auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
บทความนำเสนอเกี่ยวกับประเทศไทยยุคใหม่ หลังโควิด กล่าวคือ หลังโควิดเป็นยุคใหม่ที่ต้องการความคิดใหม่ระบบใหม่ ทั้งเรื่องสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา การเมือง และอื่นๆ เป้าหมายสูงสุดของยุคใหม่คือการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ทั้งระหว่างคนกับคน ระหว่างคนกับธรรมชาติแวดล้อม ไม่ใช่การเติบโตทางเศรษฐกิจแบบเก่าๆ ที่เหลื่อมล้ำสุดๆ ซึ่งวิธีการสร้างสมดุลดังกล่าว ก็คือวิธีสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# ประเทศไทยยุคใหม่ หลังโควิด ## ๑. ด่วนที่สุดคือสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ (ไม่ใช่ จีดีพี) จีดีพี เป็นความคิดเก่าระบบเก่า ความคิดเก่าระบบเก่านำไปสู่วิกฤติโลก เพราะโลกวิกฤตโควิด จึงมา หลังโควิดเป็นยุคใหม่ที่ต้องการความคิดใหม่ระบบใหม่ ทั้งเรื่องสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา การเมือง และอื่นๆ เป้าหมายสูงสุดของยุคใหม่คือการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ทั้งระหว่างคนกับคน ระหว่างคนกับธรรมชาติแวดล้อม ไม่ใช่การเติบโตทางเศรษฐกิจแบบเก่าๆ ที่เหลื่อมล้ำสุดๆ ทุกคนต้องมีกินมีใช้ ทุกครอบครัวต้องมีรายได้สูงกว่ารายจ่าย เรื่องเร่งด่วนที่สุดคือสร้าง สัมมาชีพเต็มพื้นที่ ให้ทุกครอบครัวมีกินมีใช้ การมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่จะทำให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข ศีลธรรมอันดีงาม และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ วิธีสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ทำดังนี้ ### ๑. เศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง ทั้ง ๘๐,๐๐๐,๐๐๐ หมู่บ้าน ประกอบด้วย #### ๑.๑ เกษตรทฤษฎีใหม่ + ขุดสระน้ำประจำครอบครัว เกษตรทฤษฎีใหม่หรือเกษตรผสมผสาน ทำให้มีกินมีใช้ทุกครอบครัว ควรมีการขุดสระน้ำประจำครอบครัว ที่เก็บน้ำได้ทั้งปี การมีสระน้ำประจำครอบครัวจะทำให้หายจน หลุดหนี้ เพราะใช้เลี้ยงปลา ปลูกผัก ปลูกผลไม้ และไม้ยืนต้น ป้องกันน้ำท่วม และความแห้งแล้ง ทำให้ธรรมชาติกลับคืนสู่สมดุล ค่าขุดสระประมาณสระละ ๑๕,๐๐๐ - ๓๐,๐๐๐ บาท ลำพังการขุดสระทั้งประเทศก็สร้างการมีงานทำมากแล้ว ครอบครัวที่มีสระน้ำจะเริ่มหายจนภายใน ๖ เดือน ๑ ๑.๒ วิสาหกิจชุมชน ชุมชนมีกิจการทางเศรษฐกิจทุกอย่างที่สามารถทำได้ ซึ่งรวมทั้งอุตสาหกรรม ชุมชน หัตถกรรม การแปรรูปอาหาร การส่งออก การท่องเที่ยวชุมชน ฯลฯ ๑.๓ สถาบันการเงินของชุมชนระดับตำบลในทุกตำบล จะเป็นเครื่องมือส่งเสริมการออม การลงทุน การฝึกอาชีพ การสร้างงาน สวัสดิการ การจัดการที่เก่งจะทำให้มีเงินหมุนเวียนกว่า ๑๐๐ ล้าน บาท ใน ๑ ตำบล เป็นเครื่องมือเชิงสถาบันของคนจน ธกส. ธนาคารออมสิน และสมาคมธนาคาร แห่งประเทศไทยสามารถสนับสนุนเรื่องนี้ ๑.๔ ศูนย์การแพทย์แผนไทยในทุกตำบล เป็นวิสาหกิจชุมชนที่ให้บริการ ๓ อย่างคือ นวดแผนไทย ประคบด้วยสมุนไพร ขายยาสมุนไพรที่พิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์จริง การแพทย์และสมุนไพร ไทยถ้าทำให้ครบวงจรจะกระจายรายได้ไปสู่เกษตรกรถ้วนหน้า ๑.๕ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น จากไม้ไผ่ ต้นกล้วย ไม้ยืนต้น ถ้ามีการผลิต และนิยมใช้อย่าง กว้างขวาง จะทำให้หายจนและรักษาสิ่งแวดล้อม ๑.๖ ถ้าชุมชนมีวิชาช่างทุกชนิดจะหายจน คนในชุมชนควรได้รับการฝึกอบรมให้เก่งในวิชาช่างทุก ชนิด เช่น ช่างไม้ ช่างปลูกบ้าน ซ่อมบ้าน ซ่อมรถ ซ่อมเครื่องยนต์ วิทยุ ทีวี ซ่อมสร้างถนน สะพาน ถนนที่ผ่านตำบลใดให้ตำบลนั้นรับผิดชอบในการซ่อมสร้าง และมีส่วนแบ่งรายได้ แทนที่จะเป็นบริษัทรับเหมารายใหญ่ๆ มหาวิทยาลัย วิทยาลัย กองทัพ มีความรู้ทางเทคโนโลยี ต่างๆ มากมาย ต้องไปส่งเสริมสมรรถนะของชุมชนทางเทคโนโลยี ๒ # ๒. เศรษฐกิจสังคมที่ทั่วถึงเป็นธรรมแบบยูนุส ยูนุสเป็นนักเศรษฐศาสตร์ชาวบังคลาเทศ ที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ในฐานะที่ทำ ธนาคารกรามีนเพื่อคนจน ยูนุสได้พบจากประสบการณ์ว่าประชาชนคนเล็กคนน้อย คนยากจน สามารถเป็นผู้ประกอบการได้ ถ้าได้รับการสนับสนุนด้วยเงินกู้ขนาดเล็ก เทคโนโลยี และการจัดการ เมื่อประชาชนเป็นผู้สร้างงานเองแทนที่จะรอให้มีคนมาจ้างก็ไม่มีการตกงาน ในหนังสือเล่มล่าสุด "โลก สามศูนย์" ยูนุสได้กล่าวถึงโลกที่ * ความยากจนเป็นศูนย์ * การว่างงานเป็นศูนย์ * การปล่อยมลภาวะเป็นศูนย์ ว่าเป็นอารยธรรมใหม่ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง รัฐบาลควรจ้างบัณฑิตตกงานเป็นกองทัพทางเศรษฐกิจใหม่ ให้ศึกษารูปแบบของยูนุสอย่าง เข้มข้น แล้วไปช่วยเป็นโค้ชให้คนเล็กคนน้อย คนยากจนจน สามารถเป็นผู้ประกอบการได้ โดยโยงกับ แหล่งเงินกู้ และการสนับสนุนทางนวัตกรรมเทคโนโลยี และการจัดการ เป็นการแก้ปัญหาบัณฑิตตก งานและสร้างเศรษฐกิจสังคมที่ทั่วถึงเป็นธรรมพร้อมกันไปด้วยในตัว ๓ ๓. ปฏิรูปการศึกษาเฉพาะหน้า - สหกิจศึกษา ระบบการศึกษาไทยที่เน้นการท่องวิชา ดำเนินมาประมาณ ๑๐๐ ปี ได้สร้างคนที่ทำงานไม่เป็นเกิดปัญหาบัณฑิตตกงานตั้งแต่ก่อนวิกฤตโควิด ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฏ ได้พยากรณ์ว่าภายใน ๕ ปี คนที่กำลังมีงานทำ ๗๓ เปอร์เซ็นต์ จะตกงานเพราะมีการนำเอาออโต้เมชั่น โรบอต และ AI เข้ามาใช้หลักสูตรต่างๆจะปรับตัวไม่ทัน การปรับตัวที่เป็นรูปธรรมที่สุดคือ สหกิจศึกษา หรือการเรียนรู้ในฐานะการทำงาน (Work - Based Learning) การศึกษาทุกระดับควรปรับไปสู่การเรียนรู้ในฐานะการทำงานที่มีรายได้ไปด้วยทำงานไปด้วย สถานประกอบการก็ไม่ต้องจ่ายค่าจ้างเต็มตามแรงงานขั้นต่ำ เพราะถือเป็นการฝึกงาน เป็นแรงงานราคาถูก แบบเดียวกับที่ใช้ในทางการแพทย์ในระบบแพทย์ฝึกหัด แพทย์ประจำบ้าน ถือเป็นการสมประโยชน์กัน ผู้เรียนก็ได้เรียนจากการทำงานและได้เงินเดือนไปด้วย ถึงไม่มากเจ้าของงานก็ได้แรงงานราคาถูก ซึ่งน่าจะช่วยสถานประกอบการ ซึ่งยังไม่รู้ว่าอนาคตหลังโควิดจะเป็นอย่างไร สหกิจศึกษาจะช่วยแก้ปัญหาคนตกงานจำนวนมากและช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัว นอกจากนั้นยังเป็นการนำร่องในการปฏิรูปการศึกษาจากการเรียนรู้จากการ “ท่อง” ไปสู่การเรียนรู้จากการ “ทำ” ๔ # ๔.เศรษฐกิจมหภาคที่เกื้อกูลรายย่อย เศรษฐกิจมหภาคมีกำลังมาก มีการจัดการดี มีช่องทางหลากหลาย และสามารถดูดซับความเสี่ยงได้มาก ต่างจากรายย่อย เช่น เคยมีคนนับความเสี่ยงของชาวนาได้ถึง ๒๗ อย่าง ซึ่งรวมถึงฝนแล้ง แมลงลง พืชผลจะไม่ออกดอกออกผล แต่ดอกของธนาคารออกทั้งกลางวันกลางคืนไม่ว่าฝนจะแล้ง หรือไม่ความเสี่ยงที่ต่างกันมากคือการขาดความเป็นธรรมอย่างหนึ่ง เศรษฐกิจมหภาคสามารถเกื้อกูลรายย่อยได้มากมายหลายช่องทางด้วยกัน เช่น ปตท.ให้ชุมชนมาใช้พื้นที่ปั๊มน้ำมันขายของ หรือให้ร้านอเมซอนไปช่วยชาวบ้านทำแพคเกจจิ๊ง หรือศูนย์การค้าต่างๆ รับสินค้าจากชุมชนมาจำหน่ายโดยไม่ตัดราคา ถ้ามีบริษัทอาหารฮาลาลขนาดใหญ่ในปัตตานี สามารถส่งอาหารฮาลาลอย่างดีแบรนด์เนมไปขายในตลาดมุสลิมทั่วโลก และกระจายรายได้ให้คนมุสลิมทุกคนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภาคธุรกิจส่งเสริมให้อาหารไทยขายดีทั่วโลก แล้วออกแบบให้ส่วนประกอบของอาหาร หรือการทำชุดอาหารสำเร็จรูป เช่น อินสแตนท์ต้มยำ เป็นกิจกรรมและรายได้ที่กระจายสู่ชุมชน หรือบริษัทสุราขนาดใหญ่กระจายการผลิตสุราเบื้องต้นให้ชุมชนเพราะเป็นเทคโนโลยีง่ายที่ชุมชนทำได้และเคยทำ และมีวัตถุดิบผลิตเองอยู่แล้วคือข้าว เป็นต้น ในวิกฤตโควิด เราได้เห็นสปิริตรายใหญ่ช่วยรายย่อย หลังโควิดสปิริตเช่นนี้ควรจะคงอยู่ และงอกงามแผ่ไพศาล ที่เศรษฐกิจมหภาคเกื้อกูลรายย่อยด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ จะสร้างประเทศไทยยุคใหม่หลังโควิดให้เป็นประเทศแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ๕ # ๕. นโยบาย ๑ มหาวิทยาลัยต่อ ๑ จังหวัด ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้เขียนหนังสือเล่มใหม่ชื่อ "โลกเปลี่ยน - คนปรับ" อันว่าด้วยโลกใหม่หลังโควิด ดร.สุวิทย์ควรจะมีนโยบาย ๑ มหาวิทยาลัยต่อ ๑ จังหวัด โดยในพื้นที่แต่ละจังหวัดให้มีอย่างน้อย มหาวิทยาลัย ๑ แห่ง เข้าไปร่วมรับผิดชอบพัฒนาอย่างบูรณาการ ทุกวันนี้มหาวิทยาลัยทำงานโดยเอาวิชาเป็นตัวตั้ง จึงมองไม่ออกว่าตนเองมีศักยภาพในการพัฒนาอะไรบ้าง แต่ถ้าไปเอาความจริงของพื้นที่เป็นตัวตั้งก็จะรู้ว่ามหาวิทยาลัยมีศักยภาพที่จะทำอะไรบ้าง และสามารถใช้ศักยภาพที่ตนมีได้อย่างเต็มที่ เช่นเรื่อง ๑ - ๔ ที่กล่าวข้างต้น มหาวิทยาลัยจะสามารถนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปช่วยลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจชุมชน จนหายจนถ้วนหน้า อุดมศึกษาจะสามารถเป็นหัวรถจักรทางปัญญา พาชาติออกจากวิกฤตได้ ไม่เป็นเพียงโบกี้อีกต่อไป จะเห็นว่า "การสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่" จะเป็นจุดคานงัดหรือข้อเหวี่ยง ที่เชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาทุกเรื่อง เพื่อสร้างประเทศไทยยุคใหม่ ซึ่งจะได้กล่าวถึงเรื่องอื่นๆ เป็นลำดับๆ ไป (ยังมีต่อ) ๖ PQET ประเทศไทยยุคใหม่ หลังโควิด ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สิ่งแวดล้อม
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• การพัฒนาสังคม
• การเปลี่ยนแปลงทางสังคม
• การพัฒนาประเทศ
• การพัฒนาเศรษฐกิจ
history_eduหมวดหมู่
สิ่งแวดล้อม
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้