auto_awesome_motionไฟล์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง (2 ไฟล์)
chrome_reader_modeเรื่อง
chrome_reader_modeคำอธิบาย
บทความนี้กล่าวถึงเรื่องมรรค 8 ประเทศไทย สำหรับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ประกอบด้วยเนื้อหาดังนี้ 1) สร้างความเป็นประชาสังคม 2) เคารพเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 3) การกระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น 4) เคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และสร้างความเป็นธรรมทางสังคม 5) การสร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ไม่ใช่จีดีพี 6) สันติภาพ สันติวิธีและอหิงสธรรม 7) ระบบข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารที่ทำให้คนไทยรู้ความจริงถึงกันโดยทั่วถึง 8) ตีประเด็นการศึกษาให้แตกและทำระบบการศึกษาให้ถูกต้อง
chrome_reader_modeบทคัดย่อ
# มรรค ๘ ประเทศไทย สำหรับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ## ประเวศ วะสี ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๔ ในการแสดงปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมได้กล่าวถึง มงคล ๘ ประการที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ควรจะทำ หลังจากผมพูดเสร็จ คุณทักษิณ ได้ขึ้นไปบนเวที และประกาศว่าถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีจะทำทั้ง ๘ ข้อที่อาจารย์ประเวศกล่าว ผมจะไม่พูดถึงว่าคุณทักษิณได้ทำตามนั้นมากน้อยเพียงใด แต่คุณทักษิณวันนั้นกับวันนี้ไม่เหมือนกัน วันนั้นยังไม่มีอำนาจ ปี ๒๕๔๘ จะเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ถ้าบ้านเมืองขาดความถูกต้อง เป็นธรรม เราจะเข้าไปสู่ความลำบากมาก จะเกิดวิกฤตและภัยพิบัตินานาประการรวมทั้งความรุนแรงยืดเยื้อยาวนาน หมดโอกาสแห่งการพัฒนา เรื่องบ้านเมืองเป็นเรื่องที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนเกินกว่าที่คิด เพียงทำเรื่องเฉพาะหน้าไปวัน ๆ หนึ่ง หรือทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์และการตลาดโดยปราศจากแก่นสารที่แท้จริง ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ บ้านเมืองต้องการแก่นสารและการวางรากฐานที่ดีสำหรับอนาคต ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ควรจะคำนึงถึงหลัก ๘ ประการ ดังจะกล่าวต่อไปนี้ สังคมไทยควรจะถามผู้ที่จะอาสาสมัครมาเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ว่ามีเจตนารมณ์ตามหลักมรรค ๘ ประเทศไทย ดังต่อไปนี้ มากน้อยเพียงใด คือ ## สร้างความเป็น ประชาสังคม ความพยายามอื่นใดในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง และศีลธรรม จะไม่ได้ผล ตราบใดที่ยังไม่สร้างความเป็นประชาสังคม เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าในสังคมที่มีโครงสร้างแนวติ่งหรือโครงสร้างอำนาจ เศรษฐกิจจะไม่ดี การเมืองจะไม่ดี และศีลธรรมจะไม่ดีแต่ในสังคมที่มีโครงสร้างทางราบ นั่นคือทุกคนเท่าเทียมกัน และมีการรวมตัวร่วมคิดร่วมทำในทุกพื้นที่ในทุกองค์กร และในทุกเรื่อง ที่เรียกว่ามีความเป็นประชาสังคม (Civil Society) เศรษฐกิจจะดี การเมืองจะดี และศีลธรรมจะดี ฉะนั้น ความเป็นประชาสังคมคือหัวใจของการแก้ปัญหาทุกเรื่องอย่างยั่งยืน ที่แล้วมานายกรัฐมนตรีเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางและพยายามลิดรอนบทบาทขององค์กรอื่น และประชาสังคมถ้ากลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกควรจะแก้ไขในข้อนี้ ๑ Extract all text from the image. Instructions: - Only return the clean Markdown. - Do not include any explanation or extra text. - You must include all information on the page. Formatting Rules: - Tables: Render tables using <table>...</table> in clean HTML format. - Equations: Render equations using LaTeX syntax with inline ($...$) and block ($$...$$). - Images/Charts/Diagrams: Wrap any clearly defined visual areas (e.g. charts, diagrams, pictures) in: <figure> Describe the image’s main elements (people, objects, text), note any contextual clues (place, event, culture), mention visible text and its meaning, provide deeper analysis when relevant (especially for financial charts, graphs, or documents), comment on style or architecture if relevant, then give a concise overall summary. Describe in Thai. </figure> - Page Numbers: Wrap page numbers in <page_number>...</page_number> (e.g., <page_number>14</page_number>). - Checkboxes: Use ☐ for unchecked and ☑ for checked boxes. # ๒. เคารพเจตนารมณ์ ของรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเป็นกติกาสูงสุดเพื่อความถูกต้องเป็นธรรม ใครมาเป็นรัฐบาลถ้าไม่เคารพรัฐธรรมนูญแล้วต้องถือเป็นอนันตริยธรรม รัฐธรรมนูญได้บัญญัติเรื่องดี ๆ ไว้เป็นอันมาก เช่น (๑) การคานอำนาจ โดยมีองค์กรอิสระหลายองค์กรคอยถ่วงดุลย์ตรวจสอบ (๒) การเมืองของพลเมือง รัฐต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีบทบาทในการกำหนดนโยบาย และตรวจสอบอำนาจรัฐทุกระดับ (๓) เรื่องสิทธิชุมชน ซึ่งถ้ารัฐปฏิบัติตามนี้ ชุมชนจะเข้มแข็งและหายจนอย่างยั่งยืน (๔) การสื่อสาร คลื่นวิทยุโทรทัศน์ต้องนำมาใช้ประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด ไม่ใช่ปล่อยให้แย่งผลประโยชน์กันจนและ ดังนี้ เป็นต้น รัฐธรรมนูญมีเรื่องดี ๆ อีกมาก ซึ่งถ้ารัฐบาลเคารพรัฐธรรมนูญจะเกิดความถูกต้องเป็นธรรมในบ้านเมือง เป็นการวางรากฐานที่ดีสำหรับอนาคต ที่แล้วมาเราไม่เห็นว่ารัฐบาลจริงใจต่อรัฐธรรมนูญ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ควรจะถือการเคารพรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ ## ๓. การกระจายอำนาจ สู่ชุมชนท้องถิ่น ไม่มีประเทศไหนพัฒนาได้สำเร็จถ้าไม่กระจายอำนาจการปกครองสู่ท้องถิ่น สหรัฐอเมริกามีรัฐต่าง ๆ ที่ปกครองตนเองตั้งแต่ต้นจึงแข็งแรงโดยรวดเร็ว เยอรมนีมีการปกครองของแคว้นต่าง ๆ ที่ถึงกับมีนายกรัฐมนตรีของแคว้น สวิตเซอร์แลนด์เล็กนิดเดียวยังกระจายอำนาจเป็นแคนตอนต่าง ๆ กว่า ๑๐ เขต ประเทศไทยรวมศูนย์อำนาจอย่างยิ่ง เป็นอุปสรรคต่อความเจริญ และจะล้าหลังประเทศอื่น ๆ ไปเรื่อยๆ ถ้ายังไม่แก้ไข ควรศึกษาข้อบัญญัติในรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและสิทธิชุมชน ถ้าชุมชนท้องถิ่นซึ่งเป็นฐานของสังคมเข้มแข็ง สังคมทั้งหมดจะมั่นคง ภายใน ๔ ปี ข้างหน้าถ้าไม่ทำเรื่องนี้จะไม่สามารถป้องกันความรุนแรงได้ ## ๔. เคารพศักดิ์ศรีและ คุณค่าความเป็นคน ของคนทุกคนอย่าง เท่าเทียมกัน และ สร้างความเป็นธรรม ทางสังคม การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกันคือศีลธรรมพื้นฐานของสังคม ปราศจากศีลธรรมพื้นฐานนี้ประเทศเจริญไม่ได้ การเคารพศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นคนของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เป็นรากฐานของประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน การพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาการศึกษา พัฒนาบริการสุขภาพ และความเป็นธรรมทางสังคม ประเทศไทยขาดศีลธรรมพื้นฐานนี้จึงลำบากทุกเรื่อง รัฐบาลควรศึกษาให้เข้าใจและมีนโยบายที่เป็นรูปธรรมที่จะสร้างศีลธรรมพื้นฐานในข้อนี้ และความเป็นธรรมทางสังคม ซึ่งก็ไม่ยากอย่างที่คิด ถ้าเข้าใจและสนใจที่จะทำ ๒ การสร้างสัมมาชีพ เต็มพื้นที่ไม่ใช่จีดีพี การส่งเสริมให้มีสัมมาชีพเต็มพื้นที่ คือ รากฐานของความร่มเย็นเป็นสุข ไม่ใช่จีดีพี สัมมาชีพ คือ อาชีพที่ไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่เบียดเบียนสิ่งแวดล้อม และมีรายจ่ายน้อยกว่ารายได้ เพราะฉะนั้นคำว่าสัมมาชีพจึงเชื่อมโยงเรื่องเศรษฐกิจ จิตใจ สังคม สิ่งแวดล้อม ศีลธรรม เข้ามาอยู่ในสิ่งเดียวกัน ในขณะที่จีดีพีไม่ได้บอกความดี เช่น มีคนโกง คนเอาเปรียบคนอื่น แล้วรวยมากๆ จีดีพีมันก็ขึ้น ในเมื่อจีดีพีไม่ได้เป็นดรรชนีบอกความดี ความถูกต้อง แล้วยังไปเข็นให้เป็นพระเอก ความไม่เป็นธรรมในสังคมจะมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม ถ้ายิ่งมีสัมมาชีพเต็มพื้นที่มากขึ้นเท่าไร ความถูกต้องเป็นธรรมยิ่งเพิ่มมากขึ้น เรื่องนี้ถ้ารัฐบาลเข้าใจ สามารถทำเป็นนโยบายสนับสนุนได้ เช่น การใช้ที่ดิน การสนับสนุนทางเทคโนโลยี ข้อมูลข่าวสาร การศึกษา เป็นต้น สันติภาพ สันติวิธี และอหิงสธรรม ดินแดนใดมีสันติภาพจะเป็นบุญมหาศาล สันติภาพเป็นทุนของการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ ดินแดนใดเต็มไปด้วยความขัดแย้งรุนแรง นองเลือด เช่น ความขัดแย้งระหว่างเชื้อชาติ และระหว่างศาสนา ดินแดนนั้นหมดโอกาสในการพัฒนา ต่อให้ใช้เงินเป็นแสนๆ ล้านก็ซื้อสันติภาพไม่ได้ การบริหารประเทศโดยการใช้ความรุนแรง แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน อุ้มฆ่า จะนำไปสู่ความไร้สันติภาพ การดำเนินนโยบายต่างประเทศต้องระมัดระวังไม่ดีงดงามขัดแย้งสากลเข้าประเทศ ทำนองซักศึกเข้าบ้าน ถ้าเราคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ที่เป็นเงินทองอย่างฉาบฉวยเฉพาะหน้า จะนำบ้านเมืองเข้าไปสู่ความรุนแรง ถ้าผู้ก่อการร้ายเข้ามาทำการถึงกลางพระนคร เช่น ระเบิดรถใต้ดิน ฯลฯ ไม่จลาจลกันทั้งเมืองหรือ การพัฒนาอย่างมุ่งแต่เอาเงินเป็นตัวตั้งเลย จะเกิดภัยพิบัติต่างๆ ตามมา ต้องคำนึงถึงความถูกต้องเป็นธรรมและความไม่ประมาท ต้องปักธงแห่งอหิงสธรรมบนดินแดนนี้ให้ได้ ระบบข้อมูลข่าวสาร และการสื่อสารที่ทำให้คนไทยรู้ความจริง ถึงกันโดยทั่วถึง เราไม่มีตัวอย่างระบบสังคมที่ดีที่สุด ระบบที่ดีที่สุดคือระบบร่างกายของเรา ในร่างกายของเรามีเซลล์ และอวัยวะที่แตกต่างหลากหลายสุดประมาณ แต่ท่ามกลางความหลากหลายซับซ้อนนี้กลับมีความเป็นเอกภาพอย่างอัศจรรย์ ถ้าหัวใจไปทาง ปอดไปทาง ตับไปทาง สมองไปทาง เราเป็นคนอย่างนี้ไม่ได้ ระบบร่างกายเต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารที่รู้ถึงกันทั้งระบบ ทำให้สามารถรักษาบูรณาการภาพ และดุลยภาพ หรือปกติภาพได้ สังคมต้องการระบบข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารที่ทำให้คนไทยรู้ความจริงถึงกันโดยทั่วถึง จึงจะทำให้รักษาปกติภาพได้ ๓ รัฐบาลจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ และทำให้เกิดขึ้นให้ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้แย่ง ผลประโยชน์จากการสื่อสารกันจนและ หรือคนในรัฐบาลเข้าไปมีผลประโยชน์ทับซ้อนเสียเองด้วย ตีประเด็นการศึกษา ให้แตกและทำระบบ การศึกษาให้ถูกต้อง ระบบการศึกษาอย่างที่มีมาร้อยกว่าปีหนึ่งไม่พ้นเลยที่จะนำ สังคมไทยไปสู่สภาวะวิกฤต และความรุนแรง เพราะ ๑) ไม่มี เลยศึกษาแล้วทำให้รู้ตัวเอง ๒) ไม่มีเลยที่ศึกษาแล้วเข้าใจ เพื่อนมนุษย์ ๓) ไม่มีเลยที่ศึกษาแล้วเข้าใจความเป็นจริงที่ สลับซับซ้อน และเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะเราศึกษาโดยเอา "วิชา" เป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาความเป็นจริงของชีวิตเป็นตัวตั้ง เมื่อไม่เข้าใจทั้ง ๓ ประการดังกล่าวข้างต้น เมื่อมีเรื่อง อะไรก็ไม่เข้าใจ และแก้ปัญหาไม่ได้ บ้านเมืองก็จะเข้าไปสู่ความติดขัดและความรุนแรง ผม พยากรณ์ไว้นานแล้วว่า เพราะความไม่รู้ สังคมไทยจะหนีการนองเลือดไม่พ้น ระบบการศึกษาที่เอาการท่องวิชาเป็นตัวตั้ง ได้สร้างคนไทยที่ทำงานไม่เป็น จัดการไม่เป็น และขาดจริยธรรม เราขาดการเห็นคุณค่าการเรียนรู้จากการปฏิบัติ ชาวบ้านที่ทำงานเป็น และมี ความรู้อยู่ในตัวที่เกิดจากการปฏิบัติ ระบบการศึกษาของเราไม่รู้จักและไม่เห็นคุณค่าของคนเหล่านี้ เพราะเราเอาการท่องวิชาเป็นตัวตั้ง เด็กนักเรียนไม่อยากคุยกับพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย เพราะคุยแล้ว ไม่ได้คะแนน คะแนนไปอยู่ที่ "วิชา" การศึกษาแบบนี้ทำให้มนุษย์ตัดขาดจากกัน และตัดขาดจาก ความเป็นจริง เรามีโครงสร้างการศึกษาอยู่เต็มพื้นที่ แต่ระบบการศึกษาไม่เรียนรู้จากพื้นที่ ในพื้นที่เต็มไป ด้วยความรู้และความดี แต่การศึกษาไม่ได้ไปสัมผัสความรู้และความดีเหล่านี้ ลองนึกกลับกันว่าถ้า ทุกโรงเรียน ครูและนักเรียนไปศึกษาวิจัยว่าในพื้นที่ใครทำอะไรเก่ง และทำอะไรดีอยู่บ้าง บางคน ทำนาเก่ง บางคนทำกับข้าวอร่อย ทำขนมอร่อย แต่งโคลงกลอนเก่ง วาดรูปเก่ง ร้องเพลงเก่ง จักสานเก่ง ช่วยแก้ความขัดแย้งเก่ง ฯลฯ คนทุกคนมีความเก่งและความดีในทางที่ต่างกัน เรานำ ข้อมูลที่ได้มาเข้าสู่ระบบข้อมูลของชาติ เราจะมีแหล่งเรียนรู้เต็มประเทศ และการที่นักเรียนไปวิจัย รู้เห็นคนดี ๆ ด้วยตนเอง ความดีจะเข้าตัว อนึ่งข้อมูลความเก่งหรือความถนัดของคนไทยทั้ง ประเทศจะก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจวัฒนธรรมขนาดใหญ่ ซึ่งมีความจริงแท้และ ยั่งยืนกว่าเศรษฐกิจที่เอาแต่พึ่งพิงตลาดต่างประเทศซึ่งไม่แน่นอน การศึกษาที่ถูกต้องจะแก้ปัญหาได้ทุกชนิด รัฐบาลใหม่จะต้องตีประเด็นการศึกษาให้แตกและทำระบบการศึกษาให้ถูกต้อง เรื่องนี้ อาจจะยากมาก ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน เพราะการศึกษาที่ถูกต้องจะช่วยให้บ้านเมืองมีพลังและพ้น วิกฤต ที่สัมพันธ์กับเรื่องการศึกษาคือระบบการวิจัยของประเทศ ระบบการวิจัยที่ดีเป็นสมอง ของประเทศ รัฐบาลปัจจุบันไม่พยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ รัฐบาลใหม่ควรพยายามทำ ความเข้าใจระบบการวิจัยของประเทศอย่างจริงจัง ๔ นี้คือมรรค ๘ ประเทศไทย ที่สังคมควรนำไปถามผู้ที่อยากเป็นนายกรัฐมนตรี และนำไป เป็นเครื่องมือกำกับติดตามนายกรัฐมนตรีคนใหม่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ในทางพระพุทธศาสนามีการกล่าวถึงพุทธบริษัท ๔ ซึ่งต้องมีครบและแข็งแรง พระพุทธศาสนาจึง จะยั่งยืน ในทางการเมืองก็ต้องการบริษัท ๔ ทางการเมือง ด้วยเหมือนกัน คือ ๑. ฝ่ายรัฐบาล ๒. ฝ่ายค้าน ๓. ฝ่ายวิชาการ ๔. ฝ่ายสังคม ถ้าทุกฝ่ายเข้มแข็งและมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างสร้างสรรค์ การเมืองก็จะถูกต้องเป็นธรรมมาก ขึ้น เรื่องมรรค ๘ ประเทศไทยที่นำเสนอ นี้เพื่อให้บริษัท ๔ ทางการเมืองใช้ประกอบการสร้างความ เข้มแข็งอย่างมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน การที่จะไปคิดว่าการเมืองจะเข้มแข็งอยู่ที่การมีนายกรัฐมนตรีเก่งอยู่คนเดียวนั้นช่างล้าสมัย และเชยเสียจริง ๆ ขอฝากมรรค ๘ ประเทศไทย ไว้ให้สังคมไทยช่วยดูแลนายกรัฐมนตรีคนใหม่ด้วย ขอให้ ค้นคว้าศึกษาประเด็นทั้ง ๘ กันให้ถ่องแท้อย่างกว้างขวางด้วยเถิด ..................................................................................... ๕ PQET มรรค ๘ ประเทศไทย สำหรับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ประเวศ วะสี
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
28 January 2005
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้
shareแบ่งปันเนื้อหา
play_shapesจากเอกสารชิ้นนี้ เราชวนขยาย-ไปต่อด้วย 3 คลังคำสำคัญ
personผู้สร้าง/เจ้าของผลงาน
ประเวศ วะสี
history_eduหัวเรื่อง
• ธรรมะ -- การเมือง
• มรรค 8
history_eduหมวดหมู่
สังคม
calendar_monthปีที่ผลิตเอกสาร
28 January 2005
copyrightลิขสิทธิ์
เอกสารนี้เป็นการเข้าถึงแบบเปิด ใช้แบ่งปันและใช้งานภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์ได้