auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (3 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

พลัง 5 หรือเบญจพละ เอาชนะวิกฤตโควิด-19 และเปลี่ยนแปลงประเทศไทยสู่อนาคตที่ดีกว่า

chrome_reader_modeคำอธิบาย

บทความนำเสนอเกี่ยวกับ พลัง 5 ที่จะสามารถเอาชนะวิกฤตโควิด-19 และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ยกระดับประเทศไทยไปสู่ภพภูมิใหม่ เกิดบูรณภาพและดุลยภาพ เพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยความเป็นธรรมและสันติ พลังทั้ง 5 ได้แก่ 1. พลังแห่งความมุ่งมั่นร่วมกันของคนไทยทั้งชาติ 2. พลังทางปัญญา พลังแห่งโครงสร้างทางสมอง 3. พลังพลเมืองตื่นรู้ 4. พลังแห่งระบบการศึกษาที่เรียนรู้จากการปฏิบัติในสถานการณ์จริง 5. พลังแห่งสำนึกในศักดิ์ศรีและศักยภาพความเป็นมนุษย์ของคนไทยทุกคน

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# พลัง ๕ หรือเบญจพละ เอาชนะวิกฤตโควิด-19 และเปลี่ยนแปลงประเทศไทยสู่อนาคตที่ดีกว่า โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประเวศ วะสี ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ วิกฤตโควิด-19 เป็นส่วนหนึ่งของวิกฤตใหญ่ประเทศไทย ที่มาบรรจบกันในปี ๒๕๖๓ ได้แก่ ความยากจนและความเหลื่อมล้ำสุดๆ ที่แก้ไม่ได้ วิกฤตเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจโลก ที่พิกลพิการ และพลิกผันรุนแรง รวดเร็ว วิกฤตสิ่งแวดล้อม เช่น ความแห้งแล้งสลับกับน้ำท่วมซึ่ง รุนแรงและขยายตัวมากขึ้นๆ รวมทั้งฝุ่นพิษในอากาศ และสารพิษปนเปื้อนในดิน น้ำ อากาศ อาหาร และวิกฤตการเมืองเรื้อรังไม่มีทางออก ประเทศไทยและสังคมไทย แม้มีข้อดีหลายอย่าง แต่มีปัญหาพื้นฐานในตัวเองที่แก้ไขไม่ได้ ทำให้ปัญหาต่างๆ สะสมจนวิกฤต รวมกันเป็นวิกฤตชาติ ๒๕๖๓ แล้วยังมีโควิด-19 มาซ้ำเติม อย่างไรคนไทยก็จะต้องรวมตัวเอาชนะวิกฤตโควิด-19 ให้ได้ เพราะมันเป็นความเป็นความ ตายของเรา ในการทำสงครามต่อสู้เอาชนะวิกฤตโควิด-19 เราต้องใช้วิธีการอันทรงพลังสูงยิ่งหรือ สูงสุด ที่นอกจากเอาชนะโควิด-19 แล้ว ยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ที่เปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ดีกว่า วิธีการอันทรงพลังสูงยิ่งนี้เรียกว่า พลัง ๕ หรือเบญจพละ ซึ่งมีดังต่อไปนี้ ## ๑. คนไทยทั้งประเทศรวมใจก้าวข้ามการแบ่งแยกและแตกแยกทุกประเภท มีความมุ่งมั่นร่วมกัน ที่จะเอาชนะวิกฤตโควิด-19 คนไทยไม่เคยมีความมุ่งมั่นร่วมกัน มี แต่ความแตกแยก ทอนกำลังกัน ไม่มีพลังแห่งชาติที่จะสร้างประเทศไทยที่ลงตัว จึงปั่นป่วน วุ่นวาย รุนแรง มาเกือบ ๑ ศตวรรษ ความมุ่งมั่นร่วมกันจะเป็นพลังแห่งชาติเพื่อออกจากวิกฤต -1- ## ๒. พลังทางปัญญา-พลังของโครงสร้างทางสมอง สังคมไทยคิดเชิงอำนาจ มีสัมพันธภาพเชิงอำนาจ และโครงสร้างอำนาจ ระบบราชการคือ โครงสร้างอำนาจที่ปกคลุมทั่วประเทศ ใช้กฎหมาย ข้อบังคับ กฎระเบียบ คำสั่ง ประกาศ รวมกัน กว่า ๑๐๐,๐๐๐ ฉบับ ครอบคลุมบังคับการปฏิบัติ ใช้กำลังพลมหาศาลดูแลการบังคับใช้ระเบียบ เหล่านี้โดยไม่มีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาสาระหรือความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ นี้คือโครงสร้าง อำนาจที่ปราศจากโครงสร้างทางสมอง ทำให้ประเทศไม่มีพลังที่จะแก้ไขปัญหาที่ยากและ สลับซับซ้อนได้ สะสมปัญหามากขึ้นๆ จนเป็นวิกฤติชาติ ๒๕๖๓ ในวิกฤตโควิด-19 สาธารณะ ประจักษ์แล้วว่า การเมืองที่ขาดสมรรถนะทางปัญญา ไม่สามารถบริหารสั่งการแก้ปัญหาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ### ต้องใช้พลังทางปัญญาและสร้างโครงสร้างทางสมอง โดยมีกลุ่มคนที่ทำหน้าที่เหมือนกลุ่มเซลล์สมอง สมองทำหน้าที่รับรู้ข้อมูลหรือสถานการณ์ความเป็นจริง วิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้ได้ความ จริงที่ลึกขึ้น รอบด้านมากขึ้น เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้อง การตัดสินใจที่ถูกต้องเป็นปัญญา สุดยอด เพราะจะรอดหรือจะตายก็อยู่ที่ตัดสินใจถูกหรือผิด การตัดสินใจว่าจะไปทางไหน ทำ หรือไม่ทำอะไร ทำอย่างไร อาจเรียกว่าการตัดสินใจทางนโยบาย เมื่อตัดสินใจแล้วกลุ่มเซลล์ สมองนำนโยบายนั้นสื่อสารให้ทุกส่วนรับรู้และเข้าใจถึงข้อปฏิบัติได้ และติดตามสนับสนุน แก้ไข อุปสรรคการปฏิบัติ ให้ปฏิบัติไปสู่ผลสัมฤทธิ์ได้ งานของกลุ่มเซลล์สมองที่ว่านี้ อาจเรียกว่าการพัฒนานโยบาย และกลุ่มเซลล์สมอง ดังกล่าวอาจเรียกว่ากลุ่มพัฒนานโยบาย -2- จะเห็นความแตกต่างของการทำงานของโครงสร้างอำนาจหน้าที่บังคับใช้กฎระเบียบ กับ ของกลุ่มพัฒนานโยบาย ซึ่งเป็นกระบวนการทางปัญญา การมีกลุ่มพัฒนานโยบาย หรือกลุ่มเซลล์สมองในเรื่องต่างๆ และระดับต่างๆ ตั้งแต่ระดับ ชุมชนขึ้นมาถึงระดับชาติ คือการสร้างโครงสร้างทางสมองให้ประเทศ เรื่องนี้ถ้าเข้าใจก็ทำได้โดยไม่ ยากนัก เมื่อประเทศไทยมีโครงสร้างทางสมอง ประเทศก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป สำหรับกรณีวิกฤตโควิด-19 ก็คือมีกลุ่มพัฒนานโยบายเอาชนะวิกฤตโควิด-19 หรือจะ เรียกชื่ออะไรก็แล้วแต่ แต่หน้าที่คือเป็นกลุ่มเซลล์สมองที่ทำหน้าที่พัฒนานโยบายในการยุติการ ระบาดของโควิด-19 ถ้ามีเซลล์สมองในเรื่องนี้ ก็ไม่มีปัญหาว่าจะยุติวิกฤตไม่ได้ ## ๓. พลังพลเมืองที่ตื่นรู้ ประชาชนทั้งประเทศเป็นพลเมืองตื่นรู้ มีจิตสำนึกสูง รับรู้ข้อมูลข่าวสาร เป็น Informed citizen เข้าร่วมขับเคลื่อนอย่างกัมมันตะ (active) ที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง ร่วมกันเอาชนะสงครามโควิด-19 เกิดเป็นสังคมเข้มแข็งและกัมมันตะ ตามปกติ เนื่องจากเป็นสังคมอำนาจทางดิ่ง ราษฎรอยู่ในระบบอุปถัมภ์ ไม่ตื่นตัว ขาด จิตสำนึก ไม่รวมตัวร่วมคิดร่วมทำ เป็นสังคมอ่อนแอ สังคมอ่อนแอเป็นเหตุให้การเมืองไม่ดี เศรษฐกิจไม่ดี และศีลธรรมไม่ดี ในการต่อสู้เอาชนะวิกฤตโควิด-19 คราวนี้ต้องถือโอกาสเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นสังคม เข้มแข็ง คณะกรรมการอิสระที่บัญชาการต่อสู้เอาชนะสงครามโควิด-19 ต้องมียุทธศาสตร์สังคม เข้มแข็ง ถ้าประชาชนทั้งประเทศกลายเป็นพลเมืองตื่นรู้ มีจิตสำนึกสูง รับรู้ข้อมูลข่าวสาร เป็น สังคมกัมมันตะ ดังกล่าว นอกจากจะสามารถหยุดยั้งการระบาดของโควิด-19 ได้แล้ว สังคม เข้มแข็งจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้การเมืองดี เศรษฐกิจดี และศีลธรรมดี สืบต่อไปในอนาคต -3- ๔. ระบบการศึกษาที่ปรับตัว เปลี่ยนการเรียนรู้จาก "ท่อง" เป็น "ทำ" ในสถานการณ์จริง ระบบการศึกษาเป็นระบบที่ใหญ่มาก ควรจะเป็นพลังทางปัญญาของแผ่นดิน แต่ระบบการศึกษาเข้าไปสู่จุดอับทางปัญญามาเป็นเวลา ๑ ศตวรรษเต็ม ๆ เพราะเรียนรู้โดยท่องวิชา แทนที่จะเรียนรู้จากการปฏิบัติในสถานการณ์จริง การท่องวิชาเป็นปัญญาระดับต่ำสุดคือความจำ ปัญญาระดับสูงสุดคือการประเมินค่าและตัดสินใจ ถ้าตัดสินใจถูกก็เจริญ ถ้าผิดก็เสื่อมหรือล่ม สลาย การเรียนรู้จากการปฏิบัติธรรมให้ทำเป็น คิดเป็น จัดการเป็น หรือเป็นคนเก่ง คือทำงานเก่ง คิดเก่ง จัดการเก่ง การท่องจำสร้างคนที่ทำงานไม่เป็น คิดไม่เป็น จัดการไม่เป็น ขึ้นมาเต็มประเทศ วิกฤตโควิด-19 เป็นตัวอย่างของสถานการณ์จริงอย่างหนึ่งซึ่งมีความสลับซับซ้อนหลายมิติ ระบบการศึกษาอันใหญ่โตแบบท่องวิชาเกือบไม่มีน้ำยาที่จะทำอะไรได้เลย จะต้องปลดปล่อยระบบการศึกษาออกมาจากโครงสร้างอำนาจที่บังคับให้การศึกษาต้อง แยกตัวออกจากสังคม (Non-engaged) มาเป็นระบบการศึกษาในสังคม ที่รู้ร้อนรู้หนาว ร่วมทุกข์ ร่วมสุข ร่วมแก้ปัญหาสังคม เมื่อเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาไปสู่การเรียนรู้จากการปฏิบัติใน สถานการณ์จริง ประเทศไทยจะเกิดพลังทางปัญญามหาศาล ที่ไม่ใช่เอาชนะวิกฤตโควิด-19 เท่านั้น แต่วิกฤตอื่นๆทั้งหมดด้วย ๕. ปลดปล่อยพลังมหาศาลประดุจพลังนิวเคลียร์ในตัวมนุษย์ พลังแห่งสำนึกในศักดิ์ศรีและศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์ของคนไทยทุกคน สังคมที่อำนาจและเงินเป็นใหญ่ได้สร้างมายาคติต่างๆ ขึ้นมาเป็นอันมาก ที่ทำให้คนทั้งหมดรู้สึก ด้อยศักดิ์ศรีและด้อยศักยภาพ ประดุจถูกจองจำอยู่ในคุกที่มองไม่เห็น (The invisible prison) ทำ ให้ขาดความสุขและความสร้างสรรค์สมกับศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์ ถ้าคนไทยทุกคนพร้อม กันเปิดประตูคุก โดยหลุดออกจากความไม่จริงหรือมายาคติ ใช้ความจริง "ความจริงมีชัยเหนือทุก สิ่ง" ความจริงคือทุกคนเป็นมนุษย์ ในความเป็นมนุษย์นั้นมีศักดิ์ศรีและศักยภาพในตัวเอง สำนึกใน -4- ศักดิ์ศรีและศักยภาพในความเป็นมนุษย์ของตัวเองจะก่อให้เกิด "ระเบิดจากภายใน" เป็นพลังมหาศาลประดุจพลังนิวเคลียร์ในตัวมนุษย์ เกิดความสุขฉับพลัน (Instant happiness) เพราะอิสรภาพที่เหมือนคนออกจากที่จองจำ มีพลังสร้างสรรค์ในตัวเอง สามารถทำอะไรดีๆ และรวมตัวร่วมคิดร่วมทำกับเพื่อนมนุษย์คนอื่นๆ ในกรณีนี้ก็คือต่อสู้เอาชนะวิกฤตโควิด-19 ด้วยพลังจิตสำนึกพลังทางสังคม และพลังทางปัญญา **พลังทั้ง ๕ หรือ เบญจพละ** ที่กล่าวมาข้างต้น อันได้แก่ * พลังแห่งความมุ่งมั่นร่วมกันของคนไทยทั้งชาติ * พลังทางปัญญา พลังแห่งโครงสร้างทางสมอง * พลังพลเมืองตื่นรู้ * พลังแห่งระบบการศึกษาที่เรียนรู้จากการปฏิบัติในสถานการณ์จริง * พลังแห่งสำนึกในศักดิ์ศรีและศักยภาพความเป็นมนุษย์ของคนไทยทุกคน เป็นพลังมหาศาลแห่งชาติที่ไม่มีอะไรทานได้ นอกจากจะเอาชนะวิกฤตโควิด-19 แล้ว ยังจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformation) ยกระดับประเทศไทยไปสู่ภพภูมิใหม่ที่ลงตัว เกิดบูรณภาพและดุลยภาพ เพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยความเป็นธรรมและสันติ สืบไป -5- PQET พลัง ๕ หรือเบญจพลและเอาชนะวิกฤตโควิด-19 และเปลี่ยนแปลงอนาคตประเทศไทยสู่อนาคตที่ดีกว่า ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
23% Match
ปฏิรูปตำรวจ: ประชาชนถนอมรักตำรวจ – ตำรวจถนอมรักประชาชน
20% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
19% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การพัฒนาสังคม

• การพัฒนาประเทศ

• การเปลี่ยนแปลงทางสังคม

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้