auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สู่ความเป็นรัตนองค์กร

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึงสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้รับการบัญญัติ “แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ” ขึ้นมาในรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะบ้านเมืองขาดกลไกในการทำเรื่องยาก

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สู่ความเป็นรัตนองค์กร ## ประเวศ วะสี ### ๑๖ กันยายน ๒๕๔๘ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในหมวด ๕ "แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ" ได้บัญญัติ แนวนโยบายที่สำคัญๆ ไว้หลายอย่าง ซึ่งถ้าทำได้ประเทศชาติจะประสบความเจริญ แต่เป็นเรื่องที่ ทำได้ยาก ที่ทำได้ยากเพราะบ้านเมืองขาดกลไกในการทำเรื่องยาก ฉะนั้น มาตรา ๘๙ ในหมวดนี้ จึงบัญญัติว่า "เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามหมวดนี้ ให้รัฐจัดให้มีสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ มีหน้าที่ให้คำปรึกษา และข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและสังคม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนอื่นตามที่ กฎหมายบัญญัติต้องให้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้ความเห็นก่อน พิจารณาประกาศใช้ องค์ประกอบ ที่มา อำนาจหน้าที่ และการดำเนินงานของสภาที่ ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ .... " เป็นอันว่าสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้รับการบัญญัติขึ้นมาในรัฐธรรมนูญ ให้เป็นเครื่องมือทำสิ่งที่ยากแต่สำคัญมาก คือแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ "นโยบาย” เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะกระทบทุกอณูของสังคมและกำหนดทิศทางที่ สังคมจะดำเนินไปในอนาคต นโยบายที่ดีมิได้ยากเพราะขาดพลังความดี แต่มีพลังของผลประโยชน์ เฉพาะกลุ่มที่จะทำให้นโยบายเฉไฉไปทางอื่นไม่เป็นสัมมาพัฒนา นโยบายไม่ดีทำให้เกิดมิจฉา พัฒนา มิจฉาพัฒนาทำให้ปัญหาต่างๆ เพิ่มพูนขึ้นจนขัดแย้งรุนแรงและวิกฤต แนวนโยบายของรัฐที่ดี จึงเป็นความเป็นความตายของประเทศ ถ้าสภาที่ปรึกษาฯ สามารถ เป็นกลไกให้เกิดนโยบายของรัฐที่ดี ที่ขณะนี้ไม่มีใครทำได้ สภาที่ปรึกษาฯ จะเป็นองค์กรอัน ประเสริฐ หรือรัตนองค์กรทีเดียว ในเมื่อสภาที่ปรึกษาฯ มีหน้าที่ที่สำคัญถึงปานนี้ แต่เป็นเรื่องที่ยาก ภาคสังคม ภาควิชาการ ภาคสื่อมวลชน ไม่ควรจะนิ่งดูตายให้คน ๙๒ คน ไปคุ้ยเขี่ยหากินเองหัวหมุนอยู่อย่างนั้น แต่ต้อง เข้ามาร่วมมือสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะภารกิจแห่งชาติเป็นภารกิจร่วมกันของคนทั้งชาติ ควรมี การทำงานเป็นเครือข่ายกับภาคีต่าง ๆ **ประการแรก** ต้องมีความมุ่งมั่นร่วมกันว่า สภาที่ปรึกษาฯและเครือข่ายภาคีที่สนับสนุน จะ ทำงานในเรื่อง "แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ" เพื่อให้ประเทศชาติไปสู่การพัฒนาที่ดี ต้องแน่วแน่ที่ จะทำงานเรื่องนโยบาย มีข้อควรระวัง คือ -๔- * อย่าไปทำแยกย่อยเป็นเบี้ยหัวแตก จะไม่มีพลัง กลายเป็นองค์กรจับฉ่าย * อย่าไปทำตัวเป็นองค์กรรับเรื่องร้องทุกข์ เพราะทุกข์เป็นอาการของโรคคือการพัฒนา ที่ไม่ถูกต้อง นโยบายที่ดีคือการรักษาที่สมมุติฐานของโรค * ไม่ทำตัวเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาล หรือเป็นเอ็นจีโอแห่งชาติ เพราะจะพลาดจากภารกิจ หลักเรื่องนโยบาย **ประการที่สอง สร้างภาคี** ในการทำงานที่ยากถ้าไม่มีภาคี ไม่สำเร็จ ต้องถือว่าเรื่อง นโยบายที่ดี มีองค์กรอื่นๆ อีกที่มีความสำคัญ ควรเชิญองค์กรต่างๆ เข้ามาเป็นภาคี เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สกว. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย) สสส. (สำนักงาน กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) ซึ่งเขาถือว่านโยบายสาธารณะที่ดีเป็นเรื่องใหญ่อย่างหนึ่ง ของเรา สปรส. (สำนักงานปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ) ซึ่งเชี่ยวชาญการทำงานเรื่องนโยบาย สาธารณะ และมีเครือข่ายที่จัดสมัชชาสุขภาพอยู่ในทุกจังหวัด หรือแม้ กอส. (คณะกรรมการอิสระ เพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ) ก็เกี่ยวข้องกับนโยบายที่สำคัญๆ อยู่หลายเรื่อง พอช. (สถาบัน พัฒนาองค์กรชุมชน) ซึ่งทำงานกับเครือข่ายองค์กรชุมชนทั่วประเทศ แนวนโยบายที่สำคัญอย่าง หนึ่งคือ เรื่องสิทธิชุมชน ภาคีองค์กรสื่อมวลชน อันประกอบด้วยสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาคมนักข่าวและนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เป็นต้น การเป็นภาคีเป็นไปด้วยความสมัครใจ ไม่มีใครบังคับใครหรือขึ้นกับใคร ทุกฝ่าย มาเชื่อมโยงกันด้วยสปิริต และด้วยการมีความมุ่งหมายร่วมกันคือความเจริญของชาติบ้านเมืองการ เป็นภาคีทำให้มีความสุข และมีพลังมหาศาลอาจกำหนดให้มีคณะทำงานร่วมระหว่างภาคี **ประการที่สาม รวมตัวสร้างวิสัยทัศน์ร่วม และกำหนดประเด็นนโยบายสาธารณะที่ จะผลักดัน** ควรจะมีการประชุมเครือข่ายภาคี เพื่อสร้างวิสัยทัศน์ร่วมและกำหนดประเด็นนโยบาย สาธารณะ ถ้าคณะทำงานได้ทำงานล่วงหน้าสังเคราะห์ประเด็นมานำเสนอจะมีความก้าวหน้าเร็วขึ้น สกว. ได้ทำวิจัยเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายสาธารณะไว้มาก อาจขอให้มานำเสนอก็ได้ ควรจะดูมาตราต่างๆ ทั้งในรัฐธรรมนูญหมวด ๕ "แนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ" และใน หมวดอื่นๆ บางเรื่องเป็นเรื่องใหญ่เรื่องเดียวกันแต่กระจายอยู่ในหลายมาตรา ควรจะ สังเคราะห์มารวมกันเป็นแนวทางใหญ่ๆ เช่น ๑. เรื่องความเป็นธรรมทางสังคม รวมทั้งระบบความยุติธรรม ๒. การใช้ทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน ๓. สิทธิชุมชน ๔. การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น ๕. ตามมาตรา ๗๖ รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนมีส่วนร่วมของประชาชน ในการกำหนด นโยบายการตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนาทางเศรษฐกิจ สังคม และ การเมือง รวมทั้งการตรวจสอบการใช้อำนาจ รัฐทุกระดับ -๔- ๖. มาตรา ๘๗ ที่พูดถึงระบบเศรษฐกิจแบบเสรีโดยอาศัยกลไกตลาด กำกับดูแลให้มีการ แข่งขันอย่างเป็นธรรม คุ้มครองผู้บริโภค และป้องกันการผูกขาดตัดตอนทั้งทางตรง และทางอ้อม รวมทั้งยกเลิกและละเว้นการตรากฎหมายและกฎเกณฑ์ที่ควบคุมธุรกิจที่ ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ และต้องไม่ประกอบกิจการแข่งขันกัน เอกชน เว้นแต่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ รักษา ผลประโยชน์ส่วนรวมหรือการจัดให้มีการสาธารณูปโภค ๗. มาตรา ๔๐ "คลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และวิทยุ โทรคมนาคมเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อประโยชน์สาธารณะ ให้มีองค์กรของรัฐที่เป็นอิสระทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่ง และ กำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และ กิจการ โทรคมนาคมทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ การดำเนินการตามวรรคสองต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนใน ระดับชาติและระดับท้องถิ่น ทั้งในด้านการศึกษาวัฒนธรรมความมั่นคงของรัฐ และ ประโยชน์สาธารณะอื่น รวมทั้งการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม" **ถ้ามีการสื่อสารให้คนไทยรู้ความจริงโดยทั่วถึง ประเทศจะเจริญอย่างรวดเร็ว** นโยบายการสื่อสารสาธารณะจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวด เหล่านี้เป็นเพียงการยกตัวอย่างเท่านั้น **ประการที่สี่ จัดเวทีนโยบายสาธารณะเป็นประจำเพื่อขับเคลื่อน "สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา"** เป็นสื่อขับเคลื่อนสิ่งยาก ประกอบด้วย (๑) สร้างความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน (๒) การเคลื่อนไหวทางสังคม (๓) การเชื่อมโยงกับอำนาจรัฐ การวิจัยสร้างความรู้ตาม (๑) ควรขอให้ สกว. รับผิดชอบสภาที่ปรึกษาและภาคีควร รับผิดชอบนำประเด็นนโยบายสาธารณะที่ได้ตาม (๑) มาสู่เวทีนโยบายสาธารณะที่เปิดการมีส่วน ร่วมโดยกว้างขวาง เป็นการขับเคลื่อน (๒) และ (๓) ไปพร้อมกันและอย่างเชื่อมโยงกัน ถ้าสภาที่ปรึกษาสามารถดำเนินการตามนี้ได้ จะเกิดประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อบ้านเมือง สภาที่ปรึกษาจะกลายเป็นเครื่องมือที่แก้ความติดขัดของบ้านเมือง เป็นองค์กรที่มีความประเสริฐ หรือเป็นรัตนองค์กร ผู้เขียนเขียนเรื่องนี้ด้วยความเชื่อพื้นฐาน ว่ามนุษย์ทุกคนมีเมล็ดพันธุ์แห่ง ความดีอยู่ในหัวใจ จริงอยู่เรามีกิเลส ซึ่งอาจนำไปสู่การกระทำที่น่าเกลียดต่าง ๆ แต่กิเลสไม่ใช่ด้าน เดียวของมนุษย์ มนุษย์ทุกคนมีเมล็ดพันธุ์แห่งความดีด้วย ถ้ารดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ยให้ดี ความดีก็จะ งอกงามแผ่ไพศาล ออกมาเชื่อมโยงเป็นความร่มเย็นและความงดงามได้ -๔- ขอให้การทำงานเรื่องสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประดุจการรดน้ำพร่วนดินเมล็ดพันธุ์แห่งความดีในหัวใจของทุกคนให้งอกงามเติบโตขึ้น สร้างความถูกต้อง ความดี ความงาม ในบ้านเมืองของเรา -๔- PQET สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ สู่ความเป็นรัตนองค์กร ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

16 September 2005

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
20% Match
คุยกับผู้อ่าน : ยาม้าฆ่าคนบนถนน (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 140 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2533)
20% Match
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
14% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• สังคม -- นโยบายของรัฐ

history_eduหมวดหมู่

ประชาธิปไตย

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

16 September 2005

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้