auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

การเปลี่ยนแปลงประเทศไทย : องค์การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้

chrome_reader_modeคำอธิบาย

ประเวศ วะสี ได้เขียนทความชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงประเทศไทย : องค์การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ สืบเนื่องจากมีปัญหาหลากหลายด้าน ซึ่งนำไปสู่การไม่รู้ และสุดท้ายเกิดเป็นเรื่องราวใหญ่โต โดยผู้เขียนได้เสนอแนวทางในการสร้างองค์ความรู้เพื่อความเท่าเทียมกัน ใช้ในการสือสารระหว่างมวลชน เพื่อป้องกันการเข้าใจ และผิดพลาดในการสื่อสาร ได้เสนอการจัดตั้งองค์กรภาครับที่ทำหน้าที่นี้ ชื่อว่า อสร. องค์การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ โดยควรจะมีวัตถุประสงค์อย่างน้อยดังต่อไปนี้ 1.สร้างจิดสำนึกใหม่ 2 สร้างวัฒนธรรมการอ่าน 3.ส่งเสริมการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ 4.ส่งเสริมความเข็มแข็งของชุมชนท้องถิ่น 5. ส่งเสริมการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การคิดด้วยเหตุผลและมีการวิจารญาณ 6. สร้างและส่งความรู้เพื่อการใช้งาน (Working Knowledge) 7ส่งเสริมการเรียนรู้ในโรงเรียน 8.การสื่อสารเพื่อการพัฒนาการเมือง 9.สร้างสื่อเพื่อการเรียนรู้ อสร. 10.สื่อสุนทรียธรรมและจิตตปัญญาศึกษา อสร. ที่ยกตัวอย่างมาทั้ง 10 เรื่อง เป็นเรื่องที่องค์การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้สามารถทำได้ และจะเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย ไม่เป็นการยากเลยที่รัฐบาลจะออกกฎหมายจัดตั้งองค์การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ที่เป็นอิสระและมีงบประมาณพอเพียงและคล่องตัว ถ้าหากใช้เงินสักปีละ 10,000 ล้านบาท ก็นับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับการใช้เงินไปมากๆ แต่ไม่ได้ประโยชน์คุ้มค่าเท่าการสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ของคนทั้งชาติ

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

การเปลี่ยนแปลงประเทศไทย องค์การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ ประเวศ วะลี ปัญหาใหญ่ของประเทศและของโลกก็คือ เราอยู่ในประเทศเดียวกันและโลกเดียวกันแต่รู้ ไม่เท่ากันการรู้ไม่เท่ากันนำไปสู่ปัญหานานาประการ ซึ่งต่อไปสู่ความขัดแย้งและความรุนแรง การ ทำให้คนรู้ทั่วถึง ทัดเทียม เท่าทัน จึงเป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย และจุดเปลี่ยนโลก ระบบการศึกษา อย่างที่มีไม่สามารถสร้างการรู้อย่างทั่วถึง ทัดเทียม เท่าทันได้ เทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย สามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้ แต่ขณะนี้การสื่อสารที่มีทั้งหมดยังถูกใช้ไปในทางผิดๆ ด้วยอิทธิพลของ เงิน ฉะนั้นจึงควรมีองค์การสื่อสารของรัฐที่เป็นอิสระและมีสมรรถนะสูง เพื่อการเรียนรู้ของคนทั้ง มวล หรือ อสร. ประเทศของเราตกอยู่ในความหมักหมมของอำนาจ และความไม่รู้หรืออวิชชา คนทั้งหลาย ยังขาดวัฒนธรรมการเรียนรู้ ขาดการรับรู้ความจริง การใช้เหตุผลและมีวิจารณญาณ ถูกล้างสมองได้ ง่ายจากการโฆษณาประชาสัมพันธ์และการปลุกปั่นทางการเมือง ตกเป็นเหยื่อของการบริโภคความ ขัดแย้งแตกแยกและรุนแรง การสื่อสารที่ดีจะพาสังคมออกจากอำนาจของอวิชชา องค์การสื่อสาร เพื่อการเรียนรู้ ควรจะมีวัตถุประสงค์อย่างน้อยดังต่อไปนี้ ๑. สร้างจิตสำนึกใหม่ ให้คนไทยทั้งมวลเกิดสำนึกในศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของ ตนเอง และเปิดศักยภาพแห่งการสร้างสรรค์ให้เต็มที่ ๒. สร้างวัฒนธรรมการอ่าน คนไทยอ่านน้อย ในเรื่องที่ซับซ้อนถ้าไม่อ่านจะไม่เข้าใจ เมื่อไม่ เข้าใจก็ไม่สามารถเผชิญกับความซับซ้อนได้ ทำให้สังคมติดขัดและวิกฤตขึ้นเรื่อย ต้องสร้าง วัฒนธรรมการอ่านให้ได้ ๓. ส่งเสริมการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ สังคมไทยเป็นสังคมอำนาจมีโครงสร้างสัมพันธ์ทางดิ่ง สังคมทางดิ่งจะมีการเรียนรู้น้อยแต่มีพฤติกรรมทางลบมาก จะขัดแย้งและรุนแรงจำเป็นต้อง ปรับเปลี่ยนไปเป็นสังคมทางราบ คือมีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำด้วยความสมัครใจ ในทุกพื้นที่ใน ทุกองค์กร และในทุกเรื่อง เกิดความเป็นประชาสังคม ความเป็นประชาสังคมจะทำให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี การสื่อสารต้องส่งเสริมการเกิดขึ้นแห่งประชาสังคม ๔. ส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น อำนาจรัฐรวมศูนย์เป็นปัญหาของประเทศนำไปสู่ ความขัดแย้งทั่วแผ่นดิน และทำให้เกิดการเมืองที่เข้ามาคิดรวบอำนาจรัฐรวมศูนย์ต้องกระจาย อำนาจไปสู่ชุมชนท้องถิ่นโดยทั่วถึง ถ้าภายใน ๑๐ ปี ชุมชนต้องถิ่นเข้มแข็งทุกทางประเทศไทยจะ พ้นวิกฤต กิจการทุกชนิดจึงควรไปส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งการสื่อสาร ๕. ส่งเสริมการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การคิดด้วยเหตุผลและมีการวิจารณาณ ทุกวันมีข้อมูล ข่าวสารเกิดขึ้นเต็มโลก เป็นขยะเสียก็มาก การสื่อสารต้องช่วยให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร ตามความเป็นจริง กระตุ้นให้คิดด้วยเหตุผล ให้แยกแยะได้ว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง อะไรมี ประโยชน์อะไรไม่มีประโยชน์อะไรมีโทษอย่างไร ประชากรที่มีวิจารณญาณ เป็นประชากรที่มี คุณภาพสูง คุณภาพของประชากรเป็นทุนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ การสื่อสารต้องส่งเสริมการมี คุณภาพของประชากรโดยรวดเร็วควรมีรายการที่เชื่อมต่อให้ทุกบ้านและทุกชั้นเรียน มีการวิเคราะห์ ข้อมูลข่าวสารทุกวัน ๖. สร้างและส่งความรู้เพื่อการใช้งาน (Working Knowledge) ความรู้จำเป็นแก่ชีวิตตั้งแต่ครรภ์ มารดาจนถึงเชิงตะกอน ควรสำรวจความต้องการการใช้ความรู้เพื่อชีวิตและงานของคนกลุ่มต่างๆ และส่งเสริมให้มีการสร้างความรู้ที่ถูกต้องและมีประโยชน์ ทุกวันนี้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ สับสนมากถึงประโยชน์และโทษของสิ่งต่างๆ เพราะการมุ่งโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อธุรกิจการค้า และเพราะการขาดความสามารถทางวิชาการของนักวิชาการ มหาวิทยาลัยต่างๆ ควรจะตั้งศูนย์ ความรู้เพื่อสังคม เพื่อวิเคราะห์สังเคราะห์ให้ได้ความรู้ที่แม่นยำและเหมาะแก่การใช้ประโยชน์ของ ประชาชนและประชาชนเข้าถึงได้ง่าย ๗. ส่งเสริมการเรียนรู้ในโรงเรียน นักเรียนทุกคนควรจะได้มีโอกาสเรียนรู้จาก "ครูดี" ครูดีจะ ก่อให้เกิดความบันดาลใจและความสนุกในการเรียนรู้ แต่ขณะนี้เป็นไปไม่ได้ที่นักเรียนในทุก ห้องเรียนทั่วประเทศจะมีโอกาสได้เจอครูที่สอนเก่ง แต่เป็นไปได้โดยเทคโนโลยีการสื่อสาร เป็นไปได้ที่จะแสวงหาครูที่สอนเก่งในวิชาต่างๆ และใช้เทคโนโลยีการสื่อสารสื่อไปสู่ทุกห้องเรียน ที่ต้องการเรียนวิชานั้นๆ ให้ทั้งนักเรียนและครูได้ดูฟังพร้อมกัน แล้วนำไปปุจฉาวิสัชนากันต่อไป เป็นการพัฒนาทั้งครูและนักเรียนไปพร้อมกัน ๘. การสื่อสารเพื่อการพัฒนาการเมือง การเมืองที่ด้อยพัฒนานำไปสู่ความขัดแย้งและความ รุนแรง การเมืองด้อยพัฒนาเพราะอยู่ในภพภูมิของอำนาจ ผลประโยชน์ความไม่รู้ จึงต้องมีการ ยกระดับไปสู่ภพภูมิใหม่แห่งการใช้ความรู้และเหตุผล ควรจัดให้กลุ่มที่มีความเห็นทางการเมืองที่ แตกต่างกันมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นของตนให้ประชาชนรับรู้ทั้งประเทศ เมื่อเริ่มต้นกลุ่ม เหล่านี้อาจจะมีวาทกรรมแบบเดิมๆ คือขาดฐานข้อมูลความรู้และขาดการใช้เหตุผล ควรมีศูนย์ ข้อมูลความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องคอยให้ข้อมูลแก่ผู้รับชมรับฟังพร้อมทั้งแสดงวิธีคิดด้วยเหตุผล ใน ที่สุดสังคมผู้รับชมรับฟังจะเข้ามากำกับให้นักการเมืองใช้ข้อมูลหลักฐานความรู้และการคิดอย่างมี เหตุผล พัฒนาการเมืองจะเกิดขึ้นเมื่อสาธารณะที่มีความรู้และเหตุผลเข้ามากำกับให้นักการเมืองใช้ ความรู้และเหตุผล ๙. สร้างสื่อเพื่อการเรียนรู้ อสร. ควรส่งเสริมให้มีการสร้างสื่อดีๆ ทุกรูปแบบเพื่อการเรียนรู้ไม่ ว่าจะเป็นหนังสือ นิทาน การ์ตูน มัลติมีเดีย ซอฟแวร์ต่างๆ เพื่อส่งต่อไปให้ประชาชนทุกรูปแบบ ต่างๆ ๑๐. สื่อสุนทรียธรรมและจิตตปัญญาศึกษา อสร. ควรสื่อสารศิลปะวัฒนธรรมและความดีงาม ต่างๆ ไปสู่ประชาชนโดยกว้างขวาง ด้วยวิธีการที่ไม่น่าเบื่อและในทำนองเดียวกันส่งเสริมให้มีการรู้ จิตของตัวเองแล้วเกิดปัญญา ที่เรียกว่าจิตตปัญญาศึกษาซึ่งมีแนวทางอันหลากหลายน่าสนใจและ สนุก สุนทรียธรรมและจิตตปัญญาศึกษา จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ทั้งในระดับบุคคล องค์กร และสังคม ที่ยกตัวอย่างมาทั้ง ๑๐ เรื่อง เป็นเรื่องที่องค์การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้สามารถทำได้ และจะ เป็นจุดเปลี่ยนประเทศไทย ไม่เป็นการยากเลยที่รัฐบาลจะออกกฎหมายจัดตั้งองค์การสื่อสารเพื่อ การเรียนรู้ที่เป็นอิสระและมีงบประมาณพอเพียงและคล่องตัว ถ้าหากใช้เงินสักปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้าน บาท ก็นับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับการใช้เงินไปมากๆ แต่ไม่ได้ประโยชน์คุ้มค่าเท่าการสื่อสารเพื่อ การเรียนรู้ของคนทั้งชาติ ข้อสำคัญต้องมีกลุ่มคนที่มีจิตสำนึกสูง มีฉันทะวิริยะอย่างแรงกล้าที่จะส่งเสริมการเรียนรู้ ของคนทั้งมวล เข้าใจเรื่องความรู้ การเรียนรู้ การสื่อสารและการจัดการ ขอให้คนที่เป็นกัลยาณมิตร เช่นนี้ก่อตัวกันขึ้น ทำแผนองค์การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ และยกร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง โดยทำ เป็นกระบวนการสาธารณะแล้วเชื่อมต่อกับทางการเมือง ผมเชื่อว่าไม่มีวิญญูชนคนใดจะไม่ต้องการ ให้เรื่องดีๆ เช่นนี้เกิดขึ้น ขอแต่เพียงให้ทำเป็นและจัดการเป็น .- pQET การเปลี่ยนแปลงประเทศไทย องค์การสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
25% Match
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
20% Match
ปฏิรูปตำรวจ: ประชาชนถนอมรักตำรวจ – ตำรวจถนอมรักประชาชน
14% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การสื่อสาร--แง่สังคม

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้