auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ความเชื่อถือไว้วางใจ (Trust) ได้คุณค่าสูงสุดของบริการสุขภาพด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารปาฐกถานำเสนอเกี่ยวกับการบริการสุขภาพด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์อย่างมีคุณภาพสูง จนเกิดความเชื่อถือไว้วางใจอย่างสมบูรณ์ก็เป็นวิธีหนึ่งแห่งการเกิดจิตสำนึกใหม่ โดยนำเสนอ 6 ข้อ ได้แก่ 1. สัญญาประชาคมของบริการสุขภาพ 2. หัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ 3. ปัจจัยเชิงโครงสร้างและระบบ 4. โรงพยาบาลคุณธรรม 5. ผู้มีธรรมชาติของการให้บริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์มีอยู่ 6. ความเป็นมนุษย์ ความเชื่อถือไว้วางใจกัน กับโลกในอนาคต

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# ความเชื่อถือไว้วางใจ (Trust) ได้ คุณค่าสูงสุดของบริการสุขภาพด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประเวศ วะสี มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ปาฐกถาในการประชุม 21st HA National Forum Enhancing Trust in Healthcare ๑๐ - ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๓ ๑ # ๑. สัญญาประชาคมของบริการสุขภาพ ชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุดของมนุษย์ ประชาชนมอบความไว้วางใจในการดูแลสิ่งที่มีค่าสูงสุดในความเป็นมนุษย์นี้ไว้ในมือของ บุคลากรที่มีหน้าที่ดูแลรักษาสุขภาพ ถือเป็น "**อาณัติชีวิต**" หรือ **สัญญาประชาคม (Social Contract)** แม้ไม่ได้ลงนามแต่ก็เป็นเกียรติสูงสุด ที่อาชีพใดอาชีพหนึ่งจะได้รับความเชื่อถือไว้วางใจ จากสังคมทั้งหมด ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิต เลือดเนื้อ ความเป็นความตาย ของเขาถึงขนาดนี้ ตั้งแต่ ครรภ์มารดาจนถึงเชิงตะกอน ไม่มีอาชีพใดอื่นเลยที่จะได้รับฉันทานุมัติจากสังคมถึงขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นครูบาอาจารย์ พระสงฆ์องคเจ้า หรือเจ้าใหญ่นายโตขนาดไหนๆ ฉะนั้นแพทย์พยาบาลหรือบุคลากรสุขภาพอื่นใดผู้มีหน้าที่ให้บริการสุขภาพโดยตรง ถือเป็น ผู้ยอมรับสัญญาประชาคม ว่าจะเป็นผู้ที่เชื่อถือไว้วางใจได้อย่างสมบูรณ์ ที่จะดูแลรักษาผู้ป่วยอย่าง ดีที่สุดด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ หากอาชีพอื่นจะขาดความเชื่อถือไว้วางใจไปบ้าง สังคมยังพอทำใจได้ เช่น พ่อค้าขายของ แพงเกินไป หรือโกงตาชั่ง ตำรวจจับผู้ร้ายผิดตัว หรือตุลาการตัดสินคดีไม่ยุติธรรม หรือนักการเมือง คอรัปชั่น แต่ถ้าบุคลากรสุขภาพเชื่อถือไว้วางใจไม่ได้ สังคมจะหัวใจสลาย หมดสิ้นความหวังใน ชีวิต ไม่สามารถไว้วางใจใครได้เลย ความทุกข์จะท่วมท้นสังคม เกิดความระส่ำระสายทั่วหน้า เพราะวิกฤตการณ์ทางศีลธรรม ฉะนั้น ความเชื่อถือไว้วางใจได้ในการบริการสุขภาพจึงสำคัญยิ่งนัก ต่อความร่มเย็นเป็นสุข ของสังคม และการอยู่ร่วมกันด้วยศีลธรรมอันดีงาม ๒ # ๒. หัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ ที่สมองของมนุษย์มีอยู่ส่วนหนึ่งที่เขาเรียกว่า social brain เป็นส่วนที่รับรู้อารมณ์ ความรู้สึกของคนอื่นจากสีหน้า แววตา วาจา ถ้ารับรู้ว่าเขามีความทุกข์จะเกิดความเห็นใจ (Empathy) และมีน้ำใจอยากช่วยเหลือให้เขาพ้นทุกข์ ที่เรียกว่า Altruism นี้เป็นธรรมชาติ ตามปกติของมนุษย์ ที่เรียกว่ามีเมล็ดพันธุ์แห่งความดีอยู่ในหัวใจ หรือมีหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ เมื่อคนที่มีหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ดังกล่าว เป็นแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรผู้ให้บริการ สุขภาพอื่นใด ให้บริการผู้ป่วยโดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วยและครอบครัวเป็นที่ตั้ง ทั้งทาง จิตใจ ทางกาย ทางสังคม รวมทั้งทางเศรษฐกิจ ด้วยอัธยาศัยไมตรี ด้วยความหวังดี ด้วยความรู้ และทักษะที่มีคุณภาพสูงสุด ด้วยความไม่ ประมาท ด้วยการคำนึงถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยไร้ญาติ การดูแลด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ดังกล่าว ย่อมส่งกระแสออกไป ทั้งทางสีหน้า แววตา วาจา ท่าที อาจจะมีกระแสคลื่นของความดีอย่างอื่นๆ ที่มองไม่เห็น แต่ผู้ป่วยและญาติสัมผัสได้ ก่อให้เกิดความเชื่อถือไว้วางใจ (Trust) อย่างสนิทใจ ความเชื่อถือไว้วางใจได้อย่างสนิทใจ ทำให้เกิด ความสุข ความหย่อนคลาย ภูมิคุ้มกันเพิ่ม โรคหายง่าย ในผู้ป่วยบางคนบางโรค โรคก็หายโดยยังไม่ ทันได้ยา เพราะได้รับความเห็นใจและเอาใจใส่จากผู้รักษา ถ้ามีสถานพยาบาลและผู้ให้บริการที่มีหัวใจของความเป็นมนุษย์ ที่ได้รับความเชื่อถือ ไว้วางใจของประชาชนอย่างกว้างขวาง จะมีผลต่อมวลความสุขของสังคม การหายจากโรค และ การประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างสำคัญ ยิ่งกว่านั้นจะก่อให้เกิดศรัทธาแก่สังคมว่าความดีมีจริง ถ้าตรง ข้ามสังคมขาดศรัทธาในความดีเสียแล้ว สังคมจะน่ากลัวและไม่น่าอยู่ที่เดียว ฉะนั้น การเพิ่มพูนความเชื่อถือไว้วางใจในบริการสุขภาพ จึงเป็นประเด็นใหญ่ในเรื่อง คุณภาพของบริการสุขภาพและคุณภาพของสังคม การศึกษาให้เข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อความเชื่อถือ ไว้วางใจทั้งทางด้านบวกและด้านลบ จึงมีความสำคัญต่อการเพิ่มพูนความเชื่อถือไว้วางใจ ๓ # ๓. ปัจจัยเชิงโครงสร้างและระบบ สังคมไทยมีปัญหาเรื่องวิธีคิดอย่างหนึ่งคือ คิดว่าดีชั่วเป็นกรรมส่วนบุคคล ขาดความเข้าใจ ว่าโครงสร้างและระบบเป็นปัจจัยที่กำหนดพฤติกรรมของบุคคลและองค์กรอย่างสำคัญ ตัวอย่างมี มากมายที่ผมเคยเจอด้วยตนเองคือสมัยหนุ่มๆ วันหนึ่งบนรถเมล์ได้ยินผู้โดยสารคุยกัน "ตอนไปหา มันที่โรงพยาบาล หน้ามันบอกบุญไม่รับ แต่พอไปหามันที่ร้านมันแทบจะอุ้มเข้าร้าน" มันที่ว่านี้หมายถึงแพทย์คนหนึ่ง ที่เมื่ออยู่ที่ในโรงพยาบาล(ของรัฐ) ไม่ต้อนรับขับสู้ผู้ป่วย ด้วยดี แต่ที่คลินิกส่วนตัวกลับตรงกันข้าม ผู้พูดไม่เข้าใจว่าทำไมหมอคนเดียวกันจึงมีพฤติกรรม ต่างกันราวฟ้ากับดินระหว่างสถานที่ ๒ แห่ง นั่นเป็นเครื่องบอกอย่างดีว่าระบบเป็นปัจจัยกำหนด พฤติกรรมอย่างสำคัญ ระบบโรงพยาบาลของรัฐก็อย่างหนึ่ง ระบบคลินิกส่วนตัวก็อย่างหนึ่ง ที่คลินิกส่วนตัวแพทย์ต้องลงทุน เช่าหรือซื้อสถานที่ ถ้าเปิดคลีนิคแล้วไม่มีคนไข้มาหมอก็ ขาดทุน กลายเป็นว่าหมออยากให้มีคนป่วยมากๆ ตัวเองจะได้มีกำไร ทั้งๆ ที่ในอุดมคติแล้วแพทย์ ต้องอยากไม่ให้คนป่วย ระบบที่มีกำไรขาดทุนกลายเป็นแรงจูงใจทางลบ นี้ทำให้เราต้องคิดว่า ระบบดูแลสุขภาพควรจะเป็นระบบการค้าที่มีการลงทุนและการหากำไรหรือไม่ ชีวิตของผู้คนจะ เกี่ยวกับการค้าได้หรือ แต่ในขณะเดียวกัน พฤติกรรมของบุคคลที่โรงพยาบาลของรัฐ กับที่โรงพยาบาลเอกชนก็ แตกต่างกัน เพราะมีแรงจูงใจและสัมพันธภาพแตกต่างกัน ที่โรงพยาบาลของรัฐ ผู้ป่วยอยู่ในฐานะ ผู้ขอรับบริการจากเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือนาย แต่ที่โรงพยาบาลเอกชนผู้ป่วยอยู่ในฐานะผู้ซื้อที่มีพลัง จ่าย การต้อนรับขับสู้ความสุภาพที่ดูเหมือนมีน้ำใจจึงแตกต่างกัน แต่ก็มีปัจจัยอื่นที่ซับซ้อนอีก คือเมื่อเทคโนโลยีทางการแพทย์มีความก้าวหน้า เทคโนโลยี เหล่านี้มีราคาแพง เช่น อุปกรณ์การตรวจบางอย่าง อาจมีราคาเกิน ๑๐๐ ล้านบาท เมื่อโรงพยาบาล ต้องลงทุนในเทคโนโลยีราคาแพงๆ จำนวนมาก ก็ต้องหาทางเอาทุนคืนโดยการสั่งตรวจมากๆ เพราะถ้าเครื่องมือเหล่านี้ใช้ไม่คุ้มค่าก็จะขาดทุน แต่การสั่งตรวจมากๆ ก็ทำให้คนไข้ถูกตรวจโดย ไม่จำเป็นและเสียค่าบริการแพง อีกประการหนึ่งที่ทำให้คนไข้ถูกตรวจมากเกินจำเป็น คือการป้องกันการถูกฟ้องของแพทย์ เพราะในกรณีที่เกิดการพลาดพลั้งในการวินิจฉัยโรคแล้วแพทย์ถูกฟ้อง ทำให้แพทย์สั่งตรวจให้มาก เข้าไว้ การมีการฟ้องร้องแพทย์ก็เป็นเหตุให้ค่าตรวจรักษามีราคาสูงขึ้น ๔ ทั้งหมดนี้เพื่อจะแสดงให้เห็นระบบที่ซับซ้อนยิ่งที่มากำหนดพฤติกรรมของผู้ให้บริการ ราคา ค่าบริการ และความเชื่อถือไว้วางใจ **เพราะบริการทางการแพทย์ที่สูงมาก ทำให้เกิดประเด็นความเชื่อถือไว้วางใจ** ดัง ตัวอย่างต่อไปนี้ นานมาแล้ว ผมได้รับโทรศัพท์จากสตรีที่ไม่เคยรู้จักกัน ปรึกษาว่าเธอมีความทุกข์มากไม่ ทราบว่าจะตัดสินใจอย่างไรดี คือแม่ของเธอป่วยอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หมอบอกว่าแม่ของเธอ อาการไม่น่าไว้วางใจควรจะอยู่โรงพยาบาลไปอีกสักพัก แต่เท่าที่เธอดูว่าแม่ของเธอไม่เป็นอะไร มากอยากจะพาแม่กลับบ้าน เพราะถ้าอยู่ที่โรงพยาบาลค่าบริการก็แพงมากซึ่งเธอก็ไม่ค่อยจะมีเงิน ที่เธอมีความทุกข์ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรก็คือ ถ้าเธอตัดสินใจพาแม่กลับบ้านแล้วที่หมอพูดเป็น ความจริง แม่เป็นอะไรไปเธอก็จะเสียใจมากที่ตัดสินใจผิด แต่ถ้าเชื่อหมอให้แม่อยู่โรงพยาบาล ต่อไปแต่จริงๆ แล้วแม่ไม่ได้เป็นอะไรมากก็เสียเงินมากโดยเปล่าประโยชน์ และทำให้เธอลำบาก ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเสียให้โรงพยาบาลด้วยราคาที่แพงมาก จะเห็นว่า "**ราคาที่แพงมาก**" ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจว่าโรงพยาบาลจะ "**เลี้ยงไข้**" เมื่อมีคนป่วยทั้งคนป่วยและญาติ มีความทุกข์มากอยู่แล้ว สถานพยาบาลควรจะเป็นที่ **ที่เขาเชื่อถือไว้วางใจได้อย่างสนิทใจ** เพื่อคลายทุกข์ลงได้บ้าง การที่โรงพยาบาลของรัฐก็อาจจะขาดน้ำใจ โรงพยาบาลเอกชนก็ราคาแพงและเกิดปัญหา ความเชื่อถือไว้วางใจ แสดงถึงความต้องการในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ ที่ทั้งมีน้ำใจ มี **คุณภาพ และมีความเชื่อถือไว้วางใจได้** โดยไม่ใช่คิดแต่ว่าดีชั่วเป็นกรรมส่วนบุคคลเท่านั้น มีประเด็นใหญ่ที่ยังเห็นไม่ตรงกันก็คือ **การบริการสุขภาพเป็นการค้ากำไรได้หรือไม่** และ เชื่อมโยงไปถึงว่าโรงพยาบาลเอกชนเข้าตลาดหุ้นได้หรือเปล่า เพราะถ้ามีผู้ถือหุ้นผู้ถือหุ้นก็หวังว่า จะได้รับการปันผลมาก เป็นแรงกดดันให้โรงพยาบาลทำกำไรมากๆ ก็เชื่อมไปถึงประเด็นที่ว่าเรื่อง ความเจ็บไข้ได้ป่วย เรื่องเลือดเนื้อชีวิตควรเป็นการค้ากำไรหรือ ฝ่ายคิดเชิงมนุษยนิยมก็เห็นว่าไม่ ควร ฝ่ายคิดเชิงประสิทธิภาพก็ชี้ให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่างโรงพยาบาลของรัฐกับ โรงพยาบาลเอกชน และการแบ่งเบาภาระโรงพยาบาลของรัฐ โดยดูแลคนที่สามารถจ่าย ๕ # ๔. โรงพยาบาลคุณธรรม ในท่ามกลางโลกทุนนิยมแห่งการค้ากำไร มีตัวอย่างของโรงพยาบาลคุณธรรม ที่ไต้หวันมี มูลนิธิพุทธฉือจี้ ซึ่งมีกิจกรรมและสถาบันทางสังคมมากมายหลายอย่าง อย่างหนึ่งคือมีโรงเรียนแพทย์และโรงเรียนพยาบาลที่ทันสมัย ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ มีการจัดการที่ทันสมัย แต่มีน้ำใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ ที่โรงพยาบาลแห่งโรงเรียนแพทย์ของมูลนิธิพุทธฉือจี้ บุคลากรทั้งหมดรวมทั้งอาสาสมัครจำนวนมาก มีความสุภาพอ่อนน้อมและอ่อนโยนต่อประชาชนอย่างยิ่งยวด เขาถือหลัก "ผู้ให้ต้องเคารพผู้รับ" ในการให้ทุกชนิดผู้ให้ต้องก้มศีรษะต่ำกว่าผู้รับ เขาปฏิบัติต่อผู้ป่วยประดุจ บิดามารดา ครูแพทย์และนักศึกษาแพทย์เล่นดนตรีให้ผู้ป่วยฟัง ผู้ป่วยระยะสุดท้ายของชีวิตอยู่ใน สิ่งแวดล้อมและได้รับการปฏิบัติอย่างมีคุณค่าสูงส่งทางจิตวิญญาณ ศาสตราจารย์สุมน อมรวิวัฒน์ ปรมาจารย์ทางการศึกษา ผู้ซึ่งไปเห็นสภาพการณ์ที่นั่นถึงกับพูดว่า "อยากมาตายที่นี่" แน่นอนยิ่งว่า โรงพยาบาลคุณธรรมเช่นนี้ ประชาชนที่มารับบริการมีความเชื่อถือไว้วางใจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ และแสดงให้เห็นว่าท่ามกลางสังคมทุนนิยมแห่งการค้ากำไร มีความเป็นไปได้ที่จะมีโรงพยาบาลคุณธรรมที่ให้ความอบอุ่นทางจิตใจแก่ประชาชนที่เจ็บไข้ได้ป่วย เรื่องนี้มีความสำคัญยิ่ง ความอบอุ่นทางจิตใจของคนในชาติ ยิ่งในยามเจ็บไข้ได้ป่วยมีความทุกข์กายทุกข์ใจยิ่งยวดอยู่แล้ว ถ้าได้พบสถานพยาบาลที่ให้ความอบอุ่นทางจิตใจย่อมเป็นประดุจผู้เดินทางในทะเลทรายได้พบโอเอซิสอันชุ่มฉ่ำ ฉะนั้น สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาลก็ดี องค์กรพัฒนาระบบสุขภาพก็ดี ศูนย์คุณธรรมก็ดี ควรศึกษาว่ามีองค์ประกอบใดบ้างที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นโรงพยาบาลคุณธรรม เพื่อส่งเสริมให้มีมากๆ เพื่อความเชื่อถือไว้วางใจและความอบอุ่นทางจิตใจของปวงประชาผู้ทุกข์ยาก ๖ # ๕. ## ผู้มีธรรมชาติของการให้บริการด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์มีอยู่ มนุษย์มีลักษณะตามธรรมชาติที่แตกต่างกัน ตำราโบราณว่ามีถึง ๙ ลักษณะ ที่เรียกว่า "นพ ลักษณ์" บางคนชอบใช้อำนาจ บางคนชอบค้ากำไร บางคนชอบศิลปะ บางคนชอบบริการผู้อื่น ฯลฯ คนที่ชอบบริการผู้อื่นน่าจะมาเป็นบุคลากรที่ให้บริการสุขภาพ เพราะฉะนั้นแม้พฤติกรรมของ คนส่วนใหญ่จะขึ้นกับโครงสร้างและระบบตามที่กล่าวถึงในตอนที่ ๓ บุคลากรสุขภาพส่วนหนึ่งเป็น อิสระ ไม่ว่าระบบจะเป็นเช่นไรๆ เขาก็เป็นคนที่มีหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์ชอบช่วยเหลือเพื่อน มนุษย์ มีน้ำใจกับเพื่อนมนุษย์ มีความสุขในการได้ทำประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์ มีสปิริตแบบพวก มิชชันนารีเพราะมิชชั่นของเขาคือการอุทิศตัวเพื่อเพื่อนมนุษย์ บุคลากรสุขภาพที่มีหัวใจเพื่อเพื่อน มนุษย์เช่นนี้แหละที่จะได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากผู้ป่วยและญาติ มีข้อเสนอนานมาแล้วว่าการคัดเลือกบุคคลเข้าเรียนเพื่อเป็นบุคลากรสุขภาพ ควรมี กระบวนการสรรหาผู้มีฉันทะในการบริการประชาชน หรือผู้มีหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ ข้อเสนอนี้ยัง ไม่ได้รับการปฏิบัติ ปัญหาเรื่องแพทย์ไม่เต็มใจปฏิบัติงานในชนบทจึงเป็นปัญหาเรื่อยมา แม้จะแก้ ด้วยการใช้ "เงิน" คือเงินค่าปรับ แต่ยังไม่เคยใช้มาตรการทาง "ธรรม" คือธรรมชาติของคนบาง คนที่ชอบบริการเพื่อเพื่อนมนุษย์ หรือมีสปิริตแห่งมิชชันนารี ในโอกาสที่คณะกรรมการระดับโลก เสนอการปฏิรูประบบการผลิตบุคลากรสุขภาพที่ เรียกว่า 21st Century Health Profession Education ให้ปรับเปลี่ยนจากการเอาวิชาการเป็นตัว ตั้ง มาเป็นเอาระบบเป็นตัวตั้ง (System-oriented) น่าจะถือโอกาสปรับการคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามา ศึกษาเพื่อเป็นบุคคลากรสุขภาพด้วย ๗ # ๖. ความเป็นมนุษย์ ความเชื่อถือไว้วางใจกัน กับโลกในอนาคต วิชาเศรษฐศาสตร์และระบบเศรษฐกิจปัจจุบันอยู่บนหลักการที่ว่า พฤติกรรมของมนุษย์ถูกกำหนดโดยประโยชน์สูงสุดของตนเองหรือความเห็นแก่ตัว ระบบเศรษฐกิจที่ครองโลกอยู่ในปัจจุบันจึงยิ่งส่งเสริมความเห็นแก่ตัว ซึ่งเป็นการแยกส่วนทำให้โลกเสียสมดุลและวิกฤต ความคิดดังกล่าวเป็นการคิดแบบแยกส่วน เพราะมนุษย์ไม่ได้มีแต่ความเห็นแก่ตัวเท่านั้น และไม่ได้เห็นแก่ตัวตลอดเวลา มนุษย์ยังมีอื่นๆ อีก เช่น รักพ่อแม่ญาติพี่น้องเพื่อนบ้าน รักเพื่อนมนุษย์ รักส่วนรวม รักธรรมชาติ สุนทรียธรรม และวัฒนธรรม โลกในอนาคตจะต้องฟื้นตัวจากวิกฤตอารยธรรมปัจจุบัน โดยมีวิธีคิดใหม่และคุณค่าใหม่ที่มาจากจิตสำนึกใหม่ (New consciousness) จิตสำนึกเล็กและคับแคบและแยกส่วน ไม่สอดคล้องกับความจริงตามธรรมชาติ ที่สรรพสิ่งล้วนเชื่อมโยงเป็น **องค์รวม (Wholeness)** เดียวกัน จิตสำนึกที่เล็ก คับแคบ และแยกส่วน ทำให้ทำแบบแยกส่วน ซึ่งนำไปสู่การเสียสมดุลและสภาวะวิกฤต จิตสำนึกใหม่เป็นจิตสำนึกใหญ่ ที่เข้าถึงความจริงตามธรรมชาติหรือจิตสำนึกองค์รวม การมีจิตสำนึกใหม่ที่เป็นจิตสำนึกใหญ่ที่เข้าถึงความเป็นหนึ่งเดียวของธรรมชาติทั้งหมด ทำให้เกิดอิสรภาพหลุดจากการติดอยู่ในความคับแคบแยกส่วน ทำให้รู้สึกเบาสบายและมีความสุขอันประณีตลึกซึ้ง เพราะความสุขกับอิสรภาพเป็นเรื่องเดียวกัน คือการหลุดพ้นจากความบีบคั้น นอกจากนั้นจะประสบความงามอันล้นเหลือ เพราะความงามเกิดจากความเป็นทั้งหมด เช่น ดอกไม้ที่งามเพราะความเป็นองค์รวม แต่ถ้าแยกย่อยลงไปเหลือแต่สสารที่เป็นองค์ประกอบ ความงามก็จะหายไป ฉะนั้นเมื่อจิตเข้าถึงความเป็นองค์รวมจึงประสบกับความงามอยู่ทั่วไป เป็นเครื่องประเทืองจิตใจยิ่งนัก ยิ่งกว่านั้นยังเกิดมิตรภาพอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่ง ลองนึกภาพดูว่าจิตใจที่เป็นมิตรต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสิ่ง จะเป็นจิตใจที่อ่อนโยนกลมกล่อมและมีความสุขในเนื้อในตัวสักเพียงใด และเป็นไปเพื่อสัมพันธภาพใหม่ คือการอยู่ร่วมกันอย่างฉันท์มิตร สันติสมดุล นั่นคือภาวะใหม่ที่เป็นไปกับจิตสำนึกใหม่ ที่บุคคลจะสัมผัสได้ด้วยตนเอง ภาวะใหม่หรือภพใหม่เป็นสัมพันธภาพใหม่ที่เป็นความสุขและสร้างสรรค์ และเต็มไปด้วยความเชื่อถือไว้วางใจกัน ๘ จิตสำนึกใหม่มีพหุบท หรือหลายเส้นทางในการเกิดขึ้น เช่น โดยสัมผัสกับธรรมชาติ โดย ผ่านศิลปะ โดยผ่านการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น โยคะ โดยการทำงาน โดยกระบวนการทางสังคม โดยจิตตภาวนาคือการเจริญสติ โดยจะเกี่ยวกับศาสนาหรือไม่เกี่ยวก็ได้ **การบริการสุขภาพด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์อย่างมีคุณภาพสูง** จนเกิดความ เชื่อถือไว้วางใจอย่างสมบูรณ์ก็เป็นวิธีหนึ่งแห่งการเกิดจิตสำนึกใหม่ และเป็นเส้นทางที่ใหญ่มาก เพราะบริการสุขภาพเป็นเรื่องใหญ่มหาศาลเกี่ยวข้องกับชีวิตของทุกคน ตั้งแต่ครรภ์มารดาจนถึง เชิงตะกอน เพราะฉะนั้น ความพยายามพัฒนาคุณภาพของบริการสุขภาพ จึงเป็น **วรบท** หรือเส้นทาง อันประเสริฐ ที่จะนำไปสู่จิตสำนึกใหม่ และ ภาวะใหม่ของมนุษยชาติในอนาคต ที่จะมีสัมพันธภาพ ใหม่ ที่มีความรักและความเชื่อถือไว้วางใจกันอย่างสมบูรณ์ เป็นเส้นทางแห่งการเปลี่ยนแปลงโลก ให้น่าอยู่และงดงาม และเป็นเส้นทางที่มีสู้ยากนัก เพราะบุคลากรสุขภาพมีความโน้มเอียงอยู่แล้ว ในการเห็นใจ เพื่อนมนุษย์ที่ทุกข์ยาก และมีน้ำใจในการช่วยเหลือเกื้อกูล อีกทั้งสังคมเองก็มีความคาดหวังใน บุคลากรสุขภาพเป็นพิเศษ อย่างที่เขาไม่ได้คาดหวังจากพ่อค้า หรือผู้รักษากฎหมาย หรือ นักการเมือง ดังที่กล่าวแต่ต้นว่าบุคลากรสุขภาพกับสังคม มี special social contract หรือสัญญา ประชาคม หรือสัญญาใจต่อกัน ว่าสังคมจะให้ความไว้วางใจต่อบุคลากรสุขภาพเป็นพิเศษ และ บุคลากรสุขภาพจะไม่ทรยศต่อเกียรติยศและความไว้วางใจที่สังคมมอบให้ โดยให้บริการที่ดีที่สุด ด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ โรงพยาบาลคุณธรรมและสังคมคุณธรรมสร้างได้ด้วยหัวใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ โรงพยาบาล คุณธรรมและสังคมคุณธรรมเป็นอนาคตของเราร่วมกัน ผ่านงานพัฒนาคุณภาพสถานพยาบาล --- <page_number>๙</page_number> PQET ความเชื่อถือไว้วางใจ (Trust) ได้คุณค่าสูงสุดของบริการสุขภาพด้วย หัวใจของความเป็นมนุษย์ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

จิตใจ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
37% Match
ปฏิรูปตำรวจ: ประชาชนถนอมรักตำรวจ – ตำรวจถนอมรักประชาชน
29% Match
สำหรับระดมความคิด มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ในวันที่ 2 สิงหาคม 2560
22% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ

• สุขภาพ

history_eduหมวดหมู่

สุขภาพ

จิตใจ

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้