auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ชีวิตกับเศรษฐกิจพอเพียง

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงการใช้ชีวิตแบบพอเพียง โดยศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี กล่าวในการประชุมสัมมนา “รวมพลังศาสนิกสัมพันธ์” วันที่ 31 สิงหาคม 2548 ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# ชีวิตกับเศรษฐกิจพอเพียง ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี การประชุมสัมมนา "รวมพลังศาสนิกสัมพันธ์" วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๔๘ ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒธรรมแห่งประเทศไทย นมัสการพระคุณเจ้า ผู้นำศาสนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ท่านปลัดกระทรวง วัฒนธรรม ท่านอธิบดีกรมการศาสนาและผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ผมขอแสดงความชื่นชมที่กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดให้มีการระดมพลังของศาสนาทุกศาสนาร่วมกับคุณธรรมของสถาบันพระมหากษัตริย์ มาเป็นพลังในการขับเคลื่อนในการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาวิกฤติต่าง ๆ ศาสนาและสถาบัน พระมหากษัตริย์ คือ พลังทางศีลธรรม ขณะนี้โลกทั้งโลกตกอยู่ในสภาวะวิกฤตอย่างยิ่ง แม้นักปราชญ์ทาง ตะวันตกเองที่ได้ประชุมกันก็ได้กล่าวว่า อารยธรรมปัจจุบันซึ่งเป็นอารยธรรมปัจจุบันเป็นอารยธรรมทางวัตถุ นิยมบริโภคนิยมไม่สามารถจะนำโลกต่อไปโดยไม่เกิดวิกฤตการณ์การต่างทั้งโลกได้ วิกฤตการณ์ในโลกที่ เชื่อมโยงกับประเทศไทยด้วยนั้นเป็นวิกฤติการณ์แห่งอารยธรรมปัจจุบันมีวิกฤตการณ์ในทุกด้าน ทั้งในตัวมนุษย์ เองก็เกิดความเครียดมีพฤติกรรมเบี่ยงเบน ความรุนแรง เกิดปัญหาอาชญากรรม มียาเสพติด มีเรื่องต่าง ๆ ซึ่งเรา อาจเรียกว่าวิกฤติการทางสังคม ความเป็นความผนึกกันทางสังคม ความแข็งแรงทางสังคม เช่นความแข็งแรง สถาบันครอบครัว ชุมชน สังคม และระดับอื่นๆ ของสังคมได้แตกสลายลง เนื่องจากการพัฒนาทางด้านวัตถุ นิยมในปัจจุบัน ภาษาอังกฤษ เรียกว่า "Social disintegration" ตอนคุณชวนเป็นนายกรัฐมนตรีครั้ง แรกได้ไปประชุมที่ เวิร์ดซัมมิตที่โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ค ประชุมเกี่ยวกับเรื่องสังคม "Social crisis" ทั้งโลก แต่ไม่มีคำตอบ ขณะเดียวกันก็เป็นวิกฤติการทางสิ่งแวดล้อมถูกทำลายอย่างรวดเร็วทั้งป่าไม่ ป่าชาย เลน การเกิดเป็นทะเลทรายซึ่งเกิดจากการพุกร่อนของพื้นถิ่น อากาศเป็นพิษ น้ำเป็นพิษ ทำลายไปจนถึง ชั้นโอโซนบนชั้นบรรยากาศ เรื่องต่าง ๆ ไม่มีทางแก้ไข ประเทศไทยก็ประสบปัญหาเกี่ยวกับความแห้งแล้ง พร้อมกันทั่วประเทศเพราะเรามีต้นไม้ ป่าไม้น้อยลง นอกจากนั้นประเทศไทยยังมีวิกฤติการทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ หรือทางจิตใจเกิดขึ้น ทั่วไปเพราะการพัฒนาเน้นทางด้านวัตถุนิยมและบริโภคนิยมเท่านั้น พวกฝรั่งเองก็กล่าวว่าการพัฒนาที่ขาดจิต วิญญาณเหมือนกับพระเจ้าตายเสียแล้ว มีการพูดกันไปทั่วโลก เพราะฉะนั้นในวิกฤตการณ์คงไม่มีทางแก้ไข ด้วยการพัฒนาไปแนวคิดเดิมตามวิธีเดิม ๆ ที่เน้นวัตถุนิยม บริโภคนิยม เงิน นิยม มีแต่ทางศาสนาพลังทาง ศีลธรรมเท่านั้นที่จะมาแก้วิกฤติการณ์ของโลกในขณะนี้ ถ้าเรามาดูคำถามที่เกิดขึ้นทางศาสนากับคำถามใน สังคมปัจจุบันจะไม่เหมือนกัน ศาสนาทุกศาสนาจะตั้งคำถามว่าความจริงคืออะไร ความดีคืออะไร ศาสดาของ ศาสนาต่าง ๆ มาตอบคำถามนี้ว่าความจริงคือ ความดีคืออะไร ในปัจจุบันทั่วโลกคำถามนี้ได้เปลี่ยนไป เป็นถาม 2 ว่าจะทำอย่างไรจะรวย ถามกันทั่วหมดว่าทำอย่างไรจึง จะรวย จะนำไปสู่ปัญหานานาชนิด ทำให้คนเกิด ความคิดว่าทำอะไรก็ได้ที่จะรวย จะทำลายสิ่งแวดล้อม ทำลายศีลธรรม ทำลายชุมชน ทำลายครอบครัว เอา เปรียบเด็ก เอาเปรียบผู้หญิง คอร์รัปชั่น โกงกินได้ทุกชนิดเพื่อให้มันรวย เพราะคำถามว่าทำอย่างไรจะรวย ทาง ศาสนานั้นถามว่าความดีคืออะไร ความดีคือความซื่อสัตย์สุจริต การพึ่งตนเอง ความเพียร ความเอื้ออาทรต่อกัน ความเมตตา ศาสนาไม่เคยสอนเลยว่าขอให้ไปแข่งขันกันเสรี แย่งชิงกันเสรี ศาสนาล้วนสอนว่าจงมีความเมตตา กรุณาความเอื้ออาทรต่อกันเพื่อการอยู่ร่วมกัน ศาสนาทุกสอนให้คนอยู่ร่วมกัน เพราะฉะนั้นจะเน้นที่การให้ การ ไม่เบียดเบียนเน้นที่การพัฒนาจิตใจให้สูงขึ้น บริสุทธิ์ขึ้นทุกศาสนา คำสอนทุกศาสนาจะมีคำสอนใหญ่ ๆ อยู่ ๓ เรื่องเป็นแกน คือ ประการแรกต้องมีความเมตตา มีความกรุณา และมีการให้ถ้ามีการให้แล้วสังคมจะเป็นสุข แต่ คิดแต่จะเอาสังคมก็แข่งขันกันเดือดร้อน เกิดความขัดแย้งนำไปสู่ความรุนแรง ประการที่สองอย่างเบียดเบียน กัน ประการที่ ๓ พัฒนาจิตใจให้สูงขึ้น ต้องเข้าถึงสิ่งสูงสุด เป็นมนุษย์นั้นต้องเข้าถึงสิ่งสูงสุด มนุษย์ไม่ได้มีแต่ วัตถุ มนุษย์ไม่ใช้สัตว์ มนุษย์จะมีเรื่องจิตใจเข้าถึงสิ่งสูงสุด มีสัญลักษณ์ต่าง ๆ มากมายล้วนไปสู่สิ่งสูงสุดทั้งสิ้น เพื่อดึงมนุษย์ขึ้นไป สัญลักษณ์ทางศาสนาก็บ่งบอกถึงสิ่งสูงสุดของศาสนานั้น เพราะฉะนั้น ศาสนาทุกศาสนามี ความคำถามไม่เหมือนคำถามในสังคมปัจจุบัน ว่าความจริงคืออะไร ความดีคืออะไร เพราะเราได้ถามคำนี้เป็น ประจำว่า ความดีงามคืออะไรความดีก็จะเกิดขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พยายามชี้แนวทางในการพัฒนาประเทศมาเป็นเวลานานกว่า ๓๐ ปีแล้ว ในรูปแบบต่าง ๆ เช่นพระราชดำรัส ผมเป็นนักเรียนทุนส่วนพระองค์ต่อมาเปลี่ยนเป็นนักเรียน อานัทมหิดล นักเรียนทุนอนันทมหิดลก็จะเข้าเฝ้าทุกปีก็จะพระราชทานเวลาให้และรับส่งอย่างเป็นกันเอง เราก็ จะได้ยินกระแสรับสั่งในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ใครจะว่าเชยก็ชั่งเค้าก็ให้เราพออยู่พอกิน และมีไมตรีจิตต่อกันซึ่ง เป็นสังคมที่ต่างจากสังคมปัจจุบันที่แย่งชิงกัน แข่งขัน ทอดทิ้งกัน ตัวใครตัวมัน ขอให้เราพออยู่พอกินและมี ไมตรีจิตต่อกัน ตอนยังหนุ่มได้รับฟังรับสั่งแต่ไม่ได้คิดอะไรแต่ในปัจจุบันนำมาวิเคราะห์แล้วพบว่าเป็นกระแส พระราชดำรัสที่ลึกซึ้งทรงมองเห็นโลกเห็นการพัฒนาได้พยายามชินำ ตอนหนึ่งได้รับสั่งดังนี้ เราคาวรถอยหลัง เข้าครองซึ่งฟังดูแปลกเพราะถอยหลังเข้าคลองเป็นคำที่ไม่ดีล้ำสมัย ไม่ทันสมัย ถ้าในทะเลคลื่นลมมันแรงและ ทำให้เรือล่ม ในคลองมันปลอดภัยเราควรถอยหลังเข้าคลองรอให้คลื่นลมมันสงบ คนก็ยังไม่เข้าใจ มีพระราช นิพนธ์พระมหาชนกทรงปรารถนาให้คนไปอ่านกันอย่างกว้างขวาง เพื่อจะได้เป็นแนวทางชี้นำดำรงชีวิตและการ พัฒนา พระมหาชนกต้องอ่านกลับไปกลับมาเพราะแนวคิดบางที่ทรงกล่าวไว้สั้นมากแต่เป็นแนวคิดที่ลึกมาก รองดูตัวอย่าง เช่นมีพ่อค้า ๗๐๐ คน ลงเรือไปด้วยกันเพื่อไปแสวงหาโชคลาภในดินแดนสุวรรณภูมิอันนี้เกิด ความโลภไปในทะเลคลื่นลมแรงเรือล่มลง เวลาอย่างนี้เกิดวิกฤตได้พ่อค้า ๗๐๐ คนอ้อนวอนให้เทวดาช่วยไม่คิด พึ่งตนเองพ่อค้านั้นตายหมด พระมหาชนกไม่อ้อนวอนเทวดาแต่เตรียมตัวพึ่งตนเองโดยการเอาน้ำมันทาตัวจะได้ รอยคอ กระโดดให้ไกลเรือเพราะน้ำมันดู คิดพึ่งตนเอง แนวคิดรพมหาชนกไม่อ้อนวอนเทวดาพึ่งตนเอง และ ว่ายน้ำมองไม่เห็นฝั่งก็ยังว่ายจนมีเทวดามาถามว่าว่ายไม่ถึงฝั่งก็ยังว่ายน้ำอยู่ อันนี้คือความเพียรอันบริสุทธิ์ที่จะ 3 ช่วยเรา เรากำลังเผชิญความยุ่งยากที่ยังไม่เห็นฝั่งเลยเลิกเพียร เราต้องมีความเพียรทำความดีก็จะเกิดความ มหัศจรรย์ขึ้นโดยไม่รู้ตัว โดยทฤษฎีปัจจุบันคือ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่ว่าด้วยทฤษฎีแห่งความซับซ้อน ว่าถ้า เราทำสิ่งดีจะมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นได้ ทฤษฎีความซับซ้อนเกิดจากนักวิทยาศาสตร์ที่ได้โนเบลไพรส์ทาง เศรษฐศาสตร์ และทางฟิสิกส์ร่วมกัน ในโลกนี้มีความซับซ้อนทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมมากมาย เช่นเรื่อง หุ้นเกิดวิกฤตแบคมันเดย์ เช่นกรณีนายจอร์ทโซรอตคนเดียวอยู่ที่นิวยอร์กเล่นการค้าเงินจนประเทศไทยพังอันนี้ เกิดจากการเคออสมาตามความซับซ้อน ซึ่งในครั้งโบราณมันเป็นไปไม่ได้ ครั้งกรุงสุขโขทัย กรุงศรีอยุธยา ต้น กรุงรัตนโกสินทร์ปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้นไม่ได้เพราะสังคมไม่ได้เชื่อมโยงกัน ขณะนี้เชื่อมโยงกันทั้งโลกและ เดินตามกันมาเรียกว่าผีเสื้อปรากฏการณ์กระพือปีก หมายถึงผีเสื้อตัวหนึ่งกระพือปีกก็อาจจะก่อให้เกิดลม สถาต้นในที่อีกแห่งหนึ่ง เพราะฉะนั้นในสังคมที่มีความสลับซับซ้อนกัน ปัญหาต่าง ๆ แก้ไม่ได้ด้วยการใช้ อำนาจที่ไหนก็เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ฟิลิปปินส์ ในฟิลิปปินส์ได้ใช้พลังประชาชนในการขับไล่ ประธานาธิบดีมากอสออกไป ยกคุณอาคิโนขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี ประชาชนทั้งประเทศสนับสนุนการ บริหารงานของอาคิโนและเชื่อมั่นว่าอาคิโนจะช่วยแก้ไขปัญหาภายในประเทศได้แต่ปรากฏว่าแก้ไขปัญหาไม่ได้ เลย ความยากจน ความอยุติธรรมทางสังคม การคอร์รัปชั่น ในประเทศฟิลิปปินส์แก้ไขไม่ได้ เพราะในระบบที่ ซับซ้อนแก้ไม่ได้ด้วยอำนาจ รัฐบาลในสมัยคุณทักษิณชนะเลือกตั้งมาเยอะมีอำนาจมากต้องการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ก็ประสบปัญหาในการแก้ไขปัญหา เราต้องเข้าใจในความซับซ้อน การแก้ปัญหาไม่สามารถแก้ไขด้วยอำนาจ ทั้งสิ้น แต่แก้ด้วยพลังทางศีลธรรม จึงเป็นเหตุผลที่สำคัญที่เราได้มาประชุมกันในวันนี้ พลังทางศาสนาและพลัง ทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพราะเศรษฐกิจพอเพียงนั้นก็คือ ระบบศีลธรรมนั่นเอง เป็นระบบเศรษฐกิจศีลธรรม คุณธรรมนั่งเอง ชัดเจนมาก ถ้าฟังกระแสรับสั่งในโอกาสต่าง ๆ เศรษฐกิจพอเพียง นั้นสอดคล้องกับหลักธรรมคำสอนทางศาสนาทุกประการ เน้นที่ความขยันมั่นเพียร ความอดออม ความมีเมตตา การรักษาสิ่งแวดล้อม การไม่โลภ พอประมาณ การพึ่งตนเองได้ พลอยู่พอกิน และเข้มแข็ง เข้มแข็งทางพื้นบาน มิใช่เราอยู่กับที่แต่เราเติบโตด้วยความมั่นคง บางคนเข้าใจผิดว่าเศรษฐกิจพอเพียงเราต้องกลับไปสู่ความล้าหลัง โบราณ ท่านดูประเทศสวิสแลนด์ เดนมาร์ค เนเธอร์แลนด์ เค้าใช้ระบบเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการผลิตอาหาร เลี้ยงคนภายในประเทศให้พอเพียงมีกินอิ่มไม่อดอยากเพื่อสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง ถ้าเรามีพื้นฐานที่แข็งแรงแล้วมี ความเป็นธรรม มีความสมดุล มีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม มีการพัฒนาจิตใจ เราจะเจริญขึ้นก็ไม่อันตรายแต่ถ้า เราพยายามเร่งขึ้นขณะพื้นฐานอ่อนแอขาดความเป็นธรรม เราจะลำบากคนที่แข็งแรงก็จะเอาเปรียบคนอ่อนแอ เกิดวิกฤตทางศีลธรรม เกิดการคอร์รัปชั่น ปัญหาต่าง ๆ ประเทศไทยต้องสร้างความสมดุลที่แข็งแรงเหมือนการ สร้างต้องสร้างฐานที่แข็งแรง สังคมเช่นเดียวกันฐานสังคมต้องแข็งแรงฐานของสังคมจึงจะขึ้นได้สูงและมั่นคง เศรษฐกิจพอเพียงเนื่องด้วยการสร้างฐานของชุมชนของท้องถิ่นให้แข็งแรง ถ้าชุมชนแข็งแรงสังคมก็จะเติบโตขึ้น ไปแต่ถ้าชุมชนมีฐานไม่แข็งแรงบ้านเมืองก็จะปั่นป่วน เพราะฉะนั้นรูปแบบของการประยุกต์ศาสนธรรมของทุก ศาสนา คือเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเชื่อมโยงกันและแตกเป็น พุทธสาสนา กับ เศรษฐกิจพอเพียง อิสลามกับ Extract all text from this image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image's main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. 5 ศาสนธรรมกลับคืนมา หรือในกรณีท่านมหาอยู่ สุนทรไทย ท่านเคยบวชพระมาก่อนที่จังหวัดสุรินทร์ ชาวนาถูกชักจูงให้ เพราะปลูกเพื่อหวังความร่ำรวยเค้าเรียกว่า แคชครอฟ เพื่อให้ได้เงินแต่จริงแล้วขาดทุน ทำลายสภาพแวดล้อม มหาอยู่ฉลาดเคยบวชเรียนมาก่อนมหาอยู่ไม่ทำเช่นนั้นแต่ขุดสระในที่นา เลี่ยงปลา ปลูกผัก ผลไม่ เลี้ยงไก่ มหามอยู่ทำอยู่ ๔๐ ปี ในช่วงรัฐบาลเกรียงศักดิ์ (ออยไครซิส) ชาวนานเดือนร้อนมหาอยู่ไม่เดือดร้อนมีเงินออม ท่านมีสถานที่สอนมีคนมีเรียน โดยแบ่งเวลา ๘ ชั่วโมงทำงาน ๘ ชั่วพักผ่อนกินข้าว ๘ ชั่วโมงใช้เวลาในการสอนคนอื่นไม่ได้คิดสตางค์ใช้โรงนาเป็นสถานที่สอนมีคนไปเรียนเป็นหมื่นคน เป็นตัวอย่างเศรษฐกิจพอเพียงที่มีชีวิตที่ร่มเย็นสงบสุข สันติสุข สิ่งแวดล้อมดีสัตว์ที่อยู่อาศัยมีความสุขด้วยเศรษฐกิจพอเพียง หรือตัวอย่างผู้ใหญ่คำพายและคุณคำเดื่องที่บุรีรัมย์ ทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมีกินมีใช้ คุณคำเดื่องกำลังทำวิจัยเป็นคนฉลาดมาก คำเดื่องกำลังทำวิจัยว่ามีที่ดิน ๑ ไร่โดยใช้เศรษฐกิจพอเพียงพอกินทั้งครอบครัวมั้ย ผลปรากฏว่าพอกิน ดังนั้นถ้าอยากรวยกับไม่พอกิน แต่ถ้าพอกินกับรวมมันตรงกันข้ามกัน ดังนั้นคุณคำเดื่องเชื่อว่าประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติประเทศไทยไม่มีทางอด ดังกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขอให้พออยู่พอกินและมีไมตรีจิตต่อกันไม่มีทางอด คุณหมออภิสทธ์ ธรรมรงค์วรางกูร แห่งโรงพยาบาลอุบลรัตน์ได้ทำงานมากว่า ๑๐ ปี สนับสนุนชุมชนที่ทำเศรษฐกิจพอเพียงในหมู่บ้านหลายสิบหมู่บ้านเกิดปรากฏผล ๕- ตอย่างดังนี้ หนึ่งทุกบ้านพอกินหมดเหลือกินมีความเป็นเกษตรแบบผสมผสาน สองทุกครอบครัวหลุดจากหนี้สามทุกครอบครัวมีเงินออม สี่สุขภาพดี เช่นคุณบุญทัน ที่หมู่บ้านคำปาหลาย อำเภอแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น บุญทันเดิมทำเพื่อหวังร่ำรวยแต่ขาดทุนหมดเหนื่อย เครียด กินเหล้า เป็นหนี้ ไปไหนชาวบ้านรังเกียจ พอกลับมาทำเศรษฐกิจพอเพียงมีเงินออม สุขภาพจิตดี กินอิ่ม นอนหลับ เป็นไวยาวัจกรคนนับหน้าถือตา ที่โรงพยาบาลอุบลรัตน์ มีพระสงฆ์รวมตัวกันเป็นสภาสงฆ์เพื่อชุมชนดูแลสอนเรื่องสิ่งแวดล้อม สอนเรื่องการอนุรักษ์พันธุ์ปลา มีความสุขอย่างยิ่งประเทศไทยต้องดูเป็นตัวอย่าง หมู่บ้านคำปาหลาย อำเภอแวงใหญ่ มีฝรั่งอังกฤษคนหนึ่งชื่อมาร์ติน พ่อเป็นคนรวย พ่ออยากให้เป็นครูสอนที่ออกฟอร์ด เดินทางมาประเทศไทยแต่งงานกับผู้หญิงไทย ที่หมู่บ้านคำปาหลาย มีที่ดิน ๖ ไร่ดำเนินชีวิตโดยใช้เศรษฐกิจพอเพียงปลูกข้าวกินเอง เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ชีวิตมีความสุขมีความปลอดภัยมั่นคงทางด้านสุขภาพอนามัย สิ่งแวดล้อมและชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจพอเพียงให้การพัฒนาจิต พัฒนาสังคม พัฒนาสิ่งแวดล้อมพร้อมกันไป ที่เรียกว่าวัฒนธรรม เพราะมันคือวิถีชีวิตร่วมกันของกลุ่มชนที่สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมหนึ่ง ๆ วัฒนธรรมคือวิถีชีวิตร่วมกันของกลุ่มชนในพื้นที่หนึ่ง ๆ พื้นที่แตกต่างกันก็มีวิถีชีวิตแตกต่างกันเช่นที่ขั้วโลกแบบหนึ่ง ที่ทะเลทรายก็อีกแบบหนึ่ง จึงเกิดวัฒนธรรมที่แตกต่างและหลากหลาย วัฒนธรรมต้องมีความหลาย เป็นความงาม ความสอดคล้อง ศาสนาต้องมีหลายศาสนามิใช้ศาสนาเดียว ศาสนาเกิดขึ้นจากวัฒนธรรมต่าง ๆ ขณะนี้มีความพยายามให้โลกมีอารยธรรมเดียวเหมือนกันทั้งโลก คืออารยธรรมวัตถุนิยมและบริโภคนิยม ใครไม่ทำให้เหมือนจะถูกรังเกียจ วัฒนธรรมต้องมีหลายวัฒนธรรมที่ 6 บอกว่าวัฒนธรรมคือวิถีชีวิตของกลุ่มคนร่วมกัน กลุ่ม ชนใดมีวัฒนธรรมความเชื่อร่วมกัน ทำร่วมกันสิ่งนั้น เป็นวัฒนธรรม เช่นศาสนานอกจากเป็นศาสนาแล้วเมื่อกลุ่มชนใดรับเป็นความเชื่อและร่วมกันทำศาสนาก็เป็น วัฒนธรรม ศาสนา มี ๒ สถานะ คือเป็นคำสอนของศาสดา อีกสถานะหนึ่งคือ วัฒนธรรมของชุมชนนั้นด้วย ของ พุทธ อิสลาม คริสต์ ฮินดู-พราหมณ์ ซิกข์ ในโลกต้องมีความหลากหลายค้ำจุนกันให้เกิดความงามความ ถูกต้อง นอกจากนั้นวัฒนธรรมยังหมายถึงวิถีการทำมาหากินที่สอดคล้องกับสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับวิถีชีวิต ยกตัวอย่างเช่นเกิดวิกฤตในปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่จังหวัดตราดไม่วิกฤตเลย เพราะเข้ามีวัฒนธรรมเป็นฐานในเรื่อง ของผลไม้ การประมง และการท่องเที่ยว โลกจะวิกฤตอย่างไรเข้าก็มีวัฒนธรรมของเค้าเป็นทุนทางวัฒนธรรม ถ้าเราจับทุนที่ไม่ใช่เงินได้เราจะพ้นวิกฤติถ้าเราไปมองว่าทุนมีแต่เงินเราจะวิกฤตเพราะทุนที่ไม่ใช่เงินนั้นมีอีก เยอะแยะเช่นทุนสิ่งแวดล้อมใช่ไหมครับป่าไม้ต่าง ๆ ทุนทางสังคมทุนทางวัฒนธรรมทุนทางศาสนธรรมสิ่ง เหล่านี้นี่เป็นประโยชน์ต่อคนทั้งหมดและยั่งยืนและคนขโมยไม่ได้แต่ถ้าเป็นเงินมันขโมยได้ขโมยได้ง่ายถ้าเรามา เปลี่ยนอย่างอื่นเป็นเงินคนจะขโมยเหรอขโมยง่ายทั้งคนไทยด้วยกันเองและคนต่างชาติแต่ถ้ามันยังเป็นทุน เช่น เป็นป่าคนจนถึงแม้ไม่มีเงินแต่มีป่าเขาอยู่ได้เพราะป่าคือซุปเปอร์มาร์เก็ตของคนจนต้องการหน่อไม้ ต้องการเห็ด ต้องการฟืน ต้องการอะไรทุกชนิดมันมีแต่ถ้าป่าไม่มีแล้วคนอยู่กับดินแตกระแหงนั้นอยู่ไม่ได้ยิ่งจนหนักขึ้นถ้า เราเข้าใจโดยเชื่อมโยงกันเราจะไม่เกิดวิกฤติ มีคนญี่ปุ่นเขียนว่า Thailand is rich Japan is poor เขาไม่ได้พูดเล่นเขาพูดจริง ๆ เขาว่าเรามีทรัพยากรกันเยอะแยะถ้าเทียบกับญี่ปุ่นอย่าไปเอาอย่างญี่ปุ่นเขา บอกไว้เลยญี่ปุ่นต้องทำอย่างนั้นสิงค์โปร์ต้องทำอย่างนั้นเพราะเขาจนเขาต้องดิ้นรนไปอย่างนั้นแต่เมืองไทย ร่ำรวยมากเขาพูดถึงทรัพยากรธรรมชาติเราได้เข้าใจตรงนี้แล้วช่วยกันดูแลและอนุรักษ์ไว้ กระทรวงวัฒนธรรมก็มันวิกฤตแก้กันไม่ได้แต่กระทรวงหลายกระทรวงแก้กันได้อยู่แล้วแต่ว่า วัฒนธรรมจะเข้ามาแก้วิกฤติรวมทั้งปักษ์ใต้ด้วยแต่ผมจะพูดสามจังหวัดวัฒนธรรมเข้ามาแก้และในวัฒนธรรมมี ศาสนาอยู่แล้วกรมการศาสนาก็อยู่ที่นี้ถ้าคิดว่าในวัฒนธรรมมีศาสนาอยู่เสมอในนี้อยู่ด้วยกันแล้วเศรษฐกิจ พอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวเป็นทั้งวัฒนธรรมเป็นทั้งศาสนธรรมอยู่ในนี้เป็นทั้งสังคมด้วยเป็นความร่วมมือนั้นตรง นี้เองถ้าเราจักเข้าใจอย่างนี้นะครับแล้วมันก็เป็นแนวทางการพัฒนาของเราที่เราช่วยกันทำได้ช่วยกันส่งเสริมได้ โดยส่งเสริมในพื้นที่ๆหมายถึงในชุมชน หมู่บ้าน ตำบล ต่างๆทั่วประเทศเรามีทั้งหมด๗,๐๐๐ กว่าตำบล ๗๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านทั้งประเทศแล้วลองนึกภาพว่าถ้าทุกตำบลหายจนพอเพียงเข้าจะมั่นคงมากประเทศจะ มั่นคงแล้วเขาจะมีอำนาจซื้อมากในฐานะเค้าก็จะซื้อวิทยุซื้อพัดลมซื้ออะไรต่อมิอะไรแล้วเศรษฐกิจข้างบนสบาย มั่นคงเขาอยู่บนฐานที่แข็งแรงจุดของเราจะช่วยกันสงเสริมเศรษฐกิจพอเพียงให้เต็มพื้นที่แล้วช่วยกันทุกคนทุก ด้านมากจุดมุ่งกันเพราะว่าตรงนี้พระราชทานแนวทางโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงครองราชย์มาจะ ครบ๖๐ปีเป็นสถาบันที่มีความต่อเนื่องทางปัญญามากที่สุดอันอิ่นมันเปลี่ยนไปเรื่อยข้าราชการก็เปลี่ยนไปเรื่อย เดียวไปกินซีตรงโน้นแล้วก็ไปกินซีตรงนี้เดียวเปลี่ยนอธิบดีโน้นอธิบดีนี้แต่พระเจ้าอยู่หัวครบ๑๐ปีภาษาอังกฤษ 7 เขาเรียกว่า continuity ของ วิสดัมจะทำอะไร ให้สำเร็จต้องมีความต่อเนื่องทางปัญญา continuity ของ วิสดัมถ้ามันพลิกผันไปเรื่อยมันทำไม่ได้แล้วสถาบันพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะรัชกาล ปัจจุบันที่มีความต่อเนื่องกันมา ๖๐ปีแล้วก็แปลกมากพูดไปภาษาธรรมดาพระเจ้าอยู่หัวก็โตมายุโรปแต่ก็สามารถเข้าใจเรื่องชุมชนเข้าใจเรื่อง วัฒนธรรมเข้าใจเรื่องศาสนธรรมเพราะฉะนั้นเราต้องใช้ตรงนี้พูดกันเพราะ ๆ ใช้คำว่าใช้ใช้เป็นโอกาสของ ประเทศไทยที่จะพัฒนาให้ถูกต้องเป็นสัมมาพัฒนาอย่าไปเอาแต่คำพัฒนาเฉย ๆ ทำให้พัฒนาผิดเป็นวิชาพัฒนา มันก็ไปเป็นวิกฤติต้องเป็นสัมมาพัฒนาเป็นสัมมนาผิดแต่การพัฒนาที่ถูกต้องแล้วก็เศรษฐกิจพอเพียงอย่างที่ พระราชทานบางครั้งรับสั่งอย่างน้อยพระทัยนิด ๆ หลายปีมาแล้วผมไปบรรยายในคณะเศรษฐศาสตร์ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็บรรยายเรื่องนี้เรื่องที่กำลังบรรยายอยู่ท่านราชเลขาธิการสมัยนั้น หม่อมหลวงพีรพงษ์ เกษมศรี มาฟังอยู่ด้วยพอผมพูดเสร็จท่านก็เข้ามาคุย ท่านบอกพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่าฉันพูดเรื่องนี้มา ๒๗ ปีแล้ว หลายปีมาแล้วไม่มีคนได้ยินนี่นึกภาพขณะพระเจ้าอยู่หัวซึ่งทรงพระสถานะที่คนทั้งปวงรักยังฟังไม่ได้ยินไม่ได้ ยินเพราะสมองไปหมกมุ่นอยู่กับบางเรื่องที่มันคุ้นเคยวิธีคิดวิธีเรียนของเราอย่างการศึกษาปัจจุบันที่เราทำมาร้อย กว่าปีทำให้คนไม่เข้าใจวัฒนธรรมแล้วมีคนเตือนว่าการศึกษาปัจจุบันออกมาได้ ๘ ปี มีคนเตือนว่าการศึกษาแบบ นี้จะทำให้คนไทยขาดจากรากเหง้าของตัวและคนที่เตือนคือพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรยานวโรรสมี เอกสารไปอ่านดูได้ในหนังสือของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ารู้สึกว่าจะมีสัก ๘ เล่ม ผมไปเจอในนั้นท่านบอกว่า การศึกษาแบบนี้จะทำให้คนไทยขาดจากรากเหง้าของตัวและจะเควังคว้างรากเหง้าคือวัฒนธรรมต้นไม้ต้องมีราก ฉันใดสังคมก็ต้องมีรากกรากของสังคมนี่คือวัฒนธรรมถ้าเราตัดรากต้นไม้แล้วมันเกิดอะไรขึ้นเราเข้าใจถ้าเรา พัฒนาโดยตัดรากของสังคมมันจะเกิดอะไรขึ้นพอเทียบเคียงกันได้การพัฒนาสังคมต้องอยู่บนรากของตัวไม่ได้ แปลว่าไม่รับของใหม่ไม่ได้อะไรนะแต่มีรากมีรากที่มั่นคงไอ้กิ่งไม้ใบไม้มันก็รับสายลมแสงแดดที่แปรผันไปได้ โชยมาเปลี่ยนแปลงไปได้แต่มีรากแต่ถ้าไม่มีรากแล้วเราลำบากการพัฒนาของเราพัฒนาแบบตัดรากผมจึงพูดอยู่ เรื่อยพูดทุกวัน ๆ พูดไม่ท้อถอยว่าการพัฒนาต้องเอาวัฒนธรรมเป็นตัวตั้งไม่ได้แปลว่าเศรษฐกิจไม่สำคัญแต่ ภายในวัฒนธรรมมันมีเศรษฐกิจอยู่ด้วยแต่เป็นเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับเรื่องอื่นไม่ใช่เศรษฐกิจโดด ๆ ถ้าเราเอา เศรษฐกิจเป็นตัวตั้งมันแยกส่วนอะไรที่แยกส่วนถึงประสบความสำเร็จก็จะทำลายความสมดุลตัวอย่าง เช่น เซลล์มะเร็งมันประสบความสำเร็จอย่างมากในการแบ่งตัวกันแต่มันทำลายสมดุลของร่างกายเพราะมันแยกส่วน มันเอาเฉพาะตัวมันอะไรที่แยกส่วนนี้จะทำลายสมดุลเสมอแต่วัฒนธรรมนั้นเป็นบูรณาการทุกอย่างเข้ามาหมด ทั้งเศรษฐกิจ จิตใจ ครอบครัว ชุมชน สิ่งแวดล้อม ศาสนา เป็นเรื่องจิตใจสุขภาพเชื่อมโยงหมดทุกอย่างการพัฒนา นั้นจึงต้องเอาวัฒนธรรมเป็นตัวตั้งเพราะมันบูรณาการหมดทุกอย่างแล้วเศรษฐกิจอยู่ในนั้นแล้วถ้าเศรษฐกิจอยู่ บนฐานวัฒนธรรมเราจะมั่นคงมากผมจะยกตัวอย่างนะครับเพื่อให้เห็นบางทีพระพุทธเป็นนามธรรมสมมุติเรามี 8 ข้อมูลหมดเลยทุกหมู่บ้านเลยว่าใครทำอะไรเก่งบ้างใช่ ไหม คนนี้ทำขนมอะไรอร่อย คนนี้ใครทำกับข้าวอะไร อร่อย คนนี้จักสานเก่ง คนนี้แต่งเพลงเก่ง คนนี้ใกล้เกลี่ยความขัดแย้งเก่ง คนนี้ทำอย่างนู้นอย่างนี้เก่งเราถือว่าทุก คนเป็นคนเก่งหมดเพราะคิดว่าในทุกวันนี้ระบบในสังคม ระบบการศึกษาก็ตามเราทำลายศักดิ์ ศรีคุณค่าความ เป็นคนของคนคนทุกคนต้องมีศักดิ์ศรี มีคุณค่า ในตัวนะครับธรรมชาติเป็นอย่างนั้นจริง ๆ และทุกคนมีความดีอยู่ ในตัวทั้งสิ้น มีเมล็ดพันธุ์แห่งความดีอยู่ในตัวเราต้องไปรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ให้เมล็ดพันธุ์ความดีมันออก มาแล้วทุกคนมีศักยภาพทั้งสิ้นทุกคนมีความรู้ในตัวที่ได้มาจากการทำงาน ได้มาจากประสบการณ์ทำไมครูที่ สำคัญที่สุดของเราคือใครคือแม่ของเราทุกคนโดยไม่คำนึงถึงการศึกษาว่าท่านจะจบปริญญาหรือเปล่า ได้โทหรือ เปล่า ได้เอกหรือเปล่า เคยไปเรียนนอกหรือเปล่าแต่แม่ของเรามีความรู้ในตัวที่จะสอนเราโยมแม่พระธรรมดิลก นั้นไม่เคยเข้าเรียนแม่จะป่วยไม่เคยเข้าโรงเรียนอาจารย์เจิมศักดิ์ทำศพแม่เมื่อ ๒ ปี แล้วพิมพ์หนังสือมาเล่มสิ่งที่ แม่สอนไว้ ว่าแม่เป็นชาวบ้านที่อ่างทองไม่เคยเข้าโรงเรียนเลยแต่แม่สอนสิ่งดี ๆ ไว้เยอะมาก พ่อแม่มีความรู้ให้ ตัวที่ได้จากประสบการณ์ได้จากการทำงานถ้าเราการศึกษาของเราขณะนี้ เราไม่ถือเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญเด็กไม่ อยากคุยกับพ่อแม่ปู่ย่าตายาย เพราะคุยแล้วไม่ได้คะแนนเราเอาคะแนนไปไว้กับวิชาเราไม่ได้ไว้กับชีวิตการศึกษา อย่างที่เรามีในขณะนี้เป็นการศึกษาแบบแยกส่วนเพราะชีวิตก็อย่างหนึ่งการศึกษาไปเอาวิชาเป็นตัวตั้งและเราก็ ลำบากไปหมดเราทำลายความมั่นใจของคนหมดทุกคนเพราะใครจะไปท่องได้วิชายาก ๆ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มี ความรู้ในตัวถ้าเราคำนึงถึงศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคนแล้วเคารพความรู้ที่มีอยู่ในตัวคนสมมุติ ขณะนี้ผมกำลังไปแนะนำและมีคนกำลังทำต่อเนื่องแบบว่า Human mapping แผนที่ความดีของคนทั้ง หมู่บ้าน ทั้งตำบลเลย ทุกคนเลย ว่าป้าคนนี้ทำอะไรเก่งทำกับข้าวเก่ง ทำขนมเก่ง ทำอะไรเก่ง แล้วข้อมูลขึ้นมาสู่ ระบบข้อมูลอันนั้นนะจริง ๆ เป็นข้อมูลชีวิตของผู้คนแล้วลองนึกว่าข้อมูลเหล่านั้นออกมาคนทุกคนรู้สึกมีเกียรติ ว่าเขาทำอะไรเก่งก็มีเกียรติแล้วทำไมฮะมันจะไปกระตุ้นเศรษฐกิจวัฒนธรรมเพราะคนรู้ว่าหมู่บ้านท่านรัฐมนตรี ที่สระแก้วหมู่บ้านที่ทำขนมอร่อย ๆ ทำกับข้าวอะไร คนก็ยังกินเขาอยากกินเขาก็ได้กินของอร่อยขณะเดียวกัน ชาวบ้านก็ได้เศรษฐกิจด้วยได้ทำขายด้วยผู้คนรู้กันอันนี้เป็นเศรษฐกิจวัฒนธรรมซึ่งมันไม่มีวันจะหายไปไหนไป จากเราเพราะมันอยู่ในวิถีชีวิตของเราถ้าเราริ่มต้นจากเศรษฐกิจวัฒนธรรมนั้นจะเป็นพื้นฐานแล้วเราก็ต่อยอด อย่างอื่นเราจะทำเรื่องการตลาดและรูปแบบผลิตภัณฑ์ให้สวยกับความต้องการของตลาด ทำการส่งออกได้ทั้งสิ้น แต่ขอให้พื้นฐานพอเพียงก่อนตรงนี้เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เองที่เราน่าจะทำคือร่วมกันส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงให้ เต็มพื้นที่ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบลนี้จะมีสัมมาอาชีพเต็มพื้นที่สัมมาอาชีพอันนี้จะสะท้อนทุกอย่างสัมมาอาชีพ หมายถึงอาชีพที่ไม่เบียดเบียนตนเองไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อมมีรายจ่ายน้อยกว่ารายได้อันนี้ จะรวมหมดทุกอย่างจะรวมหมดอยู่ในนี้ทุกอย่างสัมมาอาชีพจะหมายถึงอาชีพที่ไม่เบียดเบียนตนเองไม่ เบียดเบียนผู้อื่นไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อมมีรายจ่ายน้อยกว่ารายได้มันหมายถึงทุกอย่างแหละหมายถึงทั้งความ เพียรการพึ่งตนเอง การประหยัด การอดออม การรักษาสิ่งแวดล้อมการไม่เบียดเบียนคนอื่นมันรวมอยู่ในนี้หมด 9 ถ้าเราใช้เรื่องสัมมาอาชีพเต็มพื้นที่จริงเรามีหลักฐาน เยอะว่าตัวนี้ถ้ามีสัมมาอาชีพเต็มพื้นที่เป็นบ่อเกิดของ ความร่มเย็นเป็นสุขเรื่องความชั่วต่าง ๆ จะลดลงหรือหายไปเลยและมีชุมชนอย่างนั้นจริงย้อนหลังไป ๔๐ ปี คือที่ ตำบลยกกระบัดอำเภอบ้านแพร้วจังหวัดสมุทรสาคร ไปดูได้ผู้คนที่สมัยนั้นยังอยู่นะครับที่ร่วมกันทำพอ เศรษฐกิจของเขาสัมมาอาชีพของเค้าคือการปลูกมะพร้าวแล้วทำน้ำตาลมะพร้าวของยกกระบัดทุกบ้านทุกคนทำ หมดแล้ว ขณะนั้นย้อนหลังไป ๔๐ ปีแต่ละคนมีรายได้ถึง ๒๐๐-๔๐๐ บาทต่อวันเดิมยกกระบัดมีความชั่วทุกชนิดมีการลัก ขโมยมีการเล่นการพนันมีการยาเสพย์ติดทุกชนิดทั้งตำบลพอมีสัมมาอาชีพเต็มพื้นที่ทุกคนทั้งตำบลมีอาชีพมี รายได้อย่างนี้หมดความชั่วหายไปหมดนะครับหายไปหมดไปดูได้ผู้นำชุมชนยังอยู่นะครับอาจารย์ซุบกล่อมจิต เคยเป็นเจ้าคณะตำบลยกกระบัดเป็นเจ้าอาวาสวัดยกกระบัดที่นั่นเดี๋ยวนี้ยังมีชีวิตอยู่ที่ตำบลยกกระบัด มหาวิทยาลัยต่าง ๆ เคยไปทำงานร่วมเมื่อครั้งที่เรียกว่าโครงการลุ่มน้ำแม่กลองที่นั่นนักวิชาการไปเจอชุมชนนี้เข้า โดยส่งเสริมสัมมาอาชีพเต็มพื้นที่แล้วใช้ตัวนี้เป็นดัชนีวัดดัชนีวัดอย่าไปใช้เฉพาะจิตพี่จืดพี่มันไม่บอกว่าเงินที่ ได้มานั้นมันถูกศีลธรรมรีเปล่ามันไปกดขี่ขูดรีด ไปขายผู้หญิงจืดพีก็ขึ้นนะฮะทำบางอย่างเป็นเรื่องดีแต่จืดพี่ไม่ ขึ้นเช่นแม่เลี้ยงลูกจืดพี่ไม่ขึ้นแต่เป็นเรื่องที่ดี คำว่าจืดพี่มันวัดแบบแยกส่วนต้องวัดแบบแบบวัดความสูงวัดจืด เอชเอชก็แฮปปี้เนช ซึ่งมันสะท้อนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่ผมบรรยายมาเมื่อกี้ที่บอกผู้ใหญ่วิบูลย์มาอยู่ก็ตามแล้ว เจอความสุขเจอจิตใจที่ดีความรุนแรงลดลงสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นต่าง ๆ มันเป็นดัชนีของความดีของความสุขเรา ต้องมีแนวทางทำที่ตรงนี้แล้วก็ช่วยกันส่งเสริมที่นี่องค์กรศาสนาต่าง ๆ สามารถทำโดยใช้เคลื่อนอย่างฟิล์มใหญ่ ฟิล์มใหญ่ของเราคือศาสนาและเศรษฐกิจพอเพียงศาสนาและเศรษฐกิจพอเพียงนี้คือแนวทางใหญ่ที่เราจะเคลื่อน ไปนะครับแล้วทุกคนช่วยกันเคลื่อนตรงนี้ไม่ได้อันตรายกับใครไม่ว่าอะไรใครเลยไม่ไปด่าไม่ไปทำอะไรทั้งสิ้น แต่ช่วยกันทำงานที่ตรงนี้เคลื่อนตรงนี้สร้างความเข้าใจที่ตรงนี้ว่าศาสนากับเศรษฐกิจพอเพียงคือคำตอบของเรา คือคำตอบของโลกด้วยนะครับแล้วเคลื่อนตรงนี้แล้วก็ศาสนาจะเป็นพุทธ คริสต์ อิสลาม ฮินดู ซิกข์เป็นศาสนา ศาสนาไปก็ได้ว่าพุทธกับเศรษฐกิจพอเพียงอิสลามกับเศรษฐกิจพอเพียงคริสต์กับเศรษฐกิจพอเพียงอย่างนี้ก็ได้ แล้วร่วมมือกันระหว่างศาสนาก็ได้เพราะว่าตรงเศรษฐกิจพอเพียงนั้นเชื่อมโยงกับศาสนธรรมของทุกศาสนาแล้ว พระราชทานโดยพระเจ้าอยู่หัวที่เราทุกคนรักอันนี้ก็จะเป็นเครื่องมือที่จะเดินไป เมื่อวานนี้เองผมประชุมผมเป็นประธานคณะอนุกรรมการความหลากหลายทางวัฒนธรรมของ คณะกรรมการสมานฉันท์เมื่อวานเราประชุมกันถึงเรื่องยุทธศาสตร์ที่ประชุมก็มีคนเสนอความเห็นต่าง ๆ แล้วก็ สรุปว่าการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดภาคใต้อย่างอื่นแก้ไม่ได้สิ่งที่จะแก้ได้นั้นคือศาสนากับเศรษฐกิจพอเพียงที่จะแก้ ได้ถ้าช่วยกันทำตรงนั้นมุสลิมกับอิสลามกับเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนพุทธก็พุทธกับเศรษฐกิจพอเพียงช่วยกัน ส่งเสริมให้เกิดกันเต็มพื้นที่ทุกชุมชนเลยในสามจังหวัดจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้นะครับในท้ายที่สุดนี้ก็ขอ อนุโมทนาอีกครั้งหนึ่งกับกรมการศาสนากระทรวงวัฒนธรรมท่านรัฐมนตรี ท่านปลัดข้าราชการต่าง ๆ ที่ช่วยกัน คิดแล้วก็เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องสำคัญมากแล้วผมคิดว่าเราจับมาถูกทางแล้วเรื่องศาสนากับเศรษฐกิจพอเพียง 10 แล้วช่วยกันทำตรงนี้บ้านเมืองเราจะพ้นวิกฤตจะเกิด ความร่มเย็นเป็นสุขเกิดสันติภาพขึ้นบนดินแดนแห่งนี้ แล้วถ้าเราช่วยกันทำตรงนี้แล้วเราเกิดความร่มเย็นเป็นสุขคนไทยรักกันมากขึ้นมีความพอเพียงอยู่ร่วมกันเราจะได้ เป็นกำลังช่วยประเทศอื่น ๆ เพราะในประเทศอื่น ๆ วิกฤตการณ์ความขัดแย้งต่าง ๆ ไม่หายไปง่าย ๆ อีก ๕๐ ปีก็ ยังไม่หายคนไทยเราต้องสร้างความแข็งแรงที่ตรงนี้แข็งแรงทั้งทางปัญญาทั้งทางสังคมทั้งทางศีลธรรมที่ตรงนี้เรา จะได้ ช่วยชาวโลกด้วยเพราะว่าอย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นใครก็เป็นเพื่อนมนุษย์มนุษย์ทั้งโลกล้วนเป็นหนึ่งเดียวกันเรา ต้องช่วยกันแล้วถ้าร่วมกันเราสามารถพ้นทุกข์ร่วมกันได้และขออนุโมทนากับนมัสการพระคุณเจ้าท่านผู้นำ ศาสนาท่านรัฐมนตรีท่านปลัดท่านอธิบดีและท่านผู้มีเกรียติทุกท่านว่าเรากำลังเคลื่อนไปบนสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ขอให้มีความสุขมีความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้น PCET ชีวิตกับเศรษฐกิจพอเพียง ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สิ่งแวดล้อม

วัฒนธรรม

เศรษฐกิจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

31 August 2005

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
31% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
17% Match
คุยกับผู้อ่าน : สืบ นาคะเสถียร เขาตายเพื่อปลุกมโนสำนึกของชาติ (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 138 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2533)
15% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• เศรษฐกิจพอเพียง

• การใช้ชีวิตแบบพอเพียง

history_eduหมวดหมู่

สิ่งแวดล้อม

วัฒนธรรม

เศรษฐกิจ

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

31 August 2005

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้