auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

การบริหารการต่อสู้กับการบริหารชัยชนะ

chrome_reader_modeคำอธิบาย

ศ.นพ.ประเวศ วะสี ได้เขียนบทความ เรื่อง การบริหารการต่อสู้กับการบริหารชัยชนะ โดยเริ่มหัวข้อที่1 Government For All – All For Government 2..การบริหารการต่อสู้กับการบริหารชัยชนะไม่เหมือนกัน 3. คำแนะนำ 7ประการ ทั้งหมดนี้จะนำพาประเทศไทยไปสู่ความผาสุข

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# การบริหารการต่อสู้กับการบริหารชัยชนะ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ## ๑.Government For All - All For Government บทความนี้เขียนเพื่อสนับสนุนการบริหารงานของรัฐบาล เพราะถ้า "รัฐบาลอยู่ได้นานและงาน สำเร็จ" ประเทศชาติย่อมดีขึ้น รอดพ้นจากความรุนแรงขนาดใหญ่ การเลือกตั้งเป็นการต่อสู้กันตามกติกา เพื่อให้รัฐว่าพรรคใดจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่เมื่อมีรัฐบาลแล้วต้องเป็น "รัฐบาลของเรา" ทุกคน ไม่ใช่รัฐบาล ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะรัฐบาลต้องบริหารเพื่อคนทั้งประเทศ คนทั้งประเทศจึงควรสนับสนุนการทำงาน ของรัฐบาล อาจเรียกว่า "Government For All - All For Government" การสนับสนุนรัฐบาลไม่ได้แปลว่า ไม่มีการตรวจสอบ การสนับสนุนกับการตรวจสอบดำรงอยู่พร้อมกันได้ การบริหารบ้านเมืองให้สำเร็จในสังคมที่ซับซ้อนเยี่ยงปัจจุบันเป็นเรื่องที่ยากมาก อาจเรียกว่าไม่มี ทางทำได้ ลองไปดูว่าขณะนี้สหรัฐอเมริกาวิกฤตอย่างไรยุโรปวิกฤตอย่างไร โอบามาที่ว่าแน่ชูคำว่า CHANGE! ก็กำลังเหงื่อตกกัน และ change ไม่ได้เลย ประเทศไทยต้องการการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ไม่ใช่ change ธรรมดา แต่เป็น Big Change และถ้าเปลี่ยนแปลงใหญ่ไม่ได้ เราจะไปสู่ "จุดพลิกผัน" (Tipping Point) ที่มีคนตายเป็นหมื่นเป็นแสน เรื่อง "จุดพลิกผัน" กับการเปลี่ยนแปลงใหญ่จะเขียนเป็นอีก ๒ ตอน ต่างหาก ในที่นี้อยากเตือนให้คิดว่าท่ามกลางวิกฤตการณ์แสนสาหัส แม้แต่ร่วมกันทำยังยากที่จะสำเร็จ ฉะนั้นอย่ามัวทะเลาะทึบตำกันอยู่เลย แบบนั้นบ้านเมืองไปไม่รอด ควรจะหันมาร่วมมือกัน ตัวอมีบายาม ปรกติมันต่างตัวต่างอยู่ แต่ยามวิกฤตมันกระจุกตัวเพื่อช่วยกัน เราเป็นคนต้องดีกว่าตัวอมีบา ## ๒.การบริหารการต่อสู้กับการบริหารชัยชนะไม่เหมือนกัน การบริหารการต่อสู้ คือการสร้างศัตรูร่วม หรือสร้างความเกลียดชังร่วม หรือเป้าหมายร่วม ให้ผู้คน รวมตัวกันไปต่อสู้กับสิ่งนั้น ซึ่งง่ายกว่าการบริหารชัยชนะ เพราะคนที่ร่วมต่อสู้กันมาล้วนมีเป้าหมายอื่นของ ตนๆ เมื่อชนะแล้วความแตกต่างนี้จะเผยตัวขึ้นและอาจนำไปสู่การแตกแยกกันเอง นั้นประการหนึ่ง อีก ประการหนึ่ง ชัยชนะทำให้เกิดความลำพองใจ หรือความประมาท ทำให้เกิดความผิดพลาด คนโบราณจึง เตือนให้ระวังว่า "ชนะคือความพ่ายแพ้" ที่สำคัญเมื่อชนะแล้วต้องแบกรับภาระหนักในการบริหารบ้านเมืองให้สำเร็จ การบริหาร บ้านเมือง ให้สำเร็จต้องการความร่วมมือจากคนทั้งหลาย ต้องเปลี่ยนเกียร์ จากการต่อสู้ทำร้ายคนอื่น มาเป็นเกียร์สร้าง ความร่วมมือ ซึ่งเป็นเรื่องทำได้ยาก เพราะพลพรรคที่เคยชินอยู่กับการต่อสู้ ก็ยังใช้เกียร์การต่อสู้ทั้งๆ ที่ฝ่าย ตนชนะแล้ว และต้องบริหารบ้านเมือง ต้องการความร่วมมือ พลพรรคเหล่านี้ ส่วนหนึ่งก็ยัง สร้างศัตรูให้ รัฐบาลโดยไม่จำเป็น นักคิดที่อยู่เบื้องหลังชัยชนะจะต้องคิดถึงยุทธศาสตร์ที่จะบริหารชัยชนะให้อยู่นาน เพื่อให้สำเร็จประโยชน์แก่บ้านเมือง ๑ อย่าประมาทในความแข็งแกร่งของตัวเอง จิ๋นซีฮ่องเต้ผู้เกรียงไกร ปราบแคว้นทั้ง ๗ ได้ รวมจีนเป็นแผ่นดินเดียวสำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หวังว่าราชวงศ์ของพระองค์จะดำรงอยู่ได้หมื่นปี อยู่ได้เดี๋ยวเดียว แผ่นดินจีนก็ลุกเป็นไฟอีก การบริหารชัยชนะ คือ บริหารความถูกต้อง ถ้าไม่ถูกต้อง การต่อต้านจะผุดบังเกิดขึ้นเองจากทุกทิศทุกทาง ๓. คำแนะนำ ๗ ประการ คำแนะนำที่จะเสนอนี้ส่วนใหญ่ก็เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ แต่เป็นเรื่องทำได้ยาก คือ (๑) ต้องระมัดระวังเรื่องคอร์รัปชั่น เพราะคอร์รัปชั่นเป็นเรื่องที่ทำลายตัวเองของรัฐบาลทุกรัฐบาล (๒) สร้างเป้าหมายที่สูงและใหญ่ที่คนไทยทั้งหมดจะร่วมกันทำ ถ้าเป้าหมายต่ำและคับแคบจะนำไปสู่ความแตกแยกและจลาจล เป้าหมายใหญ่คือการสร้างความเป็นธรรม-ลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ ซึ่งทำได้ยาก (๓) ฉะนั้นต้องทำศัตรูให้เป็นมิตร อย่าทำให้มิตรเป็นศัตรู (๔) นายกรัฐมนตรีควรเชิญหัวหน้าฝ่ายค้านมาร่วมรับประทานอาหารสม่ำเสมอ เพื่อปรึกษาราชกา แผ่นดิน เรื่องที่สำคัญของประเทศต้องร่วมกันทำ (๕) ส่งเสริมให้โทรทัศน์ทุกช่องจัดรายการ “ประชาเสวนา” (Citizen Dialogue) เป็นประจำ เพราะเป็นกระบวนการประชาธิปไตยที่สร้างฉันทมติในเรื่องนโยบายอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ทำให้ประเทศมีพลังที่จะขับเคลื่อนเรื่องยากๆ (๖) ใช้ “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา”ในสังคมที่สลับซับซ้อน มีเรื่องยากๆ ที่ทำได้ยากประดุจพยายามเขยื้อนภูเขา “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” ทำให้เคลื่อนเรื่องยากๆ ได้ “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” ต้องการพลัง ๓ ประการเข้ามาบรรจบกันคือ หนึ่ง พลังทางปัญญา ได้แก่การวิจัยสร้างความรู้ในเรื่องนั้นๆ ให้ชัดเจน โดยนักวิชาการ สอง พลังทางสังคม ได้แก่การขับเคลื่อน พลังทางสังคมที่ติดอาวุธด้วยปัญญา สาม พลังอำนาจรัฐ พลังอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือแม้สองอย่างก็ทำเรื่องยากๆ ให้สำเร็จไม่ได้ รัฐบาลควรสนใจ พลังอีก ๒ อย่าง ซึ่งพยายามทำงานอยู่แล้ว เขาไม่เล่นการเมืองเรื่องอำนาจ แต่พร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาล เครือข่ายงานวิชาการและเครือข่ายสังคมควรร่วมมือกับรัฐบาล เพื่อแก้วิกฤตชาติ (๗) คุณทักษิณ ซึ่งต้องถือว่าเป็นผู้มีอำนาจมากที่สุด ตัวจริงของประเทศไทยขณะนี้ ต้องระมัดระวังเพื่อบริหารชัยชนะให้เป็นชัยชนะของประเทศไทย อย่าให้พลาดอีก คุณทักษิณเป็นคนเก่งที่หาคนเทียบได้ยาก ถ้าสามารถเปลี่ยนแปลงภายในตัวเองอย่างลึกซึ้ง (Transformation) ที่ผมพยายามบอกเสมอๆ จะเกิดประโยชน์ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แต่ต่อโลกด้วย .- ๒ PQET การบริหารการต่อสู้กับการบริหาร ชัยชนะ ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ศ.นพ.ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
27% Match
สำหรับระดมความคิด มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ ในวันที่ 2 สิงหาคม 2560
20% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
19% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ศ.นพ.ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• การเมือง

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้