธรรม คำว่าทรัพยากรมีความหมายถึงหลายสิ่งหลายอย่าง ในที่นี้จะ พูดถึงเพียง ๒ อย่างคือ - ที่ดิน ต้องมีการจัดสรรที่ดินให้แต่ละตำบลอย่างพอเพียงที่ ประชาชนทุกครอบครัวในตำบลจะมีที่อยู่อาศัยและทำมา หากิน รวมทั้งสร้างป่าชุมชน ซึ่งรวมถึงการปลูกไม้ยืนต้น ให้ได้มากที่สุด การที่ทุกคนมีบ้านอยู่ มีอาหารกิน จะเป็นภูมิคุ้มกัน การมีป่าชุมชนทำให้หายจน และทำให้ต้นน้ำลำธารกลับ คืนมา การมีไม้ยืนต้นมากๆ จะทำรายได้ให้ชุมชน และประเทศอย่าง มหาศาล ประเวศ วะสี 63 3/4/2563 BE 6:03 PM การจัดสรรที่ดินให้ชุมชนอย่างพอเพียง เป็นการคืนความเป็นธรรมให้ชุมชน เพราะแต่ครั้งโบราณ คนเราเกิดมาก็มีสิทธิตามธรรมชาติที่จะมีชีวิต และการจะมีชีวิตก็ต้องมีทรัพยากรเพื่อดำรงชีวิต คือที่ดิน ป่าไม้ แหล่งน้ำ ประชาชนจึงมีสิทธิในทรัพยากรเหล่านี้โดยธรรมชาติต่อมาเมื่อรัฐแข็งแรงขึ้น ก็ไปเอาทรัพยากรเหล่านี้เป็นของรัฐสุดแต่รัฐจะจัดให้ใครใช้หรือไม่ให้ใช้ ปรากฏแล้วว่ารัฐไม่สามารถจัดการการใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน เป็นสาเหตุของการขาดความเป็นธรรมและความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างสุด ๆ ถึงเวลาแล้วที่จะเกิด "สำนึกแห่งชาติ" คืนความเป็นธรรมในเรื่องทรัพยากรไปให้ชุมชน ในการเอาชนะความยากจนและสร้างความเป็นธรรมในครั้งนี้ - รายได้จากภาษีอากร ท้องถิ่นได้รับการจัดสรรงบประมาณด้วยสัดส่วนที่ต่ำมาก มิหนำซ้ำรัฐในส่วนกลางยังยัดเยียดโครงการที่ริเริ่มโดยส่วนกลางให้ไปใช้งบท้องถิ่น ทำให้งบประมาณที่มีน้อยอยู่แล้วยิ่งน้อยลงไปอีก นี่ก็คือความไม่เป็นธรรม ผู้เชียวชาญเรื่องภาษีอากรควรจะช่วยคิดและผลักดันให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนแบ่งของรายได้อย่างเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 3/4/2563 BE 6:03 PM mac10_final.indd 64 000000 mac10_final.indd 64 3/4/2563 BE 6:03 PM (๓) ตำบลมีความสามารถวิเคราะห์เศรษฐกิจของตำบล และมีสถาบันการเงินของชุมชนระดับตำบล ถ้าตำบลสามารถวิเคราะห์รายรับรายจ่ายของตำบลและ วิเคราะห์ทางเลือกที่จะทำให้เศรษฐกิจของตำบลเป็นบวก ความสามารถนี้จะทำให้สามารถปรับตัวได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าการตลาดและเทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปอย่างไร ก็จะเข้ามาสู่ การวิเคราะห์ ถ้าไปสอนอะไรที่ตายตัว ตำบลจะปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้ การมีสถาบันการเงินของชุมชนระดับตำบล เท่าที่ทำสำเร็จมา แล้ว จะมีเงินหมุนเวียนมากกว่า ๑๐๐ ล้านบาทใน ๑ ตำบล สถาบันการเงินของชุมชนเป็นเครื่องมือเชิงสถาบันของชุมชน ที่ จัดการการออม การฝึกอาชีพ การสร้างอาชีพ และสวัสดิการ ความสามารถของตำบลในการวิเคราะห์เศรษฐกิจและการมี สถาบันการเงินของชุมชนจะทำให้ตำบลหายจนอย่างถาวร ธ.ก.ส. (ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร) ธนาคารออมสิน และสมาคมธนาคารไทย ซึ่งมีธนาคารสาขา อยู่ในประเทศประมาณ ๗,๐๐๐ แห่ง เป็นกำลังเพียงพอที่จะ ส่งเสริมสนับสนุนให้ทุกตำบลมีสมรรถนะดังกล่าว และมีสถาบัน การเงินของชุมชนระดับตำบล ผู้ใช้แรงงานในเมืองก็ควรมีสถาบันการเงินของกลุ่มที่สมาชิกเป็น ผู้จัดการเองด้วย ทั้ง ๓ องค์ประกอบเชื่อมโยงกันเป็น "สามเหลี่ยมแห่งการเอาชนะ ความยากจนและการขาดความเป็นธรรม" ดังรูปที่ ๖ ประเวศ วะสี 65 3/4/2563 BE 6:03 PM องค์กรชุมชนและ ตำบลที่มีสมรรถนะใน การจัดการสูง ได้รับการ จัดสรรทรัพยากร อย่างเป็นธรรม ตำบลมีสมรรถนะ ในการวิเคราะห์เศรษฐกิจ และมีสถาบันการเงินของ ชุมชน รูปที่ ๖ สามเหลี่ยมเอาชนะความยากจนและการขาดความเป็นธรรม 66 แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 3/4/2563 BE 6:03 PM # เป้าหมายตำบล ๑๖ ประการ ๑. *ทุกตำบลมีองค์กรชุมชนในทุกหมู่บ้าน และองค์กรตำบล คือ อบต. หรือเทศบาลตำบล ที่มีสมรรถนะในการจัดการสูง ที่สามารถทำแผนชุมชนและแผนตำบล ซึ่งเป็นแผนพัฒนา อย่างบูรณาการที่ เศรษฐกิจ - จิตใจ - สังคม - สิ่งแวดล้อม - วัฒนธรรม - สุขภาพ - การศึกษา - ประชาธิปไตย ทั้ง ๘ ประการ หรือ มรรค ๘ แห่ง การพัฒนาบูรณาการอยู่ในกัน และกัน และคนทั้งตำบลร่วมกันขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จ ๒. *ได้รับการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม คือ ที่ดิน และงบ ประมาณจากภาษีอากร และรายได้อย่างอื่น การได้รับการ จัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม ทำให้เกิดความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และเกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ๓. *ทุกตำบลมีความสามารถในการวิเคราะห์รายรับและรายจ่าย ของตำบล และปรับตัวให้เศรษฐกิจเป็นบวก และมีสถาบัน การเงินของชุมชนที่ชุมชนจัดการเอง เป็นธนาคารชุมชนโดย ชุมชนและเพื่อชุมชน ๔. ในแต่ละตำบลมีเป้าหมายสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ คือทุกคน มีอาชีพ มีรายได้ มีรายจ่ายน้อยกว่ารายได้ ไม่เบียดเบียน ตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม การมี สัมมาชีพเต็มพื้นที่เป็นปัจจัยแห่งความร่มเย็นเป็นสุข โดยมี เศรษฐกิจดีพ้นจากความอดอยากยากจนและศีลธรรมดี ประเวศ วะสี 67 3/4/2563 BE 6:03 PM ๕. ในตำบลที่ทำการเกษตรได้ ซึ่งควรมีตำบลเช่นนี้ให้มากที่สุด ต้องผลิตอาหารเพื่อบริโภคอย่างพอเพียง เหลือจึงขายทั้งนี้เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการเอาเปรียบจากตลาดที่ไม่เป็นธรรม นี้เป็นอย่างเดียวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ในปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ร.๙ ถ้าปฏิบัติอย่างทั่วถึงจะหายจนถ้วนหน้า สมกับพระราชดำรัสที่ว่า "ขอให้เราพออยู่ พอกิน และมีไมตรีจิตต่อกัน" อันเป็นพรอันวิเศษบนเส้นทางมัชฌิมาปฏิปทาพัฒนาประเทศไทย ๖. ทุกตำบลควรมีการขุดสระน้ำประจำครอบครัวที่สามารถเก็บน้ำได้ตลอดปี การมีสระน้ำประจำครอบครัวจะทำให้หายจนเพราะสามารถเลี้ยงปลา ทำสวนครัว ทำเกษตรผสมผสานปลูกต้นไม้ ยังการฟื้นตัวของความเป็นป่า สร้างความชุ่มชื้นและป้องกันน้ำท่วม เป็นการจัดการน้ำขนาดเล็กที่ชาวบ้านจัดการได้ และกระจายประโยชน์ ๗. ทุกตำบลสามารถจัดการวิสาหกิจชุมชน เช่น การแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมชุมชน การตลาด การส่งออก การท่องเที่ยว เพื่อความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของตำบล แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 3/4/2563 BE 6:03 PM ๘. มีการฝึกอบรมกำลังคนของตำบลอย่างเต็มที่ ให้มีความรู้ ความสามารถในการประกอบอาชีพต่าง ๆ ตามความถนัด และความชอบ เช่น การช่างทุกชนิด การเกษตร การประมง การค้าขาย เทคโนโลยีการสื่อสาร การใช้วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเข้ามาลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่ม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human resource develop- ment) ของตำบล ถ้าทำได้ดีอย่างเต็มที่จะทำให้ตำบล เข้มแข็ง หายจนอย่างถาวร มีภูมิคุ้มกันในตัวเอง รวมทั้ง เป็นฐานความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ให้ประเทศ ๙. ตำบลจัดการโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ สิ่งแวดล้อม และพลังงานชุมชนได้ดี มีภูมิทัศน์สวยงาม การคมนาคม สะดวกปลอดภัย สิ่งแวดล้อมสะอาดปราศจากมลพิษ ขจัด และรีไซเคิลขยะ มีป่าไม้เพิ่มขึ้น ผลิตพลังงานทางเลือกของ ชุมชนได้พอใช้หรือเหลือใช้ ๑๐. ทุกตำบลเป็นตำบลปลอดภัย ปราศจากการฆ่า ข่มขืน จี้ ปล้น ป้องกันอุบัติเหตุทั้งทางบกและทางน้ำ มีหน่วยกู้ภัยที่ มีความเชี่ยวชาญ ๑๑. มีการพัฒนาคุณภาพเด็ก เยาวชน และครอบครัวอย่างทั่ว ถึง ดูแลผู้สูงอายุ คนพิการ เด็กกำพร้า หมดทั้งตำบล ประเวศ วะสี 69 3/4/2563 BE 6:03 PM ๑๒. มีระบบสุขภาพตำบลที่ดูแลทุกคนประดุจญาติ คุณภาพสูง และมีประสิทธิภาพ นอกเหนือไปจาก รพ.สต. (โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบล) ของกระทรวงสาธารณสุขแล้ว แต่ละตำบลควรมีศูนย์การแพทย์แผนไทย ซึ่งเป็นของชุมชน และมีศูนย์พยาบาลชุมชนของ อบต./เทศบาล ๑ ศูนย์ต่อ ๒ หมู่บ้าน โดยแต่ละศูนย์มีพยาบาลชุมชน ๑ คน และผู้ช่วยพยาบาล ๒ คน กำลังพยาบาล ๓ คน สามารถดูแลคนทุกคนใน ๒ หมู่บ้าน ใกล้ชิดประดุจญาติตั้งแต่ครรภ์มารดาจนถึงเชิง ตะกอน ระบบสุขภาพตำบลที่ดีเช่นนี้ จะทำให้บริการระดับบนคลาย ความแออัดยัดเยียด เพิ่มประสิทธิผล และลดต้นทุนระบบ บริหารสุขภาพแห่งชาติลงอย่างมหาศาล ๑๓. ศูนย์การเรียนรู้ตำบลเป็นกลุ่มของศูนย์การเรียนรู้ ๕ ประเภท คือ ห้องสมุดตำบล พิพิธภัณฑ์ตำบล ศูนย์ศิลปะ ศูนย์กีฬา และศูนย์การเรียนรู้พิเศษ ศูนย์การเรียนรู้พิเศษสำหรับจัดการเรียนการสอนเรื่องพิเศษ ใด ๆ ที่คนในชุมชนต้องการเรียน ต้องการสอน ศูนย์ศิลปะตำบลนั้นเป็นสถานสำหรับกิจกรรมทางศิลป- วัฒนธรรม รวมทั้งการแสดงและการฉายภาพยนตร์ดี ๆ ถ้ามีการผลิตภาพยนตร์ดี ๆ และมีการฉายให้คนดูกันทั้ง ตำบล ทุกตำบลทั่วประเทศ ก็เป็นวิธีขับเคลื่อนความเจริญ ขนาดใหญ่ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 3/4/2563 BE 6:03 PM mac10_final.indd 70 3/4/2563 BE 6:03 PM ๑๔. ระบบความยุติธรรมชุมชน ชุมชนมีสมรรถนะในการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และพัฒนาระบบความยุติธรรมชุมชน ที่สามารถอำนวยความสะดวกแบบมีส่วนร่วมอันนำไปสู่ความชื่นชมยินดีต่อกัน และชุมชนสามารถติดตามไปช่วยเหลือสมาชิกของชุมชนที่ต้องเข้าสู่ระบบความยุติธรรมที่เป็นทางการข้างบนให้ได้รับความยุติธรรมที่สุด ๑๕. ระบบสื่อสารชุมชน ตำบลมีระบบการสื่อสารชุมชนที่ดี ที่สามารถสื่อสารให้รู้ถึงกันทั่วทั้งตำบล และสื่อสารกับภายนอก โดยทุกช่องทางรวมทั้งสื่อดิจิทัล ๑๖. ทุกตำบลเป็นตำบลทำความดี การทำความดีหมายถึงการทำสิ่งที่ถูกต้องดีงาม ซึ่งมีความหมายกว้าง ซึ่งรวมถึงการช่วยเหลือผู้อื่น การดูแลผู้สูงอายุ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การทะนุบำรุงวัฒนธรรม การปฏิบัติธรรมในแต่ตำบลมีวัด ๕ วัดโดยเฉลี่ย วัดเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และควรมีบทบาทพัฒนาชุมชนอย่างบูรณาการทุกข้อที่กล่าวมาข้างต้น และควรมีศูนย์ปฏิบัติธรรมถ้าการทำความดีเป็นเครดิตใช้กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินของชุมชนได้ ก็จะเป็นแรงจูงใจให้การทำความดีเกิดขึ้นทั่วประเทศ *เป้าหมาย ๑ - ๓ คือองค์ประกอบสำคัญยิ่งยวด ประเวศ วะสี 3/4/2563 BE 6:03 PM 71 เป้าหมายตำบลทั้ง ๑๖ ข้อข้างต้นอาจจะยังไม่สมบูรณ์ แต่น่าจะ เป็นพื้นฐานให้แต่ละตำบลไปดัดแปลงเพิ่มเติมได้สะดวก การมีเป้าหมายร่วมที่ชัดเจน จะทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน และ กระทำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน ประดุจจูนแสงเลเซอร์เข้าด้วยกัน ทำให้มี พลังยิ่ง และจากเป้าหมายตำบลทั้ง ๑๖ ประการข้างต้น จะเห็นภาพของ การพัฒนาอย่างบูรณาการที่ **เศรษฐกิจ - จิตใจ - สังคม - สิ่งแวดล้อม** **วัฒนธรรม - สุขภาพ - การศึกษา - ประชาธิปไตย** เชื่อมโยงอยู่ในกันและกัน และเสริมกัน แต่ละเรื่องพัฒนาแบบแยกส่วนจะไม่สำเร็จ และเข้าใจว่าที่ผ่าน มาทำไมจึงไม่สำเร็จ เพราะทำการแบบแยกส่วน ซึ่งไม่สอดคล้องกับความจริง ที่ว่าสรรพสิ่งล้วนเชื่อมโยง การเห็นภาพเป้าหมายตำบลจะทำให้เข้าใจว่า . . . ยุทธศาสตร์ตำบลเข้มแข็งแก้จนได้จริง และเป็นฐานให้ **เศรษฐกิจระดับบนมั่นคง แข็งแรง ไม่พลิกผันวิกฤตง่าย ตาม** **กระแสอันไม่เป็นธรรมของโลก** ๗๒ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 000000000_mac10_final.indd 72 3/4/2563 BE 6:03 PM การจัด กระบวนทัพ ทำสงครามเบ็ดเสร็จ เอาชนะ ความยากจน และการขาดความเป็นธรรม ที่คนไทยทุกคนเข้าร่วมได้ 0000000000_mac10_final.indd 73 3/4/2563 BE 6:03 PM " ถ้ามีการสื่อสาร เป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม ออกไปอย่างทั่วถึง คนไทยทุกคน และองค์กรทุกองค์กรจะรู้ว่า ตนควรทำอะไรที่ตรงไหน เป็นการที่คนไทยทั้งประเทศ จะเข้าร่วมในสงคราม หรือการแก้วิกฤตชาติในครั้งนี้ และแก้ปัญหาให้ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด จึงเรียกว่า สงครามเบ็ดเสร็จ " mac10_final.indd 74 3/4/2563 BE 6:03 PM เรามักเคยชินกับการบริหารแบบเก่าที่ใช้อำนาจสั่งการ จากศูนย์อำนาจ การบริหารโดยใช้อำนาจสั่งการไม่ได้ผลแล้วในระบบที่ซับซ้อน ในการจัดการสมัยใหม่ใช้ "เป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม" เป็นเครื่องมือ ขับเคลื่อนแทนการใช้อำนาจ เมื่อทั้งองค์กรหรือทั้งประเทศมีเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม ก็รู้ว่า แต่ละคนแต่ละองค์กรมีหน้าที่จะปฏิบัติอย่างไร และทั้งหมดจะประสานกัน ด้วยเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม หน้าที่ของผู้นำในส่วนต่าง ๆ คือ การสื่อสารให้เกิดความเข้าใจ เป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม ดังมีคำพูดว่า Great leader is great communicator ไม่ใช่การใช้อำนาจสั่งการ ความจริงประเทศไทยมีเครื่องมือมาก แต่ขาดการ "ออกแบบ" การมีเครื่องมือ เช่น เลื่อย ค้อน สิ่ว แต่ไม่มีการออกแบบ เครื่องมือ เหล่านี้ก็ทำไปอย่างเปะปะ ไม่ตอกหรือสกัดให้ออกมาเป็นรูปพระเจดีย์หรือ อะไรที่ต้องการ การออกแบบสงครามเบ็ดเสร็จเพื่อเอาชนะความยากจนและการ ขาดความเป็นธรรมในครั้งนี้ ตามที่เสนอมาเป็นลำดับ ถ้าสังเกตดูให้ดี ได้ สร้างวิสัยทัศน์และเป้าหมายไว้แล้ว ดังเป้าหมายตำบล ๑๖ ประการ ประเวศ วะสี 75 3/4/2563 BE 6:03 PM ถ้ามีการสื่อสารเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมออกไปอย่างทั่วถึง คนไทยทุกคนและองค์กรทุกองค์กรจะรู้ว่า ตนควรทำอะไรที่ตรงไหน เป็นการที่คนไทยทั้งประเทศจะเข้าร่วมในสงครามหรือการแก้วิกฤตชาติ ในครั้งนี้ และแก้ปัญหาให้ได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด จึงเรียกว่าสงครามเบ็ดเสร็จ การจัดกระบวนทัพก็ไม่ยาก อาจทำได้ดังนี้ (๑) กำหนดสนามรบ (๒) กำหนดผู้ปฏิบัติการในสนามรบ (นักรบ) (๓) ฝ่ายสนับสนุน การสนับสนุนมีหลายอย่าง เช่น การจัดการ ความรู้และเทคโนโลยีต่าง ๆ การจัดสรรทรัพยากร การฝึก อบรม และการสนับสนุนทางนโยบาย เป็นต้น (๔) จุดประสานภาคส่วนใหญ่ๆ (๕) หน่วยประสานการพัฒนาขนาดเล็กเต็มประเทศ (๖) ระบบติดตามและประเมินผล (๗) เครื่องมือขับเคลื่อนกลไกทั้งประเทศ ดังจะขยายความแต่ละเรื่องดังต่อไปนี้ (๑) สนามรบ ได้แก่ พื้นที่ในทุกหมู่บ้านทั้ง ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน และตำบลทั้ง ๘,๐๐๐ ตำบล ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของประเทศไทย นั่นคือสงครามหรือการเอาชนะปัญหา ทำกันเต็มพื้นที่ของ ประเทศ ๗๖ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ mac10_final.indd 76 3/4/2563 BE 6:03 PM (๒) ผู้ปฏิบัติการในสนาม ผู้ปฏิบัติการในสนาม คือ ประชาชนทั้งหมดในทุกหมู่บ้านและ ตำบลประมาณ ๔๐ ล้านคน ซึ่งรวมถึงผู้นำชุมชนอีกประมาณ ๔ ล้าน คน ในแต่ละหมู่บ้านจะมีผู้นำตามธรรมชาติประมาณ ๔๐-๕๐ คน ผู้นำเหล่านี้มีหลากหลาย เช่น ผู้นำกลุ่มอาชีพ ผู้นำกองทุน ผู้นำสตรี ผู้นำเยาวชน ครู ศิลปิน พระ ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำตามธรรมชาติมีคุณสมบัติพื้นฐาน ๕ ประการ คือ หนึ่ง เป็นคนเห็นแก่ส่วนรวม สอง เป็นคนสุจริต สาม ฉลาด รอบรู้ สี่ สื่อสารเก่ง ห้า เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป ผู้นำตามธรรมชาติมีคุณสมบัติสูงกว่าผู้นำโดยการแต่งตั้งหรือ เลือกตั้ง ซึ่งไม่แน่ว่าจะมีคุณสมบัติครบ ๕ ข้อ ดังกล่าวข้างต้น ในแต่ละหมู่บ้าน ผู้นำตามธรรมชาติ ๔๐-๕๐ คน ก่อตัวเป็น สภาผู้นำชุมชน ทั้ง ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้านรวมกัน ก็มีผู้นำชุมชนประมาณ ๘๐,๐๐๐ X ๕๐ = ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ผู้นำชุมชนที่มีคุณภาพสูงถึง ๔ ล้านคน กับประชาชนอีก ประมาณ ๔๐ ล้านคน ไม่เคยมีสงครามครั้งใดที่จะมีจำนวนพลรบหรือ ผู้ปฏิบัติการมากเท่านี้ ประเวศ วะสี ๗๗ 3/4/2563 BE 6:03 PM กระทรวงอุดมศึกษาควรมีนโยบายให้นิสิตนักศึกษาในทุก มหาวิทยาลัยประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน มีหลักสูตรการเรียนรู้ชุมชนภาค ปฏิบัติ เข้าร่วมในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น นักเรียนมัธยมปลายก็อาจทำได้เช่นเดียวกัน จะเป็นการปฏิรูปการ เรียนรู้จากการท่องความรู้จากตำรา เป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง จะทำ ให้ชุมชนมีกำลังร่วมปฏิบัติมากขึ้น และนิสิตนักศึกษาจะเป็นสะพานเชื่อมต่อ มหาวิทยาลัยให้เข้ามาสนับสนุนชุมชนได้อย่างเหมาะสม (๓) ฝ่ายสนับสนุน (ก) การสนับสนุนองค์ประกอบสำคัญยิ่งยวด ๓ ประการ ดังกล่าวในตอนที่ ๗ องค์ประกอบสำคัญยิ่งยวด มี ๓ ประการ และมีฝ่ายสนับสนุนดังต่อไปนี้ หนึ่ง องค์กรชุมชนและองค์กรตำบลที่มีสมรรถนะ ในการจัดการสูง มีองค์กร ๕ องค์กรที่อาจเรียกว่า เบญจภาคี กำลังร่วมกัน ทำหน้าที่อยู่แล้ว คือ (๑) พอช. (สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน - องค์การ มหาชน) (๒) สำนัก ๓ ของ สสส. - แผนสุขภาวะชุมชน (๓) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (๔) กรมพัฒนาชุมชน (๕) กรมการปกครอง ๗๘ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ mac10_final.indd 78 3/4/2563 BE 6:03 PM ทั้ง ๕ องค์กรร่วมกันสามารถส่งเสริมสมรรถนะของ องค์กรชุมชนและองค์กรตำบลได้ทั่วประเทศ **สอง การได้รับการจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรม** ได้แก่ องค์กรของรัฐที่เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน และที่ เกี่ยวกับภาษีอากรและรายได้ ทั้งนี้โดยการสนับสนุน ของฝ่ายนโยบายและมหาชน **สาม สมรรถนะของตำบลในการวิเคราะห์เศรษฐกิจ และการมี สถาบันการเงินของชุมชน** ได้แก่ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน และสมาคมธนาคารไทย **(ข) การสนับสนุนอื่นๆ** ถ้าดูเป้าหมายตำบล ๑๖ ข้อให้ดี ๆ จะเห็นว่าทุกคนและทุกภาค ส่วนในสังคมสามารถเข้ามามีบทบาทในส่วนที่เกี่ยวกับหน้าที่ และความชำนาญของตน ทั้งภาคการเมือง ภาคราชการ ทั้ง ทหารและพลเรือน ภาคการศึกษา ภาคการพระศาสนา ภาค ศิลปะ ภาคการสื่อสาร ภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจ ไม่มีใครหรือองค์กรใดที่ไม่เป็นประโยชน์ **(๔) จุดประสานภาคส่วนใหญ่ๆ** มีได้ดังนี้ **(๑) สถาบันพระปกเกล้าประสานภาคการเมือง เพราะเป็นสถาบัน** ของรัฐสภา และมีประธานรัฐสภาเป็นประธานโดยตำแหน่งอยู่ แล้ว ประเวศ วะสี 79 3/4/2563 BE 6:03 PM (๒) กองทัพมีนายทหารเสนาธิการเก่ง ๆ จำนวนมาก นายทหารเสนาธิการจะชำนาญในการคิดและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ สามารถเข้าใจยุทธศาสตร์ทั้งหมดได้ดีกว่าภาคส่วนอื่น ๆ และเป็นกำลังในการขับเคลื่อน (๓) กระทรวงอุดมศึกษาฯ เป็นจุดประสานมหาวิทยาลัยทั้งหมดเข้ามาสนับสนุนหลายเป้าหมายตำบล (๔) มูลนิธิชัยพัฒนา สำนักงานประสานงานโครงการในพระราชดำริ (กปร.) มูลนิธิปิดทองหลังพระ เครือข่ายเกษตรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน เกษตรธรรมชาติ เกษตรอินทรีย์ เครือข่ายนี้มีพลังมากพอที่จะสนับสนุนเป้าหมายตำบลข้อที่ ๕ ให้เกิดขึ้นทุกตำบล ได้แก่ การเกษตรบูรณาการที่เป็นระบบเศรษฐกิจภูมิคุ้มกันไม่ให้ชุมชนประสบสภาวะขาดทุนจากการตลาดที่ไม่เป็นธรรม ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมเสรี โดยทฤษฎีของสำนักชิคาโก ที่นำโดยมิลตัน ฟรีดแมน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ที่ครองความคิดระบบเศรษฐกิจโลกมา ๓๐ ปี พิสูจน์แล้วว่า ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำอย่างสุด ๆ อย่างที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา เพราะเป็นระบบที่เหมือนมีเครื่องดูดขนาดใหญ่ ดูดจากรายย่อยไปให้รายใหญ่ ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมเสรีอาจมีประโยชน์สำหรับบางเรื่อง แต่ไม่สามารถใช้แบบสุด ๆ ทุกซอกทุกมุมของสังคม เพราะชุมชนและรายย่อยจะไม่มีภูมิคุ้มกัน ระบบเศรษฐกิจชุมชนจะต้องเป็นระบบที่มีภูมิคุ้มกัน พระเจ้าอยู่หัว ร.๙ ทรงศึกษาธรรมะในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง ทรงสัมผัสความจริงของธรรมชาติและชีวิตชุมชน แผ่นสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 80 3/4/2563 BE 6:03 PM จึงทรงเห็นความจริง (สัมมาทิฐิ) และทรงมีวิธีคิดที่สอดคล้อง กับความจริง นั่นคือทางสายกลาง นำมาซึ่งปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ ทรงเห็นว่าคนทั้งปวงล้วนตกอยู่ใน "โมหภูมิ" หรือความไม่รู้ ("อวิชชา") ทรงใช้คำว่า "มหาวิชชาลัย" หรือที่อยู่แห่งปัญญา ใหญ่ (ดูพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก) มรดกทางปัญญาที่พระราชทานไว้จะมาช่วยกู้ชาติจากวิกฤตใหญ่ ที่ไม่มีทางออกในครั้งนี้ เพราะเป็นวิกฤตที่เกิดจากอวิชชา หรือทิศทางการพัฒนาที่ผิด ๆ เฉพาะในเรื่องเป้าหมายตำบลข้อที่ ๕ คือ การเกษตรที่จะเป็น ประกันให้ทุกคนมีอาหารกินอย่างพอเพียง โดยไม่เสี่ยงต่อการ ขาดทุน สามารถนำพลังของเครือข่ายปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่มาใช้ได้อย่างทั่วถึงทุกตำบล (๕) ประชาคมจังหวัดเป็นจุดประสานงานในจังหวัด ในระยะเวลา ๒-๓ ทศวรรษที่ผ่านมา มีประชาคมในจังหวัดที่รวมตัวกัน ขับเคลื่อนในเรื่องต่าง ๆ เรียกรวมกันว่า ประชาคมจังหวัด (๖) เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป ในปี ๒๕๕๓ เมื่อมีการตั้ง คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป มีเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป เครือข่ายศิลปินจะเป็นจุดประสานศิลปินทั้งประเทศใน การสื่อสารผ่านศิลปะสาขาต่าง ๆ ให้คนทั้งประเทศเข้าใจ เป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมของกระบวนการต่อสู้เอาชนะ ความยากจนและการขาดความเป็นธรรม ประเวศ วะสี ๘๑ 3/4/2563 BE 6:03 PM นโยบาย วิชาการ --- การสนับสนุน การปฏิบัติ การปฏิบัติ (ก) นโยบาย วิชาการ การสนับสนุน การปฏิบัติ การปฏิบัติ (ข) รูปที่ ๗ ก) การพัฒนาต่าง ๆ มักไม่สำเร็จ เพราะองค์ประกอบทั้ง ๔ ไม่เชื่อมโยงกัน ข) กลุ่มเซลล์สมอง หรือหน่วยประสานการพัฒนาขนาดเล็ก ทำให้ องค์ประกอบทั้ง ๔ เชื่อมโยงกัน นำไปสู่ผลสำเร็จ ๘๒ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 000000000_mac10_final.indd 82 3/4/2563 BE 6:03 PM (๗) สภาหอการค้าไทยและหอการค้าจังหวัดเป็นจุดประสานภาคธุรกิจ (๘) มหาวิทยาลัยสงฆ์เป็นจุดประสานวัดและการพระศาสนาเพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยสงฆ์ ซึ่งมีวิทยาเขตอยู่ในทุกภาคของประเทศ เป็นที่รวมของปัญญาชนชาวพุทธจำนวนมากรวมทั้งพระนิสิตทั้งหมดอีกด้วย ปัญญาชนชาวพุทธเหล่านี้มีหน้าที่สร้างความเข้าใจวิธีคิดแบบทางสายกลาง มัชฌิมาปฏิปทา พัฒนาประเทศไทย ซึ่งรวมถึงบทบาทของวัดและพระสงฆ์ในการร่วมสร้างชุมชนเข้มแข็ง (๙) กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ เป็นจุดประสานงานพัฒนาที่เกี่ยวกับองค์กรของตน ๆ (๑๐) สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สถาบันอิศรา และองค์กรเกี่ยวกับการสื่อสารทั้งหลายเป็นจุดประสานเกี่ยวกับการสื่อสาร (๕) หน่วยประสานการพัฒนาขนาดเล็กเต็มประเทศ ที่ผ่านมาการพัฒนาต่าง ๆ มักไม่ประสบความสำเร็จ ทั้งๆ ที่มีนโยบาย มีวิชาการ มีการปฏิบัติ และมีการสนับสนุนการปฏิบัติ เพราะทั้ง ๔ องค์ประกอบมักไม่เชื่อมโยงถึงกัน ดังในรูปทั้ง ๗ (ก) หน่วยประสานการพัฒนาขนาดเล็กประกอบด้วยผู้ปฏิบัติการจำนวนตั้งแต่ ๒-๓ คนไปจนถึง ๑๐ คน โดยที่หน้าที่ของหน่วยประสานการพัฒนาขนาดเล็กทำหน้าที่คล้ายกลุ่มเซลล์สมอง จึงเขียนเป็นสัญลักษณ์ของเซลล์สมอง (neuron) ทำหน้าที่ ประเวศ วะสี 83 3/4/2563 BE 6:03 PM * รับรู้ข้อมูล (data) * แปรข้อมูลเป็นสารสนเทศ (information) * แปรสารสนเทศเป็นความรู้ (knowledge) เพื่อการใช้งาน * สื่อสารความรู้เพื่อการใช้งานเชื่อมโยงไปสู่ทุกส่วน นี้คือหน้าที่ของเซลล์สมอง การที่เราทำอะไรๆ ไม่ค่อยสำเร็จ เพราะประเทศมีแต่โครงสร้าง อำนาจ แต่ขาดโครงสร้างสมอง การมีโครงสร้างกลุ่มเซลล์สมอง หรือหน่วยประสานการพัฒนา ขนาดเล็กในการพัฒนา ณ จุดต่าง ๆ เต็มประเทศ จะเป็นโครงสร้าง สมองที่ทำให้ทำอะไรๆ สำเร็จ รูปที่ ๘ เครือข่ายเซลล์สมองทางสังคม = หน่วยประสานการพัฒนาขนาดเล็กมี ๒ กระจุกที่มี หนาแน่น รวมตัวเป็นศูนย์ประสานการพัฒนาขนาดใหญ่ เพื่องานบางอย่างที่ต้องการการประสานขนาดใหญ่ ๘๔ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 000000000_mac10_final.indd 84 3/4/2563 BE 6:03 PM โครงสร้างกลุ่มเซลล์สมองหรือหน่วยประสานการพัฒนาขนาดเล็ก เกิดขึ้นได้ง่าย เกิดขึ้นได้มาก และเกิดขึ้นได้เร็ว ถ้าเข้าใจ หน่วยประสานการพัฒนาขนาดเล็ก (Micro Development Coordination Unit หรือ MDCU) หรือ นปพ. ควรมีความไม่เป็นทางการ ทำให้สามารถก่อตัวขึ้นเอง (self organized) ได้ง่าย และคล่องตัวกว่าการต้องเป็นทางการ ซึ่งต้องมีกฎหมาย กฎระเบียบ รูปแบบ ไม่คล่องตัว การทำอะไรดี ๆ ต้องมีทั้งที่ไม่เป็นทางการและเป็นทางการเข้ามาบรรจบกัน คนไทยที่จะมาก่อตัวเป็นหน่วยประสานการพัฒนานั้นมีมากมายหลายประเภท คนไทยเกือบทั้งหมดอยากทำอะไรเพื่อบ้านเมือง แต่ไม่รู้จะเข้าไปช่วยได้อย่างไรในโครงสร้างอำนาจอันคับแคบ ถ้าดูเป้าหมายตำบล ๑๖ ประการ และความต้องการหน่วยประสานการพัฒนาขนาดเล็กในงานทุกระดับทุกประเภท คนไทยที่มีฉันทะ วิริยะ และคุณลักษณะที่จะทำงานเพื่อประเทศ จะสามารถมีบทบาทได้ เพราะหน่วยประสานการพัฒนาขนาดเล็กอันเป็นประดุจเซลล์สมอง นี้ มีความต้องการจำนวนมากเป็นหมื่น ๆ หน่วย เหมือนโครงสร้างสมองที่จะต้องเกิดขึ้น สมองเป็นเครือข่ายของเซลล์สมอง (neuronal networks) อันวิจิตรที่ทำให้มนุษย์มีศักยภาพในการเรียนรู้สูง สามารถเรียนรู้ให้บรรลุอะไรก็ได้ ประเวศ วะสี ๘๕ 00000000 mac10_final.indd 85 3/4/2563 BE 6:03 PM เช่นเดียวกัน ถ้าสังคมมีเครือข่ายของหน่วยประสานการพัฒนา ขนาดเล็ก ที่เป็นประดุจเซลล์สมองของสังคม (รูปที่ ๘) สังคมก็จะ มีศักยภาพในการเรียนรู้สูง สามารถเรียนรู้ให้บรรลุอะไรก็ได้ นอกเหนือไปจาก ครู อาจารย์ ข้าราชการบางคน ทั้งที่ยังรับ ราชการหรือเกษียณอายุแล้ว ทหาร ตำรวจ พระ นักธุรกิจ ศิลปิน นักสื่อสาร ที่เข้าข่ายจะเป็นผู้ปฏิบัติงานใน นปพ. แล้ว ยังมีคนบาง กลุ่มที่น่าจะเหมาะ เช่น นักศึกษาในหลักสูตร ๔ ส (เสริมสร้างสังคม สันติสุข) ของสถาบันพระปกเกล้า ผู้ผ่านการอบรมสันติวิธีในหลักสูตร ต่าง ๆ ผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้นำต่าง ๆ นอกจากนั้นยังมีกลุ่มที่เรียกว่า YEC (Young Entrepreneur Chamber of Commerce) อีกประมาณ ๖,๐๐๐ คน เป็นคนรุ่นใหม่ ลูกหลานของนักธุรกิจในจังหวัดต่าง ๆ ที่มีการศึกษาดีและกระตือรือล้น ที่จะทำประโยชน์ส่วนรวม นี้จะเห็นได้ว่า ถ้าเรามีการออกแบบให้ดี คนไทยทั้งปวงจะมี บทบาทสร้างสรรค์เพื่อบ้านเมืองของเขาได้ (๖) ระบบการติดตามและประเมินผล สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พร้อมทั้งมูลนิธิพัฒนาไทที่อยู่ในสังกัด ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ น่าจะเป็นผู้วางระบบติดตามและประเมินผล การติดตามและประเมินผลที่มีคุณภาพจะช่วยป้อนกลับ (feedback) ให้การขับเคลื่อนทั้งหมดปรับตัวให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ๘๖ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 000000000_mac10_final.indd 86 3/4/2563 BE 6:03 PM (๗) เครื่องมือขับเคลื่อนกลไก สงครามเอาชนะความยากจนและการขาดความเป็นธรรม การใช้อำนาจสั่งการได้ผลเฉพาะเรื่องง่าย ๆ ตรงไปตรงมา แต่ สังคมปัจจุบันเป็นระบบซับซ้อน (complex system) การใช้อำนาจไม่ได้ ผล หรือแม้แต่การใช้ความรู้สำเร็จรูปก็ไม่ได้ผล การใช้ความรู้สำเร็จรูป หมายถึงใช้ความรู้ที่เรียนมา เช่น เศรษฐศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือศาสตร์อะไรก็แล้วแต่ โดยไม่ เรียนรู้จากสถานการณ์จริง ซึ่งซับซ้อนซ่อนเงื่อนและพลิกผันรวดเร็ว การพัฒนาในโลกจึงไม่ค่อยได้ผล เครื่องมือขับเคลื่อนกลไก ที่ซับซ้อนและกว้างขวาง ในสงครามเอาชนะความ ยากจนและการขาดความเป็นธรรมในครั้งนี้ ดังที่บรรยายไว้ตามลำดับมา จึงไม่ใช่การ ใช้อำนาจสั่งการ แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่า "กระบวนทัศน์ใหม่ในการพัฒนา" (New Develop- ment Paradigm) ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังยิ่ง อันได้แก่ การ เรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (Interactive learning through action) ใน สถานการณ์จริง ซึ่งจะอธิบายรายละเอียดในตอนที่ ๙ ในบทต่อไป ประเวศ วะสี 87 3/4/2563 BE 6:03 PM "สิ่งที่เรียกว่า “กระบวนทัศน์ใหม่ในการพัฒนา” (New Development Paradigm) ซึ่งพิสูจน์แล้วว่า เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังยิ่ง อันได้แก่ การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (interactive learning through action) ในสถานการณ์จริง 3/4/2563 BE 6:03 PM 00000000 mac10_final.indd 88 # กระบวนการทัศน์ใหม่ ในการพัฒนา (New Development Paradigm) เครื่องมือขับเคลื่อน อันทรงพลังที่นำไปสู่ การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ด้วยความปิติสุขร่วมกันของทุกฝ่าย 000000000_mac10_final.indd 89 3/4/2563 BE 6:03 PM “ เมื่อผ่านการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ ก็จะเกิด การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (transformation) ในทุกมิติทั้งทางจิตสำนึก ในทางการเกิดความเสมอภาค และภราดรภาพ สามัคคีธรรม เกิดปัญญาร่วม เกิดปีติสุขร่วมกัน อันจะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (transformation) ” mac10_final.indd 90 3/4/2563 BE 6:03 PM สงครามเบ็ดเสร็จเอาชนะความยากจนและการขาดความเป็นธรรม ต้องแก้ไขโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมพร้อมกันไปด้วย แต่ถ้าพิจารณาถึงโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมที่กล่าวถึงในตอนที่ ๒ จะเห็นได้ว่าถักทอกันอย่างหนาแน่นโดยโครงสร้างอย่างน้อย ๕ ประการ คือ (๑) โครงสร้างทางวิธีคิด (๒) โครงสร้างทางจิตสำนึกแห่งความเป็นธรรม (๓) โครงสร้างทางสังคม (๔) โครงสร้างทางเศรษฐกิจที่ขาดความเป็นธรรม (๕) โครงสร้างอำนาจรัฐรวมศูนย์ที่ไม่สามารถอำนวยความสะดวกเป็นธรรม แต่ละเรื่องเป็นเรื่องที่ยากต่อการแก้ไขทั้งสิ้น ทั้งหมดจึงแก้ไขไม่ได้ด้วยการเป็นปฏิปักษ์ การปฏิวัติ หรือการปฏิรูป แต่การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (interactive learning through action) ในสถานการณ์จริง ทรงพลังยิ่งในการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (transformation) ในทุกมิติ ได้กล่าวแล้วว่าในระบบที่ซับซ้อนและยาก อำนาจใช้ไม่ได้ผล การใช้ความรู้สำเร็จรูปก็ไม่ได้ผล ต้องใช้การเรียนรู้ในการปฏิบัติในสถานการณ์จริง สถานการณ์จริงมีความละเอียดซับซ้อนและพลิกผันอย่างไร ๆ หรือมีความจำเพาะอย่างใด การเรียนรู้ในการปฏิบัติในสถานการณ์จริงก็ตามรู้ในความซับซ้อนนั้น ๆ ประเวศ วะสี 3/4/2563 BE 6:03 PM การรู้ความจริงต่างจากการรู้ทางทฤษฎี การรู้ความจริงนำไปสู่ ความสำเร็จ "ความจริงมีชัยเหนือทุกสิ่ง" "สตฺยเมว ชยเต" - จารึกเสาพระเจ้าอโศก งานใดงานหนึ่งมักจะมีบุคคลและองค์กรเกี่ยวข้องด้วยจำนวนมาก ทุกคนและทุกองค์กรเป็นทั้งปัจจัยแห่งความสำเร็จ และปัจจัยแห่งความ ล้มเหลว คนใดคนหนึ่งจะเรียนรู้ไปคนเดียว จึงไม่ใช่ทางแห่งความสำเร็จ นี้เป็นที่มาของ "การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ" (interactive learning through action) หากมีการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ จะเห็นการเปลี่ยนแปลง ขั้นพื้นฐานอย่างน้อย ๘ ประการ ดังต่อไปนี้ ๑. เกิดการเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์ของคนทุกคน ที่เกี่ยวข้อง เกิดความเสมอภาค ในสังคมตามปกติมีความ เหลื่อมล้ำในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ๒. เกิดการเคารพความรู้ในตัวคน คนทุกคนที่มาทำงานร่วมกันต่าง มีความรู้ในตัว ที่ได้จากประสบการณ์ชีวิตและการทำงาน ความรู้ ในตัวคนมีประโยชน์มากต่อการทำอะไรให้สำเร็จ สังคมมักเคารพความรู้ในตำรามากกว่าความรู้ในตัวคน เช่น เคารพคนที่ได้ปริญญาสูง ๆ ทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกไม่มีเกียรติ การร่วมกันพยายามทำงานยาก ๆ ให้สำเร็จ จะทำให้เห็นคุณค่า ของความรู้ในตัวคน ทำให้คนทั้งหมดรู้สึกมีความภูมิใจในตัวเอง ๓. มีความเอื้ออาทรและจริงใจต่อกัน ในสังคมทางดิ่งยากที่จะ หาความจริงใจต่อกัน แต่การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติทำให้ เกิดความเอื้ออาทรและความจริงใจต่อกัน ๙๒ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ mac10_final.indd 92 3/4/2563 BE 6:03 PM ๔. เกิดความเชื่อถือไว้วางใจกัน (trust) ซึ่งมีค่ามาก และเกิดไม่ได้ ด้วยการใช้อำนาจหรือใช้เงิน เมื่อมีความเชื่อถือไว้วางใจกัน ทำให้เกิดความสุขและทำอะไรร่วมกันสำเร็จได้ง่าย ๕. ความเสมอภาคและภราดรภาพ ดังกล่าวใน ๔ ข้อข้างต้น ทำให้เกิดสามัคคีธรรม คือการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ ทำให้เกิด พลังทางสังคม ควรสังเกตว่า ความเสมอภาค ภราดรภาพ ที่จะเป็นสโลแกนใน การปฏิวัติเกิดขึ้นได้ยาก แต่ในการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ จะเกิดขึ้นเสมอ ๖. เกิดปัญญาร่วม (collective wisdom) เกิดนวัตกรรมขึ้นเสมอ จากการที่คนมีความรู้และประสบการณ์ต่างกันมาเรียนรู้ร่วมกัน ในการปฏิบัติ และเกิดอัจฉริยภาพกลุ่ม (group genius) ๗. ทั้งหมดเป็นพลังให้ฝ่าความยากไปสู่ความสำเร็จ ๘. เพราะเหตุข้างต้นทั้งหมดทำให้เกิดความสุขประดุจบรรลุนิพพาน จากเป้าหมายตำบล ๑๖ ประการ และการจัดกระบวนทัพที่กล่าวถึง ในตอนที่ ๘ และกลไกการขับเคลื่อน คือการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติที่ กล่าวถึงในตอนที่ ๙ นี้ จะเห็นว่าจะเป็นการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติของ คนไทยทั้งประเทศครั้งใหญ่ที่สุด ตั้งแต่ชุมชนท้องถิ่นทั้งหมดมาจนถึงระบบ การเมือง ซึ่งในระหว่างทั้งสองก็ประกอบด้วยทุกฝ่าย ทุกองค์กร ตั้งแต่ ประชาคมไปจนถึงภาคธุรกิจ ตั้งแต่มหาวิทยาลัย คณะสงฆ์ ไปจนถึงศิลปิน ไม่เว้นแม้แต่กองทัพ และเมื่อผ่านการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ ก็จะเกิดการ เปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (transformation) ในทุกมิติ ทั้งทางจิตสำนึกใน ทางการเกิดความเสมอภาคและภราดรภาพ สามัคคีธรรม เกิดปัญญาร่วม ประเวศ วะสี 3/4/2563 BE 6:03 PM 93 เกิดปีติสุขร่วมกัน อันจะเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (transformation) ทั้ง ๓ ระดับ คือ * ระดับบุคคล (personal transformation ) * ระดับองค์กร (organizational transformation ) * ระดับสังคม (social transformation ) อัจฉริยภาพกลุ่ม (group genius) และปีติสุขร่วมกันจะทำให้สามารถถอดสลักโครงสร้างแห่งความไม่เป็นธรรมอันแน่นหนา ซึ่งถอดไม่ได้ด้วยวิธีอื่น สำหรับท่านที่คุ้นเคยกับการบริหารที่ใช้อำนาจสั่งการแบบเก่า ๆ และไม่สบายใจว่า องค์กรมากหลายที่เข้ามาทำงานร่วมกันโดยไม่มีใครมีอำนาจสั่งการจะเป็นไปได้อย่างไร อาจศึกษาเพิ่มเติมจากหนังสือของ Dee Hock ชื่อ "Birth of the Chaordic Age" หมายถึงการเกิดขึ้นของยุคสมัย Chaordic ความหมายคือ ยุคเก่าที่ใช้อำนาจสั่งการหมดลงแล้วเริ่มต้นยุคใหม่ที่ท่านบัญญัติศัพท์ขึ้นมาใหม่ จากเอาคำสองคำมารวมกัน คือคำว่า Chaos = โกลาหล กับคำว่า Order = มีระเบียบ รวมกันเป็น Chaordic หมายความว่า เมื่อองค์กรจำนวนมากมาทำงานด้วยกัน โดยไม่มีองค์กรใดมีอำนาจเหนือองค์กรอื่น เมื่อไม่มีอำนาจควบคุม เมื่อเริ่มต้นอาจจะเกิดความวุ่นวายหรือโกลาหล แต่แล้วมันจะจัดระเบียบลงตัว (order) ขึ้นมาเอง และทุกฝ่ายจะมีความสุขมาก Dee Hock ได้ปัญญาเชิงระบบเช่นนี้มาจากการสังเกตความจริงตามธรรมชาติ จากเด็กที่ยากจน Dee Hock ได้กลายมาเป็นผู้ก่อตั้งและ CEO คนแรกของธุรกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ VISA CARD ซึ่งมีธนาคารและ ๙๔ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ mac10_final.indd 94 3/4/2563 BE 6:03 PM บริษัทเป็นหมื่น ๆ แห่งจากทั่วโลกเข้ามาสัมพันธ์เป็นเครือข่าย โดยไม่มีใครมี อำนาจเหนือใคร คนใช้ VISA CARD ได้ทั่วโลก ได้รับความสะดวก ธนาคารก็มี ความสุข บริษัทที่ขายสินค้าก็มีความสุข เข้ามาเชื่อมโยงกันด้วยความสมัครใจ เพราะต่างได้รับประโยชน์และมีความสุขที่เป็นอิสระไม่ถูกใครบังคับ Dee Hock จึงเชื่อว่ายุคเก่าแห่งการใช้อำนาจไปต่อไปไม่ได้แล้ว ยุคใหม่เป็นสัมพันธภาพเชิงเครือข่ายที่ไม่ต้องใช้อำนาจบังคับ อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านอาจศึกษาเพิ่มเติมคือจากคนชื่อ Bill Smith ซึ่งเป็นผู้ค้นพบกระบวนการที่เรียกว่า AIC อันเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ใน การพัฒนา (New Development Paradigm) ที่ใช้การเรียนรู้ร่วมกันใน การปฏิบัติ เข้ามาแทนที่การใช้อำนาจซึ่งไม่ได้ผลแล้ว การศึกษาเพิ่มเติมจะทำให้ท่านมีความรู้กว้างขวางออกไป จนกระทั่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องกระบวนทัศน์ใหม่ในการพัฒนาก็ได้ นักจัดการสมัยใหม่ก็ทราบมานานพอสมควรแล้วว่า หากสร้าง "เป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วม" คนในองค์กรจะลงมือทำไปสู่เป้าหมาย เดียวกันโดยไม่ต้องสั่งการ หวังว่าการเอาตำบลเป็นจุดยุทธศาสตร์ และเป้าหมายตำบล ๑๖ ประการ จะเป็นเครื่องช่วยให้คนไทยทุกคน ทุกองค์กร มี เป้าหมายเดียวกัน หากคนไทยทั้งประเทศมีความมุ่งมั่นร่วมกัน และมีเป้าหมาย เดียวกัน จะเป็นไปได้อย่างไร ที่จะไม่ประสบความสำเร็จ ! ประเวศ วะสี 3/4/2563 BE 6:03 PM 95 # ปัจฉิมกถา * ประเทศไทยเมื่อวิกฤตถึงขนาด จะไปถึงจุดพลิกผัน (tipping point) ณ จุดนั้น สถานการณ์ประเทศอาจจะพลิกอย่างฉับพลันไปทางใดทางหนึ่ง ทางร้าย คือเกิดมิคสัญญีกลียุค ทางดี คือพลิกจากร้ายกลายเป็นดีอย่างฉับพลัน * ในฐานะผู้สูงอายุ ผู้เขียนพยากรณ์ว่าจะเป็นอย่างหลัง เพราะคนไทยในภาคส่วนต่าง ๆ ในเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ได้สร้างทุนเรื่องดี ๆ ไว้มาก ด้วยความเพียรอันบริสุทธิ์ ที่บางท่านใช้คำว่าเป็น Long March for the Poor รวมทั้งพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พระผู้ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการว่า "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" ๙๖ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 000000000_mac10_final.indd 96 3/4/2563 BE 6:03 PM * ณ จุดพลิกผัน นอกจากเป็นจุดวิกฤตแล้ว วิกฤตยังเป็นโอกาส ให้ประเทศพลิกจากร้ายกลายเป็นดีอย่างฉับพลัน ถ้าทางที่เดินมามันตันและวิกฤต ไปต่อไปไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยน เส้นทาง * การหลุดจากวิกฤตอย่างฉับพลันเกิดจากการพลิกความคิด ตัวอย่างของการพลิกความคิดก็คือ คำสั่ง ๖๖/๒๕๒๓ เมื่อคำสั่งนี้ออกมา การสู้รบระหว่างคนไทยด้วยกัน ในกรณีนักศึกษาปัญญาชนเข้าร่วมกับพรรคคอมมูนิสต์ จับอาวุธต่อสู้อำนาจรัฐ ยุติลงทันที เพราะคำสั่งนี้พลิกความคิด พลิกความคิดว่าผู้ถูกหาว่า เป็นคอมมูนิสต์ไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เมื่อไม่ใช่ศัตรูก็ไม่มีอะไรจะต้องรบกัน ประเวศ วะลี 3/4/2563 BE 6:03 PM 97 * ณ จุดพลิกผันประเทศไทย คนไทยจะพลิกความคิดอีกครั้งหนึ่ง พลิกจากคิดเชิงปฏิปักษ์ต่อกัน ที่ทำให้คนไทยเหมือนไก่อยู่ในเข่ง "จิกตีกันร่ำไป" แต่จิกตีกันเท่าใด ๆ ก็ออกจากเข่งไม่ได้ เพราะ "เข่ง" เป็นโครงสร้างที่แน่นหนามาก จำเป็นต้องพลิกความคิดเชิงปฏิปักษ์ มาเป็นคิดรวมตัวกัน ก้าวข้ามความแตกแยกทุกประเภท เหมือนปรากฏการณ์เมื่อคราวทีมหมูป่า ๑๓ คน ติดในถ้ำหลวงที่ขุนน้ำนางนอน คนไทยทั้งประเทศรวมใจกันก้าวข้ามความแตกแยกทุกประเภท เพื่อให้เพื่อนคนไทย ๑๓ คน รอดชีวิตออกมาจากถ้ำ ๙๘ แผนสงครามเบ็ดเสร็จ เพื่อเอาชนะความยากจนฯ 000000000_mac10_final.indd 98 3/4/2563 BE 6:03 PM * กรณีวิกฤตชาติ คนทั้งชาติประดุจติดอยู่ในถ้ำแห่ง ความเหลื่อมล้ำและการขาดความเป็นธรรม ถึงเวลาที่คนไทยทั้งประเทศจะรวมใจกันก้าวข้ามความแตก แยกทุกประเภท * เมื่อคนไทยมีความมุ่งมั่นรวมกันและมีเป้าหมายเดียวกัน ก็จะเกิดพลังมหาศาล บินออกจาก "เข่ง" หรือโครงสร้าง อันไม่เป็นธรรม สามารถสร้างแผ่นดินไทยที่มีธรรมครอง อันเป็นประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม โดยถ้วนหน้า สืบไปในอนาคตเป็นนิรันดร์ ประเวศ วะสี 3/4/2563 BE 6:03 PM “ หากท่านได้รับผลดี จากหนังสือเล่มนี้ ขอให้ท่านมีกำลังใจ ที่จะทำความดีเพื่อผู้อื่น ต่อไปมากยิ่ง ๆ ขึ้น ” mac10_final.indd 100 3/4/2563 BE 6:03 PM

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

เศรษฐกิจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
33% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
29% Match
ปฏิรูปตำรวจ: ประชาชนถนอมรักตำรวจ – ตำรวจถนอมรักประชาชน
29% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การพัฒนาสังคม

• การเปลี่ยนแปลงทางสังคม

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

เศรษฐกิจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้