hotel_class เนื้อหาคัดสรร

ดูเพิ่มเติม

auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

หลังโควิด-19 อะไรคือจุดคานงัด ที่นำไปสู่การแก้ปัญหาทุกเรื่อง

chrome_reader_modeคำอธิบาย

บทความนำเสนอเกี่ยวกับ ผลกระทบที่เกิดหลังจากโควิด-19 และแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยการสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด โดยระดมกำลังทุกภาคส่วนของประเทศ รวมทั้งพลังนักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งหมด องค์กรภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการจัดการสูง ต้องเข้ามาสนับสนุนการจัดการเป็นรายจังหวัด ทำนอง 1 บริษัท / 1 จังหวัด การระดมพลังนักเรียน นิสิต นักศึกษา ปฎิบัติการทางสังคมเศรษฐกิจ จะปูทางไปสู่การปรับใหญ่ระบบการศึกษาไทย โดยปรับระบบการศึกษาจากการเรียนรู้โดย “ท่อง” วิชา เป็นการเรียนรู้จากการลงมือ “ทำ” ในสถานการณ์จริง ซึ่งจะทำให้รู้ความจริง ทำเป็น คิดเป็น จัดการเป็น ทำให้ประเทศเข้มแข็งทางสังคมเศรษฐกิจ และการมีคนไทยที่มีสมรรถนะสูงเต็มประเทศ ทำให้ประเทศพ้นวิกฤตอย่างถาวร ซึ่งถือเป็นหัวใจของการฟื้นฟูบูรณะสังคมเศรษฐกิจ

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# หลังโควิด-19 อะไรคือจุดคานงัด ที่นำไปสู่การแก้ปัญหาทุกเรื่อง ## ประเวศ วะสี ปัญหาต่างๆ ที่คั่งค้างมาก่อนโควิด-19 ระบาด และปัญหาเศรษฐกิจสังคมหนักหน่วงที่เกิดจาก โควิด-19 รวมกันเข้าใหญ่โตมหาศาล ที่รอการแก้ไขหลังโควิดบรรเทาเบาบาง ก็คงคิดทำอะไรกันหลาย อย่าง แต่ถามว่าอะไรคือจุดคานงัด ที่จะงัดไปสู่การแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง ลองช่วยกันตีประเด็นนี้ให้ แตก ผมขอเสนอว่าคือ **การระดมกำลังนักเรียน นิสิต นักศึกษาทั้งหมด ปฏิบัติการทางสังคมเศรษฐกิจเต็มพื้นที่ ประเทศ** **เพื่อสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่** **เพื่อช่วยเลี้ยงเด็ก และดูแลผู้สูงอายุทั้งหมด** กำลังคนที่เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษามีหลายล้านคน ถ้าระดมไปปฏิบัติการทางสังคม เศรษฐกิจเต็มพื้นที่ประเทศจะเป็นพลังมหาศาล การสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ต้องเป็นเป้าหมายร่วมกันของ ไทยทั้งชาติ และระดมกำลังจากทุกภาคส่วน ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่มาร่วมกันทำให้สำเร็จ การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่เป็นการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ความยากจนเป็นศูนย์ การ ว่างงานเป็นศูนย์ ทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขและศีลธรรม ความชั่วต่างๆ เช่น การลักขโมย การพนัน ยาเสพติด จะหายไป เพราะการมีสัมมาชีพทำให้คนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีความภูมิใจในตัวเอง และมีกิน มีใช้แล้ว ไม่อยากทำชั่ว การมีสัมมาชีพยังทำให้ครอบครัวอบอุ่น พ่อแม่ลูกได้อยู่ด้วยกัน เอื้อต่อคุณภาพ เด็กเยาวชนและครอบครัว ลองอ่านพระสูตรที่เรียกว่า "**กุฎทันตสูตร**" บรรยายความร่มเย็นเป็นสุข เมื่อมีสัมมาชีพเต็ม พื้นที่ ว่าดังนี้ ๑. โภคทรัพย์จะเกิดขึ้นในท้องพระคลัง = เศรษฐกิจดี ๒. ราษฎรจะไม่ต้องปิดประตูเรือนอยู่ = ไม่มีการลักขโมย ๓. จะยังบุตรให้ฟ้อนอยู่บนอก = ครอบครัวอบอุ่น ๑ การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่จึงเป็นจุดคานงัด ไปสู่การพัฒนาทุกเรื่อง **สัมมาชีพ** หมายถึงอาชีพที่ไม่เบียดเบียนตนเอง (ทำลายสุขภาพ ทำลายความอบอุ่นของครอบครัว) ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม และมีรายจ่ายน้อยกว่ารายได้ สัมมาชีพจึงเป็นทั้งเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม และศีลธรรมร่วมกัน **ตัวอย่างของสัมมาชีพ** ๑. ทำการเกษตรพึ่งตนเองตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้มากที่สุด ทำให้มีกินมีใช้ หลุดหนี้ มีเงินออม ในการนี้ควรมีการขุดสระน้ำประจำครอบครัวที่สามารถเก็บน้ำได้ทั้งปี การมีสระน้ำประจำครอบครัวจะทำให้หายจน เพราะสามารถเลี้ยงปลา ปลูกผัก ปลูกผลไม้ ปลูกไม้ยืนต้น แก้ปัญหาน้ำท่วมและปัญหาภัยแล้ง ค่าจ้างขุดสระ ๑๕,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท ต่อหนึ่งสระ การขุดสระน้ำประจำครอบครัวก็จะสร้างการมีงานทำขึ้นมามาก ๒. วิสาหกิจชุมชน ๓. วิชาช่างทุกชนิด ๔. รับจ้างทำงานในสถานประกอบการ ๕. ประชาชนเป็นผู้ประกอบการเอง โมฮัมหมัดยูนุส นักเศรษฐศาสตร์ ชาวบังกลาเทศ ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพ ได้ทดลองปฏิบัติการกับประชาชนคนยากจนหลายร้อยล้านคน มาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้วพบว่า ถ้ามีแหล่งเงินกู้ขนาดเล็กและได้รับการสนับสนุนทางเทคโนโลยีและการจัดการประชาชนสามารถรวมตัวกันเป็นผู้ประกอบการเอง เมื่อประชาชนเป็นผู้สร้างงานเองก็ไม่มีการว่างงาน และไม่มีคนจน เขามั่นใจว่าโลกสามศูนย์ (ดูหนังสือชื่อนี้ของเขา) เป็นไปได้ คือ * การว่างงานเป็นศูนย์ * ความยากจนเป็นศูนย์ * การปล่อยมลภาวะเป็นศูนย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษาและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรศึกษาโลกสามศูนย์ของยูนุส ให้เข้าใจแจ่มแจ้ง แล้วสร้างโลกสามศูนย์เต็มพื้นที่ ๒ # ประโยชน์ของการที่นักเรียน นิสิต นักศึกษาไปปฏิบัติการในพื้นที่ ๑. แก้ไขปัญหาการว่างงานของบัณฑิตตกงาน ๒. เป็นแรงงานราคาถูก ช่วยให้สถานประกอบการลดต้นทุนและสามารถเริ่มกิจการได้ทันที เพราะถือว่านักเรียนนักศึกษาเป็นผู้ฝึกงาน ๓. นักเรียนนิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้จากการทำงานจริง และมีรายได้บ้าง แม้ไม่ถึงค่าแรงขั้นต่ำ แต่จะประกันการตกงานเพราะก็ทำงานไปด้วยในตัวอยู่แล้ว ๔. การที่นักเรียน นิสิต นักศึกษา ไปช่วยคนจน ในการเลี้ยงดูเด็กและดูแลผู้สูงอายุ เป็นการแบ่งเบาภาระของคนจนที่เขาต้องทำมาหากินตัวเป็นเกลียว ยังไม่พอกินพอใช้ ไม่มีเวลาเลี้ยงดูลูก ไม่มีเวลาดูแลพ่อแม่ที่แก่เฒ่า ทำให้คุณภาพชีวิตย่ำแย่ ในขณะที่เรามีกำลังนักเรียน นิสิต นักศึกษา ตั้งหลายล้านคน แต่ไปเรียนรู้ด้วยการท่องตำราเสียหมด ไม่เอามาเรียนรู้โดยการปฏิบัติการจริงในสังคม ทำให้สังคมแยกกันเป็นส่วนๆ ไม่เข้ามาเชื่อมโยงช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เขาเรียกว่าคิดแบบแยกส่วน ทำแบบแยกส่วน การแยกส่วนทำให้เสียสมดุล และวิกฤต ## การพัฒนาคือการเชื่อมโยง การศึกษาโดยปฏิบัติการจริงทางสังคมเศรษฐกิจที่เสนอ คือการเชื่อมโยงสังคมเข้าด้วยกัน ชาวบ้านจะสบายอกสบายใจ และมีเวลาทำสัมมาชีพมากขึ้น เมื่อมีคนมาช่วยเลี้ยงลูกและดูแลผู้สูงอายุ คุณภาพเด็ก เยาวชน และครอบครัว ก็จะดีขึ้น คุณภาพผู้สูงอายุก็จะดีขึ้น นักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็ได้เรียนรู้จากการลงมือทำในสถานการณ์จริง ทำให้เข้าใจความเป็นจริงของสังคมไทย ทำเป็น คิดเป็น จัดการเป็น และภูมิใจที่ได้ทำประโยชน์ต่อชีวิตของผู้คน ในขณะที่ระบบการศึกษาแบบ "ท่อง" วิชา สร้างคนที่ไม่รู้ความจริงของประเทศไทย ทำไม่เป็น คิดไม่เป็น และจัดการไม่เป็น ขึ้นมาเต็มประเทศ เป็นเหตุให้ประเทศอ่อนแอและวิกฤต ๕. การระดมนักเรียน นิสิต นักศึกษา ไปปฏิบัติการทางสังคมเศรษฐกิจทั่วประเทศ เมื่อปรากฏผลดีทั้ง ๔ ประการ ตามที่กล่าวข้างต้น จะทำให้การปรับใหญ่ระบบการศึกษาไทยเป็นไปได้ คือการปรับ ๓ จากระบบการเรียนรู้โดย "ท่อง" เป็นระบบการเรียนรู้โดย “ทำ” ระบบการศึกษาก็จะกลายเป็น พลังใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทย ไม่เป็นตัวถ่วงที่ทำให้ประเทศพัฒนาไม่ได้อีกต่อไป ## พลังสนับสนุนการสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ เมื่อการสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ เป็นเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมของคนทั้งชาติ ก็มีพลัง สนับสนุนมหาศาล นั่นคือทุกภาคส่วนของประเทศ เช่น * ผู้ประกอบอาชีพทุกประเภท * ผู้นำชุมชนท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้มีผู้นำชุมชนท้องถิ่นที่เก่งและดีหลายแสนคนแล้ว * ภาครัฐทั้งหมด * สถาบันการศึกษาทุกประเภท รวมทั้งมหาวิทยาลัยทั้งหมด * องค์กรอิสระ และภาคประชาสังคม * ภาคธุรกิจ ภาคธุรกิจมีคนที่มีความสามารถสูงมากที่สุด และมีทักษะในการจัดการมากกว่าภาค อื่นๆ ภาคธุรกิจจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างสัมมาชีพที่เต็มพื้นที่ องค์กรธุรกิจใหญ่ๆ ที่มีศักยภาพในการจัดการสูง ซึ่งรวมถึงรัฐวิสาหกิจด้วย มีจำนวนมาก พอที่จะทำงานในรูปแบบ ๑ บริษัท / ๑ จังหวัด ได้อย่างสบาย โดยองค์กรธุรกิจ ๑ บริษัท ไปสนับสนุน เชิงการจัดการใน ๑ จังหวัด ให้สามารถจัดการสร้างสัมมาชีพได้เต็มพื้นที่จังหวัด ## ข้อควรระวัง ปัญหาใหญ่ที่ทำให้การพัฒนาประเทศไทยติดขัดก็คือ สังคมข้างบนไม่รู้ความจริงของสังคม ข้างล่าง หรือความจริงของแผ่นดินไทย เพราะระบบการศึกษาที่เอาวิชาเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาความจริง ของแผ่นดินไทยเป็นตัวตั้ง เมื่อไม่รู้ความจริงย่อมทำให้ถูกต้องไม่ได้ ฉะนั้นชนชั้นนำซึ่งประกอบด้วย นักการเมือง ข้าราชการ นักวิชาการ นักธุรกิจ สื่อมวลชน ล้วนไม่รู้ความจริงของแผ่นดินไทย ที่พูดๆ เขียนๆ จึงไม่ตรงต่อการแก้ปัญหา ข้อควรระวังก็คือ เมื่อลงไปแก้ปัญหา อย่าเอาความเห็นของตนเป็นใหญ่อาจผิดได้ ขอให้ปรึกษา กับผู้นำชุมชนท่องถิ่น รวมทั้งปราชญ์ชาวบ้าน ๔ # สรุป หัวใจของการฟื้นฟูบูรณะสังคมเศรษฐกิจ คือการสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ ทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด โดยระดมกำลังทุกภาคส่วนของประเทศ รวมทั้งพลังนักเรียน นิสิต นักศึกษา ทั้งหมด องค์กรภาคธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพในการจัดการสูง ต้องเข้ามาสนับสนุนการจัดการเป็นราย จังหวัด ทำนอง ๑ บริษัท / ๑ จังหวัด การระดมพลังนักเรียน นิสิต นักศึกษา ปฏิบัติการทางสังคม เศรษฐกิจ จะปูทางไปสู่การปรับใหญ่ระบบการศึกษาไทย โดยปรับระบบการศึกษาจากการเรียนรู้โดย "ท่อง" วิชา เป็นการเรียนรู้จากการลงมือ "ทำ" ในสถานการณ์จริง ซึ่งจะทำให้รู้ความจริง ทำเป็น คิด เป็น จัดการเป็น ทำให้ประเทศเข้มแข็งทางสังคมเศรษฐกิจ และการมีคนไทยที่มีสมรรถนะสูงเต็ม ประเทศ ทำให้ประเทศพ้นวิกฤตอย่างถาวร ทั้งนี้โดยเบญจภาคีในพื้นที่แต่ละจังหวัด อันได้แก่ ประชาคมจังหวัด - หอการค้าจังหวัด - ผู้นำชุมชนท้องถิ่น - องค์กรการศึกษาทั้งมวลในจังหวัด - องค์กรสุขภาพทั้งมวลในจังหวัด สามารถ รวมตัวกันลงมือขับเคลื่อนได้โดยไม่ต้องรอ เพราะทั้งหมดมีเป้าหมายร่วมกันคือสุขภาวะที่สมบูรณ์ ของคนทั้งมวลในจังหวัด --- ๕ PQET หลังโควิด-19 อะไรคือจุดคานงัด ที่นำไปสู่การแก้ปัญหาทุกเรื่อง ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

การศึกษา

เศรษฐกิจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
14% Match
ปฏิรูปตำรวจ: ประชาชนถนอมรักตำรวจ – ตำรวจถนอมรักประชาชน
9% Match
สำหรับระดมความคิด มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ในวันที่ 2 สิงหาคม 2560
9% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การพัฒนาการศึกษา

• การพัฒนาเศรษฐกิจ

• การเปลี่ยนแปลงทางสังคม

• การพัฒนาสังคม

history_eduหมวดหมู่

การศึกษา

เศรษฐกิจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้