auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)

chrome_reader_modeเรื่อง

ดับไฟใต้ สร้างเงื่อนไขการวางอาวุธ ร่วมทำพันธะสัญญาทางสังคม

chrome_reader_modeคำอธิบาย

เนื้อหาในเอกสารกล่าวถึง ความรุนแรงที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปเป็นจำนวนมาก ฉะนั้้น ควรจะสร้างเงื่อนไขการวางอาวุธ โดยร่วมพัฒนาโดยสันติวิธี รวมถึงกระบวนการร่วมทำพันธะสัญญาทางสังคม ควรมีการสื่อสารให้เกิดการรับรู้และมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ให้คนทั้งหมดมีความชื่นชมร่วมกันในความก้าวหน้าและผลสำเร็จ ความชื่นชมร่วมกันจะทำให้เกิดสิ่งดี ๆ เพิ่มขึ้นได้อีกมากในสังคมไทย

chrome_reader_modeบทคัดย่อ

# ดับไฟใต้ สร้างเงื่อนไขการวางอาวุธ ร่วมทำพันธะสัญญาทางสังคม (Social Contract) ประเวศ วะสี (๑๖ พ.ย. ๔๘) ความรุนแรงที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปเป็นจำนวนมาก สถานการณ์เช่นนี้ไม่ควรจะดำรงอยู่ต่อไป นอกเหนือไปจากต้องพยายามจับคนร้ายให้ได้แล้ว ควรจะสร้างเงื่อนไขการวางอาวุธ เช่นว่า ถ้าผู้ใดยุติการใช้ความรุนแรงภายในระยะเวลา ๖ เดือนจากนี้ไป และมาร่วมพัฒนาโดยสันติวิธี รัฐบาลจะนิรโทษกรรมไม่จับกุมคุมขัง เหมือนเมื่อคราวยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธของคอมมูนิสต์เมื่อ ๒๕ ปีก่อน คำว่าร่วมพัฒนา หมายถึง กระบวนการทำพันธะสัญญาทางสังคม (Social Contract) เรื่องนี้ต้องการทำความเข้าใจ ซึ่งจะขออธิบายดังต่อไปนี้ ในหมู่คนไทยมุสลิมและคนไทยพุทธใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีเรื่องที่ค้างคาใจอยู่ลึก ๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหา จะพูดแต่เรื่องกระจายอำนาจการปกครอง จะทำไม่ได้ หรือแก้ปัญหาไม่ได้ ถ้าไม่มีกระบวนการถอนสิ่งที่ค้างคาใจในส่วนลึกออก สิ่งที่ค้างคาใจคืออะไร สำหรับคนไทยมุสลิม มี ๒ เรื่อง คือ (๑) ต้องการมีชีวิตทางศาสนา จึงมีความกลัวว่าระบบการศึกษาของรัฐหรือที่เรียกว่า การศึกษาสามัญจะไปทำลายความเชื่อในศาสนาอิสลามของลูกหลานของเขา ทำให้จำกัดตัวอยู่กับ การเรียนทางศาสนาที่โรงเรียนปอเนาะ การขาดโอกาสทางการศึกษาสามัญ กระทบโอกาสในการ ทำงานและการมีรายได้ ทำให้ตกอยู่ในความยากจน แต่เขาก็ยอมจนมากกว่ายอมให้ กระทบกระเทือนชีวิตทางศาสนา แต่ความยากจนก็เกิดสภาพบีบคั้นต่อชีวิต จิตใจ และสังคม เป็น พื้นฐานให้บางคนถูกชักนำไปในทางสุดโต่งรุนแรงได้ (๒) ขาดความยุติธรรมจากข้าราชการที่ไม่ดี การขาดความยุติธรรมใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เป็นเรื่องใหญ่มาก ที่บีบคั้นทางจิตใจและสังคมอย่างรุนแรง ซ้ำเติมให้ปัญหารุนแรงมากขึ้น สำหรับคนไทยพุทธ เป็นคนส่วนน้อยในท่ามกลางคนส่วนใหญ่ที่เป็นมุสลิม การเป็นคน ส่วนน้อยย่อมมีความไม่สบายใจ ถ้าคนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจหรือไม่เห็นใจคนส่วนน้อย หรือทำอะไรที่ ทำให้รู้สึกว่าเป็นการบีบคั้น คนไทยพุทธส่วนน้อยใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังพออุ่นใจอยู่ได้ ก็ตรงที่มีกลไกของรัฐที่เป็นพุทธ ถ้าพูดถึงการกระจายอำนาจการปกครองหรือให้มีการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ยังไงเสียคนไทยมุสลิมก็ต้องได้รับการเลือกตั้ง ถ้าการปกครองเป็นการ ปกครองโดยคนไทยมุสลิม คนไทยพุทธส่วนน้อยก็กลัวจะถูกกดขี่ ความกลัวนี้จะได้รับความเห็นใจ จากทางราชการและจากคนไทยพุทธทั่วประเทศ -๑- ฉะนั้นจะไปพูดเรื่องการปกครองตัวเองของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้รับเสียงคัดค้านระงม เรื่องนี้ก้าวหน้าต่อไปไม่ได้ จะไปออกกฎหมายบังคับอย่างใดๆ ก็ไม่ทำให้หายกลัว จึงไม่ใช่หนทางที่จะเดิน เรื่องทำนองเดียวกันเคยเกิดขึ้นที่แอฟริกาใต้ ที่นั่นคนขาวส่วนน้อยปกครองคนดำส่วนใหญ่ด้วยการเหยียดผิวอย่างรุนแรง ทำอย่างไรๆ คนขาวก็ไม่ยอมให้มีการเลือกตั้ง เพราะถ้าเลือกเมื่อไร คนดำซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ก็จะต้องขึ้นมามีอำนาจแล้วก็อาจจะมาฆ่าคนขาว ความขัดแย้งจึงดำรงอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีทางออก จนกระทั่งมีกระบวนการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจ ว่าถ้าคนดำขึ้นมามีอำนาจก็จะเคารพสิทธิของคนขาวซึ่งเป็นคนส่วนน้อยและมีการอยู่ร่วมกันด้วยสันติ ประกอบกับมี นายเนลสัน แมนเดลา ผู้นำคนผิวดำที่ทั้งคนขาวและคนดำให้ความเชื่อถือไว้วางใจว่าเป็นผู้ยึดมั่นในอภัยวิถีและสันติวิธี แอฟริกาใต้จึงมีทางออกด้วยสันติวิธี และมีการอยู่ร่วมกันด้วยสันติระหว่างคนดำกับคนขาวสืบมา ฉะนั้น ทางออกจึงไม่ใช่ออกกฎหมายกระจายอำนาจ หรือจัดตั้งเขตปกครองพิเศษ แต่อยู่ที่กระบวนการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจ ซึ่งขอเรียกว่ากระบวนการสร้างพันธะสัญญาทางสังคม (Social Contract) ระหว่างกัน ระหว่างใครกับใคร ระหว่าง ๓ ฝ่ายด้วยกันคือ * คนไทยพุทธส่วนน้อย * คนไทยมุสลิมส่วนใหญ่ * ภาครัฐ ต้องส่งเสริมการสานเสวนา (Dialogue) ระหว่าง ๓ ฝ่าย เดี๋ยวนี้มีเทคนิคที่ทำให้คนมีความคิดเห็นต่างกันมาคุยกันด้วยมิตรไมตรี ไม่เน้นการโต้เถียง เพราะการโต้เถียงเป็นเรื่องตื้นเกินและไม่ยกระดับจิตสำนึก แต่เน้นการฟังอย่างลึก (Deep listening) ซึ่งทำให้เข้าไปสู่จิตใจส่วนลึก เข้าไปสัมผัสกับเมล็ดพันธุ์แห่งความดีที่ฝังลึกอยู่ในตัว -๒- คนทุกคนไม่ว่าชาติใด ภาษาใด การสานเสวนาทำให้เกิดความเข้าใจร่วมและความไว้วางใจกัน ถอด ชนวนความกลัวลึก ๆ ออกไปจากหัวใจและตกลงกันได้ โดยมีพันธะสัญญากัน ดังเช่น * ชาวไทยพุทธซึ่งเป็นคนส่วนน้อยจะได้รับการเคารพสิทธิ * ชาวมุสลิมซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ มีสิทธิที่จะมีชีวิตทางศาสนาอิสลาม จะไม่มีการ กระทำใดๆ จากภาครัฐที่ไปลบล้างความเชื่อทางศาสนา มีการจัดระบบการศึกษาที่คน มุสลิมจะได้ศึกษาทั้งทางศาสนาอิสลามและการศึกษาสามัญเพื่อเปิดโอกาสทาง เศรษฐกิจให้แก่คนมุสลิม * ภาครัฐ จะต้องมีกลไกคัดสรรข้าราชการดี ๆ ที่ชื่อสัตย์สุจริต ยุติธรรม เข้า ใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม สามารถส่งเสริมการพัฒนาใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้อย่างสอดคล้องกับวัฒนธรรมของกลุ่มชน ทั้งพุทธและมุสลิม หรือกลุ่ม วัฒนธรรมอื่นใด พันธะทางใจต่อกันนี้มีคุณค่ามหาศาล ทำให้ฝ่าความยากลำบากต่างๆ ได้ แต่ต้องการ กระบวนการสานเสวนาที่ละเอียดอ่อนและถูกต้อง เกิดไม่ได้โดยการสั่งให้เกิดหรือกระบวนการ สุกเอาเผากิน แต่ต้องทำโดยการมีความเคารพต่อกันของทุกฝ่าย เมื่อมีความเข้าใจร่วม ไว้วางใจกัน และหายกลัว จะเปิดโอกาสให้มีการพัฒนา ใหม่ ๆ ร่วมกันอีกมากมาย เพื่อสันติสุขอย่างยั่งยืน การที่จะเกิดกระบวนการสร้างพันธะสัญญาทางสังคม ต้องมีองค์กรที่เป็นกลางช่วย ประสานงาน ก็ กอส. นั่นแหละ เพราะเป็นองค์กรอิสระที่มีทั้งไทยพุทธ ไทยมุสลิม ภาคราชการ ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ อยู่ในนั้นอยู่แล้ว กอส. ควรส่งเสริมกระบวนการสร้างพันธะสัญญาทางสังคม ระหว่างคนไทยพุทธ คนไทยมุสลิม และภาครัฐ ดังกล่าวข้างต้น แต่จะทำได้รัฐบาลต้องสร้างเงื่อนไขการวางอาวุธ องค์กรสื่อที่จัดเวทีนโยบายสาธารณะเพื่อพัฒนานโยบายดับไฟใต้ มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการกระตุ้นและประสานให้ฝ่ายต่าง ๆ มาร่วมกันขบคิดถึงนโยบาย มาตรการ และกลไก ในการ ดับไฟใต้ให้ได้โดยรวดเร็ว ซึ่งบัดนี้ผมได้นำเสนอว่านอกเหนือจากการพยายามจับคนร้ายให้ได้ ในขณะเดียวกันควร ๑. สร้างเงื่อนไขการวางอาวุธ ๒. ร่วมทำพันธะสัญญาทางสังคม ในกระบวนการร่วมทำพันธะสัญญาทางสังคม ควรมีการสื่อสารให้เกิดการรับรู้และมีส่วนร่วม อย่างกว้างขวาง ให้คนทั้งหมดมีความชื่นชมร่วมกันในความก้าวหน้าและผลสำเร็จ ความชื่นชม ร่วมกันจะทำให้เกิดสิ่งดีๆ เพิ่มขึ้นได้อีกมากในสังคมไทย -๓- PCET ดับไฟใต้ สร้างเงื่อนไขการวางอาวุธ ร่วมทำพันธะสัญญาทางสังคม ประเวศ วะสี

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

16 November 2005

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้

shareแบ่งปันเนื้อหา

play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ

radio_button_checked Google
radio_button_unchecked MS Bing
radio_button_unchecked P-SET
สนุกต่อที่หน้าเพลย์กราวด์
สร้างสรรค์สังคมไทยขึ้นใหม่
16% Match
คุยกับผู้อ่าน : สืบ นาคะเสถียร เขาตายเพื่อปลุกมโนสำนึกของชาติ (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 138 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2533)
13% Match
คุยกับผู้อ่าน : ทุกคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสุข (นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 315 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548)
12% Match

personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน

ประเวศ วะสี

history_eduหัวเรื่อง

• ไทย (ภาคใต้) -- ยุทธศาสตร์

• ไทย (ภาคใต้) -- ความรุนแรง

history_eduหมวดหมู่

สังคม

calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร

16 November 2005

copyrightลิขสิทธิ์

เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้