auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

เมื่อวิกฤตสุด วิธีได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่มีฐานการยอมรับกว้างและสมรรถนะทางปัญญาสูง

chrome_reader_modeคำอธิบาย

บทความ ลายมือเขียนอธิบายเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขวิกฤตของประเทศไทย โดยนําวิธีคิดแบบทางสายกลางมาใช้กับทางการเมือง ทำให้ได้รัฐบาลที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างและอยู่ในฐานะจะมีสมรรถนะทางปัญญาสูง ยังนำไปสู่ BBD (Broad-Based Democracy) หรือประชาธิปไตยที่มีฐานกว้าง อันจะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนานโยบายสาธารณะ อันเป็นกระบวนการที่ทรงพลังยิ่งในการพาประเทศไทยออกจากสภาวะวิกฤต

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# เมื่อวิกฤตสุด วิธีได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ที่มีฐานการยอมรับกว้างและสมรรถนะทางปัญญาสูง ประเวศ วะสี ## ๑. วิกฤตการณ์ประเทศไทย วิกฤตประเทศไทย ๒๕๖๓ เป็นวิกฤตใหญ่ ที่วิกฤตทุกด้านเข้ามาบรรจบกันคือ (๑) ความ ยากจนและความเหลื่อมล้ำที่แก้ไม่ได้ (๒) วิกฤตเศรษฐกิจที่เชื่อมกับระบบเศรษฐกิจโลกที่พิกล พิการและผกผันอย่างรุนแรงรวดเร็ว (๓) วิกฤตทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น ความแห้ง แล้งสลับกับน้ำท่วมซึ่งรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาฝุ่นพิษปกคลุมประเทศ (๔) วิกฤติการระบาด ของโคโรนาไวรัส ซึ่งกระทบองคาพยพของประเทศทุกส่วนอย่างรุนแรง การระบาดทำนองนี้จะเกิด ซ้ำๆ อีก (๕) ความขัดแย้งทางการเมืองและอารมณ์ความรู้สึกไม่พอใจในการบริหารจัดการ บ้านเมืองของมหาชนที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การชุมนุมประท้วงของเยาวชนกำลังขยายตัวเป็น ตัวอย่าง ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกันเป็นวิกฤตใหญ่ที่ซับซ้อนและยากอย่างยิ่ง ไม่มีรัฐบาลใดในแบบเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเผด็จการทหาร หรือรัฐบาลลูกผสมโดยการเลือกตั้งแบบปัจจุบันจะแก้ไขได้ เพราะไม่ได้รับการยอมรับและมีสมรรถนะสูงพอที่จะเผชิญปัญหาที่ใหญ่และยากขนาดนี้ได้ แล้วจะ ทำอย่างไร ก่อนอื่นต้องเข้าใจสาเหตุ ๑ # ๒. สมุทัย - สังคมเชิงอำนาจกับการขาดสมรรถนะทางปัญญา สังคมไทยเป็นสังคมที่คิดเชิงอำนาจ มีสัมพันธภาพและโครงสร้างเชิงอำนาจ สังคมเชิง อำนาจจะสนใจการเรียนรู้น้อย จึงขาดสมรรถนะทางปัญญา ในครั้งโบราณที่ปัญหาเข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา การใช้อำนาจอาจจะได้ผล แต่สังคมปัจจุบันต่างจากสังคมโบราณโดยสิ้นเชิง ที่เป็น ระบบซับซ้อน (Complex system) หลายมิติ เข้าใจยาก แปรผันรวดเร็ว เกิดโกลาหลได้ง่าย จาก ปัจจัยทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ในสังคมชนิดนี้การใช้อำนาจไม่ได้ผล ดังที่ฝรั่งก็พูดว่า "Power is less and less effective" แต่สังคมไทยก็ยังไม่รู้ตัวและปรับตัวไปใช้สมรรถนะทางปัญญา อย่า ว่าแต่การใช้อำนาจจะไม่ได้ผลเลย แม้การใช้ความรู้สำเร็จรูปโดยไม่เรียนรู้ก็ไม่ได้ผล ดังที่คน อังกฤษชื่อ Robert Chamber ไปวิจัยว่าทำไมการพัฒนาในโลกจึงไม่ได้ผล แล้วสรุปว่าเป็นเพราะ มีการใช้ความรู้โดยไม่เรียนรู้ เราเห็นนักการเมืองของเราไม่ว่าจะเป็นทหารหรือพลเรือนเป็นนัก เรียนรู้มากน้อยเพียงใด และยังข้าราชการอีกด้วย ทั้งวัฒนธรรมทั้งกฎหมายล้วนเป็นปัจจัยให้คิด เชิงอำนาจและใช้อำนาจทั้งสิ้น จึงขาดสมรรถนะทางปัญญาโดยทั่วตลอด แก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ปัญหาต่างๆ สะสมรุมเร้ามากขึ้นๆ จนวิกฤตใหญ่และออกจากสภาวะวิกฤตไม่ได้ ## ๓. การเมืองที่แตกแยกและมุ่งเอาชนะกัน ไม่มีสมรรถนะทางปัญญา รัฐบาลทักษิณเมื่อเริ่มต้นได้รับการเลือกตั้งมาอย่างล้นหลาม ถ้าใช้สมรรถนะทางปัญญาก็ จะเป็นโอกาสของบ้านเมือง แต่ก็มีกลุ่มความคิดเชิงโค่นล้มหรือคิดเชิงอำนาจผสมอยู่ด้วยทำให้เสีย โอกาส เพราะฝ่ายตรงข้ามย่อมต้องพยายามทำลาย นี่คือการเมืองเชิงต่อสู้ทำลายกันเพราะคิดใน เชิงอำนาจ วิกฤตในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ถ้าใช้สมรรถนะทางปัญญาก็มีทางออกในระบบรัฐสภา แต่ การคิดเชิงอำนาจก็ทำให้มีการรัฐประหาร ๒๕๕๗ ซึ่งสร้างความแตกแยกทางการเมืองเรื่อยมาจน ทุกวันนี้ ในช่วงรัฐบาลเผด็จการคสช. ๕ ปี ก็เป็นการเสียโอกาสที่ขาดการใช้สมรรถนะทางปัญญา ทำให้บ้านเมืองเดินมาสู่จุดวิกฤตใหญ่ในวันนี้ ๒ ๔. รัฐมนตรีตามโควต้าพรรคไม่การันตีว่าจะมีสมรรถนะทางปัญญา รัฐบาลที่ไม่มีนายกรัฐมนตรีที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางและมีอำนาจต่อรองสูงที่จะสรรหาคนที่ดีและเก่งที่สุดมาเป็นคณะรัฐมนตรี ย่อมมีสมรรถนะในการบริหารประเทศต่ำ การได้รัฐมนตรีตามโควต้าพรรค ไม่การันตีว่าจะได้คนดีและคนเก่งที่สุดมาบริหารบ้านเมือง คณะรัฐมนตรีที่มีสมรรถนะในการบริหารต่ำไม่สามารถพาประเทศฝ่าวิกฤตไปได้ แต่จะซ้ำเติมให้ประเทศวิกฤตมากขึ้น ๕. จะคิดเพียงล้มรัฐบาลเท่านั้นไม่ได้ แต่ต้องคิดว่าทำอย่างไร จะมีรัฐบาลใหม่เป็นที่ยอมรับ และมีสมรรถนะในการบริหารประเทศได้ การล้มรัฐบาลนั้นไม่ยากเท่ากับการจัดตั้งการปกครองประเทศที่ลงตัว หลังจากนั้นเรื่องนี้มีให้เห็นมากมายในประวัติศาสตร์ระยะใกล้และไกล ในทศวรรษที่แล้วโลกตะวันตกตื่นเต้นกันมาก กับปรากฏการณ์ "อาหรับสปริง" ที่ประชาชนในประเทศอาหรับหลายประเทศลุกฮือขับไล่รัฐบาล เผด็จการของตน แต่ไม่ช้าก็ผิดหวัง อย่างเช่นที่อียิปต์หลังโค่นล้มประธานาธิบดีมูบารัคลงได้ เดี๋ยวนี้ก็ยังมีนายพลซิซึมาเป็นประธานาธิบดี หรือขบวนการ ๑๔ ตุลาคมที่โค่นล้มรัฐบาลทหารได้ ก็ไม่สามารถจัดการปกครองได้ เพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาของผมคนหนึ่งต่อมาไปเรียนโรงเรียนนายร้อย ขณะที่ดำรงตำแหน่งผบ.ทบ. เขาบอกเพื่อนเก่าโรงเรียนเตรียมอุดมว่า "ยึดอำนาจไม่ยากแต่หลังจากยึด ยากฉิบหาย อั้วไม่ทำเด็ดขาด" หรือ ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ก็เคยพูดว่า "เมื่อพวกผมอยู่ในป่าก็คิดยึดอำนาจรัฐ แต่โชคดีที่ไม่สำเร็จ!" มีคนโชคดีหลายคนในประวัติศาสตร์ ๓ เมื่อบ้านเมืองวิกฤตและรัฐบาลไม่มีสมรรถนะในการบริหาร เป็นธรรมดาที่จะมีประชาชน ประท้วงหรือคิดโค่นล้มรัฐบาล อย่าลืมคิดกันล่วงหน้าว่าถึงเวลานั้น ที่รัฐบาลเก่าลาออกหรือถูก ขับไล่ จะมีกระบวนการอย่างไรที่จะได้รัฐบาลใหม่ ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางและมี สมรรถนะทางปัญญาที่จะพาบ้านเมืองพ้นวิกฤต ## ๖. ต้องผลิกวิธีคิดจึงจะได้รัฐบาลที่มีคุณสมบัติดังกล่าว ถ้ายังคิดแบบเดิม ก็จะได้รัฐบาลซ้ำซากๆ แบบเดิม ไม่ว่าจะเผด็จการเต็มตัว ประชาธิปไตย ครึ่งใบ หรือประชาธิปไตยเต็มใบ คือรัฐบาลที่ขาดสมรรถนะทางปัญญาที่สามารถพาชาติพ้นวิกฤต คิดแบบเดิมๆ คือการคิดแบบแยกส่วน แบ่งข้างแบ่งขั้ว แล้วก็คิดเชิงปฏิบัติต่อสู้กันไปมา ระหว่างขั้วที่ต่างกัน แทนที่จะรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ เสียเวลากับการต่อสู้ระหว่างกันเองเสีย มากกว่าร่วมกันพัฒนาปัญญาฝ่าฟันสิ่งยาก ดังปรากฏในการปฏิบัติของสภาผู้แทนราษฎรใน ปัจจุบัน การที่แบ่งแยกเด็ดขาดเป็นฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ที่เราเอาตัวอย่างตะวันตกมาและเห็น ว่าดีนั้น ที่แท้ไม่สอดคล้องกับความจริงตามธรรมชาติและกำลังก่อให้เกิดวิกฤติระบบการเมือง ใน ประเทศตะวันตกทุกวันนี้ ที่การเมืองแบ่งขั้วสุดๆ (polarised) ที่ไม่ดำเนินตามความเป็นเหตุเป็น ผล แต่สุดแต่ว่าเป็นพวกใครมากกว่า อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ วุฒิสภาอเมริกาปฏิเสธที่จะรับฟังหลักฐาน รีบรุดลงมติว่าประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ผิด เพราะเป็นพวกเดียวกัน Steven Brill คนอเมริกันตั้ง คำถามว่า "เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร" ประเทศมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด บัดนี้มีความเหลื่อมล้ำ สุดๆ มีการเมืองที่แบ่งขั้วสุดๆ และมี dysfunctional government หรือรัฐบาลที่พิการ อารย ธรรมตะวันตกกำลังเสื่อมเพราะวิธีคิดที่ผิด เราไม่ควรจะเอาอย่างเขาเรื่อยไป แล้ววิธีคิดที่ถูกคืออย่างไร คือวิธีคิดที่สอดคล้องกับความจริงตามธรรมชาติหรือกฎของธรรมชาติ ๔ ความจริงตามธรรมชาติคือความเป็นเหตุเป็นผล หรือความเป็นกระแสของเหตุปัจจัยที่ พระพุทธเจ้าทรงเรียกว่า อิทัปปัจจยตา อิทะ แปลว่านี้ ความหมายก็คือ นี้ทำให้เกิดนี้ นี้ทำให้เกิด นี้ นี้ทำให้เกิดนี้ เรื่อยมาและเรื่อยไป หรือกระแสของความเป็นเหตุปัจจัยที่หนุนเนื่องไม่ขาดสาย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือทรงตัวอยู่ อย่างเอกเทศโดยไม่สัมพันธ์กับเหตุและการก่อผลต่อไป ไม่มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดที่ตายตัว จึงไม่มี สภาวะสุดโต่ง (Extreme) แบ่งข้างแบ่งขั้ว มีแต่ความเป็นเหตุเป็นผล ท่านจึงเรียกว่าเป็น "ทางสายกลาง" หรือ มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายปัญญา เพราะ เป็นทางแห่งความเป็นเหตุเป็นผลล้วนๆ ไม่แบ่งข้างแบ่งขั้ว ไม่มีสภาวะสุดโต่ง ยามสงครามคนในชาติไม่ทะเลาะกัน แต่รวมตัวเอาชนะศัตรู วิกฤตใหญ่ประเทศไทย ๒๕๖๓ ใหญ่ว่าสงครามพม่ามากนักเพราะซับซ้อนและวิกฤตทุก มิติ การเมืองแบบแบ่งแยกและแตกแยกเอาชนะสงครามครั้งนี้ไม่ได้ ต้องพลิกมาใช้ทางสายกลาง ทางการเมือง นั่นคือใช้ปัญญาหรือความเป็นเหตุเป็นผลล้วนๆ โดยไม่แบ่งข้างแบ่งขั้ว ๗. วิธีได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีด้วยวิถีทางสายกลางทางการเมือง สภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรีด้วยวิจารณญาณที่ดีที่สุดของสมาชิกแต่ละท่านอย่าง อิสระ ปราศจากอาณัติของการแบ่งข้างแบ่งขั้วใดๆ โดยรับฟังเสียงที่บริสุทธิ์และเชื่อถือได้ทาง สังคม โดยคำนึงถึงผู้ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ในการเป็นผู้มีจิตสำนึกสาธารณะ ความ สุจริต มีสติปัญญาสูง รับฟังผู้อื่น และสามารถสื่อสารสาธารณะอย่างมีสาระและสุนทรียะ การลง มติเลือกนายกรัฐมนตรีให้ทำเป็นการลับหลายๆ รอบ จนได้มติเป็นเอกฉันท์ แบบสภาพระคาร์ ๕ ดินัลเลือกพระสันตะปาปา ที่วิหารซิสทีนวังวาติกัน ที่บางครั้งใช้เวลาหลายวันกว่าจะบรรลุความ เป็นเอกฉันท์ ประชาธิปไตยแบบเอกฉันท์ก็ใช้ในทางพุทธ ไม่ใช่มีแต่ประชาธิปไตยเสียงข้างมาก ซึ่ง แม้ภายหลังลงมติก็ยังแตกแยกกันต่อไป วิถีทางปัญญาสู่ประชาธิปไตยเอกฉันท์ได้ นายกรัฐมนตรีที่ได้จากการลงมติของสส.ทั้งสภาอย่างเป็นเอกฉันท์ เป็นผู้ได้รับการยอมรับ จากทุกฝ่าย เหนือการแบ่งแยกทุกชนิด จึงอยู่ในฐานะรวมคนในชาติ และมีอิสระในการสรรหาคน เก่ง คนดี มีสมรรถนะทางปัญญาสูง มาร่วมกันบริหารประเทศพาประเทศออกจากสภาวะวิกฤตได้ ## ๘. วิถีทางสายกลางทางการเมือง จะพลิกสถานการณ์ จากร้ายกลายเป็นดีได้ในทุกด้านอย่างรวดเร็ว อารยธรรมใดๆ เกิดจากวิธีคิดเป็นพื้นฐาน วิธีคิดที่ผิดในที่สุดจะพาอารยธรรมนั้นไปสู่ สภาวะวิกฤต อารยธรรมตะวันตกที่ดูเสมือนดีเมื่อตั้งต้น บัดนี้กำลังวิกฤตมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะทำ โลกเสียสมดุลในทุกมิติ วิธีคิดเบื้องหลังอารยธรรมตะวันตกคือการคิดแบบแยกส่วนแบ่งข้างแบ่งขั้ว พระพุทธองค์ทรงค้นพบกฎความจริงของธรรมชาติ คือกระแสของความเป็นเหตุเป็นผล ล้วนๆ ไม่ตายตัว ไม่แยกส่วน ไม่สุดโต่ง จึงมีชื่อเรียกว่า "ทางสายกลาง" หรือมัชฌิมาปฏิปทา คือ การดำเนินบนเส้นทางสายปัญญา ประกอบด้วยความเป็นเหตุเป็นผลล้วนโดยไม่แบ่งข้างเป็นขั้ว เมื่อนำวิธีคิดแบบทางสายกลางมาใช้กับทางการเมือง นอกจากจะทำให้ได้รัฐบาลที่เป็นที่ ยอมรับอย่างกว้าง เหนือการแบ่งแยกเป็นข้างเป็นขั้ว และอยู่ในฐานะจะมีสมรรถนะทางปัญญาสูง ดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังนำไปสู่ BBD (Broad-Based Democracy) หรือประชาธิปไตยที่มีฐาน กว้าง (ตามที่กล่าวถึงในบทความเรื่อง "การชุมนุมของนักเรียนและนักศึกษาแนวโน้มที่ดีสู่ BBD" ที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้แล้ว) อันจะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนานโยบาย สาธารณะ อันเป็นกระบวนการที่ทรงพลังยิ่งในการพาประเทศไทยออกจากสภาวะวิกฤต ๖ นอกจากนั้นเมื่อคนไทยทั้งชาติร่วมใจกันก้าวข้ามการแบ่งแยกทุกประเภทด้วยวิธีคิดทาง สายกลาง คนทั้งประเทศจะสามารถร่วมกันทำสงครามเบ็ดเสร็จเอาชนะความยากจน และการขาด ความเป็นธรรม (ดูหนังสือโดยผู้เขียนชื่อ "แผนสงครามเบ็ดเสร็จเอาชนะความยากจนและการขาด ความเป็นธรรม"โดยสำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน) เครื่องมือที่ใช้ในการขับเคลื่อนประเทศด้วยแนวทางสายกลางหรือมัชฌิมาปฏิปทาพัฒนา ประเทศไทย คือ "การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ (Interactive learning to action) ใน สถานการณ์จริง" ซึ่งเป็นกระบวนการทางปัญญาที่ทรงพลังยิ่ง ไม่ใช่วิธีการใช้อำนาจแบบเดิมๆ ซึ่ง ไม่ได้ผลแล้ว การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติในสถานการณ์จริง จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ในทุกมิติ ตั้งแต่จิตสำนึก ความรู้สึกนึกคิด และสัมพันธภาพ ตลอดจนการจัด องค์กร จนเรียกว่าเกิดอารยธรรมใหม่แห่งการอยู่ร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรี สันติ สมดุล หรือประเทศ ไทยยุคศรีอาริยะ ทั้งนี้ด้วยแนวทางมัชฌิมาปฏิปทาพัฒนาประเทศไทย บนกฎทางสายกลางตาม ธรรมชาติที่ค้นพบโดยพระพุทธองค์ --- ๗ PQET เมื่อวิกฤตสุด วิธีได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่มีฐานการยอ มรับกว้างและสมรรถนะทางปัญญาสูง ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

เศรษฐกิจ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
9% Match
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
8% Match
ปฏิรูปตำรวจ: ประชาชนถนอมรักตำรวจ – ตำรวจถนอมรักประชาชน
8% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การพัฒนาสังคม

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

เศรษฐกิจ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้