hotel_class เนื้อหาคัดสรร

ดูเพิ่มเติม

auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

บทบาทและจริยธรรมของสื่อในสังคมไทยหลังโควิด

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เอกสารปาฐกถานำเสนอเกี่ยวกับบทบาทและจริยธรรมของสื่อในสังคมไทยหลังโควิด โดยนำเสนอ 6 ข้อ ได้แก่ 1. ความสำคัญอย่างยิ่งยวดของการสื่อสารในการก้าวข้ามวิกฤตการณ์ใหญ่ในปัจจุบัน 2. สังคมใหม่ หลังโควิด เป็นเช่นไร 3. มรรควิธี 11ประการ สู่สังคมใหม่หลังโควิด 4. บทบาทของสื่อในสังคมใหม่หลังโควิด 5. จริยธรรมของสื่อในสังคมที่ซับซ้อน 6. ข้อเสนอการสนับสนุนสื่อมวลชนเชิงสถาบัน

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# บทบาทและจริยธรรมของสื่อในสังคมไทยหลังโควิด โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประเวศ วะสี ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ปาฐกถา สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ในวาระก่อตั้งครบ ๒๓ ปี ณ วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ บทความประกอบการบรรยาย "ประเทศไทยหลังโควิด" โดย ประเวศ วะสี ปาฐกถา ณ คณะสังคมศาสตร์ มศว. เมื่อ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ ๑ # ๑. ## ความสำคัญอย่างยิ่งยวดของการสื่อสาร ### ในการก้าวข้ามวิกฤตการณ์ใหญ่ในปัจจุบัน สังคมปัจจุบัน ต่างจากสังคมโบราณโดยสิ้นเชิง ที่เชื่อมโยงกันหมดทั้งโลกในทุกมิติ วิกฤตโค วิด-19 แสดงให้เห็นเป็นอย่างดีว่าเมื่อเชื้อโคโรนาไวรัสสามารถเข้าคนคนหนึ่งได้ ก็ระบาดไปทั่วโลก อย่างรวดเร็วและมีผลกระทบทุกมิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ การเมือง การสื่อสารสุขภาพ ฯลฯ ความเชื่อมโยงยาวไกลทุกมิติอย่างซับซ้อน ทำให้เกิดระบบซับซ้อน (Complexity system) เกินความเข้าใจของมนุษย์ และเกินความสามารถที่จะจัดการได้ ทำให้สะสมปัญหาจน วิกฤตทั่วโลก เช่น วิกฤตความยากจนและเหลื่อมล้ำสุดๆ วิกฤตเศรษฐกิจซ้ำแล้วซ้ำเล่า วิกฤต สิ่งแวดล้อม วิกฤตการเมือง ความรุนแรงต่างๆ รวมทั้งการก่อการร้ายสากล การอพยพของผู้คน เป็นร้อยล้านคน และความเครียดในตัวมนุษย์เอง วิกฤตการณ์ต่างๆ เหล่านี้ ซึ่งรวมเรียกว่าวิกฤตอารยธรรม (Civilization crisis) ไม่มีใครแก้ ได้ เมื่อวิกฤตโควิดจึงมา โควิด-19 เป็นธรรมชาติที่มาเตือนมนุษยชาติว่า พัฒนาไม่ถูกต้องตามความจริงทาง ธรรมชาติ ต้องปรับตัว ถ้ายังปรับไม่ได้ธรรมชาติก็จะเตือนซ้ำๆ อีก และแรงขึ้นเรื่อย จนแรงพอที่ มนุษยชาติจะปรับตัวได้ ทุกประเทศควรปรับตัวไปสู่สังคมใหม่หลังโควิด ทั้งหมดนี้ซับซ้อนและยาก อย่างยิ่งยวด การสื่อสารสาธารณะให้เกิดความเข้าใจอย่างทั่วถึงจึงมีความสำคัญยิ่งต่อการที่สังคม จะสามารถก้าวข้ามสภาวะวิกฤตแห่งความซับซ้อน ๒ ## ๒. ### สังคมใหม่ หลังโควิด เป็นเช่นไร ธรรมชาติเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อะไรที่ผิดไปจากกฎของธรรมชาติ ก็จะนำไปสู่ปัญหาและสภาวะวิกฤต ธรรมชาติเป็นเช่นใด สรรพสิ่งในธรรมชาติ ล้วนเชื่อมโยงเป็นองค์รวม (Wholeness) หนึ่งเดียว และพยายามรักษาดุลยภาพ ถ้ามีการเสียสมดุล เพราะเหตุใดก็ตาม ธรรมชาติจะปรับไปหาสมดุล ในการปรับนั้นทำให้เกิดความรุนแรงขึ้น เช่น ฟ้าผ่า คือการปรับสมดุลของประจุไฟฟ้าซึ่งต่างกันมาก หรือแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด เกิดขึ้นจากการปรับสมดุลระหว่างแรงดันภายในภายนอกที่เหลื่อมล้ำมากเกิน การพัฒนาสมัยใหม่ แม้มีการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาก และสามารถทำสิ่งมหัศจรรย์ต่างๆ แต่นำไปสู่การเสียสมดุลในทุกมิติ เช่น สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม การเมือง และในตัวมนุษย์เอง เมื่อเสียสมดุลก็ปั่นป่วนวุ่นวายรุนแรง วิกฤตการณ์ปัจจุบัน คือ วิกฤตแห่งการเสียสมดุล เพราะฉะนั้น สังคมใหม่หลังโควิดต้องเป็น สังคมแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ทั้งระหว่างคนกับคน และระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม ตรงนี้ต้องตระหนักว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวตั้งในการพัฒนาแล้ว ๓ เดิมเราเอาเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง คือเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างอื่นๆ ต้องมาอนุโลม ตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการเมืองการปกครอง สังคม สิ่งแวดล้อม ยิ่งผลักดันให้ เศรษฐกิจเติบโต อย่างอื่นยิ่งเสียสมดุล จึงเกิดความเหลื่อมล้ำสุดๆ และธรรมชาติเสียสมดุล ![Image](attachment://image.png) สังคม การอยู่ร่วมกัน อย่างสมดุล สิ่งแวดล้อม การเติบโต ทางเศรษฐกิจ การเมือง เศรษฐกิจใหม่ การดูแล สิ่งแวดล้อม การเมืองใหม่ (ก) การพัฒนาแบบเก่า เอาเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง นำไปสู่ปัญหาทางสังคม สิ่งแวดล้อม การเมือง (ข) ประเทศไทยยุคใหม่ เอาสังคมคือการอยู่ร่วมกัน เป็นตัวตั้ง เศรษฐกิจ และอื่นๆ ต้องปรับตัวใหม่ เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ประเทศไทยยุคใหม่หลังโควิด ต้องเอาสังคมหรือการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลเป็นตัวตั้ง ระบบ เศรษฐกิจและอื่นๆ ต้องปรับตัวมาหนุนการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล นี้คือการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ประเทศไทยและโลก ๔ ๓. มรรควิธี ๑๑ ประการ สู่สังคมใหม่หลังโควิด ในบทความเรื่อง "ประเทศไทยหลังโควิด" * ผู้เขียนได้พูดถึงมรรควิธี ๑๑ ประการ สรุปในรูปพระเจดีย์ข้างล่างนี้ เป้าหมายและวิสัมทัศน์ร่วม = ความสุขของคนทั้งมวล (ปัจจัย ๘) การเมืองใหม่ ๑. การสื่อสาร ๒. พลังพลเมือง ๓. อิฐบล็อคก้อนใหม่ ๔. เศรษฐกิจใหม่ ๕. ฐานประเทศแข็งแรง ๖. การศึกษาใหม่ ๗. ศาสนา ๘. ภาคธุรกิจ ๑๑. สุขภาพคือทั้งหมด (Health is the Whole) มรรควิธี ๑๑ ประการ ที่บูรณาการกันสร้างประเทศไทยหลังโควิด เพื่อความสุขของคนทั้งหมด * "ประเทศไทยหลังโควิด" โดย ประเวศ วะสี ปาฐกถา ณ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ เมื่อ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ ๕ ในรูปนี้จะเห็นว่าใน มรรควิธี ๑๑ ประการนั้น ได้วางเรื่องการสื่อสาร หรือมรรควิธีที่ ๑๐ ไว้ตรงจุดกลาง เพราะเป็นเครื่องมือที่จะเชื่อมโยงการพัฒนาทั้งหมด มรรควิธีทั้ง ๑๑ จะไม่นำมา กล่าวในที่นี้ แต่จะอ่านได้จากบทความเรื่อง "ประเทศไทยหลังโควิด" ที่เป็นเอกสารประกอบคำ บรรยาย ในที่นี้เพียงต้องการแสดงว่าการสื่อสารเป็นศูนย์กลางที่จะเชื่อมการพัฒนาทั้งหมด ฉะนั้น จึงควรให้ความสนใจแก่บทบาทของสื่อในสังคมหลังโควิด และถือเป็นภารกิจร่วมกันที่จะต้อง ส่งเสริม สนับสนุนสมรรถนะของสื่อมวลชน ให้สามารถทำหน้าที่ที่สำคัญยิ่งนี้ให้ได้ดีที่สุด ๖ ๔. บทบาทของสื่อในสังคมใหม่หลังโควิด สังคมใหม่หลังโควิคเป็นสังคมที่จะต้องพัฒนาด้วยกระบวนทัศน์ใหม่ และใช้มรรควิธีใหม่ ดังที่พูดถึงมรรควิธี ๑๑ ประการในตอนที่ ๓ บทบาทของสื่อคือ ศึกษาให้เข้าใจประเด็นต่างๆ ที่ซับซ้อนเหล่านี้ แล้วทำการสื่อสารทุกช่องทางให้สังคมรู้สถานการณ์ความเป็นจริง หลักการ และวิธีการ ที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อร่วมสร้างสรรค์สังคมใหม่ ซึ่งเป็นสังคมแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลในทุกระดับ ประเด็นใหญ่ที่สุดจึงอยู่ที่ว่าทำอย่างไรสื่อมวลชนจึงจะมีฉันทะและวิริยะที่จะศึกษาเรื่องราวต่างๆ ที่ซับซ้อนและยาก เราคงจะต้องหาวิธีอันหลากหลาย เช่น (๑) สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดปาฐกถาเป็นประจำที่สมาคมในชุด "ทิศทางการพัฒนาประเทศไทยหลังโควิด" ถ้าทำให้รู้สึกว่าเป็นปาฐกถาที่สำคัญและมีเกียรติ ก็เป็นแหล่งเรียนรู้ของนักข่าวจำนวนมากได้ (๒) จัดตั้งรางวัลแบบรางวัล พูลิตเซอร์ สำหรับนักข่าวที่สามารถเขียนข่าวสารคดีดีเด่นที่ค้นคว้าข้อมูลมาประกอบการเขียนเป็นอย่างดี ทั้งนี้โดยเจรจากับภาคธุรกิจและรัฐวิสาหกิจบางแห่งในเรื่องการสนับสนุนเงินรางวัล (๓) มีทุนสนับสนุนให้นักข่าวไปทำปริญญาโทในมหาวิทยาลัย โดยเจรจากับมหาวิทยาลัยในเรื่องให้มีหลักสูตรพิเศษที่นักข่าวสามารถทำอาชีพไปด้วยศึกษาปริญญาโทไปด้วย โดยเน้นการศึกษาค้นคว้าให้มีความรู้กว้างขวาง ๗ # ๕. ## จริยธรรมของสื่อในสังคมที่ซับซ้อน หลักการของจริยธรรมของสื่อก็คือ สิ่งที่พระพุทธองค์ตรัสสอนในเรื่องสัมมาวาจานั่นเอง กล่าวคือ "สัมมาวาจา" ประกอบด้วย ๑. จะพูดอะไรต้องเป็นความจริง มีที่มา มีที่อ้างอิง ๒. พูดเป็นปิยววาจา ไม่พูดส่อเสียด หรือยุยงก่อให้เกิดความแตกแยก ๓. พูดถูกกาลเทศะ ๔. พูดแล้วเกิดประโยชน์ ลองพิจารณาดูการพูดจากันในสังคม จะเห็นว่าหาเป็นไปตามหลักการ ๔ ประการข้างต้น ไม่ ประการแรกไม่คำนึงถึงความจริง มีที่มา มีที่อ้างอิง แม้แต่นักวิชาการ พูดกันแพลับๆ ต่อๆ กัน ไป แบบนินทาว่าร้าย โดยไม่คำนึงถึงว่าเป็นความจริงหรือไม่ เป็นธรรมหรือไม่ ยิ่งในทางการเมืองที่ แบ่งข้างแบ่งขั้ว ปิยววาจาค่อนข้างขาดแคลน บริภาษกรรมค่อนข้างดกดื่น แม้ในหมู่นักวิชาการ บ่อยๆ ครั้ง การวิพากษ์วิจารณ์ใช้ถ้อยคำรุนแรงกล่าวหากัน ฉะนั้นในหลักการข้อ ๓ และ ๔ คือพูด ถูกกาลเทศะ และพูดแล้วเกิดประโยชน์ก็ตกไปโดยปริยาย จะเห็นว่า "สัมมาวาจา" ตามที่พระพุทธเจ้าสอนมีความสำคัญยิ่ง แต่ค่อนข้างขาดแคลน เพราะต้องการสติ ต้องการปัญญา ต้องการจริยธรรมสูง แม้เพราะเหตุนั้น "สัมมาวาจา" จึงน่าจะ เป็นจริยธรรมของสื่อ ๘ ในข้อแรกนั้น ในสมัยปัจจุบันซึ่งเป็นสังคมที่ซับซ้อน "ความจริง" ซ่อนอยู่ในความซับซ้อน ไม่สามารถเข้าถึงได้จากการรับรู้แบบตื้นๆ สื่อจึงต้องมีสมรรถนะที่จะสืบสวนสอบสวนให้ได้ความจริงที่ซ่อนอยู่ในความซับซ้อน หรืออีกนัยหนึ่งสามารถคลี่ความซับซ้อนออกมาให้สาธารณะเข้าถึง ความจริงได้ มิฉะนั้นสาธารณะจะได้รับรู้แต่ความไม่จริง เมื่อสาธารณะไม่สามารถรับรู้ความจริง สติปัญญาก็จะบิดเบี้ยวไป ไม่สามารถพัฒนาตนและส่วนรวมให้เจริญได้ ใครก็ตามที่สื่อความไม่จริงต่อสาธารณะจึงทำบาปหนัก ฉะนั้น ข้อนี้จึงเป็นจริยธรรมของสื่ออย่างเอกอุ แต่ยากนักหนา คือ ความสามารถในการ ความหาความจริงในความซับซ้อน ความมีมายาคติ และบางครั้งก็ในความหลอกลวง แล้วนำมาสื่อต่อสาธารณะด้วยปิยวาจาอย่างถูกกาลเทศะ และคำนึงถึงการก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม จริยธรรมของสื่อดังกล่าวคือ สมรรถนะในการเข้าถึงความจริง ยากที่จะเกิดขึ้นเองโดยปราศจากการส่งเสริมสนับสนุน และโดยคำนึงถึงว่าถ้าสื่อสามารถสื่อความจริงให้สาธารณะรู้โดยทั่วถึง เป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาตนและส่วนรวมให้เจริญ จึงเป็นเรื่องที่บ้านเมืองจะต้องลงทุนในเรื่องนี้ ไม่ใช่ปล่อยให้วงการสื่อไปคุ้ยเขี่ยหากินเองอย่างลำบากยากแค้นดังที่ผ่านมานี้เป็นเหตุผลของการเสนอให้มีการสร้างเครื่องมือเชิงสถาบันสำหรับพัฒนาการสื่อสารสาธารณะ ดังจะกล่าวต่อไปในตอนที่ ๖ หลักการของสัมมาวาจาในข้อ ๒ ๓ และ ๔ คือ พูดเป็นปิยวาจา พูดถูกกาลเทศะ พูดแล้วเกิดประโยชน์ เป็นจริยธรรมที่ละเอียดอ่อน ที่เรียนรู้แบบท่องจำได้ยาก แต่ต้องเรียนรู้ในการปฏิบัติ ที่ได้รับการชี้นำจากสื่อมวลชนอาวุโส ที่มีประสบการณ์และเป็นพหูสูตร ถ้ามีรายการเสวนา สื่อมวลชนพบผู้อาวุโส เป็นประจำวัน อาจเป็นการรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันที่ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยผู้อาวุโสในวงการสื่อที่เป็นที่เคารพนับถือของรุ่นน้อง หรือรุ่นลูกหลาน สละเวลามาคุยกับคนรุ่นใหม่ และมีวิธีแนะนำอย่างแนบเนียนมีเสน่ห์ ก็จะเป็นการช่วยพัฒนาคนรุ่นใหม่ให้มีความกลมกล่อมหรือวัฒนธรรมที่ดี อันเป็นฐานให้ปัญญารุ่งโรจน์ต่อไปในอนาคต ๙ # ๖. ## ข้อเสนอการสนับสนุนสื่อมวลชนเชิงสถาบัน "ถ้าสามารถฝึกอบรมสื่อมวลชนให้มีคุณภาพสูงสัก ๑,๐๐๐ คน ประเทศไทยจะเปลี่ยน" บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลา ประมาณ ๑๕ ปีมาแล้ว อาจารย์บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลา อดีตคณบดีคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปรารภกับผมด้วยข้อความข้างต้น และว่าต้องการงบประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท เพื่อตั้งสถาบันพัฒนาสื่อมวลชน แต่ผมไม่สามารถหางบประมาณดังกล่าวให้ท่านได้ ที่จริงงบประมาณดังกล่าวต้องถือว่าน้อยนิด ถ้าเทียบกับประโยชน์จากสื่อมวลชนที่มี คุณภาพสูง ๑,๐๐๐ คน ถึงเวลาที่สังคมไทยจะต้องตระหนักว่าสื่อมวลชนเป็นสถาบันที่สำคัญใน สังคม และจำเป็นต้องมีเครื่องมือเชิงสถาบันสำหรับสนับสนุน ผมมีข้อเสนอดังต่อไปนี้ (๑) จัดตั้งราชวิทยาลัยเพื่อการสื่อสารสาธารณะ (Royal College for Public Communication) เป็นเครื่องมือเชิงสถาบัน ภาคราชการและภาคธุรกิจมีเครื่องมือเชิงสถาบันมากมาย แต่ภาคการสื่อสารอิสระซึ่งมี ความสำคัญยิ่งต่อสติปัญญาของสังคม ไม่มีเครื่องมือเชิงสถาบันเลย ต้องคุ้ยเขี่ยพยายามกันด้วยตัว บุคคลด้วยความยากลำบาก ดังที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสภาการ หนังสือพิมพ์แห่งชาติได้พยายามทำมาท่ามกลางความอัคคัดขัดสน น่าจะถึงเวลาที่มีการออกพรบ. ราชวิทยาลัยเพื่อการสื่อสาร เป็นองค์กรอิสระที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐ สถานีโทรทัศน์ Thai PBS เป็นตัวอย่างขององค์กรอิสระที่เกิดขึ้นโดยกฎหมาย และได้รับ งบประมาณจากรัฐ ประมาณปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ รัฐบาลใช้เงินงบประมาณเป็นหมื่นๆ แสนๆ ล้านบาท ในเรื่องต่างๆ บางเรื่องก็ไม่ค่อยดี การที่จะลงทุนสักจำนวนหนึ่ง ๒ - ๓ พันล้านบาทต่อปี ในการสนับสนุนเครื่องมือเชิงสถาบันเพื่อ การสื่อสารสาธารณะนับว่าไม่มาก แต่จะให้ผลคุ้มค่า ราชวิทยาลัยเพื่อการสื่อสารสาธารณะที่มีการบริหารจัดการดี และมีงบประมาณสนับสนุน อย่างพอเพียง สามารถพัฒนาเรื่องการสื่อสารที่มีคุณภาพได้มากมายหลายอย่างด้วยกัน ด้านหนึ่ง คือการพัฒนาคุณภาพของนักสื่อในด้านหลักสูตรการเรียนรู้ที่ดี การสนับสนุนการข่าวแบบสืบสวน (Investigative Journalism) การให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้มีวุฒิที่จะเป็นสมาชิกของราชวิทยาลัยเพื่อ การสื่อสารสาธารณะ ขอให้สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ช่วยกันพิจารณาการมีเครื่องมือเชิงสถาบันสำหรับการสื่อสารสาธารณะ อาจเรียนรู้จากการปฏิรูป ระบบสุขภาพที่ผลักดันการออก**พรบ.ตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาหลายองค์กร เช่น สวรส. สสส. สปสช. สช. (๒) กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์พิจารณาสนับสนุนการจัดตั้งสถาบันพัฒนา สื่อมวลชน ที่ทำหน้าที่ทำนองเดียวกับราชวิทยาลัยเพื่อการสื่อสารสาธารณะที่กล่าวในข้อ (๑) (๓) ภาคธุรกิจสนับสนุนการจัดตั้งมูลนิธิเพื่อการสื่อสารสาธารณะ ในสังคมไทยหลังโควิด ทุก ส่วนของสังคมจะต้องคำนึงถึงองค์รวมเสมือนเราอยู่ในร่างกายเดียวกัน จะปล่อยให้ส่วนใด ส่วนหนึ่งของร่างกายบกพร่องไม่ได้เพราะจะกระทบถึงองค์รวมและทุกส่วน ในขณะที่ระบบ รัฐมีข้อจำกัดมาก ภาคธุรกิจมีสมรรถนะและความคล่องตัวสูงกว่ามาก บทบาทของภาค ธุรกิจในการพัฒนาประเทศ (Business for Development) จึงมีความสำคัญยิ่ง ภาคธุรกิจ น่าจะรวมตัวกันตั้งมูลนิธิเพื่อการสื่อสารสาธารณะ เพื่อทำหน้าที่คล้ายราชวิทยาลัยเพื่อการ สื่อสารสาธารณะที่กล่าวถึงในข้อ (๑) (๔) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องสร้าง เครื่องมือเชิงสถาบันเพื่อสนับสนุนสื่อมวลชน โดยการปรึกษาหารือกับสภาการหนังสือพิมพ์ แห่งชาติ และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ๑๑ # สรุป วิกฤตการณ์ปัจจุบันของสังคมไทย ทั้งก่อนและหลังการระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัสโควิด-19 เป็นวิกฤตการณ์ของระบบที่ซับซ้อนยากต่อความเข้าใจและแก้ไข การสื่อสารที่สามารถคลี่คลายความซับซ้อนให้สาธารณะเข้าใจได้ จึงมีความสำคัญยิ่งต่อการที่ประเทศไทยจะสามารถก้าวข้ามวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ เนื่องจากสภาวะที่ซับซ้อนเกิดจากความเชื่อมโยงของเรื่องราวหลายมิติยากต่อความเข้าใจ การจะคลี่คลายได้ต้องการสมรรถนะอย่างสูงของสื่อมวลชน ประเทศต้องเข้าใจว่าสื่อมวลชนเป็นสถาบันที่สำคัญของสังคม รัฐและทุกภาคส่วนของสังคมควรถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องสนับสนุนให้มีเครื่องมือเชิงสถาบันเพื่อสนับสนุนสื่อมวลชน บทความนี้ได้นำเสนอเครื่องมือเชิงสถาบันเพื่อสนับสนุนสื่อมวลชน ___ ___ ๑๒ ๑๓ PQET # บทบาทและจริยธรรมของสื่อ ในสังคมไทยหลังโควิด ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

เศรษฐกิจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
นวัตกรรมระบบสุขภาพตำบล: พยาบาลชุมชน 1 คนต่อ 2 หมู่บ้าน ผู้ช่วยพยาบาลหมู่บ้านละคน
34% Match
ปฏิรูปตำรวจ: ประชาชนถนอมรักตำรวจ – ตำรวจถนอมรักประชาชน
30% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
23% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การพัฒนาสังคม

• สื่อมวลชน

• พุทธศาสนากับสังคม

history_eduหมวดหมู่

เศรษฐกิจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้